Accueil / รักโบราณ / นักฆ่าตำหนักเย็น / ถวายสมุดรายชื่อแด่ฮ่องเต้

Partager

ถวายสมุดรายชื่อแด่ฮ่องเต้

last update Date de publication: 2026-04-18 12:00:02

รุ่งเช้าแสงแดดยามอรุณแทรกผ่านบานหน้าต่างทาบทอลงบนพื้นไม้ที่เย็นเยียบ แต่ภายในห้องกลับอบอวลด้วยไออุ่นจากสองร่างที่ยังแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนหนา

หญิงสาวพลิกกายช้า ๆ ดวงหน้างามซบแนบอยู่กับแผงอกของชายหนุ่ม เสียงหัวใจของเขายังคงเต้นเป็นจังหวะมั่นคง ราวกับกำลังบอกให้นางได้รู้ว่า...

‘เจ้ายังอยู่ตรงนี้ ข้าก็อยู่ตรงนี้’

หวังจิ้งเสวียนลืมตาขึ้นยามสัมผัสถึงการเคลื่อนไหว แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ริมฝีปากประทับลงบนหน้าผากของนางเบา ๆ

“เมื่อคืนเจ้าหนาวหรือไม่?” เขาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ขณะปลายนิ้วไล้แนบผิวแก้มของนาง

“หม่อมฉันมีพระองค์อยู่เคียงข้างจะหนาวได้อย่างไรเพคะ” หลี่หลิ่งฟางยิ้มบาง ดวงหน้านั้นมีรอยแดงระเรื่อยิ่งกว่าดอกท้อแรกแย้ม

หวังจิ้งเสวียนคลี่ยิ้มบางมือของเขากระชับร่างบางไว้แนบอก “เจ้ารู้หรือไม่ เรารอวันเช่นนี้มานานเกินไป แม้จะต้องแลกด้วยสิ่งใด เราก็จะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากเจ้าอีก”

หลี่หลิ่งฟางหลุบตาลงต่ำดวงตาสั่นไหวราวสายน้ำกระเพื่อม แต่สุดท้ายก็ค่อย ๆ ผงกศีรษะ “เพคะ ตั้งแต่วันนี้ไปเราจะเดินเคียงข้างกัน มิว่าเส้นทางข้างหน้าจะราบเรียบหรือขรุขระ หม่อมฉันจะอยู่กับพระองค์เสมอเพคะ”

แสงแดดอุ่นไล้ปลายผมของหลี่หลิ่งฟางเป็นประกาย ราวสวรรค์เองก็เห็นด้วยกับพันธะรักที่ทั้งสองต่างสลักไว้ในใจ

-----

อีกด้านในวังหลัง ณ ห้องทรงงานพระตำหนักเฉียนชิง

ความเงียบงันครอบคลุมทั่วพระตำหนักเฉียนชิง มีเพียงแสงเทียนส่องสว่างบนโต๊ะทรงงาน แสงสลัวสะท้อนใบหน้าหล่อขรึมของฮ่องเต้ผู้ครองราชบัลลังก์แห่งแคว้นซิน

เบื้องหน้าพระพักตร์ของพระองค์ อัครมหาเสนาบดีหลี่ซีเฉิงยืนค้อมกาย สายตาหนักแน่น ท่าทางเรียบสงบ ทว่าภายในกลับเต็มไปด้วยพายุความคิด

“สมุดเล่มนี้เพิ่งส่งตรงจากผู้ตรวจการลับของกระหม่อมเมื่อยามโหย่วที่ผ่านมาพ่ะย่ะค่ะ” เขากล่าวขณะวางสมุดปกดำสนิทลงบนโต๊ะหยกแกะสลัก “เป็นรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวพันกับแผนการของชินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ละสายพระเนตรจากลายมือบนฎีกาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปรับสมุดบันทึกมาเปิดอ่าน

แผ่นกระดาษเรียงรายด้วยชื่อบุคคลผู้มีตำแหน่งในราชสำนัก บางคนเป็นแม่ทัพ บางคนเป็นขุนนางชั้นสูงที่เคยถวายฎีกาสรรเสริญพระองค์

