로그인นางเอกที่ย้อนอดีตไปในวันที่กำลังจะตายพอดีดีที่จวิ้นอ๋องมาช่วยไว้ทัน จวิ้นอ๋องที่บวชเป็นพระเพื่อหนีความขัดแย้ง มีเรื่องราวในอดีตแสนขมขื่น เหมาะแก่การช่วยเหลือและแก้แค้นแทน ทั้งที่เรื่องของตัวเองก็ยุ่งเป็นเชือกพันกันเอาเหอะวางไว้ช่วยไต้ซือก่อน
더 보기“Malik, aku butuh bantuanmu soal istriku.”
Malik terkejut. “Ris! Apa-apaan kamu?!”
Dua orang pria yang sedang duduk saling berhadapan di balkon sekolah, dengan rokok yang dipegang Aris yang sejak tadi diisapnya kini ia matikan dengan menginjaknya.
Malik yang masih syok hanya bisa menatap Aris dengan tatapan heran dan tak percaya.
Bagaimana bisa seorang sahabat semasa SMA setelah bertahun-tahun lamanya tak bertemu kini dia berkata seperti itu di hadapannya.
Sahabatnya meminta Malik berhubungan dengan istrinya sendiri.
"Aku menderita disfungsi ereksi parah, Lik, dan hidupku divonis tak akan lama lagi, bahkan aku juga mengalami Kelainan jantung bawaan, yang membuat pasokan darah ke alat vital menjadi tidak stabil," ucap Aris yang semakin membuat Malik terperangah.
"Pelan-pelan, Ris, ngomongnya. Ada apa sebenarnya?" ucap Malik menepuk bahu Aris seolah menguatkan dan mengklaim jika Aris, sahabat lamanya itu, mengigau karena kebanyakan minum.
"Woy, malah berduaan di balkon, sini maju kita ngopi lagi!" teriak Aji yang mengadakan reuni sekolah ini.
Yap, Malik saat ini sedang mengikuti acara reuni besar-besaran. Setelah beberapa tahun tak saling bertemu, kini semua temannya berkumpul termasuk Aris, sahabat baiknya itu.
"Nanti nyusul!" jawab Malik, senyum samar khasnya membuat pria yang memanggilnya tadi mengibaskan tangannya merasa itu hanyalah omong kosong.
"Bagaimana, Lik?" tanya Aris lagi mengalihkan kembali fokus pria itu.
"Jangan gila, Ris, kamu ngomong apa?"
"Aku sudah jelaskan tadi, Lik, umurku tak panjang lagi. Bahkan di sisa hidupku, aku tak pernah membuat puas istriku, Lik!" curhat Aris pada Malik seolah mencurahkan rasa sesak yang selama ini ia tahan sendirian.
"Kamu juga baru saja menyandang status duda, kan, Lik?" tanya Aris membuat Malik langsung menoleh. Bahkan untuk saat ini tak ada yang tahu tentang statusnya yang baru saja menyandang status duda itu.
Ingatan Malik seketika terlempar pada saat dirinya dan Maya masih menjadi sepasang suami istri.
'Kita resmi cerai! Aku tak sudi lagi denganmu. Selain miskin, kamu itu aneh!'
Itulah pesan terakhir yang dikirim Maya, setelah dirinya resmi menyandang status duda.
Padahal dulu, Malik berjuang keras agar bisa menikahi perempuan idamannya itu, tapi ternyata Maya tak bisa menerimanya apa adanya.
Malik selalu merutuki dirinya sendiri, ia selalu menganggap dirinya tak normal bahkan kerap kali membenci dirinya sendiri.
"Ini permintaan terakhir aku, Lik, aku gak tahu minta tolong ke siapa lagi," suara Aris sukses membuyarkan lamunannya itu.
Sebelum sesaat mereka saling mengobrol di balkon, acara masih baik-baik saja, hingga Malik yang memutuskan untuk pergi ke balkon meminta izin dengan beralasan merokok sebentar, padahal alasan sebenarnya, Malik terlalu muak terus-terusan diejek oleh semua teman SMAnya.
Malik memang selalu dirundung sejak masa SMA, karena mereka semua tahu Malik memiliki sesuatu yang berbeda dari yang lain.
