เข้าสู่ระบบนางเอกที่ย้อนอดีตไปในวันที่กำลังจะตายพอดีดีที่จวิ้นอ๋องมาช่วยไว้ทัน จวิ้นอ๋องที่บวชเป็นพระเพื่อหนีความขัดแย้ง มีเรื่องราวในอดีตแสนขมขื่น เหมาะแก่การช่วยเหลือและแก้แค้นแทน ทั้งที่เรื่องของตัวเองก็ยุ่งเป็นเชือกพันกันเอาเหอะวางไว้ช่วยไต้ซือก่อน
ดูเพิ่มเติมฉินเกอหลง ก่อนหน้านั้นเมื่อพันปีก่อนยืนโปรยเถ้ากระดูกของต้าเหนิง ที่ลำน้ำใสไหลเย็น“เดินทางก่อนข้าแล้วอย่าลืม จดจำเรื่องราวของเรา”“ฝ่าบาท ท่านหมอเยี่ยนฉือกับหานจงขอประทานอนุญาตออกเดินท่องยุทธภพ หวังว่าฝ่าบาทจะประทานอนุญาตในครั้งนี้”เชียวกงเล่อประสานมือตรงหน้า ความรู้สึกเหมือนบางอย่างแหว่งเว้าหายไป กำลังจะมีใครจากไปอีกแล้วสินะถึงจะยื้อไว้เพียงใดพวกเขาก็ต้องจากไปสักวันอยู่ดี“ในที่สุดเราทุกคนก็ได้แค่เพียงเป็นเถ้าธุลี ปลิวหายไปพร้อมกับสายลม ข้าเองแม้จะอยากทำตามใจเพียงใดสุดท้ายข้าก็ได้แค่เพียงสะกดกลั้นความคิดนั้นไว้เสีย”“พ่ะย่ะค่ะท่านพ่อ..กงเล่อหมายถึงท่านปู่ของฮองเฮาเอ่อถูหวังซวน เสียใจที่ต้องสูญเสียคนของตระกูลเอ่อไปจนไม่เหลือใครแม้กงเล่อขอใช้แซ่ของตระกูลเอ่อแต่ท่านพ่อก็ยังเศร้าโศกเช่นเดิมกงเล่อเข้าใจดีว่าไม่อาจทดแทนกันได้”“จริงสินะในที่สุดตระกูลฉินก็ไม่อาจปกป้องตระกูลเอ่อไว้ได้ ข้าที่ทุ่มเทตั้งแต่วันแรกที่พบนางก็ยังไม่อาจช่วยเหลือนางได้ทันเช่นนั้นจึงเรียกว่าเป็นความผิดของข้า”“ไม่มีใครผิดพ่ะย่ะค่ะสวรรค์กำหนดไว้แล้ว หากไม่มีฝ่าบาทบางที่ตระกูลเอ่ออาจไม่เหลือรอดตั้งแต่ครั้งแรกที่ถูกฆ่า
ฉินเกอหลงก้มลงจูบที่หน้าผากเธอหนึ่งทีแล้วพูดติดตลก“อย่าทำแบบนี้บ่อยนะ เดี๋ยวใจฉันจะละลาย” ต้าเหนิงกลั้นยิ้มหลังอาหารเย็น ฉินเกอหลงยืนล้างจานอยู่ในครัวโดยมีเด็กแฝดทั้งสองคนยืนอยู่ข้างๆช่วยส่งจาน พ่อบ้านคนเก่งพูดคุยกับลูกๆไปด้วย เสียงหัวเราะคิกคักของทั้งสามคนทำให้บ้านหลังนี้ดูมีชีวิตชีวากว่าที่เคยเป็น ต้าเหนิงยืนพิงขอบประตูดูภาพตรงหน้า แอบอมยิ้มอย่างห้ามไม่ได้ใครจะเชื่อว่าผู้ชายเย็นชาจากโลกเดิม จะกลายมาเป็นคนที่อบอุ่นจนสามารถละลายกำแพงในใจเธอได้ทั้งหมดฉินเกอหลงคนนี้งดงามกลางใจต้าเหนิงไม่มีเสื่อมคลายทุกเช้า เขาจะตื่นก่อนเพื่อเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ บางวันมีซาลาเปาไส้หมูฉ่ำๆที่เขานวดแป้งเอง