เสียงพลิกหน้ากระดาษเบาราวสายลม แต่ภายในห้องทรงงานกลับเคร่งขรึมดั่งพายุก่อตัว

“ศิษย์น้อง...” หลี่ซีเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาราวพี่ชายที่ปรารถนาจะเตือน “ในใต้หล้านี้ แม้เจ้าจะอยู่บนบัลลังก์ ทว่าเบื้องล่างยังมีเงาร้ายซ่อนเร้นอยู่เสมอ”

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรขึ้นจากสมุด ดวงเนตรคมกริบพลันอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อมองอีกฝ่าย “ศิษย์พี่ เหตุใดชางเหรินจึงรู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกินยามต้องวางใจผู้คน”

หลี่ซีเฉิงหัวเราะเบา ๆ พลางน้อมกาย “หากเหนื่อยนักก็จงวางใจศิษย์พี่ผู้นี้แทน ข้าจะกวาดล้างหนามในราชสำนักให้เจ้าเอง”

ฮ่องเต้วางสมุดลงอย่างแผ่วเบา ทรงถอนพระทัยยาว “ชินอ๋อง...” พระสุรเสียงแผ่วแต่หนักแน่น “เรายังมิได้แตะต้องเขา มิใช่เพราะมองมิเห็น แต่เพราะยังมิถึงเวลา”

หลี่ซีเฉิงค้อมศีรษะ “เช่นนั้นวันนี้ถือเป็นการนับถอยหลังการเริ่มต้นเสียเลย”

“ให้กรมอาญาและกองทหารองครักษ์วังชั้นในเตรียมพร้อม รอเราออกคำสั่งเมื่อถึงยามเหมาะสม” ฮ่องเต้ทอดพระเนตรออกไปยังท้องฟ้าด้านนอก พลางตรัสด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “ในใต้หล้านี้ ไม่มีแผ่นดินที่สองสำหรับผู้คิดกบฏ”

หลี่ซีเฉิงสบสายตาฮ่องเต้ก่อนจะก้าวเข้าใกล้อีกครึ่งก้าว ลดเสียงลงต่ำ “หากข้าเสนอวิธีล่อเสือออกจากถ้ำ เจ้าจะกล้าปล่อยให้เสือตนนั้นตะปบกระทั่งพระราชวังเองหรือไม่?”

ฮ่องเต้ยิ้มเย็นน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “หากมัวหวงถ้ำจนปล่อยให้เสือกลืนแผ่นดิน วันหนึ่งเราก็จะไร้ถ้ำให้หวงอยู่ดี”

หลี่ซีเฉิงพยักหน้ายื่นแผ่นพับเล็ก ๆ ที่เก็บซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อให้ฮ่องเต้ทอดพระเนตร

“ทัพหน้าของชินอ๋องซ่องสุมอยู่ที่ชายแดนใต้ นามว่า ‘กองเงา’ ชื่อในบันทึกราชสำนักถูกลบล้างหมดสิ้น แต่มันกลับมีอยู่จริง ซึ่งแม่ทัพจ้าวจิ้งหรงก็อยู่ในรายชื่อผู้เกี่ยวข้องโดยตรง”

“จ้าวจิ้งหรง...” คิ้วของฮ่องเต้ขมวดช้า ๆ “เขาเป็นขุนพลเก่าที่ถวายสัตย์ตั้งแต่ยุครัชกาลปีก่อนมิใช่หรือ?”

“ใช่ แต่เขาสาบานให้ใครอาจจะต้องทบทวนใหม่” เสียงหลี่ซีเฉิงราบเรียบ “ข้าเสนอให้ส่งคนของพวกเราเองปลอมตัวเข้าไปเป็นนายทหารใหม่ แทรกตัวเข้ากองเงาสืบความเคลื่อนไหว แล้วจงใจส่งข่าวปลอมกลับไปถึงชินอ๋องให้หลงกล”

“ข่าวปลอมใด?”

