Share

บทที่ 8

Author: Karawek House
last update Last Updated: 2025-08-19 19:19:48

เมื่อเทียบกับท่านจ้าวหุบเขาผู้ดูจะมีความสุขกับการเดินทอดน่องชมทิวทัศน์ยามค่ำแล้ว คนที่ใส่เกียร์โกยแน่บหนีความหนาวเหน็บกลับเรือนพักอย่างอาจูย่อมกลับมาถึงเร็วกว่าเขาเป็นเท่าตัว

            ทันทีที่กลับมาถึง อาจูก็ต้องตื่นตาตื่นใจเพราะหีบบรรจุเสื้อผ้าแพรพรรณชั้นดีและข้าวของเครื่องใช้สตรีแบบโบราณของแท้และดั้งเดิมที่วางเรียงกันอยู่บนลานเล็กๆ ด้านหน้าเรือนพัก เมื่อใช้สมองของศีรษะอันน่ารักจิ้มลิ้มชั่งตวงวัดแล้วเห็นว่าที่นี่ไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากจวี๋ฮวา มิหนำซ้ำที่แห่งนี้ยังเป็นเรือนพักของนาง เจ้าของเรือนก็รีบกุลีกุจอขนถ่ายหีบ “สมบัติ” ทั้งสามใบเข้าไปเก็บในเรือนนอน อาการเหน็ดเหนื่อยปวดเมื่อยแขน ขา และเอวทั้งหลาย คล้ายจะหายไปชั่วขณะ

หลังจัดเก็บทุกอย่างไว้ที่มุมห้อง คนเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองกำลังหนาวก็รีบออกไปจุดไฟใส่กระถางไฟใบเล็กอันสะดวกแก่การขนย้าย แล้วค่อยๆ ยกมันเข้ามา จากนั้นก็เปลี่ยนมาสวมชุดผ้าไหมเนื้อดีสีเหลืองนวลซึ่งสุ่มหยิบมาจากบรรดาเสื้อผ้าสตรีหลากสีสันในหีบ โดยไม่ลืมเอาเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มของท่านจ้าวหุบเขาและเสื้อผ้าชุดเก่าของตัวเองไปตากไว้ที่ราวไม้เพื่อป้องกันกลิ่นอับชื้นที่ยากจะกำจัด

พอลองได้มีเวลามายืนสังเกตดูแล้ว อาจูก็พบว่าเสื้อผ้าของท่านจ้าวหุบเขาใหญ่กว่าเสื้อผ้าที่ร่างน้อยๆ ร่างนี้สวมใส่เป็นเท่าตัวเลยทีเดียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากเธอและเขามายืนเทียบกันจริงๆ เขาซึ่งเป็นชายโตเต็มวัยและจวี๋ฮวาซึ่งเป็นสาวน้อยวัยแรกแย้มจะดูแตกต่างกันสักแค่ไหน

จะว่าไปแล้ว...ท่านจ้าวหุบเขาที่ใครต่อใครเล่าลือกันว่า ‘ชั่วโฉดโหดเหี้ยม’ ผู้นี้อายุเท่าไหร่กัน? ที่สำคัญกว่านั้น สุดท้ายแล้วผู้ชายที่เข้มงวดและทำตัวเงียบขรึมไว้ท่าทีเหมือนตาแก่ตลอดเวลาอย่างนั้นโกรธเธอมากหรือเปล่า?

นอกจากนี้...หลังจากที่แสดงออกออกไปแบบนั้น ด้วยอุปนิสัยของเขาและภาพลักษณ์อันซื่อใสไร้เดียงสาน่าสงสารของจวี๋ฮวา เธอควรจะแสดงออก แบบไหน?

