Share

ตอนที่33 ดักซุ่มทำร้าย

last update Last Updated: 2026-01-15 07:06:07

ลู่เสียนและลู่เฉิงลุกขึ้นด้วยความตกใจหน้าซีดเผือด ไร่ชาอยู่ไกลออกไปราว ๆ หนึ่งชั่วยาม (2ชั่วโมง) หากออกเดินทางตอนนี้ คงไปถึงที่นั่นราวๆ ยามเซิ่น (15.00-17.00) หรือว่าจะออกเดินทางพรุ่งนี้แต่เช้าดีนะ 

คราวนี้นางมั่นใจแล้วว่า มีคนจงใจกลั่นแกล้งตระกูลลู่ให้ได้รับความเสียหาย ความกรุ่นโกรธเจ็บแค้นเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ว่าอย่างไรนางจะต้องสืบหาคนอยู่เบื้องหลังนี้ให้ได้ เจ้าพวกคนชั่วคิดว่าตระกูลลู่รังแกได้ง่ายขนานนั้นเลยหรือ นางจะต้องเอาคืนอย่างสาสม 

“ท่านพ่อข้าคิดว่ามีคนคิดจะทำร้ายตระกูลเราอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” เขาพยักหน้าเห็นด้วย

“แล้วเจ้าจะทำอย่างไร” ลู่เฉิงมองหน้าบุตรสาวด้วยสีหน้ากังวลและหนักใจ ลำพังดูแลกิจการของตระกูลก็ว่าหนักหนาสาหัสแล้ว ยังมีคนจ้องจะมาทำลายเช่นนี้เขารู้สึกสงสารนางจริง ๆ

“ข้าจะไปกับเจ้า เจียวลู่ ลี่เฉี่ยว อยู่ดูแลทางนี้ ให้ทหารองครักษ์คุ้มกันจวนอย่างเข้มงวด” เหว่ยอ๋องออกคำสั่งออกมาทันที เพราะเขาพอจะเดาความคิดของนางได้ว่า นางคงอยากจะไปดูให้เห็นกับตาตนเอง และเขาต้องตามไปคุ้มครองนาง

“ได้พวกท่านไปเถอะ” รองแม่ทัพฉือรับคำอย่างหนักแน่น แต่ภายในใจก็แอบกังวลว่า ในระหว่างเดินทางจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ ซึ่งตรงกับความคิดของกุนซือเจียวลู่เช่นกัน 

“ท่านจะเดินทางตอนนี้เลยหรือว่าพรุ่งนี้ ให้คนไปคุ้มกันมากหน่อย ข้ากังวลว่าระหว่างเดินทางอาจมีเรื่อง” เหว่ยอ๋องได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้จางไห่ ไปเรียกองครักษ์พิเศษมาสมทบ 

“เจ้าจะไปตอนนี้เลยหรือไม่?”

เขาหันไปถามลู่เสียนที่นั่งครุ่นคิดบางอย่างอยู่ ลู่เสียนพอได้ยินเขาถามก็เกิดความลังเล เพราะได้ยินว่าอาจเกิดเรื่องระหว่างเดินทาง หรือว่านี่จะเป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำ หากคนร้ายดักซุ่มรออยู่จะทำอย่างไร

สีหน้าเป็นกังวลของนาง ทำให้เขาต้องดึงมือของนางไปกุมเอาไว้อย่างให้กำลังใจ “ไม่ต้องกลัวข้าจะปกป้องเจ้า ไม่มีใครมาทำอะไรเจ้าได้แน่”

“แล้วถ้าหากคนร้ายต้องการชีวิตท่านและข้าพร้อมกันละเพคะ?”