บางวันก็มีข้าวต้มร้อน ๆ กับไข่เยี่ยวม้าราดซอสขิง เธอแค่ลุกมาก็เจอกลิ่นหอมลอยมาจากครัว พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มเรียกชื่อเธออย่างคุ้นเคย“ต้าเหนิงที่รัก ตื่นได้แล้ว กินข้าวก่อนนะ แล้วค่อยนอนต่อก็ได้”เขาไม่เคยปล่อยให้ต้าเหนิงต้องทำงานอะไรในบ้านคนเดียว ไม่ว่าจะซักผ้า ทำสวน พาเด็กไปหาหมอ หรือแม้แต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างเปิดฝาน้ำปลาที่ว่ายากๆเขาก็จะโผล่มาทันที พร้อมกับสายตาห่วงใยที่ไม่เคยจางไป เขาใส่ใจทุกรายละเอ
เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังเบา ๆ เมื่อต้าเหนิงผลักประตูบ้านเข้ามา กลิ่นหอมของข้าวสวยร้อน ๆ คลุกเคล้ากับกลิ่นขิงและน้ำซุปลอยมาแตะจมูกทันที ฉินเกอหลงคงวุ่นอยู่ในครัวเหมือนทุกๆ วันที่ผ่านมา แค่ก้าวเข้าไปยังไม่ทันได้วางกระเป๋าถือ มือของใครบางคนก็คว้าสัมภาระไปจากเธออย่างแผ่วเบา“กลับมาแล้วเหรอ” เสียงนุ่มทุ้มที่ฟังเมื่อไรก็อบอุ่นใจเสมอดังขึ้นจากข้างหลัง ฉินเกอหลง สวมผ้ากันเปื้อนผืนบาง ทับเสื้อเชิ้ตสีครีมแขนพับขึ้นถึงข้อศอกทำไมเขาดูน่ารักในตอนที่สวมผ้ากันเปื้อนนะ ดวงตาหยีเมื่อยิ้ม“ทำกับข้าวอีกแล้วเหรอ คงจะยุ่งสินะวันนี้” ต้าเหนิงยิ้มพลางถอดรองเท้า “เหนื่อยนิดหน่อย...แต่เห็นหน้าคุณแล้วหายเหนื่อยทันที” ต้าเหนิงอมยิ้ม “พูดแบบนี้ จะหวานเกินไปแล้วนะคุณสามี” “อยากจะให้หวานกว่านี้ไหมไปที่ห้องนอนกันสิ” เขากระซิบใกล้หู ทำเอาหัวใจต้าเหนิงเต้นตุ้บ ๆทันใดนั้น เสียงเท้าเล็ก ๆ วิ่งลงบันได ฉินเกอหลงถอนหายใจก่อนจะยิ้มกว้างส่ายหน้าไปมา “หม่าม๊าาาาาาาาา” เสียงใสของ หนูน้อยต้าเล่อ วิ่งมากอดขาแม่แน่น ตามหลังมาด้วยน้องชายฝาแฝด ต้าโย่ว ที่ถือของเล่นไม้ในมือ “คุณแม่กลับมาแล้ว!” ต้าเหนิงย่อตัวลงกอดลูกทั้งสอง
หนึ่งปีผ่านไปที่คลินิกใหญ่แห่งหนึ่งของย่านที่มีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาต้าเหนิงหอบหิ้วข้าวของมากมายเดินเข้าไปข้างใน ที่นั่นหมอดนัยนั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้หานจงกำลังเดินออกมาพร้อมกับของว่างได้เวลาของว่างพอดีสินะ“กำลังคิดว่าจะไปเยี่ยมคุณกับหลานๆ” หมอดนัยกล่าวทักแล้วรีบมาช่วยต้าเหนิงรับเอาของพะรุงพะรังไปวางที่โต๊ะตัวกลางหน้าโซฟา หันมองสบตากับหานจงยิ้มๆ ต้าเหนิงเบ้ปาก“ฮันนีมูนมาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง” ต้าเหนิงพูดไปด้วยวางขนมลงบนโต๊ะทำงานของหมอดนัย“ดีที่สุดดีมากและดีจริงๆ” หันไปยิ้มกับหานจงอีกครั้งโลกมันเปลี่ยนไปแล้วความรักคือสิ่งสวยงาม หานจงรีบกุลีกุจอนำจานมาแกะห่อขนมวางตรงหน้าหมอดนัย“หือน่ากินจังต้าเหนิงเก่งจริงๆ ทำขนมเป็นด้วยหรือ” ต้าเหนิงส่ายหน้ายิ้มๆ“ทายสิว่าใครทำ” หมอดนัยอ้าปากค้าง“เมืองจีนนี้เขาสอนลูกหลานเขาอย่างไรน้าาา ผู้ชายสุภาพทุกคนและยังเอาใจเก่งอีกด้วยอิจฉาต้าเหนิงจังมีคนทำกับข้าวให้เลี้ยงลูกให้แล้วยังนอนกล่อมกลางคืนด้วย” ต้าเหนิงส่ายหน้าไปมายิ้มๆ“แล้วคนของหมอเล่า” พยักหน้าไปทางหานจง“ผมไม่เกี่ยวนะ ผมไม่สุภาพตรงไหนผมเอาใจคุณหมอทั้งคืน” หานจงพูดตามแบบที่เข้าใจภาษาไทยได้เล็ก
“โอะ ไม่ต้องขอบคุณหานจงหรอกขอรับ มันเป็นหน้าที่ของหานจงพระสนมพูดไม่ได้ ก็เป็นปัญหาใหญ่” ต้าเหนิงยิ้มกว้าง หมอนี่น่าคบกว่าคนหล่อนั่นเป็นกองอย่างน้อยก็ไม่หยิ่งละวะ“หานจงออกมานี่” หานจงประสานมือแล้วรีบออกไปในทันทีเพราะเสียงคนเรียกเริ่มขุ่นเคือง“หานจงเจ้าไม่ต้องแสดงว่าเป็นคนดีเพียงนั้นก็ได้กับนางที่เร
วังหลวง“ชิงตัวสนมของข้าอย่างนั้นหรือฮะฮะฮ่าาาาาา อย่าใช้คำว่าชิงตัวทำไมพูดจาให้ร้ายน้องชายสุดที่รักของข้าได้เพียงนี้ ฉินเกอหลงหรือจะกล้า” กัวกั๋วฮ่องเต้หัวเราะลั่น“ตะตะตะแต่ฝ่าบาทพระสนมเอ่อเป็นพระสนมของฝ่าบาทนะพ่ะย่ะฮะ” ตั๋วเค่อกงกงที่หวังผลประโยชน์จากเอ่อต้าเหนิงยุยงกัวกั๋วฮ่องเต้เรื่องที่ฉินเกอห
“ท่านหมอจากไปก่อนหน้าที่จวิ้นหวังจะได้นั่งบัลลังก์ตำหนักบูรพาด้วยซ้ำไป ป่านนี้ วิชาด้านการแพทย์คงรุดหน้าไปไกลมีทางไหนส่งข่าวให้ท่านหมอกลับมาโดยเร็วบ้างหรือไม่”“หานจงเจ้าว่าอย่างไรเสด็จย่าถามเจ้า” ฉินเกอหลงพูดขึ้นดังๆ อีกครั้ง“อ่า ขอรับ”มัวแต่ปล่อยความคิดล่องลอยไปหาเยี่ยนฉือ ในวันสุดท้ายที่พบกันเย
ตำหนักฮองเต้“ฝ่าบาทฝ่าบาทเพฮะ จวิ้นหวังมาถึงนี่”สีชมพูฮ่องเต้ ชายตามองขันทีข้างกาย“แล้วอย่างไร” สีหน้าเบื่อหน่ายมีอะไรให้ตื่นเต้นกันละ“จากทางเหนือมานี่ใช้เวลาไม่น้อยอ้างว่าบัญชาของไทฮองไทเฮาจากตำหนักเทียมฟ้า” กัวกั๋ว ยิ้มมุมปาก“แล้วอย่างไรสนมคนนั้นข้าไม่ต้องการนางแล้วใครจะเอาไปไหนก็เรื่องของพวก
ความคิดเห็นเพิ่มเติม