Se connecter“ช่วงนี้เรียนหนักไหมดิน”
“ไม่เท่าไหร่ครับแม่ครู เดียวเดือนหน้าดินก็เตรียมตัวสอบต่อเฉพาะทางแล้วครับ ดินอาจจะไม่ได้มาหาแม่ครูกับน้องๆ บ่อยเหมือนเดิมแล้วนะครับ”
“ไม่เป็นไรลูก อาการของแม่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ว อีกอย่างก็มีน้องทรายกับน้องๆ ช่วยกันดูแลแม่อยู่ ดินไม่ต้องมาหาแม่บ่อยก็ได้ ดินเอาเวลาไปอ่านหนังสือเตรียมสอบนะ”
“ครับแม่ครู”
“เอ่อ เรื่องทำงานพิเศษ ถ้าดินต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือเพื่อสอบ แม่ว่าดินควรจะหยุดทำงานก่อนนะ ถ้าติดขัดอะไร ให้บอกแม่เข้าใจไหมลูก”
“ไม่เป็นไรครับ ดินว่าดินไหว อีกอย่างทำงานพาร์ทไทม์ ดินก็ไม่ได้ทำตลอดครับ ดินแบ่งเวลาได้ แม่ครูไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”
“จ๊ะ เอาที่ดินไหวนะ”
“อาทิตย์หน้าหมอนัดติดตามอาการ มะลิจะเป็นคนมารับแม่ครูกับน้องทรายไปหาหมอนะครับ”
“จ๊ะ อันที่จริงแม่ไปกับน้องทรายก็ได้ ดินกับมะลิทั้งเรียนทั้งทำงาน แม่ไม่อยากรบกวน”
“ไม่รบกวนเลยครับ งั้นเดียวดินไปก่อนนะครับ เดียวรถประจำทางจะหมดเสียก่อน”
“จ๊ะ ไปดีมาดีนะลูก”
“ครับแม่ครู”
ดิน หรือแดนดิน รีบเอ่ยลาแม่ครู ซึ่งเป็นแม่ที่ไม่ได้เป็นผู้ให้กำเนิดเขา แต่เป็นแม่ที่เลี้ยงดูเขามาจนเติบใหญ่
ใช่ เขาคือเด็กกำพร้า ที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งตั้งแต่แรกเกิด ชีวิตของเขาจึงต้องเติบใหญ่ภายใต้บ้านไออุ่นหลังนี้
เมื่อดินสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็จำเป็นต้องย้ายไปอยู่หอพักที่มันใกล้กับมหาวิทยาลัยเพื่อความสะดวกในการเดินทาง แต่ชายหนุ่มก็ยังคงเทียวไปเทียวมาระหว่างหอพักและบ้านไออุ่นอยู่เสมอ เพราะเป็นห่วงแม่ครูและน้องๆ ที่เกิดมาแล้วมีชะตาชีวิตเช่นเดียวกันกับเขา
ครืด ครืด
“ว่าไงมะลิ”
(ดินกลับจากบ้านไออุ่นหรือยัง)
“กำลังกลับ พอดีตอน 2 ทุ่ม ดินมีรับจ๊อบที่คลับนะ”
(อ่อ แล้วแม่ครูเป็นไงบ้าง)
“ดีขึ้นแล้ว ดินบอกแม่ครูไว้แล้วนะ ว่าหมอนัดครั้งหน้า มะลิจะเป็นคนมารับไปหาหมอ”
(อืมๆ งั้นดินรีบกลับเถอะ ไว้นัดเจอกัน)
“อืม”
เมื่อวางสายจากเพื่อนสาวคนสนิท ที่เติบโตมาจากบ้านไออุ่นด้วยกัน ดินก็รีบสาวเท้าตรงไปยังป้ายรถโดยสารประจำทาง เพื่อรีบกลับไปรับจ๊อบด่วน ที่รุ่นพี่ที่รู้จักติดต่อเอาไว้ให้
