Share

23

last update publish date: 2026-08-24 15:26:39

ฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้ใบหน้ามนของกุ้ยไป๋หลานด้วยแววตายากจะหยั่งรู้ว่ากำลังขบคิดสิ่งใดอยู่ แต่ทราบแน่ชัดว่าหลังจากที่มารดาเขาสิ้นชีวิตลงนับจากนั้นก็มิมีผู้ใดได้สัมผัสความรู้สึกเหล่านี้และสายตาเช่นที่เขาใช้มองสตรีที่ขึ้นด่าลงท้ายด่าว่าชาติชั่วอีกเลย

“เจ้าจะทำอันใดนางหรือหยางหลง”

“ทะ…ท่านอาหมอ” เล่อหยางหลงรีบดึงมือออกแล้วทำทีท่ารังเกียจรังงอนยามแตะเนื้อต้องตัวนางด้วยการสะบัดเบา ๆ คล้ายกับเป็นการสลัดความอัปมงคลทิ้งเสีย ก่อนจะเชิดหน้าชูคอ อกผายไหล่ผึ่งพร้อมเอาแขนเรียวยาวไขว้ด้านหลังเอาไว้ “ไยท่านถึงได้โผล่พรวดพราดเข้ามาโดยมิให้สุ้มให้เสียงเช่นนี้เล่า หากข้าตกใจ หัวใจวายขึ้นมาผู้ใดจะรับผิดชอบ”

“ข้าพึ่งทราบเสียประเดี๋ยวนี้เลยนะขอรับว่าท่านแม่ทัพเล่อหยางหลงผู้ที่ฟาดฟันศัตรูในสนามรบมาแล้วนับไม่ถ้วนจนตายเกลื่อนกลาดราบเป็นหน้ากลองจะขวัญอ่อน ตกใจง่ายไปเสียได้” เดิมทีต้นตระกูลของท่านหมอผู้นี้หาได้มาจากตระกูลชนชั้นสูงศักดิ์ไม่ แต่ด้วยสามารถรักษารักอาการป่วยเรื้อรังยาวนานร่วมสิบปีของราชวงศ์พระองค์หนึ่งหายขาดจึงได้รับพระราชทานยศและได้รับความไว้วางพระทัยให้เป็นหมอประจำราชสำนัก

ท่านหมอเก้อเหลียนหนาวนี้อายุย่างห้าสิบต้น ๆ ค่อนข้างสนิทสนมกับแม่ทัพเล่อหยางหลงเป็นพิเศษเนื่องด้วยได้เคยเดินทางไปทำศึกร่วมกัน และหลังจากนั้นก็มีนัดเล่นหมากกระดานด้วยกันอยู่บ่อยครั้งทุก ๆ ห้าวันเจ็ดวัน

แม่ทัพเล่อหยางหลงเองก็ให้ความเคารพท่านหมอเก้อเหลียนผู้นี้เป็นอย่างมาก ยกย่องให้อีกฝ่ายเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่อีกคนหนึ่งของตน ถึงแม้อายุอานามที่ห่างกันนับยี่สิบปีก็สามารถพูดคุยเอ่ยแซวคล้ายกับเป็นสหายวัยเดียวกันได้อย่างมิรู้สึกเก้อเขิน เกร็ง หรือกระดากปาก

“ท่านอาก็ว่าไป เอาเถิด อย่ามัวชักช้าลีลาให้มากความ เร่งรักษานาง เสียก่อนที่นางจะมาตายในหอนอนข้า หาไม่เช่นนั้นเห็นทีคงต้องลำบากทำบุญสะเดาะเคราะห์ปัดไล่ความเสนียดจันไรกันยกใหญ่เดือดร้อนคนทั้งจวนเป็นแน่” แม่ทัพเล่อหยางหลงเดินถอยออกมาเพื่อให้ท่านอาหมอเก้อเหลียนได้เข้าไปตรวจดูอาการของนาง

