เข้าสู่ระบบการเดินทางผ่านพ้นไปห้าวันเต็ม ๆ รถม้าจากจวนเสนาบดีฝ่ายขวาก็มาจอดเทียบตรงจุดจอดรถม้า ในเขตก่อสร้างบ่อกักเก็บน้ำประจำเมืองถัง
เสนาบดีฉีจินผิงออกมายืนรอรับบุตรีทั้งสอง เพราะผู้คุ้มกันสองคนขี่ม้าล่วงหน้ามาแจ้งข่าว
“ท่านพ่อเจ้าขา ข้ากับเฟิ่งเอ๋อร์อยากมาช่วยงานท่านพ่อเจ้าค่ะ เลยมาพร้อมกันเลย”
น้ำเสียงเจื้อยแจ้วมาพร้อมกับใบหน้าหวานที่ยิ้มกว้างจนคนมองต้องยิ้มตาม
“หืม เฟิ่งเอ๋อร์ หรือว่าพวกเจ้าดีกันแล้ว”
“ใช่เจ้าค่ะ ข้ากับพี่สาวรักกันเหมือนคู่พี่น้องทั่ว ๆ ไป เผลอ ๆ อาจจะรักกันยิ่งกว่าคู่อื่นเสียด้วยซ้ำ”
“ช่างเป็นข่าวที่ดีที่สุดในชีวิตพ่อเลย”
เสนาบดีฉีจินผิงแทบอยากร่ำไห้ออกมาตรงนี้เลย เพราะไม่มีความสุขใดของผู้เป็นบิดา จะมากเท่าการเห็นบุตรสาวทั้งสองรักใคร่ปรองดองกัน
“แค่ยอมอ่อนข้อให้หน่อยทำเป็นอวด เด็กแก่แดด” คนพี่เอ่ยเย้าแหย่เพื่อไม่ให้คนน้องได้ใจ
“ท่านพ่อพี่สาวว่าข้า ทั้ง ๆ ที่ตนเองนั่นแหละแก่แดด!”
“ห้ามหลบหลังท่านพ่อนะเด็กแสบ พี่สาวจะสั่งสอนให้เข็ดหลาบ”
สองร่างวิ่งไล่กันไปรอบ ๆ บิดา เพราะเห็นว่าบิดายังคงปลอดภัยดีสองพี่น้องจึงมีความสุขยิ่งนัก
“ฮ่าฮ่า เอาล่ะ ไปที่พักกันเถิดพ่อเตรียมไว้ให้พวกเจ้าแล้ว อ้อ! ขอบใจเจ้ามากจือหานที่พาตัวแสบทั้งสองมาส่งอย่างปลอดภัย”
ใบหน้าเปื้อนยิ้มหันมากล่าวขอบคุณคนที่รับบทหนักไม่ต่างจากตน เขารู้ว่าบุตรสาวคนโตมีใจให้น้องชายต่างสายเลือดผู้นี้ และน้องชายก็ต้องอดทนปฏิเสธมานานหลายปี
ดูท่าว่าปีนี้การปฏิเสธของซ่งจือหานจะสำเร็จเสียที เพราะในดวงตาบุตรสาวคนโตมีบางอย่างที่แปลกไป
“ไม่เป็นไรขอรับศิษย์พี่”
เสนาบดีฝ่ายขวาก้มหัวลงคำนับเสนาบดีกรมคลัง ผู้เป็นศิษย์พี่ร่วมสำนักศึกษาแห่งเดียวกัน ทั้งสองสนิทสนมกันมากจนศิษย์พี่ชวนให้ศิษย์น้องมาสร้างจวนข้าง ๆ กัน
“ที่พักของเจ้าอยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่ พวกเราเดินไปด้วยกันเถิดจะได้พูดคุยกันไปด้วย”
“ขอรับ”
สองพี่น้องตระกูลฉีเข้าพักในกระโจมหลังเดียวกัน มีสาวใช้นามเสี่ยวหนิงพักด้วยอีกคน ส่วนซ่งจือหานเข้าพักในกระโจมที่อยู่ใกล้กับศิษย์พี่ของเขา ซึ่งทั้งสองกระโจมอยู่ไม่ไกลจากกระโจมของสองสาว
งานในโรงครัวจะเริ่มต้นในวันรุ่งขึ้น ฉีเหม่ยหลันจึงมีเวลาออกมาสำรวจสถานที่ก่อสร้าง จะได้ประเมินความปลอดภัยด้วยสายตาในเบื้องต้น
“ยิ่งใหญ่กว่าที่คิด คนสมัยนี้เก่งมากจริง ๆ ถึงแม้จะไม่มีเครื่องทุ่นแรง แต่ยังสามารถก่อสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ได้”
น้ำเสียงเล็ก ๆ บ่นพึมพำกับตนเอง นางกระโดดขึ้นลงตามโขดหินน้อยใหญ่ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้าง
“หากไม่มีคนเล่นสกปรก ย่อมไม่เกิดความเสียหายเพราะเท่าที่เห็นก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ”
ขณะที่นั่งหลบอยู่ข้างโขดหินขนาดใหญ่ เพื่อตรวจสอบสภาพหินและดินในบริเวณนั้น หูก็ได้ยินบางอย่างซึ่งนำพาความโมโหให้คุกรุ่นขึ้น ร่างบอบบางหลบเข้าไปในซอกหิน เพื่อจับใจความจากบทสนทนาให้ชัดเจน
“ข้าถนัดด้านการขีดเขียนแบบเจ้าค่ะ ท่านพ่อเลยให้มาคอยช่วยเหลือใต้เท้า เชิญใต้เท้าชมผลงานการขีดเขียนของข้าน้อยได้เลยเจ้าค่ะ”
