Beranda / รักโบราณ / นักฆ่าตำหนักเย็น / ข่าวลือขององค์รัชทายาท

Share

ข่าวลือขององค์รัชทายาท

last update Tanggal publikasi: 2026-01-15 14:34:12

ภัตตาคารหรูย่านใจกลางเมืองหลวงแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า ‘เฉ่าฟ่าน’ เป็นภัตตาคารที่มีเมนูยอดนิยมในหมู่ลูกค้ามากหน้าหลายตา โดยเฉพาะเมนูอาหารประเภทข้าวผัดตามฤดูกาล

หลี่หลิ่งฟางนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับองค์รัชทายาท ไม่นานเสี่ยวเอ้อร์เข้ามาบริการตามหน้าที่

“มิทราบว่าคุณชายคุณหญิงรับอันใดดีขอรับ?”

หวังจิ้งเสวียนเงยพระพักตร์ทอดพระเนตรไปทางหญิงสาวเบื้องหน้า

“เจ้าอยากทานอันใด มิว่าจะราคาแพงเท่าใดก็สั่งได้เลย เรื่องเงินเดี๋ยวเราจ่ายให้เอง”

หลี่หลิ่งฟางยกยิ้มมุมปากสายตาเจ้าเล่ห์หันไปหาเสี่ยวเอ้อร์ “ถ้างั้นข้าขอ...”

หญิงสาวพูดระรัวสั่งอาหารกับเสี่ยวเอ้อร์แทบลืมหายใจ สายตาอึ้งของหวังจิ้งเสวียนจ้องมองไม่วางตาประหนึ่งว่าเจอความผิดแปลก

เสี่ยวเอ้อร์รับรายการอาหารเรียบร้อยจึงเดินกลับออกไป

เสียงทุ้มตรงหน้าเอ่ยขึ้น “พระชายา นี่เจ้าเสวยอาหารพวกนั้นหมดงั้นหรือ?”

“เพคะ” หลี่หลิ่งฟางพยักหน้า

พระพักตร์ตกตะลึงดูขบขันในสายตาของหลี่หลิ่งฟางอย่างมาก

ไม่นานอาหารที่สั่งไปถูกยกมาวางเรียงลงบนโต๊ะอย่างเนืองแน่น กลิ่นอาหารมากมายลอยขึ้นแตะจมูกเรียกต่อมรับรสได้เป็นอย่างดี

“เชิญทานให้อร่อยนะขอรับ”

ในขณะที่หลี่หลิ่ฟางเตรียมตัวจะคีบอาหารเข้าปาก เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นขัดจังหวะของนางเสียก่อน

“พระชายารอสักประเดี๋ยว เราต้องให้นางกำนัลตรวจสอบยาพิษก่อนที่จะเสวยสิ”

หลี่หลิ่งฟางมีใบหน้าบูดบึ้ง เสียงท้องร้องประท้วงยกใหญ่ นางได้แต่งับตะเกียบเอาไว้รอให้นางกำนัลตรวจสอบพิษอาหารทุกจานเสร็จสิ้นก่อน

อาหารทุกอย่างถูกนางกำนัลผู้ตรวจสอบพิษชิมอย่างละเอียดถี่ถ้วน

“กราบทูลองค์รัชทายาท สำรับอาหารทั้งหมดไม่มียาพิษปะปนผสมอยู่เพคะ”

หวังจิ้งเสวียนผงกศีรษะโบกมือไล่ให้นางกำนัลถอยห่างออกไป เขาหันกลับมาตรัสกับหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม

“คราวนี้เจ้าเสวยได้แล้ว ทุกอย่างปลอดภัย”

หลี่หลิ่งฟางรอคำนี้มานาน นางจึงคีบอาหารเข้าปากโดยไม่สนใจมารยาทสักเท่าไร อาหารปรุงสุกกับข้าวสวยร้อน ๆ เป็นแรงใจชั้นดีสำหรับนักฆ่าอย่างนางจริง ๆ

หลี่หลิ่งฟางซดน้ำซุปไก่ตุ๋นสมุนไพรอย่างเอร็ดอร่อย

หวังจิ้งเสวียนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามมองหญิงสาวไม่วางตา บนพระพักตร์ของเขาประดับรอยยิ้ม

เวลาได้ดำเนินผ่านไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วดังขึ้นมาจากที่ไกล ๆ

“นี่ พวกเจ้าได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับองค์รัชทายาทหรือไม่?”

“ข่าวลือเรื่องอันใดงั้นหรือ?”

“ก็เรื่องที่พระองค์มีพระทัยให้กับแม่นางเยว่หลินไงเล่า”

“เรื่องจริงงั้นหรือ?”

“จริงสิ ข้าได้ยินมาว่าองค์รัชทายาทมักจะออกจากวังหลวงมาหาแม่นางเยว่หลินบ่อยครั้ง แถมบางครั้งพระองค์ยังคอยช่วยเหลือแม่นางเยว่หลิน โดยที่นางมิได้ร้องขอด้วยซ้ำ”

“โอ้โฮ อย่างนี้แม่นางเยว่หลินมิถูกหมายตาเข้าวังหลวงหรอกหรือ บางทีนางอาจจะได้ขึ้นเป็นฮองเฮาในอนาคตก็ได้”

“ข้าก็คิดเช่นนั้น”

หลี่หลิ่งฟางได้ยินบทสนทนาเหล่านั้นทั้งหมด โดยที่สีหน้าของนางไม่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกอันใดออกมา การซุบซิบนินทาเป็นเรื่องปรกติในหมู่ชาวเมือง หรือคุณชายคุณหนูหลาย ๆ ตระกูล

หลี่หลิ่งฟางพยักหน้าเห็นด้วยหลายคำพูดของพวกนาง เพราะนิยายมันบรรยายเอาไว้เช่นนั้นจริง ๆ หลี่หลิ่งฟางลอบฟังเงียบ ๆ และคีบอาหารทานอย่างสบายใจจึงไม่ได้สังเกตว่ามีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องอยู่

หวังจิ้งเสวียนมักได้ยินบทสนทนานี้บ่อยครั้งในทุก ๆ ที่ที่เขาไป เขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทจนทำให้หญิงสาวตรงหน้าได้ยินข่าวลือพวกนี้ได้

ความรู้สึกผิดทับโถมเข้ามา หวังจิ้งเสวียนรีบหาเสียงตรัสออกไป

“...พระชายา คือว่าเรื่องนั้น...”

“หม่อมฉันหาได้ใส่พระทัย พระองค์ก็ทรงอย่าใส่พระทัยเรื่องพรรค์นั้นเถิดเพคะ” หลี่หลิ่งฟางตอบตัดบทสนทนา

หวังจิ้งเสวียนเม้มปากหลุบตาต่ำ เขาคีบอาหารเข้าปากเงียบ ๆ โดยไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมาอีก

หลังทานอาหารจนหมดทั้งสองได้มายืนอยู่หน้าร้านโรงน้ำชาเจียวเหมย หลี่หลิ่งฟางเดินตามหลังชายหนุ่มเข้ามา สายตาสอดส่องไปทั่วด้วยความตื่นเต้น

กลิ่นหอมใบชาลอยตลบอบอวลบนอากาศ เสียงเจื้อยแจ้วดังคลอไปกับท่วงทำนองดนตรี เหล่านางโลมถูกจ้างให้มาสร้างความรื่นเริงแก่ลูกค้า

หลี่หลิ่งฟางนั่งอยู่ในห้องหนึ่งบนชั้งสอง ครั้งนี้นางให้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายสั่งชาเอง โดยที่นางบอกว่าตนดื่มชารสชาติใดก็ได้

และไม่นานกาน้ำชาหนึ่งกา จอกลายดอกเหมยสองจอก และของทานเล่นสองสามอย่างมาวางบนโต๊ะ กลิ่นหอมจากชาร้อนลอยมาแตะจมูกทันทีที่ชายหนุ่มรินชาใส่จอก

“นี่จอกของเจ้า”

หลี่หลิ่งฟางรับจอกมาจากฝ่ามือขององค์รัชทายาท

“ขอบพระคุณเพคะ”

กลิ่นหอมหวานจากใบชาลอยขึ้นแตะจมูก ที่แท้คือชาไป๋หาวอิ๋นเจิน [1] อันหอมหวาน มีรสชาติอ่อนโยนละมุมลิ้นและหอมกลิ่นดอกไม้

