Home / รักโบราณ / นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า / ตอนที่37 บุตรสาวตระกูลลู่

Share

ตอนที่37 บุตรสาวตระกูลลู่

last update Last Updated: 2026-01-17 16:36:26

“โอ๊ย! กอดแน่นเกินไปแล้วเพคะหม่อมฉันหายใจไม่ออก”

“ขอโทษ ๆ ข้าดีใจมากไปหน่อย ใครอยู่ข้างนอกนางฟื้นแล้ว” เขารีบตะโกนบอกออกไป เพราะรู้ว่าทุกคนมายืนรออยู่

ปึก! เสียงผลักประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคนมากมายที่กรูกันเข้ามา ด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ ลู่เสียนมองทุกคนที่มีประกายแววตาตื่นเต้นยินดีที่นางฟื้นขึ้นมา ใจของนางก็รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก 

ลู่เสียนลุกขึ้นไปสวมกอดมารดา จากนั้นก็ผละไปสวมกอดบิดา และน้อง ๆ อีกทั้งหกคน ลู่อัน ลู่เจิน ลู่หลิน ลู่เจียว ลู่ฟ่างและลู่เซียน 

คหบดีลู่เฉิงถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ ลู่ฮูหยินเองก็เช่นกัน พอนางฟื้นขึ้นมาก็เหมือนทุกอย่างจะกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง สิ่งที่หนักอึ้งภายในใจมลายหายไป คงเหลือไว้แต่ความสุขใจและความดีใจเข้ามาแทนที่

“วันนี้วันที่เท่าไหร่แล้วเจ้าคะ?”

“เจ้าฟื้นขึ้นมาในวันที่คณะทูตมาเยือนแคว้นโจวพอดี” เป็นลู่เฉิงเอ่ยตอบ ลู่เสียนตกตะลึงนางนอนไปสามวันเลยเหรอ นางเพิ่งรู้ว่านอนกินบ้านกินเมืองมันเป็นแบบนี้นี่เอง แต่ว่าร่างกายของนางเหมือนได้ไปเติมเต็มพลังงานมาอย่างเต็มที่ นางรับรู้ถึงพลังงานไหลเวียนทั่วร่าง ร่างกายของนางเหมือนได้ไปเติมพลังมาอย่างเต็มเปี่ยม และดูจะแข็งแกร่งแข็งแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เวลานี้นางพร้อมที่จะเอาคืนคนที่คิดร้ายต่อนางและตระกูลลู่อย่างถึงที่สุด คนชั่วรอหน่อยนะนางร้ายอันดับหนึ่งมาแล้ว 

ณ วังหลวง

งานต้อนรับคณะทูตจัดขึ้นที่หน้าท้องพระโรง เพราะมากันถึงสามแคว้น ฮ่องเต้จึงคิดว่าจัดที่ด้านหน้าน่าจะเหมาะสมกว่าเพราะมีพื้นที่กว้างขวาง ผ้าผืนยาวหลากสีกางทอดยาวไปตามทางเดินอย่างงดงาม กระถางดอกไม้มากมาย ถูกจัดวางเรียงอย่างสวยงามเช่นกัน

ทุกคนทยอยกันเข้าไปนั่งประจำที่ ตามป้ายที่เขียนระบุชื่อเอาไว้ เหล่าขุนนางและครอบครัวมาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง เมื่อพวกเขานั่งกันเรียบร้อย ขันทีก็ประกาศการมาของฮ่องเต้ ฮองเฮา ไทเฮาและเหล่าเชื้อพระวงศ์ ทุกคนลุกขึ้นกล่าวอวยพรให้ฮ่องเต้ ก่อนจะพากันนั่งลงอีกครั้ง

จากนั้นกรมพิธีการก็ตะโกนบอกถึงการมาของแคว้นฉิน เสียงดนตรีบรรเลงขึ้นมา พร้อมคณะทูตจากแคว้นฉินนำโดยองค์หญิงฉินฟางหรู งดงามสมคำร่ำลืออาภรณ์ที่นางสวมใส่ก็หรูหราราคาแพง 

ใบหน้าของนางงามล้ำดั่งเทพเซียนมาจุติ ข้างกายของนางเป็นองค์ชายฉินหย่งเล่อ หล่อเหล่าสง่างามไม่แพ้กัน ด้านหลังตามด้วยทหารองครักษ์ เมื่อเดินมาถึงตรงหน้าพระพักตร์ก็ทำความเคารพ ก่อนขันทีจะพาไปนั่งยังจุดรับรองที่เตรียมเอาไว้

