Beranda / รักโบราณ / นักฆ่าตำหนักเย็น / ข่าวลือขององค์รัชทายาท

Share

ข่าวลือขององค์รัชทายาท

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-15 14:34:12

ภัตตาคารหรูย่านใจกลางเมืองหลวงแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า ‘เฉ่าฟ่าน’ เป็นภัตตาคารที่มีเมนูยอดนิยมในหมู่ลูกค้ามากหน้าหลายตา โดยเฉพาะเมนูอาหารประเภทข้าวผัดตามฤดูกาล

หลี่หลิ่งฟางนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับองค์รัชทายาท ไม่นานเสี่ยวเอ้อร์เข้ามาบริการตามหน้าที่

“มิทราบว่าคุณชายคุณหญิงรับอันใดดีขอรับ?”

หวังจิ้งเสวียนเงยพระพักตร์ทอดพระเนตรไปทางหญิงสาวเบื้องหน้า

“เจ้าอยากทานอันใด มิว่าจะราคาแพงเท่าใดก็สั่งได้เลย เรื่องเงินเดี๋ยวเราจ่ายให้เอง”

หลี่หลิ่งฟางยกยิ้มมุมปากสายตาเจ้าเล่ห์หันไปหาเสี่ยวเอ้อร์ “ถ้างั้นข้าขอ...”

หญิงสาวพูดระรัวสั่งอาหารกับเสี่ยวเอ้อร์แทบลืมหายใจ สายตาอึ้งของหวังจิ้งเสวียนจ้องมองไม่วางตาประหนึ่งว่าเจอความผิดแปลก

เสี่ยวเอ้อร์รับรายการอาหารเรียบร้อยจึงเดินกลับออกไป

เสียงทุ้มตรงหน้าเอ่ยขึ้น “พระชายา นี่เจ้าเสวยอาหารพวกนั้นหมดงั้นหรือ?”

“เพคะ” หลี่หลิ่งฟางพยักหน้า

พระพักตร์ตกตะลึงดูขบขันในสายตาของหลี่หลิ่งฟางอย่างมาก

ไม่นานอาหารที่สั่งไปถูกยกมาวางเรียงลงบนโต๊ะอย่างเนืองแน่น กลิ่นอาหารมากมายลอยขึ้นแตะจมูกเรียกต่อมรับรสได้เป็นอย่างดี

“เชิญทานให้อร่อยนะขอรับ”

ในขณะที่หลี่หลิ่ฟางเตรียมตัวจะคีบอาหารเข้าปาก เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นขัดจังหวะของนางเสียก่อน

“พระชายารอสักประเดี๋ยว เราต้องให้นางกำนัลตรวจสอบยาพิษก่อนที่จะเสวยสิ”

หลี่หลิ่งฟางมีใบหน้าบูดบึ้ง เสียงท้องร้องประท้วงยกใหญ่ นางได้แต่งับตะเกียบเอาไว้รอให้นางกำนัลตรวจสอบพิษอาหารทุกจานเสร็จสิ้นก่อน

อาหารทุกอย่างถูกนางกำนัลผู้ตรวจสอบพิษชิมอย่างละเอียดถี่ถ้วน

“กราบทูลองค์รัชทายาท สำรับอาหารทั้งหมดไม่มียาพิษปะปนผสมอยู่เพคะ”

หวังจิ้งเสวียนผงกศีรษะโบกมือไล่ให้นางกำนัลถอยห่างออกไป เขาหันกลับมาตรัสกับหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม

“คราวนี้เจ้าเสวยได้แล้ว ทุกอย่างปลอดภัย”

หลี่หลิ่งฟางรอคำนี้มานาน นางจึงคีบอาหารเข้าปากโดยไม่สนใจมารยาทสักเท่าไร อาหารปรุงสุกกับข้าวสวยร้อน ๆ เป็นแรงใจชั้นดีสำหรับนักฆ่าอย่างนางจริง ๆ

หลี่หลิ่งฟางซดน้ำซุปไก่ตุ๋นสมุนไพรอย่างเอร็ดอร่อย

หวังจิ้งเสวียนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามมองหญิงสาวไม่วางตา บนพระพักตร์ของเขาประดับรอยยิ้ม

เวลาได้ดำเนินผ่านไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วดังขึ้นมาจากที่ไกล ๆ

“นี่ พวกเจ้าได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับองค์รัชทายาทหรือไม่?”