ถึงแม้ว่าดินจะเป็นนักศึกษาทุน แต่มันก็มีค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากทุนที่ได้รับมา ไม่ว่าจะเป็นค่าหอ ค่ากิน ค่าอยู่ ซึ่งเด็กกำพร้าแบบเขาก็จะต้องหางานพิเศษ หรืองานพาร์ทไทม์ ทำควบคู่ไปกับการเรียน เพื่อที่จะมีเงินมาจุนเจือในจุดนี้
ดังนั้นแล้วชีวิตของดิน จึงมีแต่คำว่าเรียน ทำงาน หาเงิน วนลูบกันอยู่แบบนี้มาเรื่อยๆ
“วันนี้มาเร็วนะ กินข้าวมาหรือยัง”
ปอร์เช่เอ่ยถามยังรุ่นน้องคนสนิท ที่วันนี้มันมารับจ๊อบด่วนแทนพนักงานประจำที่ขอลากิจกระทันหัน
“เรียบร้อยแล้วครับ”
“มันนี้อาจจะเหนื่อยหน่อยนะ เพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ลูกค้าจะเยอะกว่าวันธรรมดาเป็นเท่าตัว แต่ทิปและค่าแรงก็ไม่อั้นเหมือนกันนะ”
“ครับผม ขอบคุณนะครับพี่”
“อืม ไม่เป็นไร ถ้าติดขัดอะไรก็บอกพี่ได้ตลอดนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ครับ ขอบคุณนะครับ”
=====
“ดิน”
“ครับพี่”
“ผู้หญิงโต๊ะนั้นฝากนี้มาให้นะ”
นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชายหนุ่มพบเจอ เพราะตั้งแต่เขามารับ จ๊อบทำงานตามสถานบันเทิงต่างๆ ก็จะมีสาวน้อย สาวใหญ่ สาวสอง คอยฝากโพยข้อความแนบมากับทิปให้เขาอยู่ตลอด ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจหรือติดใจอะไรทั้งนั้น เพราะคิดว่ามันคืองาน ในเมื่อคนเหล่านั้นตั้งใจที่จะให้ เขาก็รับไว้ไม่เสียหาย
“เสน่ห์แรงจริงๆ เว้ยน้องกูเนี้ย”
แดนดินก็ยิ้มรับคำชมพร้อมกับรับโพยมาเปิดดูเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา ก่อนที่จะหันไปส่งยิ้มและก้มหัวเพื่อเป็นการขอบคุณหญิงสาวเหล่านั้นตามมารยาท
“งั้นเดียวเราไปเจอกันอีกทีในห้องประชุมนะ ท่านรองประธาน ลุงดีใจนะที่โรสเรียนจบกลับมา จะได้มาบริหารบริษัทไปด้วยกัน”“ขอบคุณค่ะ ลุงปราบ”เมื่อคนทั้งสามเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของโรส เลขาที่คุณหญิงราตรีจัดเตรียมไว้ให้คนเป็นลูก ก็ลุกขึ้นรีบทำความเคารพเจ้านายทันที“สวัสดีค่ะ ท่านประธาน คุณท่าน และท่านรอง ดิฉันชื่อเมลดา หรือเมย์ค่ะ”“เมลดาจะเป็นเลขาส่วนตัวของลูก อายุมากกว่าลูก 2 ปี แต่เธอทำงานเก่งมาก แม่รับรองเลย”“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ และก็ดีใจที่จะได้ร่วมงานกัน”“เช่นกันค่ะ เมย์จะตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ท่านประธานและท่านรองไว้วางใจเลยค่ะ”เมื่อถึงเวลานัดหมายของบอร์ดประชุม