Share

17

last update publish date: 2026-08-24 15:25:45

ซึ่งบุรุษจิตใจวิปริตผู้นี้หาได้มีความละอายใดใดไม่ที่ผู้คนต่างกล่าวคำประณามตนด้วยวาจาสาปแช่งเช่นนั้น ทว่าเขากลับยืดอกภาคภูมิใจ โน้มศีรษะรับมันเอามาประดับหน้าผากด้วยความยินดียิ่ง เพราะมันส่อให้รู้ว่าตนยิ่งใหญ่ แข็งแกร่งมากเพียงใด ฉะนั้นเขาจะทำให้กุ้ยไป๋หลานต้องชดใช้มันอย่างสาสมจนกว่าเขาใคร่พึงพอใจ

“…” กุ้ยไป๋หลานเห็นแววตาสะพรึงน่ากลัวที่แฝงความเจ้าเล่ห์เอาไว้กำลังจ้องมองมายังใบหน้านางอย่างมีเลศนัยก็รู้ได้ทันท่วงทีเลยว่าเขาคงกำลังขบคิดแผนการหาหนทางกลั่นแกล้งนางอย่างสาสมแก่ใจอยู่เป็นแน่

เห็นทีคราวนี้นางคงต้องรับศึกหนักกว่าเดิม พาลหาเรื่องใส่ตัวแน่แท้ไป๋หลานเอ๋ย…

“หึ เตรียมตัวรับแรงกระแทกจากข้าเอาไว้ให้ดีเถิดนางสตรีชั่วช้า! ข้าจะบดขยี้เจ้าให้แหลกละเอียดคามือเลยคอยดู” พูดเขาก็กดปลายนิ้วบีบลงไปบนพวงแก้มนุ่มอีกรอบ คราวนี้เขาไม่ออมมือเลยสักนิดมันหนักหน่วงกระทั่งนางต้องส่งเสียงร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บปวดคล้ายสันกรามบริเวณนั้นแทบหักลงแล้วจริง ๆ ก่อนคนจิตใจวิปริตจะสะบัดออกจนศีรษะนางชนเข้ากับขอบโต๊ะอีกรอบ

ปั้ง!

“โอ๊ะ!” มือเล็ก ๆ เลื่อนขึ้นไปจับหน้าผากฝั่งซ้ายที่กระทบเข้ากับขอบโต๊ะอย่างจัง จึงสัมผัสได้ถึงความเปียกชุ่มของของเหลวที่ไหลโชกอาบรินรดใบหน้างาม จากนั้นจึงง้างมือออกมาดู ปรากฏว่าคือ เลือด!

“ละ…เลือด” นางผู้มิเคยหวาดกลัวสิ่งใด ไม่ว่าเป็นจิ้งจอก ตุ๊กแก งู ไส้เดือน หรือกิ้งกือ แต่ยามเห็นเลือดสีแดงสดที่ไหลหยดย้อยอาบรินรดใบหน้างามของตนในใจกลับสั่นผวา เต้นโครมครามระทึก ปากซีดเซียวสีขาวคล้ายหยวกกล้วยอ่อนก่อนจะล้มฟุบหมดสติไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ทำอันใดของเจ้านางสตรีกลับกลอก” แม่ทัพเล่อหยางหลงยืนเอาแขนแกร่งกำยำทั้งสองข้างประสานกันเอาไว้บริเวณแผงอกล่ำสั่น พลางเหลือบตามองร่างของกุ้ยไป๋หลานที่นอนราบลงไปกับพื้นด้วยความสมเพชเพราะคิดว่านางกำลังทำการแสดงบทใหญ่อยู่ “เจ้าคิดจะใช้กลอุบายตื้นเขินหลอกข้าเช่นนั้นหรือ ข้าหาได้โง่เขลาเบาปัญญาเยี่ยงเจ้าไม่นางสตรีไร้สมอง!”

