مشاركة

3

last update تاريخ النشر: 2025-12-08 16:50:48

“ท่านอาจารย์ยินเฟิงรักษาพิษเหมันต์จนหายดีแล้ว ท่านแตกหักกับสำนักเซียวเหยา ไปเข้าฝ่ายมารสักระยะ... พวกอสรพิษ...

“เจ้าพูดจาเหลวไหล ท่านเกลียดชังปีศาจยังกับอะไรดี”

“ข่าวลือจากแดนจิ้งจอกว่ามีเซียนระดับปรมาจารย์เดินทางไปฝึกวิชามาร เขากลืนลูกแก้วปีศาจอสรพิษเข้าไปจนร่างเซียนสลาย กลายเป็นมารครึ่งหนึ่ง”

“...จึงได้เรียกว่าข่าวลือ”

“ท่านเรียกเจ้าภรรยา เรียกเจ้าไป่ไป๋ของท่าน...”

“ยิ่งฟังดูไม่เข้าท่า มีสัมพันธ์กันเพียงครั้งเดียว ข้าก็เมา ท่านก็เมาพิษปีศาจ จะเป็นสามีภรรยาไปได้อย่างไร?”

ไป๋เหม่ยหลานมาจุติบนโลกมนุษย์แม้เพียงสิบแปดปี เทียบเท่าระยะเวลาร่วมเก้าพันปีในเทวโลก นางหรือจะรู้ร้อนรู้หนาว นางลืมเลือนเรื่องราวระหว่างนางและท่านอาจารย์ไปเสียหมด ถึงระลึกขึ้นมาได้โดยบังเอิญและในความฝันมากมายของนาง ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่านางจะลืมมันให้ได้อีกครั้ง

“การรับโทษทัณฑ์เพราะผิดประเวณีบนเทวโลก นับว่าถูกต้องสมควร ผู้บำเพ็ญตนล้วนมิใช่มนุษย์ เมื่อมีสัมพันธ์ลึกซึ้งแล้วจึงต้องแต่งงาน”

“ไป๋เหม่ยหลาน อันที่จริงเจ้าจะโกรธแค้นพวกเขาบ้างก็ได้ ในเมื่อเจ้าไม่ได้กระทำผิด”

“ไยต้องโกรธเคืองกัน ข้าตัดสินใจไปแล้ว สิ่งที่ข้าต้องทำ เพียงเดินไปข้างหน้า” ใบหน้าสดสวยแลดูผ่อนคลาย นางปิดตาลงนอน นางคงไม่ใส่ใจไยดีผู้ใดหรอกนอกเสียจากชาวนาชาวไร่

“เรื่องก็ผ่านมาเนิ่นนาน ข้าไม่อยากจดจำ”

แล้วนางก็ห้อยหยกไว้เหนือผ้ารัดเอวไว้กับชุดฮั่นฝูสีคราม สะบัดมือร่ายเวทให้มันกลายเป็นหยกธรรมดา

------------

‘เป็นรางวัลความขยันมุมานะของเจ้า ศิษย์ไป๋...

‘เก่งมาก เจ้าไป่ไป๋’

ทั้งน้ำเสียงทุ้มละมุนหู แววตาเปี่ยมไปด้วยเมตตาของท่านอาจารย์ยังคงอยู่ในห้วงคะนึงของไป๋เหม่ยหลาน นางเฝ้าโหยหาอาลัยนับตั้งแต่จำความได้ตอนอายุสักห้าขวบ ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาราวสายน้ำที่มิอาจหวนคืน นางจดจำทุกสิ่งได้ทีละเล็กละน้อยจนเติบใหญ่

นัยน์ตาคู่สวยเอ่อคลอจ้องมองหยกสลักลายบุปผา เปล่งประกายแสงระยิบระยับ ปรากฏชื่อ 白 อันหมายถึงสีขาว ความบริสุทธิ์ 慧 หมายถึงฉลาดปราดเปรื่อง นางเคยได้รับสมญานามจากการฝึกฝนเวทวิชาหลายแขนง ท่านอาจารย์เชยชมนางว่าฉลาดหัวไว เก่งฉกาจกว่าศิษย์คนไหน

