แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: อักษรามณี
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-15 19:21:59

เยว่หลิงรีบเปิดม่าน บนถนนภูเขาเบื้องหลังมีม้าศึกสีดำหกเจ็ดตัวกำลังควบเต็มฝีเท้า ชายชุดดำทุกคนปิดหน้า ไม่มีธง ไม่มีตราประจำกองทัพ แต่การเคลื่อนไหวพร้อมเพรียงราวกับผ่านการฝึกมาอย่างดี

“เร่งความเร็ว!”

คนขับตะโกน ม้าสองตัวพุ่งไปข้างหน้าสุดกำลัง ลูกธนูดอกแรกพุ่งเฉียดหน้าต่างรถม้าไปปักต้นไม้ สาวใช้กรีดร้อง องครักษ์สองคนกระโดดลงจากรถเพื่อต้านศัตรู เสียงดาบปะทะกันดังสนั่น รถม้าไม่หยุด เยว่หลิงในอดีตกอดหีบไม้ใบเล็กแน่น มันคือหีบที่บิดายัดใส่มือก่อนถูกจับ

“เก็บไว้ให้ดี อย่าเปิดจนกว่าจะถึงที่ปลอดภัย”

นางยังไม่ทันได้ถามว่าข้างในคืออะไร ลูกธนูอีกดอกก็พุ่งทะลุหลังคารถ คนขับร้องลั่น แส้หลุดจากมือ ม้าตื่นตกใจและวิ่งออกนอกเส้นทาง รถม้ากระแทกหินก้อนใหญ่ ล้อด้านซ้ายแตกออกทันที ทุกอย่างหลังจากนั้นเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป รถพลิก ร่างทุกคนกระเด็น ไม้แตกกระจาย เสียงกรีดร้องดังปนกับเสียงเหล็กหัก จากนั้น… ความมืด เยว่หลิงในปัจจุบันลืมตาขึ้นช้า ๆ หัวใจเต้นแรงไม่ต่างจากเพิ่งผ่านเหตุการณ์นั้นด้วยตนเอง

“ไม่ใช่อุบัติเหตุ”

นางพึมพำ หากมีเพียงรถม้าตกเขา นางอาจเชื่อว่าเป็นโชคร้าย แต่เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน มันกลับเต็มไปด้วยพิรุธ ราชโองการออกในวันที่ฮ่องเต้ประชวร องค์ชายรองรีบถอนหมั้นภายในวันเดียว บิดาถูกจับโดยไม่มีโอกาสแก้ต่าง และทันทีที่นางออกจากเมือง ก็มีคนติดตามเพื่อฆ่าปิดปาก เอมี่นั่งนิ่ง ใช้เหตุผลแบบที่เคยทำงานสืบสวนสารพิษและเหตุการณ์ในสนามรบ

“ถ้าเป้าหมายคือกำจัดตระกูลเสิ่น การปล่อยให้ลูกสาวคนเล็กรอดย่อมเป็นความเสี่ยง”

นางก้มมองรอยล้อรถที่ยังหลงเหลืออยู่บนพื้นดิน รอยแตกของล้อด้านซ้ายผิดปกติ มันไม่ได้แตกเพราะกระแทกหินเพียงอย่างเดียว ตรงแกนล้อมีรอยบิ่นคล้ายถูกทำให้เสียหายมาก่อน เยว่หลิงลุกเดินกลับไปยังซากรถม้าอีกครั้ง แม้ข้อเท้าจะเจ็บจนแทบทรุด

นางคุกเข่าลง ตรวจดูแกนไม้และหมุดเหล็กทีละชิ้น ในที่สุดปลายนิ้วก็สัมผัสรอยตัดเล็ก ๆ บนสลักล้อ มันไม่ใช่รอยแตกจากแรงกระแทก แต่มันคือรอยเลื่อย คนที่ทำไม่ได้ต้องการให้ล้อหลุดตั้งแต่ต้น เขาเพียงรอให้รถวิ่งบนทางลาดชัน แล้วปล่อยให้แรงสั่นสะเทือนจัดการทุกอย่างแทน

