LOGINเสนาบดีลู่ยกยิ้มด้วยความพอใจ พวกนางถูกแต่งเข้ามาเพื่อหาทายาทที่เป็นบุตรชาย เขาไม่ได้มีความรักลึกซึ้งอะไรกับพวกนาง แต่ในเมื่อแต่งงานกันมาแล้ว ก็ต้องดูแลกันให้ดี เท่าที่สามีผู้หนึ่งจะทำได้ เขาเชื่อว่าพวกนางไม่มีทาง ทิ้งความสุขสบายแล้วจากไป
“ลู่เสียนเจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่?” ลู่เสียนพอได้ยินเช่นนั้น ก็พยักหน้าให้อันฉี นำกระดาษที่นางเขียนกฏระเบียบขึ้นมา แจกจ่ายให้กับทุกคน พอทุกคนรับมาอ่าน ก็ตกใจหน้าซีดเผือด จากนั้นความไม่พอใจก็เริ่มตามมา “พี่ใหญ่นี่มันอะไรกันเจ้าคะ? ต่อไปทุกคนจะมีเบี้ยหวัดให้ทุกเดือน หากใครใช้หมดไม่มีสิทธิ์มาขอเพิ่ม แล้ว50ตำลึงจะไปพออะไรเจ้าคะ? ค่าชุดค่าเครื่องประดับ ค่าเครื่องประทินโฉม ท่านพ่อ พี่ใหญ่ทำแบบนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ?” เป็นคุณหนูรองที่โวยวายอย่างไม่พอใจ “ท่านแม่ดูสิเจ้าคะ พอท่านพ่อมอบอำนาจให้นาง นางเริ่มกดขี่ข่มเหง เริ่มเผด็จการขึ้นมาแล้ว ข้าไม่ยอมนะท่านแม่” คุณหนูสี่ลู่หลิน เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ ลู่ฮูหยินมองบุตรสาวคนเล็กอย่างเย็นชา ก่อนจะพูดขึ้นมาบ้าง “เรื่องนี้ข้าก็เห็นด้วยกับท่านพ่อของเจ้า ที่มอบอำนาจให้ลู่เสียน เพราะต่อไปนางต้องคอยดูแลทุกคน การมีเบี้ยหวัดข้าก็คิดมานานแล้ว พวกเจ้าใช้เงินทองกันอย่างสุรุ่ยสุร่าย หากไม่ทำเช่นนี้ เงินทองตระกูลลู่คงหมดลงสักวัน” “จะหมดลงได้อย่างไร ตระกูลลู่ของเราร่ำรวยมาก ชาตินี้ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด ท่านแม่ข้าไม่ยอม เบี้ยหวัดแค่นั้น ข้าจะไปพอใช้ได้อย่างไร” คุณหนูรองลู่อันยังคงโวยวายไม่ยอม คหบดีลู่เฉิงได้แต่ส่ายหน้า ด้วยความเอือมระอาและเบื่อหน่าย “เอาละหากเข้าใจกันดีแล้วก็แยกย้ายกันไปเถิด” คหบดีลู่เอ่ยยุติบทสนทนา ทุกคนจึงรีบทยอยเดินกันออกไป แม้ภายในใจจะไม่พอใจมากเพียงใด ก็ได้แต่เก็บความรู้สึกเอาไว้ เพราะขนาดคุณหนูรองและคุณหนูสี่พูด เสนาบดีลู่และลู่ฮูหยินยังไม่ใส่ใจ พวกนางจะทำอะไรได้ ฮูหยินรองเมื่อมาถึงเรือน ก็กระแทกตัวลงนั่งอย่างแรง ก่อนจะฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะอย่างอัดอั้นตันใจ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น “หากท่านเสนามอบอำนาจให้นางเช่นนี้ ต่อไปทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องเป็นของนางหมดแน่” “นั่นสิเจ้าคะ แค่วันแรกนางก็ตัดเบี้ยหวัดของพวกเรา ต่อไปนางจะทำอะไรอีก” คุณหนูห้าลู่เจียวเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ “แต่ว่าที่นางทำข้าเห็นด้วยนะ ที่จริงเบี้ยหวัด50ตำลึง ก็ยังถือว่าเยอะมาก หากไม่ใช้ฟุ่มเฟือยข้าว่ายังเหลือใช้อีกด้วย” คุณหนูสามลู่เจินเอ่ยเสริมขึ้นมา “พี่หญิง!