Masukนิลิินกระทุ้งศอกแหลมใส่เสี่ยบวรก่อนจะออกตัววิ่งแล้วถูกดนัยกับลูกน้องวิ่งตามจับเอาไว้ เธอพยายามดิ้นเร่าเท่าไหร่ก็ไร้ประโยชน์ คนตัวเล็กดิ้นหนีอย่างเหนื่อยล้าแล้วทรุดลงตอนที่เสี่ยบวรพุ่งเข้ามาปล่อยที่ท้องจนความจุกเข้าเล่นงาน
อั่ก เสี่ยบวรถูกถีบกระเด็นล้มลง ดนัยกำลังจะหันมาจัดการก็ถูกต้อยล้มลงไปอีกคน ส่วนชายฉกรรจ์อีกสองสามคนก็ถูกเก่งกาจจัดการในทันที
"ใครเตะกูว่ะ!!....คะ คุณเขต!" เสี่ยบสรที่ตั้งใจลุกขึ้นมาเอาเรื่องในตอนแรกถึงกลับอุทานจนหน้าเสียเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใคร
“เออ กูเอง!!” เขตถกรถีบเข้าที่กลางอกเสี่ยบวรอีกครั้งแล้วดึงตัวคนของเขาเข้าสู่อ้อมกอด มองสำรวจอย่างดีเมื่อเห็นว่าเธอไม่เป็นไรก็พรูลมหายใจอย่างโล่งอก ดนัยพูดค้านขึ้นมาว่าเป็นคำสั่งของพ่อคนตัวเล็กเขาก็ยิ่งโมโหจนคุมไม่อยู่
“แล้วคิดว่ากูต้องกลัวเจ้านายมึงไหม?”
“คือ…แต่ว่า….คุณนิลินเป็นของเสี่ยบวรนะครับ” เขาพยักหน้าให้เก่งกาจจัดการคนปากพล่อย เขตถกรยืนมองดนัยที่ถูกลูกน้องเขาอัดจนไม่เหลือชิ้นดี ต่อมาเป็นเขาที่ก้าวเดินเข้าไปใกล้เสี่ยบวร แม้เมื่อครู่จะเห็นไม่ชัดนัก แต่เขาแน่ใจว่ามันแตะต้องคนของเขาแน่นอน
“โอ๊ยยย คุณเขตครับ ผมไม่เคยทำอะไรคุณเลยนะครับ” แขนของเสี่ยบวรถูกเขาจับบิดเต็มแรงอย่างไม่ปราณี จนเสี่ยบวรต้องร้องขอความเห็นใจ ท่าทางไม่เข้าใจนิดหน่อยว่าทำไมจู่ๆเขตถกรถึงมาอยู่ตรงนี้ได้
“มึงรู้ไหมว่าคนที่มึงโอบอยู่เมื่อกี้คือใคร?” เขตถกรถามด้วยน้ำเสียงเย็น ทันทีที่เห็นว่าเสี่ยบวรส่ายหัวเขาก็จับกระบอกปืนตบเข้าที่หน้ามันเต็มแรง เขาขยุ้มผมมันเอาไว้แล้วดึงให้เดินไปใกล้เด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงที่มีคนของเขาคอยคุ้มกัน
“อยากได้ใช่ไหมเด็กคนนี้?”
“คือ…ทางภัครวัตรเป็นคนยกให้ผมเองนะครับ ละ แลกกับที่ไม่ต้องใช้หนี้”
“ภัครวัตรให้ แต่กูไม่ให้!!!!” เขาตะโกนลั่นแล้วชกที่ท้องของเสี่ยวบวรจนคนโดนชกล้มกองลงที่พื้น เขตถกรพยายามข่มอารมณ์ที่สุดแล้ว เขาไม่อยากใช้ปืนเพราะกลัวว่าเสียงจะทำให้คนอื่นที่อยู่แถวนี้ตกใจ
“คุณเขต ผมไม่รู้…ไม่รู้จริงๆ ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“มึงแหกตาดู แล้วจำหน้าหวานๆ นี้ไว้ให้ดีนะ ว่าเด็กคนนี้เป็นคนของกู!!!”
“ครับ!! ครับ!! ผมขอโทษครับ” เสี่ยบวรรีบยกมือไหว้ทันที เขตถกรยอมปล่อยให้อีกคนหนีเข้าบ้านไป ก่อนที่เขาหันมาสนใจคนที่จับตัวนิลินมา กวักมือให้ลูกน้องพาคนที่ถูกกระทืบจนน่วมมาใกล้ มือหนาบีบเข้าที่คออีกคนด้วยอารมณ์ที่ประทุอยู่เต็มอก เขาออกแรงบีบอย่างไม่ปราณีจนคนตรงหน้าแทบหมดลมหายใจก่อนจะปล่อยมือออก
“อย่ามาแตะคนของกูอีก”
“แต่….คุณเขตเป็นสามีของคุณนิรานะครับ”
“ไม่ใช่เรื่องที่มึงต้องเสือก!!!” เขาบีบคอดนัยเต็มแรงอย่างโมโหกับไอ้พวกกระจอกที่ยุ่งไม่เข้าเรื่องก่อนจะถีบเต็มแรงอีกครั้งจนดนัยกระเด็นล้มลงแล้วชี้หน้าด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เพียงแค่ปลายนิ้วเขาชี้ไปดนัยก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบจนไม่กล้าพูดอะไรต่อ ทำได้แค่มองดูเขตถกรพยุงนิลินขึ้นรถไปแล้วกดโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวกับทางภัครวัตรทันที
"คุณเขตมาได้ยังไงคะ?"
"ฉันยังไม่ทันจะออกจากหน้าโรงพยาบาลก็เห็นพวกมันจับตัวเธอพอดีเลยตามมา" เขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง มือยังคงง่วนอยู่กับการกดโทรศัพท์ส่งข้อความหาใครบางคนให้ทำงานบางอย่างให้เขา ในเมื่อเล่นกันแรงอย่างนี้ ไม่มีประโยชน์ที่เขตถกรจะค่อยๆ จัดการทุกอย่างทีละน้อยอีกต่อไป
"แล้วงานของคุณ?"
"คิดว่างานฉันสำคัญกว่าการมาช่วยเธอหรือไง" ดูเหมือนจะเป็นคำพูดประชดแต่กลับทำให้นิลินรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งใจ เขาให้ความสำคัญกับเธออย่างนี้มันเสมอ และมันยากสำหรับเธอที่จะไม่ชอบสิ่งที่เขาทำ
"ดูเหมือนพ่อกับพี่นิราต้องการให้หนูเลิกยุ่งกับคุณ ถึงได้จงใจส่งหนูไปให้เสี่ยบวรเร็วขนาดนี้"
"ไม่ต้องสนใจ ใช้ชีวิตของเธอให้ดีก็พอ หลังจากนี้ที่เหลือฉันจะจัดการเอง" เขาลูบหัวของนิลินแผ่วเบา ในสัมผัสนั้นมีทั้งการปลอบประโลม หวงแหน และอยากปกป้อง เขตถกรไม่เคยปล่อยให้ใครมาทำร้ายคนของเขาได้โดยที่ไม่มีผลตอบรับที่สาสมกลับไป
“คุณไม่อยู่กับหนูหรอคะ?” เขตถกรมองเด็กสาวที่ถามเขาเมื่อเขามาส่งเธอไว้ที่คอนโดเพื่อที่เขาจะได้ออกไปจัดการบางอย่างให้เรียบร้อย รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นเมื่อเห็นแววตาออดอ้อนนั้นจนอดไม่ได้ที่จะหอมแก้มนิ่มไปหนึ่งฟอดใหญ่
“ฉันจะไปทำธุระเรื่องงาน สัญญาว่าจะไม่กลับมาดึกมาก ถ้าเธออยากได้อะไรก็บอกเก่งกาจได้เลย”
“แล้วพี่เก่งไม่ต้องไปกับคุณหรอคะ?”
“ทำไมถึงเรียกมันพี่ละ?” นิลินหัวเราะให้กลับคำถามนั้น แววตาของเขาแสนหวงแหนยามที่ได้ยินเธอเอ่ยเรียกเก่งกาจว่าพี่ คนตัวเล็กจับแขนเขาเอาไว้แล้วรีบเอาแก้มถูที่อกเขาอย่างออดอ้อน
“ก็พี่เก่งอายุเยอะกว่าหนูนี่นา หนูก็แค่เรียกเพราะเคารพค่ะ”
“แค่เพราะเคารพก็ดี จะยกเว้นให้สักคนก็แล้วกัน” เขาบีบจมูกรั้นด้วยความเอ็นดูแล้วไม่ลืมที่จะหอมแก้มเธอก่อนจะออกไป
เรือนหอของเขตถกรและนิรา
“พี่เขต ในที่สุดพี่เขตก็มาแล้ว” ทันที่ที่เขาก้าวเดินเข้ามาในตัวเรือนหอนิราก็รีบวิ่งมาหาเขา น้ำเสียงของเธอพยายามออดอ้อนเพื่อให้เขาลุ่มหลงแต่เขากลับรู้สึกรำคาญเสียงแสนแหลมนี้มากกว่า
เขตกรเดินตามแรงดึงของนิราไปนั่งที่โซฟา เขามองคนที่รีบเดินไปรินน้ำมาให้เขา มองดูชุดเดรสเข้ารูปที่เผยให้เห็นเนินอกของนิราแล้วเสมองไปทางอื่นอย่างรำคาญตา ใบหน้าหล่อถูกประคองให้หันไปหา ท่าทียั่วยวนนั้นของนิราเขตถกรยอมรับว่าผู้ชายคนไหนได้เห็นไม่มีทางที่จะปล่อยไปเฉยๆ
ดวงตาคมมองขาเรียวที่ชันเข่าไว้ตรงกลางพื้นที่ว่างบนโซฟาแถวหว่างขาของเขา ใบหน้าสวยที่โน้มมานิดหน่อยจนแทบจะแนบชิด มือหนาจับที่เอวไล้ขึ้นมาจนจับที่ปลายคางมลก่อนจะบีบเข้าที่คอของนิรากะทันหัน
“แคกๆ พี่เขตคะ นิเจ็บ”
“ผู้หญิงแบบเธอรู้จักคำว่าเจ็บด้วยหรือไง!!” แรงบีบที่คอเริ่มมหาศาลขึ้นอีกจนนิราไอออกมาอย่างหนักหน่วง กำปั้นเล็กที่พยายามทุบให้เขาปล่อยไม่ได้ทำให้เขาระคายเคืองหรือรู้สึกเจ็บแม้สักนิด
“พี่เขตคะ แคกๆ อย่าทำอะไรนิเลย”
“นี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ สำหรับคนที่กล้าแตะต้องคนของฉัน” เขตถกรออกแรงผลักจนนิราล้มลงที่พื้น เขาปัดที่มืออย่างรู้สึกรังเกียจแล้วนั่งลงมองคนที่ยังคงมีอาการไอหนัก
“ที่พี่ทำกับนิอย่างนี้เพราะลินหรอคะ!!”
“เธอรู้ดีอยู่แก่ใจ” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหยิบกระบอกปืนจากด้านหลังก่อนจะยิงเข้ารูปแต่งงานที่แขวนไว้บนผนังสองสามนัด เขายืนมองความแม่นยำของตัวเองครู่หนึ่งแล้วก้มลงมองนิราที่ยังคงนั่งเอามือปิดหูอยู่ที่พื้น
“แต่นั่นมันเป็นข้อตกลง….”
“แล้วนิลินได้ตกลงด้วยรึเปล่า!!”
“คือ….ก็….”
“ถ้ายังกล้าส่งนิลินไปให้ใครแบบนี้อีก ครั้งหน้าลูกปืนของฉันก็ไม่รังเกียจที่จะเปลี่ยนที่จากกรอบรูปมาเป็นหัวเธอแทน ” เขาทิ้งประโยคและน้ำเสียงเย็นยะเยือกเอาไว้แล้วก้าวออกจากเรือนหอไปอย่างมั่นคง
“นิสู้มันไม่ได้ตรงไหนคะ!? นิทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งมีหน้ามีตาทางสังคม”
“แต่เธอไม่ใช่นิลิน” เขาพูดเพียงประโยคสั้นๆแต่กลับมีใจความเป็นพิเศษจนนิราเองยังชะงักให้กลับคำพูดนั้น เขตถกรที่เคยเป็นเหมือนราวกับน้ำแข็งที่ไร้หัวใจ แต่บัดนี้เขากลับพูดประโยคเหล่านี้ได้เพราะผู้หญิงคนหนึ่ง
เขตถกรรู้ดีกว่าเหตุการณ์นี้จะยิ่งตอกย้ำให้นิราโกรธมากขึ้นไปอีก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจ สิ่งเดียวในตอนนี้ที่เขตถกรสนใจมากที่สุดคือนิลิน เขาแค่ต้องการให้เธอปลอดภัย ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและสบายใจก็เท่านั้น
“นิไม่เชื่อว่าพี่จะไม่ชอบนิเลยสักนิด”
“จะเชื่อหรือไม่นั่นมันก็เรื่องของเธอ ไม่เกี่ยวกับฉัน เรื่องที่เกี่ยวกับฉัน มีแค่เรื่องของนิลินคนเดียวเท่านั้น”
เขตถกรเดินเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับถาดอาหารมื้อกลางวัน เขาได้ยินเสียงถอนหายใจของนิลินที่มองดูไอแพดก็พอจะรู้ว่าเธอถอนหายใจเรื่องอะไร เมื่อช่วงเช้าพึ่งมีข่าวใหญ่เกิดขึ้นที่ภัครวัตร นิราหลังจากเห็นว่าใครเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ด้วยคืนนั้นก็ถึงกลับฆ่าดนัยทิ้ง สุดท้ายแล้วก็ถูกตามตัวเจอและจะต้องติดคุกเขาดึงไอแพดในมือเธอออกมาเพราะไม่อยากให้เธออ่านข่าวมากนัก แผลของนิลินยังไม่หายสนิทและต้องการเวลาในการพักฟื้น เขตถกรวางถาดอาหารมื้อเที่ยงสำหรับสองคนลงบนเตียง เมนูส่วนใหญ่เป็นเมนูที่แม่เขาตั้งใจทำเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายของเธอ“ทานมื้อเที่ยงกันนะ”“คุณเขตก็ทานด้วยกันนะคะ”“แน่นอน ฉันเตรียมมานี่ไงมาทานพร้อมเธอ แต่เดี๋ยวจะป้อนเธอก่อนนะ” เขาตักอาหารขึ้นมาแล้วเป่าแผ่วเบาให้คลายความร้อนลงมือหนาประคองใต้ช้อนเพื่อกันอาหารหกเลอะเทอะแล้วป้อนเธอ เขาเห็นว่าเธอยิ้มรับกับรสชาติก็ทำให้เขายิ้มออกมาด้วยเหมือนกัน“คุณเขตพอตะรู้ไหมคะว่าคุณพ่อหายไปไหน หนูเห็นในข่าวมีแต่เรื่องของพี่นิรา” เขตถกรวางมือที่ถือช้อนลงก่อนจะรอบถอนหายใจ เขาบอกกลับเธอถึงการหายไปของนภัทรอย่างตรงไปตรงมา เราะทันทีที่นิราเกิดเรื่องอื้อฉาว นภัทรก็ใช้เ
โกดังลับตระกูลพิพัตรตรา“ปล่อยกู!!!” เขตถกรแค่นยิ้มเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของปราณตั้งแต่เขายังไม่เดินก้าวเข้าประตู เขาเดินไปนั่งลงด้วยใบหน้าเรียบแต่ดวงตากลับแฝงไปด้วยความแข็งกร้าว เขารับเอาขวดที่ให้คนหาไว้มาถือในมือแล้วแตะลงที่กรอบหน้าของปราณแทนการข่มขู่“มึงคิดจะทำอะไร!!?”“แล้วมึงทำอะไรไว้ละ!” เพล้ง!!! เขาไม่อธิบายอะไรเพียงแค่ฟาดขวดในมือลงบนหัวของคนตรงหน้าเต็มแรง เขตถกรไม่ได้สนใจมือที่มีรอยขีดข่วนจากการถูกบาดแม้สักนิด ก่อนเขาจะรับเอาขวดแก้วอีกใบจากกิตติธรมาแล้วตบลงกับมือตัวเองไม่แรงนักเพื่อเร้าให้คนตรงหน้ารู้สึกกลัวขึ้นมา“กูตีไปแค่ทีเดียวเองนะ” เพล้ง!!! เขาฟาดขวดในมือลงไปที่หัวของมันอีกครั้ง มือหนากระชากผมของคนตรงหน้าเต็มแรงจนปราณร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เขาไม่ได้สนใจเลือดที่ไหลนองเต็มกรอบหน้าของอีกคนแม้สักนิด“ไม่ว่ามึงจะทำไปเท่าไหร่ กูจะเอาคืนให้มากกว่านั้นอีก” น้ำเสียงเย็นยะเยือกของเขตถกรทำเอาปราณชาวาบไปทั้งตัว กิตติเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อจนคนที่นั่งอยู่ถูกลากไปกับพื้น เชือกสีดำในมือของกิตติธรมัดเป็นปากปราณเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ส่งเสียง“หึ ตอนมึงทำนิลิน นิลินก็คงดิ้นขอร้องมึงแบบน
เขตถกรทิ้งให้สองพ่อลูกยืนโกรธตัวสั่นอยู่ในสถานที่จัดงาน เงินหลายล้านที่เขาลุงทุนไปไม่ได้ทำเสียเปล่า ครั้งก่อนนิราเคยทำลายชีวิตนิลินด้วยข่าวปลอมในโลกออนไลน์ ครั้งนี้เขาก็จะทำเหมือนก่อน แตกต่างกันตรงที่ทุกสิ่งที่เขาเปิดเผยเป็นสิ่งที่นิราทำด้วยตนเองจริงกิตติธรกับนพดลกเาวขึ้นรถไปก่อน ส่วนเขาแค่กำลังจะก้าวขาก็ถูกนิรากระชากให้หันไปเต็มแรง เขาถอนหายใจแล้วมองคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์"ถ้าพี่ทำกับนิแบบนี้ นิจะฟ้องหย่าพี่ พี่มีนังนิลินเป็นชู้ ยังไงนิก็ชนะ แล้วสุดท้ายของทั้งหมดที่เป็นสินสมรสก็ต้องแบ่งครึ่ง""ถ้าเธอฟ้อง ฉันก็จะฟ้องว่าเธอมีคนอื่น แถมยังมีลูกกับมันอีก อ่อ แล้วก็ก่อนจะฟ้องคิดให้ดีก่อนนะ เธอกำลังจะไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว จะเอาเงินที่ไหนมาฟ้องฉัน" เขายื่นเอกสารอีกฉบับให้นิราดู มันเป็นเอกสารเกี่ยวกับการกู้ยืม และมีหลักฐานเป็นใบสลีปที่กิตติธรโอนเงินเข้าบัญชี"นี่พี่.... พี่คิดแผนมานานแล้วใช่ไหม!!""ความจริงฉันก็ไม่ได้จะเล่นแรงขนาดนี้หรอก แต่เพราะเธอยังคอยทำร้ายนิลิินอยู่เรื่อย ฉันก็เลยแค่อยากจะทำให้เธอรู้ว่าไม่ควรมาแตะคนของฉัน" เขาสะบัดนิราเต็มแรงจนนิราล้มลงที่พื้น แล้วก้าวขึ้นรถไป เขตถ
เขตถกรเดินออกมาที่หน้ากระจกแล้วดูความเรียบร้อยของตัวเอง สูทตัวหรูถูกเขากระชับเอาไว้แน่น ก่อนจะหันไปมองดูคนตัวเล็กที่ผลอยหลับอยู่บนเตียง เขาเผยรอยยิ้มเล็กน้อยตอนเห็นว่าเธอนอนคุดคู้อย่างน่ารัก คนตัวสูงเดินลงไปนั่งที่เตียงแผ่วเบาอย่างระวังไม่ให้รบกวนการนอนของเธอเขากระชับผ้าห่มให้คลุมกายเธออย่างมิดชิด กดปรับอุณหภูมิของเคริ่องปรับอากาศให้เป็นไปแบบที่เธอชอบ เขาลูบแก้มเนียนแล้วไม่ลืมที่จะก้มลงไปหอมเธอฟอดใหญ่ ขยับไล้ปลายจมูกมาหอมลงที่หน้าผากมลอยู่ครู่หนึ่ง“พักผ่อนนะ อีกแค่นิดเดียว ทุกอย่างก็จะจบแล้ว” เขาก้าวเดินออกไปหน้าประตูแล้วกดปิดไฟให้เหลือเพียงแสงสลัวหัวเตียงเพื่อให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนทันทีที่ได้ยินเสียงรถเคลื่อนตัวออกไปจากตระกูลพิพัตรตราสักพักใหญ่ ความเงียบก็ถูกปกคลุมรอบบริเวณ นิลินลืมตาตื่นขึ้นในทันที เธอก้าวเดินลงไปที่ชั้นล่างของตัวบ้านอย่างระวัง แม่กับพี่สาวของเขาบินไปที่มาเก๊าตั้งแต่เมื่อเช้า ตอนนี้ในบ้านมีเพียงแค่เธอกับคนของเขาเท่านั้นคนตัวเล็กค่อยๆ เดินหลบไปทางหลังบ้าน โชคดีที่ในบ้านเหลือคนไม่มากนัก เพราะเขาต้องพาคนไปจัดการเรื่องใหญ่ที่งานเลี้ยงเปิดตัวโปรเจคในคืนนี้ ขาเรียวก
กระเป๋าเงินถูกวางลงก่อนกิตติธรและนพดลจะเปิดให้สองพ่อลูกตระกูลภัครวัตรได้ดู แววตาเป็นประกายยามมองเห็นเงินนั้นทำให้เขตถกรแค่นยิ้มเหยียดหยามแต่เพียงชั่วครู่เขาก็ทำสีหน้าเป็นปกติเพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัยเขตถกรยื่นเอกสารสองฉบับให้กับสองพ่อลูกแล้วรอดูปฏิกิริยา ทันทีที่เห็นว่าทั้งสองคนกำลังพยายามอ่านรายละเอียดของเอกสารอย่างรอบคอบเกินไปเขาก็พยักหน้าส่งสัญญาณกับเพื่อนทันที กิตติธรดึงเอกสารสองฉบับคืนมาแล้วนั่งไขว้ห่างก่อนจะตีหน้าเรียบเฉย“อ่านนานขนาดนี้ ไม่ไว้ใจพวกผมหรอครับ?”“เอ่อ…ไม่ใช่นะคะพี่กิต พอดีนิกับคุณพ่อก็แค่อยากอ่านให้แน่ใจ”“พวกพี่ชวนคนร่วมทุนมาก็เยอะนะครับน้องนิริน ไม่เคยมีใครอ่านเอกสารนานเหมือนกับไม่ไว้ใจกันขนาดนี้มาก่อนเลย” นพดลพูดเสริมเข้าไปอีกจนนภัทรกับนิราแทบหน้าเสีย เขตถกรมองดูทั้งสองคนอย่างพิจารณาความคิด ก่อนจะทำทีจับไปที่ไหล่ของนพดลแล้วตบแผ่วเบา“พวกมึงก็ใจเย็นดิว่ะ เมียกูกับคุณพ่อก็แค่อยากอ่านเอกสารนิดหน่อย กูก็ลืมบอกไปว่ามึงไม่ชอบให้ใครทำเหมือนไม่ไว้ใจแบบนี้” นิรากับนภัทรรีบพยักหน้าตามที่เขตถกรพูดราวกับว่าเขาแก้ต่างได้อย่างถูกต้อง กิตติธรหยิบเอาเงินปึกใหญ่ออกมาวางตรงหน้า“
ไออุ่นจากแสงดาดสาดกระทบผิวกายเร้าให้เขตถกรลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน เขาหรี่ตาปรับการมองเห็นก่อนจะหันมองคนตัวเล็กที่นอนอยู่ในอ้อมกอดทั้งร่างกายเปลือยเปล่า ปลายจมูกโด่งกดลงบนกลุ่มผมนุ่มของคนหลับไหลอย่างรักใคร่ มือหนาลูบแก้มนิ่มแล้วขยับไปใกล้หูจนลมหายใจรกรินทำให้เธอเริ่มขยับตัว“ตื่นได้แล้วคนดี สายแล้วนะ ไปทานมื้อเช้ากันเถอะ”“อื้อ คุณเขต….หนูขอนอนอีกหน่อยนะคะ” เธอขยับมานอนทาบทับตรงอกเขา ใบหน้าหวานถูไปมาราวกับออดอ้อนของเวลานอนต่อเพิ่มขึ้นอีกหน่อย จนเขตถกรอดไม่ได้ที่จะยิ้มเอ็นดู“อ้อนแบบนี้ก็แย่สิ”“วันนี้ต้องไปหาพี่นิราอีกแล้วหรอคะ?”“ใช่ แต่ไปไม่นาน…แล้วจะรีบกลับมา เธอไม่ต้องกังวลนะ วันนั้นก็บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ” เขาย้ำคำแล้วหอมลงบนผมนุ่ม กลิ่นแชมพูกลิ่นโปรดของเขาที่ติดอยู่ที่ผมเธอมันทำให้เขาสูดดมความหอมนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าคนในอ้อมกอดเงยขึ้นมามองเขาก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่งทั้งกระชับผ้าห่มให้ปกคลุมร่างกายเอาไว้ เขตถกรยังคงไล้มือไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่า มองดูใบหน้าง้ำงอนั้นด้วยความเอ็นดูที่มีเต็มอก“งอแงอะไร หืม?”“หนูรู้ค่ะว่าคุณคงไม่ทำอะไรแบบนั้นกับพี่นิรา แต่พอได้ยินคุณพูดหวานๆ แบ







