LOGINทุกคนต่างพากันลุกมาดูรูปที่ลู่เสียนวาด ต่างพากันตกตะลึง ไม่คาดคิดว่านางจะวาดภาพนี้ออกมาได้อย่างงดงามเช่นนี้ ลู่เสียนเองก็ไม่อยากเชื่อว่าเหมือนกันว่า บรรพบุรุษจะวาดภาพได้งดงาม จึงเอ่ยกับพวกเขาในใจ
“ท่านปู่ภาพนี้งดงามมากเลยเจ้าค่ะ” “ที่จริงมันเป็นความสามารถของข้าและพลังในกายของเจ้าที่มีติดตัวมา จึงทำให้ภาพนี้งดงามและสมบูรณ์แบบ ดูท่าไทเฮาและฮองเฮา มีอคติต่อเจ้ามาก เจ้าลองเสนอวาดภาพเหมือน ให้กับพวกนาง รับรองเจ้าได้ใจพวกนางแน่” ลู่เสียนครุ่นคิด การมีพรรคพวก ดีกว่าหัวเดียวกระเทียมลีบ ลองดูก็ดีเหมือนกัน “ฝ่าบาทหม่อมฉันเห็นว่า พระพันปีและองค์ฮองเฮา วันนี้ทรงงดงามและพระสิริโฉมมาก อย่างไรให้หม่อมฉันวาดภาพเอาไว้ เพื่อเป็นระลึกดีหรือไม่เพคะ?” เป็นอย่างไรให้นางพูดจาประจบประแจง นางก็ทำได้หากต้องทำ ไทเฮาและฮองเฮาถึงกับตัวแข็งค้าง เมื่อถูกเอ่ยพาดพิงถึง นางบอกว่าอย่างไรนะ วันนี้พวกนางงดงามและสิริโฉมมาก เจ้าเด็กคนนี้ช่างปากหวานเสียจริง นางถึงกับจะวาดรูปพวกนางเป็นที่ระลึก ก็ว่าจะไม่ได้เห็นว่ามีความสามารถหรอกนะ ถึงให้วาด “ไทเฮา ฮองเฮา เจ้าว่าอย่างไร หากไม่ให้วาดข้าจะให้นางวาดรูปของข้าแทน” “ฝ่าบาทในเมื่อนางอยากจะวาด หม่อมฉันกับไทเฮาจะขัดน้ำใจได้อย่างไรเพคะ” “คุณหนูใหญ่ เช่นนั้นเจ้าวาดพวกนาง เสร็จแล้ววาดข้าด้วยได้หรือไม่?” ลู่เสียนอมยิ้ม ฮ่องเต้ผู้นี้บุคลิกไม่แตกต่างจากบิดาของนางเท่าใดนัก ดูอบอุ่นและใจดี “ได้เพคะ” จากนั้นลู่เสียนก็เริ่มวาดรูปไทเฮา ไม่นานก็เสร็จลงอย่างรวดเร็ว นางส่งให้ขันทีนำไปให้ไทเฮา จากนั้นก็ลงมือวาดรูปของฮ่องเฮาต่อ นางวาดรูปอย่างคล่องแคล่วว่องไว และพลิ้วไหวราวสายลม บรรพบุรุษที่เข้ามาสวมร่างของนาง ก็ยังเกิดความสงสัยว่าเหตุใด ความสามารถในการวาดรูปถึงก้าวกระโดดได้ถึงเพียงนี้ “เด็กน้อยเหมือนเจ้าจะมีพลังบางอย่าง” เขาเอ่ยขึ้น” “พลังบางอย่างหรือเจ้าคะ?” “อืม พลังที่ส่งเสริมให้ความสามารถดียิ่งๆ ขึ้นไป และรวดเร็วดั่งเนรมิตมันขึ้นมา” ลู่เสียนได้ยินก็ระบายยิ้ม “ข้าก็แปลกใจเช่นกันเจ้าค่ะ แต่ว่าเสร็จเร็วแบบนี้ก็ดี เพราะต้องวาดรูปของฝ่าบาทอีก” ไทเฮาเมื่อรับภาพมาดูถึงยกยิ้มอย่างพอใจ นี่นางงดงามถึงเพียงเลยหรือ แม้จะออกว่าเป็นสตรีสูงวัย แต่ยังคงความสง่างาม นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นภาพที่เหมือนจริงเช่น น้ำตาแห่งความดีใจล้นเอ่อ ฮองเฮาชะโงกหน้าใบหน้าไปดู “เสด็จแม่! ภาพนี้งดงามมากเพคะ” ฮองเฮาร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น รอไม่ไหวที่จะเห็นรูปของนาง คราวนี้นางจึงหันไปมองลู่เสียนอย่างพิจารณา นางก็งดงามถึงเพียงนี้ อีกทั้งความสามารถก็โดดเด่น หากตัดอคติออกไปที่ว่า ตระกูลของนางเป็นเพียงพ่อค้า คุณหนูใหญ่ก็จะกลายเป็น คุณหนูผู้เพียบพร้อม แต่ว่าชื่อเสียงของนางในยามนี้ ช่างไม่ดีเอาเสียเลย “เสร็จแล้วเพคะ” ขันทีรีบเดินลงไปรับรูปที่วาดเสร็จ แล้วนำมาถวายให้กับฮองเฮา นางรับมาดูอย่างพึงพอใจ นี่นางงดงามถึงเพียงนี้เลย นางช่างมีฝีมือจริง ๆ นางคงต้องเก็บภาพนี้เอาไว้เป็นอย่างดี “งดงามมากจริง ๆ ขอบใจเจ้ามาก นำไปมอบให้นาง” จู่ ๆ ฮองเฮาก็ดึงปิ่นที่ปักอยู่บนเกศา ยื่นให้ขันที “นำไปมอบให้นาง” “พ่ะย่ะค่ะ” ทุกการกระทำของฮองเฮาตกอยู่ในสายตาของทุกคน โดยเฉพาะตระกูลฟู่ เพราะยังไม่มีการประกาศออกมา ว่าผู้ใดคือคนที่ราชวงศ์เลือก ให้แต่งกับรัชทายาท ทางตระกูลฟู่ก็ไม่อาจนิ่งนอนใจ การที่เห็น ฮ่องเต้ ไทเฮาและฮองเฮา มีท่าทีเปลี่ยนไปเช่นนี้ สร้างความกังวลใจ ให้กับเสนาบดีฟู่ไม่น้อย เขาจะปล่อยให้คุณหนูใหญ่ สร้างผลงานสร้างความประทับใจแบบนี้ไม่ได้ “ฝ่าบาทรูปของพระองค์เสร็จแล้วเพคะ” “จริงเหรอฮ่า ๆ ขอข้าดูหน่อย จะหล่อเหล่าสง่างามสักเพียงใด” ฮ่องเต้ลุกขึ้นก้าวลงไปดูด้วยตนเอง ก่อนจะตาเบิกกว้าง บุรุษในชุดมังกรสีทอง ช่างหล่อเหล่าสง่างามไร้ที่ติ “ฝ่าบาท ภาพนี้ลงลายพู่กันได้งดงามมากจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ คุณหนูใหญ่ช่างมีฝีมือ ในใต้หล้านี้คงหาใครเทียบได้” เป็นท่านราชครู ที่มีหน้าที่สอนวาดภาพ ในวังหลวงเอ่ยขึ้น ยามนี้เขายอมรับฝีมือ ของคุณหนูใหญ่ อย่างไร้ข้อกังขาแต่อย่างใด “ฝ่าบาท ไหน ๆ นางก็ได้แสดงฝีมือให้เห็นแล้ว กระหม่อมอยากได้คำชี้แนะ จากนางสักหน่อย เกี่ยวกับการเขียนอักษร โคลงกลอน เพื่อนำไปให้บุตรสาวได้ปรับปรุงพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีฟู่เอ่ยขึ้น ทำให้ฮ่องเต้ถอนใจออกมาอีกครั้งอย่างเบื่อหน่าย พวกเขาอายุมากเสียเปล่า รุมรังแกเด็กสาวผู้หนึ่ง ได้อย่างไร้ยางอายที่สุด หมากล้อมนางก็ทำให้เห็นแล้ว วาดภาพนางก็ทำได้ยอดเยี่ยม คราวนี้เรียกร้องให้นางเขียนอักษรกาพย์กลอน คุณหนูใหญ่ยิ่งพวกเขารุมรังแกเจ้ามากเท่าใด ก็ยิ่งทำให้ข้าเอ็นดูเจ้ามากขึ้นเท่านั้น เหว่ยอ๋อง เจียวลูและรองแม่ทัพฉือ เริ่มโกรธเคืองเสนาบดีฟู่ขึ้นมา จะอะไรกับคุณหนูใหญ่มากมาย ทั้งเดินหมากและวาดภาพ ยังไม่พอใจอีกหรือ?พวกเขาเริ่มเข้าใจนางมากขึ้น ที่ลุกขึ้นมาทำอะไรมากมาย โดยไม่สนใจคำพูดใคร ยิ่งมาตอนนี้ข่าวในทางไม่ดีของนาง ก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่นางกลับไม่สนใจ นางบอกว่า หากคนไม่ชอบเรา ถึงจะพยายามทำดีเพียงใด คนที่ไม่ชอบ ก็จะหาข้ออ้างมาตำหนิอยู่ดี แต่ต่างจากคนที่ชอบ เขาจะพยายามหาเหตุผลว่า นางทำไปเพราะเหตุผลใด และจะไม่เชื่อสิ่งที่ฟังจากปากคนอื่น ซึ่งพอมาเห็นในวันนี้ พวกเขายิ่งอยากสนับสนุนความคิดของเหว่ยอ๋อง ที่ว่าให้นางร้ายอย่างเต็มตัว เป็นนางร้ายอันดับหนึ่งในแคว้นโจว “คุณหนูใหญ่ หากเจ้าเหนื่อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำตามคำพูดของใคร” ฮ่องเต้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่เสนาบดีฟู่ถึงกับสะดุ้ง แต่ลู่เสียน กลับตอบออกมาอย่างร่าเริง “ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่เหนื่อยเลยเพคะ หากมีคนอยากให้ชี้แนะ หม่อมฉันยิ่งตื่นเต้น ตอนนี้อยากชี้แนะจนรอไม่ไหวแล้วเพคะ” เหว่ยอ๋องเห็นนางตอบออกไปเช่นนั้น ก็นึกมันเขี้ยวนางขึ้นมา นางยิ่งเหมือนนางจิ้งจอกน้อยเก้าหางเข้าไปทุกที เจ้าเล่ห์เสียจริง สมกับที่นางอยากเป็นนางร้าย เพราะดู ๆ แล้ว ทุกคนเหมือนจะผลักดัน ให้นางเป็นนางร้ายโดยสมบูรณ์วันต่อมาตระกูลลู่ก็ได้ส่งของหมั้นไปสู่ขอกุนซือเจียวลู่ ให้กับคุณหนูรองลู่อัน และส่งของหมั้นไปสู่ขอรองแม่ทัพฉือลี่เฉี่ยว ให้กับคุณหนูสามลู่เจิน บุรุษทั้งเมืองต่างพากันอิจฉา กับของหมั้นที่ทางตระกูลลู่ส่งมามากมาย แต่ก็นึกประหลาดใจในเวลาเดียวกัน สตรีไปสู่ขอบุรุษเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็น นี่มันขนบธรรมเนียมประเพณีอันใดกันที่จริงตระกูลเจียวและตระกูลฉือ พวกเขาตั้งใจจะคืนของหมั้นให้กับตระกูลลู่ทั้งหมดอยู่แล้ว พวกเขาเป็นบุรุษฐานะก็ไม่ธรรมดา สมควรให้ฝ่ายหญิงมากกว่า แต่ที่ไม่ทำตอนนี้เพราะลู่เสียนบอกว่า อยากให้ตระกูลเจียวและตระกูลฉือ เห็นถึงความจริงใจว่า ตระกูลลู่ต้องการพวกเขาไปเป็นลูกเขยจริง ๆทางด้านตระกูลเจียวและตระกูลฉือ ก็ได้จัดเตรียมของหมั้นเอาไว้แล้วเช่นเดียวกัน เมื่อแม่สื่อมาเจรจาสู่ขอกันเสร็จเรียบร้อย ผ่านไปไม่นานตระกูลเจียวและตระกูลฉือ ก็ตั้งขบวนแห่ของหมั้น ออกไปสู่ขอคุณหนูรองและคุณหนูสาม ทำเอาผู้คนแตกตื่นให้ความสนใจกับประเพณีที่ไม่เคยเห็นนี้ซึ่งรอบนี้มีของหมั้น ที่มาจากตระกูลเจียว ของหมั้นที่มาจากตระกูลฉือ และของหมั้นก่อนหน้านี้ที่มาจากตระกูลลู่รวมกัน ขบวนแห่ของหมั้นจึงยาวเป็นทางยาว ผู้ค
เรือนอนุจางตระกูลลู่ อนุจางนั่งเหม่อมองออกไปทางหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย ฮูหยินรองและคุณหนูห้าลู่เจียว วางยากำหนัดคุณหนูใหญ่ อีกทั้งส่งคนให้ไปรังแกแต่จับได้เสียก่อน พวกนางพากันหนีไป แต่ถูกเหว่ยอ๋องจับกลับมา คุณหนูใหญ่จึงได้สั่งให้ขังทั้งสองคนเอาไว้ในเรือนสองวันก่อนทุกคนในจวนยังคงจดจำได้ดี ภาพที่จางไห่ องครักษ์คนสนิทของท่านอ๋อง สังหารคนร้ายต่อหน้าทุกคน น่าสยดสยองจนทุกคนขวัญผวา โชคที่ที่นางเพียงแค่คิด แต่ยังไม่ได้ลงมือ ไม่เช่นนั้นชีวิตนางและบุตรสาวอีกสองคน จะเป็นเช่นไรคุณหนูหกลู่ฟางและคุณหนูเจ็ดลู่เซียน เปิดประตูเข้ามาพร้อมของว่างและน้ำชา มองมารดาที่ยังคงนั่งเหม่อลอย“ท่านแม่ทานอะไรเสียหน่อยเจ้าค่ะ” อนุจางหันมามองบุตรสาวอย่างเต็มตา พวกนางเติบโตมาเป็นสตรีที่สวยสดงดงาม ถึงจะเป็นเพียงบุตรสาวของอนุ แต่ก็มีความเป็นอยู่อย่างดี คหบดีลู่เฉิงแม้จะไม่ได้รักใคร่นาง แต่ก็ดูแลให้อยู่สุขสบาย ฮูหยินใหญ่ก็ใจกว้างและมีเมตตา นางจะโง่เขลาแค้นเคือง คุณหนูใหญ่ไปด้วยเหตุอันใด แค่นางตัดเบี้ยหวัดลงมา หากไม่ใช้สุรุ่ยสุร่ายย่อมเพียงพออย่างแน่นอน อนุจางลุกมาหาบุตรสาวทั้งสอง ก่อนจะดึงพวกนางมากอด “ต่อไปเราต้องดีกับ
“อืม..น่าเสียดายฝนดันมาตกหนักเสียก่อน เพลิงไหม้จึงไม่ได้เผาทำลายโรงเตี๊ยมให้เสียหายมากกว่านี้ แต่ก็นับว่าได้สร้างความปั่นป่วน ให้กับตระกูลลู่อยู่ไม่น้อย” เจินซีหยวน ท่านอ๋องแห่งแคว้นเจินเอ่ยพร้อมยกชาขึ้นดื่มอย่างเฉื่อยชา“ต่อไปนางและตระกูลลู่ คงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น อีกอย่างตอนนี้นางมีเหว่ยอ๋องมาคอยหนุนหลัง พวกเราคงทำอะไรยากขึ้น ไม่คิดว่าตระกูลลู่ที่ไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษ จะมีบุตรสาวเก่งการค้าเช่นคุณหนูใหญ่ นางเข้ามาดูแลไม่นาน ก็พบเจอสิ่งผิดปกติ ที่ซุกซ่อนเอาไว้มากมาย จากที่พวกเราส่งคนเข้าไปแฝงตัว และกอบโกยผลประโยชน์ คงต้องรีบดึงคนของเราออกมาพ่ะย่ะค่ะ”“ก็แค่สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง จะกังวลไปทำไม มีเหว่ยอ๋องหนุนหลังแล้วอย่างไร จัดการพวกเขาทั้งคู่ไปเสียพร้อมกัน ที่จริงข้าก็อยากจะจัดการเขามาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที ศึกที่ผ่านมาเขาฆ่าทหารของข้าตายไปหลายหมื่นนาย เป็นเพราะมีตระกูลลู่คอยสนับสนุนเสบี่ยง ไม่เช่นนั้นข้าก็คงพาแคว้นเจินชนะไปแล้ว” เจินซีหยวนหรือหยวนอ๋องแห่งแคว้นเจิน เอ่ยด้วยความเจ็บแค้นใจ “ใจเย็น ๆ เถิดเพคะ อีกไม่นานเราต้องได้จัดการพวกเขาอย่างแน่นอน หากฆ่าเหว่ยอ๋องได้ แ
“เรื่องที่เกิดขึ้นเราค่อย ๆ สืบไปดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคงไม่ง่ายที่จะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง ต่อไปข้าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น แต่ว่าตอนนี้ข้ามีเรื่องอื่นอยากปรึกษาเจ้าค่ะ” ลู่เสียนจ้องมองกุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ อย่างจริงจังก่อนจะเอ่ยขึ้นพวกท่านสองคนมีความจริงใจเพียงใด ที่จะคบหากับคุณหนูรองและคุณหนูสาม?”“ข้าเอาศักดิ์ศรีของตระกูลฉือเป็นเดิมพัน” รองแม่ทัพฉือตอบด้วยความมั่นใจ“ข้าก็เอาศักดิ์ศรีของตระกูลเจียวเป็นเดิมพันเช่นกัน” เจียวลู่ตอบด้วยความหนักแน่นลู่เสียนหันไปมองบิดาและมารดา นางคิดว่าตระกูลลู่ ต้องการบุรุษที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง มาช่วยกันปกป้องอีกแรง ลำพังนางคนเดียว มันยากเกินไปเพราะกิจการตระกูลลู่มีมากมาย มันเกินกำลังของนางจริง ๆนอกจากเหว่ยอ๋องแล้ว นางต้องการบุรุษมาเพิ่มอีก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นั่นก็คือ กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ ก็ในเมื่อเขาสองคนมีใจให้กับน้องสาวของนาง นางก็ช่วยทำให้มันเร็วขึ้นก็แค่นั้นเอง พบเจอบุรุษที่ดีอย่าปล่อยให้ลอยนวล ต้องรีบต้อนเข้ามาไว้ในรั้วแล้วเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี“พวกท่านต้องการค่าสินสอดเท่าใดเจ้าคะ?”“ห้ะ…ค่าสินสอดหรือ?” เจียวลู่และร
ลู่เสียนล้มป่วยลงจริง ๆ เพราะตากฝน และก่อนหน้านั้นนางก็ถูกพิษกำหนัด และได้เปิดศึกสงครามบนเตียง กับเหว่ยอ๋องจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ร่างกายจึงอ่อนเพลียและอ่อนล้า จึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ลู่เสียนนอนซมอยู่บนเตียงมาได้สองวันแล้ว นางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้“ท่านปู่ข้ายังไม่ได้กินยาห้ามครรภ์เลยเจ้าค่ะ ข้าจะท้องหรือไม่ ข้ายังไม่อยากท้องตอนนี้” ชายชราบรรพบุรุษได้ยินก็หัวเราะออกมา“ฮ่า ๆ ตราบใดที่เจ้ายังใส่กำไลที่ข้อมือ เจ้าก็ไม่มีทางท้องอย่างแน่นอน หากเจ้าอยากท้องก็แค่ถอดกำไลออก เมื่อนั้นเจ้าได้ท้องสมใจแน่”“จริงหรือเจ้าคะ เฮ้อ!ค่อยเบาใจหน่อย ข้ายังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ยังตั้งครรภ์ตอนนี้ไม่ได้ ““อืมข้าก็เห็นด้วย แต่ว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนมีคนอยากเอาชีวิตเจ้า การวางเพลิงสี่จุดพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย”“ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านปู่เหมือนข้าได้รับพลังมาเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาโกรธพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วพอตัวข้าพอคิดว่า อยากเหาะไปให้ถึงเร็ว ๆ ก็เหมือนจะทำได้ทันทีเลย แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมาคืออะไร แต่ก็ดีแล้ว
เมื่อลู่เสียนเดินออกมา จางไห่ก็ได้นำรถม้า มาจอดรอหน้าโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว ลู่เสียนก้าวขึ้นไปทันทีตามด้วยเหว่ยอ๋อง ก่อนนางจะบอกให้จางไห่รีบไป เมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งที่สอง ลู่เสียนรีบก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ ดูเหมือนจะเสียหายไปพอสมควร สวรรค์หากนางมาไม่ทันจะเป็นเช่นไร เจ้าพวกคนชั่ว ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่ เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา เพราะเขารับรู้ได้ถึงไอพลังสังหาร ที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของนาง “จิ้งจอกน้อยเริ่มโกรธแล้ว” “เข้าไปกันเถอเพคะ” “อืม” ลู่เสียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกวาดตามองหาผู้จัดการร้าน แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่ “ผู้จัดการโรงเตี๊ยมไปไหน?” “วันนี้ผู้จัดการไม่มาทำงานเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่” “ไม่มาทำงานแล้วมีคนไปบอกเขาหรือไม่ว่า โรงเตี๊ยมเกิดไฟไหม้?” “มีคนไปบอกเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขาบอกไม่สบายลุกไม่ไหว” ลู่เสียนกำหมัดเข้าหากันแน่น คงถึงเวลาจริง ๆ แล้วสินะ ในเมื่อจะร้ายก็ร้ายให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต! ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว “ท่านอ๋องหม่อมฉันสงสัยเขา” “จางไห่ส่งคนไปจับตัวเขา ไปขังที่คุกของทางการ” “พ่ะย







