Share

28

last update publish date: 2026-08-24 15:31:44

“หากท่านพี่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้ ข้าคงจะจากเมืองหลวงไปไกลแสนไกลแล้ว ข้าขอโทษนะเจ้าคะที่ข้าไม่ได้บอกท่านพี่ไปตามตรงว่าข้าสิ้นรักในตัวท่านพี่ไปเสียนานแล้วคงเป็นเพราะข้าละอายแก่ใจจนไม่กล้าสู้หน้าท่านพี่จึงต้องใช้วิธีนี้ลักลอบออกได้ ขอท่านอย่าได้โกรธเคืองข้าเลย ข้ากับบุรุษผู้นี้เรารักกันจริง ๆ เจ้าค่ะ เขาสัญญาว่าจะดูแลข้าและยกย่องข้าให้เป็นภรรยาเพียงผู้เดียวของเขา ต่อให้ข้าจะมิได้สุขสบายเช่นเป็นภรรยาของท่านแม่ทัพใหญ่ มิได้มีข้าทาสบริวารรายล้อม ไร้ซึ่งทรัพย์สินเงินทองมากมาย แต่ข้ามั่นใจว่าข้าสุขใจมากกว่าเป็นแน่เจ้าค่ะ

ตลอดระยะเวลาที่ท่านพี่ออกไปตั้งฐานทัพสู้รบกับข้าศึกที่เข้ามารุกราน ข้าพยายามเขียนจดหมายส่งถึงท่านพี่หลายฉบับแต่ก็ไร้วี่แววการตอบกลับจนข้านึกถอดใจ กระทั่งข้าได้พบเจอกับบุรุษผู้หนึ่งเขาเป็นพ่อค้าจากแดนไกล เขาช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าคุยกับเขาถูกคอและแอบมีใจให้บุรุษผู้นั้นจึงลักลอบได้เสียกันครั้งสองครั้ง พอท่านพี่กลับมายามข้ามีอะไรกับท่านพี่ ข้ามักจะนึกถึงหน้าบุรุษผู้นั้นอยู่ตลอดเวลา ข้าลืมเขาไม่ได้เจ้าค่ะ เพราะข้าติดใจเขาจนข้ามิอาจทนอยู่ข้างกายท่านพี่ในฐานะภรรยาได้อีกต่อไปเจ้าค่ะ…ข้าขอบคุณสำหรับความรักที่ท่านพี่เคยมอบให้ข้า ข้าไม่ปฏิเสธเลยว่าตลอดระยะเวลาที่ข้างกายช้ามีท่านข้ามีความสุขเหลือเกินเจ้าค่ะ แต่วันนี้ข้ากลับมีความสุขกับอีกคนมากกว่า วอนท่านพี่โปรดเข้าใจข้าด้วยนะเจ้าคะ

หลังจากนี้ขอให้เราสิ้นรักสิ้นวาสนาต่อกัน อย่าได้พบอย่าได้เจอกันอีกเลย ข้าหาได้ต้องการความรักจากท่านพี่อีกแล้วไม่ ขอให้ท่านพี่กอบโกยความรักเหล่านั้นมอบให้คุณหนูลู่ฟางเหนียนเถิดเจ้าค่ะ นางเหมาะสมกับท่านพี่มากกว่าข้า และท้ายสุดข้าขอให้ท่านพี่กับนางครองรักกันยาวนาน มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองนะเจ้าคะ"

ด้วยรัก เป่ยลี่

มือไม้ของเขาอ่อนเรียวอ่อนแรง แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าจดหมายฉบับนี้คือจดหมายของเป่ยลี่ภรรยาเขาจริง ๆ แต่ตัวอักษรจากปลายพู่กันที่ถูกตวัดลงอย่างละเมียดละไมตอกย้ำเขาจนหาได้สามารถคิดเป็นอื่นได้ไม่

ท่านแม่ทัพอยากจะให้เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องที่เพ้อฝันไปไม่ได้เชียวหรือ? เหตุใดโชคชะตาฟ้าลิขิตถึงได้กลั่นแกล้งเขาถึงเพียงนี้ด้วยเล่า!

