Share

บทที่ 8

Author: Karawek House
last update publish date: 2025-08-19 19:19:48

เมื่อเทียบกับท่านจ้าวหุบเขาผู้ดูจะมีความสุขกับการเดินทอดน่องชมทิวทัศน์ยามค่ำแล้ว คนที่ใส่เกียร์โกยแน่บหนีความหนาวเหน็บกลับเรือนพักอย่างอาจูย่อมกลับมาถึงเร็วกว่าเขาเป็นเท่าตัว

            ทันทีที่กลับมาถึง อาจูก็ต้องตื่นตาตื่นใจเพราะหีบบรรจุเสื้อผ้าแพรพรรณชั้นดีและข้าวของเครื่องใช้สตรีแบบโบราณของแท้และดั้งเดิมที่วางเรียงกันอยู่บนลานเล็กๆ ด้านหน้าเรือนพัก เมื่อใช้สมองของศีรษะอันน่ารักจิ้มลิ้มชั่งตวงวัดแล้วเห็นว่าที่นี่ไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากจวี๋ฮวา มิหนำซ้ำที่แห่งนี้ยังเป็นเรือนพักของนาง เจ้าของเรือนก็รีบกุลีกุจอขนถ่ายหีบ “สมบัติ” ทั้งสามใบเข้าไปเก็บในเรือนนอน อาการเหน็ดเหนื่อยปวดเมื่อยแขน ขา และเอวทั้งหลาย คล้ายจะหายไปชั่วขณะ

หลังจัดเก็บทุกอย่างไว้ที่มุมห้อง คนเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองกำลังหนาวก็รีบออกไปจุดไฟใส่กระถางไฟใบเล็กอันสะดวกแก่การขนย้าย แล้วค่อยๆ ยกมันเข้ามา จากนั้นก็เปลี่ยนมาสวมชุดผ้าไหมเนื้อดีสีเหลืองนวลซึ่งสุ่มหยิบมาจากบรรดาเสื้อผ้าสตรีหลากสีสันในหีบ โดยไม่ลืมเอาเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มของท่านจ้าวหุบเขาและเสื้อผ้าชุดเก่าของตัวเองไปตากไว้ที่ราวไม้เพื่อป้องกันกลิ่นอับชื้นที่ยากจะกำจัด

พอลองได้มีเวลามายืนสังเกตดูแล้ว อาจูก็พบว่าเสื้อผ้าของท่านจ้าวหุบเขาใหญ่กว่าเสื้อผ้าที่ร่างน้อยๆ ร่างนี้สวมใส่เป็นเท่าตัวเลยทีเดียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากเธอและเขามายืนเทียบกันจริงๆ เขาซึ่งเป็นชายโตเต็มวัยและจวี๋ฮวาซึ่งเป็นสาวน้อยวัยแรกแย้มจะดูแตกต่างกันสักแค่ไหน

จะว่าไปแล้ว...ท่านจ้าวหุบเขาที่ใครต่อใครเล่าลือกันว่า ‘ชั่วโฉดโหดเหี้ยม’ ผู้นี้อายุเท่าไหร่กัน? ที่สำคัญกว่านั้น สุดท้ายแล้วผู้ชายที่เข้มงวดและทำตัวเงียบขรึมไว้ท่าทีเหมือนตาแก่ตลอดเวลาอย่างนั้นโกรธเธอมากหรือเปล่า?

นอกจากนี้...หลังจากที่แสดงออกออกไปแบบนั้น ด้วยอุปนิสัยของเขาและภาพลักษณ์อันซื่อใสไร้เดียงสาน่าสงสารของจวี๋ฮวา เธอควรจะแสดงออก แบบไหน?

