Home / รักโบราณ / นักฆ่าตำหนักเย็น / คำสัญญาในคืนหยวนเซียว (nc)

Share

คำสัญญาในคืนหยวนเซียว (nc)

last update publish date: 2026-04-14 12:00:35

พวกเขาทั้งสองต่างยืนทอดมองไปที่จุดเดียวกัน ภายใต้แสงโคมไฟที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงสว่างนวลลอยคว้างไปอย่างเงียบงัน ความเงียบสงบงดงามในค่ำคืนนี้คล้ายถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกหลากหลายที่แนบแน่นในใจทั้งสอง

“ปีหน้าพวกเรามาเที่ยวเล่นเทศกาลนี้ด้วยกันอีกครั้งเถิด” หวังจิ้งเสวียนตรัสขึ้นอย่างแผ่วเบา เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหมายลึกซึ้ง

หลี่หลิ่งฟางยิ้มบางผงกศีรษะตอบรับด้วยความอบอุ่นในใจ “เพคะ”

ราวกับเสียงนั้นยังคงลอยอยู่ในอากาศ แม้ว่าร่างของทั้งสองจะเริ่มเคลื่อนไหวออกจากจุดนั้นไปแล้ว

-----

ณ โรงเตี๊ยมจินเถา

บรรยากาศในห้องพักชั้นสองของโรงเตี๊ยมเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นตามทางเดิน ร่างบางถูกดันเข้ามาในห้องก่อนที่ประตูห้องจะถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว ราวกับปิดเรื่องราวทุกสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก

ในมุมหนึ่งของห้องหวังจิ้งเสวียนยืนอยู่ใกล้ชิดร่างของหลี่หลิ่งฟาง แสงสลัวจากโคมไฟที่ส่องลอดเข้ามาทางบานหน้าต่างทำให้ใบหน้าของเขาดูชัดเจน ขณะเดียวกันหัวใจของหลี่หลิ่งฟางก็เต้นแรง ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้เริ่มก่อตัวขึ้นในความเงียบสงัดภายในห้อง

ทั้งสองสบตากันในระยะที่หายใจแทบจะประสานกัน ริมฝีปากของเขาโน้มลงมาจุมพิตอย่างแผ่วเบา แต่มันกลับมีแรงบดเบียดบีบเคล้าผ่านทุกจังหวะของการสัมผัส ราวกับไม่ต้องการให้เวลานี้จบลง

หลี่หลิ่งฟางรู้สึกเหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเสียงลมหายใจ หรือความรู้สึกที่มาจากการสัมผัสนั้นเอง ในคืนที่เงียบงันนี้ทุกสิ่งราวกับถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ทั้งหมดมีเพียงแสงจากดวงจันทราที่เลือนราง และสัมผัสที่ทิ้งความอุ่นร้อนของชายหนุ่ม

หวังจิ้งเสวียนรู้สึกเหมือนเวลาได้หยุดลง เขาโน้มตัวลงมากอดร่างบอบบางของหญิงสาวแน่นขึ้น เขารู้ดีว่าความรักไม่จำเป็นต้องสรรหาคำพูดมาอธิบายให้ซับซ้อน

ความรักนั้นแสดงออกผ่านการกระทำ ความซื่อสัตย์ในใจ และการให้คำมั่นสัญญาผ่านทุกการสัมผัส

ริมฝีปากของเขาเคลื่อนกลับไปหาความอ่อนหวานอีกครั้ง ความนุ่มหยุ่นของริมฝีปากทั้งสองแทบจะไม่สามารถแยกออกจากกันได้อีกแล้ว การจุมพิตนั้นเต็มไปด้วยความหลงใหล และความปรารถนาที่เงียบงันอย่างแท้จริง

หลี่หลิ่งฟางรู้สึกถึงความอบอุ่นอ่อนโยน และความรักที่ลึกซึ้งจากชายหนุ่ม ความรู้สึกนี้มีค่ามากกว่าคำพูดใด ๆ ทั้งสิ้น ในตอนนี้สิ่งที่เธอต้องการที่สุดก็คือให้ทุกสิ่งคงอยู่ตรงนี้ ไม่เปลี่ยนแปลงไปไหน

เสื้อคลุมสีขาวชมพูอ่อนของหลี่หลิ่งฟางหลุดร่วงลงกับพื้น ราวกลีบบุปผาที่ปลิดปลิวจากกิ่งท่ามกลางแสงเทียนที่พลิ้วไหว เงาของสองร่างทาบทับลงบนม่านแพรบางเบา

หวังจิ้งเสวียนโน้มกายลงหาหญิงสาวอีกครั้ง แววตาที่เคยมาดมั่นตอนนี้อ่อนโยนราวสายน้ำ มือของเขาไล้แนบแผ่นหลังของนางเบา ๆ คล้ายกลัวว่าสัมผัสใดอาจทำให้นางเจ็บปวด

ปลายนิ้วของหวังจิ้งเสวียนแตะลงบนปลายคางของหลี่หลิ่งฟางแผ่วเบาก่อนโน้มใบหน้าเข้าหา เขาจุมพิตนางอย่างแผ่วเบา ไม่เร่งเร้า ทว่ายิ่งปลุกความอ่อนไหวในใจนางให้ไหวระริก

แผ่นหลังบางค่อย ๆ ถูกพยุงให้นอนแนบลงบนฟูกอุ่น กลีบผ้าปูเตียงแนบล้อมดุจคลื่นน้ำ ขณะเส้นผมดำขลับของนางแผ่สยายอยู่ใต้แสงจันทรา ที่ลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามา

หวังจิ้งเสวียนเอ่ยคำสัญญาด้วยน้ำเสียงมั่นคงข้างใบหูของนาง “คืนนี้เราจะมิปล่อยเจ้าไปอีกแล้ว ไม่ว่าสวรรค์หรือโลกาจะเปลี่ยนแปลงเช่นใด เจ้าจะเป็นของเราเพียงผู้เดียว”

คืนนั้นแสงจันทราคล้ายอ้อยอิ่งรอชมความรักของทั้งสอง โคมไฟที่ลอยเหนือฟ้ายังไม่จางหาย แต่เงาสองร่างในห้องเล็กชั้นสองของโรงเตี๊ยมกลับแนบชิดดุจลมหายใจเดียวกัน

ทุกถ้อยคำถูกแทนด้วยสัมผัส ทุกความรู้สึกถูกโอบอุ้มไว้ในอ้อมแขน และในค่ำคืนเทศกาลหยวนเซียวนี้

เสียงครวญครางแสนหวานดังขึ้นยามชำแรกสอดเข้าไปที่กลีบบุปผา ดวงหน้างามเหยเกแดงระเรื่อ เรียวนิ้วยาวงอเพื่อสำรวจหาบางอย่างภายใน จากชำแรกถูกสอดเข้าไปอีกนิ้ว เสียงครางหวานดังขึ้นพร้อมร่างอรชรที่บิดเร้า

ยิ่งบีบรัดดูดกลืนเรียวนิ้วแน่นมากเท่าใด แก่นกลางที่นูนเบียดใต้ร่มผ้ายิ่งคับแน่น อาจเป็นเพราะได้ยินเสียงที่ปลุกกำหนัดของชายชาตรี ชายหนุ่มถึงกลับทนไม่ไหวอีกต่อไป

ฝ่ามือหนาถอดกางเกงเผยแก่นกายผงาดส่วนหัวปริ่มน้ำ ฝ่ามือหนาจับรูดชักทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำจนอดกลั้นไม่ไหวอยู่รอมร่อ

ทว่าร่างของหลี่หลิ่งฟางกลับลุกขึ้นนั่ง ยื่นฝ่ามือบางมาจับแก่นกายของเขาเสียอย่างนั้น

“ฟางเอ๋อร์ เจ้า...กำลังทำอันใด?”

“ให้หม่อมฉันช่วยพระองค์นะเพคะ”

สิ้นคำ ฝ่ามืออ่อนนุ่มสัมผัสรูดไปตามแก่นกาย นิ้วแม่มือวนซ้ำเล่นอยู่ตรงส่วนหัวที่ปริ่มน้ำ

“อือ”

เสียงครางต่ำเล็ดลอดในลำคอขลับให้พระพักตร์หล่อเหลาร้อนผ่าว

หวังจิ้งเสวียนนั่งหลับตาพริ้มรับรู้ถึงสัมผัสที่หญิงสาวมอบให้ ยามเรียวนิ้วบางถูวนเมือกใสเคลือบแท่งเนื้อจนมันวาว แล้วค่อยครอบปากนุ่มนิ่มลงไปกวาดเลียทำความสะอาด เก็บกลืนทุกหยาดหยด

“ฟะ...ฟางเอ๋อร์ อึก...อือ”

