Home / รักโบราณ / นักฆ่าตำหนักเย็น / คืนเทศกาลหอมรัญจวน (nc)

Share

คืนเทศกาลหอมรัญจวน (nc)

last update publish date: 2026-04-16 12:00:24

บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าอบอวลไปด้วยเพลิงราคะ บทเพลงรักบรรเลงไปตามจังหวะที่ร่างสูงเป็นคนกำหนด เสียงเนื้อกระทบเนื้อปลุกเร้าให้อารมณ์ของทั้งคู่เดือดพล่าน

หวังจิ้งเสวียนกระแทกกระทั้นหนักหน่วงจนเตียงสั่นคลอน ดวงตาหงส์จ้องมองดวงหน้าหวานเชิดขึ้นเผยอริมฝีปากอวบอิ่มหอบหายใจถี่ ร่างอรชรดิ้นพล่านใต้ร่างบิดเร้าพร้อมครวญครางอยู่ข้างหู ยิ่งปลุกเร้าความป่าเถื่อนในตัวเขา

“อ๊ะ...อ๊า!”

หวังจิ้งเสวียนสอดมือเข้าใต้ข้อพับขาข้างหนึ่งแล้วยกค้างไว้ เขาผ่อนแรงขยับสะโพกช้า ๆ แต่เน้น ๆ

“อึก ไม่...ไม่เอาแบบนี้ อ๊ะ...เพคะ!”

เสียงปฏิเสธดังขึ้น ดวงหน้าแดงระเรื่อส่ายหน้าไปมา มือบางดันอกแกร่งขอให้เขาหยุดทำ

“ฟางเอ๋อร์ เจ้าพูดปฏิเสธ แต่ร่างกายของเจ้ากลับเรียกร้อง เช่นนี้เราควรทำอย่างไรดี หืม?”

เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบที่ข้างใบหู ดวงหน้างามยิ่งแดงก่ำมากยิ่งขึ้น ร่างกายตอบสนองความปรารถนาในส่วนลึกของจิตใจมากกว่า ยิ่งส่วนหัวกระแทกโดนจุดร่างเล็กยิ่งเคลื่อนสะโพกหนีสัมผัสแสนรัญจวนเป็นระยะ

มือหนาทั้งสองข้างของหวังจิ้งเสวียนจับประคองเอวบาง พลางเคลื่อนสะโพกเนิบนาบอย่างต่อเนื่อง

“อ๊ะ! องค์รัชทายาท ดะ...ได้โปรด อย่า...อ๊ะอื้อ...อุ๊บ”

หวังจิ้งเสวียนโน้มใบหน้าไปประกบริมฝีปากหญิงสาว ลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปตวัดเรียวลิ้นบาง สับเปลี่ยนกับการใช้โพรงปากดูดดึง

“อื้อ...อื้ม”

ฝ่ามือบางลูบไล้แผ่นหลังหนาอย่างอ่อนโยน ก่อนถูกยกร่างขึ้นนั่งคร่อมบนหน้าตักแกร่ง โดยไม่ทันตั้งตัวมือสองข้างยึดสะโพกให้กดลงมาอย่างรวดเร็ว

“อ๊ะ...อ๊า!!”

ลำคอระหงเชิดขึ้นส่งเสียงครางหวานกระตุ้นกำหนัดของชายหนุ่ม

หวังจิ้งเสวียนขบกรามแน่นโน้มใบหน้าขบกัดลาดไหล่บาง เพียงแค่ได้ยินเสียงครางหวาน เขาก็อยากจะอัดกระแทกให้สุดทาง แม้แต่ตอนนี้เขายังรับรู้ได้ถึงช่องทางรักที่ตอดรัดซ้ำ ๆ

หวังจิ้งเสวียนพาร่างบางนอนราบไปบนเตียง เขาดึงท่อนเนื้อออกมาเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่

“อ้ะอ๊า!!!”

เล็บถูกจิกเข้าที่แผ่นหลังหนาขีดข่วนเพื่อระบายความเจ็บ หยาดน้ำตาเอ่อล้นลอบดวงตาคู่สวย หวังจิ้งเสวียนโน้มใบหน้าจูบซับน้ำตาแผ่วเบา โดยที่ด้านล่างยังคงเร่งจังหวะ

หวังจิ้งเสวียนกระหน่ำใส่ไม่ยั้งจนอีกฝ่ายแทบทนไม่ไหว เขาสอดมือเข้าประคองศีรษะแล้วลูบไล้สลับฝังจมูกสูดดมจนชื่นใจ กระซิบชิดใบหูด้วยเสียงแหบพร่าชวนให้ขนกายลุกซู่

“ฟางเอ๋อร์...”