“...เสื้อคลุมท่านตัวใหญ่มากจริงๆ” อาจูพึมพำพลางไล้ปลายนิ้วไปตามชายแขนเสื้อ ท่ามกลางแสงไฟสุกสว่างจากกระถางไฟและโคมสัมฤทธิ์ฉลุลาย ร่างอ้อนแอ้นในเสื้อผ้าเนื้อโปร่งบางชุดใหม่ยิ่งดูเปล่งประกายบริสุทธิ์อ่อนหวานขึ้นหลายส่วน

ตอนนั้นเอง อาจูได้ยินเสียงพื้นไม้ลั่นเอี้ยดขึ้นครั้งหนึ่ง

แม้จะเพียงแผ่วเบา แต่ก็เดาได้ว่าน่าจะมีใครกำลังเดินมาทางนี้

ก่อนหน้านี้เธอเผลอพูดจาน่าหมั่นไส้โดยไม่รู้ว่ามีคนเดินเข้าใกล้ จนทำตัวเองภาพพจน์ติดลบมาแล้วหนหนึ่ง หลังจากย้ายเข้าที่พักใหม่ก็เลยตั้งใจว่าจะสร้างสัญญาณเตือนภัยเล็กๆ น้อยๆ

หึหึ...

ต้องขอบคุณที่แผ่นไม้ปูพื้นหน้าเรือนนี้เก่าแก่สึกหรอมากกว่าบริเวณไหนๆ เพียงแค่ใช้ท่อนฟืนออกแรงงัดแผ่นไม้บางแผ่นนิดๆ หน่อยๆ ยามเดินเหินก็เกิดเสียงเอี้ยดอ้าดง่ายดายเสียจนแน่ใจได้ว่าแม้จะเป็นผู้ฝึกยุทธหน้าไหน หากเดินไม่ระวัง ย่อมต้องทิ้งสัญญาณเสียงบอกใบ้ให้รู้ว่ามาเยือน...

ไวเท่าความคิด เจ้าของเรือนใช้มืออีกข้างที่วางแนบลำตัวลอบสะบัดชายกระโปรงไปทางกระถางไฟ อาศัยลมหนาวช่วยพัดส่ง ขณะเดียวกันก็แสร้งทำสีหน้าซับซ้อน สับสน

“ข้า...ข้าจะทำยังไงดี...ความรู้สึกแบบนี้มัน...” จวี๋ฮวายืนนิ่งอยู่อย่างนั้นราวกับคนคิดไม่ตก

ทว่าไม่นานนักกลิ่นเหม็นไหม้ก็ทำให้เจ้าตัวได้สติ

ร่างเล็กๆ เหลียวมองหาต้นตอของกลิ่นสีหน้าหวาดหวั่น เมื่อเห็นว่าชายเสื้อตัวเองกำลังติดไฟลุกไหม้ คนเพิ่งหลุดจากอาการคล้ายเหม่อลอยก็ถึงขั้นหวีดร้องเสียงหลง

นางรีบหมุนตัวกลับหลังหันโดยสัญชาตญาณ แต่นอกจากกิริยานั้นจะ

ไม่ช่วยอะไรแล้ว มันกลับทำให้เปลวไฟบนชายกระโปรงยิ่งลุกลามใหญ่โต

ประตูบานไม้ถูกผลักเข้ามาอย่างรุนแรงในชั่วอึดใจ ร่างสง่างามซึ่งสวมเพียงเสื้อสีขาวตัวในพุ่งเข้ามาฉวยข้อมือดึงเธอเข้าหา ช่วยกระชากเสื้อผ้าติดไฟออกจากร่าง

หลังฟาดลงพื้นและกระทืบด้วยลมปราณเพียงหนึ่งครั้ง ไฟที่ลุกลามอย่างรวดเร็วก็ดับลง ทิ้งไว้เพียงร่องรอยอันน่าหวาดหวั่น

“ซือฝุ...ซือฝุ!”

จวี๋ฮวาคล้ายโดนเหตุการณ์ไม่คาดฝันทำร้ายจนสติสัมปชัญญะเลือนหาย ร่างอ้อนแอ้นดูบอบบางในสภาพล่อแหลมผวาเข้าซบแผงอกแกร่ง มือน้อยๆ สวมกอดท่านจ้าวหุบเขาแนบแน่น เนื้อตัวสั่นเทาราวกับกระต่ายน้อยเสียขวัญ

เสียงร้องของจวี๋ฮวาดังไปถึงโถงรับแขกเรือนใหญ่เช่นกัน แม้จะไม่กล้าขยับตัวมายุ่มย่าม แต่เหล่าบุรุษจากสำนักคุ้มภัยตระกูลซุนยังอดขยับออกมาสอดส่ายสายตาไม่ได้

เรือนทิศใต้แห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศใต้สมชื่ออีกทั้งคฤหาสน์หลังนี้ก็ไม่ได้มีเส้นทางสลับซับซ้อนหรือมีต้นไม้รกครึ้มสักเท่าใด หากเลือกมุมดีๆ แล้ว ยังพอที่จะมองเห็นเรือนพักของจวี๋ฮวาได้ชัดเจน ดังนั้น เหล่าแขกตาดีตามประสาผู้ฝึกยุทธจึงพลอยมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น และสิ่งที่คนตาไวที่สุดทันเห็นก็คือภาพบุรุษผู้เย็นชาอย่างร้ายกาจดึงร่างดรุณีน้อยพิลาศล้ำที่ปากก็บอกว่าเป็นลูกศิษย์เข้าหาตัว...แล้วกระชากเสื้อผ้านางออกจากร่างในครั้งเดียว!

คล้ายจ้าวหุบเขาผู้นั้นจะสัมผัสได้ถึงสายตาคนนอก หรือไม่ก็ไม่ต้องการให้ผู้ใดรบกวนเหตุการณ์หลังจากนั้น เขาสะบัดมือเพียงครั้ง ลมปราณอันทรงพลังก็ผลักประตูและหน้าต่างบานไม้ให้ปิดสนิทแน่น ยากจะสอดส่องเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายใน

นะ...นี่มัน...นี่มันใช่คู่ศิษย์อาจารย์ธรรมดาๆ ที่ไหนกัน!

ชัดเจน...ชัดเจนยิ่งนักว่าข่าวลือทั้งหมดนั่นเป็นความจริง!

อึ๋ย...ที่จริงยิ่งกว่าจริงก็คือจ้าวหุบเขาผู้นี้เป็นผู้หวงของมากเสียด้วย!

เมื่อคิดได้ดังนี้ บรรดาแขกเหรื่อของหุบเขาก็รีบเก็บสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะลอบเหลียวดู ไม่กล้าทำตัวสอดรู้อีกต่อไป

แหม่...แต่เสียงร้องหวานๆ กับภาพเหตุการณ์ร้อนแรงเมื่อครู่ก็ช่าง...

เหล่าบุรุษผู้มีคุณธรรมต่างพยายามสลัดจินตนาการหยาบโลนออกจากห้วงคิด ทั้งอย่างนั้น ส่วนลึกในจิตใจก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ในคืนค่ำย่ำน้ำค้างเช่นนี้ ท่านจ้าวหุบเขาผู้เย็นชาป่าเถื่อน จะเอาโทสะอีกกึ่งหนึ่งไปลงที่แม่นางน้อยผู้นั้นอย่างไรกันบ้างนะ?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางมารน้อยข้ามภพ   Special END

    เยว่เทียนเสียงอุ้มหลี่อี้หรงกลับมาท่ามกลางสายตาจับจ้องของทุกคนสวีเทียนเป่าและหลี่เซียนเซียนบังเอิญพบลูกนกบาดเจ็บจึงช่วยกันรักษา กลับมาไม่ทันร่วมวงฟังหลี่ลู่เหวิน ได้แต่แปลกใจเพราะบรรยากาศตรงหน้าทันทีที่กลับมาร่วมโต๊ะ ศิษย์พี่ใหญ่เทียนเป่าก็ช่วยประคองเซียนเซียนตัวน้อยขึ้นนั่งเก้าอี้ เขาส่งยิ้มให้ทุกคน กล่าวขออภัย และบอกเล่าเหตุผลที่ไม่เพียงไม่ได้ตามไปสมทบกับคนอื่นๆ ยังพาเซียนเซียนกลับมาร่วมโต๊ะล่าช้า จากนั้นก็ช่วยรินน้ำชาให้เสี่ยวเซียนเซียนตามปกติวิสัยคงเพราะหลี่เซียนเซียนวางตัวสุขุมเป็นผู้ใหญ่ และสวีเทียนเป่าเองก็มีพื้นนิสัยซื่อสัตย์กตัญญู เชื่อฟังคำสั่งสอนของอาจารย์และน้าบุญธรรมเสียจนดูไม่น่าเป็นห่วงจนเกินไป ทุกคนจึงลืมเลือนข้อเท็จจริงที่ว่า ยิ่งนับวันศิษย์เอกของหุบเขากับเสี่ยวเซียนเซียนที่สักวันต้องเติบโตเป็นสาวและออกเรือน ก็ยิ่งคล้ายจะขลุกอยู่ด้วยกันเนิ่นนานขึ้นเรื่อยๆหากมองข้ามเรื่องที่ว่า ในแต่ละวัน หากไม่ออกเก็บสมุนไพรปรุงยาช่วย เหลือบรรดาสิงสาราสัตว์และผู้คน ศิษย์พี่ใหญ่อย่างสวีเทียนเป่าก็นั่งหลับตาฝึกฝน...ยามนี้พวกเขาทั้งคู่แทบจะใช้เวลาอยู่ร่วมกันตลอดทั้งวันทั้งคืนแล้วด้วย

  • นางมารน้อยข้ามภพ   ตอนพิเศษที่ 6 หลี่เซียนเซียน หลี่อี้หรง (7)

    -7-“บัดซบ! ” หลี่ลู่เหวินที่ลอบมองจากที่ไกลกำหมัดแน่น กัดฟันกรอด “ศิษย์พี่สามบังอาจนัก เขาถึงขั้นหลอกกินเต้าหู้เสี่ยวอี้หรงของพวกเรา! หลอกกินเต้าหู้ไม่พอ ยังคิดอ่านลึกล้ำ โน้มน้าวนาง! หึ...รู้มานานแล้วว่าคนผู้นี้หาใช่พยัคฆ์แต่เป็นหมาป่า ไม่นึกว่ากระทั่งหรงเอ๋อร์ที่เพิ่งจะอายุเพียงหกขวบก็ยังไม่ละเว้น! คุณชายเช่นข้าสังหรณ์ใจอยู่แล้วเชียว ว่าเหตุใดคุณชายตัวโตเช่นเขา จึงจ้องแต่จะคอยหยอกเย้ารังแกเด็กน้อยเช่นนางนัก!”แม้หลี่ลู่เหวินจะดำรงสถานะศิษย์ลำดับที่สี่ของหุบเขา มีสถานนะเป็นศิษย์ผู้น้องของเยว่เทียนเสียง แต่ผู้แซ่หลี่เช่นเขาไม่อาจทำใจยอมรับบุรุษที่ทั้งๆ ที่อายุอานามและความสามารถล้วนเท่าเทียมกัน กลับตัดหน้าแย่งเอาสถานะศิษย์พี่สามของเขาไป ทำให้ “พี่สาม” ตระกูลหลี่ผิงอ๋องเช่นเขาต้องกลายเป็น “ศิษย์พี่สี่” ยามผู้อื่นเรียกขาน เดี๋ยวก็เจ้าสาม เดี๋ยวก็เจ้าสี่ เขาสับสนยิ่งหากตั้งแต่แรกเยว่เทียนเสียงไม่ชิงตัดหน้าแย่งตำแหน่งศิษย์พี่สามไปจากเขา ชีวิตของคุณชายเช่นเขาก็คงไม่สับสนยุ่งยากถึงเพียงนี้กล่าวได้ว่าหลี่ลู่เหวินไม่ถูกชะตาคนผู้นี้ตั้งแต่แรกพบ ยิ่งนับวันก็ยิ่งไม่ชมชอบนิสัย หากจะถามว่าทำไ

  • นางมารน้อยข้ามภพ   ตอนพิเศษที่ 6 หลี่เซียนเซียน หลี่อี้หรง (6)

    -6-เสี่ยวอี้หรงซอยเท้าเล็กๆ วิ่งอย่างรวดเร็ว แต่ไม่เร็วเกินกว่าที่ผู้ฝึกยุทธ์ของหุบเขา โดยเฉพาะคนที่มีวิชาตัวเบาเลิศล้ำกว่าใครเพื่อนอยู่ก่อนแล้วอย่างเยว่-เทียนเสียงจะไล่ตามไม่ทันเยว่เทียนเสียงเห็นเสี่ยวอี้หรงของเขานั่งซุกตัวในทุ่งดอกจวี๋ฮวา เอาหน้าซบเข่าร้องไห้ ก็ตกใจ พลันสำนึกได้ว่าคราวนี้อาจกลั่นแกล้งรังแกนางรุนแรงจนเกินไปถึงแม้อาหารจานนั้นจะรสชาติย่ำแย่มากจริงๆ ก็เถอะ...เยว่เทียนเสียงทอดถอนใจ ทรุดตัวลงนั่งชันเข่าเบื้องหน้าเด็กหญิงตัวน้อยปีนี้เยว่เทียนเสียงเพิ่งจะสิบห้าสิบหกปี ทว่าด้วยวัยเพียงสิบห้าสิบหกปีกลับดูสูงใหญ่แกร่งกร้าวราวกับพยัคฆ์หนุ่มตัวหนึ่งก็ไม่ปาน ท่าทีกึ่งคุกเข่าอย่างจนใจต่อหน้าเด็กน้อยวัยห้าหกขวบผู้หนึ่งจึงดูจะว่าอ่อนโยนขัดรูปลักษณ์รึก็ขัด ทั้งยังดูน่าตลกอยู่มากเมื่อตัวก่อเรื่องเข้าถึงตัวน้องเล็กและกำลังออกปากกล่าวคำขอโทษ ผู้ที่เป็นทั้งพี่รองของบ้านตระกูลหลี่แห่งเทียนจินและดำรงสถานะศิษย์พี่รองของหุบเขาเดียวดายจึงรั้งตัวน้องชายสามของตนไว้ รอดูตัวก่อเหตุจัดการแก้ไข ขอขมาต่อน้องสาวตัวน้อยเสี่ยวอี้หรงของพวกเขานั้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่ดี เพียงแต่น้องสาวต

  • นางมารน้อยข้ามภพ   ตอนพิเศษที่ 6 หลี่เซียนเซียน หลี่อี้หรง (5)

    -5-หากจะกล่าวว่าหลี่เซียนเซียนให้กลิ่นอายคล้ายเทพเซียนไม่ต่างอะไรไปจากบิดา...หลี่อี้หรงก็ให้ความรู้สึกคล้ายนางมารน้อย พื้นความคิดผิดประหลาด ช่างออดอ้อน ที่มีเนื้อแท้ซุกซน เอาแต่ใจ ไม่ยอมคน ไม่ต่างอะไรไปจากมารดาเลยสักนิดเสี่ยวอี้หรงแม้ยังเยาว์แต่ช่างจับสังเกตและช่างคิดเป็นอย่างยิ่งเป็นต้นว่าระยะนี้นางจับสังเกตได้ว่าท่านแม่มักจะทำอาหารไปออดอ้อนป้อนให้ท่านพ่อที่กรุ่นโกรธ และท่านแม่ที่ใบหน้างอเง้ากำลังแง่งอนสุดกำลังเองก็ออกอาการปลาบปลื้มใจอ่อนเพียงเพราะได้ชิมอาหารรสมือท่านพ่อ นางในวัยหกขวบก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าการเอาอกเอาใจผู้อื่นด้วยอาหารนั้นนับว่าใช้การได้เป็นอย่างยิ่ง จึงมุ่งมั่นติดตามท่านแม่เข้าโรงครัว ขอเรียนรู้กลวิธีทำของอร่อย หลังจากคอยช่วยเป็นลูกมือมาเดือนกว่า ท่านแม่ก็วางใจ ยอมอนุญาตให้นางเริ่มลงมือทำอาหารด้วยตนเองลำพังเสียทีเสี่ยวอี้หรงเริ่มลงมือทำอาหารเป็นครั้งแรกด้วยน้ำตา นางกล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าจับไก่ กว่าจะจับได้ก็ไม่กล้ามัด หลังจากมัดได้อย่างทุลักทุเลแล้วก็ยังไม่กล้าฆ่า สุดท้ายพี่ชายช่างตามใจอย่างพี่ชายสามสกุลหลี่ หลี่ลู่เหวิน จึงต้องเป็นผู้ลงมือมัดและฆ่าไก่ให้น้องเล็ก