Hingga beberapa menit datanglah Aris menghampiri, mengobrol sebentar melepas rindu dan tanpa diduga Aris meluncurkan perkataan itu yang sukses membuat Malik gundah gulana.
"Ini istriku... kamu pasti suka!"
Glek.
Duda itu langsung menelan ludah dengan susah payah. Aris menunjukkan foto istrinya yang seharusnya tidak ditunjukkan pada orang lain.
Melihat itu, Malik langsung mengalihkan pandangan.
"Kamu... Ris..."
Malik benar-benar tercekat.
ฉินเกอหลง ก่อนหน้านั้นเมื่อพันปีก่อนยืนโปรยเถ้ากระดูกของต้าเหนิง ที่ลำน้ำใสไหลเย็น“เดินทางก่อนข้าแล้วอย่าลืม จดจำเรื่องราวของเรา”“ฝ่าบาท ท่านหมอเยี่ยนฉือกับหานจงขอประทานอนุญาตออกเดินท่องยุทธภพ หวังว่าฝ่าบาทจะประทานอนุญาตในครั้งนี้”เชียวกงเล่อประสานมือตรงหน้า ความรู้สึกเหมือนบางอย่างแหว่งเว้าหายไป กำลังจะมีใครจากไปอีกแล้วสินะถึงจะยื้อไว้เพียงใดพวกเขาก็ต้องจากไปสักวันอยู่ดี“ในที่สุดเราทุกคนก็ได้แค่เพียงเป็นเถ้าธุลี ปลิวหายไปพร้อมกับสายลม ข้าเองแม้จะอยากทำตามใจเพียงใดสุดท้ายข้าก็ได้แค่เพียงสะกดกลั้นความคิดนั้นไว้เสีย”“พ่ะย่ะค่ะท่านพ่อ..กงเล่อหมายถึงท่านปู่ของฮองเฮาเอ่อถูหวังซวน เสียใจที่ต้องสูญเสียคนของตระกูลเอ่อไปจนไม่เหลือใครแม้กงเล่อขอใช้แซ่ของตระกูลเอ่อแต่ท่านพ่อก็ยังเศร้าโศกเช่นเดิมกงเล่อเข้าใจดีว่าไม่อาจทดแทนกันได้”“จริงสินะในที่สุดตระกูลฉินก็ไม่อาจปกป้องตระกูลเอ่อไว้ได้ ข้าที่ทุ่มเทตั้งแต่วันแรกที่พบนางก็ยังไม่อาจช่วยเหลือนางได้ทันเช่นนั้นจึงเรียกว่าเป็นความผิดของข้า”“ไม่มีใครผิดพ่ะย่ะค่ะสวรรค์กำหนดไว้แล้ว หากไม่มีฝ่าบาทบางที่ตระกูลเอ่ออาจไม่เหลือรอดตั้งแต่ครั้งแรกที่ถูกฆ่า
ฉินเกอหลงก้มลงจูบที่หน้าผากเธอหนึ่งทีแล้วพูดติดตลก“อย่าทำแบบนี้บ่อยนะ เดี๋ยวใจฉันจะละลาย” ต้าเหนิงกลั้นยิ้มหลังอาหารเย็น ฉินเกอหลงยืนล้างจานอยู่ในครัวโดยมีเด็กแฝดทั้งสองคนยืนอยู่ข้างๆช่วยส่งจาน พ่อบ้านคนเก่งพูดคุยกับลูกๆไปด้วย เสียงหัวเราะคิกคักของทั้งสามคนทำให้บ้านหลังนี้ดูมีชีวิตชีวากว่าที่เคยเป็น ต้าเหนิงยืนพิงขอบประตูดูภาพตรงหน้า แอบอมยิ้มอย่างห้ามไม่ได้ใครจะเชื่อว่าผู้ชายเย็นชาจากโลกเดิม จะกลายมาเป็นคนที่อบอุ่นจนสามารถละลายกำแพงในใจเธอได้ทั้งหมดฉินเกอหลงคนนี้งดงามกลางใจต้าเหนิงไม่มีเสื่อมคลายทุกเช้า