แชร์

ตอนที่15 หงายทองตีลังกา

ผู้เขียน: คุณแม่แฝดสาม
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-04 16:10:05

เมื่อนั่งลงเรียบร้อย ลู่เสียนก็จับไปที่กำไลที่ข้อมือ ไม่นานเสียงชายชราก็ไอแค๊ก ๆ ออกมา มีเพียงนางที่ได้ยิน นางจึงไม่ต้องกังวล

“ท่านปู่ข้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะ” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นในใจ จากนั้นวิญญาณท่านปู่ ที่เป็นบรรพบุรุษ ก็เริ่มบอกว่าให้นางเดินหมากไปในทางใด ท่านราชครูมองวิธีการ เดินหมากของนางอย่างแปลกใจ วิธีการเดินหมากแบบนี้ เหมือนเขาเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

“คุณหนูใหญ่ ท่านเรียนรู้วิธีการเดินหมากมาจากผู้ใด?” ลู่เสียนยกยิ้ม

“ข้าก็เรียนรู้มาจาก บรรพบุรุษตระกูลลู่เจ้าค่ะ” ลู่เสียนตอบออกไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม 

พอเดินหมากไปสักพัก ท่านราชครูก็เริ่มมีเหงื่อผุดออกมา เพราะไม่ว่าเขาจะเดินไปทางไหน ก็ดูเหมือนจะถูกดักทุกทาง แต่ว่าวิธีการเดินหมากเช่นนี้ เหมือนกับคนคนหนึ่ง ที่เป็นคนสอนเขาเดินหมาก

เขาผู้นั้นเสียชีวิตไปนานมากแล้ว แล้วจะมาสอนวิธีการเดินหมากนี้ได้อย่างไร หรือว่าเขาเขียนตำราทิ้งเอาไว้ ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถึงจะเรียนจากตำรา ก็ไม่มีทางเดินหมากได้ชาญฉลาดเช่นนี้

ทุกคนจ้องมองหมากบนกระดาน อย่างลุ้นระทึกมีทั้งฝ่ายที่อยากให้นางชนะ และฝ่ายที่อยากให้นางแพ้ ฮ่องเต้ยกชาขึ้นมาเป่าอย่างผ่อนคลาย เพราะเริ่มจะมองเห็นว่า ลู่เสียนต้องชนะอย่างแน่นอน

เหว่ยอ๋องหันไปมองเจียวลู่ เพื่อบ่งบอกว่าชัยชนะใกล้มาถึงแล้ว

“ข้ายอมแพ้!” ท่านราชครูเอ่ยขึ้นมา อย่างยอมจำนน ทำให้ทุกคนในงานถึงตกตะลึง เป็นไปได้อย่างไร ท่านราชครูขอยอมแพ้! 

ลู่เสียนลุกขึ้นโค้งให้ท่านราชครู อย่างให้เกียรติกับคนที่พ่ายแพ้ แต่แล้วเหมือนกับจะมีคน ไม่ยอมรับผลการแข่งขันนี้

“ฝ่าบาทในเมื่อคุณหนูใหญ่ สามารถชนะท่านราชครูได้ กระหม่อมก็อยากวัด ความสามารถของนางเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ” ชายชราผู้เป็นท่านราชครู ด้านการวาดภาพเอ่ยขึ้นมา ฮ่องเต้ถอนใจออกมา

“คุณหนูใหญ่ จะว่าอย่างหากท่านราชครู จะประลองวาดภาพกับเจ้า?”

“ไม่มีปัญหาเพคะ” ลู่เสียนเอ่ยด้วยสีหน้าร่าเริง แต่ภายในใจด่าทอชายชราในใจ “ท่านปู่บรรพบุรุษเรามีใครวาดภาพได้บ้างเจ้าคะ?” ลู่เสียนเอ่ยถามพวกเขาในใจ

“เด็กน้อย เจ้าไม่ต้องกังวลเลย ตระกูลลู่ของพวกเรา ถึงแม้จะไม่ใช่ขุนนางชนชั้นสูง แต่ก็มีความสามารถกันทุกคน มีแต่บิดาเจ้านั่นแหละไม่ได้เรื่อง มีดีอยู่อย่างเดียวคือ มีจิตใจโอบอ้อมอารี พวกเราสร้างเนื้อสร้างตัวจากไม่มีอะไร จนเป็นปึกแผ่นอย่างทุกวันนี้ เพราะความสามารถล้วน ๆ เอาละเจ้าไปจับมือนางวาด เอาให้ไอ้แก่นั่นหงายท้องตายไปเลย”