  • นางมารน้อยข้ามภพ   ตอนพิเศษที่ 6 หลี่เซียนเซียน หลี่อี้หรง (2-4)

    -2-อาจารย์แม่ของพวกเขาคลอดบุตรสาวฝาแฝด ลูกศิษย์อีกห้าคนในหุบเขา โดยเฉพาะลูกศิษย์ลำดับที่สองและสี่ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นพี่ชายพ่อและแม่เดียวกับทารกแฝดสองคนนี้ หรือก็คือเป็น “บุตรที่แท้จริงอย่างลับๆ” ของจ้าวหุบเขารุ่นปัจจุบันและฮูหยิน ย่อมต้องอยากเข้ามาแสดงความยินดี และชมโฉมหน้าทารกน้อยทั้งสอง เรือนหลังใหญ่ใจกลางคฤหาสน์ยามนี้ นับว่าครึกครื้นยิ่งฮูหยินท่านจ้าวหุบเขาชิงตั้งชื่อบุตรสาวไปแล้วหนึ่งคน เกรงอกเกรงใจสามีไม่น้อย จึงเหลือบุตรสาวไว้ให้สามีตั้งชื่อด้วยตนเองหนึ่งคน พวกเขาทุกคนจึงเรียกเด็กน้อยผู้นี้ว่าเป่าเปาเสี่ยวเป่าไม่เหมือนพี่สาว นางชอบร้องไห้โยเยบ่อยๆ ฮูหยินประมุขเยว่อยากให้สตรีที่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ยืนกรานจะเลี้ยงดูบุตรีด้วยตนเองได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ จึงพยายามคว้าข้าวของต่างๆ มาหลอกล่อเสี่ยวเป่า ใครจะนึกว่าเป่าเปาเพียงจับๆ มามองดูก็โยนทิ้งไปเสียหมด โยนทิ้งแล้วก็ร้องไห้เสียงดังจนน่ากลัวว่าภูเขาจะถล่ม ฟ้าจะสะเทือนตอนนั้นเอง ฮูหยินเยว่ก็สังเกตเห็นป้ายหยกที่ฮูหยินท่านจ้าวหุบเขาห้อยเอาไว้ ป้ายหยกชิ้นนี้แวววาวงดงามเป็นอย่างยิ่ง นางฉุกคิดได้ว่าเด็กๆ ชอบของแวววาว จึงขอทดลองเอาป้ายหยกม

  • นางมารน้อยข้ามภพ   ตอนพิเศษที่ 6 หลี่เซียนเซียน หลี่อี้หรง (1)

    จะด้วยบรรยากาศผ่อนคลายสบายใจระหว่างออกท่องยุทธภพเป็นใจหรืออย่างไรก็สุดรู้ ท้ายที่สุด ฮูหยินจ้าวหุบเขารุ่นปัจจุบันก็ตั้งครรภ์บุตรสาวขึ้นมาจนได้...ไม่ใช่แค่เป็นครรภ์บุตรสาวธรรมดาๆ แต่ยังเป็นครรภ์บุตรสาวฝาแฝดที่รูปโฉมบริสุทธิ์งดงาม น่ารักใคร่เอ็นดูเป็นอย่างยิ่งหากนับจากสถานะข้างตระกูลหลี่แห่งเทียนจิน เด็กสองคนนี้ย่อมต้องกลายเป็นคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองของหลี่ผิงอ๋องผู้วางมือจากราชสำนักอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าเมื่อมองจากสถานะข้างหุบเขาเดียวดายที่คนส่วนใหญ่รับรู้ เด็กสาวสองคนนี้ย่อมไม่ต่างอะไรไปจากองค์หญิงตัวน้อยๆ แห่งอาณาจักรเร้นลับในขุนเขาอวี้หลงจะอย่างไรเลือดก็ข้นกว่าน้ำ...แม้หุบเขาแห่งนี้จะเลือกผู้สืบทอดจากศิษย์มาทุกรุ่น ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าท่านจ้าวหุบเขาผู้ยิ่งนับวันก็ยิ่งรักใคร่หวงแหนภรรยาและบุตรีจะไม่เลือกส่งมอบทุกสิ่งต่อให้บุตรสาวฝาแฝดที่ถือกำเนิดจากฮูหยินคนสำคัญแม้สกุลหลี่มีธรรมเนียมตั้งชื่อบุตรหลานตามลำดับทำเนียบรุ่น ทว่าชื่อเรียกของพวกนางหาได้ตั้งขึ้นตามทำเนียบรุ่น ศาสตร์แห่งดวงชะตา หรือธรรมเนียมปฏิบัติอื่นใดพวกนางสองคน คนหนึ่งถูกเรียกว่า “เซียนเซียน” ส่วนอีกคน ได้ชื่อเรีย