“ได้ตายพร้อมกับเจ้าถือว่าคุ้มแล้ว”

“แปะ ๆ พูดได้ดี” เจียวลู่ปรบมือเอ่ยชมจากใจ 

“แล้วพี่ลู่อยากตายพร้อมข้าหรือไม่?” ลู่อันได้ยินก็เอ่ยถามขึ้นมาบ้าง เจียวลู่ทำท่าครุ่นคิดก่อนจะไปกระซิบข้างใบหูของนาง “ข้าอยากตายบนเตียงพร้อมกันกับเจ้า” ลู่อันถึงกับแก้มแดงปลั่งเขินอายขึ้นมาทันที

“เฮ้อ! เจียวลู่จะเกี้ยวกันดูสถานการณ์บ้าง เขากำลังคุยเรื่องตึงเครียดกันอยู่ ว่าแต่คุณหนูสามอยากตายพร้อมข้าหรือไม่?” กล่าวจบเขาก็หันมามองลู่เจินด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ลู่เจินฉีกยิ้มหวานให้เขาก่อนจะตอบออกมา

“ใครจะอยากตายกันละเจ้าค่ะ หากท่านตายข้าจะมีสามีใหม่ทันที”

“...”

จากนั้นเสียงหัวเราะของเจียวลู่ก็ดังขึ้นมาเพราะชอบใจในคำตอบของคุณหนูสาม ลี่เฉี่ยวหันไปมองสหายรักอย่างขัดเคือง ก่อนจะมองภรรยาหมาด ๆ ของเขาอย่างคาดโทษ ก่อนที่เขาจะเข้าไปกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูนาง “แต่ว่าคืนนี้เจ้าได้ตายแน่”

“ท่านอ๋องรถม้าพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสียงองครักษ์จางไห่ร้องบอกอยู่หน้าประตู

“อืม”

“ท่านพ่อ ท่านกุนซือ ท่านรองแม่ทัพ ข้าฝากด้วยนะเจ้าค่ะ”

“เดินทางปลอดภัยลูกรัก” ลู่เฉิงรู้สึกใจหาย เป็นครั้งแรกที่นางต้องเดินทางไกล ฮูหยินใหญ่รีบดึงลู่เสียนมาสวมกอด ภายในใจรู้สึกเป็นห่วงและกังวลอย่างบอกไม่ถูก หวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับนางนะ นางรู้สึกใจคอไม่ดีเลย

ทุกคนยืนมองรถม้าที่แล่นออกไปอย่างช้า ๆ ด้วยสีหน้าเป็นห่วงและกังวล ตงหานเป็นคนขับรถม้าโดยมีผิงอันนั่งคู่กันอยู่ด้านหน้า ส่วนจางไห่และองครักษ์อีกห้าคนขี่ม้าประหน้าหลัง ลู่เสียนนั่งพิงไหล่ของเหว่ยอ๋องพร้อมกอดแขนเขาเอาไว้ ก่อนจะครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น ใครกันที่ต้องการทำลายตระกูลลู่ 

หากเป็นไปตามที่กุนซือเจียวลู่วิเคราะห์ คนผู้นั้นต้องมีกลุ่มคนที่ช่วยเหลือเขาอย่างแน่นอน และนางจะไม่มีทางปล่อยให้พวกทำตามอำเภอใจอีกต่อไป การตัดสินใจเดินออกนอกเมือง นางรู้ดีว่าอาจมีคนร้ายดักรออยู่

แต่นางอยากทดสอบพลังที่ได้รับมาและนางอยากรู้ว่านางมีความสามารถเพียงใดกัน กำไลวงนี้มีปริศนาอะไรซ่อนอยู่ นอกจากมีวิญญาณบรรพบุรุษอยู่ในนั้นแล้ว ยังมีอะไรที่นางยังไม่รู้อีกหรือไม่ หากมีการต่อสู้กันเกิดขึ้น นางจะสามารถต่อสู้กับคนร้ายได้หรือไม่

“คิดอะไรอยู่หรือ?”

