LOGINหลายวันต่อมา ลู่เสียนพร้อมอันฉีและตงหาน ก็พากันมาตรวจดู กิจการโรงเตี๊ยมของตระกูลลู่ พอมาถึงหน้าโรงเตี๊ยม ลู่เสียนก็ก้าวลงจากรถม้าพร้อมสำรวจ บรรยากาศโดยรอบ โรงเตี๊ยมอื่นดูคึกคักแต่โรงเตี๊ยมตระกูลลู่ เงียบเหงาราวกับป่าช้า เกิดอะไรขึ้น
ลู่เสียนรีบก้าวเท้าเข้าไปอย่างสงสัยใคร่รู้ พอเข้ามาถึงด้านในของโรงเตี๊ยมก็ต้องชะงัก ลูกค้าในโรงเตี๊ยมไม่มีสักคน นางกวาดตามองไปรอบ ๆ ความโกรธพุ่งปรี้ดขึ้นมาในทันที พนักงานของโรงเตี๊ยม นั่งจับกลุ่มสนทนากันอย่างเมามัน บางคนยืนเกี้ยวพาน,เกี้ยวพาราสีกันอย่างเปิดเผย นางรีบเดินเข้าไปดูในครัว พ่อครัวพากันนั่งเล่นไพ่ กันอย่างสนุกสนาน นางรีบตรงไปที่ห้องผู้จัดการโรงเตี๊ยม แต่พอจะผลักประตูเข้าไป เสียงที่ดังออกมา ทำให้ตงหานและอันฉีรีบมาขวาง ไม่ให้นางเข้าไป แต่มีหรือที่นางจะสน นางไม่ผลัก แต่ถีบประตูเข้าไปเลย “ปัง!” “เฮ้ยก็ข้า…” ชายที่เป็นผู้จัดการถึงกับหน้าถอดสี รีบดึงกางเกงขึ้นมาสวมใส่ แล้วรีบแต่งตัวอย่างเร่งรีบ ส่วนสตรีนางนั้น ก็ก้มหน้าก้มตาและรีบแต่งตัว ไม่คาดคิดว่าคุณหนูใหญ่ จะมาตรวจงานที่นี่ แย่แล้ว! ลู่เสียนไม่สนใจมองพวกเขา แต่กลับเดินไปหยิบสมุดบัญชีมาเปิดดู แค่มองเพียงผ่านตา นางก็รู้ได้ในทันทีว่า มีการยักยอกเงินในโรงเตี๊ยม เงินเบิกจ่ายมากมาย แต่ดูเหมือนว่า โรงเตี๊ยมไม่มีลูกค้าสักคน แมวไม่อยู่หนูร่าเริงเป็นแบบนี้นี่เอง “หากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลงไปเจอข้าข้างล่าง พี่ตงหานไปบอกทุกคนว่า ข้าขอคุยด้วย” “ขอรับคุณหนูใหญ่” ลู่เสียนเดินตรวจดูรอบ ๆ ก่อนจะเดินลงบันได อย่างครุ่นคิด กิจการย่ำแย่เพราะขาดคนดูแลอย่างจริงจัง ท่านพ่อก็คงมาตรวจดูเป็นครั้งคราว ปล่อยให้ผู้จัดการดูแล ทุกอย่างจึงเป็นเช่นนี้ หากนางไม่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ตระกูลลู่จะเป็นอย่างไรกันนะ เมื่อลงมาถึงข้างล่าง นางก็เห็นทุกคนมายืนรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าสีหน้าของแต่คน ดูไม่กังวลและร้อนใจเลยสักนิด ที่นางมายืนอยู่ตรงหน้า ลู่เสียนกำมือแน่น เพื่อระงับความโกรธ คงต้องเชือดไก่ให้ลิงดูสักครั้ง “ข้าขอไล่ทุกคนออก” พอพวกเขาได้ยินนางเอ่ยเช่นนั้น ก็พากันหัวเราะออกมา ผู้จัดการโรงเตี๊ยมก็หัวเราะออกมาด้วยเช่นกัน มองลู่เสียนด้วยสายตาเย้ยหยัน “คุณหนูใหญ่ ท่านรู้หรือไม่ว่า พูดอะไรออกมา ไล่ทุกคนออกแล้วโรงเตี้ยมจะอยู่อย่างไร” เขากล่าวอย่างทระนงตน ลู่เสียนกวาดตามองพวกเขา ก่อนจะตอบอย่างไม่ยี่หระเช่นกันว่า “ก็ไม่มีลูกค้า จ้างพวกท่านไป ก็สิ้นเปลืองเปล่า ๆ ข้าไม่มีปัญหากับการปิดโรงเตี๊ยมชั่วคราว อีกอย่างบัญชีของโรงเตี๊ยม ดูก็รู้ว่าเขียนไม่ตรงกับความจริง พี่อันฉีไปแจ้งทางการ ข้าต้องการเอาผิดกับคนยักยอกและขโมยเงินของทางโรงเตี๊ยมเจ้าค่ะ” “เจ้าค่ะ” “คุณหนูใหญ่ ท่านทำแบบนี้ไม่ได้นะขอรับ พวกข้าทำงานกันมานาน มาไล่ออกเช่นนี้ ท่านต้องจ่ายค่าชดเชยมาให้พวกข้า ไม่เช่นนั้น พวกข้าก็ไปแจ้งทางการเช่นกัน ว่าท่านจงใจไล่ออก เพราะไม่อยากจ่ายเงินให้พวกเรา” ลู่เสียนแสยะยิ้มนึกสมเพชคนประเภทนี้ ที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ มองไม่เห็นความผิดของตน เห็นแต่ความผิดของผู้อื่น “เดี๋ยวทางการก็มาแล้ว ก็แจ้งเลยสิ” ลู่เสียนนั่งลงบนเก้าอี้ ดูบัญชีที่อยู่ในมือไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจท่าทีกระวนกระวายของพวกเขา “พี่ตงหานหากระดาษและพู่กันให้ข้าเจ้าค่ะ” “ขอรับ” ตงหานรีบนำกระดาษ พู่กันและแป้นหมึกมาให้ลู่เสียน ก่อนนางจะเขียนคำว่า ปิดปรับปรุงชั่วคราว “ท่านเอาไปติดหน้าโรงเตี๊ยม” “ขอรับ” คราวนี้พวกเขาเริ่มมีสีหน้าเลิ่กลั่ก เพราะเห็นท่าทีเอาจริงของนาง ไหนว่าคุณหนูใหญ่เป็นเพียง คุณหนูผู้อ่อนแอ เหตุใดวันนี้แตกต่างกันลิบลับ ไม่นานทางการก็มาถึง คราวนี้พนักงานทุกคนเริ่มใจไม่ดี เพราะท่าทางคุณหนูใหญ่ ดูสงบนิ่งแต่เหมือนรอเวลาปะทุ “คุณหนูใหญ่ ให้คนไปแจ้งทางการ หรือขอรับ ว่ามีการยักยอกเงินและขโมยที่นี่?” “เจ้าค่ะ” “คุณหนูใหญ่มีหลักฐานหรือไม่ขอรับ?” “แน่นอนมาต้องมีเจ้าค่ะ แต่ว่าไหน ๆ ทางการก็มาแล้ว ข้าขอถามเจ้าหน้าที่ ว่าหากข้าจะไล่คนออก เพราะทำความผิด ข้าต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่” “อันนี้ตอบได้ง่ายมากขอรับ ไม่ต้องจ่ายใด ๆ หากลูกจ้างทำผิด” “ดีเจ้าค่ะ วันนี้ข้าจะพูดต่อหน้าเจ้าหน้าที่ และต่อหน้าทุกคน ตั้งแต่ข้าเดินเข้ามา พนักงานนั่งคุยกัน เกี้ยวพากันในเวลางาน จับกลุ่มเล่นไพ่ และที่หนักไปกว่านั้น คือมีการเสพสมยังที่ทำงาน บัญชีนี้ไม่ถูกต้องดูก็รู้ว่า ทำบัญชีโกง รายจ่ายมากมายแต่ไม่มีรายรับ เรื่องน่าขันเกินไปแล้ว” “หากทุกคนจะบอกว่า ไม่มีลูกค้าเลยไม่รู้จะทำอะไร คำตอบก็คือ ผู้จัดการโรงเตี๊ยมต้องหาอะไรมาให้พนักงานทำ ไม่ใช่พากันไปเสพสมที่ห้องทำงาน ข้าจึงอยากแจ้งจับผู้จัดการ ในการยักยอกเงินและโกงบัญชี ส่วนพนักงานคนอื่นข้าต้องการไล่ออกทั้งหมด” คำพูดของนาง ทำเอาทุกคนขาอ่อนแรง “คุณหนูใหญ่ข้าผิดไปแล้ว