ถึงบางวันนางอาจทำตัวเปล่าประโยชน์ หากนางเหน็ดเหนื่อยกับการฝึกฝนปานร่างจะแตกเป็นเสี่ยง นางมักนอนนิ่ง ๆ บนฟูกนอนในห้องพัก อาจารย์ยินเฟิงมาปลุกเรียกไปไป๋ ลุกขึ้นมาฝึกวิชาของเจ้าซะ อย่าเป็นเซียนที่เกียจคร้านไม่สู้งาน ไม่อดทนบากบั่นต่ออุปสรรค ความเกียจคร้าน

‘ท่านอาจารย์... ขอให้ข้าพักสักหน่อย’

‘ไม่ เจ้าลุกขึ้นมา’

‘ข้าเหนื่อยนะ เกิดข้าดับสลายไปเพราะลมปราณแตกซ่าน ธาตุไฟเข้าแทรก ท่านจะอยู่กับใคร’

‘ไป๋เหม่ยหลาน!’

แล้วนางก็ถูกโยนออกจากฟูกนอน เมื่อสำนักเซียวเหยาไม่ต้อนรับเซียนผู้เกียจคร้าน ไหนจะร่างทิพย์ในเมืองเทพล้วนอิ่มสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องหลับนอนก็มีชีวิตอยู่ได้ การกินอาหารหรือหลับใหลในบางครั้งเป็นเพราะร่างทิพย์อ่อนพลังลงเท่านั้น ซึ่งนางแทบไม่ได้ทำเรื่องเหน็ดเหนื่อย ท่านอาจารย์ยินเฟิงให้นางฝึกฝนเฉพาะวิชาที่เหมาะสมกับพลังกายของนาง

ดวงตาสีนิลสนิทเหม่อมองกระจกบานสูงใหญ่ ภายใต้รูปลักษณ์อันงดงาม นางมิใช่เซียนอีกต่อไป นางไม่มีร่างทิพย์ รังแต่จะโรยราไปตามวัย

ห้องนอนกว้างขวางในเรือนไม้ซึ่งนางอาศัยกับบิดาตามลำพัง ยามนี้ไม่มีใคร สาวใช้ออกไปเสียหมด หลังจากที่เข้ามาช่วยเหลือนางเกล้าผมดำขลับยาวพ้นสะโพก หวีผมให้นาง ประดับใบหน้าขาวผ่องและปิ่นหยกงดงาม หยิบชุดฮั่นฝูสีสันสดใสราวสีของดอกบ๊วย นางห้อยหยกไว้ใต้ผ้าคาดอก ปัดมือเบา ๆ ให้มันกลายเป็นหยกสลักลายดอกโบตั๋นธรรมดา

เศษหินจากดวงดาราทำให้ตราเทพนี้พิเศษกว่าเซียนอื่นในสำนักเซียวเหยา ไป๋เหม่ยหลานได้รับความเอ็นดูจากอาจารย์ยินเฟิง ผู้สอนวิชาเวทให้นางกว่าหมื่นปี อยู่มาวันหนึ่งนางก็ได้รับตราเทพจากท่านผู้ยิ่งใหญ่ อาจารย์ยินเฟิงถือโอกาสทำให้มันเป็นเครื่องรางวิเศษ เพื่อจะได้รู้ว่าเป็นตราหยกของนาง

‘ไป่ไป๋...’

นางได้ยินเสียงท่านอาจารย์อีกแล้ว...