“ข่าวว่าราชสำนักเริ่มหวั่นไหวต่ออำนาจของเขา และฝ่าบาทอาจมีราชโองการปลดเขาออกจากฐานันดร นำโดยเสียงคัดค้านของขุนนางฝ่ายกลาง”

ฮ่องเต้ทรงนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนทอดพระเนตรยาวไกลเหมือนทอดพระเนตรเห็นหมากล้อมทั้งกระดาน

“ชินอ๋องจะต้องเคลื่อนไหว เพราะคนอย่างเขามิยอมเป็นหมากให้ใครชักจูงอีกต่อไป”

หลี่ซีเฉิงยิ้มบาง ๆ “และยามเขาเงื้อดาบขึ้น คือ ยามที่เราจะมองเห็นทุกองครักษ์เงาที่แฝงอยู่รอบตัวเขา”

ฮ่องเต้ตรัสเพียงคำสั่น ๆ ว่า “งดงาม” ก่อนจะหยิบดวงตราราชสำนักเล็ก ๆ บนโต๊ะ พลิกกลับอย่างแผ่วเบาก่อนจะส่งให้ศิษย์พี่ของตน “ทำให้เนียน จัดการให้จบก่อนฤดูใบไม้ร่วง”

หลี่ซีเฉิงค้อมกาย “รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”

เปลวเทียนที่ลู่ไหวเบา ๆ ยังคงดังอยู่ในความเงียบ ท่ามกลางเงาหมากล้อมที่เริ่มเคลื่อนหมากตัวแรกแล้ว

สายลมยามบ่ายพัดแผ่วผ่านวังหลวง หลี่ซีเฉิงเดินเนิบช้าใต้แสงตะวัน กลิ่นเทียนหอมยังติดอยู่ที่ปลายแขนเสื้อ ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางแต่ไร้แววเบิกบาน

ในดวงตาฉายประกายราวกับกำลังคำนวณเส้นทางการลอบเดินทัพบนหมากล้อมจริง

“ก่อนฤดูใบไม้ร่วง...” เขากระซิบกับตนเอง แผ่นพับเล็กในอกเสื้อข้างซ้ายแนบชิดหัวใจ

ไม่ไกลจากนั้นเงาร่างสูงในชุดคลุมทหารยืนพิงต้นสนเก่า พลางทอดสายตามองเขาราวเฝ้ารอมาเนิ่นนาน

“ข้าคิดว่าท่านคงมิกล้าเสนอมันต่อเบื้องพระพักตร์” บุรุษผู้นั้นเอ่ย น้ำเสียงทุ้มต่ำ

หลี่ซีเฉิงไม่ได้หยุดฝีเท้า “หากกลัว ไม่ควรก้าวเข้าวังหลวงตั้งแต่แรก”

บุรุษในเงาสบตาเขานิ่งก่อนจะเดินออกมาสู่แสงตะวัน เผยให้เห็นชุดทหารปลายแขนปักลายคลื่นอัสนี อันเป็นเครื่องหมายของหน่วยลับใต้บัญชาทหารใหญ่

“แล้วข้าจะเริ่มต้นตรงไหน?” เขาถาม

“ตะวันตกเฉียงใต้ของอวิ๋นหลิง” หลี่ซีเฉิงตอบโดยไม่ลังเล “หมู่บ้านหลินเหอชายแดนติดภูเขาหมอก ที่นั่นเป็นจุดสับเปลี่ยนเสบียงของกองเงา เส้นทางมิปรากฏในแผนที่ทางการ แต่คนของข้าตรวจพบร่องรอยม้า และป้ายห้อยคอจากค่ายใต้พิรุณเมื่อเจ็ดวันก่อน”

“ชื่อปลอมล่ะ?”

“เซียวหนิงเจ๋อ นายทหารจากเมืองซูอัน ผู้ไร้ครอบครัว ไร้ประวัติ จับดาบเป็น เล่นหมากได้ และฆ่าคนตาไม่กะพริบ”

บุรุษผู้นั้นถอนหายใจเบา ๆ “ก็เป็นตัวข้าจริง ๆ สินะ”

หลี่ซีเฉิงหยุดมองอีกฝ่าย ดวงตาคู่นั้นนิ่งราวบ่อน้ำลึก “ข้าต้องการคนที่สามารถยืนตรงกลางระหว่างเงาและแสง แล้วไม่ลืมว่าแสงใดคือของจริง”

อีกฝ่ายพยักหน้าช้า ๆ แล้วหมุนตัวหายลับไปโดยไม่กล่าวลา

หลี่ซีเฉิงยืนอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหันกลับเข้าสู่วังหลวง เสียงรองเท้าหนังแตะพื้นหินลานวังดังก้อง เหมือนเสียงหมากอีกตัวที่ถูกเดินลงบนกระดานอันมืดมน