ข้ายังอยากทำงานต่อขอรับ” “คุณหนูใหญ่ข้าก็อยากทำงานต่อเจ้าค่ะ ต่อไปจะตั้งใจทำงานให้ดีเจ้าค่ะ” “ข้าเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น แต่ถ้าหากอยากจะทำงานต่อ เบี้ยหวัดเดือนนี้ ข้าจะจ่ายแค่ครึ่งเดียว ส่วนผู้จัดการ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางการ ต่อจากนี้ข้าจะคอยจับตาดู หากใครยังขี้เกียจ ข้าจะไม่เก็บเอาไว้” “ขอบคุณคุณหนูใหญ่ ๆ” “ท่านเจ้าหน้าที่ ขอบคุณที่มาเจ้าค่ะ” “คุณหนูใหญ่ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้นะ!” เจ้าหน้าที่รีบคุมตัว ผู้จัดการร้านออกไปทันที ลู่เสียนมองตามอย่างสะใจ ก่อนจะหันมาสั่งงานด้วยเสียงอันดุดัน “ช่วยกันทำความสะอาดโรงเตี๊ยม ข้าจะไปตรวจงานที่อื่น เสร็จแล้วจะแวะมาดู” “ขอรับ/เจ้าค่ะ” ลู่เสียนหมุนตัวเดินจากไปทันที พวกเขามองตามร่างบอบบาง อย่างแปลกใจ เหตุใดวันนี้นางถึงดูแปลกไปกว่าทุกครั้ง ดุดันเกรี้ยวกราดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ลู่เสียนมาก้าวออกมาจากโรงเตี๊ยม ก็เป่าลมออกมาทางปาก เฮ้อ! ที่แรกผ่านไป ต่อไปร้านขายอาภรณ์ แต่ว่าสายตาของนาง กลับต้องไปสะดุดกับกลุ่มคน ที่กำลังยืนมองอะไรบางอย่างอยู่ ต่อมเผือกวิ่งเข้ามาหานางทันที “ไปดูกันเจ้าค่ะ” นางรีบก้าวเข้าไปดูว่า เกิดอะไรขึ้น คนถึงยืนดูกันมากนัก เมื่อมาถึงก็เห็นสตรีท่าทางสูงศักดิ์ ยืนตัดพ้อต่อว่าบุรุษผู้หนึ่งอยู่ ส่วนบุรุษผู้นั้นก็ยืนอยู่กับ สตรีหน้าตางดงามแต่ว่า หน้าตานางคุ้น ๆ นี่มันน้องสาวของนาง คุณหนูรองลู่อัน!“อืม..น่าเสียดายฝนดันมาตกหนักเสียก่อน เพลิงไหม้จึงไม่ได้เผาทำลายโรงเตี๊ยมให้เสียหายมากกว่านี้ แต่ก็นับว่าได้สร้างความปั่นป่วน ให้กับตระกูลลู่อยู่ไม่น้อย” เจินซีหยวน ท่านอ๋องแห่งแคว้นเจินเอ่ยพร้อมยกชาขึ้นดื่มอย่างเฉื่อยชา“ต่อไปนางและตระกูลลู่ คงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น อีกอย่างตอนนี้นางมีเหว่ยอ๋องมาคอยหนุนหลัง พวกเราคงทำอะไรยากขึ้น ไม่คิดว่าตระกูลลู่ที่ไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษ จะมีบุตรสาวเก่งการค้าเช่นคุณหนูใหญ่ นางเข้ามาดูแลไม่นาน ก็พบเจอสิ่งผิดปกติ ที่ซุกซ่อนเอาไว้มากมาย จากที่พวกเราส่งคนเข้าไปแฝงตัว และกอบโกยผลประโยชน์ คงต้องรีบดึงคนของเราออกมาพ่ะย่ะค่ะ”“ก็แค่สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง จะกังวลไปทำไม มีเหว่ยอ๋องหนุนหลังแล้วอย่างไร จัดการพวกเขาทั้งคู่ไปเสียพร้อมกัน ที่จริงข้าก็อยากจะจัดการเขามาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที ศึกที่ผ่านมาเขาฆ่าทหารของข้าตายไปหลายหมื่นนาย เป็นเพราะมีตระกูลลู่คอยสนับสนุนเสบี่ยง ไม่เช่นนั้นข้าก็คงพาแคว้นเจินชนะไปแล้ว” เจินซีหยวนหรือหยวนอ๋องแห่งแคว้นเจิน เอ่ยด้วยความเจ็บแค้นใจ “ใจเย็น ๆ เถิดเพคะ อีกไม่นานเราต้องได้จัดการพวกเขาอย่างแน่นอน หากฆ่าเหว่ยอ๋องได้ แ
“เรื่องที่เกิดขึ้นเราค่อย ๆ สืบไปดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคงไม่ง่ายที่จะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง ต่อไปข้าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น แต่ว่าตอนนี้ข้ามีเรื่องอื่นอยากปรึกษาเจ้าค่ะ” ลู่เสียนจ้องมองกุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ อย่างจริงจังก่อนจะเอ่ยขึ้นพวกท่านสองคนมีความจริงใจเพียงใด ที่จะคบหากับคุณหนูรองและคุณหนูสาม?”“ข้าเอาศักดิ์ศรีของตระกูลฉือเป็นเดิมพัน” รองแม่ทัพฉือตอบด้วยความมั่นใจ“ข้าก็เอาศักดิ์ศรีของตระกูลเจียวเป็นเดิมพันเช่นกัน” เจียวลู่ตอบด้วยความหนักแน่นลู่เสียนหันไปมองบิดาและมารดา นางคิดว่าตระกูลลู่ ต้องการบุรุษที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง มาช่วยกันปกป้องอีกแรง ลำพังนางคนเดียว มันยากเกินไปเพราะกิจการตระกูลลู่มีมากมาย มันเกินกำลังของนางจริง ๆนอกจากเหว่ยอ๋องแล้ว นางต้องการบุรุษมาเพิ่มอีก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นั่นก็คือ กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ ก็ในเมื่อเขาสองคนมีใจให้กับน้องสาวของนาง นางก็ช่วยทำให้มันเร็วขึ้นก็แค่นั้นเอง พบเจอบุรุษที่ดีอย่าปล่อยให้ลอยนวล ต้องรีบต้อนเข้ามาไว้ในรั้วแล้วเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี“พวกท่านต้องการค่าสินสอดเท่าใดเจ้าคะ?”“ห้ะ…ค่าสินสอดหรือ?” เจียวลู่และร
ลู่เสียนล้มป่วยลงจริง ๆ เพราะตากฝน และก่อนหน้านั้นนางก็ถูกพิษกำหนัด และได้เปิดศึกสงครามบนเตียง กับเหว่ยอ๋องจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ร่างกายจึงอ่อนเพลียและอ่อนล้า จึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ลู่เสียนนอนซมอยู่บนเตียงมาได้สองวันแล้ว นางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้“ท่านปู่ข้ายังไม่ได้กินยาห้ามครรภ์เลยเจ้าค่ะ ข้าจะท้องหรือไม่ ข้ายังไม่อยากท้องตอนนี้” ชายชราบรรพบุรุษได้ยินก็หัวเราะออกมา“ฮ่า ๆ ตราบใดที่เจ้ายังใส่กำไลที่ข้อมือ เจ้าก็ไม่มีทางท้องอย่างแน่นอน หากเจ้าอยากท้องก็แค่ถอดกำไลออก เมื่อนั้นเจ้าได้ท้องสมใจแน่”“จริงหรือเจ้าคะ เฮ้อ!ค่อยเบาใจหน่อย ข้ายังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ยังตั้งครรภ์ตอนนี้ไม่ได้ ““อืมข้าก็เห็นด้วย แต่ว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนมีคนอยากเอาชีวิตเจ้า การวางเพลิงสี่จุดพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย”“ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านปู่เหมือนข้าได้รับพลังมาเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาโกรธพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วพอตัวข้าพอคิดว่า อยากเหาะไปให้ถึงเร็ว ๆ ก็เหมือนจะทำได้ทันทีเลย แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมาคืออะไร แต่ก็ดีแล้ว
เมื่อลู่เสียนเดินออกมา จางไห่ก็ได้นำรถม้า มาจอดรอหน้าโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว ลู่เสียนก้าวขึ้นไปทันทีตามด้วยเหว่ยอ๋อง ก่อนนางจะบอกให้จางไห่รีบไปเมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งที่สอง ลู่เสียนรีบก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ ดูเหมือนจะเสียหายไปพอสมควร สวรรค์หากนางมาไม่ทันจะเป็นเช่นไร เจ้าพวกคนชั่ว ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา เพราะเขารับรู้ได้ถึงไอพลังสังหาร ที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของนาง“จิ้งจอกน้อยเริ่มโกรธแล้ว”“เข้าไปกันเถอเพคะ”“อืม”ลู่เสียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกวาดตามองหาผู้จัดการร้าน แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่“ผู้จัดการโรงเตี๊ยมไปไหน?”“วันนี้ผู้จัดการไม่มาทำงานเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่”“ไม่มาทำงานแล้วมีคนไปบอกเขาหรือไม่ว่า โรงเตี๊ยมเกิดไฟไหม้?”“มีคนไปบอกเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขาบอกไม่สบายลุกไม่ไหว” ลู่เสียนกำหมัดเข้าหากันแน่น คงถึงเวลาจริง ๆ แล้วสินะ ในเมื่อจะร้ายก็ร้ายให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต! ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว“ท่านอ๋องหม่อมฉันสงสัยเขา”“จางไห่ส่งคนไปจับตัวเขา ไปขังที่คุกของทางการ”“พ่ะย่ะค่ะ”พนักงานเมื่อรู้ว่า