“ท่านอ๋อง”

“หืม” เขาหันมามองนางพร้อมยกร่างของนางมานั่งบนตัก แล้วสวมกอดนางเอาไว้ จากนั้นก็ซบหัวไว้ตรงซอกคอของนาง กลิ่นกายของนางหอมกรุ่นพอได้สูดดมทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เขาเหมือนจะเสพติดกลิ่นกายของนางอย่างไม่รู้ตัว จึงอยากดอมดมอยู่ตลอดเวลา

แต่นางยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา จู่ ๆ รถมาก็หยุดลงอย่างกะทันหัน เหว่ยอ๋องยกม่านหน้าต่างมองออกไปด้านนอก เห็นเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี คงเพิ่งออกจากเมืองหลวงมาได้ไม่ไกลเท่าใด 

“มีอะไร?”

“ท่านอ๋องระวังตัวด้วยพ่ะย่ะค่ะ ดูเหมือนจะมีคนร้ายดักรออยู่จริง ๆ กระหม่อมสัมผัสได้ว่า น่าจะเป็นกองกำลังเพราะมีมากมายหลายสิบคน” จางไห่ที่มีวรยุทธสูงรีบควบม้ามารายงาน ทุกคนจึงรีบชักดาบออกมาเตรียมพร้อมทันที

ลู่เสียนเลือดในกายเย็นเยียบ นางเผลอใช้มือไปจับกำไลอย่างไม่รู้ตัว รู้สึกหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์ประจันหน้ากับนักฆ่า นางไม่มีความมั่นใจเลยว่า ตัวนางสามารถต่อสู้ได้หรือไม่ 

ฟิ้วววว ลูกธนูหลายสิบดอกพุ่งเข้ามาในรถม้าอย่างไม่ทันตั้งตัว เหว่ยอ๋องรีบดึงร่างของนางหลบ ก่อนจะพาเหาะพุ่งทะยานออกจากรถม้าอย่างรวดเร็ว 

ชายชุดดำราว ๆ 30คน พุ่งเข้ามาอย่างบ้าระห่ำ จากนั้นการต่อสู้ก็เป็นไปอย่างดุเดือด เสียงคมดาบปะทะกันดังสนั่น เคร้ง! เหว่ยอ๋องจับแขนของลู่เสียนไว้หนึ่งข้าง แล้วต่อสู้กับคนร้ายด้วยแขนข้างเดียว เขาพยายามเบี่ยงหลบและกันไม่ให้นางได้รับอันตราย

ลู่เสียนมองการต่อสู้ด้วยใจที่สั่นระทึก ดูเหมือนฝ่ายท่านอ๋องถึงแม้จะมีวรยุทธสูง แต่เพราะมีกำลังน้อยกว่าจึงเสียเปรียบ ยามนี้ทุกคนเริ่มได้รับบาดเจ็บและเริ่มเหนื่อยล้า 

เหว่ยอ๋องที่ต้องต่อสู้และพยายามปกป้องลู่เสียน จึงทำให้เขาต่อสู้ได้ไม่ถนัดนัก ในจังหวะที่เขาเผลอคนร้ายผู้หนึ่งกระโจนเข้ามา แล้วใช้ดาบฟัดไปที่ร่างของเขาสุดแรง ลู่เสียนตกใจแทบสิ้นสติกรีดร้องออกมา ไม่นะท่านอ๋อง

ฉึบ! แรงของดาบที่ฟันเข้ามา ทำให้ร่างของลู่เสียน ที่พุ่งมารับดาบแทนเขา ถูกดาบฟาดฟันเข้าไปตั้งแต่ต้นแขนไปจนถึงกลางหลัง เหว่ยอ๋องหันมาเห็นภาพนั้นด้วยใจที่แตกสลาย ความเจ็บปวดแล่นเข้ามาสู่กลางอก คล้ายหัวใจถูกบีบอัดอย่างรุนแรง ร่างกายเขาแข็งค้างไปชั่วขณะ

“ลู่เสียน!!” 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่64 แผนวางยาลูกเขย

    เมื่อกลับมาถึงจวนลู่เสียนและลู่หลินก็อาสาทำอาหารเอง เพราะนึกอยากกินก๋วยเตี๋ยว เหว่ยอ๋องและรัชทายาทไม่ได้กลับมาด้วยเพราะต้องอยู่พูดคุยเรื่องงานกันต่อที่ห้องทรงอักษร ลู่เสียนและลู่หลินจึงได้แวะตลาดก่อนเพื่อที่จะซื้อกระดูกหมู เนื้อหมู หัวไชเท้าและผัก ยามนี้เป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว ลู่เสียนจึงคิดว่าทำเผื่อมื้อเย็นไปด้วยเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลา“พี่หญิงมีอะไรให้ข้าช่วยบ้างเจ้าคะ?” ลู่ฟางและลู่เซียนเดินเข้ามาถาม เพราะได้ยินว่าลู่เสียนและลู่หลินจะทำอาหารเอง ด้านหลังตามมาด้วยสององค์ชาย ที่ทำตัวคล้ายหมาน้อยติดตามเจ้านายอย่างน่าเอ็นดู“เอากระเทียมไปแกะ”“เจ้าค่ะ”“พี่หญิงนางร้ายอันสองมารายงานตัวเจ้าค่ะ” เสียงลู่อันดังมาแต่ไกล“ข้านางร้ายอันดับสามก็มารายงานตัวเช่นกันเจ้าค่ะ” ลู่เสียนขำออกมากับท่าทางของพวกนาง “เช่นนั้นนางร้ายอันดับสองและอันดับสามไปนวดแป้ง เดี๋ยวข้าจะสอนทำบะหมี่ ลู่หลินเจ้าจะทำเส้นอย่างอื่นด้วยหรือไม่?”“ทำเส้นใหญ่เจ้าค่ะง่ายดี แล้วก็จะห่อเกี๊ยวด้วยเจ้าค่ะ”“ทำเยอะ ๆ ไปเลยเผื่อมื้อเย็นไปเลยทีเดียว อ้าวลู่เจียวเจ้ามาพอดีเจ้าเอาผักไปล้าง”“เจ้าค่ะ”ลู่เฉิงยืนเอามือไพล่หลังมองภาพที่บรร

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่63 สาสน์ขอตัวดู

    ยามนี้คนที่มีความสุขที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคหบดีลู่เฉิง ที่เวลานี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มีความสุขจนยากจะบรรยาย เหล่าบรรดาลูกเขยอยู่กันพร้อมหน้าถึงเจ็ดคน จะมีใครโชคดีเท่าเขาไม่มีอีกแล้ว “ลู่เฉิงจัดงานแต่งพร้อมกันทีเดียวไปเลยเจ็ดคู่ดีหรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยถามเขาที่เอาแต่นั่งยิ้มไม่พูดไม่จา“ฝ่าบาทกระหม่อมกำลังคิดอยู่พอดีเลยพ่ะย่ะค่ะ”“ฝ่าบาทจัดงานพร้อมกันก็ดีนะเพคะ หม่อมฉันอยากเห็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่อลังการที่มีคู่บ่าวสาวถึงเจ็ดคู่” ฮองเฮาเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้นพระพักตร์เริ่มขึ้นสีแดงนิด ๆ เพราะได้ดื่มโซจูไปหลายจอก วันนี้นางรู้สึกผ่อนคลายและรื่นเริงมากจริง ๆ บรรยากาศเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางใฝ่ฝันอยากได้มาตลอด เพราะวังหลวงไม่ใช่สถานที่ที่จะทำตามใจตนเองได้ พอได้มาสัมผัสบรรยากาศที่นี่จึงรู้สึกชอบเป็นพิเศษ “ฝ่าบาทมีสาสน์ส่งมาจากต่างแคว้นพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รีบเข้ามารายงานพร้อมยื่นสาสน์ให้ฮ่องเต้ เขารับมาเปิดอ่านอย่างไม่รีรอ จากนั้นเขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “ฮ่า ฮ่า ลู่เฉิงเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจบุตรสาวตระกูลพ่อค้าของเจ้า แต่มายามนี้กลับแตกต่างออกไปแล้วอะนะ ดูเหมือนแคว้นเป่ยจะส่งสาสน์มาขอด

