ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุค80

ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุค80

last updateآخر تحديث : 2025-03-21
بواسطة:  ฝ้ายสีครามمكتمل
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
40فصول
5.3Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

วิ่งตามโจรวิ่งราวอยู่ดีๆ ทะลุมิติมาโผล่ในสถานที่ที่ไม่รู้จัก รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นภรรยาของสามีที่แสนเย็นชาแถมยังมีลูกด้วยกันอีกหนึ่งคน มิหนำซ้ำแม่สามีก็ไม่ชอบหน้า จะอยู่ที่นี่ไม่ได้ก็ให้มันรู้ไปสิ

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่ 1 ประตูมิติ

“หยุดนะ ไอ้โจรชั่ว!” เสียงตะโกนของหญิงสาวที่กำลังวิ่งตามโจรวิ่งราว ทำให้วัยรุ่นชายที่ปิดหน้าปิดตานั้นเร่งเท้าให้ไวขึ้น

จางซูเจินในชุดกี่เพ้าสีชมพูลายดอกโบตั๋นที่สวมไปงานเลี้ยง เธอวิ่งตามคนร้ายไปจนถึงตรอกคับแคบ เห็นแผ่นหลังนั้นเลี้ยวเข้าไปในประตูไม้ผุพังที่อยู่สุดทางเดินก็วิ่งตามเข้าไป

ในจังหวะนั้นเธอกำลังจะเดินเข้าไปก็ชนเข้ากับผู้หญิงอีกคนที่วิ่งสวนออกมา ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ใบหน้าและชุดที่ทั้งคู่สวมใส่นั้นเหมือนกันราวกับฝาแฝด

ต่างคนต่างจ้องมองกันด้วยความตกใจ แล้วหญิงสาวคนนั้นก็ได้สติก่อนจึงรีบวิ่งไปอีกทางด้วยท่าทางที่ตื่นตระหนก จางซูเจินเองก็ทำอะไรไม่ถูก เธอตัดสินใจที่จะตามโจรวิ่งราวต่อ

ตรงหน้าเป็นประตูไม้ที่เปิดอ้าอยู่ เห็นแสงสว่างส่องออกมาจนแสบตา เธอคิดว่าเป็นทางออกทะลุไปอีกด้านจึงรีบวิ่งเข้าประตูไปเพื่อตามคนร้าย

พอพ้นออกมาแสงสว่างที่เจิดจ้าพลันหายไป เธอขยี้ตามองอีกครั้ง ‘หรือว่าตาฝาดกันนะ’ หญิงสาวสะบัดหัวทิ้งความคิดเหลวไหล พลางรีบวิ่งตามคนร้ายต่อจนไปถึงถนนที่มีร้านค้าก็ไม่เห็นเขาแล้ว

“หายไปไหนแล้วนะ เจ็บใจนัก” จางซูเจินพูดด้วยความเจ็บใจ เงินในกระเป๋ามีไม่เท่าไร

แต่บัตรและเอกสารประจำตัวนี่สิเธอต้องเสียเวลาไปทำใหม่ทั้งหมด ทำให้เธอรู้สึกว่างานนี้โชคร้ายเสียแล้ว ทั้งเหนื่อยทั้งเสียเวลา!

เมื่อเธอหันหลังจะเดินกลับไปยังประตูบานเดิมที่เดินออกมา ก็พบว่าตรอกเล็กๆ นั่นสุดทางเดินไม่มีประตูไม้บานนั้นแล้ว

หัวใจเธอเริ่มกระตุกเบาๆ ด้วยความตกใจ หรือเธอจำผิด ประตูนั่นอาจไม่ได้อยู่ตรงสุดทางเดิน แต่อาจเป็นประตูที่อยู่ด้านข้างสองบ้านนั้น จึงเดินเข้าไปในตรอกเพื่อลองเปิดดู แต่ก็กลายเป็นประตูหลังบ้านของคนอื่นไปเสียได้

“แย่แล้ว” เธอพึมพำด้วยความตกใจ

จากนั้นก็มีมือหนากำยำคว้าข้อมือเธอเอาไว้ ทำให้หญิงสาวต้องหันกลับไปมองใบหน้าที่เย็นชานั้นด้วยความตกใจ

“ปล่อยฉันนะ” นิ้วเรียวพยายามแกะมือของเขาออกไป ดิ้นรนไม่ให้ถูกเขาจับกุมตัว

“คุณจะหนีไปไหนซูเจิน กลับไปเดี๋ยวนี้” เขาพูดเสียงกร้าว แววตานั้นดูจริงจังจนเธอรู้สึกกลัว

