Share

บทที่ 8 ความจำเสื่อม

last update Tanggal publikasi: 2025-12-15 23:37:09

3 ชั่วโมงผ่านไป

บรืนน...เอี๊ยด...!

เสียงรถคันหรูได้เคลื่อนเข้ามาจอดภายในคฤหาสน์ของตระกูล

เพมเบอร์ตัน ซึ่งโจชัวได้ตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ต่างจังหวัด ที่ดินตรงนี้เป็นมรดกตกทอดมาหลายรุ่น มีพื้นที่มากกว่า 100 ไร่ โดยส่วนใหญ่ ครอบครัวของเขาจะมารวมตัวกันทีนี้ปีละครั้ง เพื่อใช้พื้นที่ล่าสัตว์ป่า ทว่าในครั้งนี้มันต่างกันออกไป เขาไม่ได้มาล่าสัตว์ แต่มาเพื่อแก้แค้น

คฤหาสน์ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงปกคลุมไปด้วยหมอกบาง ๆ ด้านซ้ายล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำขนาดใหญ่ ทางหลังบ้านปลูกดอกไม้เอาไว้ประมาณ 1 ไร่ เพราะโจลีนน้องสาวของเขานั้นชอบ

แม้ภายนอกจะดูหรูหรา ภายในคฤหาสน์นั้นยิ่งใหญ่ไม่แพ้ภายนอก โถงใหญ่มีเพดานสูงโอ่อ่าประดับด้วยโคมระย้า คริสตัลห้อยระยิบระยับ ผนังปูด้วยวอลเปเปอร์สีทองจาง ๆ พื้นที่ของคฤหาสน์นั้นดูกว้างขวางแต่กลับไม่มีใครอาศัยอยู่สักคน นอกจากคนสวนกับแม่บ้านประมาณ 10 กว่าคน แต่ทุกคนได้ไปอยู่เรือนคนใช้ซึ่งอยู่ห่างออกไปเกือบหนึ่งกิโลเมตร

“เชิญครับคุณโจชัว ภายในบ้านผมให้แม่บ้านทำความสะอาดและจัดห้องนอนไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ”

ชัชชัยพูดพลางวิ่งไปเปิดประตูอีกฝั่งให้เจ้านาย พร้อมกับเอ่ยถามอีกครั้งว่า

“แล้วเธอจะให้ไปอยู่ที่ไหนครับ อยู่ในคฤหาสน์หรือเปล่า”

“ดูว่าตายหรือยัง ถ้าตายก็ฝัง หากยังไม่ตายเอาไปไว้เรือนคนใช้ สถานะเท่ากับทุกคน ห้ามปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นเจ้านาย”

“ครับผม รับทราบครับ คุณโจชัวเข้าไปพักได้เลยครับ ที่เหลือเดี๋ยวผมจัดการเอง”

“อืม”

เสียงนิ่งเรียบของผู้เป็นเจ้านาย ทำให้เขารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ไม่รู้ว่าทำไมเจ้านายของตน ถึงได้จงเกลียดจงชังผู้หญิงคนนี้ได้ถึงขนาดนี้ ครั้นจะถามก็กลัวอารมณ์ที่ไม่ค่อยคงที่ของเจ้านาย ชัชชัยจึงทำได้เพียงทำตามคำสั่งอย่างเงียบ ๆ เพราะตนก็อยากทำงานต่อไป ไม่ได้อยากตกงาน

เมื่อคิดได้ดังนั้น ชายวัย 35 ปี ก็รีบไปเช็คดูเจ้าของใบหน้าสวย ว่ายังอยู่ดีหรือไม่ หากเธอมาเสียชีวิตในที่แบบนี้ แล้วเขานำร่างไปฝัง แบบนี้มันเท่ากับฆาตกรรม อำพรางศพ ติดคุกไปยาว ๆ

“หวังว่าจะปลอดภัยนะ แม่หนู”

ชายวัยกลางคนพูดพร้อมกับเปิดท้ายรถ มองดูร่างเล็กยังไม่ได้สติ เลือดที่ไหลจากบริเวณศีรษะ ตอนนี้หยุดไหลพร้อมกับแห้งกรัง