สองวันต่อมาท่ามกลางสายฝนปะปรายในยามเช้าตรู่ รถขนเสบียงสามคันค่อย ๆ เคลื่อนล้อขึ้นเขาผ่านเส้นทางเปียกลื่นของหุบเขาหมอก ชายหนุ่มในชุดทหารธรรมดา นัยน์ตาคมลึกและแผ่นหลังเหยียดตรง นั่งอยู่ด้านท้ายรถคันกลาง พรางตัวอยู่ท่ามกลางถุงข้าวสารและลังเกลือ

“ถึงทางตัดข้างหน้าจะมียาม กองเงามิเคยปล่อยผ่านแม้แต่คนส่งข่าว” คนขับกระซิบเตือน

เขาไม่ตอบเพียงกระชับมีดสั้นใต้แขนเสื้อ

เมื่อถึงจุดตรวจกั้นเสียงผิวปากดังขึ้น หน่วยลาดตระเวนของกองเงาโผล่ออกมาจากพงไม้ราวผุดจากเงา ทหารในชุดสีเทาหม่นเดินตรงมา หน้ากากครึ่งซีกบดบังใบหน้า ครึ่งหนึ่งเผยเพียงดวงตาสีเข้มอันยากจะหยั่งถึง

“ชื่อ มาจากไหน?” ทหารผู้ตรวจถาม

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากท้ายรถยื่นป้ายไม้จารึกนาม ‘เซียวหนิงเจ๋อ’ ไปตรง ๆ ดวงตาไม่หลบสายตาผู้ตรวจ

ทหารผู้นั้นรับป้ายไปพิจารณาแวบหนึ่ง ก่อนปรายตามองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“เจ้าผ่านด่านแรกแล้ว ถ้าผ่านด่านที่สองมิได้ก็เตรียมตัวตายเงียบ ๆ ใต้ต้นไผ่ทางเหนือเถอะ”

ชายหนุ่มเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ก้าวลงจากรถและเดินตามกลุ่มทหารเข้าไปในม่านหมอกหนาทึบ

เสียงฝนซัดยอดไผ่ดังกรอบแกรบ ขณะที่เงาร่างของเขาค่อย ๆ จางหายไปในความมืด และหนทางแห่งกลลวงที่ไม่มีวันหวนกลับ

*****

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   บทส่งท้าย : ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับเจ้าลูกเจี๊ยบ

    ผ่านไปหายวันชินอ๋องได้รับโทษประหาร และเสนาบดีกรมโยธากับเสนาบดีกรมพิธีการก็ได้รับโทษเช่นกัน ฮ่องเต้กวาดล้างฝ่ายกบฏตามรายชื่อในสมุดบันทึกจดสิ้น ท่ามกลางแสงอรุณแห่งการเริ่มต้นใหม่หวังจิ้งเสวียนและหลี่หลิ่งฟางต่างใช้ชีวิตเรียบง่ายในวัง พวกเขามักจะมาพักผ่อนที่เรือนผิงอันกลางสระบัวหลวง ที่สร้างขึ้นมาพร้อมทำนุบำรุงวังหลวงเมื่อครานั้นตั่งตั้งตรงกลางโถงกว้างที่รับลมสี่ทิศ ผ้าม่านพลิ้วไหวยามสายลมวสันต์พัดผ่าน บนตั้งมีร่างของหวังจิ้งเสวียนนอนหนุนตักหลี่หลิ่งฟาง โดยที่หลี่หลิ่งฟางเล่นผมชายหนุ่มความเงียบสงบทำให้พวกเขาผ่อนคลาย ยามฟังเสียงนกร้อง เสียงปลาหลี่กระโดดขึ้นผิวน้ำ หรือกลิ่นหอมจากต้นเหมยบนฝั่งลอยมา“ฟางเอ๋อร์ หากวันหน้าเราขึ้นครองบัลลังก์ เจ้าจะยังอยู่เคียงข้างเราหรือไม่?”“เหตุใดถึงตรัสถามเช่นนั้น หม่อมฉันก็อยู่เคียงข้างพระองค์อยู่แล้วตั้งแต่แรก”หวังจิ้งเสวียนยกยิ้มมุกปาก “ตั้งแต่วันแรกที่เราพบหน้าเจ้าก่อนจะอภิเษกสมรส วันนั้นเรามิเคยเล่าความรู้สึกให้ผู้ใดฟัง”“เล่ามาให้หม่อมฉันฟังเดี๋ยวนี้&rdqu