“...เสื้อคลุมท่านตัวใหญ่มากจริงๆ” อาจูพึมพำพลางไล้ปลายนิ้วไปตามชายแขนเสื้อ ท่ามกลางแสงไฟสุกสว่างจากกระถางไฟและโคมสัมฤทธิ์ฉลุลาย ร่างอ้อนแอ้นในเสื้อผ้าเนื้อโปร่งบางชุดใหม่ยิ่งดูเปล่งประกายบริสุทธิ์อ่อนหวานขึ้นหลายส่วน

ตอนนั้นเอง อาจูได้ยินเสียงพื้นไม้ลั่นเอี้ยดขึ้นครั้งหนึ่ง

แม้จะเพียงแผ่วเบา แต่ก็เดาได้ว่าน่าจะมีใครกำลังเดินมาทางนี้

ก่อนหน้านี้เธอเผลอพูดจาน่าหมั่นไส้โดยไม่รู้ว่ามีคนเดินเข้าใกล้ จนทำตัวเองภาพพจน์ติดลบมาแล้วหนหนึ่ง หลังจากย้ายเข้าที่พักใหม่ก็เลยตั้งใจว่าจะสร้างสัญญาณเตือนภัยเล็กๆ น้อยๆ

หึหึ...

ต้องขอบคุณที่แผ่นไม้ปูพื้นหน้าเรือนนี้เก่าแก่สึกหรอมากกว่าบริเวณไหนๆ เพียงแค่ใช้ท่อนฟืนออกแรงงัดแผ่นไม้บางแผ่นนิดๆ หน่อยๆ ยามเดินเหินก็เกิดเสียงเอี้ยดอ้าดง่ายดายเสียจนแน่ใจได้ว่าแม้จะเป็นผู้ฝึกยุทธหน้าไหน หากเดินไม่ระวัง ย่อมต้องทิ้งสัญญาณเสียงบอกใบ้ให้รู้ว่ามาเยือน...

ไวเท่าความคิด เจ้าของเรือนใช้มืออีกข้างที่วางแนบลำตัวลอบสะบัดชายกระโปรงไปทางกระถางไฟ อาศัยลมหนาวช่วยพัดส่ง ขณะเดียวกันก็แสร้งทำสีหน้าซับซ้อน สับสน

“ข้า...ข้าจะทำยังไงดี...ความรู้สึกแบบนี้มัน...” จวี๋ฮวายืนนิ่งอยู่อย่างนั้นราวกับคนคิดไม่ตก

ทว่าไม่นานนักกลิ่นเหม็นไหม้ก็ทำให้เจ้าตัวได้สติ

ร่างเล็กๆ เหลียวมองหาต้นตอของกลิ่นสีหน้าหวาดหวั่น เมื่อเห็นว่าชายเสื้อตัวเองกำลังติดไฟลุกไหม้ คนเพิ่งหลุดจากอาการคล้ายเหม่อลอยก็ถึงขั้นหวีดร้องเสียงหลง

นางรีบหมุนตัวกลับหลังหันโดยสัญชาตญาณ แต่นอกจากกิริยานั้นจะ

ไม่ช่วยอะไรแล้ว มันกลับทำให้เปลวไฟบนชายกระโปรงยิ่งลุกลามใหญ่โต

ประตูบานไม้ถูกผลักเข้ามาอย่างรุนแรงในชั่วอึดใจ ร่างสง่างามซึ่งสวมเพียงเสื้อสีขาวตัวในพุ่งเข้ามาฉวยข้อมือดึงเธอเข้าหา ช่วยกระชากเสื้อผ้าติดไฟออกจากร่าง

หลังฟาดลงพื้นและกระทืบด้วยลมปราณเพียงหนึ่งครั้ง ไฟที่ลุกลามอย่างรวดเร็วก็ดับลง ทิ้งไว้เพียงร่องรอยอันน่าหวาดหวั่น

“ซือฝุ...ซือฝุ!”