ลู่เสียนได้คำพูดของบรรพบุรุษ ก็หลุดขำออกมา ก่อนจะเตรียมตัวพับแขนเสื้อขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เปื้อนหมึก

“ท่านอยากให้ข้าวาดแบบใดเจ้าคะ?” เขาไม่ตอบแต่กลับหันไปพูดกับฝ่าบาท ลู่เสียนถึงกับเอ่ยตำหนิเขาในใจ “ท่านปู่ข้าไม่ชอบชายผู้นี้ นอกจากหงายท้องตายแล้ว ให้เขาตีลังกาตายไปเลยเจ้าค่ะ”

“ฮ่า ๆ ตีลังกาตาย ฮ่า ๆ ข้าชอบ ๆ เจ้าได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้”

“ฝ่าบาทกระหม่อมคิดว่า วาดภาพแคว้นโจวดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้พยักหน้ารับ วิญญาณบรรพบุรุษพอได้ยิน ชายชราหนังเหี่ยวเอ่ยเช่นนั้น ก็นึกโมโห หน่อยแหนะเจ้าลูกเต่า คิดจะกลั่นแกล้งบุตรหลานของข้า 

“ลู่เสียนข้าจะสิงร่างเจ้าชั่วคราว เพราะแบบนี้ข้าจะวาดได้ถนัดกว่า”

“ได้เจ้าค่ะ” พ่อวิญญาณบรรพบุรุษมาสวมร่าง ลู่เสียนก็รู้สึกเหมือนมี สองร่างในร่างเดียว จากนั้นนางก็หยิบพู่กัน มาตวัดวาดไปอย่างพลิ้วไหว ชายชราหันมามองด้วยความตกตกตะลึง ลู่เสียนแอบเบ้ปาก ใกล้แล้วท่านใกล้ได้หง่ายท้องตีลังกาแล้ว รออีกหน่อยเถิด

ทุกคนมองลู่เสียนวาดภาพอย่างตกอยู่ในภวังค์ นางช่างงดงามหาใครเทียบ ท่าทางวาดภาพก็แสนจะมีเสน่ห์ ยามนี้ความรู้สึกของพวกเขาทุกคน คล้ายนั่งชมเทพเซียนกำลังวาดภาพ อยู่กลางทุ่งหญ้า

แต่แล้วทุกคนก็ต้องตื่นจากภวังค์ เมื่อมีเสียงบางอย่างตกลงมากระแทกพื้นดังเพล้ง! 

เป็นไทเฮาที่เริ่มหมดความอดทน นอกจากจะไม่ได้ทำให้นางอับอาย ยังต้องมาทนดูนางแสดงความสามารถ มันน่าเจ็บใจนัก!

“เสร็จแล้วเพคะ” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นเมื่อวาดรูปเสร็จ เป็นอีกครั้งที่ชายชรา ต้องหันมามองอย่างตกใจ นางวาดเสร็จได้รวดเร็วเพียงนี้เชียวหรือ แต่ว่าวาดเสร็จก็ใช่ว่าจะวาดได้ดี ฮ่องเต้ลุกออกมาจากพระที่นั่ง เพื่อจะเดินมาดูด้วยตาตนเอง

“คุณหนูใหญ่ นี่มัน!” ฮ่องเต้ถึงกับตกตะลึง ตื่นเต้นด้วยความดีใจ ภาพเมืองแคว้นโจว ที่เขาใฝ่ฝันอยากจะได้ ไม่คาดคิดว่ามันจะมาอยู่ตรงหน้า ฮ่องเต้กายสั่นระริกด้วยความดีใจ 

ชายชรารีบเดินมาดู เพราะเห็นท่าทางของฮ่องเต้ นี่มัน! นี่มัน! เป็นไปได้อย่างไร! ลายพู่กันเช่นนี้เป็นใครไปไม่นอกจาก เขามาเกิดใหม่ในร่างของนาง

“อาจารย์! ศิษย์โง่เขลาเบาปัญญา โปรดยกโทษให้ศิษย์ผู้โง่เขลา คนนี้ด้วย” ท่านราชครูผู้แก่ชราคุกเข่าให้นางอย่างไม่อายใคร

“นั่น! ท่านราชครูทำอะไร เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ” เสนาบดีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น อย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง

ลู่เสียนเองก็งงจนทำตัวไม่ถูก หนักกว่าหงายท้องตีลังกา คือมาคุกเข่าให้นางนี่แหละ เสียงหัวเราะของบรรพบุรุษ ดังออกมาอย่างสะใจ สมน้ำหน้าเจ้าลูกเต่าหนังเหี่ยว 

