แชร์

บทที่ 9

ผู้เขียน: ซูเมี่ยวหลิง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-31 16:37:44

บิดาที่มีใจเอนเอียง

ณ เรือนเยว่เลี่ยง

ยามนี้เกาหนี่ว์เฉินอารมณ์ดีขึ้นเมื่อให้แม่นมเหยาไปจองห้องพิเศษหอเฟิ่งหวงแล้วได้ห้องเยว่เลี่ยงตามที่ต้องการ

นางยังไม่ได้ให้แม่นมสั่งอาหารไว้เพราะไม่ทราบว่าสุ่ยหยินเหอทานอะไรได้บ้างไม่ได้บ้าง ดังนั้นแค่เตรียมเงินไปให้มากแล้วสั่งหน้างานเอาก็พอ

“คุณหนูเจ้าคะ นายท่านให้มาเชิญไปที่เรือนหานเย่เจ้าค่ะ ด่วนตอนนี้เลย”

เกาหนี่ว์เฉินมุ่นคิ้ว เรือนหานเย่คือเรือนส่วนตัวของเกาหนี่ว์อิง แต่บิดาให้คนมาเชิญนางไปที่นั่น…

“หมายความว่าท่านพ่อไปหานางก่อนแล้วถึงให้คนมาเชิญข้าไปที่นั่นเช่นนั้นหรือ”

เกาหนี่เฉินน้ำตาคลอ เหรินเฮ่าเทียนจะมีจิตใจเอนเอียงไปทางเกาหนี่ว์อิงนางเข้าใจได้ ทว่าแม้แต่บิดาก็ยังมีใจเอนเอียงไปทางพี่สาวของนาง ความน้อยใจตีขึ้นกลางอก จุกแน่นจนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดไม่ได้

“คุณหนูอย่าคิดมากเลยเจ้าค่ะ บางทีอาจเป็นเพราะเรือนหานเย่ใกล้กับเรือนนายท่านมากกว่า”

“ถ้ามีใจต่อให้ไกลแค่ไหนก็ใกล้”

ร่างบางผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ปาดน้ำตาตรงหางตาแล้วเดินนำแม่นมเหยากับเสี่ยวเป่าออกไปจากเรือนนอนมุ่งสู่เรือนหานเย่

แม่นมเหยาที่เห็นท่าทางเข้มแข็งของคุณหนูแล้วสองความรู้สึก ดีใจที่เด็กสาวที่นางเลี้ยงมากับมือเข้มแข็ง

เสียใจได้ไม่นานก็ลุกขึ้นสู้ใหม่ เช่นตอนนี้ที่เดินนำพวกนางไปโดยไม่หวั่นสิ่งใดทั้งนั้น

จวนตระกูลเกาคือแผ่นฟ้าของพวกนาง แต่คนที่เป็นแสงอาทิตย์คอยอยู่ข้างพวกนางแม่ลูกคือเกาหนี่ว์เฉิน

“ท่านแม่ นายท่านจะหาเรื่องลงโทษคุณหนูหรือไม่เจ้าคะ หากแม่นมคุณหนูใหญ่กับเสี่ยวหรานใส่ร้ายพวกเราจะทำอย่างไรเจ้าคะ”

แม่นมเหยายังไม่ตอบ แต่คนที่ตอบกลับมาเสียงแข็งคือเกาหนี่ว์เฉิน

“ไม่ต้องกลัว คนที่พวกนางต้องกลัวคือข้า”

ณ เรือนหานเย่

เสียงไอแค่ก ๆ คือเสียงแรกที่ต้อนรับการมาเยือนของเกาหนี่ว์เฉิน ตามมาด้วยเสียงคุ้นหูเต็มไปด้วยความอบอุ่นของเกาอวี้หมิง

“ดื่มยานี่เสีย ร่างกายเจ้าไม่แข็งแรงยังตกลงไปในสระอีก ดื่มหม้อนี้ไปพรุ่งนี้ก็หายแล้ว”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ แล้วของหนี่ว์เฉินเล่าเจ้าคะ ท่านพ่อเตรียมให้นางแล้วหรือไม่”

เกาหนี่ว์เฉินชะงักเท้าอยู่เพียงเท่านั้นเพราะจะฟังคำตอบของบิดา เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว

“นางร่างกายแข็งแรงดี ไม่เหมือนเจ้า”

เกาหนี่ว์เฉินแค่นยิ้ม

ข้าคงหวังมากเกินไป

“แข็งแรงก็ใช่ว่าจะไม่ป่วย ให้คนเตรียมเอาไว้ป้องกันเถิดเจ้าค่ะ นางก็ตกลงไปในสระบัวพร้อมข้า ไม่รู้กลืนน้ำไปตั้งเท่าไรต่อเท่าไร”

