แชร์

ออกเดินทาง ตอนปลาย

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 09:38:20

เมื่อทุกคนขึ้นนั่งประจำที่ตามที่ตกลงกันไว้อย่างลงตัว รถม้าทั้งสี่คันจากจวนเสนาบดีฝ่ายขวา พร้อมกับม้าของผู้ติดตามก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองถังหัวเมืองทางทิศเหนือ ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางราว ๆ สี่ถึงห้าวัน

บรรยากาศภายในรถม้าคันใหญ่ เต็มไปด้วยความเงียบสงบ ประกอบกับท้องฟ้ายังไม่ค่อยมีแสงสว่าง จึงมองเห็นเพียงดวงตาสองคู่ที่ยามนี้จ้องมองออกไปคนละทิศทาง

ฝ่ายหญิงจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า ซึ่งเปิดแง้มไว้เล็กน้อยเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ส่วนฝ่ายชายจ้องมองไปยังทิศทางใดก็ไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัด รู้แค่ว่าในมือของเขาถือจอกน้ำชายกขึ้นจิบอยู่อย่างนั้น

“หากเมื่อยหลังก็เอนกายลงนอนพักได้ ระยะทางยังอีกยาวไกลกว่าจะถึงจุดจอดพักรถม้า”

“เจ้าค่ะ”

สองมือเอื้อมไปแกะห่อผ้าห่มที่ถือติดมือมาด้วยออก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเอาหมอนเก็บไว้ในรถม้าขนของ จึงห่มผ้าแล้วเอนหลังพิงกับผนังรถม้า ไม่ได้ล้มตัวลงนอนอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก

นางตื่นแต่เช้ากว่าปกติย่อมง่วงนอนเป็นธรรมดา อีกทั้งเมื่อคืนกว่าจะจัดแจงของใช้จำเป็นแล้วเสร็จ ประกอบกับตื่นเต้นที่จะได้เดินทางไกล กว่าจะข่มตานอนหลับได้จึงผ่านพ้นวันใหม่ไปแล้ว

เอนหลังไม่นานลมหายใจของคนที่นั่งกอดผ้าห่มสีม่วงก็เข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เข้าทำนองหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย

“กลางคืนไม่หลับไม่นอนหรืออย่างไร จึงง่วงนอนมากถึงเพียงนี้”

เสียงทุ้มบ่นพึมพำขณะขยับกายเข้าไปใกล้ร่างเล็กจ้อยที่กำลังนั่งพิงผนังรถม้า สองมือเรียวเล็กโอบกอดผ้าห่มสีหวานอย่างหวงแหน

“ติดผ้าห่มเก่าหรือ หึ หึ กอดไม่วางเลย ทำตัวเป็นเด็กน้อยวัยหกหนาวไปได้”

มุมปากหยักอมยิ้มบางเบา เขาจำผ้าห่มสีม่วงอ่อนผืนนี้ได้ เพราะนางหอบติดมือมาด้วยทุกครั้งในวันวาน ยามที่มาออดอ้อนขอนอนค้างที่จวน

อุ้งมือใหญ่ยกศีรษะทุยให้เอนลงหนุนบนตักของตนเอง ร่างเล็กรู้สึกสบายตัวจึงขยับกายยุกยิกไปมา หลังจากนั้นก็นอนตะแคงหันหน้าเข้าหาต้นขาของคนนั่งขัดสมาธิ

“ฟู่!!! นึกว่าตื่น นอนขี้เซาขนาดนี้ ยังหาญกล้าอยากนั่งรถม้าไปกันเอง โจรผู้ร้ายดักปล้นจะรู้ตัวหรือไม่ เด็กแก่แดด”

สองมือยกค้างไว้ด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ เพราะไม่รู้จะวางไว้ตรงจุดไหน

เมื่อคิดไม่ตกจึงกอบกุมลาดไหล่เรียวบางไว้เพียงหลวม ๆ สายตาอ่อนโยนจ้องมองร่างเล็กตรงตักไม่ต่างจากวันวาน

เหตุการณ์ในรถม้าคันใหญ่ผ่านพ้นไปอย่างสงบราบเรียบ คนในรถม้าคันถัดมาได้แต่ถอนหายใจออกด้วยความโล่งอก ที่ไม่มีศึกให้ลงไปห้ามปราม

“ไม่มีเสียงทะเลาะกันเลยเจ้าค่ะคุณหนู”

สาวใช้เพียงคนเดียวที่มารดาคัดเลือกให้มาดูแลบุตรสาวทั้งสองกระซิบบอกกล่าวคุณหนูรอง

นางรับหน้าที่สอดส่องความผิดปกติของรถม้าคันข้างหน้าจากผู้เป็นนาย จึงคอยจับตามองเป็นพิเศษ

“ดีแล้ว คนบ้านใกล้เรือนเคียงปรองดองกันเข้าไว้ย่อมดีกว่าเข้าหน้ากันไม่ติด”

เสนาบดีซ่งไม่ใช่บุรุษใจร้าย เขาแค่ไม่ได้รักพี่สาวเฉกเช่นชายหญิงรักกัน หากจะให้โกรธเคืองจนไม่เผาผีคงไม่ดีเท่าไหร่ เพราะเรื่องอื่น ๆ คนผู้นั้นทำดีกับคนตระกูลฉีมาโดยตลอด

“แต่แปลก ๆ อยู่นะเจ้าคะ”

“แปลกอันใดเสี่ยวหนิง”

กายบางเอนตัวขึ้นจากที่นอน เพื่อรอฟังความเห็นของสาวใช้คนสนิท

“รถม้าคนนี้ใหญ่โตสามารถนั่งได้ถึงสี่คน เหตุใดใต้เท้าซ่งจึงให้คุณหนูใหญ่ไปนั่งด้วยเจ้าคะ”