“ข่าวลือเรื่องอันใดงั้นหรือ?”

“ก็เรื่องที่พระองค์มีพระทัยให้กับแม่นางเยว่หลินไงเล่า”

“เรื่องจริงงั้นหรือ?”

“จริงสิ ข้าได้ยินมาว่าองค์รัชทายาทมักจะออกจากวังหลวงมาหาแม่นางเยว่หลินบ่อยครั้ง แถมบางครั้งพระองค์ยังคอยช่วยเหลือแม่นางเยว่หลิน โดยที่นางมิได้ร้องขอด้วยซ้ำ”

“โอ้โฮ อย่างนี้แม่นางเยว่หลินมิถูกหมายตาเข้าวังหลวงหรอกหรือ บางทีนางอาจจะได้ขึ้นเป็นฮองเฮาในอนาคตก็ได้”

“ข้าก็คิดเช่นนั้น”

หลี่หลิ่งฟางได้ยินบทสนทนาเหล่านั้นทั้งหมด โดยที่สีหน้าของนางไม่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกอันใดออกมา การซุบซิบนินทาเป็นเรื่องปรกติในหมู่ชาวเมือง หรือคุณชายคุณหนูหลาย ๆ ตระกูล

หลี่หลิ่งฟางพยักหน้าเห็นด้วยหลายคำพูดของพวกนาง เพราะนิยายมันบรรยายเอาไว้เช่นนั้นจริง ๆ หลี่หลิ่งฟางลอบฟังเงียบ ๆ และคีบอาหารทานอย่างสบายใจจึงไม่ได้สังเกตว่ามีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องอยู่

หวังจิ้งเสวียนมักได้ยินบทสนทนานี้บ่อยครั้งในทุก ๆ ที่ที่เขาไป เขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทจนทำให้หญิงสาวตรงหน้าได้ยินข่าวลือพวกนี้ได้

ความรู้สึกผิดทับโถมเข้ามา หวังจิ้งเสวียนรีบหาเสียงตรัสออกไป

“...พระชายา คือว่าเรื่องนั้น...”

“หม่อมฉันหาได้ใส่พระทัย พระองค์ก็ทรงอย่าใส่พระทัยเรื่องพรรค์นั้นเถิดเพคะ” หลี่หลิ่งฟางตอบตัดบทสนทนา

หวังจิ้งเสวียนเม้มปากหลุบตาต่ำ เขาคีบอาหารเข้าปากเงียบ ๆ โดยไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมาอีก

หลังทานอาหารจนหมดทั้งสองได้มายืนอยู่หน้าร้านโรงน้ำชาเจียวเหมย หลี่หลิ่งฟางเดินตามหลังชายหนุ่มเข้ามา สายตาสอดส่องไปทั่วด้วยความตื่นเต้น

กลิ่นหอมใบชาลอยตลบอบอวลบนอากาศ เสียงเจื้อยแจ้วดังคลอไปกับท่วงทำนองดนตรี เหล่านางโลมถูกจ้างให้มาสร้างความรื่นเริงแก่ลูกค้า

หลี่หลิ่งฟางนั่งอยู่ในห้องหนึ่งบนชั้งสอง ครั้งนี้นางให้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายสั่งชาเอง โดยที่นางบอกว่าตนดื่มชารสชาติใดก็ได้

และไม่นานกาน้ำชาหนึ่งกา จอกลายดอกเหมยสองจอก และของทานเล่นสองสามอย่างมาวางบนโต๊ะ กลิ่นหอมจากชาร้อนลอยมาแตะจมูกทันทีที่ชายหนุ่มรินชาใส่จอก