“เช่นนั้นก็ได้”

ก็ได้เช่นนั้นหรือ หมายความว่าจำยอมมอบให้ข้าเพราะบุตรสาวคนโปรดขอเช่นนั้นหรือ

“แค่ยาถ้วยเดียวเท่านั้น พี่หญิงใหญ่ไม่ต้องเรียกร้องแทนข้าหรอกเจ้าค่ะ”

เกาหนี่ว์เฉินเดินเข้าไปในห้อง สีหน้านอกจากความถือดีแล้วก็ไม่มีความอ่อนแอให้ใครเห็น เกาอวี้หมิงที่เห็นเช่นนั้นจากที่กลัวบุตรสาวน้อยใจเปลี่ยนเป็นทอดถอนใจที่นางเพิ่งผ่านการตกน้ำ เพิ่งผ่านเรื่องเสียขวัญมา…

แต่ก็ยังดูฤทธิ์เยอะ!

“มาก็ดีแล้ว เพิ่งไปก่อวีรกรรมมายังไม่สำนึกอีก”

“วีรกรรมเดิมทีเป็นคำที่ดี แต่พอตามด้วยคำว่าสำนึกก็เปลี่ยนเป็นเรื่องร้ายแล้ว ใครฟ้องท่านพ่อว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ ข้าจะคิดดูอีกทีว่าควรสำนึกหรือไม่”

เกาอวี้หมิงหน้าสั่น ชี้หน้าต่อว่าบุตรสาวโดยไม่สนว่านางจะทำเรื่องทั้งหมดที่พูดมาจริงหรือไม่

เพราะสิ่งที่ทำให้เขาโกรธคือท่าทีถือดีของนาง

“ถือดี! เหตุใดข้าถึงมีบุตรถือดีแบบเจ้า ทำพี่สาวตกน้ำไม่พอยังจะกลับจวนโดยไม่บอกนางอีก จะทำให้คนอื่นเป็นห่วงไปถึงไหน”

ทำพี่สาวตกน้ำเช่นนั้นหรือ

เกาหนี่ว์เฉินตวัดสายตาไปมองเกาหนี่ว์อิงที่ส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงปฏิเสธ แต่ไม่ได้กล่าวอธิบายแก่บิดาให้เข้าใจ

เมื่อนางตวัดสายตาไปมองทางสาวใช้เสี่ยวหรานและแม่นมเฝิงก็เห็นสีหน้าแววตาสมใจของพวกนางแม่ลูก รู้ในทันทีว่าใครใส่ไคล้ตน

“ไม่ต้องไปมองพวกนาง สรุปแล้วเจ้าตั้งใจปล่อยมือพี่สาวตกน้ำหรือไม่”

เรื่องตั้งใจปล่อยหรือไม่มีเพียงสองคนเท่านั้นที่รู้แจ้ง ส่วนคนอื่นจะมองว่าเป็นการตั้งใจปล่อยมือหรือไม่

อยู่ที่อคติในใจแล้ว!

“หากท่านพ่อพูดว่าใช่ก็ใช่ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่”

“อย่ามาเล่นลิ้น ตอบมาว่าใช่หรือไม่ใช่”

ยิ่งเกาอวี้หมิงขึ้นเสียงใส่บุตรสาวคนรองมากเท่าไร เกาหนี่ว์เฉินดวงตายิ่งแข็งมากขึ้นเท่านั้น ในตอนนั้นเองที่คำพูดหลุดจากปากเกาหนี่ว์อิงได้เสียที

“ท่านพ่อ ข้าบอกแล้วอย่างไรเจ้าคะว่าเป็นเรื่องอุบัติเหตุ พานอันเหว่ยฉุดมือข้าแรง เราสองคนเอาไม่อยู่ก็เลยตกลงไปในน้ำด้วย ข้าเสียอีกที่ต้องขอโทษหนี่ว์เฉิน หากข้าไม่ชวนนางไปช่วยพานอันเหว่ยก็ไม่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้”

สีหน้าที่ฉายความเศร้าซึมของเกาหนี่ว์อิงทำให้อารมณ์รอบกายเกาอวี้หมิงไม่น่าอึดอัดเท่าก่อนหน้านี้ เพียงคำพูดเท่านั้นก็เปลี่ยนอารมณ์แผ่นฟ้าของจวนตระกูลเกาได้

แม่นมเฝิงและเสี่ยวหรานลอบส่งยิ้มให้กัน ยิ่งนายท่านให้ความสำคัญกับคุณหนูของพวกนางมากเท่าไร นางสองแม่ลูกก็มีที่ยืนในจวนมากเท่านั้น