“…” ทว่ากุ้ยไป๋หลานก็ยังนิ่งเงียบ มิมีปฏิกิริยาใดใดโต้ตอบกลับมา แต่นั่นก็หาได้ทำให้คนเยี่ยงแม่ทัพเล่อหยางหลงบุรุษผู้ที่ยึดเอาตนเองเป็นที่ตั้งของสรรพสิ่งบนโลกใบนี้คล้อยตามหรือหลงเชื่อไม่ว่านางนั้นหมดสติไปจริง ไม่ใช่เพียงการกลั่นแกล้งเล่นละครเพื่อหนีปัญหาเอาตัวรอดจากเรื่องที่นางก่อเอาไว้อย่างหน้าด้าน ๆ

“นางสตรีชั่ว เจ้าหูตึงหรืออย่างไรถึงมิได้ยินที่ข้าพูดเมื่อครู่ว่าแผนการตื้นเขินจากสมองโง่เขลาเจ้า ใช้กับข้าหาได้ผลไม่” เล่อหยางหลงเหยียดท่อนขาแกร่งกำยำออกไปแล้วใช้เท้าถีบสะกิดเบา ๆ ที่ด้านหลังนาง แต่ด้วยร่างกายสูงใหญ่ที่ผ่านการฝึกฝนการต่อสู้ ฟาดฟันดาบและมีพละกำลังเหนือกว่าบุรุษในวัยเดียวกันมาตั้งแต่เยาว์วัยคล้ายปีศาจจึงทำให้กุ้ยไป๋หลานที่ล้มฟุบอยู่ในอริยาบถนอนตะแคงเมื่อครู่หล่นฮวบคว่ำหน้าลงไปแนบกับพื้น

“…” ยิ่งเห็นนางยังนอนแน่นิ่งราบอยู่บนพื้น เดิมไฟโทสะที่สุมอยู่กลางออกและมีบางส่วนที่เริ่มมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปบ้างแล้วเล็กน้อยกลับลุกโชนโชติช่วงขึ้นมาอีกคราเพราะคิดว่านางกำลังท้าทายอำนาจมืดตนอยู่อย่างมิมีความยำเกรงเลยสักนิด “เจ้า เจ้ากล้าลองดีกับข้าเช่นนั้นหรือ”

แม่ทัพเล่อหยางหลงกัดฟันกรอด ๆ กดเสียงต่ำเล็ดลอดออกมาตามไรฟันซึ่งเต็มไปด้วยความรู้สึกแค้นเคืองใจแฝงอยู่ในที ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าวางทาบบนบั้นสะโพกกลมมนที่นูนขึ้นมาสูงกว่าส่วนอื่น ๆ บริเวณด้านแผ่นหลัง แล้วออกแรงเขย่าขาสองสามครั้ง สี่หาครั้งตามลำดับ “หาไม่ข้าจะใช้คมดาบสังหารเจ้าทิ้งเสียตรงนี้ ลุกขึ้นมานางสตรีชั่วช้า”

เขาเริ่มสังเกตถึงความผิดปกติ เริ่มเอะใจเล็กน้อยแล้วว่าหรือนางจะเป็นลมล้มฟุบหมดสติไปจริง ๆ “นางสตรีชั่ว”

“…”

“นางสตรีสมองกลวง”

“…”

“แม่นางไป๋หลาน”

เล่อหยางหลงจึงค่อย ๆ หย่อนสะโพกลงนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ เรือนร่างบอบบาง แล้วกระชากแขนเรียวบางขึ้นมาจนกระดูกข้อต่อแทบหลุดออกจากเบ้าหัวไหล่เพื่อตรวจจับดูการเต้นของชีพจรบริเวณข้อมือ ปรากฎว่า มันผิดปกติจริง ๆ เห็นทีนางสตรีโง่ผู้นี้ที่อวดเก่ง ปากดีกล้าต่อล้อต่อเถียงกับเขาฉอด ๆ ตกใจเลือดเพียงไม่กี่หยดจนเป็นลมไป ช่างอ่อนแอจนน่าสมเพช

“จินเกอ! จินเฉอ!” เขารีบลุกขึ้น ใช้ฝ่ามือปัดชายอาภรณ์กวาดไล่สิ่งสกปรกโสโครกที่อุตส่าห์ลดตัวลงไปสำรวจร่างกายของนางสตรีต่ำตมผู้นี้ออกมิให้เหลือแม้กระทั่งกลิ่นสาปติดปลายนิ้ว เสร็จกิจจากตรงนี้อาจต้องนอนแช่ตัวในอ่างน้ำร้อน ๆ สักครึ่งชั่วยามแล้วกระมังจึงจะสามารถขจัดสิ่งแปดเปื้อน อัปมงคลที่แพร่กระจายเชื้อจากตัวนางสู่ตัวเขาได้หมดสิ้น