เปลือกตาร้อนผ่าวปิดลง ส่ายหน้าไปมาแรง ๆ หากยังไม่ห่างหายจากสัมผัสอ่อนหวานราวปุยเมฆของบุรุษเทพ สายตาแสนเอ็นดูราวกับว่านางเป็นหญิงสาวที่น่ารักใคร่ นางหรือจะลืมเลือน กระทั่งค่ำคืนพลาดพลั้งติดกับเวทมาร น้ำเสียงแหบพร่าและแววตาหลงใหลใต้แสงดาราก็ไม่ได้ต่างไป

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย   49 [จบ]

    ตอนพิเศษ : เศษใบชาในถ้วยกระเบื้องที่มีควันลอยฉุยสลายไปในเวหา อาภรณ์สีนิลสะบัด ยินเฟิงปัดมือเบา ๆ ร่ายเวทปีศาจอย่างระวัง หลังปัดชาใบเล็กไม่ให้ระคายคอภรรยา ขณะก้มหน้ามองนางชักชวนเขาสนทนาไปเรื่อยเปื่อยในฝั่งตรงกันข้าม ชาบนโต๊ะไม้ไม่พร่องไป นางไม่ดื่มมันเสียที“ไยเจ้าไม่รีบดื่มชาให้หมดถ้วยเสีย เย็นหน่อยก็จะไม่อร่อยแล้ว”“เจ้าค่ะ” นางยิ้มพลางยกถ้วยชาขึ้นแตะริมฝีปาก เหลือบตามองสามีที่ชะเง้อคอมองออกไปด้านนอกท้องนทีมืดสนิท บิดาสงสัยว่าบุตรชายของเขาออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่ที่ไหน ไม่ทันสังเกตเห็นน้ำในถ้วยหายไป“เจ้าไม่ควรลืมดื่มชาเป็นอันขาด”“ข้าอาจลืมก็ได้”“ไม่ได้”ยินเฟิงได้คำตอบจากภรรยาในรอยยิ้มมีเลศนัย“ข้าจะลืมแน่...”หลังจากนั้นเขาก็เฝ้าอธิบายเหตุผลของตน ไม่ใช่ว่าไม่อยากตามใจนาง ซึ่งไม่เป็นผล เมื่อได้พูดคุยเรื่องบุตรกันทีไร ยากจะหาข้อสรุป...ไป๋เหม่ยหลานมิได้เชื่อฟังสามี นางกำลังนึกถึงช่วงเวลาสำคัญ ร้อยกว่าปีที่ผ่านพ้นมา ความเจ็บปวดทรมานจากการคลอดบุตรเพียงครั้ง ไม่เทียมเท่าความสุขล้นในอกมารดาบุตรชายตัวน้อย ‘อี้เฉิน’ เป็นบุตรชายที่น่ารักใคร่ นางเฝ้ามองเจ้าตัวน้อยนอนหลับใหล ในร่างของทารกและเ

  • ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย   48

    หลังผ่านพ้นงานวิวาห์ในภพภูมิปีศาจ ร่างอรชรในอาภรณ์สีชาดงดงามพลันหายไปพร้อมกลุ่มไอหยินไป๋เหม่ยหลานตั้งใจไปนำของวิเศษมาให้สามี เพื่อเป็นของขวัญวันแต่งงาน นางใส่ใจกับการเป็นปีศาจและปรมาจารย์ปีศาจ สามีของนักเป็นอย่างมากทว่าระหว่างทางมีปีศาจจิ้งจอกฝีมือเก่งฉกาจเข้ามาขวางทาง ยื้อแย่งก้อนหินน่าอัศจรรย์ไป นางตบะไม่ถึงปีศาจตนนั้น ไม่ได้ของวิเศษจากถ้ำประหลาดที่ได้ยินมาว่ามันเพิ่มกำลังวังชา ทำให้ร่างกายแข็งแรงอายุยืนนานไปอีกนับหมื่นปี นางกลับเมืองเหยียนมือเปล่า พร้อมความเศร้าหมองจนนางเกือบจะร้องไห้ออกมาอย่างผู้อ่อนแอ ขณะปลายเท้าล่องลอยในเวหา หยุดลงหน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง“วันนี้ข้าไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง ไปทำเรื่องสำคัญก็คว้าน้ำเหลว ข้าควรมีวันหยุดเสียบ้าง” เสียงหวานบ่นพึมพำ กรงเล็บสีนิลสะอาดกรีดกรายผ่านริมฝีปากสีชาด การผัดหน้างดงามของนางจึงกลายเป็นเรื่องง่ายดาย นางหันไปกล่าวกับสามีที่เหยียบยืนบนพสุธาตามหลังนางมาไม่นาน“ปีศาจควรมีวันหยุดพักผ่อน”“ปีศาจไม่มีวันหยุด”“แล้วจะต้องเหน็ดเหนื่อยไปตลอดกาลเลยหรือ? แค่เฉพาะการบำรุงบำเรอใจสามีอสรพิษในภพภูมิปีศาจ ร่างของข้าแทบป่นเป็นเถ้าธุลี”“นับตั้งแต่เราส

  • ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย   47

    “ย่อมได้ เมื่อใดก็ได้ทั้งนั้น เราจะไปเยี่ยมบิดาของเจ้าด้วยกัน เราสาม...” รับปากแล้วมือหนาพลันปลดเปลื้องอาภรณ์ กองหล่นบนพื้นไม้เป็นเงามัน เลื่อนสายตามองไปทั่วทุกอณูกายขาวผ่องงาม หน้าท้องแบนราบปรากฏกลุ่มอายสีดำวนเวียนอยู่เหนือสะดือสวยยินเฟิงเข้าใจภรรยาว่าคงไม่คุ้นชินกับร่างกายซึ่งค่อย ๆ กลายเป็นอสรพิษร้าย ที่มีความอิจฉาริษยาเช่นปีศาจสตรี นางใจร้อน ไม่โอนอ่อนตาม นางกำลังตั้งครรภ์ อารมณ์แปรปรวนไม่น้อยขณะมือเรียวลูบบ่ากว้างของบุรุษร่างกำยำ สตรีในอาภรณ์งดงามสีนิลปักทอด้วยลวดลายอสรพิษ เผยอริมฝีปากรับจูบอ่อนหวานของสามีจูบของนางกลับกลายเป็นเร่าร้อนเมื่อเขาเป็นฝ่ายริเริ่ม หลังมื้ออาหารในทุกเช้าค่ำ นางคืบคลานเข้าหา หากสามีไม่เป็นฝ่ายเปิดศึกสู้รับกับนางบนฟูกนอนยับเยิน พร่ำบอกคำรักด้วยการสานราคะ จนกว่าจันทราสีชาดจะลับคล้อยไปในความมืดของเมืองเหยียนในภพภูมิปีศาจ ซึ่งไม่เคยพบแสงตะวันเมื่อสะโพกกลมกลึงยกขึ้น บุรุษร่างกำยำถูกผลักติดกับหัวเตียงไม้สนแดง นางใช้พลังเวททั้งหมดบังคับให้เขาอยู่ใต้อาณัติ ลวดลายที่สลักอย่างงดงามเหล่านั้นกลายเป็นอสรพิษที่มีชีวิต เลื้อยไหลผ่านฟูกนอนและสองเรือนร่างที่สอดประสาน

  • ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย   46

    “ท่านจะไม่สูญเสียข้าไป ส่วนข้าก็ไม่จำเป็นต้องเฝ้าติดตามท่าน ข้ามีความคิดว่า...” สองมือเรียวผลักอกสามีให้ออกห่างนาง นัยน์ตาสีชาดเบิดกว้างทอประกายชิงชัง “ทำลายใบหน้าหล่อเหลาของท่านเสีย น่าจะสิ้นเรื่องกระมัง”ไม่พูดเปล่า กรงเล็บสีนิลผงาดกางขึ้น ขณะดวงตาคู่สวยสีชาดสั่นไหวลังเล แม้ใจนางปรารถนาจะกรีดใบหน้าหล่อเหลาให้เสียโฉมนัก ด้วยความโง่เง่าของนาง ยังคิดว่าสมควรตัดเจ้ามังกรร้ายทิ้งไปให้หมดทั้งยวง เพราะคงมิใช่เพียงใบหน้าคมคาย บุรุษผู้นี้สามารถสรรค์สร้างความสำราญใจให้สตรีสามีเพียงจับข้อมือเล็ก ๆ ของนางไว้ จูบกรงเล็กและเขี้ยวขาวคมตรงมุมปากสีชาด“เก็บเขี้ยวเล็บของเจ้าไว้ขบกัดสามีจะดีกว่าไหมเล่า? ข้ายังมิได้ต้อนรับการกลับมาของเจ้าเลย ศิษย์ไป๋”แววตารุ่มร้อนทอประกาย จ้องมองแก้มแดงซ่านของภรรยา หลบเลี่ยงสายตาของเขาไปไป๋เหม่ยหลานอดกลั้นจิตใจ มองผ่านหน้าตาบานกว้างสลักลายอสรพิษและปีศาจ สุดสารพัดจะจินตนาการ ท้องนภาปรากฏดวงดาราทอแสงระยิบระยับ ไม่ต่างไปจากยามราตรีโลกมนุษย์ ทว่ากลางนภากว้างมีจันทราสีชาด ส่องสว่างงดงาม สะท้อนลงบนผืนน้ำสีนิลสะอาด------------บทสุดท้าย终章สามียินยอมพร้อมรับการจิกข่วนจากก

  • ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย   45

    ในน้ำเสียงเศร้าหมองนั้น มือหนาเฝ้าลูบไล้ผิวกายนุ่มเนียน ละเอียดไปทั่วทุกอณู ซึ่งถูกหยุดอายุขัยไว้เพียงสิบเก้าปี ถึงแม้ว่าอารมณ์ราคะกำหนัดจะรุมเร้าอย่างหนัก เขาขยับอ้อมแขนกระชับกอดนางให้รู้สึกอุ่นปลายจมูกโด่งเป็นสันคมเฝ้าซุกไซ้หาความสำราญจากเรือนร่างนุ่มหอม ราวกับว่านางเป็นปั้นดิน แตกต่างที่นางยังคงเป็นนาง เป็นกลิ่นของนางยินเฟิงมีความเชื่อว่านางเพียงหลับใหลในนิทรา อันจะนำพาสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังจากที่พบเห็นว่านางพักผ่อนมากขึ้นเมื่อจำต้องต่อสู้กับพลังอาฆาตแค้นและราคะของปีศาจ นับตั้งแต่ปลูกถ่ายกระดูกเซียนให้นางบนโลกมนุษย์มาเจ็ดเดือนกว่า ครั้งสุดท้ายนั้นเป็นลูกแก้วอสรพิษนางควรลืมตาขึ้นในอีกไม่ช้า เขาจำต้องเฝ้ารอนางอย่างใจเย็น‘หากข้าเศร้าหมองใจ เจ้าคงเป็นทุกข์ไปด้วย เมื่อใดเจ้าลืมตาตื่น ก็ควรจะเป็นวันที่ดีของเจ้า ไป่ไป๋...’สตรีในอ้อมแขนเป็นผู้เดียวในทั่วทุกพรหมโลกที่ทำให้บุรุษร่างกำยำโศกศัลย์อาลัย เขาจ้องมองใบหน้างดงามนิ่งสงบเช่นเดิม มือหนาสะบัดไปมาในอากาศ ปรากฏผ้าผืนใหญ่สีนิลสนิท ห่มคลุมเรือนกายอรชรมิดชิด ร่างกายของนางเย็นเฉียบราวเหมันต์ ผ่อนลมหายใจเข้าออกแผ่วเบา“อื้อ...”

  • ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย   44

    เมื่อมองอีกครั้งหนึ่งงูเหล่านั้นกลับกลายเป็นสีนิลสนิท ในห้วงฝันนางพบสตรีในอาภรณ์งดงามหัวเราะร่าเริง นางมีใบหน้างดงามอ่อนหวาน‘โอ้... ไป๋เหม่ยหลาน... ศิษย์ไป๋ของท่านเหลือเพียงโครงกระดูก’‘ท่านอาจารย์จะยอมลืมเลือนเรื่องราวระหว่างท่านและนางหรือ?’สตรีอสรพิษคลับคล้ายคลับคลาที่นางเคยพบจากโถดึงความทรงจำ แลเห็นอาจารย์ยินเฟิงในสภาพน่าอดสู ร่างกายผ่ายผอมเหลือเพียงหนังติดกระดูก ล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้น ทำร้ายหัวใจดวงน้อย ๆ ของนางนักนางได้ยินทั้งสองยื่นข้อเสนอต่อรอง ซึ่งสำหรับอาจารย์ยินเฟิงขอเพียงจดจำนางไว้ในห้วงความทรงจำ หากเป็นไปได้ก็จะออกตามหานางสุดท้ายแล้วนางก็ยังไม่เข้าใจ...ไยท่านอาจารย์ไม่ลืมนางไปเสีย เมื่อมีวาสนาต่อกันย่อมได้กลับมาพบกันอีกในภพหน้า เขากลับยอมกลายเป็นอสรพิษ เพื่อเก็บความทรงจำระหว่างอาจารย์-ศิษย์ เพื่อให้ได้กลับมาครองคู่นางอย่างสามีภรรยา...---------------ยินเฟิงคงไม่อยู่รอพบหมอหลวงจากราชสำนัก เพียงรอท่านโหวผู้มาเยี่ยมเยียนบุตรสาว ก่อนที่จะหันหลังกำมือแน่นแล้วเดินจากไปฉางผิงโหวรู้แก่ใจดีว่าวันนี้จะมาถึงในสักวัน ไม่สามารถรั้งบุตรสาวซึ่งไม่ใช่บุคคลบนโลกมนุษย์เอาไว้ได้ นาง

  • ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย   31

    เพียงเห็นเสื้อสีนิลเปียกชุ่มโลหิต มือของนางสั่นระริก ทำอะไรไม่ถูก เจ้าของเรือนไล่บ่าวให้ออกไปบอกว่าเขาได้รับยาชั้นดีจากหมอแล้วจะอยู่กับภรรยาตามลำพัง ซึ่งนางไม่ทันได้ไถ่ถามมากความ ฉับพลันนั้น สุนัขสามหัวคาบลูกงูเผือกที่โชกชุ่มโลหิตเข้ามาวางบนพื้นเป็นเงามัน พ่นไอหยินสีดำสนิทออกจากปาก ควันประหลาดกระทบ

  • ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย   30

    ‘พวกข้าคงได้ถูกท่านอ๋องคาดโทษ’ถ้อยคำนั้นดังสะท้อนเข้ามาในหัว ขณะนั่งลงบนตั่งไม้สักลวดลายท้องนภา สมบัติบางชิ้นในห้องนอนของจวนนี้ทำให้นางระลึกถึงห้องนอนบนเทวโลก เรือนผู้บำเพ็ญตนในสำนักเซียวเหยารายล้อมด้วยน้ำใสสะอาด ไอสีขาวมากมายลอยอยู่เหนือผืนน้ำ ห้วงนทีเย็นยะเยือกปกคลุมด้วยไอเย็นละลานตา‘สมบัติสำคั

  • ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย   29

    เจ้าของเรือนรับยาจากบ่าวสตรีที่รีบหมอบคลานออกไป พวกนางเอาแต่ก้มหน้าหมอบลงมองพื้น ไม่มาปรากฏตัวให้เห็นบ่อยนัก ด้วยความเกรงกลัวสายตาของภรรยาท่านอ๋องไป๋เหม่ยหลานไม่ชอบใจบ่าวรับใช้สตรีแต่งตัวสวยงาม สามีของนางบางครั้งก็เดินสวมผ้าน้อยชิ้น เสื้อผ้าหลุดหล่นจนนางต้องเข้าไปจัดแจง ไม่ให้สตรีคนไหนลอบมองแผงอกก

  • ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย   28

    ใบหน้างามจนถึงลำคอพร่างพราวเม็ดเหงื่อ นางพยายามควบคุมลมหายใจหอบสั่น ตอบน้ำเสียงแผ่วเบา “เจ้าค่ะ”“เจ้าฝันอะไร? ข้าไม่สามารถเข้าไปในความฝันยามค่ำคืนของเจ้า...”“ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ช่างเถิด”“ไม่เป็นไร หากว่าเจ้าไม่สบายใจที่จะบอกใครในตอนนี้ ข้าจะรอเจ้าเล่าให้ข้าฟังในสักวัน”ไป๋เหม่ยหลานคิดว่านางไม่ควร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status