Masuk(◉ω◉) คุณแสนผาเขารอรับน้องแล้ววว โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยเด้อ กดใจ กดติดตาม คอมเม้นเม้าท์มอยกันได้นะคะ (^u^)
Chapter8บททดสอบเหล็กกล้าไอแดดยามสายบนดอยภูคำไม่ได้มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย มันคือความร้อนแล้งที่สาดลงกระทบรอบลานย่อยหิน จนละอองฝุ่นสีเทาฟุ้งกระจายไปทั่ว ไอความร้อนลอยตัวเหนือแผ่นเหล็กและเครื่องจักรกลจนมองเห็นภาพเบื้องหน้าแบบพร่ามัว เสียงเครื่องย่อยหินดัง ตึง ตึง ตึง สอดประสานกับเสียงคำรามของรถตักดินที่เร่งเครื่องจนควันดำพุ่งโขมงออกปลายท่อ กลิ่นน้ำมันดีเซลเผาไหม้ร้อนฉ่าผสมผสานกับกลิ่นฝุ่นหินแสนสากคอ ที่พุ่งปะทะทุกประสาทสัมผัสของผู้คนที่เฉียดกรายเข้ามาในบริเวณ วันวิวาห์ยืนอยู่ข้างคลังน้ำมันสำรองกลางแจ้ง แดดเผากรอบหน้าเนียนจนขึ้นสีแดงระเรื่อ เสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวเมื่อวานบัดนี้มีรอยคราบฝุ่นน้ำมันและโคลนแห้งเป็นดวงๆ แขนเสื้อทั้งสองข้างถูกถกขึ้นเลยข้อศอก เผยท่อนแขนขาวผ่องที่เริ่มแดงกลมกลืนไปกับไอแดด ในมือเรียวถือกระดานชนวนพร้อมชีตเอกสารคลังน้ำมันย้อนหลังสามปีที่บัดนี้ขอบกระดาษเริ่มงอโค้งเพราะความชื้นและฝุ่นจับนิ้วมือเรียวที่เริ่มมีรอยถลอกตรงข้อนิ้วชี้ขยับกวาดตัวเลขบนแผ่นกระดาษ จังหวะการหายใจของเธอเริ่มติดขัดและสั้นกระชั้น ลมหายใจเข้าออกแผ่วเบาจนทรวงอกอิ่มยกขึ้นลงรวดเร็ว หยาดเหงื่อเม็ดใสไหลหย
Chapter7คำท้าทายกลางพายุเสียงหยดน้ำดังติ๋ง ติ๋ง ตกลงกระทบกับกะละมังพลาสติกใบเก่าดังเป็นจังหวะเชื่องช้า สอดประสานกับเสียงซ่าของสายฝนพรำที่เริ่มตกกระหน่ำลงมาจากฟ้ามืดมิด ท้ายสวนยางพารายามค่ำคืนเงียบสงบจนได้ยินเสียงใบไม้เปียกปอนที่ลู่ไปตามลมหนาว กลิ่นไอชื้นของโคลนตมและกลิ่นกำมะถันเจือจางจากเหมืองหินลอยละล่องเข้ามาทางรอยแยกของผนังไม้เก่าภายในบ้านพักท้ายสวนยาง แสงไฟนีออนส่องสว่างแบบขมุกขมัว สะท้อนภาพของวันวิวาห์ที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำตัวหลวมและกางเกงวอร์มขายาว ร่างระหงกำลังก้มๆ เงยๆ ใช้ผ้าคอตตอนเนื้อหนาเช็ดคราบฝุ่นบนโต๊ะทำงานไม้ท่อนใหญ่อย่างตั้งอกตั้งใจ ไหล่บางที่เคยเหยียดตรงบัดนี้มีร่องรอยความล้าขึงตึง นิ้วมือเรียวเกร็งจนข้อขึ้นสีขาวทุกครั้งที่บิดผ้าชุบน้ำหยาดเหงื่อเม็ดเล็กซึมตามไรผม ปะปนกับความเย็นยะเยือกของอากาศบนดอยสูง เธอหยุดมือชะงักจังหวะการหายใจไปครึ่งวิ ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวออกจากเรียวปากที่ปราศจากลิปสติกสีสด เผยริมฝีปากธรรมชาติที่แห้งผากเล็กน้อยตึง! ตึง!เสียงก้าวเท้าหนาหนักลุยโคลนดังขึ้นจากทางเดินหน้าบ้าน ไม่ใช่จังหวะสั้นกระชับของพี่ชัย และไม่ใช่เสียงก้าวเท้ากะเผลกของลุงอิ