ทุกอณูแห่งความปรารถนาและไฟรักคุกรุ่นจนฉุดไม่อยู่ ไม่ใช่ผู้ใดก็ได้ แต่เพราะเป็นหลี่หลิ่งฟางต่างหาก หวังจิ้งเสวียนถึงหลงรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาโอบกอดร่างบางให้เข้ามาในวงแขน ลมหายใจสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว

เขาอยากเป็นผู้เดียวที่นางจะต้องจดจำไปชั่วชีวิต

เบื้องล่างกระแทกกระทั้นระรัวเร็วถี่ โน้มใบหน้าซุกไซ้ดมกลิ่นกายอันหอมกรุ่นจากซอกคอขาว เขาเร่งจังหวะเร็วขึ้นกระแทกเน้น ๆ สองสามครั้ง ธาราสวาทพวยพุ่งของเหลวมากมายใส่ภายในช่องท้องของอีกฝ่ายจนปริล้น ร่างเล็กกรีดร้องอีกทั้งเนื้อตัวยังเกร็งกระตุก

ร่างของหวังจิ้งเสวียนซบลงทาบทับร่างของหลี่หลิ่งฟาง โอบกอดร่างบางอย่างทะนุถนอม

เสียงหอบหายใจคลอเคล้ากับบรรยากาศบทรักอันเร่าร้อนที่แฝงไปด้วยความสุขได้สิ้นสุดลงเสียที

ฝ่ามือบางยกขึ้นลูบผมของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา ส่วนอีกข้างตบหลังปุ ๆ เพื่อให้กำลังใจกับผลงานในวันนี้

“ฟางเอ๋อร์...”

เสียงทุ้มติดแหบพร่าดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอบอวลความรัก

“เพคะ องค์รัชทายาท”

หวังจิ้งเสวียนขยับเขยื้อนตัวตนเอง ยันร่างให้ใบหน้าได้สบตากับหญิงสาวใต้ร่าง ยามสบตากับดวงตาดอกท้อกระจ่างใสที่สะท้อนภาพของตนทีไร หวังจิ้งเสวียนมีความสุขเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยายได้

ความสุขที่ได้รับจากนางที่หาไม่ได้อีกแล้วในชาตินี้

หากวันนั้นเลือกที่จะเชื่อหัวใจของตนเอง พวกเขาทั้งคู่คงเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาที่สุดในใต้หล้านี้

รอยยิ้มถูกประดับบนพระพักตร์หล่อเหลา ยิ่งขลับให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของหลี่หลิ่งฟางสั่นไหว

“องค์รัชทายาทตรัสเรียกหม่อมฉันทำไมหรือเพคะ?” หลี่หลิ่งฟางเอ่ยถามกลบเสียงหัวใจของตน

ทว่าหวังจิ้งเสวียนที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมกลับได้ยินชัดเจน

“หัวใจเจ้าเต้นแรงขนาดนี้เชียวหรือ?”

“ได้โปรดอย่าตรัสถามเช่นนั้นเด็ดขาดเพคะ!”

หวังจิ้งเสวียนหัวเราะชอบใจ “ฟางเอ๋อร์ของเราช่างน่ารักเสียจริง เพราะแบบนี้เราถึงรักเจ้าจนไปไหนมิได้เสียแล้ว”

หลี่หลิ่งฟางชะงักไปครู่ ก่อนที่นางจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เช่นนั้น ช่วยอยู่รักหม่อมฉันไปจนแก่เฒ่าเลยนะเพคะ”

หวังจิ้งเสวียนยกยิ้มมุมปาก “เราจะรักเจ้าจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

หลี่หลิ่งฟางยกยิ้มกว้าง เป็นรอยยิ้มเดียวที่ทำให้หวังจิ้งเสวียนตกหลุมรัก

*****

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   บทส่งท้าย : ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับเจ้าลูกเจี๊ยบ