"ขอรับท่านแม่ทัพ" ทั้งสองทราบจากเสียงขว้างปาข้าวของจนตกแตกเมื่อครู่แล้วว่าแม่นางกุ้ยไป๋หลานคงไปทำสิ่งใดให้เล่อหยางหลงขุ่นเคืองใจอีกเป็นแน่ ทว่าก็หาได้คาดคิดไม่ว่าเปิดประตูเข้ามาจะเห็นสภาพของแม่นางผู้นั้นนอนแน่นิ่งราบลงไปกับพื้นโดยมิรู้ว่ายังมิลมหายใจต่อชีวิตอยู่อีกหรือไม่อย่างไร

"ท่านแม่ทัพสังหารนางจนสิ้นใจแล้วหรือขอรับ?" จินเกอ มิได้เก็บความสงสัยเอาไว้เช่นจินเฉอที่มีอุปนิสัยและบุคลิกแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว เพราะภาพตรงหน้าทำให้เขาไม่สามารถคิดเป็นอื่นนอกเหนือประโยคคำถามที่เอื้อนเอ่ยถามไถ่ออกไปมื่อครู่ได้เลยแม้แต่น้อย

หากเป็นผู้อื่นก็คงมิมีความกล้ามากถึงเพียงนี้เพราะแม้นสบสายตาอาจพยายามเบี่ยงเบนหลบหนี เกร็งตัวแข็ง คอเคล็ดไปหมดด้วยมิใคร่รู้ว่าควรวางตัวเช่นไรจึงทำให้อีกฝ่ายพึงใจ หากพลาดพลั้งสักน้อยนิดนั่นอาจเท่ากับชะตาชีวิตถึงคราวขาดสะบั้นลง แต่กับจินเกอ จินเฉอ และแม่ทัพเล่อหยางหลงแล้วหาได้มีความสัมพันธ์ในฐานะและนายทหารรับใช้คนสนิทอย่างเดียวไม่ ทว่าพวกเขาทั้งสามคนล้วนถูกเลี้ยงดูเติบโตมาด้วยกัน ร่วมเป็นร่วมตาย เป็นสหายกับมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย

เมื่อเป็นเช่นนั้นไอ้กำแพงหนา ๆ ที่กั้นอยู่ระหว่างเล่อหยางหลงและคนอื่น ๆ หากเทียบกับเขาสองคนถือว่าไร้ซึ่งปัญหาอุปสรรค เพราะหากผู้อื่นหรือแม้กระทั่งแม่นางกุ้ยไป๋หลานสตรีผู้นั้นได้รู้จักเล่อหยางหลงเยี่ยงที่พวกเขารู้จัก ก็คงคิดเห็นมิต่างกันมาก ว่าบุรุษตัวร้ายที่ทุกคนต่างหวาดกลัว ชังน้ำหน้า สาปแช่งไม่ให้ตายดีนั้นแท้จริงแล้วน่าสงสาร น่าเห็นอกเห็นใจมากเพียงใด

“เจ้าเห็นว่าข้าโหดเหี้ยมถึงเพียงนั้นเลยหรือจินเกอ” แววตาดุดันจ้องมองไปยังสหายคนสนิทด้วยความขุ่นเคืองใจแฝงรอยไม่เอาจริงเอาจังไว้ ทว่ายามอีกฝ่ายกำลังอ้าปากเอื้อนเอ่ยตอบคำถาม เขาก็รีบพูดแทรกสวนขึ้นมาพร้อมเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อยคล้ายกระแอมกระไอ “สมแล้วที่เป็นสหายกันมาตั้งแต่เยาว์วัย ข้าเองก็อยากสังหารนางสตรีอวดดีผู้นี้แล้วแร่เนื้อโยนให้เหยี่ยวจิกกัด โดยที่ข้านั่งจิบน้ำชาอู่หลงอุ่น ๆ คู่กับขนมเสี่ยวหลงเปาร้อน ๆ แทบขาดใจแล้วเช่นเดียวกัน แต่หากนางชิงตายเสียตอนนี้มันยังน้อยเกินไปหากเทียบกับความแค้นของข้า”

“ขอรับ”

“ดูสิ ว่านางตายแล้วหรือยัง” พูดพลางก็ใช้ฝ่าเท้าสะกิดเขย่าเรือนร่างนางอีกคราว

“ขอรับ” จินเกอยื่นฝ่ามือไปจ่อใต้รู้จมูกของนางปรากฏว่านางยังหายใจอยู่ “ยังไม่ตายขอรับท่านแม่ทัพ”