ไปแล้ว

มือหนาค่อย ๆ ยื่นมือไปอังที่จมูกของคนตัวเล็ก พบลมหายใจอุ่น ๆ ปะทะเข้าที่นิ้วหนา ทำให้เขาโล่งใจอีกครั้งที่เธอยังไม่ตาย จากนั้นเขาปิดประตูลงอีกครั้ง เพื่อพาตัวของดารินไปยังเรือนคนใช้ ซึ่งอยู่ไกลจากคฤหาสน์เกือบ 1 กิโลเมตร

ณ เรือนคนใช้ของตระกูลเพมเบอร์ตัน

เวลาประมาณ 4 ทุ่ม

“ป้า ๆ ออกมานี่หน่อย เร็ว ๆ”

เสียงของชัชชัยเรียกป้าสา หัวหน้าแม่บ้านมีอายุประมาฯ 55 ปี ทำงานเป็นแม่บ้านให้ตระกูลเพมเบอร์ตันมาเกือบ 30 ปี

“ป้า!!”

เสียงของคนขับรถตะโกนอีกครั้ง กลับมีเสียงบ่นอุบอิบดังออกมาจากบ้านไม้ขนาดกลาง

“อะไรของเอ็งวะ ไอ้ชัย ดึก ๆ ดื่น ๆ ป่านนี้มาตะโกนเรียกข้าทำไม”

ป้าสาบ่น พร้อมกับแสงไฟสีขาวสว่างวาบไปทั้งบ้าน ไม่ถึงนาทีป้าและแม่บ้านคนอื่น ๆ ต่างก็ออกมาพร้อม ๆ กัน

“ป้ามานี่หน่อย”

“พูดมาสิวะ มีอะไร”

ป้าสาขึ้นเสียงแข็ง เพราะชัชชัยมัวแต่อ้ำอึ้ง ไม่พูดเรื่องสำคัญเสียที

“มาดูนี่เร็ว”

“เออ ๆ อะไรของเอ็งจะพูดก็ไม่พูด”

หัวหน้าแม่บ้านพูดไปพลาง บ่นไปพลาง พร้อมกับแม่บ้านคนอื่น ๆ ต่างเดินไปดูด้วย จนกระทั่งสายตาทุกคู่ได้เห็นหญิงสาวหน้าตาดีนอนอยู่ท้ายรถ สภาพดูไม่สู้ดีนัก แถมยังมีเลือดแห้งกรังติดตามตัวอีก ทำให้ทุกคนต่างตกใจ ถอยกันไปอยุ่ทางด้านหลังอย่างอัตโนมัติ

“ตาย ๆ ตายหรือยังวะไอ้ชัย ผู้หญิงคนนี้ใครเอ็งเอามาทำไมวะ ทำไมเอ็งไม่พาไปโรงพยาบาล พามาที่นี่ทำไม”

“นั่นสิ พี่ชัย ใครกัน แล้วทำไมสภาพเป็นแบบนี้”

นวลหลานของป้าสาอายุประมาณ 26 ปี ถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ กลัวว่าผู้หญิงหน้าซีดคนนั้นจะตายแล้ว

“เธอยังไม่ตายจ้ะ เป็นมายังไง ป้าลองไปถามคุณโจชัวดู

สิจ้ะ จะได้รู้”

“โห แล้วใครจะกล้าถามอ่ะ พี่ชัย”

นวลตอบแทนป้าสา

“เออป้า แล้วเธอเป็นอะไรไหมเนี่ย เป็นอะไรมากไหม อาการหนักหรือเปล่า”

“เท่าที่ดู แข้งขาไม่หัก แต่หัวแตก ไม่รู้ว่าสมองจะบวมไหม ต้องดูอาการไปก่อน ตรงแขนมีรอยถลอกเล็กน้อย แผลไม่ลึก ไป ๆ เอ็งพาแม่หนูนี่เข้าบ้าน เดี๋ยวข้าจะทำแผลให้”

ป้าสาพูด พร้อมกับประเมินอาการภายนอกของดาริน อดีตของป้าสาเคยเป้นผู้ช่วยพยาบาลเก่า พอจะดูออกบ้าง

“รบกวนหน่อยนะป้า”

“เออ ๆ รีบ ๆ เข้า ข้าจะได้นอน พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”

“ได้ครับ”

ชัชชัยพยักหน้ารีบอุ้มคนตัวเล็กเข้าไปยังเรือนคนใช้ เขาช่วยได้เพียงเท่านี้ ที่เหลือก็แล้วแต่เวรแต่กรรม แล้วแต่เจ้านายของเขาก็แล้วกัน

3 วันผ่านไป

ภายในห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีขนาดสี่คูณสี่ตารางวา มีหญิงสาว

คนหนึ่งนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง เมื่อ 3 วันที่แล้วเธอมีใบหน้าสีขาวซีดราวกับกระดาษ ทว่าตอนนี้สีหน้ากลับดูมีชีวิตชีวาอย่างเห็นได้ชัด

ฟู่ว~

เสียงลมพัดเข้ามาจากทางหน้าต่าง ผ้าม่านสีขาวบาง ๆ พริ้วไหวไปตามแรงลม ลมพัดเข้ามาเอื่อย ๆ ปะทะกับใบหน้าเนียน ทำให้เธอเริ่มรู้สึกตัว

เจ้าของใบหน้าสวยค่อย ๆ ลืมตา จากนั้นกะพริบตาถี่ ๆ อยู่หลายครั้งเพื่อปรับการมองเห็น ทว่าอาการเจ็บแปล๊บที่บริเวณศีรษะได้แล่นเข้ามา ทำเอาเธอร้องเสียงหลง

“โอ้ย!!”

มือเรียวบางรีบยกมากุมขมับโดยอัตโนมัติ

“อะไรนังหนู!!”

เสียงป้าสาที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัว รีบวิ่งขึ้นมาบนบ้านชั้นที่ 2 เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กส่งเสียงร้องเสียงหลง

“คุณเป็นใครคะ?”

เรียวปากสีหวานเอ่ยถามโดยที่มือทั้งสองข้างยังกุมขมับอยู่

“อ๋อ ฉันเป็นแม่บ้านที่นี่จ้ะ เป็นคนดูแลที่นี่ แล้วก็ดูแล

หนูด้วย”

หัวหน้าแม่บ้านอธิบายอย่างใจเย็น

“แล้วหนูเป็นอะไรงั้นเหรอคะ ทำไมป้าต้องมาดูแล”

ดารินเอียงคอถาม ทำไมเธอจำอะไรไม่ได้เลย ทำไมเรื่องราวในสมองมันว่างเปล่า แม้กระทั่งชื่อตัวเองก็ยังจำไม่ได้ เธอก้มหน้าต่ำลง ถามตัวเองซ้ำ ๆ อย่างสับสน

“หนูประสบอุบัติเหตุจ้ะ นอนไป 3 วันเต็ม ๆ แล้วชื่ออะไรจ้ะนังหนูป้าจะได้เรียกถูก”

“หนูชื่อ ชื่ออะไร จำไม่ได้เลยค่ะ”

“ว่ายังไงนะ นังหนูนี่เอ็งจำอะไรไม่ได้เลยหรือ”

ป้าสาทวนถามอีกครั้ง ส่วนดารินได้แต่ส่ายหัวเบา ๆ

ในขณะเดียวกันนวล หลานสาวป้าสาได้ขึ้นมาได้ยินเรื่องราวพอดี จึงกระซิบกระซาบถามป้าว่า

“นี่เธอความจำเสื่อมเหรอป้า”

“ดูท่าทางจะเป็นอย่างนั้น”

“แล้วจะทำยังไงกันดีอ่ะป้า จะไปส่งที่บ้านเธอยังไง”

“เอ็งคิดว่าคุณโจชัวพาผู้หญิงคนนี้มาที่นี่ เพื่อพากลับบ้านหรือนางนวล”