“นี่จอกของเจ้า”

หลี่หลิ่งฟางรับจอกมาจากฝ่ามือขององค์รัชทายาท

“ขอบพระคุณเพคะ”

กลิ่นหอมหวานจากใบชาลอยขึ้นแตะจมูก ที่แท้คือชาไป๋หาวอิ๋นเจิน [1] อันหอมหวาน มีรสชาติอ่อนโยนละมุมลิ้นและหอมกลิ่นดอกไม้

หลี่หลิ่งฟางยกยิ้มมุมปากถูกใจ นางจิบชาอีกครั้งให้รสชาติยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น

“ดูเหมือนเจ้าจะชื่นชอบชารสชาตินี้”

“เพคะ เป็นรสชาติที่หม่อมฉันชื่นชอบพอดีเพคะ”

“เราดีใจที่เจ้าชอบ”

หลี่หลิ่งฟางจิบชาอีกครั้งระหว่างช้อนสายตามองชายหนุ่มตรงหน้า ‘นิสัยของหวังจิ้งเสวียนดูเหมือนจะอ่อนโยน แอบมีมุมโรแมนติกเหมือนกันนะเนี่ย ไม่แปลกที่หลี่หลิ่งฟางจะรักมากขนาดนั้น’ หลี่หลิ่งฟางวางจอกชาลงบนโต๊ะ เสียงขับร้องเพลงเบื้องล่างดังขึ้น

หลี่หลิ่งฟางฟังเสียงขับร้องเพลงอย่างเพลิดเพลิน โดยไม่รู้ว่าเพลงนั้นมีชื่อเรียกว่าอันใด

“องค์รัชทายาทเพคะ เพลงที่นางโลมกำลังขับร้องคือเพลงอันใดหรือเพคะ?”

“ยามจันทราทอแสง ณ ลั่วซาน”

หลี่หลิ่งฟางผงกศีรษะ ถึงแม้ว่าตนจะไม่เคยได้ยินชื่อเพลงนี้มาก่อนก็ตาม เพียงไม่นานท่วงทำนองดนตรีแปรเปลี่ยนกะทันหัน ราวกับกระชากดวงจิตที่กำลังล่องลอยให้จมสู่โคลนตรม

บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนแปลกตาของหลี่หลิ่งฟาง ด้วยความไม่เข้าใจว่าเกิดอันใดขึ้นจึงหันมาถาม

“แล้วเพลงนี้ที่นางกำลังร้องชื่อเพลงว่าอันใดหรือ...”

หลี่หลิ่งฟางตกใจยามเห็นพระพักตร์มืดมนเบื้องหน้า ดวงตาหงส์ไร้แสงราวกับจมอยู่ในหลุมลึก อากัปกิริยาที่แสดงออกมาล้วนผิดแปลกต่างไปจากเดิม

หลี่หลิ่งฟางไม่ได้ซักถามให้หายข้องใจ นางกลับยืนขึ้นดึงปิ่นปักผมออกจากศีรษะ แล้วปามันไปตัดสายเครื่องดนตรีของนางโลมกลางเวทีด้านล่าง

ปัง!

“กรี๊ด!”

เสียงของแข็งปักลงบนเครื่องสายจนเกิดรอยร้าว นางโลมโยนมันทิ้งบนพื้นด้วยความตกใจ รอบด้านฮือฮาด้วยความตื่นตระหนก

“ผู้ใดกล้าทำร้ายนางโลมของข้า!” แม่เล้าผู้หนึ่งเดินถือยาสูบออกมายืนตะโกนถามหาคนกระทำด้วยความโกรธ

หลี่หลิ่งฟางถอนหายใจจ้องมองไปยังเบื้องล่างกลางเวที เสียงหวานดังขึ้นเรียกทุกสายตาให้หันมาจ้องมอง

“ข้ามิชอบเพลงที่นางกำลังร้อง”

“มิชอบแล้วอย่างไร เจ้าเกือบทำนางโลมของข้าได้รับบาดเจ็บ!”