“เป่ยลี่…” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยสภาพร่างกายเลื่อนลอยคล้ายคนไร้วิญญาณเดินออกจากเรือนใหญ่กลับไปยังเรือนของตัวเอง

“เจ้าทรยศหักหลังความรักของข้าเช่นนั้นหรือ…”

น้ำตาของชายชาตินักรบจับดาบ จับธนูฆ่าฟันข้าศึกให้ขาดเป็นสองท่อนในคราวเดียวกำลังหลั่งไหลอาบสองพวงแก้มด้วยความรู้สึกชอกช้ำขมขื่นเมื่อโดนภรรยายอดดวงใจทรยศหักหลังด้วยการคบชู้

เป่ยลี่คือรักแรกและรักเดียวของเขา ตั้งแต่เจอนางเขาก็หาได้คิดจะชายตาแลสตรีนางใดนอกจากนางไม่ แล้วเหตุใดนางถึงตอบแทนความรัก ความภักดี ความไว้เนื้อเชื่อใจของเขาด้วยการลักลอบเล่นชู้ด้วยเล่า!!

ภายในใจของเขามันร้อนรุ่มไปด้วยไฟโทสะ โกรธแค้นที่นางตอบแทนความรักของเขาด้วยการทรยศหักหลัง ทว่า...ไยเขาถึงเกลียดนางไม่ลง ความโมโหที่กำลังโหมกระหน่ำไม่สามารถลบเลือยรอยรักเต็มเปี่ยมที่เขามอบให้นางได้เลยสักนิดไม่

เหตุใดเล่าซือหยาง!!

ท่านแม่ทัพรินสุราชั้นเลิศที่ได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้เทใส่จอกแล้วยกขึ้นมากระดกเข้าปากครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อหวังให้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ไหลลงไปชะล้างความเจ็บปวด ความขมขื่นที่อยู่ในใจให้หมดสิ้นเสียที

“เป่ยลี่! เจ้าทำกับข้าเช่นนี้หรือ” สายตาของเขาพร่ามัวไม่ได้สติ หัวเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่ดื่มสุราหมดไปแล้วถึงห้าขวด

“ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะท่านพี่” ลู่ฟางเหนียนในสภาพที่สวมใส่เพียงอาภรณ์ตัวบาง ทอดเห็นทรวดทรงองค์เอวชัดเจนถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางด้วยเพื่อฉวยโอกาสในขณะที่อีกฝ่ายกำลังเมามายไม่ได้สติยวนยั่วและรวบหัวรวบหางเสีย

“เป่ยลี่ เป่ยลี่ของพี่” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางตวัดแลสตรีอีกนางหนึ่งซึ่งคิดว่าเป็นภรรยายอดรักของตนด้วยสายตาหวานเยิ้มทอดขณะที่นางกำลังยกขาขึ้นคร่อมนั่งบนหน้าตักแกร่ง แล้ววางฝ่ามือลูบไล้ใบหน้าคมคาย จนเขาอดกลั้นอดทนไม่ไหวเหยียดแขนอีกข้างหนึ่งประคองเอวคอดกิ่วเอาไว้แล้วบีบนวดเบา ๆ

“ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะ ข้าต้องการท่านพี่เหลือเกินเจ้าค่ะ” นางปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเขวี้ยงทิ้งลงไปด้านล่าง ก่อนจะแอ่นหน้าอกชูก้อนนุ่มนิ่มขนาดพอดีมือปรากฏเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้าเขา

ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางโน้มตัวนางนอนราบลงบนเตียงแล้วเริ่มบรรจงประกบริมฝีปากอย่างละเมียดละไม…

….