ป้าสาย้อนถาม เพราะพอจะเดาเหตุการณ์ต่าง ๆ ออก

“ก็จริง ถ้าจะพากลับบ้านคงพาไปโรงพยาบาลตั้งแต่แรก ใช่ไหมป้า”

“ก็เออสิวะ เอ็งก็ฉลาดนี่ ถ้าอย่างนั้นเอ็งต้องรู้ว่าจะทำอะไรต่อไป”

“บอกพี่ชัยให้ไปแจ้งกับคุณโจชัวใช่ไหมป้า”

“เออสิวะ จะชักช้าอยู่ทำไม”

“โอเค ๆ งั้นเดี๋ยวฉันมานะ”

ดารินได้แต่มองป้าสาและหลานสาวยืนคุยกัน แต่ฟังไม่ได้ศัพท์ ท่าทางดูร้อนรนแปลก ๆ แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เพราะอาการปวดหัวได้แทรกเข้ามาเป็นพัก ๆ มันทำให้เธอต้องเอนตัวลงบนเตียง จากนั้นหลับตาลงเพื่อพักผ่อนอีกครั้งหนึ่ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บ่วงแค้นพันธนาการรัก   บทที่ 41 อย่าจากไปไหนอีกเลยนะ

    “เด็กผู้หญิงคนนั้น... คือคุณครับ”ดารินนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น จากนั้นเธอก็เงียบไป รู้สึกเหมือนความทรงจำเก่า ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ในมุมหนึ่งของใจได้กลับมาโผล่ขึ้นมาอย่างช้า ๆ"ไม่... ไม่ใช่..." เสียงหวานพึมพำออกมาเบา ๆ แม้ว่าจะยังไม่แน่ใจ แต่บางสิ่งในตัวเธอก็เริ่มรู้สึกถึงความเชื่อมโยงนั้นโจชัวมองเธออย่างเข้าใจ เขารู้ดีว่ามันคงยากที่จะเชื่อในสิ่งที่เขากำลังพูด เพราะมันคือความทรงจำที่ผ่านมานานหลายปี แต่เขาก็ยังคงยืนยันในสิ่งที่เขารู้“คุณช่วยผมไว้... ตอนที่ผมเกือบจะถูกยิงในคืนนั้น" ชายหนุ่มพูดช้า ๆ พร้อมทั้งทบทวนเหตุการณ์ในอดีตที่คงเคยทิ้งรอยแผลไว้ในหัวใจของเขา "คุณไม่แค่ช่วยชีวิตผมจากการโดนยิง แต่คุณยังพาผมไปที่ปลอดภัยด้วย... ตอนนั้น... ผมไม่รู้หรอกว่าใคร คุณแค่เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่โผล่มาช่วยผม และ... ช่วยให้ผมรอดชีวิต"ดารินรู้สึกเหมือนใจหวิว ๆ เพราะเธอเองก็นึกภาพเหตุการณ์นั้นออก เธอเคยช่วยเด็กผู้ชายคนหนึ่งเอาไว้ตอนที่เขาถูกลอบทำร้าย แต่เธอกลับไม่ได้รู้จักเขาเลย..."คุณยังจำได้ไหม..."โจชัวถามอย่างระมัดระวัง ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ดาริน ไม

  • บ่วงแค้นพันธนาการรัก   บทที่ 40 อธิบายและขอโทษ

    โจชัวมองดารินอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อเธอพยักหน้าตอบรับ และเดินไปนั่งที่โต๊ะกลางบ้าน คนตัวสูงรู้สึกเหมือนน้ำหนักในอกที่เขารู้สึกมาตลอดหลายเดือนมันเริ่มเบาบางลง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้ดีว่าเส้นทางที่จะทำให้ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิมนั้นมันไม่ง่ายเลยดารินนั่งลงเงียบ ๆ โดยที่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปาก เธอมองหน้าเขา รู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะได้พูดคุยกันอย่างจริงจัง ทั้งสองคนยังคงค้างคาในเรื่องราวต่าง ๆ ที่ไม่ได้พูดออกมา ความรู้สึกที่ยิ่งบีบคั้นหัวใจ และคำถามมากมายที่ยังไม่มีคำตอบโจชัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปที่โต๊ะกลางบ้านและยืนตรงหน้าเธอ ความคิดมากมายหมุนวนในหัว เขาต้องการพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง"ดาริน..." เสียงเขานุ่มต่ำ ลึกลงไปถึงใจของเธอ "ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอ"ดารินเงยหน้าขึ้นมองเขา ในแววตาของเธอมีความลังเลอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะรับฟัง เขาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกแปลกแยกหรือไม่ต้องการเธอ แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นมันยากที่จะลืมเลือนเธอคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพูดเบา ๆ "คุณโจชัว... ถ้าพูดถึงเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมา ฉันรู้ว่าคุณก็มีเหตุผลที่ทำแบบนั้น แต่ไม่ว่าจ