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่62 ข่าวน่ายินดี

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงคิดว่าพวกเขาควรจะเอ่ยกับลู่เสียนและเหว่ยอ๋อง เรื่องที่พวกเขาได้ตัดสินอยากขอถอนคำพูดสิ่งที่เขาได้เอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุและอยากแก้ไขใหม่เป็น อยากขอคบหาดูใจกับพวกนางดูก่อน “ท่านอ๋อง คุณหนูใหญ่ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง คือก่อนหน้านี้ที่พวกข้าได้เอ่ยออกไปว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุ ในตอนนั้นพวกข้าพูดไปโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดี ในตอนนี้จึงอยากขอถอนคำพูดและเปลี่ยนเป็นขอคบหาดูใจกับพวกนางอย่างจริงใจ”“พวกท่านแน่ใจหรือเพคะ การตัดสินใจของพวกท่านในวันนี้จะมีผลในวันข้างหน้า พวกนางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ จึงมีความรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจตลอดเวลา ว่าจะมีคนจะมาดูถูกชาติกำเนิดของนาง เพราะฉะนั้นการแสดงความจริงใจคือสิ่งที่สำคัญมาก”“หม่อมฉันจะให้โอกาสพวกท่านคิดทบทวนอีกครั้ง เพราะพวกนางเป็นน้องสาวของหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงจำเป็นต้องปกป้องพวกนางอย่างสุดความสามารถ อีกอย่างพวกท่านเป็นถึงองค์ชาย แต่งงานกับบุตรสาวของอนุย่อมไม่เป็นที่ยอมรับของราชวงศ์ หากแต่งออกไปฐานะทางสังคมก็คงเป็นได้เพียงอนุ หากว่าพวกท่านพร้อมจะยืดอกกางแขนปกป้องศักดิ์ศรีของพวกนางได้อย่างสง่าผ่า

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่61 ผูกด้ายแดง

    “ในเมื่อท่านทั้งสองคนเดินทางมาเพื่ออยากให้หม่อมฉันช่วยเหลือ หม่อมฉันยินดีช่วยแต่ว่าในเมื่อท่านเริ่มต้นไม่ดี หม่อมฉันก็จะให้บทลงโทษกับองค์ชายเช่นพวกท่านได้เรียนรู้เสียบ้าง เพราะเท่าที่เห็นพระองค์คงถูกตามใจจนเคยตัวและไม่เข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นท่านสองคนต้องอยู่ที่นี่เพื่ออบรมบ่มนิสัยเสียใหม่ แลกกับการรักษาโรคระบาดที่เมืองเชียงตง ท่านทั้งสองจะว่าอย่างไรเพคะ?”ฮ่องเต้ได้ฟังลู่เสียนพูดก็นึกชื่นชมขึ้นมาในใจ นางช่างมีความคิดไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ ซึ่งเขาก็ชอบวิธีการของนางมากเลยทีเดียว เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของนางอยากแสนภาคภูมิใจและมองนางอย่างรักใคร่ไม่ปิดบัง จื้อตงหยางครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดีสุดท้ายก็พยักหน้าตกลง หากนางยอมช่วยเหลือจะให้พวกเขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น“ได้พวกข้าตกลง”“ดีเพคะถ้าเช่นนั้น ลู่ฟาง ลู่เซียน พวกเจ้าพาพวกเขาไปทำแผล”“พี่หญิงทำไมต้องเป็นพวกข้า ข้าไม่อยากทำ” ลู่เซียนรีบเอ่ยปฏิเสธขึ้นมา เพราะนางไม่ชอบบุรุษที่ชอบพูดจาด้อยค่าผู้อื่น เพียงเพราะมีฐานะเหนือกว่า ลู่เสียนยกยิ้มมองน้องสาวอย่างเอ็นดู บุรุษที่ไม่ชอบบุตรสาวของอนุ ให้คลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกัน ไม่นานพวก