Chapter 6 ปลายทางของถนนลูกรัง เสียงเครื่องยนต์กระบะเก่า ๆ ร้องครางหึ่ม ๆ ดังสนั่นไปทั่วหุบเขา ล้อรถหมุนตะกุยโคลนแดงหนาเหนียวสลับกับกรวดหินบนถนนลูกรังที่ทั้งคดเคี้ยว และชันไต่ระดับขึ้นสู่ดอยสูง ทุกครั้งที่ตัวรถเหวี่ยงตัวตามโค้งหักศอก หัวของวันวิวาห์จะกระแทกกับกระจกประตูรถเบา ๆ จนขมวดคิ้วแน่นด้วยความวิเวียนศีรษะ ความเย็นฉ่ำจากแอร์คอนดิชันเนอร์ในเมืองกรุงแปรเปลี่ยนเป็นความอุดอู้และกลิ่นน้ำมันดีเซลเผาไหม้ไม่หมด ปะปนกับกลิ่นละอองชื้นของป่าดิบชื้นด้านนอก “อดทนหน่อยนะคุณผู้หญิง ทางเข้าเหมืองภูคำมันก็แบบนี้แหละ” ลุงอินคนขับรถประจำเหมืองวัยห้าสิบกว่าปีตะโกนบอกแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ มือหยาบกร้านเกร็งจับพวงมาลัยแน่นเพื่อประคองรถ อย่างคล่องแคล่ว “เมื่อคืนฝนตกลงมาหนัก ดินสไลด์ลงมาปิดทางเป็นช่วง ๆ ดีนะที่พ่อเลี้ยงสั่งให้เอาโฟร์วิลลงไปรับที่ตัวอำเภอ ไม่งั้นรถเก๋งของคุณคงได้จอดนิ่งเป็นตอไม้ตั้งแต่เชิงดอยแล้ว” วันวิวาห์ใช้หลังมือซับเหงื่อซึมตามไรผม เธออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นหลวม ๆ กางเกงยีนส์เนื้อดีทรงกระชับ และรองเท้าผ้าใบสีขาวที่บัดนี้เปรอะรอยโคลนแดงไปเกือบครึ่ง นัยน์ตาค
Chapter5เหมืองภูคำ 2ไอหมอกหนาจืดชืดลอยเรี่ยพื้นดินแดงที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนเมื่อคืนวาน กลิ่นไอน้ำชื้นปะปนกับกลิ่นคราบน้ำมันเครื่องดิบ ๆ จากรถบรรทุกสิบล้อที่จอดเรียงรายอยู่ข้างลานย่อยหิน เสียงนกขุนทองร้องก้องพงไพรข้ามทิวเขาอันไกลโพ้น สลับกับเสียงกระแทกของเหล็กแปรและท่อนไม้ยูคาลิปตัสที่คนงานกำลังยกขึ้นค่ายกั้น จังหวะรองเท้าบูตหนังขอบสูงกระทบพื้นดินโคลนดังฉึก ๆ เป็นจังหวะหนักแน่นและสม่ำเสมอ พ่อเลี้ยงแสนผาเดินลุยหมอกยามเช้าเข้ามาในพื้นที่ส่วนในของเหมือง เสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีเข้มตัวเก่าที่ปลดกระดุมสองเม็ดบนเผยให้เห็นแผงอกคร้ามแดด ที่มีรอยขีดข่วนบาง ๆ แขนเสื้อถกขึ้นรั้งไว้เหนือข้อศอก ในมือถือถ้วยสังกะสีบรรจุกาแฟดำต้มเอง กลิ่นขมปร่าและไอร้อนลอยพุ่งปะทะลมหนาวบนดอยเขายกแก้วขึ้นจิบ จังหวะการกลืนน้ำขมลงคอดังอึก ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบมองไปยังแคมป์คนงาน“ไอ้ชัย! กูบอกกี่รอบแล้วว่าหมวกนิรภัยสายล็อกมันหลวม มึงปล่อยให้ไอ้พวกเด็กใหม่สวมหมวกหลวม ๆ เดินลอดใต้สายพานลำเลียงได้ยังไง!” น้ำเสียงทุ้มห้าว แผดดังสนั่นกวาดผ่านความเงียบของสายหมอก มันไม่ใช่คำดุด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แต่เป็นเสียงของคนที่เหยียบย่ำบนความ