  • บ่วงแค้นพันธนาการรัก   บทที่ 39 ตามหาจนเจอ

    สามวันผ่านไป โจชัวยังคงจมอยู่กับงานในห้องทำงาน พยายามใช้หน้าที่เป็นข้ออ้างให้ตัวเองไม่คิดฟุ้งซ่าน แต่ความคิดถึงดารินยังคงวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา ระหว่างนั้น หมิง เลขาคนสนิท เดินเข้ามาพร้อมรายงานที่ทำให้โจชัวชะงัก“เจอตัวคุณดารินแล้วครับ” หมิงรายงานพร้อมกับยื่นข้อมูลในมือต่อให้ “วันนี้เธอไปโผล่ที่อำเภอเล็ก ๆ แห่งหนึ่งครับ เห็นเข้าโรงพยาบาล จากนั้นแวะร้านสะดวกซื้อ…มีผู้ชายคนหนึ่งเดินไปด้วยกัน เหมือนจะสนิทกันมากเลยครับ”โจชัวเงยหน้าขึ้น แววตาหงุดหงิดวูบหนึ่ง แต่เขากลับนิ่งกว่าเดิม นิสัยใจร้อนของเขาเหมือนจะถูกแทนที่ด้วยความสงบและความคิดไตร่ตรองมากขึ้น โจชัวสูดลมหายใจลึก พยายามสงบใจ ไม่ตัดสินว่าชายคนนั้นอาจเป็น “ผู้ชายคนใหม่” ของดารินเช่นที่เขาเคยเข้าใจและหึงหวงอย่างไร้เหตุผล“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?” โจชัวถามน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ในแววตายังมีประกายบางอย่างที่แสดงความสงสัย“น่าจะเป็นคนรู้จักของคุณดารินที่หมู่บ้านเดียวกันครับ” หมิงตอบพลางมองใบหน้าเจ้านาย เห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของโจชัวที่กลับมาชัดเจนอีกครั้งคนตัวสูงพยักหน้า ใจของเขาเต้นรัวแต่ก็ค่อย ๆ ยับยั้งความรู้สึกให้สงบ เขาตั

  • บ่วงแค้นพันธนาการรัก   บทที่ 38 ตั้งครรภ์

    เช้าวันต่อมา แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องเข้ามาในบ้าน ยายสาเตรียมอาหารเช้าให้ดารินด้วยความตั้งใจ ทั้งข้าวต้มหมูร้อน ๆ และผักสดจากสวนที่เธอเก็บมาเอง จัดใส่จานเรียงสวยงามบนโต๊ะ ไม่นานนัก ขุนก็ยกถาดอาหารเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง"ดาริน ตื่นแล้วเหรอครับ ยายเตรียมของโปรดไว้ให้ทั้งนั้นเลยนะ" ขุนพูดอย่างภูมิใจดารินยิ้มขอบคุณ พลางสูดกลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมา แต่แล้วใบหน้าเธอก็ซีดลง อาการคลื่นไส้เดิมกลับมาอีกครั้ง หัวใจเธอเต้นรัว รู้สึกเหมือนทุกกลิ่นและรสทำให้เธออยากเบือนหน้าหนี“ยาย…ดารินขอโทษนะจ๊ะ แต่ดูเหมือนจะทานไม่ลงจริง ๆ" เรียวปากสีหวานเอ่ยอย่างอาย ๆ พร้อมทั้งพยายามกลั้นความรู้สึกไม่สบายในท้องยายสามองอาการของดารินอย่างสังเกต สายตาเธอเต็มไปด้วยความเป็นห่วง "อาการมันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ หรือว่าลูกจะไม่สบาย ไปหาหมอเถอะนะลูก ยายว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้ว"ดารินลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างจำใจ "ก็ได้จ้ะยาย…ดารินเองก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน"ยายสามองขุนแล้วยิ้มบาง ๆ "งั้นขุน เอ็งพาดารินไปโรงพยาบาลในตัวอำเภอหน่อยนะ ไปเถอะลูก อย่าปล่อยให้อาการเป็นแบบนี้"ขุนร

