Mag-log inนิลินกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ข้างเตียงคนไข้ของแม่ เธอเอาแต่ยิ้มมองดูข้อความแสนเป็นห่วงของเขตถกรที่ส่งมาหาไม่หยุด ยิ่งเธออ่านแล้วไม่ตอบเขาก็ยิ่งส่งมาอีกหลายครั้งจนโทรหาอยู่หลายสาย พอเห็นว่าเขาเป็นห่วงมันยิ่งทำให้เธออยากเห็นเขาเป็นห่วงมากขึ้นอีก
“นิลิน…” เสียงแผ่วเบาของมีเรียกทำให้เธอหันไปมอง มือเล็กวางโทรศัพท์ลงทั้งที่ข้อความที่พิมพ์เอาไว้ยังไม่ถูกส่งกลับไป
“มีอะไรคะแม่?”
“ลูกกับคุณเขต…..” เธอก้มหน้าลงในทันทีเมื่อได้ยิน เพราะรู้ดีอยู่ใจว่าแม่ต้องการจะสื่ออะไร
“แม่ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้หรอกนะคะ หนูมั่นใจว่าระหว่างหนูกับลูกสาวคนโปรดของคุณพ่อ คุณเขตจะเลือกหนูแน่นอน” นิลินพูดออกไปอย่างนั้น ทั้งที่ในใจก็ยังมีความคิดบางอยางเก็บซ่อนเอาไว้ เธอมั่นใจว่าเขตถกรจะไม่มีวันหลงรักนิรา แต่ไม่เคยมั่นใจว่าเขาจะไม่ทิ้งเธออย่างที่เขาทำกับผู้หญิงทุกคน
“แต่สองคนนั้นจดทะเบียนสมรสกัน ลูกก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเมียน้อยเลยนะ”
“นิลินไม่ใช่เมียน้อยครับ นิลินเป็นคนของผม” เขตถกรเดินเข้ามาแล้วพูดขึ้น นิลินหันไปมองอย่างตกใจที่เขามาอยู่ที่นี่ ในยามที่เขาพูดอย่างนั้นกับแม่เธอมันดันทำให้เธอเผลอรู้สึกดีขึ้นมา
“คุณเขตมาได้ยังไงคะ?”
“เห็นอ่านแล้วไม่ตอบ ฉันก็เลยมาหาเธอที่นี่ไง” คำพูดนั้นของเขาราวกับมอบความอบอุ่นให้หัวใจดวงน้อยของเธอ เพียงแค่ไม่ได้ตอบกลับข้อความเขาในทันที เขาก็มาหาถึงที่นี่ นั่นใช่บ่งบอกว่าเขาเองก็ใส่ใจเธอมากหรอ
“เราไปคุยกันที่ร้านกาแฟข้างล่างดีไหมคะ?”
“เดี๋ยวก่อน…ฉันอยากคุยกับแม่เธอให้รู้เรื่องก่อน” เด็กสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเม้มปากอย่างประหม่า เพราะเขตถกรแสดงสีหน้าเรียบนิ่งจนเธอไม่รู้อารมณ์ของเขาในตอนนี้เลยแม้สักนิด
นิลินยอมเดินออกไปอยู่ด้านนอกตามคำสั่งเขา เธอนั่งบีบมือตัวเองแน่นทั้งมองลูกน้องของเขตถกรที่ยืนเต็มหน้าห้องสลับกับมองบานประตูที่ไม่เปิดออกมาเสียที
“คุณนิลินไม่ต้องกังวลหรอกครับ คุณเขตไม่ทำอะไรที่คุณไม่สบายใจหรอก” คำพูดของเก่งกาจดูเหมือนจะทำให้เธอใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย ทันทีที่เขตถกรออกมาก็รีบเดินไปจับแขนเขาเอาไว้ ตาคมมองราวกับเอ็นดูแล้วยิ้มมุมปากก่อนจะลูบหัวเธอแผ่วเบา
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น? ฉันไม่ได้ทำอะไรแม่เธอสักหน่อย แค่คุยให้เข้าใจว่าเธอไม่ใช่เมียน้อย” เขตถกรบีบจมูกรั้นของเด็กขี้กังวล เขากำลังจะพาเธอเดินออกไปจากหน้าห้องเพื่อจะไปที่ร้านกาแฟด้านล่าง แต่ดันเจอชายหนุ่มที่ไม่ได้อยากจะเจอเข้าซะก่อน
“พี่ปราณ มาเยี่ยมแม่หรอคะ?”
“ครับ แล้วนี่ลินกำลังจะไปไหน?” ตาคมยังมองจ้องชายหนุ่มที่ทำเป็นคุยกับคนของเขาเสียงนุ่มแต่พยายามจะไม่พูดอะไร เขาดึงมือเล็กมาจับไว้แล้วกระชับให้แน่นขึ้น ออกแรงดึงให้เธอเดินตาม แม้นิลินจะทำตามอย่างว่าง่ายแต่ใครอีกคนกับดึงเธอเอาไว้
“อะไรของมึงว่ะ!?” นิลินเดินเข้ามาขวางกลางเพราะเขารู้ว่าเขตถกรไม่ได้มีความอดทนมากนัก เธอพยายามบอกให้เขาใจเย็นลงก่อนจะถูกดึงกระชากให้ไปอยู่ด้านหลังเขาในตอนที่เขาเห็นว่าใครอีกคนเข้าใกล้เธอมากเกินไป
“คุณแต่งงานจดทะเบียนสมรสแล้ว เมื่อไหร่จะเลิกยุ่งกับลิน!?”
“มึงนั่นแหละ เมื่อไหร่จะเลิกยุ่งกับคนของกู” เขตถกรกำหมัดแน่นขึ้นอีกในตอนที่ปราณแสยะยิ้ม เขาดูออกว่าอีกคนกำลังเย้ยหยันเขา คงจะเห็นว่าเขาไม่มีทางที่จะได้ครอบครองเด็กสาวที่เขาจับมืออยู่ โดยที่มันไม่รู้เลยว่าเขาครอบครองเธอไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง
“ลินก็รู้ว่ามันเป็นพี่เขยลินนะ ทำไมยังไปเลิกยุ่งกับมันอีก หรือว่ามันบังคับลินใช่ไหม? บอกพี่สิ พี่จะช่วยลินเอง” นิลินยายามดันตัวคนที่ฉุดกรชากเธอไม่หยุดออกไป ก่อนเขตถกรจะช่วยดึงเธอออกมาจากพันธการของปราณ
“พี่ปราณฟังลินนะคะ คุณเขตไม่เคยบังคับลินเลย แต่ลินต่างหากที่อยากอยู่กับเขา” เขตถกรแอบยิ้มออกมาอย่างลืมตัว ก็ไม่รู้อะไรทำให้เขารู้สึกมีความสุขขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
“ไม่จริงอ่ะ”
“พี่ปราณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่พี่ปราณเถอะค่ะ ถ้ามาเยี่ยมแม่ แม่อยู่ในห้อง ลินขอตัวก่อนนะคะ” นิลินหันมองเขตถกรเธอลูบแขนเขาให้ใจเย็นแล้วออกแรงดึงก่อนจะต้องหยุดชะงักอีกครั้งเพราะคำพูดของปราณแล้วหันไปมอง
“ลินกำลังประชดพี่ เพราะแม่พี่ถอนหมั้นใช่ไหม? ลินกำลังโกรธแล้วคิดว่าพี่รังเกียจที่ลินไม่ได้เป็นคนสำคัญของภัครวัตรใช่ไหม? ถ้าเป็นเรื่องนั้นพี่อธิบายได้นะ” ประโยคนี้ของปราณไม่ใช่เจ้าของคำถามเท่านั้นที่มองอย่างรอคอย แต่เขตถกรเองก็คาดหวังในคำตอบเช่นกัน
“พี่ปราณคะ เรื่องหมั้นลินไม่เคยตกลงด้วยเลยนะ พี่ก็รู้ว่าผู้ใหญ่เป็นคนจัดการเรื่องนั้น เพราะงั้นสิ่งที่ลินทำอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่เพื่อประชดพี่” แม้นิลินจะรู้ว่าสิ่งที่เธอกำลังจะพูดหลังจากนี้อาจทำร้ายใจปราณให้เจ็บปวด แต่หากไม่พูด เขาก็ไม่มีวันเข้าใจในสิ่งที่เธอกำลังคิด
"ลินเป็นคนปฎิเสธงานหมั้นเอง ไม่ใช่พี่เป็นคนถอนหมั้น แต่มันไม่มีตั้งแต่แรกแล้ว ลินอยากให้พี่เข้าใจใหม่ด้วย ส่วนเรื่องที่พี่ห่างเหินไปตอนที่ลินถูกภัครวัตรตัดหางปล่อยวัดก็ช่างมันเถอะค่ะ ลินไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก"