ต่อมาเป็นแคว้นเป่ย เดินนำขบวนด้วยองค์หญิงไป๋ซูหนี่ว์ ที่สวมอาภรณ์หรูหราเต็มยศ นางงดงามดั่งเทพเซียนไม่ต่างจากองค์หญิงแคว้นฉิน ข้างกายของนางเป็นองค์ชายไป๋ซีห่าว หล่อเหล่าสง่างามสมกับเป็นเชื้อพระวงศ์

และแคว้นสุดท้ายเป็นแคว้นเจิน นำขบวนคณะด้วยองค์หญิงเจินไป๋อวี่ ที่มาด้วยชุดสวยสดงดงาม ใบหน้าของนางงดงามโดดเด่นไม่แพ้ใครในใต้หล้า ข้างกายเป็นเจินซีหยวนหรือหยวนอ๋อง หล่อเหล่าสง่างามดั่งชายยอดนักรบ เมื่อทำความเคารพฮ่องเต้เสร็จ ขันทีก็พาไปนั่งยังจุดรับรอง

“ยินดีต้อนรับคณะทูตจากแคว้นฉิน แคว้นเป่ยและแคว้นเจิน ขอให้สนุกสนานและเพลิดเพลินในการแสดงต้อนรับในวันนี้” พอกรมพิธีการเอ่ยจบ เสียงกลองก็ดังขึ้นอย่างฮึกเหิม ก่อนเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานจะเริ่มขึ้น เหล่านักเต้นชายหญิงออกมาเต้นตามจังหวะเพลงอย่างพร้อมเพรียง 

ฮ่องเต้ที่วันนี้เห็นเพียงเหว่ยอ๋องมาร่วมงาน ก็รู้สึกใจหล่นวูบหมายความว่าอย่างไร นางยังไม่ฟื้นใช่หรือไม่ ถ้าเช่นนั้นการประชันความสามารถในวันนี้ เขาคงต้องเตรียมทำใจเอาไว้ล่วงหน้าแล้วใช่หรือไม่ เหล่าราชครูเองก็มีสีหน้าไม่สบายใจ เพราะเห็นเพียงเหว่ยอ๋องโดยไม่มีคนตระกูลลู่เลยสักคน

ท่านหญิงฟู่เหลียนฮวาและฟู่เหลียนอวี่ ยามนี้ร่างกายเย็นเยียบหนาวเหน็บอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เหล่าองค์หญิงงดงามหาใครเทียบได้จริง ๆ ความงามก็โดดเด่นเพียงนี้ แล้วความสามารถคงไม่ด้อยอย่างแน่นอน คุณหนูใหญ่ไม่ได้มาร่วมงานจริง ๆ แล้วพวกนางจะทำอย่างไรดี

เมื่อการแสดงจบลง เสียงปรบมือก็ดังขึ้นเพื่อเป็นการชื่นชมต่อเหล่านักแสดง จากนั้นกรมพิธีการก็ออกมาประกาศอีกครั้ง

“การแสดงต่อไปเรียกว่า จิ้งจอกน้อยเริงระบำ”

เหว่ยอ๋อง เจียวลู่ ฉือลี่เฉี่ยว ได้ยินชื่อก็ต่างพากันสำลักน้ำชาที่กำลังยกขึ้นดื่ม แค๊ก ๆ ฮ่องเต้หันมาปรายตามองพวกเขาอย่างสงสัย

“เป็นอะไรกัน?”

“ไม่มีอะไรพ่ะย่ะค่ะ”

“การแสดงชุดนี้สร้างสรรค์โดยตระกูลลู่ เพื่อจัดแสดงต้อนรับคณะทูตโดยเฉพาะ โดยมีคุณหนูใหญ่ลู่เสียนเป็นหัวหน้าคณะ ตามมาด้วยคุณหนูรองลู่อัน คุณหนูสามลู่เจิน คุณหนูสี่ลู่หลิน คุณหนูห้าลู่เจียว คุณหนูหกลู่ฟาง คุณหนูเจ็ดลู่เซียน”

เมื่อฟังการแนะนำการแสดงจบ ฮ่องเต้ถึงกับใจเต้นรัวด้วยความดีใจ ก่อนจะหันไปมองพวกเขาสามคนอย่างคาดโทษ ที่บังอาจมาล้อเล่นกับความรู้สึกของเขา เจ้าลูกเต่าหน้าเหม็นสามตัวนี้บังอาจนัก! แต่ว่ายามนี้เขารู้สึกดีมากเลย เหมือนยกภูเขาออกจากอก ภายในใจผ่อนคลายลง จิตใจเบิกบานอย่างบอกไม่ถูก ลูกสะใภ้คนโปรดของข้ามาแล้ว สตรีต่างแคว้นข้าไม่กลัวเจ้าแล้ว

ท่านหญิงฟู่เหลียนฮวาและฟู่เหลียนอวี่ ยามนี้หายใจได้คล่องขึ้นมาแล้ว ขอบคุณสวรรค์นางมาแล้ว 

เสียงเป่าขลุ่ยดังก้องกังวานขึ้น พร้อมกับเสียงบรรเลงกู่ฉินดังผสมผสานกันอย่างลงตัว จากนั้นลู่เสียนก็เป็นคนเดินนำขบวน โดยมีน้องสาวทั้งหกคนเดินเรียงซ้ายขวา ผมของพวกนางปล่อยยาวโดยไม่มีการรวบ พวกนางเดินซอยเท้าเข้ามาอย่างสวยงาม เมื่อมาถึงการลานการแสดง พวกนางจะสะบัดชุดคลุมทิ้ง 

เหว่ยอ๋อง เจียวลู่ ลี่เฉี่ยว ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะกัดกรามแน่นด้วยความโกรธและขัดเคืองใจ นี่มันชุดบ้าอันใดกันแทบไม่ปกปิดร่างกายเลยสักนิด ที่จริงมันก็ไม่ขนาดนั้นแต่เพราะพวกเขาหวงเลยไม่อยากให้ใครเห็น เป็นชุดที่รัดตรงช่วงอกแต่เปิดเปลือยตกบริเวณหน้าท้อง กระโปรงเอวต่ำเลยสะดือเผยให้เห็นสะโพกผายอย่างสวยงาม

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่64 แผนวางยาลูกเขย

    เมื่อกลับมาถึงจวนลู่เสียนและลู่หลินก็อาสาทำอาหารเอง เพราะนึกอยากกินก๋วยเตี๋ยว เหว่ยอ๋องและรัชทายาทไม่ได้กลับมาด้วยเพราะต้องอยู่พูดคุยเรื่องงานกันต่อที่ห้องทรงอักษร ลู่เสียนและลู่หลินจึงได้แวะตลาดก่อนเพื่อที่จะซื้อกระดูกหมู เนื้อหมู หัวไชเท้าและผัก ยามนี้เป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว ลู่เสียนจึงคิดว่าทำเผื่อมื้อเย็นไปด้วยเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลา“พี่หญิงมีอะไรให้ข้าช่วยบ้างเจ้าคะ?” ลู่ฟางและลู่เซียนเดินเข้ามาถาม เพราะได้ยินว่าลู่เสียนและลู่หลินจะทำอาหารเอง ด้านหลังตามมาด้วยสององค์ชาย ที่ทำตัวคล้ายหมาน้อยติดตามเจ้านายอย่างน่าเอ็นดู“เอากระเทียมไปแกะ”“เจ้าค่ะ”“พี่หญิงนางร้ายอันสองมารายงานตัวเจ้าค่ะ” เสียงลู่อันดังมาแต่ไกล“ข้านางร้ายอันดับสามก็มารายงานตัวเช่นกันเจ้าค่ะ” ลู่เสียนขำออกมากับท่าทางของพวกนาง “เช่นนั้นนางร้ายอันดับสองและอันดับสามไปนวดแป้ง เดี๋ยวข้าจะสอนทำบะหมี่ ลู่หลินเจ้าจะทำเส้นอย่างอื่นด้วยหรือไม่?”“ทำเส้นใหญ่เจ้าค่ะง่ายดี แล้วก็จะห่อเกี๊ยวด้วยเจ้าค่ะ”“ทำเยอะ ๆ ไปเลยเผื่อมื้อเย็นไปเลยทีเดียว อ้าวลู่เจียวเจ้ามาพอดีเจ้าเอาผักไปล้าง”“เจ้าค่ะ”ลู่เฉิงยืนเอามือไพล่หลังมองภาพที่บรร