  • บ่วงแค้นพันธนาการรัก   บทที่ 37 กลับไปอยู่ต่างจังหวัด

    วันรุ่งขึ้น บรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยความเงียบงัน แม่ของดารินมองดูลูกสาวเก็บกระเป๋าด้วยสีหน้าเป็นกังวล ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักมองลูกสาวด้วยความไม่สบายใจ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงแผ่ว“คิดดีแล้วหรือที่จะไปอยู่ต่างจังหวัด?” คุณหญิงลดาถาม ดวงตาคู่นั้นจับจ้องใบหน้าของดาริน เธอรู้ดีว่าลูกสาวกำลังหนีจากบางสิ่งมือเรียวหยุดการเก็บของ มองดูผู้เป็นแม่และยิ้มบาง ๆ “คิดดีแล้วค่ะ...ดารินไม่เหมาะกับที่นี่” เธอเอ่ยอย่างหนักแน่น แม้ว่าในใจลึก ๆ จะยังมีบางอย่างที่ค้างคา แต่การอยู่ที่นี่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกกดทับไว้ด้วยความทรงจำที่ทำให้หัวใจเจ็บปวดคุณหญิงลดาถอนหายใจยาว เดินเข้าไปใกล้ลูกสาว ยกมือขึ้นลูบไหล่ดารินเบา ๆ ด้วยสายตาอ่อนโยน “งั้นอย่าลืมกลับมาหาแม่บ่อย ๆ นะ”เจ้าของใบหน้าสวยพยักหน้ารับคำสัญญา แววตาอ่อนโยนของผู้เป็นแม่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น เธอรู้ว่าแม่เป็นห่วง แต่เธอก็จำเป็นต้องออกไปเผชิญชีวิตด้วยตัวเองเพื่อค้นหาความสงบและเริ่มต้นใหม่คุณหญิงลดายิ้มทั้งน้ำตา ก่อนจะยื่นมือไปโอบกอดลูกสาวแน่น ในอ้อมกอดนั้นเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย “ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูก แม่คงจะคิดถึงดารินมากแน่เลย

  • บ่วงแค้นพันธนาการรัก   บทที่ 36 ที่มาของกำไลข้อมือจากสมุดบันทึกของโจลีน

    โจชัวกลับมายังคฤหาสน์เพมเบอร์ตันในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด อากาศเย็นชื้นซึมเข้ากระดูก แม้จะเป็นที่ที่เขาคุ้นเคย แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความอึดอัดใจชายหนุ่มใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะมาถึง ร่างกายของเขาอ่อนล้าจนเมื่อถึงห้องนอนของโจลีน ก็ก้าวไม่ถึงเตียงดี เขาทิ้งตัวลงกับที่นอนนุ่ม เหลือเพียงแสงอ่อนจากโคมไฟริมเตียงที่ส่องให้เห็นใบหน้าที่ขมวดเข้าหากันอย่างสับสน มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาก่ายหน้าผาก ราวกับหวังจะให้ความกดดันที่รุมเร้าจากภายในหายไปนี่เขาแก้แค้นผิดคนอย่างนั้นหรือ? ภาพเหตุการณ์ซ้อนทับเข้ามาเป็นลำดับ ความโกรธแค้นที่เขาแบกไว้บนไหล่เพื่อเธอคนนั้นมันเป็นความผิดพลาดหรือเปล่า? ความรู้สึกผิดที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเกาะกุมเข้ามาในจิตใจ โจชัวหลับตาลง แต่เสียงหัวใจกลับเต้นรัว เขารู้สึกถึงความผิดที่ตัวเองก่อขึ้นโดยไม่ตั้งใจ เสียงสะท้อนในใจดังขึ้นว่าตนได้ทำผิดมหันต์"นี่ฉันทำผิดต่อเธอมากใช่ไหม...ดาริน" เขาพึมพำออกมาอย่างอ่อนล้า ความรู้สึกผิดทับถมจนไม่สามารถตัดใจได้ดวงตาของเขาพลันเห็นภาพของดารินในงานล่าสัตว์ครั้งก่อน ความเย็นชาและความไม่ใส่ใจที่เขาเคยแสดงออกมาในตอนนั้นดูเป็นการทำร้ายเธอไปโดยไม