หลี่หลิ่งฟางยกยิ้มมุมปากถูกใจ นางจิบชาอีกครั้งให้รสชาติยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น

“ดูเหมือนเจ้าจะชื่นชอบชารสชาตินี้”

“เพคะ เป็นรสชาติที่หม่อมฉันชื่นชอบพอดีเพคะ”

“เราดีใจที่เจ้าชอบ”

หลี่หลิ่งฟางจิบชาอีกครั้งระหว่างช้อนสายตามองชายหนุ่มตรงหน้า ‘นิสัยของหวังจิ้งเสวียนดูเหมือนจะอ่อนโยน แอบมีมุมโรแมนติกเหมือนกันนะเนี่ย ไม่แปลกที่หลี่หลิ่งฟางจะรักมากขนาดนั้น’ หลี่หลิ่งฟางวางจอกชาลงบนโต๊ะ เสียงขับร้องเพลงเบื้องล่างดังขึ้น

หลี่หลิ่งฟางฟังเสียงขับร้องเพลงอย่างเพลิดเพลิน โดยไม่รู้ว่าเพลงนั้นมีชื่อเรียกว่าอันใด

“องค์รัชทายาทเพคะ เพลงที่นางโลมกำลังขับร้องคือเพลงอันใดหรือเพคะ?”

“ยามจันทราทอแสง ณ ลั่วซาน”

หลี่หลิ่งฟางผงกศีรษะ ถึงแม้ว่าตนจะไม่เคยได้ยินชื่อเพลงนี้มาก่อนก็ตาม เพียงไม่นานท่วงทำนองดนตรีแปรเปลี่ยนกะทันหัน ราวกับกระชากดวงจิตที่กำลังล่องลอยให้จมสู่โคลนตรม

บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนแปลกตาของหลี่หลิ่งฟาง ด้วยความไม่เข้าใจว่าเกิดอันใดขึ้นจึงหันมาถาม

“แล้วเพลงนี้ที่นางกำลังร้องชื่อเพลงว่าอันใดหรือ...”

หลี่หลิ่งฟางตกใจยามเห็นพระพักตร์มืดมนเบื้องหน้า ดวงตาหงส์ไร้แสงราวกับจมอยู่ในหลุมลึก อากัปกิริยาที่แสดงออกมาล้วนผิดแปลกต่างไปจากเดิม

หลี่หลิ่งฟางไม่ได้ซักถามให้หายข้องใจ นางกลับยืนขึ้นดึงปิ่นปักผมออกจากศีรษะ แล้วปามันไปตัดสายเครื่องดนตรีของนางโลมกลางเวทีด้านล่าง

ปัง!

“กรี๊ด!”

เสียงของแข็งปักลงบนเครื่องสายจนเกิดรอยร้าว นางโลมโยนมันทิ้งบนพื้นด้วยความตกใจ รอบด้านฮือฮาด้วยความตื่นตระหนก

“ผู้ใดกล้าทำร้ายนางโลมของข้า!” แม่เล้าผู้หนึ่งเดินถือยาสูบออกมายืนตะโกนถามหาคนกระทำด้วยความโกรธ

หลี่หลิ่งฟางถอนหายใจจ้องมองไปยังเบื้องล่างกลางเวที เสียงหวานดังขึ้นเรียกทุกสายตาให้หันมาจ้องมอง

“ข้ามิชอบเพลงที่นางกำลังร้อง”

“มิชอบแล้วอย่างไร เจ้าเกือบทำนางโลมของข้าได้รับบาดเจ็บ!”

“แล้วนางโลมของเจ้าบาดเจ็บหรือไม่?”

“นี่เจ้า!” แม่เล้าโกรธจนตัวสั่น

หลี่หลิ่งฟางไม่สนใจท่าทางเหล่านั้น นางยังคงต่อล้อต่อเถียงต่อไป

“ฟังดูก็รู้ว่าเพลงนั้นกล่าวถึงผู้ใด”

แม่เล้าเถียงกลับ “กล่าวถึงผู้ใดมิสำคัญ ทุกเพลงล้วนแต่งเพื่อความรื่นเริงทั้งสิ้น!”

“แล้วองค์รัชทายาทรื่นเริงกับพวกเจ้าหรือไม่!”

“!!!”