“ดีที่หนี่ว์อิงของพ่อรู้ความ” เอ่ยกับบุตรสาวคนโตเสียงนุ่มก่อนที่จะหันมาเอ่ยเสียงแข็งกับบุตรสาวคนรอง

“เจ้าดูพี่สาวเอาไว้เป็นตัวอย่าง หากเจ้าว่าง่ายพ่อก็ไม่ต้องปากเปียกปากแฉะแบบนี้”

“เช่นนั้นก็สั่งสอนข้าให้พอเลยเจ้าค่ะ เสร็จแล้วก็บอก ข้าจะได้กลับไปนอน”

“นี่เจ้า…ฮึ่ม! ดื้อด้านยิ่งนัก เจ้าเป็นแบบนี้ใครจะเอาเจ้าอยู่ เพราะเช่นนี้เฮ่าเทียนถึงไม่ชอบเจ้า หากเขากับมารดาเจ้าไม่มีสัญญาหมั้นหมายกันมาก่อน เขาก็คงไม่คิดหมั้นหมายกับเจ้า”

…!!!

ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบทันทีเมื่อคำพูดที่บาดหัวใจนี้หลุดมาจากปากเกาอวี้หมิง แม้แต่สองแม่ลูกที่อยากให้เกาหนี่ว์เฉินโดนดุมาก ๆ ยังตะลึง

ไม่ได้โดนคำพูดนี้โดยตรงยังเจ็บถึงเพียงนี้ นับประสาอะไรกับคนที่โดนคำพูดเฉือนหัวใจ

ดวงตาคู่เฉี่ยวคลอหน่วยไปด้วยน้ำตาแล้ว!

“เอ่อ คือพ่อ…”

เกาอวี้หมิงเห็นสีหน้าทุกคนก็ทราบว่าตนพูดแรงเกินไป คิดจะขอโทษบุตรสาว แต่คำพูดก็ติดอยู่ที่ปากจนคนที่รอฟังไม่หวังจะได้ยินคำขอโทษจากเขาแล้ว

“เช่นนั้นก็ถอนหมั้นให้ข้าเถิดเจ้าค่ะ หากมันต้องฝืนใจใครนัก ถอนหมั้นเลยก็ได้”

ทุกคนยิ่งตะลึงกันกว่าเดิมเพราะไม่คิดว่าคนที่ดูชื่นชมคู่หมั้นหนุ่มถึงเพียงนั้นกลับเป็นคนเอ่ยเรื่องถอนหมั้นขึ้นมาก่อน

“เจ้าพูดอันใดออกมารู้ตัวหรือไม่”

“อยากให้ข้าพูดอีกรอบหนึ่งหรือเจ้าคะ…ข้า ขอ ถอน หมั้น ทีละคำแบบนี้ชัดเจนหรือไม่”

เกาอวี้หมิงหน้าสั่น เทียบความโกรธที่ผ่านมาแล้ว ครั้งนี้เขาโกรธบุตรสาวที่สุด โกรธจนคิดอยากยื่นมือไปตบหน้านางจนต้องกำมือแน่นเพื่อห้ามตัวเองไว้

“ถอนหมั้นหมายถึงความเสื่อมเสียชื่อเสียง ก่อนจะพูดออกมาได้ไตร่ตรองบ้างหรือไม่”

“ท่านพ่อไม่ได้อยากให้ข้าถอนหมั้นกับเฮ่าเทียนเกอเพื่อให้บุตรสาวคนโปรดหมั้นหรอกหรือเจ้าคะ ข้าเปิดทางให้ถึงเพียงนี้แล้ว ไยไม่รีบคว้าโอกาสนี้เอาไว้”

เพี๊ยะ!

ใบหน้าเรียวหันเพี๊ยะไปตามแรงตบ ทุกคนยกมือขึ้นปิดปากตกใจพอ ๆ กับผู้ที่โดนฝ่ามือหนาประทุษร้าย แม้แต่เกาอวี้หมิงเองก็ยังตะลึงไปเช่นกัน

หัวใจเจ็บแปลบในยามที่ใบหน้าเรียวหันมาแล้วปรากฏเลือดสีแดงที่มุมปาก

ตุบ!