แน่นอนแท้จริงเขาเองก็ทราบแจ้งแก่ใจดีอยู่แล้วว่าแม่นางกุ้ยไป๋หลานยังมีชีวิตอยู่ เพียงสำออยตกใจเลือดจนหมดสติล้มฟุบลงไปเท่านั้น แต่เรียกจินเกอ จินเฉอเข้ามาในห้อง แสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วให้พวกเขาตรวจดูร่างกายนางอีกรอบ เพื่อไม่ให้สหายตนสนิทนิทั้งสองรู้ว่าเขาแอบกินน้ำเต้าหู้ เอามือสะอาด ๆ นี่ไปสัมผัสเนื้อตัวสกปรกโสโครกของนางสตรีแพศยาผู้นี้ให้เปลืองตัวเกิดมลทินสิ่งอัปมงคลแปดเปื้อนตนเองอย่างไรเล่า

“เอานางขึ้นไปวางตรงอื่น”

“ขอรับ” จินเกอไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการให้ตนทำอย่างไรกับร่างหมดสติของแม่นางผู้นี้ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

“นางสตรีนี่ โง่เขลามิพอ ยังสร้างเรื่อง สร้างความรำคายใจให้ข้าไม่เว้นแต่ละวัน” แม่ทัพเล่อหยางหลงถอนหายใจเฮือกฮากยกใหญ่ “เอานางไปวางในห้องข้า แล้วตามท่านอาหมอมาตรวจดูว่านางเป็นอันใดมากหรือไม่”

“…” จินเกอ และ จินเฉอหันขวับไปมองหน้ากันอย่างพร้อมเพรียงโดยมิได้นัดหมายด้วยความรู้สึกชวนขนหัวลุกและประหลาดใจไม่ใช่น้อย เมื่อจู่ ๆ แม่ทัพเล่อหยางหลงผู้ที่ตลอดระยะเวลาเกือบครึ่งค่อนเดือนที่ผ่านมานั้นคอยหาหนทางกลั่นแกล้งให้แม่นางไป๋หลานที่ตนบอกว่าชิงชังนัก ชิงชังหนา เกลียดขี้หน้าจนเข้ากระดูกดำ หากเหลือนางเป็นเพียงสตรีหนึ่งเดียวบนโลกใบนี้ตนนั้นขอยอมลดทอนศักดิ์ศรีกลายเป็นพวกผิดเพศชายตัดแขนเสื้อที่ผู้คนต่างมิใคร่ยอมรับเสียยังดีกว่าล่มหัวจมท้ายกับสตรีเช่นแม่นาง

ทว่าตอนนี้กลับมีคำสั่งให้พาร่างไร้สติของสตรีที่ตนบอกว่ารังเกียจเกลียดชังไว้ในห้องนอน ซึ่งเป็นสถานที่ที่แม้กระทั่งแม่นางซือเหย่ซึ่งวางอำนาจคล้ายเป็นฮูหยินจวนแม่ทัพเล่อหยางหลงไปเสียแล้วก็ยังมิเคยมีโอกาสได้ก้าวย่างกราย เพราะเขามิชอบให้ผู้ใดเข้ามาจุ้นจ้านวุ่นวายด้วยนิสัยขี้รำคาญ ไม่ชอบคบค้าสมาคมกับผู้ใดนอกเสียจากแม่นมซือเหยาสตรีวัยกลางคนที่คอยเลี้ยงดูอุ้มชูเขามาตั้งแต่มารดาสิ้นใจตาย แล้วเหตุการณ์วิปลาสเช่นนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกันเล่า

หากเขาปล่อยให้นางนอนแน่นิ่งหมดสติอยู่บนพื้นตรงนี้แล้วใช้น้ำเย็นยะเยียบจากสายลำธารที่ไหลผ่านด้านหลังจวนสาดใส่เรือนร่างเพื่อปลุกเรียกเช่นเดียวกันกับคนที่ทำให้เขารู้สึกขุ่นเคืองใจคนอื่น ๆ ย่อมสมเป็นแม่ทัพเล่อหยางหลงบุรุษผู้ที่ถูกขนานนามว่าโหดเหี้ย อำมหิต จิตใจดำมืดบอดยิ่งกว่าโคลนตมคนนั้นเสียอีก แต่นี่อย่างไรกัน จินเกอ จินเฉองุนงงไปหมด ให้อุ้มสตรีที่ตนเคยหมายหัวกลางหน้าผากตัวโต ๆ ว่านางศัตรู แอบอิงในหอนอน ซ้ำยังตามท่านอาหมอมาตรวจดูร่างกายนางอีก นี่เขากำลังเป็นห่วงนางอยู่ใช่หรือไม่