ท่านหมอเก้อเหลียนได้ฟังเช่นนี้แล้วก็ลอบยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ผู้เดียว เขายอมรับว่าตั้งแต่รู้จักกับแม่ทัพเล่อหยางหลงมาตั้งแต่สมัยที่อีกฝ่ายได้รับความไว้วางพระทัยจากฮ่องเต้ให้เข้ามารับราชการเริ่มต้นเป็นเพียงขุนนางชั้นผู้น้อยกระทั่งเดินตามรอยบิดา ทำผลงาน สร้างความดีความชอบมากมายดำรงตำแหน่งใหญ่โต และมีชื่อเสียงเรียงนามในด้านลบให้ผู้คนประจักษ์แลขนานนามถึงความชั่วช้าสามานย์เกินกว่าจะเกิดเป็นมนุษย์ ก็ยังมิเคยเห็นอีกฝ่ายแสดงอาการเช่นนี้ออกมากับสตรีนางใดเลยสักครา

เห็นทีคราวนี้เขาคงจะมีหลานสะใภ้แล้วกระมัง…แต่ช่างโชคร้ายนักว่าที่หลานสะใภ้คนนี้ดันเป็นภรรยาที่ยังมิได้หย่าขาดจากสามีคนปัจจุบันของนาง แล้วใหญ่สามีของนางยังมีศักดิ์เป็นน้องชายต่างมารดาเล่อหยางหลงเสียอีก

ไยถึงได้เป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนเยี่ยงนี้! เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของคนหนุ่มสาว คนแก่ ๆ เยี่ยงเขาตามไม่ทันเสียจริง

“เจ้าทำอันใดนางหรือหยางหลง เหตุใดนางถึงได้หมดสติไปเช่นนี้” ท่านหมอเก้อเหนียนเลิกคิ้วถาม จากที่เขาตรวจดูอาการนางคร่าว ๆ แล้วบริเวณเนื้อตัว ลำคอมีรอยบอบช้ำจ้ำแดง ๆ อยู่หลายจุด ซึ่งอาจเกิดจากการบีบรัด กด และกระทบกระแทกเข้ากับบางอย่างที่มีความรุนแรงพอสมควร

“นางทำตัวเองต่างหากเล่า ข้าหาได้ทำสิ่งใดไม่” เขาไหวไหล่ตอบอย่างไม่ยี่หระ

ผ่านไปประมาณครึ่งเค่อ…

“ข้าทำแผลและจัดยาไว้ให้นางเรียบร้อยแล้ว หากนางฟื้นขึ้นมาก็ให้สาวใช้บ่าวไพร่หาข้าวหาน้ำให้นางกินรองท้องเสียก่อนจะกินยา” ท่านหมอเก้อเหลียนเดินเอามือไขว้หลังเข้ามาหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับท่านแม่ทัพในห้องทำงานของเขาซึ่งอยู่ถัดออกมาด้านนอก

แม่ทัพเล่อหยางหลงเหลือบตามองท่านอาเก้อเหนียนเล็กน้อย เพราะรู้แจ้งถึงผลของการกระทำที่ปล่อยให้เขาเข้ามาล่วงรู้ความลับถึงเรื่องการมีตัวตนอยู่ของกุ้ยไป๋หลานในจวนแห่งนี้ดีว่าท่านอาคงจะมีคำถามมากมายที่ต้องการซักถามตนอยู่ “หึ จิบน้ำชาอุ่นอุ่นก่อนเถิดขอรับ จินเกอ จินเฉอพวกมันทั้งสองคนไปได้มาจากพ่อค้าต่างเมืองผู้หนึ่ง รสชาติใบชาเข้มข้น หอมกรุ่นยิ่งนัก”

พูดพลางก็หยิบกาน้ำร้อนขึ้นมารินชาใส่จอกแล้วราบแนบก้นแก้วลงไปกับพื้นโต๊ะเลื่อนวางไว้ด้านหน้าของท่านอาเก้อเหลียนเป็นการเชื้อชวน “มองข้าด้วยสายตาเช่นนี้ คงมีอันใดจะซักถามข้าเรื่องแม่นางผู้นั้นใช่หรือไม่”

“เจ้าคิดจะทำการสิ่งใดหยางหลง? รู้ใช่หรือไม่หากความเรื่องที่เจ้าลักพาตัวนางมาอยู่ในจวนของเจ้าล่วงรู้ไปถึงผู้อื่นหรือพระเนตรพระกรรณของฮ่องเต้ เจ้าจะโดนลงโทษเช่นไร” นับได้ว่าข่าวฉาวซึ่งถูกพูดกันปากต่อปากมากที่สุดในตอนนี้ก็คงจะหนีมิพ้นเรื่องราวความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นภายในจวนตระกูลเล่อ