“คุณรู้จักฉันได้ยังไง แล้วจะให้ฉันกลับไปไหน”

 น้ำเสียงและท่าทางตื่นกลัวของเธอ ไม่ได้ทำให้เยี่ยหลี่เฉียงรู้สึกเห็นใจเลยแม้แต่นิด

“คราวนี้จะมาไม้ไหนอีกล่ะ” เขากล่าวเสียงเรียบ แล้วดึงแขนเธอให้เดินตามไป

จางซูเจินกำลังจะร้องขอความช่วยเหลือเพราะเข้าใจว่ากำลังถูกคนไม่ดีฉุดคร่า แต่เด็กหญิงวัยสี่ขวบวิ่งเข้ามากอดขาตนเสียก่อนจึงไม่ได้ร้องโวยวายออกไป

“หนูขอโทษค่ะแม่ หนูไม่ได้ฟ้องพ่อนะคะ แต่พ่อรู้เอง แม่อย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เสียงที่หวาดกลัวและอ้อนวอนขอการให้อภัยนั้นทำให้จางซูเจินงุนงงเป็นอย่างมาก

“แม่ไม่โกรธลูกหรอกเสี่ยวอิง เรากลับบ้านกันเถอะ” น้ำเสียงที่อ่อนโยนนั้นต่างจากเมื่อครู่ที่พูดกับเธอโดยสิ้นเชิง

จางซูเจินมองไปรอบๆ สถาปัตยกรรมบ้านเรือนบริเวณนี้ และรถยนต์รุ่นคลาสสิกสมัยโบราณที่จอดอยู่ตรงหน้ากับเครื่องแต่งกายของคนที่เดินผ่านไปมา ทำให้เธอเริ่มปะติดปะต่ออะไรบางอย่างได้ แต่ก็ยังไม่มั่นใจมากนัก

หญิงสาวแกะมือเขาออกอย่างง่ายดายในตอนนี้แล้วเดินตามไปอย่างเงียบๆ มองเด็กหญิงจับมือบิดาเดินนำหน้าไปก่อนด้วยสายตาที่งุนงง

เยี่ยซิ่วอิงหันมามองมารดาเป็นระยะ สายตาของเด็กน้อยฉายแววที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและกังวลอะไรบางอย่าง

จางซูเจินจึงส่งยิ้มให้เธอ เด็กหญิงตัวน้อยหันหน้ากลับไปด้วยความรู้สึกที่ลังเลใจ แล้วหันกลับไปอีกครั้งก็ยังพบรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่ตนไม่เคยเห็น

เธอตัดสินใจปล่อยมือจากบิดาแล้วเดินมาจับมือกับจางซูเจินแทน เพราะเผลอบอกบิดาว่ามารดาแอบเอาเงินเก็บไปเสี่ยงโชคอีกแล้ว ตอนนี้จึงกลัวความผิดและอยากเอาใจมารดา

เด็กน้อยเงยหน้ามองหญิงสาวที่ตนเข้าใจว่าเป็นมารดาแล้วยิ้มให้อย่างเอาใจ

“วันนี้แม่ยิ้มให้หนูด้วย” เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น แม้จะถูกมารดาต่อว่าและอาละวาดใส่อยู่บ่อยครั้ง แต่อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ไม่เคยลงมือทุบตีตน หากเล่นพนันเสี่ยงโชคได้เงินมาก็ใจดีซื้อของเล่นและขนมให้บ้าง

เยี่ยซิ่วอิงจึงรักมารดาของตนมาก แม้จะหวาดกลัวยามที่อีกฝ่ายโมโหร้าย แต่สายใยแม่ลูกนั้นก็ไม่มีวันตัดขาด

ทั้งสามเดินไปจนถึงรถคลาสสิกสีดำ จางซูเจินขึ้นไปนั่งข้างๆ ชายแปลกหน้าคนนั้น เขาก็ดูหล่อดีอยู่หรอก แต่ก็เย็นชาเกินไปที่เธอจะเอื้อมถึง

ในขณะที่รถวิ่ง หญิงสาวสังเกตไปรอบๆ ข้างทาง ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ชนเข้ากับผู้หญิงคนนั้นที่ดูเหมือนกับตนราวกับแกะ

อีกฝ่ายเดินออกมาจากประตูไม้ชนตนที่กำลังจะเดินเข้าไป เธอเดินออกไปจากตรงนั้นและตนก็เดินเข้าประตูไม้บานแรก มาทะลุประตูไม้บานที่สองแล้วมาโผล่ในสถานที่แปลกตานี้

แน่แล้วล่ะว่าเธอทะลุมิติมาอยู่อีกมิติหนึ่ง คนหน้าเหมือนกัน ชื่อเหมือนกัน สลับตัวกันเพราะประตูไม้บานนั้น ให้ตายสิแล้วเธอต้องมาติดอยู่ในยุคที่ล้าหลังแบบนี้นะหรือ

การแต่งตัวที่เริ่มเป็นสากลขึ้น และมีคนต่างชาติให้เห็นอยู่บ้าง ทำให้จางซูเจินเข้าใจว่าเธอน่าจะทะลุมิติมายังยุคหลังการปฏิวัติ แต่มันก็ไม่ใช่ยุคที่สุขสบายสำหรับเธออยู่ดี

เยี่ยหลี่เฉียงจอดรถแล้วยื่นคูปองอาหารให้แก่เธอ มีคูปองเนื้อหมู คูปองข้าวสาร และคูปองไข่ไก่

จางซูเจินมองดูคูปองอาหารตรงหน้า ตราประทับระบุปี ค.ศ.1982 ทำให้เธอมั่นใจแล้วว่าตนเองอยู่ในยุคที่อาหารบางอย่างต้องใช้คูปองซื้อเพื่อจำกัดอาหารให้ทั่วถึง

“ลงไปซื้อของ เราจะได้รีบกลับบ้านเสียที” เขาพูดเสียงเรียบ

“หนูขอลงไปซื้อของกับแม่ได้ไหมคะ” เยี่ยซิ่วอิงตัวน้อยถามบิดา

เยี่ยหลี่เฉียงมองหน้าภรรยาที่แสนร้ายกาจของตน ที่ตอนนี้เธอทำหน้าตาเหมือนคนกำลังพินิจพิเคราะห์อะไรบางอย่างอยู่

แววตาของเธอตอนนี้ไม่เหมือนคนเจ้าเล่ห์แสนร้าย ไม่รู้ว่าเธอเสแสร้งเป็นคนดีไปถึงแววตาแบบนี้ได้อย่างไร

“เสี่ยงอิงไปด้วย ดูแลลูกดีๆ อย่าดุอย่าด่าลูกให้ตกใจล่ะ เสี่ยวอิงรักคุณมากรู้ใช่ไหม” เขาพูดขึ้นมา ทำให้หญิงสาวมองสบตาที่จริงจังนั้น แล้วรับคูปองมาถือเอาไว้พร้อมกับเงินจำนวนหนึ่งเพื่อซื้อของอย่างอื่น

“เสี่ยวอิง เราไปซื้อของกันเถอะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกับเด็กหญิง ทำให้เยี่ยซิ่วอิงยิ้มกว้าง

แววตาคู่น้อยๆ เป็นประกายที่สดใสกว่าทุกครั้ง แม้ไม่รู้ว่าวันนี้มารดาอารมณ์ดีเพราะเหตุใด แต่อยากให้มารดาใจดีแบบนี้กับตนทุกวัน

เยี่ยหลี่เฉียงมองภรรยาที่แสนชังกับลูกสาวที่เกิดมาจากความผิดพลาดของตนด้วยสายตาที่กังวล ว่าจางซูเจินจะพูดข่มขู่อะไรกับเยี่ยซิ่วอิงให้รู้สึกกลัวหรือไม่

จางซูเจินเป็นแม่ดอกบัวขาว ทำทุกอย่างเพื่อยั่วยวนเขาจนถึงขั้นเอาตัวเองเข้าแลกในวันที่เขาเมามายไร้สติ

ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษเขาต้องแต่งงานกับเธอเพื่อรักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของอีกฝ่าย

ตั้งแต่ที่แต่งงานกันก็พยายามแล้วที่จะอยากทำให้ครอบครัวอบอุ่น แต่จางซูเจินเมื่อได้แต่งงานกับตนแล้วกลับชอบเที่ยวเตร่ไม่ทำงานบ้าน

พอท้องก็อาละวาดอย่างหนักว่าตัวเองมีลูกทำให้อึดอัดและลำบากตัวไปไหนไม่ได้ หลังคลอดลูกได้ไม่กี่เดือนก็ออกไปเล่นพนันเสี่ยงโชค ยังดีที่เธอฉลาดพอที่จะหยุดก่อนจะเสียเงินจนหมดตัว