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่63 สาสน์ขอตัวดู

    ยามนี้คนที่มีความสุขที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคหบดีลู่เฉิง ที่เวลานี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มีความสุขจนยากจะบรรยาย เหล่าบรรดาลูกเขยอยู่กันพร้อมหน้าถึงเจ็ดคน จะมีใครโชคดีเท่าเขาไม่มีอีกแล้ว “ลู่เฉิงจัดงานแต่งพร้อมกันทีเดียวไปเลยเจ็ดคู่ดีหรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยถามเขาที่เอาแต่นั่งยิ้มไม่พูดไม่จา“ฝ่าบาทกระหม่อมกำลังคิดอยู่พอดีเลยพ่ะย่ะค่ะ”“ฝ่าบาทจัดงานพร้อมกันก็ดีนะเพคะ หม่อมฉันอยากเห็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่อลังการที่มีคู่บ่าวสาวถึงเจ็ดคู่” ฮองเฮาเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้นพระพักตร์เริ่มขึ้นสีแดงนิด ๆ เพราะได้ดื่มโซจูไปหลายจอก วันนี้นางรู้สึกผ่อนคลายและรื่นเริงมากจริง ๆ บรรยากาศเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางใฝ่ฝันอยากได้มาตลอด เพราะวังหลวงไม่ใช่สถานที่ที่จะทำตามใจตนเองได้ พอได้มาสัมผัสบรรยากาศที่นี่จึงรู้สึกชอบเป็นพิเศษ “ฝ่าบาทมีสาสน์ส่งมาจากต่างแคว้นพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รีบเข้ามารายงานพร้อมยื่นสาสน์ให้ฮ่องเต้ เขารับมาเปิดอ่านอย่างไม่รีรอ จากนั้นเขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “ฮ่า ฮ่า ลู่เฉิงเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจบุตรสาวตระกูลพ่อค้าของเจ้า แต่มายามนี้กลับแตกต่างออกไปแล้วอะนะ ดูเหมือนแคว้นเป่ยจะส่งสาสน์มาขอด

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่62 ข่าวน่ายินดี

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงคิดว่าพวกเขาควรจะเอ่ยกับลู่เสียนและเหว่ยอ๋อง เรื่องที่พวกเขาได้ตัดสินอยากขอถอนคำพูดสิ่งที่เขาได้เอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุและอยากแก้ไขใหม่เป็น อยากขอคบหาดูใจกับพวกนางดูก่อน “ท่านอ๋อง คุณหนูใหญ่ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง คือก่อนหน้านี้ที่พวกข้าได้เอ่ยออกไปว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุ ในตอนนั้นพวกข้าพูดไปโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดี ในตอนนี้จึงอยากขอถอนคำพูดและเปลี่ยนเป็นขอคบหาดูใจกับพวกนางอย่างจริงใจ”“พวกท่านแน่ใจหรือเพคะ การตัดสินใจของพวกท่านในวันนี้จะมีผลในวันข้างหน้า พวกนางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ จึงมีความรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจตลอดเวลา ว่าจะมีคนจะมาดูถูกชาติกำเนิดของนาง เพราะฉะนั้นการแสดงความจริงใจคือสิ่งที่สำคัญมาก”“หม่อมฉันจะให้โอกาสพวกท่านคิดทบทวนอีกครั้ง เพราะพวกนางเป็นน้องสาวของหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงจำเป็นต้องปกป้องพวกนางอย่างสุดความสามารถ อีกอย่างพวกท่านเป็นถึงองค์ชาย แต่งงานกับบุตรสาวของอนุย่อมไม่เป็นที่ยอมรับของราชวงศ์ หากแต่งออกไปฐานะทางสังคมก็คงเป็นได้เพียงอนุ หากว่าพวกท่านพร้อมจะยืดอกกางแขนปกป้องศักดิ์ศรีของพวกนางได้อย่างสง่าผ่า

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่61 ผูกด้ายแดง

    “ในเมื่อท่านทั้งสองคนเดินทางมาเพื่ออยากให้หม่อมฉันช่วยเหลือ หม่อมฉันยินดีช่วยแต่ว่าในเมื่อท่านเริ่มต้นไม่ดี หม่อมฉันก็จะให้บทลงโทษกับองค์ชายเช่นพวกท่านได้เรียนรู้เสียบ้าง เพราะเท่าที่เห็นพระองค์คงถูกตามใจจนเคยตัวและไม่เข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นท่านสองคนต้องอยู่ที่นี่เพื่ออบรมบ่มนิสัยเสียใหม่ แลกกับการรักษาโรคระบาดที่เมืองเชียงตง ท่านทั้งสองจะว่าอย่างไรเพคะ?”ฮ่องเต้ได้ฟังลู่เสียนพูดก็นึกชื่นชมขึ้นมาในใจ นางช่างมีความคิดไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ ซึ่งเขาก็ชอบวิธีการของนางมากเลยทีเดียว เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของนางอยากแสนภาคภูมิใจและมองนางอย่างรักใคร่ไม่ปิดบัง จื้อตงหยางครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดีสุดท้ายก็พยักหน้าตกลง หากนางยอมช่วยเหลือจะให้พวกเขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น“ได้พวกข้าตกลง”“ดีเพคะถ้าเช่นนั้น ลู่ฟาง ลู่เซียน พวกเจ้าพาพวกเขาไปทำแผล”“พี่หญิงทำไมต้องเป็นพวกข้า ข้าไม่อยากทำ” ลู่เซียนรีบเอ่ยปฏิเสธขึ้นมา เพราะนางไม่ชอบบุรุษที่ชอบพูดจาด้อยค่าผู้อื่น เพียงเพราะมีฐานะเหนือกว่า ลู่เสียนยกยิ้มมองน้องสาวอย่างเอ็นดู บุรุษที่ไม่ชอบบุตรสาวของอนุ ให้คลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกัน ไม่นานพวก