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ทำนุบำรุงวังหลวง

    วังหลวงในยามอรุณเบิกฟ้า แสงแดดยามเช้าสาดกระทบยอดหลังคากระเบื้องเคลือบเงาวาว พลันทอแสงสีทองเหนือพระราชวังอันสง่างาม เสียงฆ้องระฆังจากหอระฆังดังสะท้อนก้อง ปลุกหมู่ช่าง ชาววัง และขุนนางให้เริ่มต้นวันใหม่ในเขตพระราชฐานชั้นใน เหล่าช่างหลวงกำลังเดินเรียงแถวเข้ามา พกค้อน ตะปู และเครื่องไม้เครื่องมือ ขื่อเสาวังที่พังไปจากเหตุการณ์ก่อนหน้าถูกแทนที่ด้วยไม้หอมใหม่เอี่ยม ที่ล้วนแล้วแต่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันผนังวังที่แตกร้าวถูกปะซ่อมบรรจง ดอกไม้ในสวนหลวงถูกปลูกซ้ำด้วยสายพันธุ์หายาก สีสันสดชื่นพอจะกลบกลิ่นคาวเลือดที่เพิ่งจางไปเหล่านางกำนัลและขันทีต่างก้มหน้าเร่งฝีเท้าทำหน้าที่กันอย่างแข็งขัน บางคนขัดลานหินอ่อน บ้างเช็ดราวระเบียงจนเงาวาว ราวกับพยายามลบเลือนภาพความโกลาหลในวันวานให้หมดไปที่หน้าท้องพระโรงใหญ่ ผืนพรมมังกรผืนใหม่จากแคว้นถังเพิ่งปูวางเรียบสนิท เหล่าขุนนางชั้นสูงเริ่มทยอยเข้าสู่ที่ประชุม พวกเขาต่างทราบดีว่าเหตุการณ์ที่ชินอ๋องถูกจับนั้นไม่เพียงเปลี่ยนดุลอำนาจ หากยังสะท้อนว่าองค์รัชทายาทยิ่งแข็งแกร่งขึ้นทุกคราบนผนังเบื้องหลังบัลลังก์ บันทึกประวั

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   หลั่งโลหิตล้างแผ่นดิน

    เสียงเกือกม้าเหล็กกระทบพื้นดินดังกึกก้อง เมื่อทหารแม่ทัพหยางเริ่มเคลื่อนพลเดินเข้าสู่เขตจวนชินอ๋อง ประตูไม้ใหญ่ของจวนยังคงปิดแน่น ราวกับเป็นการท้าทายทัพที่มีกำลังพร้อมเต็มที่หวังจิ้งเสวียนไม่รีบร้อน เขายังคงยืนนิ่งพิจารณาผลของการตัดสินใจที่กำลังจะเกิดขึ้นหลี่หลิ่งฟางกระชับมือบนดาบที่อยู่ข้างเอว หันไปมององค์รัชทายาท สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นคง“พระองค์มั่นใจหรือไม่ว่าเขาจะเปิดประตู?”หวังจิ้งเสวียนหันไปสบตาหลี่หลิ่งฟาง ดวงตาของเขาแฝงแววเด็ดเดี่ยว “หากเขายังมีความภักดีต่อราชสำนัก แม้เพียงเสี้ยวก็ต้องยอมเปิด แต่หากเขาทรยศ เราก็มิสามารถห้ามทัพได้อีกต่อไป”เสียงคำประกาศจากแม่ทัพหยางดังขึ้นอีกครั้ง“ชินอ๋อง! เปิดประตูเสีย! หากท่านยังยืนกรานกบฏคิดต่อสู้ เราจะมิออมมือ!”ทหารที่อยู่ด้านหลังเริ่มดึงดาบตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการบุกหลี่หลิ่งฟางยกมือขึ้นชี้ไปที่ประตูจวนที่ยังปิดสนิท “เราคงต้องเข้าไปเอง”หวังจิ้งเสวียนหันไปมองหญิงสาว ก่อนจะผงกศีรษะ “ให้ทหารเตรียมพร้อม หากเข