เยว่หลิงหลับตาลงช้า ๆ ภาพของฮูหยินแม่เลี้ยง เสิ่นเยี่ยนหรู องค์ชายรอง และราชโองการปลอมผุดขึ้นมาเรียงต่อกัน ทั้งหมดอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนเดียวกัน นางกำหมุดเหล็กที่มีรอยเลื่อยแน่น ดวงตาที่เคยอ่อนแอของเสิ่นเยว่หลิงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเย็นชาราวกับใบมีด

“คนที่ทำให้รถม้าตก…”

นางเงยหน้ามองเส้นทางบนหน้าผาที่อยู่สูงขึ้นไป

“ต้องการให้ข้าตายตั้งแต่แรก”

เสียงลมพัดแรงขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เสิ่นเยว่หลิงไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเหมือนเจ้าของร่างเดิมอีกแล้ว เพราะคนที่ลุกขึ้นมาจากซากรถม้าในวันนี้ ไม่ใช่คุณหนูผู้ไร้ปากเสียง หากคือเอมี่ หยาง หญิงสาวที่ไม่มีวันยอมให้ใครขโมยชีวิตของตนได้อีกครั้ง

ซูกุ้ยเฟย

เสิ่นเยว่หลิงกำหมุดเหล็กจากล้อรถม้าไว้ในมือ ก่อนเก็บมันเข้าไปในถุงผ้าเล็กที่พบจากซากสัมภาระ นางยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ทำลายสลักล้อ และไม่รู้ว่าคนที่ไล่ล่านางได้รับคำสั่งจากใคร แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ชัดคือมีคนต้องการให้คุณหนูเสิ่นเยว่หลิงตายอยู่ก้นเหวแห่งนี้

ดังนั้นนางต้องออกไปจากที่นี่ก่อนที่คนเหล่านั้นจะย้อนกลับมา

เยว่หลิงใช้มีดสั้นตัดกิ่งไม้ตรงขนาดเหมาะมือมาทำเป็นไม้พยุง ก่อนเดินเลียบลำธารไปทางทิศที่คาดว่าจะนำออกจากหุบเขา การเดินใกล้น้ำมีข้อดีคือช่วยลดร่องรอยบนพื้น แม้จะไม่สามารถลบรอยทั้งหมดได้ แต่ก็ดีกว่าเดินผ่านดินโคลนซึ่งทิ้งรอยเท้าชัดเจน

ทว่าร่างกายของเสิ่นเยว่หลิงอ่อนแอกว่าร่างเดิมของเอมี่มาก เพียงเดินได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ลมหายใจก็เริ่มถี่ขึ้น ข้อเท้าซ้ายบวมกว่าเดิม บาดแผลบริเวณขมับยังมีเลือดซึมเล็กน้อย เยว่หลิงหยุดพิงต้นไม้แล้วใช้สองนิ้วจับชีพจรตัวเอง เร็วเกินไป นางก้มมองฝ่ามือ พบว่าผิวซีดลงเรื่อย ๆ

“เสียเลือดมากกว่าที่คิด”

ตอนตรวจร่างกายครั้งแรกนางประเมินว่าไม่มีเลือดออกภายในรุนแรง แต่ร่างนี้อาจเสียเลือดจากบาดแผลก่อนที่นางจะฟื้น อีกทั้งไม่ได้กินอาหารและน้ำมานาน

หากยังฝืนเดินต่อ ร่างกายอาจหมดแรงก่อนออกจากป่า

เยว่หลิงหยิบถุงน้ำขึ้นมาจิบเพียงเล็กน้อย นางไม่กล้าดื่มรวดเดียวเพราะไม่รู้ว่าจะต้องเดินอีกไกลเท่าใด

เสียงนกร้องเหนือยอดไม้ทำให้บรรยากาศดูสงบ แต่ประสบการณ์ของเอมี่สอนให้นางรู้ว่า ความสงบไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย นางเหลียวกลับไปมองทางด้านหลัง ยังไม่มีเสียงคนตามมา เยว่หลิงจึงเดินต่อ

ระหว่างทาง ความทรงจำบางส่วนของเจ้าของร่างยังคงปรากฏเป็นช่วง ๆ แต่ไม่รุนแรงเหมือนก่อนหน้า นางเริ่มรู้จักสถานที่ ผู้คน และเรื่องราวในโลกนี้มากขึ้น

แผ่นดินที่นางอยู่มีชื่อว่าแคว้นต้าเซียว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายเช่นข้าเกิดใหม่อีกคราเพื่อทวงแค้น   บทที่ 66