น้ำเสียงนอบน้อมถ่อนตนมาพร้อมกับท่าทีสุขุมเรียบร้อย เพราะนางอยากเข้าไปช่วยเหลืองานด้านการเขียนแบบให้ได้
“ซูชิงโม่นางถนัดขีดเขียนตั้งแต่วัยเยาว์ขอรับ ล่าสุดเพิ่งได้รับตำแหน่งยอดพธูประจำเมืองหลวง มีเสนาบดีซ่งจือหานเป็นผู้ตัดสินผลแพ้ชนะ”
ซูมู่หรงช่วยบุตรสาวกล่าวเสริมเพื่อเพิ่มความมั่นใจ แก่ผู้มีอำนาจมากที่สุดในด้านการก่อสร้างบ่อกักเก็บน้ำแห่งนี้ หากบุตรสาวสามารถเข้ามาเป็นผู้ช่วยคนผู้นี้ได้สำเร็จ อนาคตขุนนางหญิงย่อมอยู่ไม่ไกล
“เสนาบดีซ่งจือหานช่วยรับรองขนาดนี้ ข้าต้องขอชมผลงานยอดพธูของแคว้นสักหน่อยแล้ว”
เสนาบดีกรมโยธายื่นมือออกไปรับผลงานจากสตรีอายุน้อย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถ
ดวงตากลมโตซึ่งโผล่พ้นมาจากซอกของโขดหิน พยายามเพ่งมองกระดาษสีน้ำตาลแผ่นใหญ่ ทว่าด้วยระยะที่ไกลเกินไปจึงมองไม่เห็นรายละเอียดที่แน่ชัด
แต่มีสิ่งหนึ่งที่นางมั่นใจคือซูชิงโม่ ระลึกชาติที่เกิดเป็นวิศวกรหญิงได้เช่นเดียวกัน!
“ยังอยากตามมาจองล้างจองผลาญกันในภพนี้อีกหรือ ยัยมิลิน!”
เสียงบ่นพึมพำเป็นภาษาของชาวไท่กั๋วตามความทรงจำเดิม
ฉีเหม่ยหลันตั้งใจถอยห่างหลบออกไปไม่ให้ใครรู้ ทว่าบริเวณนั้นเป็นโขดหินที่ค่อนข้างเปราะบาง แค่นางขยับกายเพียงเล็กน้อยก็เกิดเสียงดังกุกกัก ทำให้คนทั้งสามรับรู้ว่ามีใครอีกคนอยู่บริเวณนี้ด้วยเช่นกัน
“ใครกันออกมาประเดี๋ยวนี้”
น้ำเสียงเข้มของเสนาบดีกรมโยธา เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบไปทั่วบริเวณ เกิดเป็นเสียงกึกก้องน่าหวาดหวั่น
ต่อให้เรื่องที่พูดคุยกันไม่ใช่ความลับ แต่การที่ถูกดักฟังทำให้บุรุษผู้มีอำนาจเต็มในพื้นที่เขตก่อสร้าง รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
หากวันข้างหน้ามีความลับของราชการที่ต้องหารือกัน จะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะไม่ถูกดักฟัง วันนี้เขาต้องจับพวกหนอนบ่อนไส้ให้ได้!
“ออกมา! ก่อนที่ข้าจะเดินไปลากคอเจ้าออกมาด้วยตนเอง” น้ำเสียงเข้มเอ่ยเรียกซ้ำด้วยน้ำเสียงทรงพลังของผู้มากด้วยอำนาจ
คนหลบมุมรู้สึกหวั่นเกรงว่าบิดาจะถูกปรามาสไปมากกว่านี้ จึงได้แต่ยืนแน่นิ่งไม่กล้าเปิดเผยตัว
แต่ครั้นถูกน้ำเสียงเข้ม ๆ กดดันอีกครั้ง สองขาเรียวจึงเตรียมก้าวออกไปเผชิญหน้า หากไม่ได้ยินน้ำเสียงคุ้นเคยดังขึ้นเสียก่อน
“ข้าเองขอรับใต้เท้าเหลียน ขออภัยที่เสียมารยาทบังเอิญว่าข้าออกมาเดินสำรวจดูพื้นที่ก่อสร้างตามรับสั่งของฝ่าบาท ไม่รู้ว่าพวกท่านกำลังปรึกษาหารือกันอยู่บริเวณนี้”
ถึงแม้ผู้มาใหม่จะกล่าวด้วยถ้อยคำนอบน้อม แต่ด้วยน้ำเสียงและนามของผู้ปกครองแคว้น ทำให้เสนาบดีกรมโยธาต้องรีบปรับน้ำเสียงและสีหน้าให้เป็นมิตร
ในพื้นที่เขตก่อสร้างแห่งนี้ บุรุษตรงหน้าคือคนที่เขาไม่ควรมีเรื่องด้วยเด็ดขาด
ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร
“เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน
ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั
หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั
ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ
“เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช







