Masukหนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่า
คนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคน
บุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น
“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”
“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”
แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน
“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”
น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกาย
ฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง
“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรับให้คุณหนูฉีนั่งพักเท้า พวกข้าจะออกไปสำรวจรอบ ๆ เพื่อหาทางกลับฐาน แล้วจะรีบกลับมาคุ้มกันอยู่รอบ ๆ ปากถ้ำ”
ผู้คุ้มกันคนหนึ่งเดินมาแจ้งเรื่องสถานที่พัก นับว่าโชคดีที่ยามนี้เป็นช่วงเวลาเช้า จึงพอมีเวลาหาทางกลับฐานก่อสร้าง โดยที่ผู้คนในฐานไม่แตกตื่นตกใจกับการหายตัวไปของพวกเขา
“เฟยเฟิ่งอยากไปนั่งพักในถ้ำหรือไม่”
สือป๋อเหวินเดินเข้าไปถามคนหน้ามุ่ย เนื่องจากอาการเจ็บขาเจ็บเท้ารุมเร้า เพราะบริเวณโดยรอบไม่เหมาะต่อการนั่งพักขาเลย
“ในถ้ำมีน้ำด้วยหรือ ข้าได้ยินผู้คุ้มกันบอกกล่าวแว่ว ๆ”
“อยากเล่นน้ำ?”
ใบหน้าหล่อเหลาหันตรงประชิดหน้าสวยหวานที่เขาพึงใจ หากเล่นน้ำเท่ากับว่านางต้องตัวเปียกต่อหน้าเขาไม่ใช่หรอกหรือ
“ข้าอยากแช่แค่ขาเพียงเท่านั้น”
“เช่นนั้นก็ไปกันเถิด เจ้าจะได้มีแรงเดินกลับฐาน”
น้ำเสียงนุ่มตอบรับอย่างใจดี นางอยากทำการใดเขาพร้อมตามใจทุกเรื่อง อยากเล่นน้ำเขาก็จะพาเล่น
เมื่อเดินเข้าไปในถ้ำขนาดเล็ก ฉีเฟยเฟิ่งจึงดึงชายกระโปรงให้ร่นขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็ถอดรองเท้าออกแล้วนั่งแช่เท้าอย่างสบายใจ
นางนั่งเอนหลังพิงโขดหินแผ่นใหญ่ผิวสัมผัสราบเรียบ ดวงตาอ่อนแรงหลับตาลงแช่เท้าเพื่อผ่อนคลายร่างกาย ท่ามกลางแสงแดดยามเช้า ซึ่งสาดส่องแสงลงมาจากช่องของปากถ้ำด้านบน
จ๋อม! จ๋อม!
เสียงของหนักตกกระทบผิวน้ำ ดวงตากลมโตจึงลืมตาขึ้นมอง และต้องใช้มือปิดปากตนเองเอาไว้ เพราะภาพที่ปรากฏตรงหน้าเกินความคาดหมายไปมากโข
“สะ…สือป๋อเหวิน เจ้าถอดอาภรณ์ออกทำไม!”
“วันนี้อากาศเริ่มร้อน ข้าเดินมาเหนื่อย ๆ เหงื่อเต็มตัวเลยอยากแช่น้ำ”
“อยากแช่น้ำเหตุใดต้องถอดอาภรณ์ออกด้วยเล่า”
หากมองไม่ผิดอาภรณ์ช่วงล่างเขาก็ถอดออกทั้งหมด นางเห็นบางอย่างเหยียดขยายออก ก่อนจะจมหายลงไปใต้สายน้ำ ภาพลักษณ์ของสิ่งนั้นยังติดตาไม่เลือนหาย
“ข้ากลัวอาภรณ์เปียก หากสวมทั้ง ๆ ที่เปียกเกรงว่าจะเจ็บไข้ได้”
“ข้าไม่พูดด้วยแล้ว อยากทำอันใดก็ทำไปเถิด”
ดวงหน้าหวานรีบหันหน้าหนีไปอีกทาง หัวใจของนางเต้นระรัวทั้งตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น
ฉีเฟยเฟิ่งพยายามหลับตาลงดังเดิมเพื่อไม่ให้เกิดพิรุธใด ๆ แต่สักพักต้องลืมตาตื่นขึ้นโดยเร็ว เพราะรู้สึกได้ว่าใบหน้าของคนอยากลงเล่นน้ำ กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้กว่าทุกครั้ง และดูท่าว่าจะไม่ยอมถอยห่างอย่างแน่นอน
“อ๊ะ เข้ามาใกล้อันใดนักหนา”
มือเรียวผลักใบหน้าหล่อเหลาออกห่าง แต่ยิ่งผลักเขายิ่งขยับเข้าแนบชิด
“ข้าถูกตัวอะไรกัดไม่รู้”
“ตัวอะไร!”