ทำให้แม่ทัพเล่อเยี่ยนเฉิน ผู้ที่มีความประพฤติดี ทำความดีความชอบแก่บ้านเมืองมากมายจนได้รับความชื่นชม และความไว้วางใจจากเสนาบดี ขุนนาง ข้าราชการมากมายรวมถึงเหล่าราชวงศ์ทุกพระองค์เข้าขั้นสาหัสเอาการ ไม่เข้าร่วมการประชุมต่อหน้าพระพักตร์ในห้องโถงใหญ่เพื่อรายงานความคืบหน้าตามสิ่งที่สมควรกระทำ โชคดีที่พระองค์ทรงเข้าพระทัยว่าการที่ต้องสูญเสียสตรีอันเป็นที่รักในคืนวันเข้าหอมันทุกข์ทรมานเจ็บปวดมากเพียงใด แต่ทว่าเหตุผลนี้หาได้สามารถใช้กับทุกผู้ทุกคนไม่...หนทางการเข้าสู่ชิงตำแหน่งแม่ทัพแห่งแคว้นของเล่อเยี่ยนเฉินเห็นทีจะถดถอยบ่ายเบี่ยงส่งเสริมให้พี่ชายต่างมารดาอย่างเล่อหยางหลงแทนเสียแล้วกระมัง

“ข้ารู้ เหตุใดท่านอาถึงคิดว่าข้าจะมิรู้เล่า แน่นอนว่าข้าหาได้สนใจไม่ ขอแค่ข้าได้แก้แค้นทำให้พวกมันเจ็บช้ำน้ำใจ เจ็บปวดยามที่ต้องสูญเสียคนที่ตัวเองรักต่อให้ข้าจะโดนลงโทษหรือโดนเฆี่ยนตีอีกซักกี่ร้อยหวายข้าก็ถือว่ามันคุ้มค่าที่จะแลก" แววตาของบุรุษเต็มไปด้วยรอยชิงชังอย่างเอาจริงเอาจังแน่วแน่และเห็นทีว่าคงจะไม่มีสิ่งใดมาเปลี่ยนแปลงความตั้งใจของเขาได้ง่ายดาย

รอยแค้นที่มันถูกแต่งแต้มและฝังลึกอยู่กลางใจมันช่างรุนแรงยากเกินจะถอดถอนหรือกำจัดให้หมดสิ้น...

"หยางหลง"

"ท่านอาอย่าห้ามข้าเลย ท่านก็รู้มิใช่หรือว่าอย่างไรก็ไม่มีสิ่งใดมาเปลี่ยนแปลงความตั้งใจของข้าได้ ข้าขอถามหน่อยเถิดที่ผ่านมามิว่าข้าคิดจะทำการสิ่งใดแล้วโดนท่านปรามไว้ท่านเคยทำสำเร็จหรือไม่ หากไม่แล้วเหตุใดท่านต้องมาเสียเวลาพูดคุยกับข้าให้เปลืองน้ำลายด้วยเล่า" เขารีบพูดดักทางเอาไว้ยามที่เห็นอีกฝ่ายกำลังจะอ้าปากเอื้อนเอ่ยต่อ

ด้านของกุ้ยไป๋หลานมิรู้ตัวว่านางนอนหลับไปนานเท่าใดแต่ด้วยเพราะความเหนื่อยล้าที่ถูกสั่งสมมาจากการถูกบุรุษชั่วช้าเกรี้ยวกราดให้ทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ ใช้งานนางยิ่งกว่าเป็นชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่กายบึกบึน ประจวบเหมาะกับที่นอนที่หลับนอนอุ่นนุ่มนิ่ม จะพลิกไปทางใดก็ผ่อนคลายสบายตัวหาได้แข็งกระด้างมีเพียงแท่นไม้ปูด้วยเสื่อผืนบาง ๆ จนต้องร้องโอดร้องโอยครวญครางเพราะปวดกระดูกสันหลังไม่ นางจึงเผลองีบหลับเพลินไปเสียหน่อย

“อืม…” นางครวญครางในลำคอเล็กน้อยก่อนจากค่อย ๆ ปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย “หลับสบายเสียจริง เอ๊ะ…” กุ้ยไป๋หลานเอียงคอแล้วจึงรวบรวมสติสัมปชัญญะทั้งหมดที่ตนมีเหลียวซ้ายแลขวาปรากฏว่า ตอนนี้นางกำลังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมห้องหนึ่งที่บรรยากาศมิค่อยคุ้นหูคุ้นตา ซ้ำนางกำลังนอนห่มผ้า อยู่บนเตียงเสียด้วย!