Chapter4เหมืองภูคำ 1เสียงกระแทกของเครื่องย่อยหินขนาดใหญ่ดังสนั่นก้องไปทั่วหุบเขา ตึง! ตึง! ตึง! แรงสั่นสะเทือนแล่นผ่านพื้นดินหนาทึบจนถึงฝ่าเท้า ไอความร้อนจากเครื่องยนต์ดีเซลมหาศาลพวยพุ่งออกมาปะปนกับกลิ่นละอองฝุ่นหินสีเทาและกลิ่นน้ำมันดิบฉุนกึก แดดยามบ่ายสามโมงส่องแสงแผดเผาลงมาบนยอดดอยสูง ละอองฝุ่นละอองเล็ก ๆ ลอยคว้างในอากาศจนมองเห็นเป็นลำแสงมัวซัว ที่นี่คือ เหมืองภูคำ ดินแดนที่ความเจริญของเมืองกรุงไม่เคยย่างกรายเข้ามาถึง ที่นี่ตัดขาดจากความสะดวกสบาย เหลือเพียงทิวเขาอันไกลโพ้น สายลมแห้งแล้ง และเสียงตะโกนโหวกเวกโวยวายของเหล่าชายฉกรรจ์ร่างกำยำล่ำสันนับร้อยกว่าชีวิตชายคนหนึ่งยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนขอบผาหินที่สูงที่สุด แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อเชิ้ตลายสก็อตเนื้อหนาปานกลางที่ถูกถกแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนที่อุดมไปด้วยหมู่มวลมัดกล้าม และรอยแผลเป็นบาง ๆ กางเกงยีนส์สีเข้มเกรอะกรังไปด้วยคราบฝุ่นดินแดง รองเท้าบูทหนังแท้ขอบสูงเปรอะโคลนแห้งกรอบพ่อเลี้ยงแสนผาถอดหมวกนิรภัยสีเหลืองออก เรือนผมสีเข้มชุ่มไปด้วยเหงื่อ พลางสะบัดเบา ๆ ใบหน้าคมสันคร้ามแดด ดวงตาคมกริบสีเข้มจ้องมองลงไปยังแถวรถบร
Chapter 3กับดักที่ยังไม่เห็นหน้า 2ภานุเดชเม้มริมฝิปากแน่น ลมหายใจของเขาหนักแน่นทว่าทอดถอนยาวอยู่ในอก เขาถอนสายตากลับมามองจานสเต๊กที่ยังเหลือเนื้ออยู่ครึ่งหนึ่ง รสชาติของอาหารราคาแพงในปากบัดนี้กลายเป็นความหวานเลี่ยนและขมปร่าไปเสียแล้ว เขาเกลียดการสนทนาในบ้าน เกลียดความระแวงไร้สาระของน้องสาว แต่เขารู้ดีว่าการขัดใจพ่อและแม่เพื่อพนักงานบริษัทเพียงคนเดียว ย่อมหมายถึงความวุ่นวายที่จะตามมาแบบไม่สิ้นสุด เขาจึงเลือกที่จะเงียบและปล่อยให้วันวิวาห์กลายเป็นเหยื่อรับบาปในเรื่องนี้“แล้วย้ายไปที่ไหน?” เกริกเกียรติถามขึ้น สายตาจับจ้องที่ลูกสาวคนเล็ก“เหมืองภูคำค่ะพ่อ เหมืองหินของน้าผา” ศศิรินทร์ยิ้มกว้าง นัยน์ตาประกายความสะใจแบบเปิดเผย“กิ๊กเห็นว่าน้าผากำลังขาดคนคุมงบที่เหมือง แล้วก็ที่สำคัญน้าผาไม่ชอบพวกคนเมืองเหยาะแหยะใช่ไหมล่ะคะ? ปากดุ ห่าม เกลียดพวกผู้หญิงดัดจริตเป็นที่สุด ถ้ายัยวันวิวาห์ไปอยู่ที่โน่น โดนน้าผาดัดนิสัยซะบ้าง คงจะได้รู้ซะทีว่าตัวเองอยู่ระดับไหน!”เกริกเกียรติฟังแล้วพยักหน้าช้า ๆ อย่างเห็นด้วย รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าของชายวัยชรา เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูบนโต๊ะขึ้นมา ก่อ