ปล่อยให้เยี่ยหงแม่ของเขาต้องเลี้ยงหลานและทำงานบ้านแทน ขู่จะแจ้งทางการเรื่องเล่นพนันก็แอบไปเล่นอยู่บ่อยครั้ง เป็นแบบนี้จะเขาให้รักลงเธอได้อย่างไร

************************

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
40 فصول
ตอนที่ 1 ประตูมิติ
“หยุดนะ ไอ้โจรชั่ว!” เสียงตะโกนของหญิงสาวที่กำลังวิ่งตามโจรวิ่งราว ทำให้วัยรุ่นชายที่ปิดหน้าปิดตานั้นเร่งเท้าให้ไวขึ้นจางซูเจินในชุดกี่เพ้าสีชมพูลายดอกโบตั๋นที่สวมไปงานเลี้ยง เธอวิ่งตามคนร้ายไปจนถึงตรอกคับแคบ เห็นแผ่นหลังนั้นเลี้ยวเข้าไปในประตูไม้ผุพังที่อยู่สุดทางเดินก็วิ่งตามเข้าไปในจังหวะนั้นเธอกำลังจะเดินเข้าไปก็ชนเข้ากับผู้หญิงอีกคนที่วิ่งสวนออกมา ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ใบหน้าและชุดที่ทั้งคู่สวมใส่นั้นเหมือนกันราวกับฝาแฝดต่างคนต่างจ้องมองกันด้วยความตกใจ แล้วหญิงสาวคนนั้นก็ได้สติก่อนจึงรีบวิ่งไปอีกทางด้วยท่าทางที่ตื่นตระหนก จางซูเจินเองก็ทำอะไรไม่ถูก เธอตัดสินใจที่จะตามโจรวิ่งราวต่อตรงหน้าเป็นประตูไม้ที่เปิดอ้าอยู่ เห็นแสงสว่างส่องออกมาจนแสบตา เธอคิดว่าเป็นทางออกทะลุไปอีกด้านจึงรีบวิ่งเข้าประตูไปเพื่อตามคนร้ายพอพ้นออกมาแสงสว่างที่เจิดจ้าพลันหายไป เธอขยี้ตามองอีกครั้ง ‘หรือว่าตาฝาดกันนะ’ หญิงสาวสะบัดหัวทิ้งความคิดเหลวไหล พลางรีบวิ่งตามคนร้ายต่อจนไปถึงถนนที่มีร้านค้าก็ไม่เห็นเขาแล้ว“หายไปไหนแล้วนะ เจ็บใจนัก” จางซูเจินพูดด้วยความเจ็บใจ เงินในกระเป๋ามีไม่เท่าไรแต่บัตร
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2 แม่ใจร้าย
จางซูเจินพาเยี่ยซิ่วอิงตัวน้อยเดินลงจากรถอย่างระมัดระวัง แล้วตรงไปยังตลาดข้างหน้าที่มีการร้านค้าเรียงรายร้านขายข้าวสารมีคนเข้าแถวอยู่จำนวนหนึ่ง เธอจึงตัดสินใจที่จะไปยืนต่อแถวซื้อข้าวสารที่ร้านนั้นก่อน พลางสังเกตว่าเด็กหญิงมองไปยังร้านขายขนมหวานด้วยสายตาที่เป็นประกาย“เสี่ยวอิง อยากกินเหรอ” เธอถามเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่ม“ไม่อยากกินค่ะ” เด็กหญิงตอบเสียงเบา รู้ว่าวันนี้มารดาใจดี แต่จะมีเงินซื้อให้เธอหรือไม่ และที่ใจดีก็อาจจะเป็นเพราะว่ามีบิดาอยู่ด้วยเลยไม่แสดงอาการหงุดหงิดโวยวายออกมาหรือเปล่า เด็กน้อยอดคิดไม่ได้เมื่อถึงลำดับของเธอ หญิงสาวก็ใช้คูปองในการซื้อข้าวสารจากนั้น แบกมันด้วยความหนักอึ้ง อีกมือก็จูงมือเด็กหญิงเดินไปที่ร้านขายขนมหวานตรงหน้าเด็กน้อยมองมารดาของตนเลือกลูกกวาดหลากสีใส่ตะกร้า แล้วยื่นให้กับเถ้าแก่ร้านขายขนมพร้อมกับจ่ายเงินที่ถือมาซึ่งปกติแล้วหากได้เงินมาจ่ายตลาด มารดาของเธอต้องเลือกซื้อเครื่องสำอางและข้าวของให้ตัวเองเป็นอันดับแรก หากเงินเหลือแล้วจึงจะมาซื้อของให้แก่เธอ“เสร็จแล้ว เราไปซื้อเนื้อหมูกับไข่ไก่กันเถอะ” จางซูเจินพูดด้วยรอยยิ้มแล้วเดินไปที่แผงขายเนื