เขตถกรยิ้มรับแล้วมองคนตรงหน้าที่ยืนหน้าเจื่อนเมื่อได้ยินสิ่งที่เด็กสาวข้างกายเขาพูด ยิ่งนิลินเป็นอย่างนี้ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกชอบมากขึ้นไปอีก ความตรงไปตรงมาและกล้าได้กล้าเสียของอีกคน มันถูกใจเขาเสียจนไม่อาจปล่อยให้เธอหลุดมือไป
“ไม่จริง”
“จริงค่ะ สิ่งที่ลินทำอยู่ตอนนี้ลินทำตามความต้องการและความรู้สึกของลิน ไม่ใช่เพื่อประชดพี่อย่างที่พี่เข้าใจ ลินคิดกับพี่แค่พี่ชาย แล้วลินก็หวังว่าพี่จะไม่ทำอะไรที่ทำให้ลินต้องลำบากใจอีก”
ร้านกาแฟโรงพยาบาล
เขตถกรนั่งจ้องมองคนที่สนใจเค้กตรงหน้า เขาอดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มในตอนที่นึกถึงคำพูดที่เธอพูดกับใครอีกคน นิลินเด็ดเดี่ยวและมั่นคงมากกับการกรทำของตัวเอง และนั่นเป็นสิ่งที่เขามองว่ามันคือเสน่ห์ของเธอ
“คุณเขตมองหนูทำไมคะ?” เด็กสาวถามทั้งเลิ่กคิ้ว เธอรู้สึกได้ว่าเขามองเธอมาพักใหญ่แล้ว มือเล็กยกขึ้นจับที่หน้าเพราะคิดว่าอาจจะมีอะไรติดเขาถึงได้เอาแต่มองหน้าเธออย่างนี้
“หึ ไม่มีอะไร”
“คุณต้องมีอะไรแน่ๆ กำลังโกหกหนูหรอคะ?”
“คิดว่าฉันเป็นคนยังไง?” เขตถกรพูดเป็นเชิงหยอกเย้า เขาขยับแล้วเกลี่ยเช็ดครีมเค้กที่ติดข้างปากเธอก่อนจะเอามันเข้าปาก มองเด็กสาวที่ก้มหน้างุด แก้มแดงระเรื่อทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเอ็นดู
“ปกติคุณไม่ชอบทานของหวานไม่ใช่หรอคะ?”
“ถ้าของหวานนั้นคือเธอ ฉันก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะ” เขาพูดทั้งยิ้มมุมปาก จ้องมองคนที่เอาแต่ทำเป็นตักเค้กเข้าไปอย่างไม่พูดอะไรต่อ เวลาเขินก็น่ารักมากขนาดนี้ แล้วใครจะยอมปล่อยเธอหลุดมือไปเป็นของคนอื่น
นิลินสนใจอยู่กับขนมตรงหน้า ไม่ได้ตั้งใจฟังบทสนทนาที่เขตถกรคุยกับเก่งกาจเรื่องงานมากนัก ไม่ทันได้มองเลยว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญบางคนกำลังเดินเข้ามาในร้าน ก่อนจะหยิบเอาแก้วกาแฟร้อนของเขตถกรที่พึ่งสั่งเพิ่มมาเมื่อครู่แล้วสาดใส่เธอ
เด็กสาวลุกขึ้นสะบัดเสื้อที่เปียกจนแนบชิด ผิวขาวเริ่มเป็นรอยแดงจากกาแฟที่สาดมา เขตถกรเดินไปหาแล้วรีบถอดเสื้อตัวนอกคลุมเธอไว้ก่อนจะหันไปมองหน้าภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างไม่สบอารณ์
“ที่พี่ไม่กลับบ้าน เพราะเอาแต่มาอยู่กับมันหรอคะ!? นังนิลินแกกล้าแย่งผัวพี่สาวหรอ!”
“แน่ใจหรอคะว่าลินแย่งมา? แล้วแน่ใจหรอว่านี่คือผัวพี่?” นิลินถามกลับไป ใบหน้าหวานแสร้งยิ้มให้พี่สาวต่างแม่ที่ยืนโกรธจัดอยู่ตรงหน้า
“นิลิน เธอไปก่อน” เด็กสาวหันมามองหน้าเขาด้วยแววตาคาดเดาไม่ได้ เขากำลังจงใจไล่เธอออกไปก่อน แล้วทำให้เธอเสียหน้าต่อหน้านิราที่ยืนมองอย่างสะใจอยู่ หรือความจริงแล้วเขาก็สนใจความรู้สึกของอีกคนอยู่บ้าง อาจมีอะไรระหว่างสองคนนี้มากกว่าที่เธอคิดก็ได้
นิลินมองเขาด้วยแววตาน้อยใจ ก้มลงหยิบกระเป๋าโยนแล้วเสื้อสูทคืนเขา แต่พอจะเดินออกไปกลับถูกเขารั้งข้อมือเอาไว้ แล้วเอาเสื้อสูทคลุมให้ตามเดิม
“เสื้อเปียกขนาดนั้น คลุมไว้ห้ามเอาออก” แม้เขาจะพูดเสียงเรียบแต่มันกลับเต็มไปด้วยพลังที่กำลังบอกเธอให้รู้ว่าเขาจริงจังและเธอไม่ควรขัดคำสั่งเขา สุดท้ายแล้วเธอก็ต้องยอมเดินออกไปอย่างว่าง่าย
“พี่เขตคะ….”
“เคยบอกใช่ไหมว่าฉันไม่ชอบคนยุ่มย่าม ดูเหมือนเธอจะไม่เข้าใจ” เขตถกรพูดเสียงเข้มแล้วมองอีกคนด้วยความรำคาญ ยิ่งนึกถึงนิลินที่ถูกสาดกาแฟร้อนใส่จนตัวแดงไปหมดก็ยิ่งหงุดหงิด
“แต่พี่เป็นสามีของนินะคะ”
“แล้วยังไง? ฉันก็เป็นของฉันอย่างนี้ ถ้าทนไม่ได้ก็หย่าได้นะ แต่เงินที่จะลงทุน เธอจะไม่ได้ไปเลยแม้แต่แดงเดียว” นิราชะงักไปแล้วมองตามน้องสาวต่างแม่ที่เดินออกไปเมื่อครู่ ในใจกำลังปะทุแล้วพยายามครุ่นคิดถึงความสัมันธ์ระหว่างเขตถกรและนิลิน ดูอย่างไรก็เป็นวามสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากกว่านิราและเขตถกรที่อยู่ในสถานะสามีและภรรยา
เขตถกรเดินเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับถาดอาหารมื้อกลางวัน เขาได้ยินเสียงถอนหายใจของนิลินที่มองดูไอแพดก็พอจะรู้ว่าเธอถอนหายใจเรื่องอะไร เมื่อช่วงเช้าพึ่งมีข่าวใหญ่เกิดขึ้นที่ภัครวัตร นิราหลังจากเห็นว่าใครเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ด้วยคืนนั้นก็ถึงกลับฆ่าดนัยทิ้ง สุดท้ายแล้วก็ถูกตามตัวเจอและจะต้องติดคุกเขาดึงไอแพดในมือเธอออกมาเพราะไม่อยากให้เธออ่านข่าวมากนัก แผลของนิลินยังไม่หายสนิทและต้องการเวลาในการพักฟื้น เขตถกรวางถาดอาหารมื้อเที่ยงสำหรับสองคนลงบนเตียง เมนูส่วนใหญ่เป็นเมนูที่แม่เขาตั้งใจทำเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายของเธอ“ทานมื้อเที่ยงกันนะ”“คุณเขตก็ทานด้วยกันนะคะ”“แน่นอน ฉันเตรียมมานี่ไงมาทานพร้อมเธอ แต่เดี๋ยวจะป้อนเธอก่อนนะ” เขาตักอาหารขึ้นมาแล้วเป่าแผ่วเบาให้คลายความร้อนลงมือหนาประคองใต้ช้อนเพื่อกันอาหารหกเลอะเทอะแล้วป้อนเธอ เขาเห็นว่าเธอยิ้มรับกับรสชาติก็ทำให้เขายิ้มออกมาด้วยเหมือนกัน“คุณเขตพอตะรู้ไหมคะว่าคุณพ่อหายไปไหน หนูเห็นในข่าวมีแต่เรื่องของพี่นิรา” เขตถกรวางมือที่ถือช้อนลงก่อนจะรอบถอนหายใจ เขาบอกกลับเธอถึงการหายไปของนภัทรอย่างตรงไปตรงมา เราะทันทีที่นิราเกิดเรื่องอื้อฉาว นภัทรก็ใช้เ
โกดังลับตระกูลพิพัตรตรา“ปล่อยกู!!!” เขตถกรแค่นยิ้มเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของปราณตั้งแต่เขายังไม่เดินก้าวเข้าประตู เขาเดินไปนั่งลงด้วยใบหน้าเรียบแต่ดวงตากลับแฝงไปด้วยความแข็งกร้าว เขารับเอาขวดที่ให้คนหาไว้มาถือในมือแล้วแตะลงที่กรอบหน้าของปราณแทนการข่มขู่“มึงคิดจะทำอะไร!!?”“แล้วมึงทำอะไรไว้ละ!” เพล้ง!!! เขาไม่อธิบายอะไรเพียงแค่ฟาดขวดในมือลงบนหัวของคนตรงหน้าเต็มแรง เขตถกรไม่ได้สนใจมือที่มีรอยขีดข่วนจากการถูกบาดแม้สักนิด ก่อนเขาจะรับเอาขวดแก้วอีกใบจากกิตติธรมาแล้วตบลงกับมือตัวเองไม่แรงนักเพื่อเร้าให้คนตรงหน้ารู้สึกกลัวขึ้นมา“กูตีไปแค่ทีเดียวเองนะ” เพล้ง!!! เขาฟาดขวดในมือลงไปที่หัวของมันอีกครั้ง มือหนากระชากผมของคนตรงหน้าเต็มแรงจนปราณร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เขาไม่ได้สนใจเลือดที่ไหลนองเต็มกรอบหน้าของอีกคนแม้สักนิด“ไม่ว่ามึงจะทำไปเท่าไหร่ กูจะเอาคืนให้มากกว่านั้นอีก” น้ำเสียงเย็นยะเยือกของเขตถกรทำเอาปราณชาวาบไปทั้งตัว กิตติเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อจนคนที่นั่งอยู่ถูกลากไปกับพื้น เชือกสีดำในมือของกิตติธรมัดเป็นปากปราณเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ส่งเสียง“หึ ตอนมึงทำนิลิน นิลินก็คงดิ้นขอร้องมึงแบบน
เขตถกรทิ้งให้สองพ่อลูกยืนโกรธตัวสั่นอยู่ในสถานที่จัดงาน เงินหลายล้านที่เขาลุงทุนไปไม่ได้ทำเสียเปล่า ครั้งก่อนนิราเคยทำลายชีวิตนิลินด้วยข่าวปลอมในโลกออนไลน์ ครั้งนี้เขาก็จะทำเหมือนก่อน แตกต่างกันตรงที่ทุกสิ่งที่เขาเปิดเผยเป็นสิ่งที่นิราทำด้วยตนเองจริงกิตติธรกับนพดลกเาวขึ้นรถไปก่อน ส่วนเขาแค่กำลังจะก้าวขาก็ถูกนิรากระชากให้หันไปเต็มแรง เขาถอนหายใจแล้วมองคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์"ถ้าพี่ทำกับนิแบบนี้ นิจะฟ้องหย่าพี่ พี่มีนังนิลินเป็นชู้ ยังไงนิก็ชนะ แล้วสุดท้ายของทั้งหมดที่เป็นสินสมรสก็ต้องแบ่งครึ่ง""ถ้าเธอฟ้อง ฉันก็จะฟ้องว่าเธอมีคนอื่น แถมยังมีลูกกับมันอีก อ่อ แล้วก็ก่อนจะฟ้องคิดให้ดีก่อนนะ เธอกำลังจะไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว จะเอาเงินที่ไหนมาฟ้องฉัน" เขายื่นเอกสารอีกฉบับให้นิราดู มันเป็นเอกสารเกี่ยวกับการกู้ยืม และมีหลักฐานเป็นใบสลีปที่กิตติธรโอนเงินเข้าบัญชี"นี่พี่.... พี่คิดแผนมานานแล้วใช่ไหม!!""ความจริงฉันก็ไม่ได้จะเล่นแรงขนาดนี้หรอก แต่เพราะเธอยังคอยทำร้ายนิลิินอยู่เรื่อย ฉันก็เลยแค่อยากจะทำให้เธอรู้ว่าไม่ควรมาแตะคนของฉัน" เขาสะบัดนิราเต็มแรงจนนิราล้มลงที่พื้น แล้วก้าวขึ้นรถไป เขตถ
เขตถกรเดินออกมาที่หน้ากระจกแล้วดูความเรียบร้อยของตัวเอง สูทตัวหรูถูกเขากระชับเอาไว้แน่น ก่อนจะหันไปมองดูคนตัวเล็กที่ผลอยหลับอยู่บนเตียง เขาเผยรอยยิ้มเล็กน้อยตอนเห็นว่าเธอนอนคุดคู้อย่างน่ารัก คนตัวสูงเดินลงไปนั่งที่เตียงแผ่วเบาอย่างระวังไม่ให้รบกวนการนอนของเธอเขากระชับผ้าห่มให้คลุมกายเธออย่างมิดชิด กดปรับอุณหภูมิของเคริ่องปรับอากาศให้เป็นไปแบบที่เธอชอบ เขาลูบแก้มเนียนแล้วไม่ลืมที่จะก้มลงไปหอมเธอฟอดใหญ่ ขยับไล้ปลายจมูกมาหอมลงที่หน้าผากมลอยู่ครู่หนึ่ง“พักผ่อนนะ อีกแค่นิดเดียว ทุกอย่างก็จะจบแล้ว” เขาก้าวเดินออกไปหน้าประตูแล้วกดปิดไฟให้เหลือเพียงแสงสลัวหัวเตียงเพื่อให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนทันทีที่ได้ยินเสียงรถเคลื่อนตัวออกไปจากตระกูลพิพัตรตราสักพักใหญ่ ความเงียบก็ถูกปกคลุมรอบบริเวณ นิลินลืมตาตื่นขึ้นในทันที เธอก้าวเดินลงไปที่ชั้นล่างของตัวบ้านอย่างระวัง แม่กับพี่สาวของเขาบินไปที่มาเก๊าตั้งแต่เมื่อเช้า ตอนนี้ในบ้านมีเพียงแค่เธอกับคนของเขาเท่านั้นคนตัวเล็กค่อยๆ เดินหลบไปทางหลังบ้าน โชคดีที่ในบ้านเหลือคนไม่มากนัก เพราะเขาต้องพาคนไปจัดการเรื่องใหญ่ที่งานเลี้ยงเปิดตัวโปรเจคในคืนนี้ ขาเรียวก
กระเป๋าเงินถูกวางลงก่อนกิตติธรและนพดลจะเปิดให้สองพ่อลูกตระกูลภัครวัตรได้ดู แววตาเป็นประกายยามมองเห็นเงินนั้นทำให้เขตถกรแค่นยิ้มเหยียดหยามแต่เพียงชั่วครู่เขาก็ทำสีหน้าเป็นปกติเพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัยเขตถกรยื่นเอกสารสองฉบับให้กับสองพ่อลูกแล้วรอดูปฏิกิริยา ทันทีที่เห็นว่าทั้งสองคนกำลังพยายามอ่านรายละเอียดของเอกสารอย่างรอบคอบเกินไปเขาก็พยักหน้าส่งสัญญาณกับเพื่อนทันที กิตติธรดึงเอกสารสองฉบับคืนมาแล้วนั่งไขว้ห่างก่อนจะตีหน้าเรียบเฉย“อ่านนานขนาดนี้ ไม่ไว้ใจพวกผมหรอครับ?”“เอ่อ…ไม่ใช่นะคะพี่กิต พอดีนิกับคุณพ่อก็แค่อยากอ่านให้แน่ใจ”“พวกพี่ชวนคนร่วมทุนมาก็เยอะนะครับน้องนิริน ไม่เคยมีใครอ่านเอกสารนานเหมือนกับไม่ไว้ใจกันขนาดนี้มาก่อนเลย” นพดลพูดเสริมเข้าไปอีกจนนภัทรกับนิราแทบหน้าเสีย เขตถกรมองดูทั้งสองคนอย่างพิจารณาความคิด ก่อนจะทำทีจับไปที่ไหล่ของนพดลแล้วตบแผ่วเบา“พวกมึงก็ใจเย็นดิว่ะ เมียกูกับคุณพ่อก็แค่อยากอ่านเอกสารนิดหน่อย กูก็ลืมบอกไปว่ามึงไม่ชอบให้ใครทำเหมือนไม่ไว้ใจแบบนี้” นิรากับนภัทรรีบพยักหน้าตามที่เขตถกรพูดราวกับว่าเขาแก้ต่างได้อย่างถูกต้อง กิตติธรหยิบเอาเงินปึกใหญ่ออกมาวางตรงหน้า“
ไออุ่นจากแสงดาดสาดกระทบผิวกายเร้าให้เขตถกรลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน เขาหรี่ตาปรับการมองเห็นก่อนจะหันมองคนตัวเล็กที่นอนอยู่ในอ้อมกอดทั้งร่างกายเปลือยเปล่า ปลายจมูกโด่งกดลงบนกลุ่มผมนุ่มของคนหลับไหลอย่างรักใคร่ มือหนาลูบแก้มนิ่มแล้วขยับไปใกล้หูจนลมหายใจรกรินทำให้เธอเริ่มขยับตัว“ตื่นได้แล้วคนดี สายแล้วนะ ไปทานมื้อเช้ากันเถอะ”“อื้อ คุณเขต….หนูขอนอนอีกหน่อยนะคะ” เธอขยับมานอนทาบทับตรงอกเขา ใบหน้าหวานถูไปมาราวกับออดอ้อนของเวลานอนต่อเพิ่มขึ้นอีกหน่อย จนเขตถกรอดไม่ได้ที่จะยิ้มเอ็นดู“อ้อนแบบนี้ก็แย่สิ”“วันนี้ต้องไปหาพี่นิราอีกแล้วหรอคะ?”“ใช่ แต่ไปไม่นาน…แล้วจะรีบกลับมา เธอไม่ต้องกังวลนะ วันนั้นก็บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ” เขาย้ำคำแล้วหอมลงบนผมนุ่ม กลิ่นแชมพูกลิ่นโปรดของเขาที่ติดอยู่ที่ผมเธอมันทำให้เขาสูดดมความหอมนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าคนในอ้อมกอดเงยขึ้นมามองเขาก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่งทั้งกระชับผ้าห่มให้ปกคลุมร่างกายเอาไว้ เขตถกรยังคงไล้มือไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่า มองดูใบหน้าง้ำงอนั้นด้วยความเอ็นดูที่มีเต็มอก“งอแงอะไร หืม?”“หนูรู้ค่ะว่าคุณคงไม่ทำอะไรแบบนั้นกับพี่นิรา แต่พอได้ยินคุณพูดหวานๆ แบ