“เจ้าว่าอะไรนะ!” ลู่เสียนลุกพรวดขึ้นมาด้วยตกใจ เกิดเหตุพร้อมกันสี่แห่ง คงมีคนจงใจวางเพลิงเป็นแน่ มันจะมากเกินไปแล้ว! “จางไห่รีบแจ้งทหารที่อยู่ใกล้เคียง ให้มาช่วยดับไฟ ส่วนพวกเจ้าจัดการศพเหล่านี้”เหว่ยอ๋องเอ่ยขึ้น “ลู่เสียนเราจะทำอย่างไรดีลูก?” ฮูหยินใหญ่ตรงเข้ามาจับแขนลู่เสียนอย่างหวาดวิตก ลู่เสียนโกรธมากจนนัยน์ตาแดงก่ำ นางจิกเล็บลงบนฝ่ามือจนเจ็บ “ท่านปู่ บรรพบุรุษตระกูลลู่ ข้าต้องการพลัง อภินิหารอะไรก็ได้เจ้าค่ะ ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!!” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นอย่างอัดอั้นและโกรธแค้น “เจ้าไปนั่งตรงลาน นำเลือดของเจ้าชโลมกำไลที่เจ้าสวม จากนั้นก็คงแล้วแต่โชคชะตา ว่าจะพิจารณาเจ้าอย่างไร” ลู่เสียนไม่รีรอ รีบคว้าดาบของทหาร มาปาดไปที่ฝ่ามือ แล้วนำเลือดไปชโลมกำไลที่นางสวมทันที ทุกคนมองภาพนั้นอย่างตกตะลึงพรึงเพริด คุณหนูใหญ่นางทำอะไร! เหตุใดต้องทำร้ายตัวเอง นางเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่ ลู่เสียนไม่สนใจสายตาผู้ใด นางก้าวไปนั่งขัดสมาดตรงลานหน้าจวน จู่ ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เหมือนกำลังจะมีพายุฝน เสียงฟ้าร้องดังใกล้เข้ามา จากนั้นทั่วทั้งฟ้า ก็ปรากฏฟ้าแลบแปลบปลาบ และฟาดลงมาอย่างน่ากลัว เสียงฟ้าร้องฟ้
แสงสาดส่องสีท้อง ทอประกายบนท้องฟ้า บ่งบอกว่าเช้าวันใหม่ได้มาเยือน เสียงนกร้องอยู่ด้านนอก ปลุกให้เหว่ยอ๋องงัวเงียตื่น ก่อนจะกระชับกอดร่างบางเบาไว้อย่างหวงแหน ลู่เสียนซุกใบหน้าลงบนแผ่นอกของเขาอย่างผ่อนคลายเหว่ยอ๋องยกมือมาลูบศีรษะนางอย่างเอ็นดู ลู่เสียนนอนทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนจะเอ่ยขึ้น“เมื่อคืนเราจัดไปกี่รอบเพคะ”“ทำไมเจ้ารู้สึกเจ็บหรือ?“ก็นิดหน่อยเพคะ หม่อมฉันทนไหว ที่ถามเพราะ…” ลู่เสียนยกมือมาลูบแผงอกเขาไปมา ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปช้า ๆ เหว่ยอ๋องรู้สึกเสียวซ่านขึ้นมาทันที“จิ้งจอกน้อย หากเจ้ายังไหว ข้าพร้อมเสมอ”“หม่อมฉันคิดว่า พิษกำหนัดยังคงลงเหลืออยู่เพคะ คงยังรีดพิษออกไม่หมด” ลู่เสียนเอ่ยพร้อมลูบไล้มังกรเขาเล่น เหว่ยอ๋องขยับกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะมองนางด้วยาสายตาร้อนแรง“ขอข้าสำรวจร่างกายเจ้าหน่อย ว่ายังมีพิษหลงเหลืออยู่หรือไม่” เอ่ยจบเขาก้มลงไปดูดดอกไม้งาม ที่ยามนี้แดงช้ำจากการกระทำที่รุนแรง เขาจับขาของนางให้อ้าออกกว้างขึ้น ก่อนจะก้มลงไปแล้วใช้ลิ้นตวัดดูดดึงยอดเกสร“ท่านอ๋อง งือออ”“ข้าเรียนรู้สิ่งที่เจ้าทำกับข้า”“เก่งเพคะ”พอได้รับคำชม เหว่ยอ๋องก็เดินหน้า ด้วยความมั่นใจ ก่