    “ข้าจะไปคลังด้วยตนเอง”“ข้าจะไปด้วย”“ไม่ได้”เยว่หลิงมองทันที “เหตุใด”“เจ้าเพิ่งตรวจศพทั้งคืนและดูแลเสด็จพ่อมาตลอดหลายวัน”“นั่นไม่ใช่เหตุผล”“อีกอย่าง ที่นั่นเป็นเขตของตระกูลหลัว”“ยิ่งเป็นเหตุผลที่ข้าควรไป เพราะข้าจำเศษวัสดุจากศพได้”เซียวจื่อเหิงมองนางอย่างรู้ทัน“เจ้าจะไปอยู่ดีใช่ไหม”“ใช่”“ถึงข้าห้าม?”“ข้าจะหาวิธี”ชายหนุ่มหลุดหัวเราะอย่างหมดหนทาง “เสิ่นเยว่หลิง เจ้าดื้อกว่าที่ข้าคิด”“พระองค์เพิ่งรู้หรือ”เขามองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าว “ไปได้ แต่ต้องอยู่ในระยะที่องครักษ์คุ้มกัน”“ตกลง”“และห้ามแยกตัว”“ตกลง”“ถ้าข้าสั่งให้ออก ต้องออกทันที”เยว่หลิงนิ่งคิด “ข้าจะพยายาม”“นั่นไม่เรียกว่าตกลง”นางยิ้มบาง ๆ ก่อนทั้งคู่จะแยกกัน ซูเหวินหลันก็ส่งคนมาเรียกเยว่หลิงกลับตำหนัก เยว่หลิงจึงต้องพักเรื่องคลังไว้ก่อน เมื่อนางกลับถึงตำหนักซู ซูกุ้ยเฟยนั่งรออยู่แล้ว ทันทีที่เยว่หลิงเข้ามา นางก็สั่งให้คนรับใช้ออกไปทั้งหมด เหลือเพียงหลันชิ

  • นางร้ายเช่นข้าเกิดใหม่อีกคราเพื่อทวงแค้น   บทที่ 65

    หลัวเฉิงกวงก้มศีรษะ“กระหม่อมขอทูลลา”เขาเดินออกไปโดยไม่หันกลับ เยว่หลิงไม่ได้พูดทันที นางมองตามร่างสูงนั้นจนลับประตู จากนั้นจึงหันกลับไปทางฮองเฮา เผยจิ้งหรงกำลังถามพระอาการฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทุกอย่างดูปกติ ปกติเกินไปเซียวจื่อเหิงขยับเข้ามายืนใกล้นาง “เจ้ามองอะไร”เยว่หลิงตอบเบามากจนมีเพียงเขาได้ยิน “ยังไม่มีหลักฐาน”“เรื่องอะไร”นางไม่ได้ตอบทันที เพราะสายตาเพียงครั้งเดียวไม่สามารถใช้กล่าวหาใครได้ แต่สิ่งที่นางเห็นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนนี้ไม่ธรรมดาอีกต่อไป เยว่หลิงหันมองประตูที่หลัวเฉิงกวงเพิ่งเดินออกไป ก่อนปรายตากลับไปทางเผยจิ้งหรงครั้งแรกนางสงสัยว่าทั้งสองอาจอยู่ฝ่ายเดียวกันทางการเมือง แต่สายตาเมื่อครู่ทำให้นางเริ่มคิดว่า ระหว่างฮองเฮากับอำมาตย์ใหญ่หลัวเฉิงกวง อาจมีความลับที่ลึกกว่าคำว่า “พันธมิตร” มากนัก.ความลับหลังม่านหลังหลัวเฉิงกวงออกจากตำหนักใหญ่ไปแล้ว เยว่หลิงยังคงยืนอยู่ที่เดิมชั่วครู่ สายตาของนางไม่ได้มองตามแผ่นหลังของอำมาตย์ใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ย้อนกลับไปคิดถึงวินาทีสั้น