จวี๋ฮวาคล้ายโดนเหตุการณ์ไม่คาดฝันทำร้ายจนสติสัมปชัญญะเลือนหาย ร่างอ้อนแอ้นดูบอบบางในสภาพล่อแหลมผวาเข้าซบแผงอกแกร่ง มือน้อยๆ สวมกอดท่านจ้าวหุบเขาแนบแน่น เนื้อตัวสั่นเทาราวกับกระต่ายน้อยเสียขวัญ

เสียงร้องของจวี๋ฮวาดังไปถึงโถงรับแขกเรือนใหญ่เช่นกัน แม้จะไม่กล้าขยับตัวมายุ่มย่าม แต่เหล่าบุรุษจากสำนักคุ้มภัยตระกูลซุนยังอดขยับออกมาสอดส่ายสายตาไม่ได้

เรือนทิศใต้แห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศใต้สมชื่ออีกทั้งคฤหาสน์หลังนี้ก็ไม่ได้มีเส้นทางสลับซับซ้อนหรือมีต้นไม้รกครึ้มสักเท่าใด หากเลือกมุมดีๆ แล้ว ยังพอที่จะมองเห็นเรือนพักของจวี๋ฮวาได้ชัดเจน ดังนั้น เหล่าแขกตาดีตามประสาผู้ฝึกยุทธจึงพลอยมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น และสิ่งที่คนตาไวที่สุดทันเห็นก็คือภาพบุรุษผู้เย็นชาอย่างร้ายกาจดึงร่างดรุณีน้อยพิลาศล้ำที่ปากก็บอกว่าเป็นลูกศิษย์เข้าหาตัว...แล้วกระชากเสื้อผ้านางออกจากร่างในครั้งเดียว!

คล้ายจ้าวหุบเขาผู้นั้นจะสัมผัสได้ถึงสายตาคนนอก หรือไม่ก็ไม่ต้องการให้ผู้ใดรบกวนเหตุการณ์หลังจากนั้น เขาสะบัดมือเพียงครั้ง ลมปราณอันทรงพลังก็ผลักประตูและหน้าต่างบานไม้ให้ปิดสนิทแน่น ยากจะสอดส่องเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายใน

นะ...นี่มัน...นี่มันใช่คู่ศิษย์อาจารย์ธรรมดาๆ ที่ไหนกัน!

ชัดเจน...ชัดเจนยิ่งนักว่าข่าวลือทั้งหมดนั่นเป็นความจริง!

อึ๋ย...ที่จริงยิ่งกว่าจริงก็คือจ้าวหุบเขาผู้นี้เป็นผู้หวงของมากเสียด้วย!

เมื่อคิดได้ดังนี้ บรรดาแขกเหรื่อของหุบเขาก็รีบเก็บสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะลอบเหลียวดู ไม่กล้าทำตัวสอดรู้อีกต่อไป

แหม่...แต่เสียงร้องหวานๆ กับภาพเหตุการณ์ร้อนแรงเมื่อครู่ก็ช่าง...

เหล่าบุรุษผู้มีคุณธรรมต่างพยายามสลัดจินตนาการหยาบโลนออกจากห้วงคิด ทั้งอย่างนั้น ส่วนลึกในจิตใจก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ในคืนค่ำย่ำน้ำค้างเช่นนี้ ท่านจ้าวหุบเขาผู้เย็นชาป่าเถื่อน จะเอาโทสะอีกกึ่งหนึ่งไปลงที่แม่นางน้อยผู้นั้นอย่างไรกันบ้างนะ?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 326