“เป็นภาพวาดที่ประเมินค่าไม่ไม่ได้จริง ๆ ตั้งแต่เราเกิดมา เป็นสิ่งแรกที่ทำให้เราดีใจได้มากขนาดนี้ ลู่เสียนเจ้าอยากได้สิ่งใด เป็นการตอบแทน” พอฮ่องเต้เอ่ยถามเช่นนี้ ทุกคนก็กลั้นใจ รอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ 

ลู่เสียนหันไปมองบิดา เพราะนางก็ไม่รู้ว่าอยากได้อะไร ลู่เฉิงจึงเอ่ยขึ้นมาแทน

“ทูลฝ่าบาท อย่าได้ทรงกังวลพระทัยเลยพ่ะย่ะค่ะ ภาพวาดนี้ถือว่านางวาด ให้เป็นของขวัญที่นางได้มาเยือนวังหลวงเป็นแรก ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“ดี! ถ้าเช่นนั้นเราจะให้นางเข้าวังบ่อยขึ้น”

“ห้ะ….” ลู่เฉิงไม่คิดว่าพระองค์จะเข้าใจไปอีกแบบ เขาหันไปยิ้มเจือนให้ลู่เสียน 

“ฝ่าบาท นางคงมาวังหลวงบ่อย ๆ ไม่ได้ เพราะนางมีงานมากมายให้จัดการพ่ะย่ะค่ะ”

“ฮ่า ๆ ข้าก็พูดไปอย่างนั้นเอง คุณหนูใหญ่ขอบใจเจ้ามากนะ วันนี้เราได้เปิดหูเปิดตาแล้ว”

 

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่28 ส่งของหมั้นไปสู่ขอ

    วันต่อมาตระกูลลู่ก็ได้ส่งของหมั้นไปสู่ขอกุนซือเจียวลู่ ให้กับคุณหนูรองลู่อัน และส่งของหมั้นไปสู่ขอรองแม่ทัพฉือลี่เฉี่ยว ให้กับคุณหนูสามลู่เจิน บุรุษทั้งเมืองต่างพากันอิจฉา กับของหมั้นที่ทางตระกูลลู่ส่งมามากมาย แต่ก็นึกประหลาดใจในเวลาเดียวกัน สตรีไปสู่ขอบุรุษเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็น นี่มันขนบธรรมเนียมประเพณีอันใดกันที่จริงตระกูลเจียวและตระกูลฉือ พวกเขาตั้งใจจะคืนของหมั้นให้กับตระกูลลู่ทั้งหมดอยู่แล้ว พวกเขาเป็นบุรุษฐานะก็ไม่ธรรมดา สมควรให้ฝ่ายหญิงมากกว่า แต่ที่ไม่ทำตอนนี้เพราะลู่เสียนบอกว่า อยากให้ตระกูลเจียวและตระกูลฉือ เห็นถึงความจริงใจว่า ตระกูลลู่ต้องการพวกเขาไปเป็นลูกเขยจริง ๆทางด้านตระกูลเจียวและตระกูลฉือ ก็ได้จัดเตรียมของหมั้นเอาไว้แล้วเช่นเดียวกัน เมื่อแม่สื่อมาเจรจาสู่ขอกันเสร็จเรียบร้อย ผ่านไปไม่นานตระกูลเจียวและตระกูลฉือ ก็ตั้งขบวนแห่ของหมั้น ออกไปสู่ขอคุณหนูรองและคุณหนูสาม ทำเอาผู้คนแตกตื่นให้ความสนใจกับประเพณีที่ไม่เคยเห็นนี้ซึ่งรอบนี้มีของหมั้น ที่มาจากตระกูลเจียว ของหมั้นที่มาจากตระกูลฉือ และของหมั้นก่อนหน้านี้ที่มาจากตระกูลลู่รวมกัน ขบวนแห่ของหมั้นจึงยาวเป็นทางยาว ผู้ค