เสียงตะคอกดังกึกก้องเหนืออากาศ สายตาคมกริบจ้องเขม็งลงมาทำให้แม่เล้ากลืนคำพูด กลิ่นอายภายในโรงน้ำชาหนักหน่วงจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ดวงตาหงส์กะพริบปริบ ๆ จ้องมองดวงหน้างามด้านข้าง ภายในจิตใจอุ่นวาบ เบ้าตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมา

หวังจิ้งเสวียนกลืนคำสะอึกสูดจมูกเพียงเล็กน้อย เขายื่นมือไปแตะที่ตัวของหญิงสาวแผ่วเบา ยามที่ดวงตาดอกท้อหันกลับมาสบตากับเขา หัวใจกลับเต้นระรัวอยู่ไม่เป็นสุข

“จิบชาจอกนี้เสร็จพวกเรากลับวังหลวงกันเถิด”

น้ำเสียงทุ้มเบาหวิวพัดผ่านไปราวกับสายลม หลี่หลิ่งฟางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา

“หากองค์รัชทายาทมีพระประสงค์เช่นนั้น หม่อมฉันจะทำตามเพคะ” หลี่หลิ่งฟางหันกลับมานั่งดื่มชาจนหมดจอก

“ชิงหลาง เดี๋ยวเจ้านำเงินขวัญถุงไปมอบให้พวกนางเสีย”

“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่หลิ่งฟางมององครักษ์ข้างกายของชายหนุ่มเดินลงไปกลางเวที นางไม่พอใจที่หวังจิ้งเสวียนแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ แต่นางก็ขัดคำสั่งของชายหนุ่มไม่ได้อยู่ดี

“ไปกันเถิด” เสียงทุ้มเรียกสติให้หลี่หลิ่งฟางเดินตามหลังไปติด ๆ

หลังจากที่สองเงาเดินลับออกจากโรงน้ำชาไป ห้องชั้นสองถัดไปมีบุรุษผู้หนึ่งเหม่อมองทางที่เงาทั้งสองเดินลับไป

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังว่า “นี่คือของที่นายท่านสั่งให้ไปนำมาขอรับ”

ดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่ปิ่นปักผมสีทองแวววาวอันงดงาม บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มมุมปาก

“ข้าอยากรู้เสียจริงว่านางเป็นผู้ใด ถึงกล้าที่จะทำเรื่องเช่นนี้ได้” 

 


[1] ชาไป๋หาวอิ๋นเจิน หรือ ชาขาวเข็มเงิน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   บทส่งท้าย : ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับเจ้าลูกเจี๊ยบ

    ผ่านไปหายวันชินอ๋องได้รับโทษประหาร และเสนาบดีกรมโยธากับเสนาบดีกรมพิธีการก็ได้รับโทษเช่นกัน ฮ่องเต้กวาดล้างฝ่ายกบฏตามรายชื่อในสมุดบันทึกจดสิ้น ท่ามกลางแสงอรุณแห่งการเริ่มต้นใหม่หวังจิ้งเสวียนและหลี่หลิ่งฟางต่างใช้ชีวิตเรียบง่ายในวัง พวกเขามักจะมาพักผ่อนที่เรือนผิงอันกลางสระบัวหลวง ที่สร้างขึ้นมาพร้อมทำนุบำรุงวังหลวงเมื่อครานั้นตั่งตั้งตรงกลางโถงกว้างที่รับลมสี่ทิศ ผ้าม่านพลิ้วไหวยามสายลมวสันต์พัดผ่าน บนตั้งมีร่างของหวังจิ้งเสวียนนอนหนุนตักหลี่หลิ่งฟาง โดยที่หลี่หลิ่งฟางเล่นผมชายหนุ่มความเงียบสงบทำให้พวกเขาผ่อนคลาย ยามฟังเสียงนกร้อง เสียงปลาหลี่กระโดดขึ้นผิวน้ำ หรือกลิ่นหอมจากต้นเหมยบนฝั่งลอยมา“ฟางเอ๋อร์ หากวันหน้าเราขึ้นครองบัลลังก์ เจ้าจะยังอยู่เคียงข้างเราหรือไม่?”“เหตุใดถึงตรัสถามเช่นนั้น หม่อมฉันก็อยู่เคียงข้างพระองค์อยู่แล้วตั้งแต่แรก”หวังจิ้งเสวียนยกยิ้มมุกปาก “ตั้งแต่วันแรกที่เราพบหน้าเจ้าก่อนจะอภิเษกสมรส วันนั้นเรามิเคยเล่าความรู้สึกให้ผู้ใดฟัง”“เล่ามาให้หม่อมฉันฟังเดี๋ยวนี้&rdqu

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ทำนุบำรุงวังหลวง

    วังหลวงในยามอรุณเบิกฟ้า แสงแดดยามเช้าสาดกระทบยอดหลังคากระเบื้องเคลือบเงาวาว พลันทอแสงสีทองเหนือพระราชวังอันสง่างาม เสียงฆ้องระฆังจากหอระฆังดังสะท้อนก้อง ปลุกหมู่ช่าง ชาววัง และขุนนางให้เริ่มต้นวันใหม่ในเขตพระราชฐานชั้นใน เหล่าช่างหลวงกำลังเดินเรียงแถวเข้ามา พกค้อน ตะปู และเครื่องไม้เครื่องมือ ขื่อเสาวังที่พังไปจากเหตุการณ์ก่อนหน้าถูกแทนที่ด้วยไม้หอมใหม่เอี่ยม ที่ล้วนแล้วแต่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันผนังวังที่แตกร้าวถูกปะซ่อมบรรจง ดอกไม้ในสวนหลวงถูกปลูกซ้ำด้วยสายพันธุ์หายาก สีสันสดชื่นพอจะกลบกลิ่นคาวเลือดที่เพิ่งจางไปเหล่านางกำนัลและขันทีต่างก้มหน้าเร่งฝีเท้าทำหน้าที่กันอย่างแข็งขัน บางคนขัดลานหินอ่อน บ้างเช็ดราวระเบียงจนเงาวาว ราวกับพยายามลบเลือนภาพความโกลาหลในวันวานให้หมดไปที่หน้าท้องพระโรงใหญ่ ผืนพรมมังกรผืนใหม่จากแคว้นถังเพิ่งปูวางเรียบสนิท เหล่าขุนนางชั้นสูงเริ่มทยอยเข้าสู่ที่ประชุม พวกเขาต่างทราบดีว่าเหตุการณ์ที่ชินอ๋องถูกจับนั้นไม่เพียงเปลี่ยนดุลอำนาจ หากยังสะท้อนว่าองค์รัชทายาทยิ่งแข็งแกร่งขึ้นทุกคราบนผนังเบื้องหลังบัลลังก์ บันทึกประวั

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   หลั่งโลหิตล้างแผ่นดิน

    เสียงเกือกม้าเหล็กกระทบพื้นดินดังกึกก้อง เมื่อทหารแม่ทัพหยางเริ่มเคลื่อนพลเดินเข้าสู่เขตจวนชินอ๋อง ประตูไม้ใหญ่ของจวนยังคงปิดแน่น ราวกับเป็นการท้าทายทัพที่มีกำลังพร้อมเต็มที่หวังจิ้งเสวียนไม่รีบร้อน เขายังคงยืนนิ่งพิจารณาผลของการตัดสินใจที่กำลังจะเกิดขึ้นหลี่หลิ่งฟางกระชับมือบนดาบที่อยู่ข้างเอว หันไปมององค์รัชทายาท สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นคง“พระองค์มั่นใจหรือไม่ว่าเขาจะเปิดประตู?”หวังจิ้งเสวียนหันไปสบตาหลี่หลิ่งฟาง ดวงตาของเขาแฝงแววเด็ดเดี่ยว “หากเขายังมีความภักดีต่อราชสำนัก แม้เพียงเสี้ยวก็ต้องยอมเปิด แต่หากเขาทรยศ เราก็มิสามารถห้ามทัพได้อีกต่อไป”เสียงคำประกาศจากแม่ทัพหยางดังขึ้นอีกครั้ง“ชินอ๋อง! เปิดประตูเสีย! หากท่านยังยืนกรานกบฏคิดต่อสู้ เราจะมิออมมือ!”ทหารที่อยู่ด้านหลังเริ่มดึงดาบตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการบุกหลี่หลิ่งฟางยกมือขึ้นชี้ไปที่ประตูจวนที่ยังปิดสนิท “เราคงต้องเข้าไปเอง”หวังจิ้งเสวียนหันไปมองหญิงสาว ก่อนจะผงกศีรษะ “ให้ทหารเตรียมพร้อม หากเข

