LOGINซ่า!!!
หมูหวาน ในร่างของ กุ้ยไป๋หลาน สะดุ้งแล้วดีดตัวลุกขึ้นจากห้วงภวังค์นิทราก่อนจะค่อย ๆ ปรือตาจับจ้องไปยังเรือนร่างแกร่งกำยำของบุรุษซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความประหม่าไม่ใช่น้อย "ข้าหาได้ลักพาตัวเจ้ามาเพื่อให้เจ้านอนสุขสบายอยู่บนเตียงไม่ไป๋หลาน!" เจ้าของเสียงขุ่นเคืองนี้ คือ เล่อหยางหลง แม่ทัพฝ่ายใต้ บุตรชายคนโตของเสนาบดีกรมกลาโหมตระกูลเล่อ และ อี้หนิงลี่ อดีตภรรยาเอกผู้ล่วงลับไปแล้ว เพล๊ง! บุรุษเขวี้ยงถังน้ำเช็ดพื้นที่เขาใช้สาดใส่เพื่อปลุกสตรีเกียจคร้านเมื่อครู่ลงบนพื้นอย่างแรงจนนางสะดุ้งตัวโยนอีกครั้ง "หึ" ใบหน้าเจ้าเล่ห์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยราวกับสุนัขจิ้กจอกเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าไปหาเรือนร่างแบบบางของกุ้ยไป๋หลานหญิงงามที่เคยทำให้บุรุษมากมายต่อยตีผิดใจกันเพียงเพราะแย่งนาง จากนั้นจึงใช้ฝ่ามือหยาบกร้านด้วยจับ ฝึกหัดฟันดาบมาตั้งแต่เด็ก ๆ ช้อนปลายคางมนให้เงยหน้าขึ้นสบสายตาดุกร้าวคู่นั้น "เวลานี้เยี่ยนเฉินคนรักของเจ้าคงกระอักเลือดตายเสียแล้วกระมัง เพราะจู่ ๆ เจ้าสาวที่เพิ่งยกน้ำชากราบไหว้ฟ้าดินกันไปหมาด ๆ หายตัวออกมาเช่นนี้" "..." นางนิ่งเงียบ กำลังช็อคไม่หาย ด้วยเมื่อชั่วโมงสองชั่วโมงก่อนหน้านี้หมูหวานเพิ่งจะกินขนมเบเกอรี่ที่นางทำจนอิ่มแปล้ แล้วนอนหลับรอให้อาหารย่อยลงบนเตียงแข็งกระด้างในห้องเช่าราคาถูกท้ายซอยอยู่เลย ทว่าจู่ ๆ รู้สึกตัวอีกทีก็ดันมาโผล่อยู่ในนิยายจีนโบราณเรื่องที่เธอเพิ่งอ่านไป หงุดหงิดไป ได้เพียงครึ่งเล่มเท่านั้น ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือนางดันโผล่มาอยู่ในร่างของ "กุ้ยไป๋หลาน" นางเอกนิยายจีนโบราณที่เธอรู้สึกมันเขี้ยวอยากจับตัวเขย่าแรง ๆ แล้วเอ่ยถามนางว่า “จะโง่ไปถึงไหนห๊ะ!” มิหนำซ้ำดูเหมือนสถานการณ์ตอนนี้ยังชวนให้รู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบ น่าหวาดกลัวจนขนหัวลุกซู่! เพราะคนที่นางกำลังประจันหน้าอยู่นั้น คือ เล่อหยางหลง ตัวร้ายสุดโต่ง ขึ้นชื่อด้านความโหดเหี้ยมอำมหิต ฆ่าฟันผู้คนง่ายดายอย่างกับผักปลา เจ้าของฉายา ‘บุรุษไร้หัวใจ’ แถม! เล่อหยางหลงผู้นี้ ยังจงเกลียดจงชังเล่อเยี่ยนเฉิน พระเอกนิยายจีนโบราณ พ่อพระเอกโง่เง่าชายคนรักของนางจนเข้ากระดูกดำ ชนิดที่ว่าหากฆ่าฟันหั่นสับเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและโยนให้เป็ดไก่กินได้ เขาก็คงทำ แล้วนาง นางที่ดันโผล่เข้ามาในร่างคนรักศัตรูหมายเลขหนึ่งของเล่อหยางหลงจะไปเหลือรอดอะไร! เขาเกลียดชังน้ำหน้าเล่อเยี่ยนเฉินถึงเพียงนั้นแล้วมิวายที่จะเจียดความโหดเหี้ยมเผื่อแผ่มาถึงนางด้วยหรือ จากเท่าที่หมูหวานได้เปิดอ่านนิยายครึ่งหลังแบบผ่าน ๆ เพื่อพิจารณาดูว่าตนจะหยุดอ่านเพียงเท่านี้หรือสามารถอ่านต่อจนจบเรื่องได้หรือไม่ ชีวิตของกุ้ยไป๋หลานที่ว่ารันทดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยามถูกลักพาตัวเข้ามาอยู่ในจวนแม่ทัพหยางหลงก็ยิ่งน่าเวทนา ขมขื่น กว่าเป็นเท่าตัว นางต้องย้ายไปอยู่เรือนเก่าที่สภาพทรุดโทรมจวนจะพังแหล่ไม่พังแหล่เต็มที มีเพียงเสื่อผืน หมอนใบ ผ้าห่มบางเฉียบ เต็มไปด้วยรอยปะเย็บ ยามถึงคราวฤดูฝนทีไรก็ไม่เคยได้หลับเต็มตื่นเพราะต้องคอยขยับตัวหนีรอยรั่วบนหลังคาที่เกือบจะเป็นเหมือนกันทุกแผ่น ซ้ำร้ายกว่าพ่อพระเอกจะโผล่หัวเข้ามาช่วย ตัวไป๋หลานเองบอบช้ำไม่น้อย ด้วยต้องคอยรองมือรองตีน เป็นสาวรับใช้คอยดูแลปรนนิบัติเล่อหยางหลงและยังมีสตรีที่หมายตาเขารังแก กลั่นแกล้งให้ทำงานหามรุ่งหามค่ำ จนบางวันแทบไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักนิดเดียว กระทั่งนางล้มป่วย แล้วอย่างไรเล่า! บุรุษที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยม ไร้หัวใจ ยังกล่าวหาว่านางสำออย เรียกร้องความสนใจจึงเข้ามากระชากนางลุกจากเตียงไปทำงานต่อ เขาหมายจะใช้นางเป็นเครื่องมือแก้แค้นให้เล่อเยี่ยนเฉินเจ็บปวดหัวใจที่สุด! แม้นขบคิดจนหัวระเบิดก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้ ฉะนั้น! นางจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอดในนิยายรักจีนโบราณสุดน้ำเน่านี่ให้จนสำเร็จ!! โดยเฉพาะจากเงื้อมมือของเล่อหยางหลงท่านตัวร้ายผู้นี้ "เจ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไรไป๋หลาน!" เล่อหยางหลงตะเบ็งเสียงถามด้วยความขุ่นเคืองใจยิ่งนัก เมื่อครู่เขาอุตส่าห์ทำหน้าบึ้งตึง พูดจาข่มขวัญ ทว่านางหาได้มีอาการหวาดกลัวไม่ นางสตรีหน้าตายกลับนั่งเหม่อลอยครุ่นคิดสิ่งอื่นในขณะที่เขากำลังพูด...ใช้ได้เสียทีไหนเล่า "คะ..." ไป๋หลานสะดุ้งเป็นครั้งที่สาม ไม่เข้าใจเสียจริง อยู่ใกล้เพียงเอื้อมแทบจะหายใจรินรดใบหน้ากันอยู่แล้ว เหตุใดท่านตัวร้ายผู้นี้ถึงต้องตะเบ็งเสียงเข้ม เสียงดังจนลำคอขึ้นเอ็นด้วยเล่า "เสียมารยาทสิ้นดี! ในขณะที่ข้ากำลังพูดอยู่เจ้ากล้าเหม่อลอยคิดเรื่องอื่นได้อย่างไร!" ยิ่งเห็นนางทำหน้าไขสือ แววตาใสซื่อ ไม่สะทกสะท้านใดใด ก็ยิ่งจุดประกายไฟโทสะในกายเล่อหยางหลงให้ลุกโชนกว่าเดิม "มิแปลกใจเลยเหตุใดจึงได้ลงเอยกับเยี่ยนเฉิน ต่ำทราม" "เอ้า..." ไป๋หลานเกาหัวแกรก ๆ อย่างสับสนงุนงงว่านางไปทำสิ่งใดให้ท่านตัวร้ายผู้นี้ขุ่นเคืองใจตั้งแต่เมื่อใดกัน "เจ้า!!! เจ้ากล้ายั่วโมโหข้าหรือไป๋หลาน นี่ขนาดข้ากำลังพูด เจ้ายังทำหน้าไขสือไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นนี้ อวดดีนัก" เล่อหยางหลงจับหมับเข้าที่ลำคอเรียวระหงซึ่งใช้เพียงฝ่ามือเดียวก็สามารถโอบรอบไปถึงท้ายทอยด้านหลังได้ "ท่านพูดเรื่องอันใดกันเจ้าคะ" หญิงสาวสามารถปรับตัวได้โดยรวดเร็ว เพราะชาติก่อนที่จะมาโผล่ในร่างกุ้ยไป๋หลาน หมูหวานเนี่ยเป็นคอนิยายจีนโบราณตัวยงเลยก็ว่าได้ อ่านสำนวนภาษามาแล้วนับไม่ถ้วน จึงไม่แปลกนักหากจะสามารถสนทนาโต้ตอบกลับไปอย่างคล่องปรื๋อ "เจ้าคงถือดี ไม่ยำเกรงต่อข้า เพราะคิดว่าอีกไม่นานเยี่ยนเฉินก็มาช่วยเจ้าแล้วใช่หรือไม่! กำลังฝันกลางวันอยู่หรืออย่างไรเล่าไป๋หลาน! ที่นี่คือถิ่นของข้า ฉะนั้นมิว่าผู้ใดหากข้าไม่อนุญาตก็จะไม่สามารถย่างกรายเข้าออกได้" พูดจบเล่อหยางหลงเค้นเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งราวกับสะใจถึงขีดสุด บุรุษในยุคสมัยโบราณ ซ้ำยังเป็นถึงตัวร้ายกาจของนิยายเรื่องนี้ช่างเข้าใจยากเสียจริง นางเพียงอยู่ของนางเฉย ๆ เขาก็พาลหาเรื่องหาราวไม่ยอมเลิกรา แล้วคราวนี้นางจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในจวนแบบสงบสุขได้อย่างไรกันเล่า! หนีเสือปะจระเข้ชัด ๆ บุรุษผู้นี้นามว่า 'เล่อหยางหลง' หากจำไม่ผิดบทนิยายเขียนเอาไว้เพียง เขาเป็นตัวร้ายที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม อำมหิต เพชรฆาตในสนามรบ ฆ่าฟันคนราวกับผักปลา และที่สำคัญที่สุดนั่นคือ เขาไม่ลงรอยกับพระเอกมาตั้งแต่ไหนแต่ไรจึงจัดเป็นหนึ่งในบุคคลที่คอยขัดแข้งขัดขา หาหนทางกลั่นแกล้ง เพราะแค้นฝังหุ่นด้วยปักใจเชื่อว่าอี้หนิงเหอมารดาเยี่ยนเฉินเป็นคนวางยาฆ่าพี่สาวตนเองเพื่อหวังขึ้นมาเป็นภรรยาเอกท่านเสนาบดีแทน แต่เอ…ในนิยายได้บอกหรือไม่นะว่าใยท่านตัวร้ายถึงได้มีหน้าตาหล่อเหลา กร้าวใจถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะรอยคมดาบบนแก้มข้างซ้ายนั่น “ข้าขออภัยท่านแม่ทัพ ได้โปรดเมตตาข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ” หญิงสาวทิ้งตัวลงบนพื้นตรงหน้าร่างใหญ่บึกบึนของเล่อหยางหลง พลางก้มหน้างุดแล้วค่อย ๆ ช้อนสายตาอ้อนวอนเหลือบมองเขาเล็กน้อย “ไป๋หลานคนนี้เมื่อครู่ได้เผลอทำเรื่องสิ้นคิดลงไปเพราะความโง่เขลาของตนเอง ท่านแม่ทัพอย่าถือสาเลยนะเจ้าคะ”เขาต้องงอนง้อนางเป็นแน่! มิได้! นางต้องห้ามแสดงกิริยาอาการออกนอกหน้าเป็นอันขาด ควรสงวนที่ท่าสงบเสงี่ยมเอาไว้ให้สมบทบาทนางเอกนวนิยายเสียหน่อย เล่นตัวเล็กน้อยให้พอเป็นพิธี มิต้องมากความ เสียเวล่ำเวลา! "เอาบัวลอยน้ำขิงของเจ้ากลับไปด้วย ข้ามิอยากเห็นมันดูรกหูรกตา" เพล๊ง!!!! ใบหน้านางแตกกระจายแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ริมฝีปากอวบอิ่มเน้นเข้าหากันเบา ๆ ก่อนจะส่งเสียงชิชะในลำคออย่างนึกขัดใจแล้วคว้าถ้วยขนมหวานแล้วเดินสะบัดส่ายสะโพกโยกย้ายออกไปจากเรือนแม่ทัพเล่อหยางหลง "เดี๋ยว!""มีอันใดอีก" กุ้ยไป๋หลานตะคอกตอบนางด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงวีน "ข้าหาได้มีอารมณ์มาทะเลาะกับเด็กเอาแต่ใจเช่นเจ้าหรอกนะซือเหย่" นางเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นเอาแต่ใจตนของแม่นางซือเหย่ผู้นี้เต็มทีแล้ว เหตุใดพี่น้องที่คลานตามกันออกมาจากท้องแม่เดียวกัน ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากคนคนเดียวกันจึงได้มีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงถึงเพียงนี้เล่า แม่นางซืออิ๋ง ผู้พี่ ยามเจอหน้านางก็ยิ้มทักทายแล้วเข้ามาชวนพูดคุยอย่างเป็นมิตรในฐานะสหายคนหนึ่ง นางขาดเหลือสิ่งใดอีกฝ่ายก็คอยช่วยมิเคยปริปากบ่นเลยสักครา แต่ไยแม่นางซือเหย่ผู้เป็นน้องสา
เพี๊ยะ!!!! ฝ่ามือเล็ก ๆ ของแม่นางซือเหย่ฟาดลงบนใบหน้านุ่มนิ่มกุ้ยไป๋หลานอย่างแรงด้วยความโมโหที่จู่ ๆ ก็ดันเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจที่ชายในดวงใจกำลังกอดจูบลูบคลำอยู่กับสตรีนางที่ตนเกลียดชังน้ำหน้ายิ่งกว่ากระไรดี จึงหาได้มีความสามารถมากเพียงพอพอในการควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ได้ไหวไม่“ซือเหย่!” แม่ทัพเล่อหยางหลงเบิกตาโพลงด้วยความรู้สึกตกใจ แต่ยังมิทันที่เขาจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดก็ดันเจอเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจมากกว่าเมื่อครู่เท่าตัว เมื่อกุ้ยไป๋หลาน หญิงสาวผู้ที่มิเคยโต้ตอบยืนแน่นิ่งปล่อยให้ผู้อื่นกระทำตนอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอดกำลังกระชากเส้นผมยาวสลวยของซือเหย่ แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างสุดกำลังแรงจนเรือนร่างบอบบางล้มหัวคะมำลงไปบนพื้น “เจ้า!!! เจ้าถือดีอย่างไรกล้าตบหน้าข้า” ฝ่ามือเล็กประคองพวงแก้มนุ่มนิ่มที่โดนกระทำเมื่อครู่แล้วทำท่าจะพุ่งหลาวเข้าใส่สตรีอีกฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง “มา!! มึงเข้ามา แน่จริงก็เข้ามาสิเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าจะช่วยสงเคราะห์ประเคนฝ่ามือให้งาม ๆ เลยเชียวเอาหรือไม่!!!!” นางท้าวสะเอวและยกฝ่ามืออีกข้างหนึ่งง้างเอาไว้สุดแขนเพื่อตั้งท่าหมายจะตบแม่นางซือเหย่อีกรอบ“จะ…เจ้า!!! น
“แล้วท่านแม่จะเก็บใบชาพวกนี้ไว้ด้วยเหตุใดกันเจ้าคะ หากมีผู้อื่นที่มิรู้ความพลั้งเผลอดื่มกินเข้าไปเล่า ลูกเกรงว่ามันจักกลายเป็นเรื่องใหญ่” ซืออิ๋งอดสงสัยไม่ได้ว่ามารดานางจะมีใบชาที่เป็นพิษแก่ร่างกายไว้ใกล้ตนเองด้วยเพราะสิ่งใด แม้นางที่คอยช่วยมารดาคัดแยกใบชามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย มองด้วยตาเปล่า สัมผัส และสูดดมเข้าไปจนเต็มปอดแล้วก็แทบจะมิรู้หรือผิดสังเกตเลยว่าใบชาใบนี้มีสรรพคุณทางยาที่ก่อให้เกิดโทษกับร่างกาย ฉะนั้นหากเป็นผู้อื่นที่มิเคยคุ้นชินกับใบชา นางมั่นใจว่าไม่มีทางทราบเป็นแน่“ใบชาเหล่านี้ถึงแม้จะก่อให้เกิดโทษเป็นพิษแก่ร่างกายก็จริงแต่นั่นหากใช้ในกรณีที่มากเกินความจำเป็นต่างหากเล่า…ดื่มกินเพียงน้อยนิดก็จะมีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายและรู้สึกสดชื่น” นางอธิบายไขข้อข้องใจให้แก่บุตรสาวได้ฟัง “แล้วโทษของมันรุนแรงหรือไม่เจ้าคะ” “มันหาได้ก่อให้เกิดโทษในชั่วพริบตาที่ดื่มกินเข้าไปไม่ แต่ใบชาชนิดนี้หากดื่มกินบ่อยครั้งและสะสมกันภายในร่างกายเป็นระยะเวลายาวนานมันก็จะค่อย ๆ กัดกินทำลายส่วนของระบบประสาทและก่อให้เกิดภาพหลอน” “น่ากลัวเสียจริงเจ้าค่ะท่านแม่” ซืออิ๋งหวาดผวาไม่น้อย "รีบคัดแยกเถิด" นางเ
เรือนใหญ่ตระกูลเล่อ"ข้า่ล่ะขัดใจยิ่งนัก เมื่อใดพ่อคนนั้นจะเลิกโง่เสียที" เล่อฮูหยินกระฟัดกระเฟียด ก่อนจะหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ไม้สักแล้วหยิบชาดอกท้อขึ้นมายกซดจนหมดจอกรวดเดียวเพราะทุกคราที่ได้ลิ้มลองรสสัมผัส ก็มักจะทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายทุกครา แต่หากวันใดที่มิได้ดื่ม วันนั้นนางก็คล้ายจะมีอาการเหวี่ยงวีน ไฟออกหู มองสิ่งใดก็ดูขัดหูขัดตาไปเสียหมดมิเว้นแม้กระทั่งบุตรชายหรือสามี "ใจเย็น ๆ ก่อนเถิดเจ้าค่ะท่านป้า หลานเกรงว่าเดี๋ยวอาการจะกำเริบขึ้นมาอีกนะเจ้าคะ" หลินฟางเหมยพยายามเกลี้ยกล่อมว่าที่แม่สามีเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะชิงตายไปเสียก่อนช่วยส่งเสริมจนนางได้ตบแต่งเป็นภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของบุรุษที่นางหมายตาต้องใจเยี่ยงเล่อเยี่ยนเฉินสำเร็จ เพราะหากสิ้นเล่อฮูหยิน นางก็มิเหลือผู้ใดคอยถือหางแล้วเช่นเดียวกัน ให้หวังพึ่งใบบุญว่าที่พ่อสามีก็หามีแววไม่ รายนั้นหูตามืดบอดหลงแม่นางกุ้ยไป๋หลานกระไรนั่นเหมือนบุตรชายตนมิมีผิด "นางเฟย ไปเอาชาดอกท้อมาให้ข้าอีก" "ชาหมดแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน..." นางเฟยบ่าวรับใช้จากโรงครัวอีกคนหนึ่งที่คอยรองมือรองตีนและรองรับอารมณ์เล่อฮูหยินขานตอบ"อีเฟย!!!!" เพล๊ง!!! จอกชาถ