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่27 รักษาอาการป่วย

    เรือนอนุจางตระกูลลู่ อนุจางนั่งเหม่อมองออกไปทางหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย ฮูหยินรองและคุณหนูห้าลู่เจียว วางยากำหนัดคุณหนูใหญ่ อีกทั้งส่งคนให้ไปรังแกแต่จับได้เสียก่อน พวกนางพากันหนีไป แต่ถูกเหว่ยอ๋องจับกลับมา คุณหนูใหญ่จึงได้สั่งให้ขังทั้งสองคนเอาไว้ในเรือนสองวันก่อนทุกคนในจวนยังคงจดจำได้ดี ภาพที่จางไห่ องครักษ์คนสนิทของท่านอ๋อง สังหารคนร้ายต่อหน้าทุกคน น่าสยดสยองจนทุกคนขวัญผวา โชคที่ที่นางเพียงแค่คิด แต่ยังไม่ได้ลงมือ ไม่เช่นนั้นชีวิตนางและบุตรสาวอีกสองคน จะเป็นเช่นไรคุณหนูหกลู่ฟางและคุณหนูเจ็ดลู่เซียน เปิดประตูเข้ามาพร้อมของว่างและน้ำชา มองมารดาที่ยังคงนั่งเหม่อลอย“ท่านแม่ทานอะไรเสียหน่อยเจ้าค่ะ” อนุจางหันมามองบุตรสาวอย่างเต็มตา พวกนางเติบโตมาเป็นสตรีที่สวยสดงดงาม ถึงจะเป็นเพียงบุตรสาวของอนุ แต่ก็มีความเป็นอยู่อย่างดี คหบดีลู่เฉิงแม้จะไม่ได้รักใคร่นาง แต่ก็ดูแลให้อยู่สุขสบาย ฮูหยินใหญ่ก็ใจกว้างและมีเมตตา นางจะโง่เขลาแค้นเคือง คุณหนูใหญ่ไปด้วยเหตุอันใด แค่นางตัดเบี้ยหวัดลงมา หากไม่ใช้สุรุ่ยสุร่ายย่อมเพียงพออย่างแน่นอน อนุจางลุกมาหาบุตรสาวทั้งสอง ก่อนจะดึงพวกนางมากอด “ต่อไปเราต้องดีกับ

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่26 เสแสร้งเพื่อผลประโยชน์

    “อืม..น่าเสียดายฝนดันมาตกหนักเสียก่อน เพลิงไหม้จึงไม่ได้เผาทำลายโรงเตี๊ยมให้เสียหายมากกว่านี้ แต่ก็นับว่าได้สร้างความปั่นป่วน ให้กับตระกูลลู่อยู่ไม่น้อย” เจินซีหยวน ท่านอ๋องแห่งแคว้นเจินเอ่ยพร้อมยกชาขึ้นดื่มอย่างเฉื่อยชา“ต่อไปนางและตระกูลลู่ คงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น อีกอย่างตอนนี้นางมีเหว่ยอ๋องมาคอยหนุนหลัง พวกเราคงทำอะไรยากขึ้น ไม่คิดว่าตระกูลลู่ที่ไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษ จะมีบุตรสาวเก่งการค้าเช่นคุณหนูใหญ่ นางเข้ามาดูแลไม่นาน ก็พบเจอสิ่งผิดปกติ ที่ซุกซ่อนเอาไว้มากมาย จากที่พวกเราส่งคนเข้าไปแฝงตัว และกอบโกยผลประโยชน์ คงต้องรีบดึงคนของเราออกมาพ่ะย่ะค่ะ”“ก็แค่สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง จะกังวลไปทำไม มีเหว่ยอ๋องหนุนหลังแล้วอย่างไร จัดการพวกเขาทั้งคู่ไปเสียพร้อมกัน ที่จริงข้าก็อยากจะจัดการเขามาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที ศึกที่ผ่านมาเขาฆ่าทหารของข้าตายไปหลายหมื่นนาย เป็นเพราะมีตระกูลลู่คอยสนับสนุนเสบี่ยง ไม่เช่นนั้นข้าก็คงพาแคว้นเจินชนะไปแล้ว” เจินซีหยวนหรือหยวนอ๋องแห่งแคว้นเจิน เอ่ยด้วยความเจ็บแค้นใจ “ใจเย็น ๆ เถิดเพคะ อีกไม่นานเราต้องได้จัดการพวกเขาอย่างแน่นอน หากฆ่าเหว่ยอ๋องได้ แ