“แล้วนางโลมของเจ้าบาดเจ็บหรือไม่?”

“นี่เจ้า!” แม่เล้าโกรธจนตัวสั่น

หลี่หลิ่งฟางไม่สนใจท่าทางเหล่านั้น นางยังคงต่อล้อต่อเถียงต่อไป

“ฟังดูก็รู้ว่าเพลงนั้นกล่าวถึงผู้ใด”

แม่เล้าเถียงกลับ “กล่าวถึงผู้ใดมิสำคัญ ทุกเพลงล้วนแต่งเพื่อความรื่นเริงทั้งสิ้น!”

“แล้วองค์รัชทายาทรื่นเริงกับพวกเจ้าหรือไม่!”

“!!!”

เสียงตะคอกดังกึกก้องเหนืออากาศ สายตาคมกริบจ้องเขม็งลงมาทำให้แม่เล้ากลืนคำพูด กลิ่นอายภายในโรงน้ำชาหนักหน่วงจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ดวงตาหงส์กะพริบปริบ ๆ จ้องมองดวงหน้างามด้านข้าง ภายในจิตใจอุ่นวาบ เบ้าตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมา

หวังจิ้งเสวียนกลืนคำสะอึกสูดจมูกเพียงเล็กน้อย เขายื่นมือไปแตะที่ตัวของหญิงสาวแผ่วเบา ยามที่ดวงตาดอกท้อหันกลับมาสบตากับเขา หัวใจกลับเต้นระรัวอยู่ไม่เป็นสุข

“จิบชาจอกนี้เสร็จพวกเรากลับวังหลวงกันเถิด”

น้ำเสียงทุ้มเบาหวิวพัดผ่านไปราวกับสายลม หลี่หลิ่งฟางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา

“หากองค์รัชทายาทมีพระประสงค์เช่นนั้น หม่อมฉันจะทำตามเพคะ” หลี่หลิ่งฟางหันกลับมานั่งดื่มชาจนหมดจอก

“ชิงหลาง เดี๋ยวเจ้านำเงินขวัญถุงไปมอบให้พวกนางเสีย”

“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่หลิ่งฟางมององครักษ์ข้างกายของชายหนุ่มเดินลงไปกลางเวที นางไม่พอใจที่หวังจิ้งเสวียนแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ แต่นางก็ขัดคำสั่งของชายหนุ่มไม่ได้อยู่ดี

“ไปกันเถิด” เสียงทุ้มเรียกสติให้หลี่หลิ่งฟางเดินตามหลังไปติด ๆ

หลังจากที่สองเงาเดินลับออกจากโรงน้ำชาไป ห้องชั้นสองถัดไปมีบุรุษผู้หนึ่งเหม่อมองทางที่เงาทั้งสองเดินลับไป

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังว่า “นี่คือของที่นายท่านสั่งให้ไปนำมาขอรับ”

ดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่ปิ่นปักผมสีทองแวววาวอันงดงาม บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มมุมปาก

“ข้าอยากรู้เสียจริงว่านางเป็นผู้ใด ถึงกล้าที่จะทำเรื่องเช่นนี้ได้” 

 


[1] ชาไป๋หาวอิ๋นเจิน หรือ ชาขาวเข็มเงิน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ไม่อยากกลับไปเป็นเช่นเดิม

