Masuk“เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”
“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”
เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!
“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”
“จือหาน ท่านอือ..”
“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”
วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึม
ยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจ
ท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์
สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อนจะโน้มเข้าหาอย่างตะกละตะกลาม
“อูย ข้ายังไม่เคยเบา ๆ หน่อยเจ้าค่ะ”
“อืม”
เสียงตอบรับดังอู้อี้ชิดเต้าอวบ ทว่าแรงจากโคนลิ้นยังคงลงน้ำหนักไม่ผ่อนปรนลงเลยแม้แต่น้อย
จวบ! จวบ!
เสียงลิ้นกระทบเข้ากับก้อนเนื้อนุ่มหยุ่น ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบในตำหนักบนยอดเขา
คนถูกลิ้มรสจำต้องแหงนเงยใบหน้าเพื่อปลดปล่อยความร้อนระอุในกายสาว บางจังหวะนางต้องดันให้เขาอ้าอมครอบครองให้หนักตามอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า ทั้งยังนำยอดถันถูไถริมฝีปากเขาเสียเอง
“จือหานหน้าอกข้ายืดย้วยติดปากท่านแล้ว”
นางกล่าวไปตามภาพที่ปรากฏ ก้อนยวงขนาดใหญ่สองข้างถูกสลับดูดดึงเป็นทางยาว ภาพรุนแรงตรงหน้าช่างเร้าอารมณ์ยิ่งนัก กลายเป็นว่านางชอบที่เขาสัมผัสหนักหน่วงเสียอย่างนั้น
“ข้าจะทำให้ยานทั้งสองข้างเลย” หากทำได้ย่อมถือว่าเป็นชัยชนะเล็ก ๆ ของเขา
“ท่านก็รู้ว่าร่างกายข้าไม่มีทางแปรเปลี่ยน ผ่านพ้นคืนนี้ก็กลับมาเต่งตึงไร้ริ้วรอยตามเดิม”
“โดนทุกวันอย่างไรต้องเปลี่ยน”
วาจาแน่วแน่ตั้งใจเอาชนะก้อนงดงาม เขาอยากฝากรอยรักให้ฝังลึกตราตรึง เพื่อให้นางตระหนักรู้ว่ากายและใจของนางมีเพียงเขาที่มีสิทธิ์ครอบครอง
“หรือว่า…”
“ข้าจะเข้ามาดูดทุกวัน ดูดกล่อมให้หลับทุกคืน”
กึก! กึก! กึก!
จังหวะดูดรัดปลายถันจนถึงกลางเต้า ทำเอาแก้มหนุ่มซูบตอบบิดเบี้ยวไม่เป็นทรง สายตาล้ำลึกจ้องมองดวงหน้าหวานอย่างท้าทาย
เจ้าของกายอวบอิ่มหอบหายใจเป็นจังหวะหนัก ๆ ของรักของหวงถูกบุรุษละเลงจนไม่เหลือผิวเดิม ร่องรอยดูดและขบกัดอีกทั้งยังขบเม้มตามผิวขาวนวล กลายเป็นรอยจ้ำแดง ๆ ให้เห็นอย่างเด่นชัด
“ได้อย่างไรกัน ข้าไม่ได้มีหน้าที่มอบน้ำนมให้ท่านสักหน่อย”
เขาดูดเอาเป็นเอาตาย อย่างกับว่านางมีน้ำนมให้ดื่มกินอย่างไรอย่างนั้น
“เจ้ากล้าแตะตัวข้าก่อนต้องรับผิดชอบเช่นนี้”
“อื้อ ข้าแค่แตะเบา ๆ”
“เจ้าช่างงดงามเหลือเกิน อกใหญ่จนข้ากอบกุมไม่ไหว”
น้ำเสียงคล้ายละเมอหลงใหลเอ่ยขึ้นชื่นชม ไม่คิดไม่ฝันว่าความปรารถนาของเขาจะกลายเป็นจริง
สองมือช้อนก้อนกลมขนาดใหญ่ขึ้นอย่างชอบใจ ใบหน้าคมคายมุดเข้าดอมดมเจ้าก้อนนุ่มนิ่มอย่างรักใคร่ถวิลหา เมื่อหมั่นเขี้ยวหนักเข้าจึงใช้อุ้งมือบีบแล้วดันเข้าโพรงปากให้ลึกเท่าที่จะดันได้
“ท่านเหมือนคนกระหายน้ำ”
“ใช่ข้ากำลังกระหายอย่างหนัก”
“จิบชาก่อนดีหรือไม่ อ๊ะ จือหาน!”