    หลี่หยางส่ายหน้าน้อยๆ“เป็นเพราะพิษในร่าง...ก็เลย...”เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิดอิรุงตุงนัง...ปัญหามันอิรุงตุงนังไปหมดจนไม่รู้ว่าจะแก้ยังไงดีแล้วทางนั้นก็ยาพิษ ทางนี้ก็ปราณมาร...จริงสิ...ถ้าจะให้ดีควรปรุงยาถอนพิษแก้พิษในร่างออกไปก่อน จากนั้นก็กำจัดปราณมารออกไป...ใช่! มีแต่ต้องทำแบบนี้เท่านั้น!“ซือฝุ...ท่านพอจะจดจำวิธีปรุงยาถอนพิษในร่างของพวกเราสองคนได้หรือไม่?”หลี่หยางพยายามนึกตาม แต่สุดท้ายก็คว้าได้เพียงอากาศ พ่วงตามมาด้วยอาการปวดหัวอย่างหนัก ที่จดจำได้ก็มีแต่เรื่องที่ยาพิษชนิดนี้ยังไร้ยาถอนพิษเท่านั้นเห็นอีกฝ่ายเลื่อนมือขึ้นกุมขมับแน่น อาจูก็รีบบอกเสียงสั่น “ไม่ต้องแล้ว ท่านไม่ต้องนึกแล้ว พวกเราไม่ใช้ยาถอนพิษก็ได้ ท่านไม่ต้องนึกแล้ว!” อาจูไม่รู้ตัวว่าเผลอร้องไห้ออกมาอีกจนได้น้ำตาร้อนๆ ที่หยดรดแผงอก ดึงหลี่หยางออกจากความคิดทั้งหมดทั้งมวลนี่เขา...ทำนางร้องไห้อีกแล้ว?เหนือกว่าอาการปวดหัว ในยามนี้มันคือความเสียใจหลี่หยางเชยคางเล็กๆ ขึ้น จ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มงดงามตรงหน้า ดึงลูก-ศิษย์ที่กลายเป็นภรรยาเข้าจุมพิตถูกแล้ว...แม้เมื่อครู่เหตุการณ์จะดำเนินไปเพียงครึ่งๆ กลางๆ ทว่าควา

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 325

    ท่านอ๋องจอมมารเห็นท่าทางนั้นก็ลดริมฝีปากลง จุมพิตแนบแน่น เนิบนาบ เลื่อนมือขึ้นปลดถอดเสื้อผ้าตนเองและคนด้านล่างอย่างเชื่องช้าอาจูถูกโจมตีด้วยความคิดมากมายจนสับสน ทั้งอย่างนั้นจนแล้วจนรอดก็ยังไม่กล้าขยับตัว กว่าจะรู้ตัวก็เผลอคล้อยตามความนุ่มนวลวาบหวาม ยอมคล้องแขนกอดคอเขาไว้ตามที่อีกฝ่ายจัดวาง“ข้าสาบาน...ต่อให้ข้าทำร้ายคนทั้งโลก ก็จะดีต่อเจ้าตลอดไป” เขาพร่ำพูดขณะจูบพรมไปทั่วไม่...“ข้าสาบาน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะไม่ปล่อยมือจากเจ้า”ไม่ได้...“ข้าสาบานว่าข้างกายจะมีเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น”เธอ...กับเขา...ในตอนที่บางส่วนของเขาจะเข้ามาในร่าง อาจูก็ได้สติ ตระหนักถึงความจริงข้อสำคัญคนคนนี้กำลังขาดสติ!มารราคะนี่กำลังล่อลวงเธอนี่ไม่ใช่ซือฝุของเธอ...ไม่ใช่เขา!ไวเท่าความคิด อาจูกระถดถอยหนีกำลังจะผลักร่างเขาออกไป กลับโดนรวบสองมือกลับตรึงไว้เหนือหัว บดริมฝีปากทั้งปล้ำจูบ ทั้งขบกัด กระซิบเสียงแหบพร่า“สายไปแล้ว...เด็กน้อย...”บางอย่าง...บางอย่างที่ทั้งยาว ทั้งใหญ่ ทั้งแข็งเกร็งแทรกเข้ามาในตัวเธอชั่วอึดใจนั้นอาจูรู้สึกเหมือนจะปริแยกเป็นสองส่วน น้ำตารินออกมาเป็นสายนี่เธอ...นี่เขา...