ผู้บริหารทุกฝ่าย ผู้จัดการทุกแผนกต่างก็มานั่งรอกันอย่างพร้อมเพียง เพราะวันนี้ทางบอร์ดบริหารแจ้งว่าจะเป็นการประชุมประจำเดือนและถือเป็นการแนะนำและทำความรู้จักกับท่านรองประธานบริษัทคนใหม่ไปในตัวด้วยทันทีที่โรสปรากฏตัวขึ้น ทุกคนที่อยู่ภายในห้องประชุมต่างก็ยิ้มต้อนรับด้วยความอบอุ่น พนักงานบางคนอาจจะคุ้นเคยกับหญิงสาวแล้ว แต่บางคนก็เคยเห็นโรสผ่านทางสื่อสังคมในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของเวลากาลกึก!!โรสกวาดสาย
“ได้ตัวลูกสาวฉันไปแล้ว ไม่ยอมพามาส่งที่บ้านเลยนะ”ทันทีที่โรสและแดนดินเดินทางกลับมายังคฤหาสน์เวลากาลในช่วงเย็นของอีกวัน ท่านนายพลประภาสที่กำลังจะรับประทานมื้อเย็นกับคุณหญิงราตรี ก็เอ่ยทักท้วงว่าที่ลูกเขยขึ้นมาทันที ที่เจอหน้ากัน“สวัสดีครับ คุณท่าน คุณหญิง”“จ๊ะ พากันมานั่งก่อนสิ แม่บ้านจะได้ตักข้าวให้ วันนี้แม่เข้าครัวเองเลยนะ มีแต่ของโปรดยัยโรสกับว่าที่ลูกเขย”“โอ้โห คุณหญิงราตรีถึงกับต้องเข้าครัวเองเลยเหรอค่ะ”“ไม่ได้สิ ถือว่าเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้านเราด้วย ใช่ไหมค่ะคุณพี่”คุณหญิงราตรีหันไปขอความคิดเห็นจากคนเป็นสามี ที่ตอนนี้เอาแต่นั่งกอดอก วางท่าใส่ว่าที่ลูกเขยอยู่นั้นแหละ“เฮ้อ ถึงเวลาแล้วสินะ”“ใช่ค่ะ มันถึงเวลาที่เราจะต้องปล่อยให้ลูกมีชีวิตของเขาเอง เด็กทั้งคู่ก็พยายามพิสูจน์ตัวเองให้พวกเราเห็นแล้ว ฉะนั้นควรปล่อยวางได้แล้วค่ะ”“ผมสัญญากับคุณท่านทั้งสองว่าผมจะรักและดูแลโรสให้ดีที่สุดครับ จะไม่ทำให้โอกาสที่ผมได้รับจากพวกท่านในครั้งนี้สูญเปล่าอย่างแน่นอน”“แม้ว่าผมอาจจะไม่สามารถดูแลโรสได้เท่ากับที่คุณท่านทั้งสองดูแล แต่ผมจะพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุด เท่าที่ชีวิตผมจะทำได้ค
เมื่อเห็นหน้าคนเป็นพ่อและแม่ เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเจ็บและขวัญเสียก็รีบโผลเข้ากอดพวกท่านทั้งน้ำตา“น้องเป็นอะไรครับ ร้องไห้ทำไมลูก บอกพ่อกับแม่หน่อยครับคนเก่ง”พันตำรวจเอกประภาส คุกเข่าลงกอดเอาบุตรสาวเข้ามาปลอบ ก่อนที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เจ็บ น้องเจ็บแขน ฮึกๆ ฮือๆ”“ไหนลูก พ่อขอดูหน่อยครับ”ทันทีที่เห็นแขนของบุตรสาวมีรอยถลอก แถมเหมือนมีรอยเลือดซิบ แต่ดูเหมือนว่ามันถูกเช็ดออกไปก่อนหน้านั้นแล้ว หัวใจของคนเป็นพ่อและแม่ถึงกับหล่นตุ้บด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก“ตายแล้วคุณพี่ ทำไมแขนลูกเป็นแผลแบบนั้น”ทั้งพันตำรวจเอกประภาส คุณราตรี รวมไปถึงพี่เลี้ยงและแม่ครูต่างก็กระวนกระวายกับบาดแผลของเด็กหญิงตัวน้อย ทุกคนต่างวิ่งกันฉุกระหุก เพื่อทำการปฐมพยาบาลบาดแผลเบื้องต้นให้กับเด็กหญิงตัวน้อย ก่อนที่คนเป็นพ่อและแม่จะพาเธอไปหาหมอที่โรงพยาบาล“แขนน้องไปโดนอะไรมาค่ะ บอกคุณแม่หน่อยเร็ว”คุณราตรีพยายามชวนลูกสาวพูดคุย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กน้อยในขณะที่พี่เลี้ยงและคุณพ่อของเธอกำลังทำแผลให้“กิ่งไม้ร่วง โดนแขนน้อง เจ็บ ฮึก ฮึกๆ”“โธ่เอ่ย คุณหนูของนม เพราะนมแท้ๆ เลย คุณหนูถึงได้เจ็บตัวแบบนี้ นมขอโท
ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน.....“คุณพ่อขา น้องอยากกลับ”เด็กหญิงวัย 6 ขวบครึ่งกำลังยืนกระทืบเท้าอยู่กับที่ เธอกระตุกแขนคนเป็นพ่อให้พาเธอกลับบ้านอยู่หลายครั้ง แต่ว่าคุณพ่อและคุณแม่ของเธอนั้นยังติดแจกจ่ายสิ่งของ เครื่องใช้ที่มันจำเป็นในการดำรงชีวิตให้กับเด็กน้อยกำพร้าแห่งบ้านไออุ่นอยู่“วันนี้น้องเป็นอะไรครับ ทำไมน้องงอแงจังหึ”พันตำรวจเอกประภาส เอ่ยถามบุตรสาวเพียงคนเดียวของพวกท่านด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน“น้องอยากกลับบ้าน”“อีกแปปเดียวก็จะเสร็จแล้วค่ะลูกสาว น้องรอคุณพ่อกับคุณแม่ก่อนได้ไหมเอ่ย”“น้องไม่อยากรอ” เด็กน้อยยังคงกอดอกหน้ามุ้ย ยืนยันว่าจะกลับบ้านอย่างเดียว“งั้นเอาอย่างนี้ค่ะ เดียวคุณแม่จะให้นมชื่นพาน้องออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้รอดีไหมเอ่ย ที่ตรงนั้นมีผีเสื้อเยอะมากเลยนะ น้องอยากไปไหม”เด็กน้อยแก้มยุ้ย ทำหน้าคุ้นคิดอยู่ซักพัก ก่อนที่จะยอมพยักหน้าให้นมชื่นพาไปเดินเล่นรอที่สวนดอกไม้“ก็ได้ค่ะ น้องจะไปกับนมชื่น”“เก่งมากค่ะ เด็กดีต้องไม่งอแงนะ”คุณราตรี ทายาทของนักธุรกิจใหญ่ หอมแก้มบุตรสาวเป็นรางวัล ก่อนที่จะเรียกให้นมชื่น พี่เลี้ยงของลูกสาวมาพาเธอออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้รอ“นมชื่น
“ดินก็เสียว รูของเธอดูดแน่นมาก เสียวจนจะอดทนไม่ไหวแล้ว อ๊ะ อ๊า”ตับ! ตับ! ตับ!ยิ่งเขาบอกว่าเสียวจนทนไม่ไหว เธอก็ยิ่งได้ใจ ยกขย่มใส่ท่อนเอ็นขนาดใหญ่จนน้ำในอ่างกระเพื่อมออกจนเกือบจะหมด“อ๊ะ อ๊า เสียวจัง ทั้งเสียวทั้งจุก อือ”“เมื่อกี้เธอบอกว่าจะถามอะไรดิน ขย่มจนลืมไปแล้วหรือไงหืม”“มะ ไม่ลืม แต่อยากเสร็จก่อน อ๊ะ”“งั้นขย่มลงมาเลยครับ ขย่มดุ้นผัวแรงๆ เลย อ๊า”ตับ! ตับ! ตับ!จ๊วบ จ๊วบยิ่งโรสขย่มใส่แรงเท่าไหร่ อกอวบทั้งสองข้างของเธอก็เด้งล่อตาล่อใจของเขาซะเหลือเกิน จนเขาแทบจะอดใจกัดมันไม่ไหวมือใหญ่ข้างซ้ายจับประคองเอวคอดกิ่ว ให้ขย่มขึ้นลงตามแรงอารมย์สวาทของเธอและเขา ส่วนมือข้างขวาก็ไม่น้อยหน้าเพราะมันกำลังทำหน้าที่บีบคั้นเต้าอวบใหญ่เพื่อบรรเทาความเสียวซ่านที่กำลังโจมตีอย่างหนักตับ! ตับ! ตับ!“ที่รัก จะเสร็จ อือ อ๊า”“อีกนิดครับ ดินก็จะไม่ไหวแล้ว ดินเสียวจนแทบจะตายอยู่แล้วเธอ อ๊ะ อ่า ซี๊ด อ๊า”“อือ อ่ะ อ๊า อ๊ะๆ”“ไม่ไหวแล้วๆ จะเสร็จแล้ว” โรสรวบรวมเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ขย่มใส่ท่อนลำอย่างถี่รัว จนในที่สุด“พร้อมกันครับเธอ”“อือ......ฉันรักนายนะ”ตับ! ตับ! ตับ!กรี๊ดด / อ๊า...ซี๊ดวินาท
“กี่โมงแล้ว”“ตีสองแล้วครับ”“อยากกลับบ้าน”“เธอครับ....” คนที่ตั้งใจว่าจะนอนกอดหญิงสาวให้หายคิดถึงเสียหน่อย ถึงกับหน้าเจื่อนขึ้นมาทันที“ฉันแค่อยากอาบน้ำ อยากล้างเครื่องสำอางออก มันไม่สบายตัว จะอาบที่นี้ก็ไม่สะดวก เพราะนายนั้นแหละ”“หึ ก็นึกว่าอะไร อาบที่นี้นะ ส่วนเสื้อผ้าของเธอก็มี ดินยังคงซักเก็บไว้รอเธอเสมอ ส่วนของใช้ส่วนตัวเธอ ดินก็ซื้อมาเตรียมไว้ให้หมดแล้ว”“วางแผนมาดีนะ”โรสเอ่ยเหน็บคนเจ้าเล่ห์ ที่ดูเหมือนว่าการมาห้องของเขาในครั้งนี้ถือว่าเขาเตรียมการไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว“ก็ไม่ขนาดนั้น ดินก็แค่อยากให้เธอสะดวกสบาย ให้เหมือนกับว่ามันเป็นบ้านอีกหลังของเธอไง”โรสมองหน้าของแฟนหนุ่มที่กำลังพยายามแก้ตัวด้วยรอยยิ้ม เธอมองดูรอบๆ ห้องอีกครั้งแล้วก็เริ่มเอะใจ ทำไมห้องของแดนดินมันถึงมีลักษณะคล้ายกับห้องเธอเลย“เอ๊ะ!! ทำไมห้องของนายมันเหมือนกับห้องของฉันเลยหล่ะ หรือว่า...”เพราะมัวแต่โมโหที่แดนดินไม่ยอมไปส่งเธอที่บ้าน เธอเลยไม่ได้สังเกตห้องของแดนดินเลยตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา จนเมื่อเริ่มได้สติ จึงเริ่มสังเกตข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องเขาอีกครั้ง เพราะเมื่อสี่ปีก่อนเขาไม่ได้อยู่คอนโดแบบนี้