เสียงแหบพร่าครางต่ำเล็ดลอดออกมา ดวงตาหงส์บัดนี้ลุ่มลึกมองจ้องที่ดวงหน้างามแดงระเรื่อ ทุกการกระทำของนางอยู่ภายในสายตาคู่นี้ตลอดเวลา

มือหนายกสัมผัสผมนุ่มสลวย ความอุ่นนุ่มในโพรงปากพยายามกลืนกินตัวตนของเขาไปจนหมด ยิ่งเข้าถลำลึกยิ่งกระตุ้นอารมณ์พลุ่งพล่านในกาย พอเร่งจังหวะลมหายใจร้อนถูกพ่นออกมา

หวังจิ้งเสวียนไม่ทนอีกต่อไป เขาจับศีรษะของนางให้รับตัวตนของเขาให้ลึกขึ้น ความแข็งขืนถูกแท่งเข้าไปในโพรงปากอ่อนนุ่มถี่ จนกระทั่งร่างหนากระตุกเกร็งพ่นน้ำขุ่นกามใส่

ลมหายใจร้อนหอบถี่ทอดมองดวงหน้างามที่ยังละเลียดเล็มธารน้ำทุกหยาดหยด จากแก่นกายที่ปลดปล่อยไปไม่ถึงเค่อเด้งตั้งผงาดขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้หวังจิ้งเสวียนยกร่างของหลี่หลิ่งฟางขึ้นมานั่งบดเบียดความแข็งขืนของตนบนตักแกร่ง

“องค์รัชทายาทแบบนี้มัน...”

“ลองดูมิเสียหาย”

ส่วนหัวถูไถที่ร่องกลีบบุปผาชื้นแฉะ ก่อนจะให้หญิงสาวกดกายลงกลืนกินความแข็งขืนลงมา ดวงหน้าหวานเหยเกมองเขาตาปรือพร้อมกัดริมฝีปาก ความคับแน่นบีบรัดให้ตัวตนของชายหนุ่มรู้สึกปวดหนึบ

หวังจิ้งเสวียนพยายามกัดฟันอดทนอดกลั้นให้หญิงสาวได้คุ้นชิน แต่ทว่า...

“ฟางเอ๋อร์ เราอดทนต่อไปมิไหวแล้ว”

“องค์รัชทายาทเพคะ เดี๋ยวก่อน...!!!”

มือหนาจับมั่นเอวบางทั้งสองข้างเพื่อสวนสะโพกขึ้นไปหาแบบเน้น ๆ

“อ๊าา!!”

ร่างอรชรสั่นเกร็งหางตาชื้นน้ำ เล็บจิกเข้าที่แผ่นหลังเพื่อระบายความเจ็บปวด หวังจิ้งเสวียนกระทุ้งแก่นกายตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตน ขณะฝ่ามือหนาลูบไล้แผ่นหลังบางอย่างอ่อนโยน เขาจูบขมับเพื่อให้นางผ่อนคลาย

หลี่หลิ่งฟางสะอื้นเพียงเล็กน้อยจากความจุกเจ็บเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน

*****

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   บทส่งท้าย : ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับเจ้าลูกเจี๊ยบ

    ผ่านไปหายวันชินอ๋องได้รับโทษประหาร และเสนาบดีกรมโยธากับเสนาบดีกรมพิธีการก็ได้รับโทษเช่นกัน ฮ่องเต้กวาดล้างฝ่ายกบฏตามรายชื่อในสมุดบันทึกจดสิ้น ท่ามกลางแสงอรุณแห่งการเริ่มต้นใหม่หวังจิ้งเสวียนและหลี่หลิ่งฟางต่างใช้ชีวิตเรียบง่ายในวัง พวกเขามักจะมาพักผ่อนที่เรือนผิงอันกลางสระบัวหลวง ที่สร้างขึ้นมาพร้อมทำนุบำรุงวังหลวงเมื่อครานั้นตั่งตั้งตรงกลางโถงกว้างที่รับลมสี่ทิศ ผ้าม่านพลิ้วไหวยามสายลมวสันต์พัดผ่าน บนตั้งมีร่างของหวังจิ้งเสวียนนอนหนุนตักหลี่หลิ่งฟาง โดยที่หลี่หลิ่งฟางเล่นผมชายหนุ่มความเงียบสงบทำให้พวกเขาผ่อนคลาย ยามฟังเสียงนกร้อง เสียงปลาหลี่กระโดดขึ้นผิวน้ำ หรือกลิ่นหอมจากต้นเหมยบนฝั่งลอยมา“ฟางเอ๋อร์ หากวันหน้าเราขึ้นครองบัลลังก์ เจ้าจะยังอยู่เคียงข้างเราหรือไม่?”“เหตุใดถึงตรัสถามเช่นนั้น หม่อมฉันก็อยู่เคียงข้างพระองค์อยู่แล้วตั้งแต่แรก”หวังจิ้งเสวียนยกยิ้มมุกปาก “ตั้งแต่วันแรกที่เราพบหน้าเจ้าก่อนจะอภิเษกสมรส วันนั้นเรามิเคยเล่าความรู้สึกให้ผู้ใดฟัง”“เล่ามาให้หม่อมฉันฟังเดี๋ยวนี้&rdqu