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 324

    อย่าลืมไปสั่งจองนางมารน้อยข้ามภพ ฉบับรูปเล่ม สามเล่มจบนะคะ มีการ์ตูนแถมในเล่มด้วยน้า ทักแชทเพจ เจ้าหญิงการเวก นะคะไม่...ไม่นะ...ต้องไม่ใช่แบบนี้...อะจูสะอื้นฮัก อยากจะรวบรวมพลังปราณมาผลักเขาออกไป ก็กลัวพลาดพลั้งทำให้คนด้านบนบาดเจ็บภายในขึ้นมาจริงสิ...จู่ๆ อาจูก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นได้เธออาศัยจังหวะนี้ จับสองมือของเขาแน่น ถ่ายปราณดีทั้งหมดในร่างให้คนด้านบนทันที!“นี่ นี่เจ้า!” จู่ๆ เด็กสาวในอ้อมกอดก็ถ่ายปราณดีมาให้ หลี่หยางตกใจจนได้สติ ถ้าความทรงจำที่เขาได้กลับคืนมาไม่ผิดเพี้ยน ในร่างของนางเองก็มีปราณมารแฝงอยู่เช่นกัน ไม่แน่ว่ายามนี้ปราณมารเหล่านั้นจะเติบใหญ่ขึ้นมากแล้ว หากปล่อยให้นางถ่ายปราณดีทั้งหมดมาให้เขา เช่นนั้นนางก็คงไม่แคล้ว...ไม่! เขาจะไม่ปล่อยให้นางถูกปราณมารพวกนั้นครอบงำเด็ดขาด!จะไม่ยอมให้นางต้องเป็นเหมือนอย่างเขา!หลี่หยางรีบใช้ปราณอันกล้าแข็งในร่างของตนเองส่งปราณจากร่างในอ้อมแขนกลับคืนให้เจ้าของทันที!“อย่านะ...” อาจูร้องห้าม แต่กระทั่งพลังปราณที่มีก็ยังสู้คนตรงหน้าไม่ได้อาจเพราะเผลอถ่ายปราณดีของตนเองมาให้เธออีกมากมาย นัยน์ตาของหลี่หยางยิ่งนานเข้าก็ยิ่งหม่นแสงลงนี่

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 323

    เสี่ยวปาตกใจจนตัวสั่น ทว่ากลับรีบก้าวขาออกมาบังร่างนายหญิงน้อยไว้ ชิงเหลียน สาวใช้ชั้นสูงข้างกายอาจูรู้ดีว่าใบหน้าของสตรีเป็นสิ่งสำคัญ รีบขยับเข้ามา จะดูอาการนายหญิง แต่เจ้าตัวอย่างอาจูรีบยกมือห้ามเอาไว้ตอนนี้เธอโกรธ...เธอชักจะโกรธมารระคะบางคนที่เอาแต่ฉุนเฉียวเกรี้ยว-กราดอาละวาดขว้างปาข้าวของไม่รู้จักดีชั่วแล้ว!“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ไม่ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ห้ามก้าวขาเข้ามายุ่มย่าม ห้ามกระโตกกระตากโวยวายหรือเอาเรื่องใดไปรบกวนความสงบสุขขององค์หญิงผิงหยางและนายท่านรองทั้งนั้น เข้าใจหรือไม่!”เสียง “เจ้าค่ะ” และ “ขอรับ” ดังขึ้นพร้อมเพรียงกันทันทีในความคิดของเหล่าข้ารับใช้ สาเหตุที่ระยะนี้ท่านอ๋องหงุดหงิดงุ่นง่านอาละวาดฟาดหัวฟาดหาง ขว้างปาข้าวของระบายอารมณ์อย่างที่ไม่เคยกระทำมาก่อนเช่นนี้ ล้วนเป็นเพราะพิษรักทั้งสิ้น หาใช่พิษจากสัตว์เลี้ยงตัวนั้นของนาย-หญิงน้อยไม่ในเมื่อพิษนี้เกิดจากนายหญิงน้อย ผู้ที่จะแก้ไขเรื่องนี้ได้ก็มีแต่นายหญิง-น้อยเท่านั้น!ในฐานะข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ที่ต้องการเห็นตำหนักผิงอ๋องแห่งนี้กลับคืนสู่ความสงบสุข พวกเขาพร้อมสนับสนุนให้ท่านอ๋องและนายหญิงน้อยคืนดีกั