ทางฝั่งของเหวินเป่ยลี่

ร่างกายของนางสะบักสะบอมบอบช้ำพอสมควร ตามเนื้อตัวขาวเนียนเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากการเกี่ยวของกิ่งไม้และไหลครูดก้อนหินมากมาย...แน่นอนว่าเจตนาของผู้บงการปรารถนาเพียงให้นางกลิ้งลงมาจากเนินเขาและได้รับอาการบาดเจ็บเล็กน้อยคล้ายกับต้องการสั่งสอน ทว่ากลับไม่ได้สังเกตหรือเชี่ยวชาญสถานที่ดังกล่าวอย่างช่ำชองจนมิรู้ว่าถัดไปเพียงนิดเดียวคือลำธารสายยาวที่มีแม่น้ำแยกออกไปถึงห้าสาย

“อื้อ” เป่ยลี่ลืมตาสะลืมสะลือตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงเล็ก ๆ ในเรือนไม้ขนาดย่อมของผู้ใดสักคน

“คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” เจียวจินสตรีวัยกลางคนเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านกลางหุบเขาที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

คราวนั้นนางและบุตรชายขึ้นเขาไปหาพืชสมุนไพรเพื่อนำมาตากแดดขายในตลาดอาทิตย์หน้า ทว่าบังเอิญได้พบกับเรือนร่างของสตรีผู้นี้ลอยมาติดอยู่บนโขดหิน เมื่อจับชีพจรแลดูแล้วปรากฏว่ายังมีชีวิตอยู่จึงช่วยเอาไว้และพากลับมาที่เรือนท้ายหมู่บ้านของตน

แลดูการแต่งตัวอาภรณ์ใหม่เอี่ยมอ่อง ปักลวดลายเรียบหรูจากช่างฝีมือดีในเมืองหลวง เจียวจินจึงคาดว่าสตรีผู้นี้อาจเป็นบุตรสาวของขุนนาง เสนาบดีหรือหญิงชนชั้นสูงก็เป็นได้

“ข้า…ข้าขอน้ำได้หรือไม่” นางรับน้ำจากบุรุษอีกคนหนึ่งขึ้นมาจิบดื่มเพื่อดับกระหาย “พวกท่านเป็นใครหรือเจ้าคะ แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

ภาพจำสุดท้ายของนางนั่นก็คือเหตุการณ์ระหว่างทางไปจวนสามีของท่านอาหญิง รถม้าที่นางนั่งมาจากจวนตระกูลเฉินถูกดักปล้นฆ่า บ่าวไพร่ถูกสังหารล้มตายเกลื่อนกลาด ก่อนที่รุ่นถิงจะอาสาลงมาดูสถานการณ์ด้านนอกว่าเกิดอันใดขึ้น ทว่านางคอยแล้วคอยเล่ากลับมิมีผู้ใดโต้ตอบกลับมา นางจึงตัดสินใจลงไปจากรถม้าแล้วโดนมือของใครสักคนใช้ผ้าอุดรูมูกของนางไว้ หลังจากนั้นภาพก็ตัดไป…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   35