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3 สะใภ้เยี่ย
ในขณะที่เยี่ยซิ่วอิงนอนกลางวันอยู่ จางซูเจินที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรก็เดินออกไปที่โถงบ้านเธอมองหาสามีแต่ก็ไม่เจอ มีเพียงแม่สามีที่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่“ให้ฉันช่วยอะไรไหมคะ”“ไม่ต้อง” น้ำเสียงที่เย็นชาแผ่ความกดดันมายังเธอจนหญิงสาวรู้สึกอึดอัด“อาหลี่กลับมากินข้าวกลางวันที่บ้าน พอรู้ว่าเธอแอบไปเล่นพนันก็เลยรีบตามออกไป ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักนิดก็ต้องออกไปทำงานต่อแล้ว เธอมันเป็นภรรยาที่แย่มาก” แม่สามีต่อว่าออกมาตรงๆ อย่างเปิดเผย เอือมระอากับลูกสะใภ้คนนี้เต็มแก่“ถ้าไม่มีอะไรให้ช่วย งั้นฉันออกไปเดินเล่นข้างนอกนะคะ” เธอบอกเป็นทำนองขออนุญาต เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ว่าอะไรจึงเดินออกไปนอกบ้านเยี่ยหงเอามือเท้าเอวมองลูกสะใภ้ด้วยสายตาที่เกลียดชัง อยากให้ถูกทางการจับไปเสียให้พ้นจะได้ไม่เป็นเสนียดของบ้านนี้‘อุตส่าห์แอบแจ้งตำรวจไปแล้ว ยังรอดมาได้ คอยดูเถอะครั้งหน้าเธอต้องติดคุกแน่ คราวนี้อาหลี่ก็ทำเรื่องขอหย่าได้โดยไม่ต้องรู้สึกติดค้างในใจแล้ว’จางซูเจินยืนอยู่ประตูหน้าบ้าน สายตาช่างสงสัยนั้นสำรวจไปรอบๆ บริเวณภายนอกของบ้านก่อนเป็นอันดับแรกพื้นที่ของบริเวณหน้าบ้านค่อนข้างคับแคบ เฉพาะตัวบ้าน
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4 เรียนรู้
ในห้องน้ำ สองแม่ลูกผลัดกันถูหลังให้แก่กัน แล้วร้องเพลงไปด้วยอย่างมีความสุขเป็นครั้งแรกที่เยี่ยซิ่วอิงอาบน้ำอย่างมีความสุขมากขนาดนี้ ไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าวันที่เธอรอคอยได้มาถึงแล้ว“แม่คะ หนูมีความสุขมากเลย”“แม่ก็มีความสุข” จางซูเจินยอมรับในสถานะแม่ของตน จากนั้นก็สอนลูกสาวร้องเพลงเด็กอนุบาลในยุคของตน แล้วหัวเราะกันอย่างสนุกสนานเยี่ยหงที่ยื่นหูฟังก็รู้สึกหมั่นไส้ จางซูเจินเป็นอย่างนี้เสมอ พอทำให้ลูกสาวร้องไห้ก็มักจะแสดงความรักออกมาเพื่อไม่ให้เด็กเอาความไปฟ้องบิดาจางซูเจินสังเกตว่าผมหน้าม้าของเด็กหญิงเริ่มยาวปิดตาแล้ว เธอเอากรรไกรมาเล็มผมหน้าม้าให้แล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจในฝีมือของตนจะว่าไปแล้วเธอก็ตอนสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย เธอก็เคยทำงานพิเศษเป็นลูกมือในร้านเสริมสวยพอจะมีประสบการณ์อยู่บ้างทำอาหารไม่ได้ ปลูกผักไม่เป็น อนาคตอาจถูกสามีขอหย่า ถ้าอยู่ที่นี่ไม่ได้เธอก็จะไปรับจ้างในร้านเสริมสวยก็น่าจะดี‘ถ้าหย่าแล้วเสี่ยวอิงล่ะ’ จางซูเจินนึกถึงเด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้า พลันสลัดความคิดนั้นออกไปจากหัวเมื่อดวงตากลมโตมองมาด้วยแววตาที่รักและเทิดทูน“เราไปแต่งตัวกันเถอะ” เธอบอกเด็กหญิงแล้วพากลับไปแ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5 ยังไม่วางใจ
เมื่อมื้ออาหารค่ำจบลง จางซูเจินก็อาสาเป็นคนล้างจาน ต่างจากทุกครั้งที่มักจะเกี่ยงงานและอุ้มลูกหนีเข้าห้องไปก่อนหญิงสาวเก็บถ้วยชามไปยังลานซักล้างด้านหลังที่ติดกับห้องน้ำที่อยู่ด้านนอก ลงมือทำความสะอาดภาชนะเหล่านั้นเสร็จแล้ว ก็เดินกลับเข้ามาสำรวจภายในบ้านเธอพบว่านอกจากห้องครัวอยู่ด้านหลังและห้องอเนกประสงค์ที่ใช้ทั้งเป็นห้องนั่งเล่นและเป็นห้องกินข้าวแล้ว ก็ยังมีห้องนอนใหญ่หนึ่งห้อง ตรงข้ามมีห้องเก็บของขนาดเล็กและห้องนอนของแม่สามีเธอเปิดเข้าไปดูห้องเก็บของเล็กๆ นั้นแล้วมีความคิดว่าอยากแยกห้องนอนกับสามี แต่คิดดูดีๆ แล้วเยี่ยซิ่วอิงติดตนเองมาก หากตนย้ายมานอนห้องเล็กอีกฝ่ายต้องย้ายมานอนด้วยแน่ห้องนั้นน่าจะเตรียมไว้สำหรับเยี่ยซิ่วอิง ในวัยนี้ต้องหัดให้เด็กรู้จักการนอนคนเดียวได้แล้ว แต่ว่าเสี่ยวอิงยังนอนอยู่ที่ห้องของพ่อแม่ มันจะต้องมีเหตุผลแน่และหนึ่งในเหตุผลนั้นก็คือเอาไว้เป็นตัวขัดขวางความสุขของพ่อแม่‘เท่าที่ฟังดู เอาไว้ขัดขวางความสุขของแม่ฝ่ายเดียวมากกว่า หลี่เฉียงดูไม่น่าพิศวาสเมียตัวเองเสียเท่าไรนัก’ เธอเดาเหตุผลนั้นด้วยตัวเอง จากนั้นก็เดินเข้าห้องนอนไปเยี่ยหลี่เฉียงอยู่ในชุดพร้อมจ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6 หน้าที่แม่
ในตอนเช้า จางซูเจินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลกที่ รู้สึกถึงแขนน้อยๆ ที่พาดอยู่บนหน้าอกแล้วลืมตามาเห็นเยี่ยซิ่วอิงก็รู้ว่าตนไม่ได้ฝันไปตอนนี้เธอทะลุมายังมิติคู่ขนาน มาอยู่ในร่างคนที่มีชื่อแซ่และหน้าตาที่เหมือนกับตน แต่ว่าเธอมีครอบครัวแล้ว และเป็นคนที่ดูเหมือนว่าไม่มีใครชอบสะใภ้เยี่ยคนนี้จางซูเจินลุกขึ้นจากเตียง แล้วนึกได้ว่าเมื่อวานนี้เด็กหญิงปัสสาวะราด จึงปลุกให้เยี่ยซิ่วอิงตื่นขึ้นมาโดยการหอมแก้มซ้ำๆ จนอีกฝ่ายลืมตาขึ้นเธอเอานิ้วแตะที่ริมฝีปากของตัวเองเป็นสัญลักษณ์ไม่ให้เด็กหญิงส่งเสียงรบกวนบิดา ใบหน้าอ่อนหวานของผู้เป็นมารดาโน้มลงมากระซิบข้างหู“ไปฉี่กันเถอะ”เยี่ยซิ่วอิงพยักหน้าเบาๆ แล้วค่อยๆ ลุกจากที่นอนเดินตามมารดาไปยังห้องน้ำที่อยู่นอกบ้านเยี่ยหงที่ลุกมาทำอาหารเช้าเห็นว่าลูกสะใภ้ปลุกหลานสาวมาเข้าห้องน้ำแต่เช้าก็ประหลาดใจ แต่ไม่ได้ทักท้วงอะไรออกมา คิดแต่เพียงว่าคงมีแผนการอะไรบางอย่างแน่หลังจากทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จ จางซูเจินก็ให้เด็กหญิงไปนอนต่อ แต่อีกฝ่ายส่ายหัวเบาๆ“หนูอยากอยู่กับแม่”“แต่แม่ต้องไปช่วยย่าทำอาหารเช้า เสี่ยวอิงไปนอนกับพ่อนะ แล้วอย่าเสียงดังล่ะ” เมื่อได้ย