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ทำนุบำรุงวังหลวง

    วังหลวงในยามอรุณเบิกฟ้า แสงแดดยามเช้าสาดกระทบยอดหลังคากระเบื้องเคลือบเงาวาว พลันทอแสงสีทองเหนือพระราชวังอันสง่างาม เสียงฆ้องระฆังจากหอระฆังดังสะท้อนก้อง ปลุกหมู่ช่าง ชาววัง และขุนนางให้เริ่มต้นวันใหม่ในเขตพระราชฐานชั้นใน เหล่าช่างหลวงกำลังเดินเรียงแถวเข้ามา พกค้อน ตะปู และเครื่องไม้เครื่องมือ ขื่อเสาวังที่พังไปจากเหตุการณ์ก่อนหน้าถูกแทนที่ด้วยไม้หอมใหม่เอี่ยม ที่ล้วนแล้วแต่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันผนังวังที่แตกร้าวถูกปะซ่อมบรรจง ดอกไม้ในสวนหลวงถูกปลูกซ้ำด้วยสายพันธุ์หายาก สีสันสดชื่นพอจะกลบกลิ่นคาวเลือดที่เพิ่งจางไปเหล่านางกำนัลและขันทีต่างก้มหน้าเร่งฝีเท้าทำหน้าที่กันอย่างแข็งขัน บางคนขัดลานหินอ่อน บ้างเช็ดราวระเบียงจนเงาวาว ราวกับพยายามลบเลือนภาพความโกลาหลในวันวานให้หมดไปที่หน้าท้องพระโรงใหญ่ ผืนพรมมังกรผืนใหม่จากแคว้นถังเพิ่งปูวางเรียบสนิท เหล่าขุนนางชั้นสูงเริ่มทยอยเข้าสู่ที่ประชุม พวกเขาต่างทราบดีว่าเหตุการณ์ที่ชินอ๋องถูกจับนั้นไม่เพียงเปลี่ยนดุลอำนาจ หากยังสะท้อนว่าองค์รัชทายาทยิ่งแข็งแกร่งขึ้นทุกคราบนผนังเบื้องหลังบัลลังก์ บันทึกประวั

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   หลั่งโลหิตล้างแผ่นดิน

    เสียงเกือกม้าเหล็กกระทบพื้นดินดังกึกก้อง เมื่อทหารแม่ทัพหยางเริ่มเคลื่อนพลเดินเข้าสู่เขตจวนชินอ๋อง ประตูไม้ใหญ่ของจวนยังคงปิดแน่น ราวกับเป็นการท้าทายทัพที่มีกำลังพร้อมเต็มที่หวังจิ้งเสวียนไม่รีบร้อน เขายังคงยืนนิ่งพิจารณาผลของการตัดสินใจที่กำลังจะเกิดขึ้นหลี่หลิ่งฟางกระชับมือบนดาบที่อยู่ข้างเอว หันไปมององค์รัชทายาท สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นคง“พระองค์มั่นใจหรือไม่ว่าเขาจะเปิดประตู?”หวังจิ้งเสวียนหันไปสบตาหลี่หลิ่งฟาง ดวงตาของเขาแฝงแววเด็ดเดี่ยว “หากเขายังมีความภักดีต่อราชสำนัก แม้เพียงเสี้ยวก็ต้องยอมเปิด แต่หากเขาทรยศ เราก็มิสามารถห้ามทัพได้อีกต่อไป”เสียงคำประกาศจากแม่ทัพหยางดังขึ้นอีกครั้ง“ชินอ๋อง! เปิดประตูเสีย! หากท่านยังยืนกรานกบฏคิดต่อสู้ เราจะมิออมมือ!”ทหารที่อยู่ด้านหลังเริ่มดึงดาบตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการบุกหลี่หลิ่งฟางยกมือขึ้นชี้ไปที่ประตูจวนที่ยังปิดสนิท “เราคงต้องเข้าไปเอง”หวังจิ้งเสวียนหันไปมองหญิงสาว ก่อนจะผงกศีรษะ “ให้ทหารเตรียมพร้อม หากเข