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่25 ทาบทามสู่ขอบุรุษ

    “เรื่องที่เกิดขึ้นเราค่อย ๆ สืบไปดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคงไม่ง่ายที่จะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง ต่อไปข้าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น แต่ว่าตอนนี้ข้ามีเรื่องอื่นอยากปรึกษาเจ้าค่ะ” ลู่เสียนจ้องมองกุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ อย่างจริงจังก่อนจะเอ่ยขึ้นพวกท่านสองคนมีความจริงใจเพียงใด ที่จะคบหากับคุณหนูรองและคุณหนูสาม?”“ข้าเอาศักดิ์ศรีของตระกูลฉือเป็นเดิมพัน” รองแม่ทัพฉือตอบด้วยความมั่นใจ“ข้าก็เอาศักดิ์ศรีของตระกูลเจียวเป็นเดิมพันเช่นกัน” เจียวลู่ตอบด้วยความหนักแน่นลู่เสียนหันไปมองบิดาและมารดา นางคิดว่าตระกูลลู่ ต้องการบุรุษที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง มาช่วยกันปกป้องอีกแรง ลำพังนางคนเดียว มันยากเกินไปเพราะกิจการตระกูลลู่มีมากมาย มันเกินกำลังของนางจริง ๆนอกจากเหว่ยอ๋องแล้ว นางต้องการบุรุษมาเพิ่มอีก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นั่นก็คือ กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ ก็ในเมื่อเขาสองคนมีใจให้กับน้องสาวของนาง นางก็ช่วยทำให้มันเร็วขึ้นก็แค่นั้นเอง พบเจอบุรุษที่ดีอย่าปล่อยให้ลอยนวล ต้องรีบต้อนเข้ามาไว้ในรั้วแล้วเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี“พวกท่านต้องการค่าสินสอดเท่าใดเจ้าคะ?”“ห้ะ…ค่าสินสอดหรือ?” เจียวลู่และร

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่24 ช่วยกันวิเคราห์เรื่องราว

    ลู่เสียนล้มป่วยลงจริง ๆ เพราะตากฝน และก่อนหน้านั้นนางก็ถูกพิษกำหนัด และได้เปิดศึกสงครามบนเตียง กับเหว่ยอ๋องจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ร่างกายจึงอ่อนเพลียและอ่อนล้า จึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ลู่เสียนนอนซมอยู่บนเตียงมาได้สองวันแล้ว นางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้“ท่านปู่ข้ายังไม่ได้กินยาห้ามครรภ์เลยเจ้าค่ะ ข้าจะท้องหรือไม่ ข้ายังไม่อยากท้องตอนนี้” ชายชราบรรพบุรุษได้ยินก็หัวเราะออกมา“ฮ่า ๆ ตราบใดที่เจ้ายังใส่กำไลที่ข้อมือ เจ้าก็ไม่มีทางท้องอย่างแน่นอน หากเจ้าอยากท้องก็แค่ถอดกำไลออก เมื่อนั้นเจ้าได้ท้องสมใจแน่”“จริงหรือเจ้าคะ เฮ้อ!ค่อยเบาใจหน่อย ข้ายังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ยังตั้งครรภ์ตอนนี้ไม่ได้ ““อืมข้าก็เห็นด้วย แต่ว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนมีคนอยากเอาชีวิตเจ้า การวางเพลิงสี่จุดพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย”“ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านปู่เหมือนข้าได้รับพลังมาเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาโกรธพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วพอตัวข้าพอคิดว่า อยากเหาะไปให้ถึงเร็ว ๆ ก็เหมือนจะทำได้ทันทีเลย แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมาคืออะไร แต่ก็ดีแล้ว

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่23 ความโกรธของท่านหญิง2

    เมื่อลู่เสียนเดินออกมา จางไห่ก็ได้นำรถม้า มาจอดรอหน้าโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว ลู่เสียนก้าวขึ้นไปทันทีตามด้วยเหว่ยอ๋อง ก่อนนางจะบอกให้จางไห่รีบไป เมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งที่สอง ลู่เสียนรีบก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ ดูเหมือนจะเสียหายไปพอสมควร สวรรค์หากนางมาไม่ทันจะเป็นเช่นไร เจ้าพวกคนชั่ว ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่ เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา เพราะเขารับรู้ได้ถึงไอพลังสังหาร ที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของนาง “จิ้งจอกน้อยเริ่มโกรธแล้ว” “เข้าไปกันเถอเพคะ” “อืม” ลู่เสียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกวาดตามองหาผู้จัดการร้าน แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่ “ผู้จัดการโรงเตี๊ยมไปไหน?” “วันนี้ผู้จัดการไม่มาทำงานเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่” “ไม่มาทำงานแล้วมีคนไปบอกเขาหรือไม่ว่า โรงเตี๊ยมเกิดไฟไหม้?” “มีคนไปบอกเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขาบอกไม่สบายลุกไม่ไหว” ลู่เสียนกำหมัดเข้าหากันแน่น คงถึงเวลาจริง ๆ แล้วสินะ ในเมื่อจะร้ายก็ร้ายให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต! ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว “ท่านอ๋องหม่อมฉันสงสัยเขา” “จางไห่ส่งคนไปจับตัวเขา ไปขังที่คุกของทางการ” “พ่ะย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status