“นี่ข้าอยู่ที่ใดกัน” นางรีบเร่งสำรวจเสื้อผ้าอาภรณ์พบว่ามิได้มีชิ้นใดถูกปลดเปลื้องหรือหลุดลุ่ยฉีกขาดเลยแม้แต่น้อยก็พอทุเลาเบาใจลงไปได้บ้างว่านางยังมิได้โดนข่มเหงรังแกพรากความบริสุทธิ์ผุดผ่องเสียโดยขณะที่กำลังอยู่ในภาวะขาดสติไม่ จึงค่อย ๆ หย่อนขาลงพื้นแล้วเดินย่อง เลียบ ๆ มอง ๆ ด้วยความความกล้า ๆ กลัว ๆ กวาดสายตาหาเจ้าของห้อง เพราะเพิ่งนึกขึ้นได้เมื่อครู่นี้เองว่าที่นี่คือหอนอนของบุรุษใจดำอำมหิตผู้นั้น

"หาได้ยุติธรรมกับข้าไม่! หอนอนบุรุษผู้นั้นสะดวกสบาย เต็มไปด้วยสิ่งของอำนวยความสะดวกและเครื่องประดับประดาตกแต่งมากมาย เหอะ! แล้วที่หลับที่นอนของข้าเล่ามีเพียงฟูกแข็ง ๆ ปูด้วยเสื่อผืนบางจะพลิกขยับกายก็ปวดหลังไปหมด แม่นางไป๋หลานผู้นี้อดกลั้นอดทนได้อย่างไรกัน เป็นถึงนางเอกตัวเด่นของนิยายแต่กลับต้องตกอยู่ในสภาพกับอัปยศเช่นนี้น่ะหรือ หากเป็นข้า ข้ามีหนทางหลบหนี คงชิ่งไปแล้วมิทนอยู่ลำบากตรากตรำเยี่ยงนี้หรอก" นางบ่นอุบอิบพึมพำกับตัวเอง และสองเท้าก็ยังคงก้าวย่อง ๆ อย่างระมัดระวัง

"อ่าห์ ซี๊ดดด"

จู่ ๆ เสียงร้องครวญครางของบุรุษก็ดังขึ้นมาจากด้านในหอนอนทำให้สองเท้าที่กำลังคิดลอบหนีออกไปหยุดชะงักแล้วหมุนตัวเดินดุ่ม ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"อ่าห์ ไป๋หลาน อ่าห์" นางแหวกผ้าม่านผืนบางที่ใช้กั้นระหว่างสัดส่วนของหอนอนและห้องน้ำออก ปรากฏให้เห็นร่างกายเปลือยเปล่าของบุรุษสูงใหญ่ที่กำลังนั่งอยู่ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาตั้งชันเข่าอยู่บนขอบอ่างแล้วใช้ฝ่ามือสาวบางสิ่งบางอย่างด้านหน้า ซึ่งมิสามารถบ่งบอกแน่ชัดได้ว่าคือสิ่งใดเพราะนางเห็นเพียงจากทางแผ่นหลังเท่านั้น

"..." นางมิรู้ว่าควรจะอึ้งกับสิ่งใดก่อนดีระหว่างเจอบุรุษหยาบกระด้างผู้นั้นที่มิเคยชายตาและสตรีนางใดจนมีบางช่วงที่มีข่าวลือหนาหูกันว่าเขาเป็นประเภทชายตัดแขนเสื้อกำลังนั่งช่วยตัวเองอยู่บนขอบอ่าง หรือ การที่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามเจ้าของร่างนี้ถูกเปล่งออกมายามที่กำลังทำเรื่องอย่างว่า...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   30

    เขาต้องงอนง้อนางเป็นแน่! มิได้! นางต้องห้ามแสดงกิริยาอาการออกนอกหน้าเป็นอันขาด ควรสงวนที่ท่าสงบเสงี่ยมเอาไว้ให้สมบทบาทนางเอกนวนิยายเสียหน่อย เล่นตัวเล็กน้อยให้พอเป็นพิธี มิต้องมากความ เสียเวล่ำเวลา! "เอาบัวลอยน้ำขิงของเจ้ากลับไปด้วย ข้ามิอยากเห็นมันดูรกหูรกตา" เพล๊ง!!!! ใบหน้านางแตกกระจายแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ริมฝีปากอวบอิ่มเน้นเข้าหากันเบา ๆ ก่อนจะส่งเสียงชิชะในลำคออย่างนึกขัดใจแล้วคว้าถ้วยขนมหวานแล้วเดินสะบัดส่ายสะโพกโยกย้ายออกไปจากเรือนแม่ทัพเล่อหยางหลง "เดี๋ยว!""มีอันใดอีก" กุ้ยไป๋หลานตะคอกตอบนางด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงวีน "ข้าหาได้มีอารมณ์มาทะเลาะกับเด็กเอาแต่ใจเช่นเจ้าหรอกนะซือเหย่" นางเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นเอาแต่ใจตนของแม่นางซือเหย่ผู้นี้เต็มทีแล้ว เหตุใดพี่น้องที่คลานตามกันออกมาจากท้องแม่เดียวกัน ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากคนคนเดียวกันจึงได้มีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงถึงเพียงนี้เล่า แม่นางซืออิ๋ง ผู้พี่ ยามเจอหน้านางก็ยิ้มทักทายแล้วเข้ามาชวนพูดคุยอย่างเป็นมิตรในฐานะสหายคนหนึ่ง นางขาดเหลือสิ่งใดอีกฝ่ายก็คอยช่วยมิเคยปริปากบ่นเลยสักครา แต่ไยแม่นางซือเหย่ผู้เป็นน้องสา

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   29

    เพี๊ยะ!!!! ฝ่ามือเล็ก ๆ ของแม่นางซือเหย่ฟาดลงบนใบหน้านุ่มนิ่มกุ้ยไป๋หลานอย่างแรงด้วยความโมโหที่จู่ ๆ ก็ดันเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจที่ชายในดวงใจกำลังกอดจูบลูบคลำอยู่กับสตรีนางที่ตนเกลียดชังน้ำหน้ายิ่งกว่ากระไรดี จึงหาได้มีความสามารถมากเพียงพอพอในการควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ได้ไหวไม่“ซือเหย่!” แม่ทัพเล่อหยางหลงเบิกตาโพลงด้วยความรู้สึกตกใจ แต่ยังมิทันที่เขาจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดก็ดันเจอเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจมากกว่าเมื่อครู่เท่าตัว เมื่อกุ้ยไป๋หลาน หญิงสาวผู้ที่มิเคยโต้ตอบยืนแน่นิ่งปล่อยให้ผู้อื่นกระทำตนอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอดกำลังกระชากเส้นผมยาวสลวยของซือเหย่ แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างสุดกำลังแรงจนเรือนร่างบอบบางล้มหัวคะมำลงไปบนพื้น “เจ้า!!! เจ้าถือดีอย่างไรกล้าตบหน้าข้า” ฝ่ามือเล็กประคองพวงแก้มนุ่มนิ่มที่โดนกระทำเมื่อครู่แล้วทำท่าจะพุ่งหลาวเข้าใส่สตรีอีกฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง “มา!! มึงเข้ามา แน่จริงก็เข้ามาสิเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าจะช่วยสงเคราะห์ประเคนฝ่ามือให้งาม ๆ เลยเชียวเอาหรือไม่!!!!” นางท้าวสะเอวและยกฝ่ามืออีกข้างหนึ่งง้างเอาไว้สุดแขนเพื่อตั้งท่าหมายจะตบแม่นางซือเหย่อีกรอบ“จะ…เจ้า!!! น