ท่านเงียบไปเลย นี่อย่าบอกนะว่า พอเห็นนางมีอำนาจ ก็จะรีบพูดประจบเอาใจ สอพลอ!” “ข้าก็แค่คิดว่า50ตำลึงมันเยอะมาก คุณหนูจวนอื่นได้น้อยกว่านี้ด้วยซ้ำ” “นั่นมันจวนอื่น ไม่ใช่จวนตระกูลลู่แน่นอน หากว่าพี่หญิงยังพูดเข้าข้างนาง ข้าจะไม่พูดกับท่านอีก” “หยุด! หยุดเถียงกันเสียที ข้ารำคาญ” ฮูหยินรองแผดเสียงออกมาอย่างรำคาญ เบี้ยหวัดจากที่นางที่นางเคยได้200ตำลึง ลดเหลือ100ตำลึง และไม่สามารถขอเพิ่มได้อีก นางจะมากไปแล้ว ลู่เจินและลู่เจียวเห็นมารดา ดูจะหัวเสียเป็นอย่างมาก จึงพากันปลีกตัวออกไปอย่างรวดเร็ว เรือนอนุจาง ยามนี้นางก็หัวเสียและโกรธเคืองคุณหนูใหญ่ไม่แพ้กัน จากที่เคยได้เบี้ยหวัด150ตำลึงลดเหลือ100ตำลึงเท่านั้น นางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ พอได้อำนาจบารมีก็เริ่มชูหางอวดเบ่ง คอยดูเถอะว่าข้า จะจัดการเจ้าอย่างไร “ท่านแม่ชาเจ้าค่ะ” คุณหนูหกลู่ฟางเห็นมารดาอารมณ์ไม่ดี จึงรีบรินชาให้อย่างเอาใจ แต่แล้ว เพล้ง! อนุจางปัดถ้วยชา ด้วยอารมณ์หงุดหงิด ลู่ฟางและลู่เซียนมองหน้ากันอย่างตกใจ ก่อนจะรีบปลีกตัวออกไป ด้วยความหวาดกลัว ทางด้านลู่เสียน เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้วนางก็ถอนใจออกมา สงครามคงเริ่มแล้วสินะ ลู่เฉิงเห็นท่าทางหนักใจของบุตรสาว ก็หัวเราะออกมา “ถึงกับถอนใจเลยเชียวหรือ ไหวหรือไม่? นี่เพียงเริ่มต้นเองนะ” “ท่านพี่ ท่านก็อย่าไปพูด ตัดกำลังใจนางสิเจ้าคะ” ลู่ฮูหยินเอ่ยปรามสามี ที่ดูจะอารมณ์ดี ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด “ฮูหยินเจ้าไม่รู้อะไร การพูดแบบนี้นี่แหละ จะช่วยให้นางฮึกเหิม และฮึดสู้ขึ้นมาละ” “ข้าไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอกเจ้าค่ะ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสนาบดีลู่ตบเข่าดังฉาด! พอใจกับคำตอบของนาง “ให้มันได้อย่างนี้สิลูกรัก สมกับเป็นบุตรสาวของคหบดีลู่เฉิง ฮ่าฮ่า” ลู่เฉิงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ลู่เสียนครุ่นคิดถึงวิธีว่าจะทำอย่างไร ถึงจะทำให้พวกนางเข้าใจคุณค่าของเงิน เพราะยุคนี้ไม่นิยมให้คุณหนูหยิบจับอะไรเลย นอกจากฝึกเตรียมตัวออกเรือนวัน ๆ ก็เย็บปักถักร้อย คัดอักษร ดีดพิน อ่านตำรา ทุกอย่างฟังดูแล้วน่าเบื่อสำหรับนาง เพราะนางมาจากยุคสองพันยี่สิบห้า ยุคที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา ยุคที่บุรุษและสตรีเท่าเทียมกัน ต่างจากยุคนี้ไปไกลโข แต่นางนี่แหละจะสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้กับสตรียุคโบราณให้ได้เห็นว่า สตรีก็มีความสามารถไม่ต่างจากบุรุษ แต่บุรุษยุคนี้ก็ไม่ชอบสตรีที่เก่งเกินไป เพราะสตรียุคโบราณถูกตีกรอบให้เชื่อฟังสามี แต่ว่าใครสนกันละ นางไม่ได้หวังให้ใครมาชอบ เมื่อมีเงินไม่มีบุรุษก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่“อืม..