แม่นมเฝิงกับเสี่ยวหรานรีบคุกเข่า ผลัดกันพูดคนละประโยคเพื่อให้เกาอวี้หมิงใจสงบลง

“นายท่าน โปรดละเว้นคุณหนูเจ้าค่ะ”

“นายท่าน บ่าวขอความเมตตาแทนคุณเจ้าค่ะ”

เกาอวี้หมิงไม่ได้ใจอ่อนให้กับคำพูดขอความเมตตานี้

แต่ใจอ่อนเพราะเห็นแววตาสั่นระริกที่อยู่ในดวงตาคู่เฉี่ยวที่ผ่านมาเด็ดเดี่ยวมาตลอด

ตบเมื่อครู่ได้ทำลายความเด็ดเดี่ยวของนางแล้ว!
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 65

    “ใช่! หากไม่คว้าเอาไว้ตอนนี้ ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าตรงหน้ามีอยู่จริงหรือไม่”หมับ!ว่าแล้วสุ่ยหยินเหอก็ยื่นมือไปจับใบหน้านิ่ม มือข้างซ้ายเพียงจับเบา ๆ แต่เมื่อนางทำตาโตใส่เขาเพราะความไม่ตั้งตัว เขาก็ใช้มืออีกข้างกุมแก้มนางเอาไว้“มีอยู่จริง เจ้าไม่ได้เป็นภาพลวงตา”ดวงตาที่สั่นไหวเต็มไปด้วยเคลื่อนอา

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 64

    ๖๑กำไลสีที่ข้าจะเลือกใส่ตลอดไปสุ่ยหยินเหอกำลังอยู่ในช่วงเหี่ยวเฉาที่สุดในชีวิต เขาพยายามเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสายตาเกาหนี่ว์เฉินที่งานเลี้ยงน้ำชา แต่สุดท้ายเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกันจนเขาคลาดกับนางไม่ได้พบกันอีกและตั้งแต่งานเลี้ยงน้ำชาวันนั้นเขาก็ไม่เจอนางอีกเลย จนกระทั่งถึงวันที่เหรินเฮ่าเทียนกลับเ

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 63

    เสี่ยวหลีเมื่อตั้งหลักได้แล้วก็ตบหน้าเสี่ยวหรานเกาหนี่ว์อิงห้ามด้วยเสียงไม่ได้ เดินเข้าไปแยกตัวทั้งสองออกจากกัน“หยุด! เสี่ยวหราน…พอแล้ว!”“นางตบบ่าวเจ้าค่ะคุณหนู หากบ่าวไม่ได้ตบนางคืน ไฟแค้นไม่มีทางทุเลาลงได้แน่เจ้าค่ะ”เสี่ยวหรานสะบัดตัวออกจากการดึงรั้งของเจ้านาย พุ่งตัวเข้าไปตบเสี่ยวหลีจนอีกฝ่าย

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 62

    ๖๐ไม่ทุบไม่ตีไม่ดีขึ้นเลยเกาหนี่ว์เฉินเพิ่งกลับมาจากเมืองหลวงก็ตอบรับงานเลี้ยงจวนเสนาบดีเจียงอีกครั้ง คราวนี้เป็นงานเลี้ยงน้ำชา จัดในเรือน ไม่เข้าใกล้สระน้ำเพื่อเลี่ยงการเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเช่นครั้งที่ตกสระบัว“ไม่มีแม้แต่อ่างบัว คุณหนูเจียงรอบคอบยิ่งแล้ว คงกลัวเราลงไปเล่นในสระน้ำอีกกระมัง”เก

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 61

    ๕๙นางไม่ปฏิเสธข้ายังมีโอกาสใช่หรือไม่ เกาหนี่ว์เฉินไม่ออกไปไหน อยู่ใช้เวลากับท่านตาและหลานน้อยอยู่อาทิตย์หนึ่งถึงเริ่มให้สาวใช้ช่วยเก็บของเตรียมเดินทางกลับเมืองหลวงต้าเหอป๋ายฟู่หลู่เข้าออกจวนตระกูลเถี่ยแทบทุกวัน แต่ไม่เจอตัวเกาหนี่ว์เฉินเลยสักหนสุ่ยหยินเหอมาเดินเล่นที่ทุ่งนาบ่อยครั้ง แต่มาครั้งใ

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 60

    ๕๘เลือกใครก็สวมกำไลสีนั้นเกาหนี่ว์เฉินนั่งอยู่หน้าโต๊ะประทินโฉมให้เสี่ยวเป่าช่วยหวีผมให้ก่อนนอน ส่วนนางนั่งมองกล่องเครื่องประดับสามกล่อง มีกำไลหยกสามวงวางอยู่ในนั้นสามวงสามสี…ขาว แดง เขียว!“คุณหนูจะทำอย่างที่คุณชายป๋ายกล่าวหรือไม่เจ้าคะ สวมกำไลวงใดเลือกคุณชายคนนั้น”“สวมกำไลก็แค่กุศโลบายที่อยากไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status