  • นางร้ายเช่นข้าเกิดใหม่อีกคราเพื่อทวงแค้น   บทที่ 64

    “พยานสำคัญตายในคืนที่ฮ่องเต้สั่งรื้อคดี และร่องรอยบนตัวเขาพาไปยังคลังของท่าน ข้าคิดว่าความระมัดระวังยังไม่ถือว่าเกินไป”“พระองค์กล่าวถูก”หลัวเฉิงกวงตอบทันที ไม่โกรธ ไม่เถียงต่อ กลับประสานมือ“หากฝ่าบาททรงมีพระบัญชา กระหม่อมยินดีเปิดคลังทุกแห่งให้ตรวจ”คำตอบทำให้คนในห้องเงียบลง ฮ่องเต้ถาม“เจ้าจะไม่คัดค้าน?”“เหตุใดต้องคัดค้านพ่ะย่ะค่ะ หากการตรวจช่วยพิสูจน์ว่าตระกูลหลัวไม่เกี่ยวข้องกับการตายของจ้าวเหวินฉาง ก็เป็นเรื่องดีเสียอีก”เซียวจื่อเหิงมองเขา “ท่านมั่นใจมาก”“เพราะกระหม่อมรู้ว่าตนไม่ได้ทำ”ประโยคสั้น ๆ แต่หนักแน่น เยว่หลิงยังไม่กล่าวอะไร คนที่เตรียมตัวมาดี ย่อมกล้าให้ค้น โดยเฉพาะหากของที่ไม่ควรอยู่ถูกย้ายไปก่อนแล้ว นางจึงถามเป็นครั้งแรก“ท่านอำมาตย์ใหญ่ ข้าขอถามสักเรื่องได้หรือไม่”หลัวเฉิงกวงหันมาหา “คุณหนูเสิ่นถามเถิด”“คลังตระกูลหลัวใช้เก็บอะไรเป็นหลัก”“เสบียงแห้ง สมุนไพร วัตถุดิบสำหรับกองทัพ และสินค้าบางชนิดที่ตระกูลหลัวรับเหมาส่งให้ราชการ”“มีห้องสำหรับกักคนหรือไม่”เ

  • นางร้ายเช่นข้าเกิดใหม่อีกคราเพื่อทวงแค้น   บทที่ 63

    อำมาตย์ใหญ่หลัวเฉิงกวง เช้าวันรุ่งขึ้น พระราชวังเงียบกว่าปกติ แต่ความเงียบนั้นไม่ได้หมายถึงความสงบ ข่าวการเสียชีวิตของจ้าวเหวินฉางยังถูกปิดไว้ในวงแคบ เซียวจื่อเหิงสั่งไม่ให้เจ้าหน้าที่กรมอาญานำเรื่องออกไปประกาศ และให้คนของตนเฝ้าคลังตระกูลหลัวตั้งแต่เมื่อคืนโดยไม่แสดงตัว ไม่มีการบุกค้นทันที เพราะคนที่เป็นเจ้าของคลังไม่ใช่พ่อค้าธรรมดา เขาคืออำมาตย์ใหญ่หลัวเฉิงกวง ขุนนางผู้มีตำแหน่งสูงจนแม้แต่เสนาบดีหลายกรมยังต้องเกรงใจหลัวเฉิงกวงรับราชการมานานกว่ายี่สิบปี ผ่านการเปลี่ยนแปลงในราชสำนักมาหลายครั้ง มีลูกศิษย์อยู่ตามหัวเมือง มีขุนนางที่เคยได้รับการสนับสนุนจากเขากระจายอยู่แทบทุกกรม และที่สำคัญ เขามีภาพลักษณ์ของขุนนางผู้สุขุม รอบคอบ ไม่เคยพูดเกินหน้าที่ และไม่เคยเปิดเผยความทะเยอทะยานต่อหน้าผู้ใดเยว่หลิงเคยได้ยินชื่อของเขาจากซูเหวินหลันหลายครั้ง แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่นางจะได้เห็นบุรุษผู้นี้ใกล้ ๆ ฮ่องเต้ยังไม่แข็งแรงพอจะออกว่าราชการตามปกติ จึงมีรับสั่งให้ขุนนางที่เกี่ยวข้องกับคดีตระกูลเสิ่นเข้าเฝ้าที่ตำหนักด้านในแทน เซียวจื่อเหิงยืนอยู่ด้านข้างพระแท่