“ข้าจำได้ขอรับท่านแม่” น้ำเสียงเขาถูกกดต่ำลงเพราะดูคล้ายกับว่าคำพูดของแม่นมซือเหยาเมื่อครู่มันดันไปกระทบกระเทือนจิตใจของเขาเสียจนได้ "ข้ามิมีวันลืมหรอกขอรับ ก่อนที่ท่านแม่จะสิ้นใจตายท่านแม่ทำขนมยุเหวียนเซียวหม้อใหญ่ให้ข้ากินฉลองที่ข้าสอบได้อันดับที่หนึ่ง...และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้ามีโอกาสได้กินอาหารฝีมือท่านแม่" ... "แค่ก ๆ อร่อยหรือไม่หยางเอ๋อร์" ในครั้งนั้นฮูหยินใหญ่หนิงลี่เองก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ อาการมิใคร่สู้ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่าแปลกใจนักทั้ง ๆ ที่นางกินยาและดื่มชาที่ท่านหมอประจำตระกูลสามีจัดเตรียมเอาไว้ให้อย่างสม่ำเสมอมิเคยขาดตกบกพร่องแต่หารู้เลยไม่ว่าเหตุใดจึงมิดีขึ้นในทางกลับกันมีแต่ย่ำแย่ทรุดลงกว่าเดิม นับวันร่างกายของฮูหยินใหญ่หนิงลี่ก็ยิ่งทรุดโทรมห่อเหี่ยว ไม่มีเรี่ยว ไม่มีแรง เดิมทีเรือนร่างของนางแบบบางอยู่แล้วตามประสาสตรี ยามทรุดตัวป่วยไข้ลงก็ยิ่งผอมแห้งจนปรากฏเห็นโครงกระดูกชัดเจน แต่ด้วยเพราะรู้ข่าวว่าบุตรชายเพียงคนเดียวของนางสอบได้คะแนนอันดับที่หนึ่งจึงแบกร่างตัวเองลงครัวทำขนมของโปรดให้เขาเป็นรางวัล "อร่อยขอรับท่านแม่ ข้าชอบอาหารที่ท่านแม่ทำทุกอย่างเลยขอร
หยามเกียรติบุรุษร่างกายบึกบึนล่ำสั่นเช่นท่านแม่ทัพเยี่ยงเขายิ่งนัก! มิมีสิ่งใดน่าอัปยศอดสูกระทั่งอยากซุกแผ่นดินนี้เทียบเท่าคำพูดดูถูกของสตรีที่เอื้อนเอ่ยออกมาหลังจากที่ได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของตน ‘มองไม่ชัดว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด’ เล็กจนมองมิออกเช่นนั้นหรือ นางกล้าพูดเยี่ยงนี้ได้อย่างไร! เขาค่อนข้างมั่นใจในแท่งหยกอันเบ้อเร้อ สมบัติอันล้ำค่าที่เขาภาคภูมิใจว่าทั้งใหญ่ ทั้งยาวและผงาดสู้มือราวกับมังกรคำรามหาได้มีผู้ใดเทียบเท่าได้ไม่ แต่นาง! นางสตรีหน้าตายผู้นี้ตาถั่วหรืออย่างไร!! “ข้าเปล่า เปล่านะเจ้าคะ” กุ้ยไป๋หลานอยากจะเอาศีรษะโขกฝาผนังจนสลบให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียโดยเร็ว แต่หาได้สามารถทำเช่นดั่งใจคิดได้ไม่เพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ทันนางไปเสียทุกอย่างว่านางกำลังพยายามหาหนทางชิ่งหนีเอาตัวรอด จึงเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาล็อคคอนางให้เชิดรั้นอยู่เยี่ยงนี้ “เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ! เจ้านี่มันหน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน เมื่อครู่เจ้าเป็นคนพูดว่ามันเลือนลางจนมองไม่ออกว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใดนั่นมิใช่ว่าเจ้าดูถูกว่าของของข้าเล็กนิดเดียวหรอกหรือ!!!” พูดสิ่งใดก็พูดได้แต่หากเรื่องนี้เขาย่อมมิได้เป็นอันขา