นางทำทีดันศีรษะเขาออกห่าง แต่กลับถูกริมฝีปากรีดเค้นขบเม้มส่วนปลายจนต้องนิ่วหน้าด้วยความซ่านสยิว
“มีสิ่งที่ข้าอยากดื่มมากกว่าน้ำชา”
“สิ่งใดกัน สองเต้าข้าก็ถูกท่านละเลงจนรู้สึกคัดตึงไปหมด หากทำอยู่อย่างนี้ข้าคงไม่ไหว”
เสียงอ่อนหวานเอ่ยถามขณะที่ยอดถันถูกครอบครองไม่ยอมปล่อย นางจำต้องคอยประคองป้อนใส่ปากสลับข้างกัน ด้วยเกรงว่าขนาดของส่วนหวงแหนจะใหญ่ไม่เท่ากัน
“ยกขาขึ้นกางบนโต๊ะ เพราะน้ำที่ข้าอยากดื่มอยู่ลึกสักหน่อย”
เสียงแหบต่ำเอ่ยสั่งการตามอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้าด้วยคำถามพาซื่อ เขารู้ว่านางเข้าใจแต่แกล้งถามเพื่อให้เขาทนไม่ไหว หลังสั่งการบุรุษผู้ตกอยู่ในห้วงสวาทไม่ได้รอให้นางทำตามคำสั่ง
เขาจับสองขาเรียวยาวขึ้นวางตั้งฉากกับโต๊ะไม้ เปิดเปลือยให้เห็นผ้าชิ้นเล็กผืนบาง ซึ่งเปียกชื้นตั้งแต่โถมจูบเล้าโลมกัน
“แฉะขนาดนี้น้ำของเจ้าคงไหลออกมาเยอะทีเดียว”
“หากท่านกล้าดื่มตรงนี้ คงต้องเอาตรงนั้นมากระทุ้งให้หายคัน”
วาจาเอาแต่ใจสวนกลับ ดวงตากลมโตจ้องมองส่วนนูนเด่นกลางกายบุรุษ ซึ่งดันกางเกงสีขาวของเขาจนขึ้นรูปนูนเด่นชัดเจน
เดิมทีเทพสงครามหญิงหาใช่สตรีช่างเขินอาย กลับกันนางมีนิสัยเถรตรงไม่คดเคี้ยว และกล้ากล่าวในสิ่งที่ตนคิดมากกว่าบุรุษบางคนเสียอีก
“ใจเย็นทูนหัว ข้าเกรงว่าเจ้าจะบาดเจ็บ หากตะบี้ตะบันกระทุ้งของแข็งเข้าไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่พร้อม”
“แข็งแค่ไหนกัน”
เสียงเล็ก ๆ บ่นพอให้ตนเองได้ยินทว่าความเงียบทำให้อีกฝ่ายได้ยินเช่นกัน นางเกิดอารมณ์จนรู้สึกหงุดหงิดที่ถูกเล้าโลมนานเกินไป ดวงหน้าหวานหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เปิดเปลือยทั้งช่วงล่างช่วงบนให้ผู้มาเยือนจ้องมองตามใจชอบ อยากรู้เช่นกันว่าเขาจะทำการใดต่อไป
คนเฝ้ามองเห็นอาการหงุดหงิดของนางในดวงใจถึงกับทำตัวไม่ถูก เพราะด้อยประสบการณ์จึงคิดไปเอง ว่าต้องก้าวต่อในขั้นตอนถัดไปให้เร็วที่สุด
เพียงแค่อึดใจเดียวเท่านั้น อาภรณ์ชิ้นเล็กผืนบางปราการปกปิดความงามเย้ายวนก็ปลิวว่อนลงพื้น พร้อม ๆ กับกางเกงสีขาวของบุรุษ
“เห็นทีว่าข้าคงต้องดื่มน้ำหวานในภายหลัง”
กึก สวบ!!!!
“โอ๊ย! ซ่งจือหาน นะ..นี่ท่านเข้ามาเลยหรือ เอาออกไปก่อนข้าไม่ไหว”
“เหม่ยหลันเจ็บมากหรือไม่”
น้ำเสียงร้อนรนเอ่ยถามทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของความเจ็บปวด ทว่าตัวการที่ทำนางเจ็บยังคงกดลึกสอดแทรกเข้าไปจนสุดลำ ไม่ได้ดึงออกตามคำสั่งแต่อย่างใด
“เจ็บมาก แหกหมดแล้วกระมัง ใหญ่ขนาดนั้น!”
“ข้าเห็นเมียน้อยใจเลยอยากเอาใจ ทูนหัวอย่าโกรธเคืองเลย อีกสักพักเจ้าจะชอบมากกว่าเจ็บ”
“ใครเมียท่าน”
ลึก ๆ นางก็ชอบที่เขาเข้ามาทันที เพราะอยากสุขสมกับท่อนยาวใหญ่จะแย่ ทว่ายังคงเสียงแข็งเพื่อปกปิดความชอบส่วนตัว ด้วยเกรงว่าบุรุษจะมองไม่ดีไปมากกว่านี้
“สอดคากันอยู่เช่นนี้ ไม่เรียกเมียจะให้เรียกอื่นใดอีก”
เสียงแหบพร่าตอบคำถามสุดซื่อ พร้อมกับจังหวะกระแทกกระทั้นของใหญ่เข้าหาโพรงอ่อนนุ่มด้วยแรงที่ไม่เบาเลย ยิ่งเห็นมุมปากของอีกฝ่ายแอบอมยิ้มกดลึก เขายิ่งมั่นใจว่าทำถูกใจนางเข้าแล้ว
สะโพกสอบขยับเคลื่อนกายเข้าหาในจังหวะเนิบนาบ สายตาก้มลงมองส่วนประสานซึ่งยามนี้มีเลือดไหลออกมาปนน้ำสีใส แน่ชัดแล้วว่านางเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
เมื่อถึงช่วงที่สวรรค์เปิดให้ทำพันธะผูกพันระหว่างเทพได้ เขาจะจับจูงมือเมียรักเข้าไปรับคำอวยพรจากองค์เง็กเซียนด้วยตนเอง
“หากวันนี้ไม่ยอมรับข้าเป็นสามี ข้าจะกลับมาทำจนเจ้ายอมรับเข้าสักวัน”
“บุรุษหน้าไม่อาย”
“หากอายคงไม่ได้เข้าไปในกายเจ้า ชอบให้โยกแรงหรือโยกเบา ๆ อ่า เจ้ารัดข้าเสียแน่นคงเบาไม่ได้แล้วกระมัง”
“อูย…ลึกดียิ่งนัก”
ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร
“เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน
ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั
หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั
ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ
“เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช







