เข้าสู่ระบบเวลาบ่ายคล้อยมาเยือน หลังจากสองพี่น้องตระกูลฉีนั่งจิบน้ำชาพลางชื่นชมบรรยากาศกลางเมืองหลวงจนหนำใจ ประจวบกับสาวใช้ที่ออกไปซื้ออาหารแห้งตามมาสมทบที่โรงน้ำชา คนตระกูลฉีทั้งหกจึงชวนกันเดินทางกลับจวน
เมื่อเดินมาถึงบริเวณใกล้กับบันไดทางลงไปชั้นล่าง หางตาของฉีเหม่ยหลันก็มองเห็นเสนาบดีฝ่ายขวาของแคว้น กำลังนั่งจิบน้ำชาตรงจุดที่อยู่ในมุมส่วนตัว คล้ายไม่อยากให้ผู้ใดพบเห็นการมาเยือนของเขา
นางไม่ได้เดินเข้าไปทักทาย เพราะถือว่าวันนี้ทำความเคารพกันไปหนึ่งรอบแล้ว
โฉมสะคราญหันกลับมามองบันไดทางลง แล้วเดินจากไปด้วยฝีเท้าอันคล่องแคล่วว่องไว ผู้ใดจะอยากพบเจอหน้าคนที่ทำให้เสียใจอยู่บ่อยครั้งกันเล่า!
“นางมองไม่เห็นหัวข้าหรือ”
คำถามเลื่อนลอยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ
เมื่อครู่เขาสบตากับนางแล้วด้วยซ้ำ เหตุใดจึงไม่เดินมาทักทายกันอย่างที่ควรจะเป็น
“ผู้ใดมองไม่เห็นหัวใต้เท้าหรือขอรับ!”
ฉินเซียวที่มัวแต่มองผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาบนท้องถนน รีบหันกลับมาซักถามผู้เป็นนายด้วยความงุนงงสงสัย
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโรงน้ำชาแห่งนี้ มีคนตระกูลฉีและบุรุษในราชวงศ์มานั่งดื่มน้ำชายามเที่ยง
“ช่างเถอะ ข้าอยากกลับจวนแล้ว”
“ขอรับ ๆ”
กลายเป็นว่ายามนี้มีรถม้าสองคัน ต่างก็มุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางเดียวกัน
รถม้าสองคันวิ่งตามกันไปติด ๆ จนผู้คนที่สัญจรผ่านทางไปมาคิดว่ามาจากจวนหลังเดียวกันเป็นแน่
ซ่งจือหานนั่งเอนกายอยู่ในรถม้าคันใหญ่เพียงลำพัง ฉินเซียวนั่งอยู่ข้างคนบังคับรถม้า ส่วนผู้คุ้มกันจำนวนหนึ่งขี่ม้าตามมาห่าง ๆ
รถม้าทั้งสองแล่นผ่านย่านใจกลางเมืองโดยไร้ซึ่งปัญหากวนใจ ทว่าความราบรื่นในการเดินทางไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเส้นทาง
เมื่อเข้าสู่ช่วงถนนซึ่งเต็มไปด้วยหินขนาดเล็กโรยไปตามเส้นทางเปลี่ยวร้าง เรื่องไม่คาดคิดบางอย่างก็เกิดขึ้นจนได้
โครม!!!!!!
เสียงดังโครมครามของรถม้าคันข้างหน้า ปลุกให้เสนาบดีหนุ่มที่กำลังพักผ่อนสายตาให้ลืมตาขึ้นมาทันที
“ฉีเหม่ยหลัน!” ซ่งจือหานอุทานออกมาเป็นชื่อแซ่ของคนที่เขากำลังนึกถึง
ร่างสูงใหญ่รีบพุ่งออกจากรถม้าด้วยความรวดเร็ว สองขารีบเดินเข้าไปสอบถามผู้คุ้มกันจวนข้าง ๆ ซึ่งกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กับล้อรถม้า
“เกิดอันใดขึ้น”
“จู่ ๆ ล้อรถม้าก็หักขอรับ ข้าผิดเองที่ไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนใช้งาน เห็นใต้เท้าผ่านทางมาด้วยเช่นนี้พวกข้าก็เบาใจขอรับ”
ผู้คุ้มกันผู้ทำหน้าที่บังคับรถม้า รีบบอกกล่าวผู้หลักผู้ใหญ่จวนข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงโล่งใจ
นับว่าโชคดียังมีเหลืออยู่บ้าง เพราะดูจากสภาพล้อของรถม้าคงวิ่งไม่ได้จนกว่าจะเปลี่ยนล้อใหม่ หากปล่อยให้คุณหนูทั้งสองรอคอยจนเปลี่ยนล้อเสร็จคงมืดค่ำพอดี
“ผู้ใดอยู่ในรถม้าบ้าง”
“คุณหนูทั้งสองขอรับ อาฟงกำลังเข้าไปช่วยเหลือพาออกมาจากรถม้า เอ่อ…ข้าน้อยรบกวนให้คุณหนูทั้งสองกลับจวนด้วยได้หรือไม่ขอรับ หากให้รออยู่ที่นี่นอกจากจะล่าช้าอาจจะไม่ปลอดภัยด้วย”
ผู้คุ้มกันจำเป็นต้องร้องขอความช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่รู้สึกเกรงใจยิ่งนัก
“ให้กลับไปกับข้าไม่ต้องกังวล ส่วนพวกเจ้ารีบไปหาล้อรถม้ามาเปลี่ยน คราวหน้าคราวหลังควรตรวจสอบดูให้ดีก่อนออกเดินทาง”
หากเขาไม่ตามมาติด ๆ สตรีทั้งสองคนคงต้องยืนรอในสถานที่เปลี่ยวร้างจนกว่าจะเปลี่ยนล้อเสร็จ แค่คิดก็รู้สึกหงุดหงิดในใจพิกล
“ขอบพระคุณใต้เท้าขอรับ”
“รีบไปแจ้งอาฟงกับคุณหนูของเจ้าเถิด ข้าจะกลับไปรอที่รถม้า”
“ขอรับ”
เจ้าของรถม้าคันใหญ่เดินกลับไปยืนรอข้างรถม้าของตนเอง รอคอยไม่นานสองพี่น้องตระกูลฉีก็เดินเข้ามาใกล้ สีหน้าของคนพี่เรียบเฉยส่วนคนน้องเขาไม่ทันได้มอง
ทั้งสองเดินมาหยุดยืนตรงหน้าด้วยท่าทีนอบน้อมถ่อมตนยิ่งกว่าพบเจอบรรพบุรุษเสียอีก
นอกจากจะเรียกขานกันเสียเต็มยศเต็มอย่าง ยังแสดงท่าทีห่างเหินเกินพอดีไปมากโข!