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เพลิงกบฏชิงอำนาจ

    แสงตะวันยามเช้าถูกกลบด้วยกลุ่มควันจากธูปศึก แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงสวมชุดเกราะสีเหล็กดำ นำทัพทะลวงเข้าประตูวังด้านทิศใต้โดยอ้างคำสั่งจากชินอ๋อง เสียงม้าศึกและธนูโห่ร้องดังก้องทั่วลานพระราชฐานแม่ทัพจ้าวจิ้งหรงนำทัพฝ่าเข้ามาเบื้องหน้าบัลลังก์ทอง โดยคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน สมดั่งที่ทหารลับนามเซียวหนิงเจ๋อแจ้งข่าวลับว่าชินอ๋องพร้อมหนุนหลังเขาโค่นราชสำนักทว่าสิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่ชัยชนะ...หากแต่เป็นกับดักเงาร่างผู้หนึ่งก้าวออกมาจากด้านหลังม่านทองของท้องพระโรง ชุดเกราะทองแดงสะท้อนแสงเป็นประกาย ‘แม่ทัพใหญ่’ ปรากฏตัวพร้อมเสียงประกาศอย่างเยือกเย็น“จ้าวจิ้งหรงเจ้าลืมไปหรือ ว่าในหมากกระดานนี้ ไม่มีที่ยืนสำหรับหมากที่คิดว่าตนเป็นมือเดินหมาก”ข้างกายของแม่ทัพใหญ่ปรากฏร่างของเซียวหนิงเจ๋อ ผู้ปลดหมวกศึกออกเผยโฉมหน้าที่แท้จริง ‘อันเฉิง’ ศิษย์น้องผู้หายตัวไปนานนับสิบปี ดวงตาคู่นั้นยังเป็นประกายเดิม แต่เปี่ยมด้วยความแน่วแน่ที่ไม่เคยมีในอดีต และตอนนี้เขาคือ ห

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   แฝงตัวซ่อนเร้น

    ยามบ่ายท้องฟ้าเหนือค่ายทหารใหญ่คลุมด้วยม่านเมฆสีเทาเรื่อ เสียงธงผืนใหญ่โบกสะบัดบนยอดเสาทำจากไม้ท่อนโตดังไม่ขาดสาย ค่ายกองเงาริมผาทิศใต้มีเพียงกลิ่นดินเปียกและกลิ่นเหล็กกล้าคละคลุ้งภายในกระโจมบัญชาการกลาง แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงยืนพิงโต๊ะแผนที่ แผ่นหลังเหยียดตรงเหมือนหอก ทว่าดวงตากลับทอดมองไปยังหมากล้อมบนกระดานข้างตัวอย่างครุ่นคิด“เขาเดินหมากตัวแรกแล้ว” เสียงแหบพร่าของแม่ทัพเอ่ยเบา ๆ กับตัวเอง นิ้วมือหยาบกร้านจับหมากดำขึ้นหมุนช้า ๆ ระหว่างปลายนิ้ว“ใต้เท้า มีรายงานจากจุดตรวจฝั่งหลินเหอขอรับ” นายกองหนุ่มผลักม่านเข้ามาค้อมตัวต่ำ “มีนายทหารใหม่ผ่านเข้ามาตามคำสั่งของท่าน เห็นชื่อว่าเซียวหนิงเจ๋อ”จ้าวจิ้งหรงเลิกคิ้ว ดวงตานิ่งราวพยัคฆ์เฝ้าปากถ้ำ “ข้าจำมิได้ว่าเคยสั่งรับใครเข้ามาใหม่ในสัปดาห์นี้”นายกองเงียบไปวูบหนึ่งก่อนกล่าวอย่างลังเล “เขามีป้ายผ่านของกองส่งกำลังเมืองซูอัน ท่าทีสงบ ไม่หวาดกลัว ข้าให้คนเฝ้าตามประกบแล้วขอรับ”“ดี” แม่ทัพกล่าวเรียบ ๆ พลางวางหมากดำลงตำแหน่งกลางกระดาน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ถวายสมุดรายชื่อแด่ฮ่องเต้