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 322

    หากเขาไม่อาจหยุดคิดเรื่องพวกนี้ก็มีแต่จะต้องรีบกินยานั่นของผู้อาวุโสกัว ทำให้ตนเองหมดสติไปก่อนจะเสียสติ คลุ้มคลั่ง พ่ายแพ้ให้ปราณมารดื้อรั้นเหล่านี้!“ท่านอ๋อง!” เสียงเรียกที่มาพร้อมๆ กับเสียงเปิดประตูดังขึ้นในชั่วอึดใจ ไช่-เฉวียนที่ระยะนี้รับหน้าที่ให้ยาแทนนายหญิงน้อย รีบปราดเข้าประคองท่านอ๋องซึ่งยามนี้ยืนค้ำร่างอยู่ที่โต๊ะแปดเหลี่ยมใจกลางห้อง สีหน้าหม่นครึ้มเขาประคองท่านอ๋องของตนไปยังเตียงนอนเหมือนทุกครั้ง ก่อนคุกเข่าลงข้างเตียง กล่าวเสียงสั่น “ท่านอ๋อง...เป็นเพราะข้าสะเพร่าจึงเพิ่งสังเกตว่ายาของท่านกัวหมดลงแล้ว! ข้าให้องครักษ์ที่มีวิชาตัวเบาเลิศล้ำไปแจ้งท่านกัวแล้ว ทว่า...ท่านกัวยามนี้ล้มป่วย ไม่รับแขก ไม่พบปะผู้ใดทั้งสิ้น ยาของท่าน...”ต่อให้ไช่เฉวียนพูดไม่จบประโยค หลี่หยางก็คาดเดาได้หมดแล้ว...ยานอนหลับสงบเส้นประสาทพวกนั้น...จริงสิ...เขายังปรุงยาขึ้นเองได้!“พาข้า...พาข้าไปที่เรือนหลันฮวาเดี๋ยวนี้!”ไช่เฉวียนได้ยินชื่อเรือนแล้วก็นึกถึงนายหญิงของเรือนแห่งนั้นทันทีหรือว่า...หรือว่าท่านอ๋องที่ทุกข์ทรมานเพราะอาการป่วยเกิดระลึกถึงนาย-หญิงน้อยจนพานหายโกรธเคืองนางแล้ว?“ท่านอ๋อง อากา

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 321

    เมื่อได้รับปราณมารอันเข้มข้นของตนเองกลับคืนมา ทั้งยังได้ความทรงจำที่ขาดหายไปกลับคืนมาแทบทั้งหมด แม้จะจำได้ไม่ครบทุกเรื่อง แต่เพียงแค่เรื่องที่จดจำได้ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับ “จวี๋ฮวา” ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาต้องถกเถียงกับตนเองจนปวดหัว ความคิดมากมายต่อยตีกันไม่หยุดจนสับสนเขาพยายามแล้ว พยายามที่จะขับปราณมารพวกนี้ออกไป แต่ปราณมารพวกนี้กลับคล้ายมีชีวิตจิตใจเป็นของตนเอง พวกมันทั้งดื้อดึง ทั้งรู้จักต่อต้าน เขาที่ไม่อาจเดินลมปราณต่อเนื่องยาวนานนักเพราะยาพิษที่ตนเองคิดค้นขึ้นจึงไม่อาจขับปราณมารพวกนี้ออกไปจากร่าง ครั้นคิดจะปรุงยาแก้พิษ ก็ติดที่ว่ายังหายาแก้พิษชนิดนี้ไม่ได้ อีกทั้งตัวยาที่จำเป็นต้องใช้ก็ล้วนหายากยิ่งครั้งนั้นเซี่ยซูเหยาหลอกล่อให้เขาไปติดกับ กักขังเขาไว้ในค่ายกลดูดพลังที่พวกปีศาจจิ้งจอกร่วมด้วยช่วยสร้างขึ้น สุดท้ายเขาจึงพลาดท่า ถูกปีศาจพวกนั้นมะรุมมะตุ้ม รุมเข้ามาลบความทรงจำในตอนที่จวนตัว รู้แล้วว่าศิษย์พี่หญิงของตนตั้งใจจะทำอะไร เขาตัดสินใจกลืนยาพิษที่คิดค้นขึ้นเพื่อใช้ควบคุมตนเองซึ่งอาจสูญเสียความทรงจำทั้งหมด จนเผลอใช้ชีวิตอย่างไม่ระวัง พลาดพลั้งโดนปราณมารครอบงำ หรือคลุ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status