“ข้าไม่รู้ ตรงนี้มีแสงสว่างกำลังดี เจ้าช่วยข้าดูได้หรือไม่”
“แล้วจะให้ช่วยดูตรงไหนเล่า”
“ตรงนี้”
อุ้งมือเล็กถูกกอบกุมไปวางทาบบนหน้าอกแน่น ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นตึง ถึงแม้อายุจะเพิ่งเข้าสู่วัยหนุ่มเต็มตัว แต่สือป๋อเหวินดูแลตนเองดีมาโดยตลอด รูปร่างจึงสูงใหญ่กำยำน่ามองยิ่งนัก
อึก! อึก!
เสียงกลืนน้ำลายของคนตัวเล็ก ทั้ง ๆที่พยายามเก็บอาการเป็นอย่างดี แต่เพราะระยะประชิดตัวจึงไม่อาจปิดบังอาการตื่นเต้น
“อยากสัมผัสที่ใดหรืออยากลิ้มรส ก็ทำได้ตามใจเจ้า”
“ข้ามะ…”
เสียงหวานขาดหายไปพร้อม ๆ กับเสียงบดจูบซึ่งทวีความรุนแรงไปตามอารมณ์หนุ่มสาว มือที่นำพาให้สัมผัสแผงอกถูกเลื่อนลงต่ำให้กอบกุมบางอย่างซึ่งกำลังตื่นตัวเต็มที่
เมื่อถูกล่อลวงด้วยกล้ามเนื้อแน่นตึงเรียบเนียนน่าสัมผัส ฉีเฟยเฟิ่งผู้มีนิสัยอยากรู้อยากเห็นเป็นทุนเดิม จึงปล่อยให้บุรุษนำทางไปสู่เส้นชัยแห่งความปรารถนา
พายุแห่งเสน่หาพัดผ่านไปแล้ว ร่างอรชรขยับถอยห่างพร้อมกับถ้อยคำบาดหูที่คนฟังแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เขาได้ยิน
“สือป๋อเหวินเรื่องของเราต้องเก็บเป็นความลับ”
“ความลับทั้ง ๆ ที่ข้าทำเจ้าเจ็บตัวขนาดนี้!”
บุรุษผู้ถูกสตรีนั่งคร่อมตักนานกว่าครึ่งชั่วยาม กดข่มน้ำเสียงโกรธเคืองไว้ในลำคอ เพราะอย่างไรเขาก็ไม่กล้าขัดขืนคำสั่งนางผู้เป็นที่รักอยู่แล้ว
“ได้หรือไม่ ครอบครัวของข้ากำลังประสบชะตากรรมครั้งใหญ่ ข้าไม่อยากให้เรื่องของข้าไปกระทบจิตใจท่านพ่อกับพี่สาว อย่างน้อยก็ขอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน”
ดวงหน้าหวานซึ้งเงยขึ้นออดอ้อนขอความเห็นใจจากชายผู้ได้ประสบการณ์แรกรักของนางไป หากยังไม่ได้ผลคงต้องมอบให้อีกสักครั้งสองครั้ง
อาภรณ์สีหวานซึ่งก่อนหน้านี้นางคว้ามาปิดกายอวบอิ่มเพราะรู้สึกเขินอายถูกวางลงที่เดิม เปิดเผยความเย้ายวนตามวัยแรกแย้ม ทั้งยังขยับเข้าบดเบียดแนบชิดกับกล้ามเนื้อแน่นตึงตรงหน้า
“ข้าหรือจะกล้าขัดใจเจ้า แต่ข้ามีข้อแม้”
“ข้อแม้อันใด”
“หากข้าอยากทำ เจ้าต้องยอมตามใจข้าทุกเมื่อ”
“จะ…เจ้ายังคิดอยากทำอีกหรือ เราทำไปหลายรอบแล้วนะ อีกอย่างข้าก็เจ็บมากด้วย”
“ครั้งต่อไปเจ้าจะไม่เจ็บ”
ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงไปลิ้มรสดูดรัดยอดถันสีหวาน ซึ่งยามนี้กำลังชูชันเบียดชิดอยู่แนบแผงอก
“สือป๋อเหวิน…”
เสียงหวานครวญครางอย่างชอบใจ เมื่อจุดกระสันซ่านถูกดูดรัดเต็มอุ้งปาก กายบางขยับเลื่อนขึ้นเพื่อประคองสองเต้าให้พอดีกับอุ้งปากอุ่น ๆ
“มาหาข้าที่กระโจมทุกวัน เปิดตรงนี้ให้ข้าลิ้มรสจนพอใจ”
“แต่คนอื่นอาจจะได้ยิน ในกระโจมไม่ได้เก็บเสียงเลยสักนิด”
ถึงแม้นางจะคล้อยตามอยากกระทำตามอารมณ์ไม่ต่างกัน แต่ใช่ว่าชายหญิงจะแอบย่องเข้าหากันได้ง่าย ๆ เสียเมื่อไหร่
“ทำแบบนี้แล้วปิดปากให้สนิท แค่นี้ก็ไม่มีใครได้ยิน”
กล่าวจบท่อนลำตัวเขื่องซึ่งแข็งตั้งพร้อมสู้ศึกครั้งใหม่ ก็สอดแทรกเข้าหาโพรงอ่อนนุ่มที่เดิมอย่างแม่นยำในคราเดียว
“อื้อ อื้อ”
ริมฝีปากของชายหญิงต่างก็ครอบครองซึ่งกันและกันไม่รู้เบื่อ ทั้งสองมอบความหฤหรรษ์แก่กันจนหลงลืมทุกความถูกผิด
ไม่มีสัญญาหมั้นหมาย ไม่มีการแต่งงาน มีเพียงสองร่างที่สอดประสานตามความพึงพอใจ
ชายหญิงผลัดกันรุกผลัดกันรับ อีกทั้งยังสอดประสานลงตัวทุกท่วงท่า จนกระทั่งเวลาเคลื่อนคล้อยเข้าใกล้เที่ยงวัน กลุ่มผู้หลงทางจึงออกเดินทางกลับฐานก่อสร้าง
ฉีเฟยเฟิ่งเฝ้ามองท่าทีของผู้ร่วมเดินทางแต่ละคน ซึ่งเดินกลับฐานก่อสร้างอย่างมั่นใจในเส้นทาง จึงขยับเข้าใกล้คนตัวสูงข้างกายแล้วกระซิบถามเพื่อความแน่ใจ
“เจ้าหลอกข้าพาไป…”
ตามจริงคงเรียกว่าหลอกไม่เต็มปาก เพราะนางเต็มใจไปกับเขาอีกทั้งยังเต็มใจมอบสัมผัสลึกซึ้งให้แก่เขาเช่นกัน
“กระโจมไม่เก็บเสียง ข้าเกรงว่าเจ้าจะเจ็บจนร้องเสียงดัง ถึงตอนนั้นความลับคงไม่เป็นความลับอย่างที่เจ้าต้องการเป็นแน่”
เขาอธิบายไปอีกอย่างกึ่ง ๆ ยอมรับผิด จมูกโด่งสูดดมพวงแก้มเปล่งปลั่งซึ่งยื่นเข้ามาใกล้ ในใจอยากหยุดพักเสียกลางทาง แล้วพาคนรักกระชับสัมพันธ์กันอีกสักสองสามรอบคงจะดีไม่น้อย
เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงโบกมือให้คนของเขาถอยห่างออกไปไกล แล้วจูงมือนุ่มนิ่มพาเดินเข้าไปในซอกโขดหินขนาดใหญ่ ซึ่งมองเห็นอยู่ในระยะสายตาเข้าพอดี
“ตรงนี้ร้องได้เบา ๆ”
สองมือกดร่างบอบบางให้นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าแล้วดันสิ่งแปลกปลอมเข้าในปากช่างซักถาม
“อื้อ อนอ้า!”
เพราะในปากมีสิ่งแปลกปลอมคับแน่น นางจึงบ่นด้วยน้ำเสียงดังอู้อี้ อีกทั้งยังจัดการลำร้อนได้อย่างช่ำชองทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน
“ข้ารักเจ้าเฟิ่งเอ๋อร์ นับจากนี้ข้าจะมีเจ้าเพียงผู้เดียวข้าสัญญา”
คนพูดจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโต เพื่อเอ่ยคำมั่นสัญญาจากใจจริง ผู้ใดจะมีฮูหยินหลายคนก็มีไป แต่เขาจะมีฮูหยินเพียงคนเดียวซึ่งก็คือสตรีตรงหน้าเท่านั้น
เอวสอบยังคงขยับเข้าหาโพรงปากอ่อนนุ่ม เมื่อสุขสมดังตั้งใจจึงดันร่างบางให้หันหลังใช้มือค้ำยันโขดหินไว้
เสียงบอกรักกระซิบยั่วเย้าอยู่ข้างหู ดังคลอเคลียผสมผสานกับเสียงกระทบกันของกล้ามเนื้อ ปลุกเร้าอารมณ์หนุ่มสาวให้เตลิดไปไกลยากจะดับลง
หลังจากสุขสมอิ่มหนำพึงใจ ทั้งสองคนจึงรีบเดินทางกลับฐานก่อสร้าง ใบหน้าหวานแดงก่ำขึ้นริ้ว นางทั้งอับอายคนของเขาทั้งรู้สึกชอบใจในความดิบเถื่อน
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ฉีเฟยเฟิ่งก็สามารถหาข้ออ้างออกไปพบปะสือป๋อเหวินได้เสมอ โดยไม่มีผู้ใดสงสัยเรื่องราวของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย หรือกล่าวให้ถูกคือทุกคนต่างเฝ้ามองไปที่คนป่วยไม่ได้สติเสียมากกว่า
ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร
“เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน
ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั
หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั
ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ
“เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช




![พันธะสวาทจอมเวทย์ [18+, พีเรียดอีโรติก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