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   28

    “แล้วท่านแม่จะเก็บใบชาพวกนี้ไว้ด้วยเหตุใดกันเจ้าคะ หากมีผู้อื่นที่มิรู้ความพลั้งเผลอดื่มกินเข้าไปเล่า ลูกเกรงว่ามันจักกลายเป็นเรื่องใหญ่” ซืออิ๋งอดสงสัยไม่ได้ว่ามารดานางจะมีใบชาที่เป็นพิษแก่ร่างกายไว้ใกล้ตนเองด้วยเพราะสิ่งใด แม้นางที่คอยช่วยมารดาคัดแยกใบชามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย มองด้วยตาเปล่า สัมผัส และสูดดมเข้าไปจนเต็มปอดแล้วก็แทบจะมิรู้หรือผิดสังเกตเลยว่าใบชาใบนี้มีสรรพคุณทางยาที่ก่อให้เกิดโทษกับร่างกาย ฉะนั้นหากเป็นผู้อื่นที่มิเคยคุ้นชินกับใบชา นางมั่นใจว่าไม่มีทางทราบเป็นแน่“ใบชาเหล่านี้ถึงแม้จะก่อให้เกิดโทษเป็นพิษแก่ร่างกายก็จริงแต่นั่นหากใช้ในกรณีที่มากเกินความจำเป็นต่างหากเล่า…ดื่มกินเพียงน้อยนิดก็จะมีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายและรู้สึกสดชื่น” นางอธิบายไขข้อข้องใจให้แก่บุตรสาวได้ฟัง “แล้วโทษของมันรุนแรงหรือไม่เจ้าคะ” “มันหาได้ก่อให้เกิดโทษในชั่วพริบตาที่ดื่มกินเข้าไปไม่ แต่ใบชาชนิดนี้หากดื่มกินบ่อยครั้งและสะสมกันภายในร่างกายเป็นระยะเวลายาวนานมันก็จะค่อย ๆ กัดกินทำลายส่วนของระบบประสาทและก่อให้เกิดภาพหลอน” “น่ากลัวเสียจริงเจ้าค่ะท่านแม่” ซืออิ๋งหวาดผวาไม่น้อย "รีบคัดแยกเถิด" นางเ

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   27

    เรือนใหญ่ตระกูลเล่อ"ข้า่ล่ะขัดใจยิ่งนัก เมื่อใดพ่อคนนั้นจะเลิกโง่เสียที" เล่อฮูหยินกระฟัดกระเฟียด ก่อนจะหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ไม้สักแล้วหยิบชาดอกท้อขึ้นมายกซดจนหมดจอกรวดเดียวเพราะทุกคราที่ได้ลิ้มลองรสสัมผัส ก็มักจะทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายทุกครา แต่หากวันใดที่มิได้ดื่ม วันนั้นนางก็คล้ายจะมีอาการเหวี่ยงวีน ไฟออกหู มองสิ่งใดก็ดูขัดหูขัดตาไปเสียหมดมิเว้นแม้กระทั่งบุตรชายหรือสามี "ใจเย็น ๆ ก่อนเถิดเจ้าค่ะท่านป้า หลานเกรงว่าเดี๋ยวอาการจะกำเริบขึ้นมาอีกนะเจ้าคะ" หลินฟางเหมยพยายามเกลี้ยกล่อมว่าที่แม่สามีเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะชิงตายไปเสียก่อนช่วยส่งเสริมจนนางได้ตบแต่งเป็นภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของบุรุษที่นางหมายตาต้องใจเยี่ยงเล่อเยี่ยนเฉินสำเร็จ เพราะหากสิ้นเล่อฮูหยิน นางก็มิเหลือผู้ใดคอยถือหางแล้วเช่นเดียวกัน ให้หวังพึ่งใบบุญว่าที่พ่อสามีก็หามีแววไม่ รายนั้นหูตามืดบอดหลงแม่นางกุ้ยไป๋หลานกระไรนั่นเหมือนบุตรชายตนมิมีผิด "นางเฟย ไปเอาชาดอกท้อมาให้ข้าอีก" "ชาหมดแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน..." นางเฟยบ่าวรับใช้จากโรงครัวอีกคนหนึ่งที่คอยรองมือรองตีนและรองรับอารมณ์เล่อฮูหยินขานตอบ"อีเฟย!!!!" เพล๊ง!!! จอกชาถ