    เมื่อก้าวเท้าข้ามพ้นหน้าประตูจวนตระกูลถงไม่ทันไร เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาตรงหน้าทันที“วันนี้เจ้าก่อเรื่องเอาไว้มากมาย วันพรุ่งเจ้ากรมอาญาคงเข้าวังหลวงไปทูลเรื่องนี้ต่อฝ่าบาท เจ้าอาจจะทำให้ท่านอัครมหาเสนาบดีบิดาของเจ้าต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย”“แต่คนพวกนั้นบังอาจหมิ่นพระเกียรติของพระองค์นะเพคะ”“เรื่องเกียรติยศหรือศักดิ์ศรีของเรา เรามิใส่พระทัยอยู่แล้ว”“จะมิใส่พระทัยได้อย่างไรเพคะ องค์รัชทายาทจะให้หม่อมฉันทนยืนดูเฉย ๆ หรือ? ในเมื่อพวกเขาล่วงเกินพระองค์ถึงเพียงนั้น”“แต่คนพวกนั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายเจ้าในภายหลัง”“เรื่องนั้นหม่อมฉันปกป้องตนเอง...”“หลี่หลิ่งฟาง!”หลี่หลิ่งฟางสะดุ้งโหยงเมื่อถูกตะคอกเสียงดังลั่น นับว่าเป็นครั้งแรกที่ถูกชายหนุ่มขึ้นเสียงใส่ ไม่รู้ว่าตนต้องแสดงความรู้สึกอย่างไร จะโกรธหรือเสียใจดีและนั่น คือ คำพูดสุดท้ายก่อนที่จะเงียบใส่กันตลอดเวลาเดินทางกลับเมื่อรถม้าจอดเทียบประตูวังหลวง หวังจิ้งเสวียนก้าวลงจากรถม้าและเดินจากไปทันที หลี่หลิ่งฟางได้แต่มองตามแผ่นหลังนั้นเงียบ ๆ โดยไม่ได้เอ่ยวาจาสักคำ“พระชายาเพคะ...”หลี่หลิ่งฟางหันไปยิ้มบางให้อันฉี “ช่างเถิด เรากลับตำหนักของเร

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ตัวละครเอกคลี่คลายสถานการณ์

    บรรยากาศในศาลาเงียบงันลงทันทีที่คุณชายใหญ่แห่งตระกูลมู่ก้าวเข้ามา เขากวาดตามองร่างของคุณชายไต้ที่นอนสลบแน่นิ่ง และบุรุษอีกหลายผู้ ซึ่งบาดเจ็บ ฟกช้ำไปทั้งร่าง ก่อนสายตาจะหันไปหยุดยังสตรีหนึ่งที่ยืนอย่างเงียบสงบ ท่ามกลางความวุ่นวาย และด้านข้างของนางมีองค์รัชทายาทประทับยืนอยู่มู่จงชิงไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพียงย่างเท้าอย่างเงียบงันเข้าสู่ศาลาเพียงไม่กี่ก้าว ก็มายืนอยู่กลางผู้คน“มิทราบว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ?”เสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้น พลางยืนสงบมือไพล่หลัง สีหน้าของเขาราวกับไม่เข้าใจภาพที่เห็นตรงหน้าคุณชายเนี่ยหนึ่งในสหายของคุณชายไต้ รีบรุดออกมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา“คุณชายมู่ โปรดช่วยพวกเราด้วยเถิดขอรับ! สตรีผู้นั้นนาง...นางทำร้ายคุณชายไต้จนบาดเจ็บหนัก มิหนำซ้ำยังลงมือกับพวกข้าด้วย ขอคุณชายได้โปรดจัดการนางแทนพวกเราด้วยเถิดขอรับ!”มู่จงชิงปรายตากลับมามองที่อิสตรีผู้ถูกกล่าวหาอีกครั้ง สายตาของเขากวาดสำรวจเงียบ ๆ บนฝ่ามือของนางยังมีรอยเลือดจางติดอยู่ รอยแดงตามข้อมือบ่งชัดว่านางเคยถูกบีบอย่างแรงจนช้ำขณะที่มู่จงชิงกำล

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   พวกเจ้าใช่หรือไม่ที่ล้อชื่อเขา

    หลังจากแนะนำตัวไปรอบข้างกลับเงียบกริบทำเอาหลี่หลิ่งฟางหวั่นใจเล็กน้อย ที่ไม่ได้รับเสียงแสดงความยินดีกลับมาราวกับตนอาจจะไม่เป็นที่ต้อนรับจากมิตรสหายของชายหนุ่มแต่แล้ว จู่ ๆ เสียงฮือฮาดังขึ้นพร้อมกับมีร่างของสตรีและบุรุษมากมายต่างกรู่กันเข้ามานั่งประจันหน้ากับตน เอ่ยถามคำถามเข้ามาระรัวจนหลี่หลิ่งฟางตั้งรับไม่ทัน“พระชายาเพคะ ทำไมพระองค์ถึงดูเหมือนนางฟ้ามากเลยเพคะ!”“พระชายางดงามมากเลยเพคะ!”“กระหม่อมเพิ่งเคยเจอพระชายาตัวเป็น ๆ ครั้งแรกเลย พระองค์งดงามมากเลยพ่ะย่ะค่ะ!”“พระชายาเหมาะสมกับองค์รัชทายาทมากเลยเพคะ!”“พระชายาเป็นธิดาสวรรค์หรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ ทำไมพระองค์ถึงดูสูงส่งจนกระหม่อมดูต้อยต่ำไปเลย”“นั่นสิเพคะ”“พระชายา...”หลี่หลิ่งฟางยิ้มแห้งไม่รู้ว่าตนจะตอบคำถามไหนกลับก่อนดี จนกระทั่ง...“นี่พวกเจ้ากำลังทำให้พระชายาของเราตกพระทัยนะ ถอย ๆ ห่างออกไปหน่อยสิ”เสียงของหวังจิ้งเสวียนที่ตรัสห้ามปรามสหายฟังดูเหมือนเด็กน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   มิตรสหายของเจ้าลูกเจี๊ยบ

    ทางด้านศาลาจัดงานเลี้ยงน้ำชามีเหล่าแขกที่ได้รับจดหมายเทียบเชิญต่างนั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บ่าวรับใช้สองสามคนรีบกุลีกุจอยกเบาะรองนั่งอีกอันมาจัดข้าง ๆ ที่ว่าง แถมจัดเตรียมกาน้ำชาและจอกอันใหม่ที่ดูหรูหรากว่าของผู้อื่นเอาไว้ฮูหยินถงซึ่งสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวเหล่านั้น จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใด เหตุใดถึงเตรียมกาน้ำชาชุดราคาแพงเช่นนั้นออกมา แล้วเบาะรองนั่งอีกอันของผู้ใดกัน?”“บ่าวได้รับคำสั่งมาจากมามาเจ้าค่ะ เห็นว่ามีแขกสำคัญมาเพิ่มเติม”“แขกคนสำคัญ?” ฮูหยินถงทวนคำ น้ำเสียงแฝงแววประหลาดใจ“ท่านแม่เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?” คุณหนูใหญ่ถงเอ่ยถามกับท่านแม่ด้วยความสงสัย“พวกบ่าวรับใช้บอกว่ามามาสั่งให้จัดเตรียมเอาไว้น่ะ”ระหว่างที่ฮูหยินถงกำลังพูดคุยกับบุตรีคนโต เสียงของบ่าวรับใช้อีกคนกำลังเอ่ยขอร้องอย่างยากลำบากอยู่ใกล้ ๆ“คุณหนูเจ้าคะ ได้โปรดย้ายที่นั่งให้บ่าวด้วยเถิดเจ้าค่ะ”คุณหนูรองถงหันขวับมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ทำไมข้าจะต้องย้าย? ข้า