หรือ…หรือบางทีเจ้านายพวกเขาอาจต้องตา ต้องใจสตรีผู้นี้เข้าเสียแล้วกระมัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   30

    เขาต้องงอนง้อนางเป็นแน่! มิได้! นางต้องห้ามแสดงกิริยาอาการออกนอกหน้าเป็นอันขาด ควรสงวนที่ท่าสงบเสงี่ยมเอาไว้ให้สมบทบาทนางเอกนวนิยายเสียหน่อย เล่นตัวเล็กน้อยให้พอเป็นพิธี มิต้องมากความ เสียเวล่ำเวลา! "เอาบัวลอยน้ำขิงของเจ้ากลับไปด้วย ข้ามิอยากเห็นมันดูรกหูรกตา" เพล๊ง!!!! ใบหน้านางแตกกระจายแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ริมฝีปากอวบอิ่มเน้นเข้าหากันเบา ๆ ก่อนจะส่งเสียงชิชะในลำคออย่างนึกขัดใจแล้วคว้าถ้วยขนมหวานแล้วเดินสะบัดส่ายสะโพกโยกย้ายออกไปจากเรือนแม่ทัพเล่อหยางหลง "เดี๋ยว!""มีอันใดอีก" กุ้ยไป๋หลานตะคอกตอบนางด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงวีน "ข้าหาได้มีอารมณ์มาทะเลาะกับเด็กเอาแต่ใจเช่นเจ้าหรอกนะซือเหย่" นางเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นเอาแต่ใจตนของแม่นางซือเหย่ผู้นี้เต็มทีแล้ว เหตุใดพี่น้องที่คลานตามกันออกมาจากท้องแม่เดียวกัน ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากคนคนเดียวกันจึงได้มีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงถึงเพียงนี้เล่า แม่นางซืออิ๋ง ผู้พี่ ยามเจอหน้านางก็ยิ้มทักทายแล้วเข้ามาชวนพูดคุยอย่างเป็นมิตรในฐานะสหายคนหนึ่ง นางขาดเหลือสิ่งใดอีกฝ่ายก็คอยช่วยมิเคยปริปากบ่นเลยสักครา แต่ไยแม่นางซือเหย่ผู้เป็นน้องสา

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   29

    เพี๊ยะ!!!! ฝ่ามือเล็ก ๆ ของแม่นางซือเหย่ฟาดลงบนใบหน้านุ่มนิ่มกุ้ยไป๋หลานอย่างแรงด้วยความโมโหที่จู่ ๆ ก็ดันเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจที่ชายในดวงใจกำลังกอดจูบลูบคลำอยู่กับสตรีนางที่ตนเกลียดชังน้ำหน้ายิ่งกว่ากระไรดี จึงหาได้มีความสามารถมากเพียงพอพอในการควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ได้ไหวไม่“ซือเหย่!” แม่ทัพเล่อหยางหลงเบิกตาโพลงด้วยความรู้สึกตกใจ แต่ยังมิทันที่เขาจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดก็ดันเจอเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจมากกว่าเมื่อครู่เท่าตัว เมื่อกุ้ยไป๋หลาน หญิงสาวผู้ที่มิเคยโต้ตอบยืนแน่นิ่งปล่อยให้ผู้อื่นกระทำตนอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอดกำลังกระชากเส้นผมยาวสลวยของซือเหย่ แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างสุดกำลังแรงจนเรือนร่างบอบบางล้มหัวคะมำลงไปบนพื้น “เจ้า!!! เจ้าถือดีอย่างไรกล้าตบหน้าข้า” ฝ่ามือเล็กประคองพวงแก้มนุ่มนิ่มที่โดนกระทำเมื่อครู่แล้วทำท่าจะพุ่งหลาวเข้าใส่สตรีอีกฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง “มา!! มึงเข้ามา แน่จริงก็เข้ามาสิเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าจะช่วยสงเคราะห์ประเคนฝ่ามือให้งาม ๆ เลยเชียวเอาหรือไม่!!!!” นางท้าวสะเอวและยกฝ่ามืออีกข้างหนึ่งง้างเอาไว้สุดแขนเพื่อตั้งท่าหมายจะตบแม่นางซือเหย่อีกรอบ“จะ…เจ้า!!! น