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 192

    ตอนจากไปเป็นฤดูใบไม้ผลิ ตอนกลับมาอีกครั้งก็เป็นฤดูใบไม้ผลิที่มีสาลี่ผลิดอกออกช่อเต็มไปหมด อาจูคิดว่าตัวเองอาจจะดวงสมพงศ์กับสาลี่พวกนี้ไม่เบาอาจเป็นเพราะดวงสมพงศ์กับสาลี่มากเกินไป คนอย่างเธอก็เลยต้องพบการพรากจาก[1] ชนิดคลาดกันแล้วก็ยากจะหวนกลับแบบนี้ท่ามกลางความเงียบงัน อาจูถอนหายใจพลางยกซาลาเปาที

    last updateLast Updated : 2026-03-28
  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 189

    ทำได้หรือไม่ได้ก็ช่างเถอะ ตอนนี้จวนตัว ขอข่มขู่ไว้ก่อน!ซุนหว่านซูกำลังจะบิดข้อมือกลับ รู้สึกได้ว่าลมปราณกำลังหลั่งไหลออกจากร่างจริงๆ ก็ตกใจ ชะงักค้าง ไม่กล้าขยับ คนภายนอกมองมาจึงเห็นเพียงภาพตาเฒ่าคนหนึ่งกำลังบิดแขนโฉมงามไพล่หลัง ยืนเสียแนบสนิทชิดใกล้เป็นเก้าเจี้ยนที่โวยวายขึ้นอีกครั้ง“เฮ้ย! ไอ้แ

    last updateLast Updated : 2026-03-28
  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 199

    ความที่เจ้างูยักษ์เล่นละครได้ยิ่งกว่าสมบทบาท เมื่อหายาชนิดไหนไม่เจอหรือพบว่าเป็นตัวยาที่ไม่อาจมอบให้คู่ค้า ฮูหยินกำมะลออย่างอาจูจะปั้นหน้าน้ำตาคลอ สร้างเรื่องว่าจ้าวหุบเขาหลี่ไม่พอใจที่มีผู้มายุ่มย่าม เกรี้ยวกราด ไม่ยอมทำการค้า ขว้างปาข้าวของขับไล่ เสี่ยวจวี๋ฮวาจึงนับว่าทำการค้าไม่ขาดทุน ในแต่ละวัน

    last updateLast Updated : 2026-03-28
  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 190

    อาจูฟังแล้วลอบเบะปากในใจเหอะ ตาเฒ่าน่าตายที่พลิกลิ้นเข้าข้างตัวเองไม่สิ้นสุด พูดแบบนี้ไม่เท่ากับบอกว่าเรื่องคดโกงเมื่อครู่อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ผู้ชนะอย่างเจ้าต้องน้อมยอมรับคำโต้แย้งของข้าและเก้าเจี้ยนก็แค่เพราะตนเองสู้ข้าไม่ได้หรือไร?ไม่...ไม่ถูก...เมื่อครู่นี้ ทั้งๆ ที่เจ้าไม่กล้าวัดใจจนพ่า

    last updateLast Updated : 2026-03-28
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status