    หากจะพูดว่าเขาเข้าใจหัวอกและเข้าใจความรู้สึกของท่านแม่ทัพดีก็ย่อมได้ เพราะเขาอยู่รับใช้ท่านแม่ทัพมาตั้งแต่พอรู้ความ เขาจึงได้มั่นใจนักมั่นใจหนาว่าท่านแม่ทัพหาได้มีความสามารถมากพอที่จะตัดไฟรักต่อฮูหยินเป่ยลี่ได้เลยสักครั้งปากที่บอกว่าเกลียดนางหนักหนา ทว่าพอลับสายตาผู้คนกลับนอนซม น้ำตาไหลรินอยู่บนเตียงที่เคยใช้หลับนอนกับอีกฝ่าย ตั้งแต่เป่ยลี่จากไป ไม่เคยเลยสักครั้ง เจิ่งฟู่ไม่เคยเห็นท่านแม่ทัพหลับเต็มตาได้เลยสักครั้ง…“ขอบใจเจ้ามาก ข้าวานเจ้าอีกเรื่องเจิ่งฟู่ อยู่เฝ้าอารักขาด้านหน้าประตูเรือนอย่างกวดขันอย่าให้ผู้ใดสามารถย่างกรายเข้ามายุ่งวุ่นวายหรือสร้างความรำคาญใจแก่ข้าไม่เว้นแม้กระทั่งฮูหยินลู่ฟางเหนียนหรือท่านแม่” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางค่อนข้างมั่นใจว่าการปรากฏตัวของเป่ยลี่ในครั้งนี้ ลู่ฟางเหนียนและรุ่นถิงจะต้องไม่ยอมอยู่เฉยเป็นแน่ พวกนางคงหาหนทางทำให้เป่ยลี่ออกไปจากจวนตระกูลเฉินโดยเร็วและรีบส่งข่าวหาทั้งสองคนที่อยู่ ณ จวนสามีท่านอาหญิงให้กลับมาช่วยสมทบเป็นกำลังเสริม เพราะอย่างไรสี่หัวก็ย่อมดีกว่าสองหัว! “อ๊วก!” ขณะที่ท่านแม่ทัพกำลังยกแก้วน้ำชาขึ้นมาจิบดื่มเพื่อดับกระหาย ทว่า

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   34

    กิริยาใดที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นจากนาง นางกลับทำได้ดีเสียทีเดียวราวกับมันคือตัวตนที่แท้จริงของนาง หาได้ดูฝืนเหมือนตอนที่เขาพบเจอนางครั้งแรกไม่“ท่านอาหมอมาแล้วขอรับท่านแม่ทัพ” เจิ่งฟู่บ่าวรับใช้คนสนิทรีบเชิญท่านอาหมอซึ่งเป็นหมอหลวงประจำราชสำนักเข้าไปด้านในเพื่อตรวจดูอาการสตรีคนรักของเจ้านาย“ท่านอาหมอช่วยตรวจดูอาการของนางด้วยเถิดขอรับ จู่ ๆ นางก็เป็นลมไม่ได้สติ ข้าพยายามเรียกเท่าใดนางก็ไม่ตื่นขอรับ” เห็นได้ชัดว่าในแววตาของท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางเป็นห่วงสตรีผู้นั้นมากถึงเพียงใดก็ยิ่งทำให้ลู่ฟางเหนียนรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจขึ้นไปใหญ่“เป็นเช่นใดบ้างเจ้าคะท่านอาหมอ สตรีผู้นี้ตายแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” ลู่ฟางเหนียนชะเง้อหน้าถามหมอหลวงในราชสำนักที่สามีของนางอุตส่าห์ให้ไอ้เจิ่งฟู่บ่าวรับใช้คนสนิทแบกหน้าไปรับเขามาจากจวนเพื่อรักษาสตรีน่าเกลียดผู้นี้!หากเป่ยลี่ตายไปเสียได้ก็ดีจะได้ไม่อยู่เป็นมารหัวใจพรากความสุขในชีวิตของนาง! เสียดายนัก! ไยท่านย่าต้องเรียกตัวมารดาและน้องสาวสามีไปหาในเวลาหน้าซิ่วหน้าขวานเช่นนี้ด้วยเล่า! มิเช่นนั้นพวกนางคงจะมิยอมแม้กระทั่งให้สตรีน่าเกลียดผู้นี้ย่างกรายเข้ามาในจวนตระ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   33