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7 ความปรารถนา
การทำงานบ้านนั้นไม่ใช่งานที่หนักหนาอะไรมากนัก จางซูเจินปัดกวาดเช็ดถูบ้านโดยมีลูกมืออย่างเยี่ยซิ่วอิงช่วยแม่ทำงานบ้านอย่างตั้งใจเยี่ยหงมองความตั้งใจนั้น รู้สึกชื่นชมที่อีกฝ่ายสอนงานบ้านหลานสาวของตนด้วยความใจเย็น แต่ก็ไม่ได้วางใจลูกสะใภ้มากนัก“ตอนเย็นบ้านเราจะมีแขกมากินมื้อค่ำด้วย” น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ราวกับว่าพูดลอยๆ กับสายลมจางซูเจินหันไปมองแม่สามีที่เดินเข้ามาบอกตนแล้วยิ้มรับ “แม่จะให้ฉันหุงข้าวเพิ่ม หรือช่วยเป็นลูกมือทำอาหารหรือคะ ฉันยินดีช่วยเต็มที่”ความกระตือรือร้นของลูกสะใภ้ทำให้เธอหมั่นไส้ คนดีที่ไหนจะเอาตัวเข้าหาผู้ชายด้วยวิธีสกปรก“แค่หุงข้าวเพิ่มเท่านั้น ปกติอี้หรูจะมาทำกับข้าวที่นี่ เธอชอบทำอาหาร อาหลี่เองก็ติดใจฝีมือเธอมากเลยล่ะ” รอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ของแม่สามียามที่พูดถึงแขกคนสำคัญ ทำให้จางซูเจินรับรู้ได้ว่าคนคนนั้นต้องไม่ธรรมดาแน่“อี้หรูเหรอคะ” เธอพูดทวนชื่อเสียงเบาเยี่ยหงคิดไว้อยู่แล้วว่าหากรู้ว่าเฉินอี้หรูมาหาที่บ้าน จางซูเจินจะต้องเก็บอาการไม่อยู่แล้วเปิดเผยตัวตนออกมาแน่“ใช่ อี้หรูจะมาเยี่ยมคุณนายเฉินผู้เป็นป้า ทุกครั้งที่มาบ้านเราก็เชิญเธอมากินข้าวอยู่เป็นประจำ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8 แขกคนสำคัญ
บรรยากาศในสวนสาธารณะทำให้จางซูเจินไม่อยากกลับไปที่บ้านสกุลเยี่ยเลยแม้แต่นิด แม้พยายามมองข้ามคำพูดถากถางจากเยี่ยหงแล้ว แต่การได้ยินคำพูดแง่ลบผ่านหูก็อดรู้สึกอึดอัดใจไม่ได้บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้จางซูเจินคนนั้นไม่อยากอยู่บ้าน เพราะหากอยู่แล้วไม่สบายใจเป็นตนก็ไม่อยากอยู่เหมือนกันทั้งสองนั่งเล่นอยู่ที่สวนนั้นสักพัก เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงกำลังง่วงเพราะคงได้เวลานอนกลางวันตามประสาเด็ก เธอก็แบกลูกสาวขึ้นขี่หลังเดินกลับไปที่บ้านจางซูเจินตั้งใจว่าจะพาเยี่ยซิ่วอิงเข้านอนแล้วก็จะเตรียมตัวหุงข้าวเอาไว้ต้อนรับแขกในตอนเย็นแต่พอกลับไปถึงก็พบว่าแม่สามีจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว และมีสีหน้าที่บึ้งตึงราวกับจะตำหนิว่าเธอมัวแต่เที่ยวเดินเตร็ดเตร่ ใช้การพาลูกเดินเที่ยวเป็นข้ออ้างไม่มาช่วยหุงข้าวทั้งๆ ที่รับปากเอาไว้แล้วเธอจึงพาเยี่ยซิ่วอิงเข้าไปนอนในห้อง แล้วกลับออกมาเพื่อที่จะช่วยงานอย่างอื่น“มีอะไรให้ฉันช่วยอีกไหมคะ”“ไม่ต้องหรอก เชิญเธอไปแต่งหน้าแต่งตัวสวยๆ อย่างที่ชอบทำเป็นประจำเถอะ” ประโยคเหน็บแนมด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ กับสายตาที่มองด้วยความรังเกียจ ทำให้ซูเจินต้องสงบปากสงบคำเอาไว้สักพักก็มีเ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 9 แม่ดอกบัวขาว