  • นางร้ายเช่นข้าเกิดใหม่อีกคราเพื่อทวงแค้น   บทที่ 62

    เยว่หลิงใช้ไม้สะอาดเปิดดูด้านในกระพุ้งแก้ม มีรอยถลอกเล็ก ๆ“ถ้าเขาถูกบังคับให้กลืนของเหลว ขอบภาชนะหรือมือคนจับอาจทำให้เกิดรอยแบบนี้”หมอเฉินพยักหน้า “และพิษยังเหลือในกระเพาะมาก”“ใช่ แสดงว่าได้รับไม่นานก่อนเสียชีวิต”เยว่หลิงหยุดครู่หนึ่ง “ถ้าฆ่าตัวตายเอง เขาต้องมีเหตุผลและโอกาสเตรียมพิษ แต่ตอนนี้หลักฐานแสดงว่าเขาถูกคนอื่นควบคุมก่อนตาย”เซียวจื่อเหิงมองเจ้าหน้าที่ชันสูตร “เขียนลงไป”“พ่ะย่ะค่ะ”เยว่หลิงกลับไปดูตัวอย่างในถ้วย หลังทิ้งไว้ระยะหนึ่ง ตะกอนในถ้วยที่เติมน้ำด่างแยกตัวออกชัดขึ้น หมอเฉินหยิบตะเกียงเข้ามาใกล้“สีนี้…”เยว่หลิงถาม“ท่านเคยเห็น?”“เคยในยาฆ่าแมลงกับยาพิษที่ใช้กำจัดสัตว์เล็กบางชนิด แต่ไม่แน่ใจว่าเหมือนกัน”“มีที่ใดขาย”“ร้านยาบางแห่งไม่กล้าขายทั่วไป ต้องซื้อผ่านคลังวัตถุดิบ”คำว่า “คลัง” ทำให้เยว่หลิงนึกถึงเศษกระดาษในมือผู้ตาย คลัง...นางหยิบเศษนั้นออกมาดูอีกครั้ง“เขาอาจพยายามทิ้งชื่อสถานที่ไว้”เซียวจื่อเหิงถาม “แต่มีแค่คำว่าคลัง”“เรามีอย่างอื่น

  • นางร้ายเช่นข้าเกิดใหม่อีกคราเพื่อทวงแค้น   บทที่ 61

    “คนของกรมอาญาคนนั้นอยู่ไหน”“หลบไปก่อนกระหม่อมจะมาถึงพ่ะย่ะค่ะ แต่มีคนจำหน้าได้”“ตามตัว”“พ่ะย่ะค่ะ”เยว่หลิงกลับมาสนใจศพต่อ รอยมัดที่ข้อมือหมายความว่าจ้าวเหวินฉางอาจถูกควบคุมตัวก่อนเสียชีวิต แต่ยังต้องหาว่าอยู่ที่ใด นางตรวจเสื้อผ้าของผู้ตายอย่างละเอียด ด้านหลังเสื้อมีฝุ่นสีเทา ชายกางเกงมีโคลนแห้ง รองเท้าด้านซ้ายติดเศษฟางสั้น ๆ ที่สำคัญคือบริเวณแขนเสื้อด้านในมีผงสีเหลืองอมน้ำตาลละเอียดติดอยู่“หมอเฉิน ดูนี่”ชายชราเข้ามา “เหมือนผงยา”“หรือเศษวัตถุดิบจากที่เก็บของ”เยว่หลิงใช้นิ้วผ่านผ้ารองแตะเบา ๆ เนื้อผงหยาบกว่าฝุ่นธรรมดา มีกลิ่นฉุนเล็กน้อย“เก็บแยก”เซียวจื่อเหิงถาม “เจ้าคิดว่าเขาถูกพาไปที่คลังยา?”“ยังไม่แน่”“แล้วอะไรทำให้สงสัย”“คนที่ถูกจับไปสอบโดยอ้างว่าเป็นกรมอาญา ปกติควรถูกพาไปที่ว่าการ ไม่ใช่ไปสถานที่ที่มีฟาง ฝุ่นแร่ และผงวัตถุดิบติดเสื้อ”เยว่หลิงชี้รองเท้า“ดูพื้นรองเท้า”องครักษ์ยกตะเกียงเข้ามาใกล้ มีเศษเมล็ดเล็ก ๆ สีดำติดอยู่ตรงร่องรองเท้า หมอเฉินเพ่งดู

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status