น่าเสียดายฝนดันมาตกหนักเสียก่อน เพลิงไหม้จึงไม่ได้เผาทำลายโรงเตี๊ยมให้เสียหายมากกว่านี้ แต่ก็นับว่าได้สร้างความปั่นป่วน ให้กับตระกูลลู่อยู่ไม่น้อย” เจินซีหยวน ท่านอ๋องแห่งแคว้นเจินเอ่ยพร้อมยกชาขึ้นดื่มอย่างเฉื่อยชา“ต่อไปนางและตระกูลลู่ คงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น อีกอย่างตอนนี้นางมีเหว่ยอ๋องมาคอยหนุนหลัง พวกเราคงทำอะไรยากขึ้น ไม่คิดว่าตระกูลลู่ที่ไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษ จะมีบุตรสาวเก่งการค้าเช่นคุณหนูใหญ่ นางเข้ามาดูแลไม่นาน ก็พบเจอสิ่งผิดปกติ ที่ซุกซ่อนเอาไว้มากมาย จากที่พวกเราส่งคนเข้าไปแฝงตัว และกอบโกยผลประโยชน์ คงต้องรีบดึงคนของเราออกมาพ่ะย่ะค่ะ”“ก็แค่สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง จะกังวลไปทำไม มีเหว่ยอ๋องหนุนหลังแล้วอย่างไร จัดการพวกเขาทั้งคู่ไปเสียพร้อมกัน ที่จริงข้าก็อยากจะจัดการเขามาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที ศึกที่ผ่านมาเขาฆ่าทหารของข้าตายไปหลายหมื่นนาย เป็นเพราะมีตระกูลลู่คอยสนับสนุนเสบี่ยง ไม่เช่นนั้นข้าก็คงพาแคว้นเจินชนะไปแล้ว” เจินซีหยวนหรือหยวนอ๋องแห่งแคว้นเจิน เอ่ยด้วยความเจ็บแค้นใจ “ใจเย็น ๆ เถิดเพคะ อีกไม่นานเราต้องได้จัดการพวกเขาอย่างแน่นอน หากฆ่าเหว่ยอ๋องได้ แ
“เรื่องที่เกิดขึ้นเราค่อย ๆ สืบไปดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคงไม่ง่ายที่จะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง ต่อไปข้าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น แต่ว่าตอนนี้ข้ามีเรื่องอื่นอยากปรึกษาเจ้าค่ะ” ลู่เสียนจ้องมองกุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ อย่างจริงจังก่อนจะเอ่ยขึ้นพวกท่านสองคนมีความจริงใจเพียงใด ที่จะคบหากับคุณหนูรองและคุณหนูสาม?”“ข้าเอาศักดิ์ศรีของตระกูลฉือเป็นเดิมพัน” รองแม่ทัพฉือตอบด้วยความมั่นใจ“ข้าก็เอาศักดิ์ศรีของตระกูลเจียวเป็นเดิมพันเช่นกัน” เจียวลู่ตอบด้วยความหนักแน่นลู่เสียนหันไปมองบิดาและมารดา นางคิดว่าตระกูลลู่ ต้องการบุรุษที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง มาช่วยกันปกป้องอีกแรง ลำพังนางคนเดียว มันยากเกินไปเพราะกิจการตระกูลลู่มีมากมาย มันเกินกำลังของนางจริง ๆนอกจากเหว่ยอ๋องแล้ว นางต้องการบุรุษมาเพิ่มอีก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นั่นก็คือ กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ ก็ในเมื่อเขาสองคนมีใจให้กับน้องสาวของนาง นางก็ช่วยทำให้มันเร็วขึ้นก็แค่นั้นเอง พบเจอบุรุษที่ดีอย่าปล่อยให้ลอยนวล ต้องรีบต้อนเข้ามาไว้ในรั้วแล้วเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี“พวกท่านต้องการค่าสินสอดเท่าใดเจ้าคะ?”“ห้ะ…ค่าสินสอดหรือ?” เจียวลู่และร
ลู่เสียนล้มป่วยลงจริง ๆ เพราะตากฝน และก่อนหน้านั้นนางก็ถูกพิษกำหนัด และได้เปิดศึกสงครามบนเตียง กับเหว่ยอ๋องจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ร่างกายจึงอ่อนเพลียและอ่อนล้า จึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ลู่เสียนนอนซมอยู่บนเตียงมาได้สองวันแล้ว นางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้“ท่านปู่ข้ายังไม่ได้กินยาห้ามครรภ์เลยเจ้าค่ะ ข้าจะท้องหรือไม่ ข้ายังไม่อยากท้องตอนนี้” ชายชราบรรพบุรุษได้ยินก็หัวเราะออกมา“ฮ่า ๆ ตราบใดที่เจ้ายังใส่กำไลที่ข้อมือ เจ้าก็ไม่มีทางท้องอย่างแน่นอน หากเจ้าอยากท้องก็แค่ถอดกำไลออก เมื่อนั้นเจ้าได้ท้องสมใจแน่”“จริงหรือเจ้าคะ เฮ้อ!ค่อยเบาใจหน่อย ข้ายังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ยังตั้งครรภ์ตอนนี้ไม่ได้ ““อืมข้าก็เห็นด้วย แต่ว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนมีคนอยากเอาชีวิตเจ้า การวางเพลิงสี่จุดพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย”“ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านปู่เหมือนข้าได้รับพลังมาเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาโกรธพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วพอตัวข้าพอคิดว่า อยากเหาะไปให้ถึงเร็ว ๆ ก็เหมือนจะทำได้ทันทีเลย แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมาคืออะไร แต่ก็ดีแล้ว
เมื่อลู่เสียนเดินออกมา จางไห่ก็ได้นำรถม้า มาจอดรอหน้าโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว ลู่เสียนก้าวขึ้นไปทันทีตามด้วยเหว่ยอ๋อง ก่อนนางจะบอกให้จางไห่รีบไปเมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งที่สอง ลู่เสียนรีบก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ ดูเหมือนจะเสียหายไปพอสมควร สวรรค์หากนางมาไม่ทันจะเป็นเช่นไร เจ้าพวกคนชั่ว ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา เพราะเขารับรู้ได้ถึงไอพลังสังหาร ที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของนาง“จิ้งจอกน้อยเริ่มโกรธแล้ว”“เข้าไปกันเถอเพคะ”“อืม”ลู่เสียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกวาดตามองหาผู้จัดการร้าน แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่“ผู้จัดการโรงเตี๊ยมไปไหน?”“วันนี้ผู้จัดการไม่มาทำงานเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่”“ไม่มาทำงานแล้วมีคนไปบอกเขาหรือไม่ว่า โรงเตี๊ยมเกิดไฟไหม้?”“มีคนไปบอกเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขาบอกไม่สบายลุกไม่ไหว” ลู่เสียนกำหมัดเข้าหากันแน่น คงถึงเวลาจริง ๆ แล้วสินะ ในเมื่อจะร้ายก็ร้ายให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต! ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว“ท่านอ๋องหม่อมฉันสงสัยเขา”“จางไห่ส่งคนไปจับตัวเขา ไปขังที่คุกของทางการ”“พ่ะย่ะค่ะ”พนักงานเมื่อรู้ว่า
“เจ้าว่าอะไรนะ!” ลู่เสียนลุกพรวดขึ้นมาด้วยตกใจ เกิดเหตุพร้อมกันสี่แห่ง คงมีคนจงใจวางเพลิงเป็นแน่ มันจะมากเกินไปแล้ว! “จางไห่รีบแจ้งทหารที่อยู่ใกล้เคียง ให้มาช่วยดับไฟ ส่วนพวกเจ้าจัดการศพเหล่านี้”เหว่ยอ๋องเอ่ยขึ้น “ลู่เสียนเราจะทำอย่างไรดีลูก?” ฮูหยินใหญ่ตรงเข้ามาจับแขนลู่เสียนอย่างหวาดวิตก ลู่เสียนโกรธมากจนนัยน์ตาแดงก่ำ นางจิกเล็บลงบนฝ่ามือจนเจ็บ “ท่านปู่ บรรพบุรุษตระกูลลู่ ข้าต้องการพลัง อภินิหารอะไรก็ได้เจ้าค่ะ ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!!” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นอย่างอัดอั้นและโกรธแค้น “เจ้าไปนั่งตรงลาน นำเลือดของเจ้าชโลมกำไลที่เจ้าสวม จากนั้นก็คงแล้วแต่โชคชะตา ว่าจะพิจารณาเจ้าอย่างไร” ลู่เสียนไม่รีรอ รีบคว้าดาบของทหาร มาปาดไปที่ฝ่ามือ แล้วนำเลือดไปชโลมกำไลที่นางสวมทันที ทุกคนมองภาพนั้นอย่างตกตะลึงพรึงเพริด คุณหนูใหญ่นางทำอะไร! เหตุใดต้องทำร้ายตัวเอง นางเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่ ลู่เสียนไม่สนใจสายตาผู้ใด นางก้าวไปนั่งขัดสมาดตรงลานหน้าจวน จู่ ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เหมือนกำลังจะมีพายุฝน เสียงฟ้าร้องดังใกล้เข้ามา จากนั้นทั่วทั้งฟ้า ก็ปรากฏฟ้าแลบแปลบปลาบ และฟาดลงมาอย่างน่ากลัว เสียงฟ้าร้องฟ้
แสงสาดส่องสีท้อง ทอประกายบนท้องฟ้า บ่งบอกว่าเช้าวันใหม่ได้มาเยือน เสียงนกร้องอยู่ด้านนอก ปลุกให้เหว่ยอ๋องงัวเงียตื่น ก่อนจะกระชับกอดร่างบางเบาไว้อย่างหวงแหน ลู่เสียนซุกใบหน้าลงบนแผ่นอกของเขาอย่างผ่อนคลายเหว่ยอ๋องยกมือมาลูบศีรษะนางอย่างเอ็นดู ลู่เสียนนอนทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนจะเอ่ยขึ้น“เมื่อคืนเราจัดไปกี่รอบเพคะ”“ทำไมเจ้ารู้สึกเจ็บหรือ?“ก็นิดหน่อยเพคะ หม่อมฉันทนไหว ที่ถามเพราะ…” ลู่เสียนยกมือมาลูบแผงอกเขาไปมา ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปช้า ๆ เหว่ยอ๋องรู้สึกเสียวซ่านขึ้นมาทันที“จิ้งจอกน้อย หากเจ้ายังไหว ข้าพร้อมเสมอ”“หม่อมฉันคิดว่า พิษกำหนัดยังคงลงเหลืออยู่เพคะ คงยังรีดพิษออกไม่หมด” ลู่เสียนเอ่ยพร้อมลูบไล้มังกรเขาเล่น เหว่ยอ๋องขยับกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะมองนางด้วยาสายตาร้อนแรง“ขอข้าสำรวจร่างกายเจ้าหน่อย ว่ายังมีพิษหลงเหลืออยู่หรือไม่” เอ่ยจบเขาก้มลงไปดูดดอกไม้งาม ที่ยามนี้แดงช้ำจากการกระทำที่รุนแรง เขาจับขาของนางให้อ้าออกกว้างขึ้น ก่อนจะก้มลงไปแล้วใช้ลิ้นตวัดดูดดึงยอดเกสร“ท่านอ๋อง งือออ”“ข้าเรียนรู้สิ่งที่เจ้าทำกับข้า”“เก่งเพคะ”พอได้รับคำชม เหว่ยอ๋องก็เดินหน้า ด้วยความมั่นใจ ก่