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   28

    “แล้วท่านแม่จะเก็บใบชาพวกนี้ไว้ด้วยเหตุใดกันเจ้าคะ หากมีผู้อื่นที่มิรู้ความพลั้งเผลอดื่มกินเข้าไปเล่า ลูกเกรงว่ามันจักกลายเป็นเรื่องใหญ่” ซืออิ๋งอดสงสัยไม่ได้ว่ามารดานางจะมีใบชาที่เป็นพิษแก่ร่างกายไว้ใกล้ตนเองด้วยเพราะสิ่งใด แม้นางที่คอยช่วยมารดาคัดแยกใบชามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย มองด้วยตาเปล่า สัมผัส และสูดดมเข้าไปจนเต็มปอดแล้วก็แทบจะมิรู้หรือผิดสังเกตเลยว่าใบชาใบนี้มีสรรพคุณทางยาที่ก่อให้เกิดโทษกับร่างกาย ฉะนั้นหากเป็นผู้อื่นที่มิเคยคุ้นชินกับใบชา นางมั่นใจว่าไม่มีทางทราบเป็นแน่“ใบชาเหล่านี้ถึงแม้จะก่อให้เกิดโทษเป็นพิษแก่ร่างกายก็จริงแต่นั่นหากใช้ในกรณีที่มากเกินความจำเป็นต่างหากเล่า…ดื่มกินเพียงน้อยนิดก็จะมีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายและรู้สึกสดชื่น” นางอธิบายไขข้อข้องใจให้แก่บุตรสาวได้ฟัง “แล้วโทษของมันรุนแรงหรือไม่เจ้าคะ” “มันหาได้ก่อให้เกิดโทษในชั่วพริบตาที่ดื่มกินเข้าไปไม่ แต่ใบชาชนิดนี้หากดื่มกินบ่อยครั้งและสะสมกันภายในร่างกายเป็นระยะเวลายาวนานมันก็จะค่อย ๆ กัดกินทำลายส่วนของระบบประสาทและก่อให้เกิดภาพหลอน” “น่ากลัวเสียจริงเจ้าค่ะท่านแม่” ซืออิ๋งหวาดผวาไม่น้อย "รีบคัดแยกเถิด" นางเ

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   27

    เรือนใหญ่ตระกูลเล่อ"ข้า่ล่ะขัดใจยิ่งนัก เมื่อใดพ่อคนนั้นจะเลิกโง่เสียที" เล่อฮูหยินกระฟัดกระเฟียด ก่อนจะหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ไม้สักแล้วหยิบชาดอกท้อขึ้นมายกซดจนหมดจอกรวดเดียวเพราะทุกคราที่ได้ลิ้มลองรสสัมผัส ก็มักจะทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายทุกครา แต่หากวันใดที่มิได้ดื่ม วันนั้นนางก็คล้ายจะมีอาการเหวี่ยงวีน ไฟออกหู มองสิ่งใดก็ดูขัดหูขัดตาไปเสียหมดมิเว้นแม้กระทั่งบุตรชายหรือสามี "ใจเย็น ๆ ก่อนเถิดเจ้าค่ะท่านป้า หลานเกรงว่าเดี๋ยวอาการจะกำเริบขึ้นมาอีกนะเจ้าคะ" หลินฟางเหมยพยายามเกลี้ยกล่อมว่าที่แม่สามีเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะชิงตายไปเสียก่อนช่วยส่งเสริมจนนางได้ตบแต่งเป็นภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของบุรุษที่นางหมายตาต้องใจเยี่ยงเล่อเยี่ยนเฉินสำเร็จ เพราะหากสิ้นเล่อฮูหยิน นางก็มิเหลือผู้ใดคอยถือหางแล้วเช่นเดียวกัน ให้หวังพึ่งใบบุญว่าที่พ่อสามีก็หามีแววไม่ รายนั้นหูตามืดบอดหลงแม่นางกุ้ยไป๋หลานกระไรนั่นเหมือนบุตรชายตนมิมีผิด "นางเฟย ไปเอาชาดอกท้อมาให้ข้าอีก" "ชาหมดแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน..." นางเฟยบ่าวรับใช้จากโรงครัวอีกคนหนึ่งที่คอยรองมือรองตีนและรองรับอารมณ์เล่อฮูหยินขานตอบ"อีเฟย!!!!" เพล๊ง!!! จอกชาถ