เขาจะตื่นก่อนเพื่อเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ บางวันมีซาลาเปาไส้หมูฉ่ำๆที่เขานวดแป้งเอง บางวันก็มีข้าวต้มร้อน ๆ กับไข่เยี่ยวม้าราดซอสขิง เธอแค่ลุกมาก็เจอกลิ่นหอมลอยมาจากครัว พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มเรียกชื่อเธออย่างคุ้นเคย“ต้าเหนิงที่รัก ตื่นได้แล้ว กินข้าวก่อนนะ แล้วค่อยนอนต่อก็ได้”เขาไม่เคยปล่อยให้ต้าเหนิงต้องทำงานอะไรในบ้านคนเดียว ไม่ว่าจะซักผ้า ทำสวน พาเด็กไปหาหมอ หรือแม้แต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างเปิดฝาน้ำปลาที่ว่ายากๆเขาก็จะโผล่มาทันที พร้อมกับสายตาห่วงใยที่ไม่เคยจางไป เขาใส่ใจทุกรายละเอ
เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังเบา ๆ เมื่อต้าเหนิงผลักประตูบ้านเข้ามา กลิ่นหอมของข้าวสวยร้อน ๆ คลุกเคล้ากับกลิ่นขิงและน้ำซุปลอยมาแตะจมูกทันที ฉินเกอหลงคงวุ่นอยู่ในครัวเหมือนทุกๆ วันที่ผ่านมา แค่ก้าวเข้าไปยังไม่ทันได้วางกระเป๋าถือ มือของใครบางคนก็คว้าสัมภาระไปจากเธออย่างแผ่วเบา“กลับมาแล้วเหรอ” เสียงนุ่มทุ้มที่ฟังเมื่อไรก็อบอุ่นใจเสมอดังขึ้นจากข้างหลัง ฉินเกอหลง สวมผ้ากันเปื้อนผืนบาง ทับเสื้อเชิ้ตสีครีมแขนพับขึ้นถึงข้อศอกทำไมเขาดูน่ารักในตอนที่สวมผ้ากันเปื้อนนะ ดวงตาหยีเมื่อยิ้ม“ทำกับข้าวอีกแล้วเหรอ คงจะยุ่งสินะวันนี้” ต้าเหนิงยิ้มพลางถอดรองเท้า “เหนื่อยนิดหน่อย...แต่เห็นหน้าคุณแล้วหายเหนื่อยทันที” ต้าเหนิงอมยิ้ม “พูดแบบนี้ จะหวานเกินไปแล้วนะคุณสามี” “อยากจะให้หวานกว่านี้ไหมไปที่ห้องนอนกันสิ” เขากระซิบใกล้หู ทำเอาหัวใจต้าเหนิงเต้นตุ้บ ๆทันใดนั้น เสียงเท้าเล็ก ๆ วิ่งลงบันได ฉินเกอหลงถอนหายใจก่อนจะยิ้มกว้างส่ายหน้าไปมา “หม่าม๊าาาาาาาาา” เสียงใสของ หนูน้อยต้าเล่อ วิ่งมากอดขาแม่แน่น ตามหลังมาด้วยน้องชายฝาแฝด ต้าโย่ว ที่ถือของเล่นไม้ในมือ “คุณแม่กลับมาแล้ว!” ต้าเหนิงย่อตัวลงกอดลูกทั้งสอง
หนึ่งปีผ่านไปที่คลินิกใหญ่แห่งหนึ่งของย่านที่มีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาต้าเหนิงหอบหิ้วข้าวของมากมายเดินเข้าไปข้างใน ที่นั่นหมอดนัยนั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้หานจงกำลังเดินออกมาพร้อมกับของว่างได้เวลาของว่างพอดีสินะ“กำลังคิดว่าจะไปเยี่ยมคุณกับหลานๆ” หมอดนัยกล่าวทักแล้วรีบมาช่วยต้าเหนิงรับเอาของพะรุงพะรังไปวางที่โต๊ะตัวกลางหน้าโซฟา