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่60 สั่งสอนคนไร้มารยาท

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วลงมาหยุดยืนต่อหน้าทุกคน ก่อนที่จื้ออี้เฉิงจะตรงมาคว้าข้อมือของลู่เซียน ส่วนจื้อตงหยางตรงเข้ามาคว้าข้อมือของลู่ฟาง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเตรียมตัวใช้วิชาตัวเบาเหาะจากไป แต่ว่า…“เดี๋ยวก่อน!” เป็นเสียงของฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้นมา จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางหันขวับมามองอย่างตกใจ เสด็จลุงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร “คิดจะมาเอาคนไปช่วยแต่วิธีการของพวกเจ้าช่างไร้การอบรมสิ้นดี เห็นทีข้าคงต้องตักเตือนบิดาของเจ้าถึงการกระทำอันไรมารยาทของบุตรชายของเขาเสียแล้ว ข้านั่งอยู่ด้านใดไม่คิดจะมาทักทาย แต่ยังดันจะพาสตรีที่ยังไม่ออกเรือนไปด้วยเช่นนี้ เจ้าคงต้องรับผิดชอบผลของการกระทำของตัวเองแล้วละหลานชาย”“ถวายบังคมเสด็จลุง”“ตามข้าเข้าไปข้างใน” กล่าวจบฮ่องเต้สะบัดอาภรณ์เดินเข้าไปในจวนอย่างไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นสองหลานชายทำตัวไร้การอบรมเช่นนี้ จื้ออี้เฉิงยังคงจับแขนของลู่เซียนเอาไว้ไม่ปล่อย ส่วนตงอยางก็กำข้อมือของลู่ฟางเอาไว้แน่น ก่อนจะเดินตามฮ่องเต้เข้าไปด้านในจากทุกคนจึงเดินตามเข้ามาเพราะอยากรู้ว่าเขาสองคนเป็นใคร และอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะตัดสินอย่างไรกับเรื่องนี้ ฮ่อ

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่59 บุรุษนิรนาม

    บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสุขและสนุกสนาน ลู่เสียนจึงตัดสินใจลุกออกไปช่วยน้องสาวแจกอาหารที่หน้าจวน ปล่อยให้บุรุษนั่งสนทนากันไปเพราะเมื่อมีสุราเข้ามาร่วมวงก็ดูเหมือนจะทำให้ทุกคนมีความครึกครื้นกันมากขึ้น โซจูที่ลู่หลินเอาออกมาจากมิติ ดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะดีกรีแรงถูกคอนักดื่มเป็นอย่างยิ่งบุตรสาวตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนออกมายืนแจกซาลาเปา เกี๊ยวน้ำ และหมูหันอยู่หน้าจวน ผู้คนทั้งเมืองหลวงถือจานและถ้วยออกมารับอาหาร เพราะลู่หลินให้คนเขียนป้ายบอกให้ทุกคนเตรียมมา จะได้สะดวกนำกลับไปกินที่เรือน“พี่ตงหาน พี่ผิงอัน ไปบอกกลุ่มทหารที่ไปกับพวกเรา ให้มาเอาอาหารไปกินด้วยเจ้าคะ”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”“ลู่หลินแบ่งอาหารไว้ส่วนหนึ่งเอาไว้ให้กับทหารที่ไปกับข้า”“ได้เจ้าค่ะเดี๋ยว ข้าจะจัดแยกไว้ต่างหาก”ผู้คนที่มายืนต่อแถวรับอาหาร ต่างยืนมองคุณหนูตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนด้วยสายตาชื่นชม พวกนางมีความงดงามอย่างหาใครเทียบไม่ได้ อีกทั้งพวกนางยังเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจและไม่ถือตัวเลยสักนิด แตกต่างจากคุณหนูตระกูลอื่น ๆ ที่เคยเห็นอย่างลิบลับ“เจ้าดูคุณใหญ่และคุณหนูสี่สิ อีกหน่อยก็ต้องแต่งเป็นพระชายาแล้ว แต่พวกนา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status