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เพลิงกบฏชิงอำนาจ

    แสงตะวันยามเช้าถูกกลบด้วยกลุ่มควันจากธูปศึก แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงสวมชุดเกราะสีเหล็กดำ นำทัพทะลวงเข้าประตูวังด้านทิศใต้โดยอ้างคำสั่งจากชินอ๋อง เสียงม้าศึกและธนูโห่ร้องดังก้องทั่วลานพระราชฐานแม่ทัพจ้าวจิ้งหรงนำทัพฝ่าเข้ามาเบื้องหน้าบัลลังก์ทอง โดยคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน สมดั่งที่ทหารลับนามเซียวหนิงเจ๋อแจ้งข่าวลับว่าชินอ๋องพร้อมหนุนหลังเขาโค่นราชสำนักทว่าสิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่ชัยชนะ...หากแต่เป็นกับดักเงาร่างผู้หนึ่งก้าวออกมาจากด้านหลังม่านทองของท้องพระโรง ชุดเกราะทองแดงสะท้อนแสงเป็นประกาย ‘แม่ทัพใหญ่’ ปรากฏตัวพร้อมเสียงประกาศอย่างเยือกเย็น“จ้าวจิ้งหรงเจ้าลืมไปหรือ ว่าในหมากกระดานนี้ ไม่มีที่ยืนสำหรับหมากที่คิดว่าตนเป็นมือเดินหมาก”ข้างกายของแม่ทัพใหญ่ปรากฏร่างของเซียวหนิงเจ๋อ ผู้ปลดหมวกศึกออกเผยโฉมหน้าที่แท้จริง ‘อันเฉิง’ ศิษย์น้องผู้หายตัวไปนานนับสิบปี ดวงตาคู่นั้นยังเป็นประกายเดิม แต่เปี่ยมด้วยความแน่วแน่ที่ไม่เคยมีในอดีต และตอนนี้เขาคือ ห

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   แฝงตัวซ่อนเร้น

    ยามบ่ายท้องฟ้าเหนือค่ายทหารใหญ่คลุมด้วยม่านเมฆสีเทาเรื่อ เสียงธงผืนใหญ่โบกสะบัดบนยอดเสาทำจากไม้ท่อนโตดังไม่ขาดสาย ค่ายกองเงาริมผาทิศใต้มีเพียงกลิ่นดินเปียกและกลิ่นเหล็กกล้าคละคลุ้งภายในกระโจมบัญชาการกลาง แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงยืนพิงโต๊ะแผนที่ แผ่นหลังเหยียดตรงเหมือนหอก ทว่าดวงตากลับทอดมองไปยังหมากล้อมบนกระดานข้างตัวอย่างครุ่นคิด“เขาเดินหมากตัวแรกแล้ว” เสียงแหบพร่าของแม่ทัพเอ่ยเบา ๆ กับตัวเอง นิ้วมือหยาบกร้านจับหมากดำขึ้นหมุนช้า ๆ ระหว่างปลายนิ้ว“ใต้เท้า มีรายงานจากจุดตรวจฝั่งหลินเหอขอรับ” นายกองหนุ่มผลักม่านเข้ามาค้อมตัวต่ำ “มีนายทหารใหม่ผ่านเข้ามาตามคำสั่งของท่าน เห็นชื่อว่าเซียวหนิงเจ๋อ”จ้าวจิ้งหรงเลิกคิ้ว ดวงตานิ่งราวพยัคฆ์เฝ้าปากถ้ำ “ข้าจำมิได้ว่าเคยสั่งรับใครเข้ามาใหม่ในสัปดาห์นี้”นายกองเงียบไปวูบหนึ่งก่อนกล่าวอย่างลังเล “เขามีป้ายผ่านของกองส่งกำลังเมืองซูอัน ท่าทีสงบ ไม่หวาดกลัว ข้าให้คนเฝ้าตามประกบแล้วขอรับ”“ดี” แม่ทัพกล่าวเรียบ ๆ พลางวางหมากดำลงตำแหน่งกลางกระดาน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ถวายสมุดรายชื่อแด่ฮ่องเต้