    รุ่งเช้าแสงแดดยามอรุณแทรกผ่านบานหน้าต่างทาบทอลงบนพื้นไม้ที่เย็นเยียบ แต่ภายในห้องกลับอบอวลด้วยไออุ่นจากสองร่างที่ยังแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนหนาหญิงสาวพลิกกายช้า ๆ ดวงหน้างามซบแนบอยู่กับแผงอกของชายหนุ่ม เสียงหัวใจของเขายังคงเต้นเป็นจังหวะมั่นคง ราวกับกำลังบอกให้นางได้รู้ว่า...‘เจ้ายังอยู่ตรงนี้ ข้าก็อยู่ตรงนี้’หวังจิ้งเสวียนลืมตาขึ้นยามสัมผัสถึงการเคลื่อนไหว แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ริมฝีปากประทับลงบนหน้าผากของนางเบา ๆ“เมื่อคืนเจ้าหนาวหรือไม่?” เขาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ขณะปลายนิ้วไล้แนบผิวแก้มของนาง“หม่อมฉันมีพระองค์อยู่เคียงข้างจะหนาวได้อย่างไรเพคะ” หลี่หลิ่งฟางยิ้มบาง ดวงหน้านั้นมีรอยแดงระเรื่อยิ่งกว่าดอกท้อแรกแย้มหวังจิ้งเสวียนคลี่ยิ้มบางมือของเขากระชับร่างบางไว้แนบอก “เจ้ารู้หรือไม่ เรารอวันเช่นนี้มานานเกินไป แม้จะต้องแลกด้วยสิ่งใด เราก็จะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากเจ้าอีก”หลี่หลิ่งฟางหลุบตาลงต่ำดวงตาสั่นไหวราวสายน้ำกระเพื่อม แต่สุดท้ายก็ค่อย ๆ ผงกศีรษะ “เพคะ ตั้งแต่ว

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   มิติเสมือน

    หลี่หลิ่งฟางนั่งนิ่งค้างไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะได้สติกลับมาเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาดังขึ้น หลิ่หลิ่งฟางตัดสินใจเทสัมภาระในถุงผ้าออกมาดู ซึ่งในนั้นมีอุปกรณ์ของใช้ในยุคปัจจุบันทั้งหมดและที่ขาดไปไม่ได้สำหรับหย่าถิง คือ สมุดสะสมการ์ดศิลปินของนาง“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเนี่ย!”

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   พบเจอบิดาครั้งแรก

    เสียงฝีเท้านับสิบดังแว่วมาแต่ไกล ก่อนขบวนรถม้าจะแล่นผ่านประตูบานใหญ่ของสำนักศึกษาเข้ามาอย่างเร่งร้อน“เปิดทาง! อัครมหาเสนาบดีหลี่มาถึงแล้ว!”ประตูหน้าเปิดออกผู้ที่ปรากฏกายท่ามกลางบ่าวรับใช้ ก็คือบุรุษวัยกลางคนในชุดขุนนางชั้นสูง อาภรณ์แพรสีเข้มบารมีแผ่ซ่านทั่วร่าง ดวงตาคม

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เจ้าเจ็บ แต่ข้าเจ็บยิ่งกว่า

    ฉึก!โลหิตสาดกระเซ็นบนดวงหน้างาม ดวงตาดอกท้อเบิกโพลงรีบทิ้งดาบโผเข้าประคองร่างที่ล้มหน้าคว่ำมาทันที“อึก!”โลหิตอุ่นร้อนสำลักออกจากริมฝีปากเปรอะเปื้อนใบหน้าหล่อเหลาหมดจด อาภรณ์ขาวตอนนี้กลับเปียกชุ่มไปด้วยสีแดงฉาน“เหตุใด...ทำ

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   สะกดรอยตาม

    ยามรัตติกาลเข้ามาเยือนในคืนนั้น ทั่วทั้งสำนักศึกษาตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงฝีเท้าของเหล่าทหารยามที่ผลัดเวรลาดตระเวนดังก้องเบา ๆ บนพื้นหินกรวดเหนือหลังคาเรือนกลางของสำนักศึกษา เงาร่างหนึ่งยืนทอดกายท่ามกลางสายลมหยอกเย้า ชายอาภรณ์ดำปลิวสะบัดราวกับกำลังร่ายรำกลางอากาศ ดวงหน้าขาวเนียนด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status