    ผ่านไปหายวันชินอ๋องได้รับโทษประหาร และเสนาบดีกรมโยธากับเสนาบดีกรมพิธีการก็ได้รับโทษเช่นกัน ฮ่องเต้กวาดล้างฝ่ายกบฏตามรายชื่อในสมุดบันทึกจดสิ้น ท่ามกลางแสงอรุณแห่งการเริ่มต้นใหม่หวังจิ้งเสวียนและหลี่หลิ่งฟางต่างใช้ชีวิตเรียบง่ายในวัง พวกเขามักจะมาพักผ่อนที่เรือนผิงอันกลางสระบัวหลวง ที่สร้างขึ้นมาพร้อมทำนุบำรุงวังหลวงเมื่อครานั้นตั่งตั้งตรงกลางโถงกว้างที่รับลมสี่ทิศ ผ้าม่านพลิ้วไหวยามสายลมวสันต์พัดผ่าน บนตั้งมีร่างของหวังจิ้งเสวียนนอนหนุนตักหลี่หลิ่งฟาง โดยที่หลี่หลิ่งฟางเล่นผมชายหนุ่มความเงียบสงบทำให้พวกเขาผ่อนคลาย ยามฟังเสียงนกร้อง เสียงปลาหลี่กระโดดขึ้นผิวน้ำ หรือกลิ่นหอมจากต้นเหมยบนฝั่งลอยมา“ฟางเอ๋อร์ หากวันหน้าเราขึ้นครองบัลลังก์ เจ้าจะยังอยู่เคียงข้างเราหรือไม่?”“เหตุใดถึงตรัสถามเช่นนั้น หม่อมฉันก็อยู่เคียงข้างพระองค์อยู่แล้วตั้งแต่แรก”หวังจิ้งเสวียนยกยิ้มมุกปาก “ตั้งแต่วันแรกที่เราพบหน้าเจ้าก่อนจะอภิเษกสมรส วันนั้นเรามิเคยเล่าความรู้สึกให้ผู้ใดฟัง”“เล่ามาให้หม่อมฉันฟังเดี๋ยวนี้&rdqu

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ทำนุบำรุงวังหลวง

    วังหลวงในยามอรุณเบิกฟ้า แสงแดดยามเช้าสาดกระทบยอดหลังคากระเบื้องเคลือบเงาวาว พลันทอแสงสีทองเหนือพระราชวังอันสง่างาม เสียงฆ้องระฆังจากหอระฆังดังสะท้อนก้อง ปลุกหมู่ช่าง ชาววัง และขุนนางให้เริ่มต้นวันใหม่ในเขตพระราชฐานชั้นใน เหล่าช่างหลวงกำลังเดินเรียงแถวเข้ามา พกค้อน ตะปู และเครื่องไม้เครื่องมือ ขื่อเสาวังที่พังไปจากเหตุการณ์ก่อนหน้าถูกแทนที่ด้วยไม้หอมใหม่เอี่ยม ที่ล้วนแล้วแต่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันผนังวังที่แตกร้าวถูกปะซ่อมบรรจง ดอกไม้ในสวนหลวงถูกปลูกซ้ำด้วยสายพันธุ์หายาก สีสันสดชื่นพอจะกลบกลิ่นคาวเลือดที่เพิ่งจางไปเหล่านางกำนัลและขันทีต่างก้มหน้าเร่งฝีเท้าทำหน้าที่กันอย่างแข็งขัน บางคนขัดลานหินอ่อน บ้างเช็ดราวระเบียงจนเงาวาว ราวกับพยายามลบเลือนภาพความโกลาหลในวันวานให้หมดไปที่หน้าท้องพระโรงใหญ่ ผืนพรมมังกรผืนใหม่จากแคว้นถังเพิ่งปูวางเรียบสนิท เหล่าขุนนางชั้นสูงเริ่มทยอยเข้าสู่ที่ประชุม พวกเขาต่างทราบดีว่าเหตุการณ์ที่ชินอ๋องถูกจับนั้นไม่เพียงเปลี่ยนดุลอำนาจ หากยังสะท้อนว่าองค์รัชทายาทยิ่งแข็งแกร่งขึ้นทุกคราบนผนังเบื้องหลังบัลลังก์ บันทึกประวั

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   หลั่งโลหิตล้างแผ่นดิน

    เสียงเกือกม้าเหล็กกระทบพื้นดินดังกึกก้อง เมื่อทหารแม่ทัพหยางเริ่มเคลื่อนพลเดินเข้าสู่เขตจวนชินอ๋อง ประตูไม้ใหญ่ของจวนยังคงปิดแน่น ราวกับเป็นการท้าทายทัพที่มีกำลังพร้อมเต็มที่หวังจิ้งเสวียนไม่รีบร้อน เขายังคงยืนนิ่งพิจารณาผลของการตัดสินใจที่กำลังจะเกิดขึ้นหลี่หลิ่งฟางกระชับมือบนดาบที่อยู่ข้างเอว หันไปมององค์รัชทายาท สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นคง“พระองค์มั่นใจหรือไม่ว่าเขาจะเปิดประตู?”หวังจิ้งเสวียนหันไปสบตาหลี่หลิ่งฟาง ดวงตาของเขาแฝงแววเด็ดเดี่ยว “หากเขายังมีความภักดีต่อราชสำนัก แม้เพียงเสี้ยวก็ต้องยอมเปิด แต่หากเขาทรยศ เราก็มิสามารถห้ามทัพได้อีกต่อไป”เสียงคำประกาศจากแม่ทัพหยางดังขึ้นอีกครั้ง“ชินอ๋อง! เปิดประตูเสีย! หากท่านยังยืนกรานกบฏคิดต่อสู้ เราจะมิออมมือ!”ทหารที่อยู่ด้านหลังเริ่มดึงดาบตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการบุกหลี่หลิ่งฟางยกมือขึ้นชี้ไปที่ประตูจวนที่ยังปิดสนิท “เราคงต้องเข้าไปเอง”หวังจิ้งเสวียนหันไปมองหญิงสาว ก่อนจะผงกศีรษะ “ให้ทหารเตรียมพร้อม หากเข