อาหารที่เฉินอี้หรูทำเสร็จทันเวลาที่เยี่ยหลี่เฉียงเลิกงานพอดี เขายิ้มทักทายให้เธอตามมารยาท ก่อนจะเดินเข้าห้องไปเพื่อเก็บกระเป๋าเอกสารเมื่อเข้าไปถึงห้องนอน ก็เห็นว่าจางซูเจินกำลังปลุกให้เยี่ยซิ่วอิงตื่น“เสี่ยวอิงคนดีของแม่ ตื่นได้แล้ว ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว ลูกจะขี้เซาเกินไปแล้วนะ” น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนแสดงความรักใคร่ปลายจมูกมนคลอเคลียที่แก้มปลุกให้เด็กหญิงตื่นขึ้นมา แต่เยี่ยหลี่เฉียงเข้าใจว่าเธอเสแสร้งเพราะรู้ว่าตนเดินเข้ามาในห้อง จึงแสดงความรักต่อลูกให้เขาเห็น‘คิดว่าผมไม่รู้ทันแม่ดอกบัวขาวอย่างคุณหรือ’เมื่อลูกสาวตื่นแล้ว จางซูเจินก็อุ้มเด็กขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มทักทายสามีเพื่อเอาใจอีกฝ่าย ไหนๆก็สัญญาเอาไว้แล้วว่าเธอจะเป็นคนที่ดีกว่าเดิม แม้จะไม่อยากทักแต่ก็ต้องทักทาย เพราะต้องเจอกันไปอีกนาน“กลับมาแล้วเหรอคะ เอางานกลับมาทำที่บ้านอีกแล้วสินะ” เธอชำเลืองมองกระเป๋าเอกสารที่เขานำมาวางที่โต๊ะทำงานพลางยิ้มให้อย่างเป็นมิตร “แม่ขาหนูปวดฉี่” เยี่ยซิ่วอิงบอกมารดาจางซูเจินจึงแล้วพาเด็กหญิงไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะพามานั่งร่วมโต๊ะอาหารค่ำพร้อมหน้ากับทุกคน“ดีนะเสร็จทันเวลาพอดี สงสารอี้หรูมากที่ต้องทำอ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 10 จางซูเจิน
หลังจากมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอึดอัดใจนั้นจบลง เยี่ยหลี่เฉียงก็แยกมานั่งสอนความรู้ด้านภาษากับเฉินอี้หรูตามที่เธอขอเอาไว้‘พูดขนาดนั้นแล้วแต่ไม่ยอมกลับบ้านของตัวเองไป’ จางซูเจินรู้ว่าทั้งป้าทั้งหลานนั้นหน้าหนาเหลือทน แล้วเยี่ยหงยังชวนให้คุณนายเฉินไปเดินเล่นย่อยอาหารนอกบ้าน เพื่อปล่อยให้สองคนพูดคุยกันตามลำพังอีกเธอล้างถ้วยชามอยู่นอกบ้านโดยมีลูกสาวตัวน้อยมานั่งช่วยล้าง เด็กหญิงร้องเพลงที่เธอเคยสอนไปด้วยอย่างอารมณ์ดี มือน้อยๆ ประคองถ้วยข้าวล้างน้ำสะอาดแล้วคว่ำไว้อย่างระมัดระวัง“เสี่ยวอิงของแม่เก่งที่สุด” เธอมอบคำชมนั้นให้แก่ลูกสาวรอยยิ้มและแววตาที่อบอุ่นของมารดาทำให้เยี่ยซิ่วอิงรู้สึกดีมากขึ้นทุกๆ ครั้งที่ได้อยู่ใกล้“แม่เคยเล่าให้หนูฟังว่ายายใจดีและรักแม่มาก แม่เองก็ใจดีและรักหนูเหมือนยายใช่ไหมคะ”“แม่เคยเล่าเรื่องยายให้ลูกฟังด้วยเหรอ” จางซูเจินถามยิ้มๆ ในมือก็ทำงานไปด้วย“แม่ชอบร้องไห้บ่อยๆ ค่ะ ทุกครั้งที่ร้องไห้ก็จะเล่าเรื่องยายและเรื่องตาออกมา บางครั้งหนูก็ฟังจนหลับไป” คำพูดที่ไร้เดียงสานั้นทำให้จางซูเจินประหลาดใจผู้หญิงคนนั้นร้องไห้ระบายความในใจกับลูกสาวของตนอย่างนั้นหรือ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status