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   26

    “ข้าจำได้ขอรับท่านแม่” น้ำเสียงเขาถูกกดต่ำลงเพราะดูคล้ายกับว่าคำพูดของแม่นมซือเหยาเมื่อครู่มันดันไปกระทบกระเทือนจิตใจของเขาเสียจนได้ "ข้ามิมีวันลืมหรอกขอรับ ก่อนที่ท่านแม่จะสิ้นใจตายท่านแม่ทำขนมยุเหวียนเซียวหม้อใหญ่ให้ข้ากินฉลองที่ข้าสอบได้อันดับที่หนึ่ง...และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้ามีโอกาสได้กินอาหารฝีมือท่านแม่" ... "แค่ก ๆ อร่อยหรือไม่หยางเอ๋อร์" ในครั้งนั้นฮูหยินใหญ่หนิงลี่เองก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ อาการมิใคร่สู้ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่าแปลกใจนักทั้ง ๆ ที่นางกินยาและดื่มชาที่ท่านหมอประจำตระกูลสามีจัดเตรียมเอาไว้ให้อย่างสม่ำเสมอมิเคยขาดตกบกพร่องแต่หารู้เลยไม่ว่าเหตุใดจึงมิดีขึ้นในทางกลับกันมีแต่ย่ำแย่ทรุดลงกว่าเดิม นับวันร่างกายของฮูหยินใหญ่หนิงลี่ก็ยิ่งทรุดโทรมห่อเหี่ยว ไม่มีเรี่ยว ไม่มีแรง เดิมทีเรือนร่างของนางแบบบางอยู่แล้วตามประสาสตรี ยามทรุดตัวป่วยไข้ลงก็ยิ่งผอมแห้งจนปรากฏเห็นโครงกระดูกชัดเจน แต่ด้วยเพราะรู้ข่าวว่าบุตรชายเพียงคนเดียวของนางสอบได้คะแนนอันดับที่หนึ่งจึงแบกร่างตัวเองลงครัวทำขนมของโปรดให้เขาเป็นรางวัล "อร่อยขอรับท่านแม่ ข้าชอบอาหารที่ท่านแม่ทำทุกอย่างเลยขอร

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   25

    หยามเกียรติบุรุษร่างกายบึกบึนล่ำสั่นเช่นท่านแม่ทัพเยี่ยงเขายิ่งนัก! มิมีสิ่งใดน่าอัปยศอดสูกระทั่งอยากซุกแผ่นดินนี้เทียบเท่าคำพูดดูถูกของสตรีที่เอื้อนเอ่ยออกมาหลังจากที่ได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของตน ‘มองไม่ชัดว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด’ เล็กจนมองมิออกเช่นนั้นหรือ นางกล้าพูดเยี่ยงนี้ได้อย่างไร! เขาค่อนข้างมั่นใจในแท่งหยกอันเบ้อเร้อ สมบัติอันล้ำค่าที่เขาภาคภูมิใจว่าทั้งใหญ่ ทั้งยาวและผงาดสู้มือราวกับมังกรคำรามหาได้มีผู้ใดเทียบเท่าได้ไม่ แต่นาง! นางสตรีหน้าตายผู้นี้ตาถั่วหรืออย่างไร!! “ข้าเปล่า เปล่านะเจ้าคะ” กุ้ยไป๋หลานอยากจะเอาศีรษะโขกฝาผนังจนสลบให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียโดยเร็ว แต่หาได้สามารถทำเช่นดั่งใจคิดได้ไม่เพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ทันนางไปเสียทุกอย่างว่านางกำลังพยายามหาหนทางชิ่งหนีเอาตัวรอด จึงเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาล็อคคอนางให้เชิดรั้นอยู่เยี่ยงนี้ “เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ! เจ้านี่มันหน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน เมื่อครู่เจ้าเป็นคนพูดว่ามันเลือนลางจนมองไม่ออกว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใดนั่นมิใช่ว่าเจ้าดูถูกว่าของของข้าเล็กนิดเดียวหรอกหรือ!!!” พูดสิ่งใดก็พูดได้แต่หากเรื่องนี้เขาย่อมมิได้เป็นอันขา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status