    รุ่งเช้าแสงแดดยามอรุณแทรกผ่านบานหน้าต่างทาบทอลงบนพื้นไม้ที่เย็นเยียบ แต่ภายในห้องกลับอบอวลด้วยไออุ่นจากสองร่างที่ยังแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนหนาหญิงสาวพลิกกายช้า ๆ ดวงหน้างามซบแนบอยู่กับแผงอกของชายหนุ่ม เสียงหัวใจของเขายังคงเต้นเป็นจังหวะมั่นคง ราวกับกำลังบอกให้นางได้รู้ว่า...‘เจ้ายังอยู่ตรงนี้ ข้าก็อยู่ตรงนี้’หวังจิ้งเสวียนลืมตาขึ้นยามสัมผัสถึงการเคลื่อนไหว แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ริมฝีปากประทับลงบนหน้าผากของนางเบา ๆ“เมื่อคืนเจ้าหนาวหรือไม่?” เขาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ขณะปลายนิ้วไล้แนบผิวแก้มของนาง“หม่อมฉันมีพระองค์อยู่เคียงข้างจะหนาวได้อย่างไรเพคะ” หลี่หลิ่งฟางยิ้มบาง ดวงหน้านั้นมีรอยแดงระเรื่อยิ่งกว่าดอกท้อแรกแย้มหวังจิ้งเสวียนคลี่ยิ้มบางมือของเขากระชับร่างบางไว้แนบอก “เจ้ารู้หรือไม่ เรารอวันเช่นนี้มานานเกินไป แม้จะต้องแลกด้วยสิ่งใด เราก็จะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากเจ้าอีก”หลี่หลิ่งฟางหลุบตาลงต่ำดวงตาสั่นไหวราวสายน้ำกระเพื่อม แต่สุดท้ายก็ค่อย ๆ ผงกศีรษะ “เพคะ ตั้งแต่ว

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ตัวละครเอกคลี่คลายสถานการณ์

    บรรยากาศในศาลาเงียบงันลงทันทีที่คุณชายใหญ่แห่งตระกูลมู่ก้าวเข้ามา เขากวาดตามองร่างของคุณชายไต้ที่นอนสลบแน่นิ่ง และบุรุษอีกหลายผู้ ซึ่งบาดเจ็บ ฟกช้ำไปทั้งร่าง ก่อนสายตาจะหันไปหยุดยังสตรีหนึ่งที่ยืนอย่างเงียบสงบ ท่ามกลางความวุ่นวาย และด้านข้างของนางมีองค์รัชทายาทประทับยืนอยู่มู่จงชิงไม่ได้ก

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   พวกเจ้าใช่หรือไม่ที่ล้อชื่อเขา

    หลังจากแนะนำตัวไปรอบข้างกลับเงียบกริบทำเอาหลี่หลิ่งฟางหวั่นใจเล็กน้อย ที่ไม่ได้รับเสียงแสดงความยินดีกลับมาราวกับตนอาจจะไม่เป็นที่ต้อนรับจากมิตรสหายของชายหนุ่มแต่แล้ว จู่ ๆ เสียงฮือฮาดังขึ้นพร้อมกับมีร่างของสตรีและบุรุษมากมายต่างกรู่กันเข้ามานั่งประจันหน้ากับตน เอ่ยถามคำถามเข้ามาระรัวจนหลี

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   มิตรสหายของเจ้าลูกเจี๊ยบ

    ทางด้านศาลาจัดงานเลี้ยงน้ำชามีเหล่าแขกที่ได้รับจดหมายเทียบเชิญต่างนั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บ่าวรับใช้สองสามคนรีบกุลีกุจอยกเบาะรองนั่งอีกอันมาจัดข้าง ๆ ที่ว่าง แถมจัดเตรียมกาน้ำชาและจอกอันใหม่ที่ดูหรูหรากว่าของผู้อื่นเอาไว้ฮูหยินถงซึ่งสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวเหล่านั้น จึงเอ่ยถามด้วยความส

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   รุ่งอรุณการเริ่มต้นใหม่

    เช้าวันรุ่งขึ้นหวังจิ้งเสวียนหันไปตรัสสั่งกับชิงหลานว่า “วันนี้เราจะพาพระชายาไปเข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาที่จวนตระกูลถง เจ้าคอยอารักขานางให้ดี”“พ่ะย่ะค่ะ”หลี่หลิ่งฟางที่ถูกปลุกตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันขันกำลังยืนหาววอด ๆ โดยมีอันฉียืนเยื้องอยู่ด้านข้าง“หาว...”“พระชายาเพคะ รักษาอากัปกิริยาหน่อยสิเพคะ” อัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status