“ขอบคุณใต้เท้า ที่เมตตาช่วยเหลือพวกข้าเจ้าค่ะ”
ฉีเหม่ยหลันเป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณแทนน้องสาว ทั้งสองยืนก้มหน้าเล็กน้อยไม่ต่างจากท่าทีเมื่อพบเจอญาติผู้ใหญ่
“อืม กลับกันเถิดเวลาไม่เช้าแล้ว”
“เจ้าค่ะ/เจ้าค่ะ”
เจ้าของรถม้าคันใหญ่กระโดดขึ้นไปก่อนด้วยท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติมือข้างขวาข้างถนัดยื่นออกไปรอรับหลานสาวข้างจวนด้วยท่าทีเป็นมิตร
ฉีเหม่ยหลันก้มหัวลงขอบคุณความเมตตาอย่างจริงใจ แต่นางไม่ได้ยื่นมือออกไปให้เขาช่วยเหลือแต่อย่างใด
โฉมงามย่อขาลงเล็กน้อยแล้วกระโดดขึ้นรถม้าด้วยตนเอง จากนั้นจึงยื่นมือมาดึงแขนน้องสาวให้ขึ้นตามไปอย่างปลอดภัย
“…”
คนหน้านิ่งจ้องมองการกระทำของสตรีตัวเล็ก ๆ อย่างไม่เข้าใจ เขาอยากช่วยเหลือในฐานะเจ้าบ้าน ไม่ได้คิดเป็นอื่นเลยสักนิด
“ไม่ขอรบกวนใต้เท้าเจ้าค่ะ แค่ให้ติดรถม้ากลับจวนไปด้วย พวกข้าสองพี่น้องก็เกรงใจมากแล้ว”
ฉีเหม่ยหลันรีบกล่าวแสดงความจริงใจ เมื่อเห็นสายตาคาดคั้นเอาความจ้องมองมา
“เอ่อ…ใช่เจ้าค่ะ พี่ใหญ่เข้าไปข้างในกันเถิดจะได้รีบกลับจวน”
ฉีเฟยเฟิ่งรีบดึงแขนพี่สาวให้เดินเข้าไปในรถม้า เพราะเห็นประกายฟาดฟันกันด้วยสายตาของคนทั้งคู่
คนตัวสูงเดินตามผู้มาเยือนเข้าไปติด ๆ เขานั่งลงตรงเบาะรองนั่งขนาดใหญ่ประจำกาย สายตาคมจ้องมองสตรีสองคนซึ่งกำลังนั่งเบียดเสียดกันตรงที่นั่งขนาดเล็ก
“เหม่ยหลันมานั่งฝั่งนี้ ตรงนั้นให้เฟยเฟิ่งนั่งเพราะเบาะมันเล็ก พวกเจ้านั่งด้วยกันไม่ได้หรอก”
มุมปากหยักกดลึกเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว เบาะในรถม้าของเขาเตรียมไว้สำหรับนั่งเพียงลำพัง จึงมีเบาะใหญ่รองนั่งเพียงอันเดียวเท่านั้น ส่วนเบาะรองอันเล็กแต่เดิมมีไว้รองแขนรองขา
“เฟิ่งเอ๋อร์เจ้านั่งตรงนี้ข้าจะไปนั่งฝั่งนู้นเอง เบาะมันเล็กข้านั่งด้วยไม่ได้”
“เจ้าค่ะ”
ฉีเหม่ยหลันลุกขึ้นยืนเพื่อขยับเปลี่ยนที่นั่ง จู่ ๆ ขาของนางก็สะดุดเข้ากับบางอย่างที่มองไม่เห็น
“อ๊ะ!”
ร่างอวบอิ่มนั่งลงบนตักแกร่งอย่างพอเหมาะพอดี สองแขนตวัดกอดรัดต้นคอบุรุษด้วยความตกใจ
ฉีเฟยเฟิ่งอ้าปากกว้างอย่างตกตะลึงกับภาพที่พบเห็น ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ เมื่อเห็นพี่สาวใกล้ชิดกับคนที่พยายามถอยห่าง
“เดินไม่ระวัง” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างใบหู
“ขออภัยเจ้าค่ะ”
ฉีเหม่ยหลันลนลานขยับกายถอยห่างอย่างรวดเร็ว นางขยับไปนั่งลงข้าง ๆ เจ้าของรถม้าด้วยใจที่เต้นรัว ถึงอย่างไรก็คนเคยรักเมื่อได้ใกล้ชิดจึงรู้สึกตกใจมากเป็นธรรมดา
ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร
“เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน
ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั
หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั
ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ
“เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช