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เพลิงกบฏชิงอำนาจ

    แสงตะวันยามเช้าถูกกลบด้วยกลุ่มควันจากธูปศึก แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงสวมชุดเกราะสีเหล็กดำ นำทัพทะลวงเข้าประตูวังด้านทิศใต้โดยอ้างคำสั่งจากชินอ๋อง เสียงม้าศึกและธนูโห่ร้องดังก้องทั่วลานพระราชฐานแม่ทัพจ้าวจิ้งหรงนำทัพฝ่าเข้ามาเบื้องหน้าบัลลังก์ทอง โดยคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน สมดั่งที่ทหารลับนามเซียวหนิงเจ๋อแจ้งข่าวลับว่าชินอ๋องพร้อมหนุนหลังเขาโค่นราชสำนักทว่าสิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่ชัยชนะ...หากแต่เป็นกับดักเงาร่างผู้หนึ่งก้าวออกมาจากด้านหลังม่านทองของท้องพระโรง ชุดเกราะทองแดงสะท้อนแสงเป็นประกาย ‘แม่ทัพใหญ่’ ปรากฏตัวพร้อมเสียงประกาศอย่างเยือกเย็น“จ้าวจิ้งหรงเจ้าลืมไปหรือ ว่าในหมากกระดานนี้ ไม่มีที่ยืนสำหรับหมากที่คิดว่าตนเป็นมือเดินหมาก”ข้างกายของแม่ทัพใหญ่ปรากฏร่างของเซียวหนิงเจ๋อ ผู้ปลดหมวกศึกออกเผยโฉมหน้าที่แท้จริง ‘อันเฉิง’ ศิษย์น้องผู้หายตัวไปนานนับสิบปี ดวงตาคู่นั้นยังเป็นประกายเดิม แต่เปี่ยมด้วยความแน่วแน่ที่ไม่เคยมีในอดีต และตอนนี้เขาคือ ห

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   แฝงตัวซ่อนเร้น

    ยามบ่ายท้องฟ้าเหนือค่ายทหารใหญ่คลุมด้วยม่านเมฆสีเทาเรื่อ เสียงธงผืนใหญ่โบกสะบัดบนยอดเสาทำจากไม้ท่อนโตดังไม่ขาดสาย ค่ายกองเงาริมผาทิศใต้มีเพียงกลิ่นดินเปียกและกลิ่นเหล็กกล้าคละคลุ้งภายในกระโจมบัญชาการกลาง แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงยืนพิงโต๊ะแผนที่ แผ่นหลังเหยียดตรงเหมือนหอก ทว่าดวงตากลับทอดมองไปยังหมากล้อมบนกระดานข้างตัวอย่างครุ่นคิด“เขาเดินหมากตัวแรกแล้ว” เสียงแหบพร่าของแม่ทัพเอ่ยเบา ๆ กับตัวเอง นิ้วมือหยาบกร้านจับหมากดำขึ้นหมุนช้า ๆ ระหว่างปลายนิ้ว“ใต้เท้า มีรายงานจากจุดตรวจฝั่งหลินเหอขอรับ” นายกองหนุ่มผลักม่านเข้ามาค้อมตัวต่ำ “มีนายทหารใหม่ผ่านเข้ามาตามคำสั่งของท่าน เห็นชื่อว่าเซียวหนิงเจ๋อ”จ้าวจิ้งหรงเลิกคิ้ว ดวงตานิ่งราวพยัคฆ์เฝ้าปากถ้ำ “ข้าจำมิได้ว่าเคยสั่งรับใครเข้ามาใหม่ในสัปดาห์นี้”นายกองเงียบไปวูบหนึ่งก่อนกล่าวอย่างลังเล “เขามีป้ายผ่านของกองส่งกำลังเมืองซูอัน ท่าทีสงบ ไม่หวาดกลัว ข้าให้คนเฝ้าตามประกบแล้วขอรับ”“ดี” แม่ทัพกล่าวเรียบ ๆ พลางวางหมากดำลงตำแหน่งกลางกระดาน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ถวายสมุดรายชื่อแด่ฮ่องเต้

    รุ่งเช้าแสงแดดยามอรุณแทรกผ่านบานหน้าต่างทาบทอลงบนพื้นไม้ที่เย็นเยียบ แต่ภายในห้องกลับอบอวลด้วยไออุ่นจากสองร่างที่ยังแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนหนาหญิงสาวพลิกกายช้า ๆ ดวงหน้างามซบแนบอยู่กับแผงอกของชายหนุ่ม เสียงหัวใจของเขายังคงเต้นเป็นจังหวะมั่นคง ราวกับกำลังบอกให้นางได้รู้ว่า...‘เจ้ายังอยู่ตรงนี้ ข้าก็อยู่ตรงนี้’หวังจิ้งเสวียนลืมตาขึ้นยามสัมผัสถึงการเคลื่อนไหว แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ริมฝีปากประทับลงบนหน้าผากของนางเบา ๆ“เมื่อคืนเจ้าหนาวหรือไม่?” เขาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ขณะปลายนิ้วไล้แนบผิวแก้มของนาง“หม่อมฉันมีพระองค์อยู่เคียงข้างจะหนาวได้อย่างไรเพคะ” หลี่หลิ่งฟางยิ้มบาง ดวงหน้านั้นมีรอยแดงระเรื่อยิ่งกว่าดอกท้อแรกแย้มหวังจิ้งเสวียนคลี่ยิ้มบางมือของเขากระชับร่างบางไว้แนบอก “เจ้ารู้หรือไม่ เรารอวันเช่นนี้มานานเกินไป แม้จะต้องแลกด้วยสิ่งใด เราก็จะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากเจ้าอีก”หลี่หลิ่งฟางหลุบตาลงต่ำดวงตาสั่นไหวราวสายน้ำกระเพื่อม แต่สุดท้ายก็ค่อย ๆ ผงกศีรษะ “เพคะ ตั้งแต่ว

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   คำสัญญาในคืนหยวนเซียว (nc)

    พวกเขาทั้งสองต่างยืนทอดมองไปที่จุดเดียวกัน ภายใต้แสงโคมไฟที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงสว่างนวลลอยคว้างไปอย่างเงียบงัน ความเงียบสงบงดงามในค่ำคืนนี้คล้ายถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกหลากหลายที่แนบแน่นในใจทั้งสอง“ปีหน้าพวกเรามาเที่ยวเล่นเทศกาลนี้ด้วยกันอีกครั้งเถิด” หวังจิ้งเสวียนตรัสขึ้น

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เทศกาลหยวนเซียว

    หลี่หลิ่งฟางจูงมือหวังจิ้งเสวียนเดินทอดน่องไปตามย่านงานเทศกาลที่คึกคักในเมืองหลวง ตลอดสองฟากฝั่งประดับประดาไปด้วยโคมแดงระย้าห้อยละลานตา เสียงจ้อกแจ้กจอแจดังคลอเคล้า กลิ่นอาหารหอมฉุยจากแผงลอยเรียงรายพัดมาตามสายลม เรียกน้ำลายจนท้องไส้ของนางส่งเสียงประท้วงเบา ๆหลี่หลิ่งฟางชะโงกหน้าไปดูร้านหน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   พ่อตาพูดคุยกับลูกเขย

    บรรยากาศเงียบสงบ กลิ่นชาสาลี่ที่เพิ่งรินใส่ถ้วยยังคงอบอวลในอากาศ หลี่หลิ่งฟางได้ขอตัวไปพักที่เรือนของตน โดยปล่อยให้บุรุษทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันอัครมหาเสนาบดีหลี่ซีเฉิงวางสายตาแน่วนิ่งที่องค์รัชทายาท ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความเคร่งขรึมในฐานะบิดาผู้เป็นห่วงบุตรี และขุนนางผู้มากประสบการณ์ใน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   สอบปากคำนักฆ่า

    ภายในห้องลับที่เรือนหลังจวนชินอ๋อง นักฆ่าถูกมัดแน่นด้วยเชือกพิเศษ มือเท้าถูกตรึงเอาไว้แน่นหนา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำหวังจิ้งเสวียนนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เนื้อดี สวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มอย่างเรียบง่ายดวงตาคมกริบ“ชื่อ”เสียงเยียบเย็นเพียงคำเดียวทำให้นักฆ่าขนลุกซู่ นัก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status