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   รุ่งอรุณการเริ่มต้นใหม่

    เช้าวันรุ่งขึ้นหวังจิ้งเสวียนหันไปตรัสสั่งกับชิงหลานว่า “วันนี้เราจะพาพระชายาไปเข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาที่จวนตระกูลถง เจ้าคอยอารักขานางให้ดี”“พ่ะย่ะค่ะ”หลี่หลิ่งฟางที่ถูกปลุกตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันขันกำลังยืนหาววอด ๆ โดยมีอันฉียืนเยื้องอยู่ด้านข้าง“หาว...”“พระชายาเพคะ รักษาอากัปกิริยาหน่อยสิเพคะ” อันฉีเอ่ยเสียงเอ็ดผู้เป็นนายของตน“ข้าพยายามแล้ว แต่ข้ารู้สึกง่วงมากจริง ๆ นะอันฉี” หลี่หลิ่งฟางยืนขยี้ตนของตนกระทั่งเสียงทุ้มดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง“เจ้าเตรียมตัวพร้อมหรือยัง?”“อืม” หลี่หลิ่งฟางผงกศีรษะทั้ง ๆ ที่หลับตาอยู่หวังจิ้งเสวียนนำหลี่หลิ่งฟางเดินไปขึ้นรถม้าประจำตัวของตน โดยที่อันฉีให้พื้นที่ส่วนตัวแกผู้เป็นนาย นางจึงเลือกไปนั่งด้านหน้ารถม้าข้าง ๆ องครักษ์ขององค์รัชทายาทแทนระหว่างกำลังเดินทางไปยังจวนตระกูลถง หลี่หลิ่งฟางที่กำลังนั่งสัปหงกมีเรื่องสงสัยจึงทูลถามกับอง์รัชทายาท“องค์รัชทายาทเพคะ หม่อมฉันมิเห็นเฉินกงกงเลย เขามิได้มาคอยปรนนิบัติพระองค์หรือเพคะ?”“เฉินกงกงเป็นขันทีข้างพระวรกายของฝ่าบาท ตอนนี้เราไม่มีขันทีข้างกายมีเพียงองครักษ์เท่านั้น อย่างที่พระชายาทราบดี รอบตัวเรามีแต่เ

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด

    หลี่หลิ่งฟางยังคงเพลิดเพลินไปกับการพยายามเอาตัวรอดของลูกเจี๊ยบตัวน้อยผู้อ่อนแอ แม้ร่างกายนี้จะเป็นบุรุษแต่กลับอ่อนแอเฉกเช่นอิสตรียิ่งถูกตรอนให้จนมุมมากเท่าใด สมองก็ยิ่งสั่งการให้ดิ้นรนเอาตัวรอดมากขึ้นเท่านั้น“อึก อ่อย! แค่ก แค่ก”ดวงตาดอกท้อเสมองพระพักตร์เกลี้ยงเกลา แต่กลับย้อมไปด้วยหยาดน้ำสีใส ดวงตาหงส์ที่สง่าสูงส่งกลับฉายความกลัวเต็มประดาหลี่หลิ่งฟางผ่อนแรงที่บีบคอจนหวังจิ้งเสวียนไอออกมา รีบกอบโกยลมหายใจเข้าปอดอย่างทุลักทุเล“แค่ก! แค่ก! แค่ก!”ดวงตาดอกท้อมองนิ่งยามที่เจ้าลูกเจี๊ยบหายใจเร็วถี่จนลมหายใจติดขัด ใบหน้าแดงก่ำเพราะขาดอากาศหายใจมานาน“แค่ก! แค่ก! อึก...เจ้า!” ดวงตาหงส์แดงก่ำจับจ้องมาที่หญิงสาวด้านบน ความโกรธฉายออกมาผสมปนเปกับความขลาดกลัวหลี่หลิ่งฟางเห็นเช่นนั้นบนดวงหน้างามเหยียดยิ้มมุมปาก ภายในอกหัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น “ทำไม โกรธงั้นหรือเพคะ? แค่นี้มันยังน้อยไปกับสิ่งที่พระองค์ทำกับหม่อมฉัน” หลี่หลิ่งฟางก้มไปกระซิบที่ข้างใบหูหวังจิ้งเสวียนขยับศีรษะออกจากเสียงพูดชวนขุนลุกนั้น“ตายจริง หม่อมฉ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status