หันมองสบตากับหานจงยิ้มๆ ต้าเหนิงเบ้ปาก“ฮันนีมูนมาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง” ต้าเหนิงพูดไปด้วยวางขนมลงบนโต๊ะทำงานของหมอดนัย“ดีที่สุดดีมากและดีจริงๆ” หันไปยิ้มกับหานจงอีกครั้งโลกมันเปลี่ยนไปแล้วความรักคือสิ่งสวยงาม หานจงรีบกุลีกุจอนำจานมาแกะห่อขนมวางตรงหน้าหมอดนัย“หือน่ากินจังต้าเหนิงเก่งจริงๆ ทำขนมเป็นด้วยหรือ” ต้าเหนิงส่ายหน้ายิ้มๆ“ทายสิว่าใครทำ” หมอดนัยอ้าปากค้าง“เมืองจีนนี้เขาสอนลูกหลานเขาอย่างไรน้าาา ผู้ชายสุภาพทุกคนและยังเอาใจเก่งอีกด้วยอิจฉาต้าเหนิงจังมีคนทำกับข้าวให้เลี้ยงลูกให้แล้วยังนอนกล่อมกลางคืนด้วย” ต้าเหนิงส่ายหน้าไปมายิ้มๆ“แล้วคนของหมอเล่า” พยักหน้าไปทางหานจง“ผมไม่เกี่ยวนะ ผมไม่สุภาพตรงไหนผมเอาใจคุณหมอทั้งคืน” หานจงพูดตามแบบที่เข้าใจภาษาไทยได้เล็ก
"เดี๋ยวข้ามานะ พวกท่าน"ต้าเหนิงหันมาโบกไม้โบกมือยิ้มแห้งๆ ให้กับไฉหรานที่ยืนมองอยู่ตรงนั้น แต่ก็ไม่กล้าห้ามฉินเกอหลง มองแผ่นหลังของฉินเกอหลงกับต้าเหนิงที่ห่างออกไปถอนหายใจยาว"ไม่รอดแน่ๆ ต้าเหนิงเอ๊ยต้าเหนิงหานจงจูงม้าตามมาหันหน้าหันหลังมองหาฉินเกอหลง ที่ชวนให้เขาตามไปอารักขา"ฝะฝฝ่าบาทไปไหนเสียบอก
ไฉหรานยิ้ม มิตรภาพกำลังงอกเงยไม่มีสิ่งใดให้ต้องห่วงทุกอย่างกำลังจะเข้ารูปเข้ารอยต่อจากนี้ ต้าเหนิงยิ้ม ฉินเกอหลงจะต้องประหลาดใจถ้าต้าเหนิงจะยิงไก่ป่ามาย่างให้เขากิน“เจ้าเก่งเพียงนี้ท่านแม่ยังบอกให้เจ้าหัดเย็บถุงหอมตามอย่างของหญิงงาม แต่ข้ากลับคิดว่าหญิงงามนั่งเย็บถุงหอม หญิงกล้าแกร่งเช่นเราหัดยิงธน
“แสดงว่ากัวกั๋วยังไม่ได้จูบซ้ำรอย”“อย่ามาพูดแบบนี้นะคนอะไร ทำท่ารังเกียจเขาแต่แรกพอหลังๆ มาจูบเอาจูบเอา”ฉินเกอหลงกอดไว้แน่น“อยากเข้าไปข้างในใช่ไหมได้ แต่ต้องเชื่อฟังข้าพรุ่งนี้เช้าข้าจะเร่งยกทัพมาโดยเร็วที่สุด เพื่อช่วยเจ้าออกจากคุกหลวง ไม่ได้หมายชิงบัลลังก์ แม้ใครไม่มาข้าก็จะมาคนเดียว แต่ก็คิดว่
อุทยานหลวงหมู่แมกไม้กลับงดงามด้วยโคมไฟสว่างไสวเอ่อต้าเหนิงเดินพลางสงสัยว่าทำไมต้องมานัดพบกันในที่สว่างไสวเพียงนี้ที่นั่นใต้ต้นดอกเหมยสีแดงสด ร่างสูงยืนหันหลัง ต้าเหนิงก้าวขาไปข้างหน้ามือกำที่ป้ายหยกไว้แน่นปีหนึ่งเต็มๆ ที่ไม่ได้พบกัน ตั้งแต่วันนั้นฉินเกอหลงไม่เคยไปที่วิหารเทียมฟ้าอีกเลย เขาคงมีเรื่อ






리뷰더 보기