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่60 สั่งสอนคนไร้มารยาท

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วลงมาหยุดยืนต่อหน้าทุกคน ก่อนที่จื้ออี้เฉิงจะตรงมาคว้าข้อมือของลู่เซียน ส่วนจื้อตงหยางตรงเข้ามาคว้าข้อมือของลู่ฟาง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเตรียมตัวใช้วิชาตัวเบาเหาะจากไป แต่ว่า…“เดี๋ยวก่อน!” เป็นเสียงของฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้นมา จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางหันขวับมามองอย่างตกใจ เสด็จลุงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร “คิดจะมาเอาคนไปช่วยแต่วิธีการของพวกเจ้าช่างไร้การอบรมสิ้นดี เห็นทีข้าคงต้องตักเตือนบิดาของเจ้าถึงการกระทำอันไรมารยาทของบุตรชายของเขาเสียแล้ว ข้านั่งอยู่ด้านใดไม่คิดจะมาทักทาย แต่ยังดันจะพาสตรีที่ยังไม่ออกเรือนไปด้วยเช่นนี้ เจ้าคงต้องรับผิดชอบผลของการกระทำของตัวเองแล้วละหลานชาย”“ถวายบังคมเสด็จลุง”“ตามข้าเข้าไปข้างใน” กล่าวจบฮ่องเต้สะบัดอาภรณ์เดินเข้าไปในจวนอย่างไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นสองหลานชายทำตัวไร้การอบรมเช่นนี้ จื้ออี้เฉิงยังคงจับแขนของลู่เซียนเอาไว้ไม่ปล่อย ส่วนตงอยางก็กำข้อมือของลู่ฟางเอาไว้แน่น ก่อนจะเดินตามฮ่องเต้เข้าไปด้านในจากทุกคนจึงเดินตามเข้ามาเพราะอยากรู้ว่าเขาสองคนเป็นใคร และอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะตัดสินอย่างไรกับเรื่องนี้ ฮ่อ

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่59 บุรุษนิรนาม

    บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสุขและสนุกสนาน ลู่เสียนจึงตัดสินใจลุกออกไปช่วยน้องสาวแจกอาหารที่หน้าจวน ปล่อยให้บุรุษนั่งสนทนากันไปเพราะเมื่อมีสุราเข้ามาร่วมวงก็ดูเหมือนจะทำให้ทุกคนมีความครึกครื้นกันมากขึ้น โซจูที่ลู่หลินเอาออกมาจากมิติ ดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะดีกรีแรงถูกคอนักดื่มเป็นอย่างยิ่งบุตรสาวตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนออกมายืนแจกซาลาเปา เกี๊ยวน้ำ และหมูหันอยู่หน้าจวน ผู้คนทั้งเมืองหลวงถือจานและถ้วยออกมารับอาหาร เพราะลู่หลินให้คนเขียนป้ายบอกให้ทุกคนเตรียมมา จะได้สะดวกนำกลับไปกินที่เรือน“พี่ตงหาน พี่ผิงอัน ไปบอกกลุ่มทหารที่ไปกับพวกเรา ให้มาเอาอาหารไปกินด้วยเจ้าคะ”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”“ลู่หลินแบ่งอาหารไว้ส่วนหนึ่งเอาไว้ให้กับทหารที่ไปกับข้า”“ได้เจ้าค่ะเดี๋ยว ข้าจะจัดแยกไว้ต่างหาก”ผู้คนที่มายืนต่อแถวรับอาหาร ต่างยืนมองคุณหนูตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนด้วยสายตาชื่นชม พวกนางมีความงดงามอย่างหาใครเทียบไม่ได้ อีกทั้งพวกนางยังเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจและไม่ถือตัวเลยสักนิด แตกต่างจากคุณหนูตระกูลอื่น ๆ ที่เคยเห็นอย่างลิบลับ“เจ้าดูคุณใหญ่และคุณหนูสี่สิ อีกหน่อยก็ต้องแต่งเป็นพระชายาแล้ว แต่พวกนา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status