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เพลิงกบฏชิงอำนาจ

    แสงตะวันยามเช้าถูกกลบด้วยกลุ่มควันจากธูปศึก แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงสวมชุดเกราะสีเหล็กดำ นำทัพทะลวงเข้าประตูวังด้านทิศใต้โดยอ้างคำสั่งจากชินอ๋อง เสียงม้าศึกและธนูโห่ร้องดังก้องทั่วลานพระราชฐานแม่ทัพจ้าวจิ้งหรงนำทัพฝ่าเข้ามาเบื้องหน้าบัลลังก์ทอง โดยคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน สมดั่งที่ทหารลับนามเซียวหนิงเจ๋อแจ้งข่าวลับว่าชินอ๋องพร้อมหนุนหลังเขาโค่นราชสำนักทว่าสิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่ชัยชนะ...หากแต่เป็นกับดักเงาร่างผู้หนึ่งก้าวออกมาจากด้านหลังม่านทองของท้องพระโรง ชุดเกราะทองแดงสะท้อนแสงเป็นประกาย ‘แม่ทัพใหญ่’ ปรากฏตัวพร้อมเสียงประกาศอย่างเยือกเย็น“จ้าวจิ้งหรงเจ้าลืมไปหรือ ว่าในหมากกระดานนี้ ไม่มีที่ยืนสำหรับหมากที่คิดว่าตนเป็นมือเดินหมาก”ข้างกายของแม่ทัพใหญ่ปรากฏร่างของเซียวหนิงเจ๋อ ผู้ปลดหมวกศึกออกเผยโฉมหน้าที่แท้จริง ‘อันเฉิง’ ศิษย์น้องผู้หายตัวไปนานนับสิบปี ดวงตาคู่นั้นยังเป็นประกายเดิม แต่เปี่ยมด้วยความแน่วแน่ที่ไม่เคยมีในอดีต และตอนนี้เขาคือ ห

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   แฝงตัวซ่อนเร้น

    ยามบ่ายท้องฟ้าเหนือค่ายทหารใหญ่คลุมด้วยม่านเมฆสีเทาเรื่อ เสียงธงผืนใหญ่โบกสะบัดบนยอดเสาทำจากไม้ท่อนโตดังไม่ขาดสาย ค่ายกองเงาริมผาทิศใต้มีเพียงกลิ่นดินเปียกและกลิ่นเหล็กกล้าคละคลุ้งภายในกระโจมบัญชาการกลาง แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงยืนพิงโต๊ะแผนที่ แผ่นหลังเหยียดตรงเหมือนหอก ทว่าดวงตากลับทอดมองไปยังหมากล้อมบนกระดานข้างตัวอย่างครุ่นคิด“เขาเดินหมากตัวแรกแล้ว” เสียงแหบพร่าของแม่ทัพเอ่ยเบา ๆ กับตัวเอง นิ้วมือหยาบกร้านจับหมากดำขึ้นหมุนช้า ๆ ระหว่างปลายนิ้ว“ใต้เท้า มีรายงานจากจุดตรวจฝั่งหลินเหอขอรับ” นายกองหนุ่มผลักม่านเข้ามาค้อมตัวต่ำ “มีนายทหารใหม่ผ่านเข้ามาตามคำสั่งของท่าน เห็นชื่อว่าเซียวหนิงเจ๋อ”จ้าวจิ้งหรงเลิกคิ้ว ดวงตานิ่งราวพยัคฆ์เฝ้าปากถ้ำ “ข้าจำมิได้ว่าเคยสั่งรับใครเข้ามาใหม่ในสัปดาห์นี้”นายกองเงียบไปวูบหนึ่งก่อนกล่าวอย่างลังเล “เขามีป้ายผ่านของกองส่งกำลังเมืองซูอัน ท่าทีสงบ ไม่หวาดกลัว ข้าให้คนเฝ้าตามประกบแล้วขอรับ”“ดี” แม่ทัพกล่าวเรียบ ๆ พลางวางหมากดำลงตำแหน่งกลางกระดาน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ถวายสมุดรายชื่อแด่ฮ่องเต้