    “เป่ยลี่!” นางหมดสติล้มลงไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ จะให้เขาใจไม้ไส้ระกำยืนมองดูเฉย ๆ โดยที่ไม่รู้สึกรู้สาอันใดก็หาใช่ความไม่ จริงอยู่ที่ท่านแม่ทัพโกรธแค้นในสิ่งที่นางกระทำต่อเขามากมายเพียงใด ทว่าหัวใจของเขาก็ไม่เคย ไม่เคยที่จะตัดขาดเยื่อใยรักที่มีต่อนางได้เลยสักครั้งเช่นกัน “ท่านพี่เจ้าคะ!” ลู่ฟางเหนียนพยายามรั้งตัวสามีเอาไว้ “ท่านพี่ลืมสิ้นแล้วหรือเจ้าคะว่านางทำเช่นใดกับท่านพี่บ้าง นางลักลอบได้เสียกับชายชู้แล้วพาหนีตามกันไปนะเจ้าคะ" ลู่ฟางเหนียนกลัวว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางและท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางผู้เป็นสามีที่กำลังพัฒนาอย่างเรื่อย ๆ จะล่าถอยหรือหยุดชะงักเพราะนางสตรีคนนี้น่ะสิการกลับมาของฮูหยินเป่ยลี่ครั้งนี้ สร้างความหวั่นอกหวั่นใจแก่ลู่ฟางเหนียนยิ่งนัก เพราะนางเกรงว่าเก้าอี้ตำแหน่งภรรยาเอกท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหม่ยกวางของนางจะเริ่มสั่นคลอนเสียแล้ว “ปล่อย!” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางสลัดตัวลู่ฟางเหนียนให้ออกห่างกาย ก่อนจะรีบช้อนตัวเรือนร่างบอบบางของเป่ยลี่เข้าไปด้านในเรือนหอ วางนางลงบนเตียงนุ่มที่เขาไม่เคยให้สตรีนางใดเข้ามาร่วมหลับนอนด้วยกันเลยสักครั้ง “เป่ยลี่…เป็นเช่นใดบ้าง”

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   32

    เป็นเช่นนั้นเสนาบดีกรมโยธาจึงมอบทรัพย์สินเงินทองให้ทั้งสองไปตั้งตัวสร้างครอบครัวด้วยกันจำนวนหนึ่ง นั่นทำให้ลู่ฟางเหนียนซึ่งตอนนั้นอายุเพียงสิบสี่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่นเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก นางจึงหาหนทางเข้าหาท่านนายอำเภออยู่หลายต่อหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ กระทั่งใช้วิธีวางยาปลุกกำหนัด แสร้งร้องห่มร้องไห้ว่าตนโดนพี่เขยบังคับขืนใจ ทำให้สองพี่น้องมีปากเสียงกันอยู่สักระยะ...และในที่สุดฟางซินก็ต้องกลายเป็นหญิงหม้ายทั้ง ๆ ที่เพิ่งตบแต่งกันไม่ถึงครึ่งค่อนเดือนด้วยซ้ำทำให้ข่าวที่ว่า บุตรสาวทั้งสองคนของเสนาบดีกรมโยธาสกุลลู่ ลู่ฟางซินลูกที่เกิดจากเมียบ่าว และ บุตรสาวอีกคนหนึ่งซึ่งชาวบ้านหาได้ทราบชื่อเสียงเรียงนามชัดเจนไม่ ใช้ผู้ชายร่วมกันจนเกิดเป็นเรื่องเป็นราวทะเลาะเบาะแว้งใหญ่โตถูกล่ำลือไปทั่วชานเมืองในเขตการปกครองของตระกูลลู่ทว่าลู่ฟางเหนียนและมารดาของนางก็ยังไม่ยอมความ วางแผนร้าย จัดฉากว่าลู่ฟางซินแอบลักลอบได้เสียกับบ่าวในจวนตระกูลลู่ซึ่งเป็นสามีของของสาวรับใช้คนสนิทฮูหยินเอก ข่าวยิ่งโหมกระหน่ำถูกพูดกันปากต่อปากถึงการกระทำเยี่ยงหญิงในหอนางโลมของลู่ฟางซิน บุตรสาวคนโต ทำให้ท่านเสนาบดีกรมโยธ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   31