“ไม่ใช่ว่าข้าไม่คิดเช่นเจ้า แต่ย้อนนึกกลับไปก็ไม่เห็นท่าทีแปลก ๆ อย่างที่เจ้ากล่าวเลยสักครั้ง”

หรือนางไม่ได้สังเกตให้ดีกันแน่ ฉีเฟยเฟิ่งได้แต่หมายมาดในใจว่าต่อจากนี้ต้องจับตาดูเสนาบดีฝ่ายขวาให้ดี

“บ่าวคงคิดมากไปเองเจ้าค่ะ”

เมื่อคิดตามคำกล่าวของคุณหนูรอง เสี่ยวหลิงก็ไม่พบความผิดปกติของบุรุษผู้มากด้วยอำนาจจริง ๆ

“อือ ช่างเถิด พวกเรารอฟังเสียงทะเลาะแล้วเข้าไปห้ามปรามก็พอ”

“เจ้าค่ะ”

ยามนี้รถม้าทั้งสี่คันกำลังเคลื่อนที่เข้าสู่เขตป่า ซึ่งอยู่ระหว่างรอยต่อของเมืองหลวงและเมืองที่อยู่ถัดไป

ภายในรถม้าเริ่มมีแสงแดดส่องเข้ามาให้เห็นรำไร ทว่าคนตัวเล็กยังคงนอนหลับสนิทอีกทั้งยังมีเสียงกรนเบา ๆ เพื่อยืนยันว่านางง่วงมากเลยนอนหลับไม่ได้สติเช่นนี้

ทันใดนั้นล้อรถม้าคันใหญ่ก็ตกหลุมขนาดเล็กหลายหลุม รถม้ากระตุกโยกไปมาคล้ายแล่นอยู่บนลูกระนาด ซึ่งหลุมเหล่านี้เกิดจากรอยเท้าของสัตว์ป่านั่นเอง

“อื้อ”

น้ำเสียงงัวเงียดังขึ้นจากริมฝีปากอวบอิ่ม แต่ดวงตายังคงปิดสนิทดังเดิมไม่แปรเปลี่ยน

เสนาบดีซ่งจือหานเตรียมขยับกายถอยห่าง เพราะคิดว่าคนบนตักกำลังจะตื่นขึ้นมา ทว่าเขาต้องนั่งตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น เพราะส่วนหวงแหนถูกอุ้งมือเล็กกอบกุมเข้าเต็ม ๆ

“อื้อ เจ้าหมอนอย่าถอยหนี”

คนพูดคล้ายกำลังละเมออย่างไรอย่างนั้น เพราะดวงตายังคงปิดสนิท อีกทั้งเสียงกรนเบา ๆ ยังคงส่งเสียงออกมาให้ได้ยิน

แต่อุ้งมือกลับซุกซนนางทั้งกอบกุมจนเต็มอุ้งมือ ทั้งลูบไล้หมอนข้างในจินตนาการ!

คนที่ถูกรุกล้ำนั่งตัวแข็งทื่อราวกับรูปสลัก นับว่าเป็นครั้งแรกที่ส่วนสงวนถูกผู้อื่นรุกรานเช่นนี้ สองมือจึงเปิดผ้าห่มสีม่วงอ่อนออก หมายปลุกเรียกสติคนนอนหลับให้ถอยห่างจากสิ่งอันตราย

ทว่าภาพที่พบเห็นตรงหน้า ทำให้หมอนข้างขนาดเท่าแขนเด็กกระตุกโยกไปมาในอุ้งมือเล็กจ้อยนั่น!

กรอด!!!!

เสียงกัดฟันเพื่อกดข่มอารมณ์บางอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้น ให้ระงับดับลงโดยเร็วที่สุด แต่อุ้งมือของคนนอนหลับกลับไม่ปรานีเขาเลยสักนิด

กว่ามือนุ่มนิ่มจะยอมปล่อยให้เขาเป็นอิสระ อาภรณ์ช่วงล่างก็ไม่ได้แห้งดังสนิทดังเดิมอีกต่อไป

“เด็กบ้า!”

สองแขนช่วยยกศีรษะออกห่างจากตัก เพราะเกรงว่านางจะตื่นมารับรู้ความผิดปกติของอาภรณ์สีเข้มของเขา

ทว่าเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจนเสร็จสิ้นกระบวนการ กลิ่นกายเฉพาะกิจของบุรุษหนุ่มวัยคึกคะนอง ได้ลอยตลบอบอวลไปทั่วรถม้า

จมูกโด่งรั้นของคนนอนหลับสูดดมกลิ่นแปลกประหลาดเข้าเต็มปอด ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างขึ้นทันที

ฟุตฟิด! ฟุตฟิด!

“กลิ่นอะไร”

เสียงงัวเงียพึมพำคล้ายกำลังถามตนเอง นางเปิดดูผ้าห่มผืนโปรดก็ไม่พบเห็นความผิดปกติใด

ต้นตอของกลิ่นรีบใช้ผ้าเช็ดมือผืนเล็ก เช็ดถูทำความสะอาดรอยด่างดวงให้สะอาด ก่อนที่จะซุกผ้าผืนเล็กไว้ใต้พื้นของรถม้า ซึ่งทำเป็นช่องจัดเก็บอาวุธ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเสษ 4 มีแค่สองเรา NC ตอนปลาย

    ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 3 มีแค่สองเราNC ตอนต้น

    “เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 2 เรื่องระหว่างสองเทพ

    ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 1 ยังมีอีกถ้ำ

    หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บทส่งท้าย (ตอนจบ)

    ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   โอกาส ตอนปลาย NC

    “เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status