    รุ่งเช้าแสงแดดยามอรุณแทรกผ่านบานหน้าต่างทาบทอลงบนพื้นไม้ที่เย็นเยียบ แต่ภายในห้องกลับอบอวลด้วยไออุ่นจากสองร่างที่ยังแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนหนาหญิงสาวพลิกกายช้า ๆ ดวงหน้างามซบแนบอยู่กับแผงอกของชายหนุ่ม เสียงหัวใจของเขายังคงเต้นเป็นจังหวะมั่นคง ราวกับกำลังบอกให้นางได้รู้ว่า...‘เจ้ายังอยู่ตรงนี้ ข้าก็อยู่ตรงนี้’หวังจิ้งเสวียนลืมตาขึ้นยามสัมผัสถึงการเคลื่อนไหว แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ริมฝีปากประทับลงบนหน้าผากของนางเบา ๆ“เมื่อคืนเจ้าหนาวหรือไม่?” เขาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ขณะปลายนิ้วไล้แนบผิวแก้มของนาง“หม่อมฉันมีพระองค์อยู่เคียงข้างจะหนาวได้อย่างไรเพคะ” หลี่หลิ่งฟางยิ้มบาง ดวงหน้านั้นมีรอยแดงระเรื่อยิ่งกว่าดอกท้อแรกแย้มหวังจิ้งเสวียนคลี่ยิ้มบางมือของเขากระชับร่างบางไว้แนบอก “เจ้ารู้หรือไม่ เรารอวันเช่นนี้มานานเกินไป แม้จะต้องแลกด้วยสิ่งใด เราก็จะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากเจ้าอีก”หลี่หลิ่งฟางหลุบตาลงต่ำดวงตาสั่นไหวราวสายน้ำกระเพื่อม แต่สุดท้ายก็ค่อย ๆ ผงกศีรษะ “เพคะ ตั้งแต่ว

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   คืนเทศกาลหอมรัญจวน (nc)

    บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าอบอวลไปด้วยเพลิงราคะ บทเพลงรักบรรเลงไปตามจังหวะที่ร่างสูงเป็นคนกำหนด เสียงเนื้อกระทบเนื้อปลุกเร้าให้อารมณ์ของทั้งคู่เดือดพล่านหวังจิ้งเสวียนกระแทกกระทั้นหนักหน่วงจนเตียงสั่นคลอน ดวงตาหงส์จ้องมองดวงหน้าหวานเชิดขึ้นเผยอริมฝีปากอวบอิ่มหอบหายใจถี่ ร่างอรชรดิ้นพล่

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   คำสัญญาในคืนหยวนเซียว (nc)

    พวกเขาทั้งสองต่างยืนทอดมองไปที่จุดเดียวกัน ภายใต้แสงโคมไฟที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงสว่างนวลลอยคว้างไปอย่างเงียบงัน ความเงียบสงบงดงามในค่ำคืนนี้คล้ายถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกหลากหลายที่แนบแน่นในใจทั้งสอง“ปีหน้าพวกเรามาเที่ยวเล่นเทศกาลนี้ด้วยกันอีกครั้งเถิด” หวังจิ้งเสวียนตรัสขึ้น

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เทศกาลหยวนเซียว

    หลี่หลิ่งฟางจูงมือหวังจิ้งเสวียนเดินทอดน่องไปตามย่านงานเทศกาลที่คึกคักในเมืองหลวง ตลอดสองฟากฝั่งประดับประดาไปด้วยโคมแดงระย้าห้อยละลานตา เสียงจ้อกแจ้กจอแจดังคลอเคล้า กลิ่นอาหารหอมฉุยจากแผงลอยเรียงรายพัดมาตามสายลม เรียกน้ำลายจนท้องไส้ของนางส่งเสียงประท้วงเบา ๆหลี่หลิ่งฟางชะโงกหน้าไปดูร้านหน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   พ่อตาพูดคุยกับลูกเขย

    บรรยากาศเงียบสงบ กลิ่นชาสาลี่ที่เพิ่งรินใส่ถ้วยยังคงอบอวลในอากาศ หลี่หลิ่งฟางได้ขอตัวไปพักที่เรือนของตน โดยปล่อยให้บุรุษทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันอัครมหาเสนาบดีหลี่ซีเฉิงวางสายตาแน่วนิ่งที่องค์รัชทายาท ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความเคร่งขรึมในฐานะบิดาผู้เป็นห่วงบุตรี และขุนนางผู้มากประสบการณ์ใน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status