  • บ่วงแค้นพันธนาการรัก   บทที่ 9 เข้าสู่คฤหาสน์เพมเบอร์ตัน

    ณ สวนหลังบ้านคฤหาสน์เพมเบอร์ตันดอกทิวลิปหลากสีบานสะพรั่งท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ ของยามเช้า สวนทิวลิปทอดยาวไปจนสุดสายตาในพื้นที่จำนวน 1 ไร่ของบริเวณหลังบ้าน ดอกสีแดงสดของดอกทิวลิปตัดกับสีเหลืองสดใสขาวบริสุทธิ์ และชมพูอ่อน ทั้งหมดเรียงรายกันเป็นแถว กลิ่นหอมของดอกไม้ถูกลมพัดเบา ๆ นำพาความสดชื่นไปทั่วบร

  • บ่วงแค้นพันธนาการรัก   บทที่ 7 จุดเริ่มต้นของการแก้แค้น

    1 เดือนผ่านไปตึก ตึก !เสียงเท้าเล็กที่ใส่รองเท้าส้นสูงสีแดงสูงขนาด 3 นิ้ว ก้าวเดินมาเป็นจังหวะเนิบตามเดินตามข้างถนน วันนี้เป็นวันที่เธอเหนื่อยมาก เนื่องจากการประชุมที่บริษัท เธอทำออกมาด้ไม่ดีพอ แถมยังต้องโดนผู้เป็นมารดาต่อว่ากลับมาอีก ดารินใช้ชีวิตเป็นไอด้ามาได้ 1 เดือนเต็ม ไม่เคยมีวันไหนที่เ

  • บ่วงแค้นพันธนาการรัก   บทที่ 6 มีชีวิตใหม่ในคราบของคนอื่น

    ในห้องรับแขกของตระกูลไพศาลสกุลรัตน์ หลังจากที่คุณหญิงและไอรินออกไปแล้ว ดารินนั่งเงียบก้มหน้า ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นและถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้เธอจะไม่เข้าใจว่าทำไมตั้งแต่วันแรกผู้เป็นแม่จึงดูเย็นชาและห่างเหินกับเธอเช่นนี้ ท่าทีของมารดาเหมือนละครหลังข่าวที่แม่เลี้ยงมักตั้งแง่ใส่ลูกเลี้ยง“คุณดาริน

  • บ่วงแค้นพันธนาการรัก   บทที่ 5 ปฏิบัติการแปลงโฉมดารินให้กลายเป็นสาวมั่น

    กริ้ง!เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้งที่ประตูบ้านหรูหราสไตล์คลาสสิก หน้าบ้านมีเหล่าสาวประเภทสองที่รูปร่างกำยำแต่ใจเป็นหญิงสองคน และลูกน้องสาวอีกหกคนยืนเรียงกันเป็นแถว สีหน้าบ่งบอกถึงความตื่นเต้นและสงสัยในงานที่ได้รับ“เจ้ เรามาแต่งให้ใครกันเนี่ย ขนกันมาเยอะขนาดนี้ จ้างแต่งหน้ากี่คนกันนะ” เจน ลูกน้อง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status