    ด้านหน้าประตูจวนกำลังชุลมุนเพราะมีเกวียนของพ่อค้าแม่ค้าจากแดนไกลเข้ามาค้าขายเครื่องประดับอัญมณีและผ้าแพรผ้าไหมสำหรับตัดเย็บเสื้อผ้า นางจึงใช้จังหวะอลหม่านลักลอบเข้าไปด้านในโดยให้เจียวหลงพักอาศัยอยู่ที่บ้านใกล้ ๆ กับจวนตระกูลเฉินเพราะเกรงว่าหากพาเขาเข้าไปด้วยจะไม่เหมาะสมสักเท่าใดนักเมื่อมีเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้น ทำให้นางได้รู้ว่าตนเองจะต้องเข้มแข็งและลุกขึ้นมาต่อสู้ อย่าปล่อยให้คนใจร้ายโหดเหี้ยมพรรค์นั้นรังแกอยู่ฝ่ายเดียว...จริงอยู่คราก่อนนางอาจยินยอม ไม่โต้เถียง อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเพื่อหวังว่าวันข้างหน้าคงได้ปรองดองกันเสียที ทว่านี่ถึงขั้นฆ่าแกง หมายหัวจะเอาชีวิต นางคงนิ่งเฉยไม่ได้อีกต่อไปแล้ว หาไม่เช่นนั้นนางคงจะไม่กล้ากลับไปสู่หน้าท่านพ่อที่มีเกียรติเป็นถึงท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหยี่ยชิงอีกตลอดชีพเป็นแน่ใบหน้ามุ่งมั่นเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังกาย กำลังใจเมื่อครู่พลันสลายหายไปในชั่วพริบตาเดียวเพราะภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าในขณะนี้สตรีผู้นั้น ลู่ฟางเหนียน ภรรยาที่ถูกแต่งเข้ามาในจวนตระกูลเฉินด้วยสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้กำลังนั่งหน้าระรื่นใช้ฝ่ามือปรนนิบัติพัดวีบีบนวดบ่าสามีอยู่ที่ชานระ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   30

    ผ่านมาหนึ่งเดือนเต็มที่ฮูหยินท่านแม่ทัพ ‘เป่ยลี่’ อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้านกลางหุบเขา โดยอาสาช่วยงานบ้านงานเรืิอน แบ่งเบาภาระท่านป้าเจียวจินที่เมตตาให้ที่พักพิงและอาหารการกินเท่าที่นางจะทำได้ โดยงานพวกนั้นก็หาได้หนักหนาเกินกำลังสตรีไม่ เพียงลงครัวเป็นลูกมือบ้างในบางครั้ง ปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดพื้นบ้าน รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารไก่ และขอติดตามท่านป้าเจียวจินกับบุตรชายเจียวหลงขึ้นไปบนหุบเขาเพื่อหาพืชสมุนไพรลงมาทำเป็นยาหรือตากแดดขายให้กับพวกพ่อค้าแม่ค้า “ข้าใคร่อยากจะเดินทางเข้าไปในเมืองหลวงเจ้าค่ะท่านป้า” ฮูหยินเป่ยลี่อดใจรอไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว นางไม่เข้าใจเสียจริง ระยะเวลาเวลาก็ผ่านมาร่วมหนึ่งเดือนเต็มแล้ว ไยคนของท่านพี่หรือท่านพี่ถึงยังตามหาตัวนางไม่เจออีกเล่า สามีนางเป็นถึงท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหม่ยกวางคุมกำลังพลนับหมื่นนับแสนนาย มีเส้นมีสายมีอำนาจอยู่ทุกหัวเมือง ผู้ใดต่างก็ให้ความเคารพเขา เรื่องแค่นี้คงมิเหนือบ่ากว่าแรงไม่ใช่หรือ! เมื่อเป็นเช่นนั้นเป่ยลี่จึงตัดสินใจปลอมตัวเข้าไปในเมืองหลวงโดยอาศัยรถม้าของท่านนายอำเภอและมีเจียวหลงบุตรชายวัยสิบสามขวบของท่านป้าเจียวจินขอติดตามไปด้วยเพราะเป็

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status