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   26

    “ข้าจำได้ขอรับท่านแม่” น้ำเสียงเขาถูกกดต่ำลงเพราะดูคล้ายกับว่าคำพูดของแม่นมซือเหยาเมื่อครู่มันดันไปกระทบกระเทือนจิตใจของเขาเสียจนได้ "ข้ามิมีวันลืมหรอกขอรับ ก่อนที่ท่านแม่จะสิ้นใจตายท่านแม่ทำขนมยุเหวียนเซียวหม้อใหญ่ให้ข้ากินฉลองที่ข้าสอบได้อันดับที่หนึ่ง...และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้ามีโอกาสได้กินอาหารฝีมือท่านแม่" ... "แค่ก ๆ อร่อยหรือไม่หยางเอ๋อร์" ในครั้งนั้นฮูหยินใหญ่หนิงลี่เองก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ อาการมิใคร่สู้ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่าแปลกใจนักทั้ง ๆ ที่นางกินยาและดื่มชาที่ท่านหมอประจำตระกูลสามีจัดเตรียมเอาไว้ให้อย่างสม่ำเสมอมิเคยขาดตกบกพร่องแต่หารู้เลยไม่ว่าเหตุใดจึงมิดีขึ้นในทางกลับกันมีแต่ย่ำแย่ทรุดลงกว่าเดิม นับวันร่างกายของฮูหยินใหญ่หนิงลี่ก็ยิ่งทรุดโทรมห่อเหี่ยว ไม่มีเรี่ยว ไม่มีแรง เดิมทีเรือนร่างของนางแบบบางอยู่แล้วตามประสาสตรี ยามทรุดตัวป่วยไข้ลงก็ยิ่งผอมแห้งจนปรากฏเห็นโครงกระดูกชัดเจน แต่ด้วยเพราะรู้ข่าวว่าบุตรชายเพียงคนเดียวของนางสอบได้คะแนนอันดับที่หนึ่งจึงแบกร่างตัวเองลงครัวทำขนมของโปรดให้เขาเป็นรางวัล "อร่อยขอรับท่านแม่ ข้าชอบอาหารที่ท่านแม่ทำทุกอย่างเลยขอร

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   25

    หยามเกียรติบุรุษร่างกายบึกบึนล่ำสั่นเช่นท่านแม่ทัพเยี่ยงเขายิ่งนัก! มิมีสิ่งใดน่าอัปยศอดสูกระทั่งอยากซุกแผ่นดินนี้เทียบเท่าคำพูดดูถูกของสตรีที่เอื้อนเอ่ยออกมาหลังจากที่ได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของตน ‘มองไม่ชัดว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด’ เล็กจนมองมิออกเช่นนั้นหรือ นางกล้าพูดเยี่ยงนี้ได้อย่างไร! เขาค่อนข้างมั่นใจในแท่งหยกอันเบ้อเร้อ สมบัติอันล้ำค่าที่เขาภาคภูมิใจว่าทั้งใหญ่ ทั้งยาวและผงาดสู้มือราวกับมังกรคำรามหาได้มีผู้ใดเทียบเท่าได้ไม่ แต่นาง! นางสตรีหน้าตายผู้นี้ตาถั่วหรืออย่างไร!! “ข้าเปล่า เปล่านะเจ้าคะ” กุ้ยไป๋หลานอยากจะเอาศีรษะโขกฝาผนังจนสลบให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียโดยเร็ว แต่หาได้สามารถทำเช่นดั่งใจคิดได้ไม่เพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ทันนางไปเสียทุกอย่างว่านางกำลังพยายามหาหนทางชิ่งหนีเอาตัวรอด จึงเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาล็อคคอนางให้เชิดรั้นอยู่เยี่ยงนี้ “เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ! เจ้านี่มันหน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน เมื่อครู่เจ้าเป็นคนพูดว่ามันเลือนลางจนมองไม่ออกว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใดนั่นมิใช่ว่าเจ้าดูถูกว่าของของข้าเล็กนิดเดียวหรอกหรือ!!!” พูดสิ่งใดก็พูดได้แต่หากเรื่องนี้เขาย่อมมิได้เป็นอันขา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status