เข้าสู่ระบบ“ทำไมเหรอ” ถามเสียงแผ่วพอจะรู้ว่าหล่อนกำลังจะทำอะไร ซึ่งเขาก็รอโอกาสนี้เช่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่ได้เป็นคนเอ่ยขึ้นมาก่อน เพราะรู้ว่าตนจะต้องรุกและรับตอนไหน
ความซาบซึ้งที่ตนให้เงินหนึ่งล้านบาทมันคงมากล้นจนหญิงสาวยอมหมดทุกอย่าง กระทั่งมอบร่างกายที่เน่าเฟะให้กัน เขาไม่ได้ตื่นเต้นหรือมีความสุขเลยสักนิด ความรู้สึกเดียวตอนนี้คืออยากแก้แค้นและผิดหวังที่ครั้งหนึ่งเคยทุ่มรักให้หล่อนมากกว่า
ตอนนี้เขาตาสว่างและฉลาดพอจะไม่ย้อนกลับไปเป็นผู้ชายโง่งมคนเดิม
“เพราะอัญ...ไม่มีอะไรจะให้พี่หนึ่งตอบแทนแล้วนอกจาก...ร่างกาย” พูดจบก็กัดริมฝีปากตัวเองเหมือนชั่งใจอีกรอบ แต่พอมองหน้าเขาความเต็มตื้นก็ตีขึ้นมาในอก สามารถมอบทุกอย่างให้ชายหนุ่มได้ในตอนนี้
สมกับความดีของเขาที่มีต่อตน...
“ถ้าอัญเต็มใจให้พี่ก็ยินดี...” ยกมือขึ้นประคองใบหน้าหวาน ห้องโดยสารมีเพียงความเงียบก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมาทาบบนหลังมือเขา ช้อนสายตามองคนตัวสูงพร้อมกับเปล่งวาจาแสนมั่นอกมั่นใจออกมาให้ชายหนุ่มทราบ
“ค่ะ อัญเต็มใจ” ไม่ใช่เพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ แต่เธอตัดสินใจแล้วว่าจะยอมมอบกายให้แก่คนตรงหน้า
เขาได้ยินอย่างนั้นก็แสยะยิ้มก่อนดันเธอให้ชิดผนัง ก่อนประตูจะเปิดลงที่ชั้นหนึ่งก็จัดการกดปิดอย่างรวดเร็วพร้อมกดชั้นที่พักของตัวเอง ประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากบางอย่างแผ่วเบาค่อยเพิ่มน้ำหนักมากขึ้นกว่าเดิม ขบเม้มชิมความหวานของรสไวน์ที่ติดอยู่ปลายลิ้นหล่อน สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนของกันและกันพร้อมกับอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้น
หัวใจหล่อนแทบจะหลุดออกมานอกอก มือบางยกทาบลงบนอกแกร่งไม่รู้ว่าควรวางมือไว้ตรงไหน ใบหน้าถูกประคองให้แหงนรับจุมพิตอย่างยาวนานในความรู้สึกจนแทบหมดลมหายใจ เขาจึงยอมปล่อยเธอแต่หน้าผากของเรายังคงชิดกัน
ประตูเปิดออกเขาก็พาเธอเดินไปยังห้องนอนของตัวเองที่อยู่ชั้นบนโรงแรม หล่อนเป็นฝ่ายเชิญชวนเขาก็ไม่คิดจะขัดอยู่แล้ว เพียงแค่เข้ามาในห้องพักที่เหมือนห้องอื่นในโรงแรม ต่างเพียงแค่ขนาดและเฟอร์นิเจอร์ที่จัดตามสไตล์ความชอบเจ้าของห้อง
ไม่พูดเพร่ำทำเพลงถอดเสื้อผ้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว เขาไม่คิดจะเล้าโลมสักนิดมีเพียงความต้องการเดียวคือปฏิบัติกับหล่อนเหมือนโสเภณีคนหนึ่งเท่านั้น หญิงสาวจะไม่ได้รักการทะนุถนอมจากเขาเป็นอันขาด
อุ้มเธอมาวางบนเตียงแล้วถอดเสื้อผ้าให้หญิงสาว เธอมองเขาด้วยแววตารักใคร่แล้วยินยอมหมดทุกอย่าง เพราะรักเขาจึงไม่คิดว่าสายตาของอีกฝ่ายแปรเปลี่ยนเช่นไร มีเพียงความรู้สึกเดียวในตอนนี้คือยินยอมพร้อมใจหมดทุกอย่าง
ดวงตากลมค่อยปิดลงอย่างเชื่องช้า ยกมือโอบรอบลำคอหนาเอาไว้พร้อมส่งเสียงครางดังลั่นห้อง จนเสียงกระทบของเนื้อค่อยเบาลงแล้วน้ำสีขุ่นไหลเปื้อนออกตามเรียวขาสวย ร่างสูงไม่ได้ปล่อยให้เธอนอนนิ่งเขาเลือกจะเล้าโลมอีกครั้งเพื่อทำตามความต้องการของตัวเอง
จะไม่หยุดแค่เพียงครั้งเดียว เขาจะทำให้เธอเป็นเหมือนของเล่นที่จะเบื่อเมื่อไหร่ก็ทิ้งตอนนั้น
ผู้หญิงอย่างอัญชิสาไม่มีค่าคู่ควรให้ทะนุถนอมเลยสักนิด!
ไม่รู้ว่านอนไปนานแค่ไหนแต่ตื่นขึ้นมากลับไม่พบคนตัวสูงข้างกาย เธอหอบร่างกายบอบช้ำลุกจากเตียงเพื่อเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกาย ไม่มีการทำความสะอาดหลังเสร็จกิจ น่าแปลกที่เธอไม่รับรู้ถึงความรักของอีกฝ่ายยามร่วมรักกันเลยสักนิด เขาฝากร่องรอยสีกุหลาบเอาไว้ตามตัวเธอจนด่างพร้อย แต่หล่อนเลือกจะไม่สนใจแล้วปัดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองออก
เขาให้เงินเยอะขนาดนั้นโดยไม่ถามอะไรสักอย่าง คนแบบนี้จะคิดร้ายกับหล่อนได้อย่างไร
คิดแล้วก็อาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาด เดินลำบากเล็กน้อยจนเผลอย่นคิ้วด้วยความสงสัย ครั้งที่นอนกับวินธายังเดินคล่องไม่เหมือนตอนนี้ที่ขาสั่นแทบยืนไม่ไหว หรือเพราะทำนานจนเกินไปล่วงเข้าวันใหม่เลยด้วยซ้ำ จำไม่ได้ว่าโดนกระทำไปกี่รอบแล้วเขาหยุดไปตอนไหน หล่อนหลับไปก่อนด้วยความเหนื่อย
นึกอึ้งในความทนของร่างสูงอยู่เหมือนกัน...
สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยก็เลือกจะนัดแนะกับวินธาเพื่อนำเช็คไปให้เขา รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากมั่นใจว่าอีกไม่นานตนต้องหลุดพ้นจากผู้ชายคนนี้อย่างแน่นอน
แต่แล้ววันต่อมากลับถูกฝ่ายชายตามมาหาเรื่องถึงที่ทำงานของตัวเอง เขาลากเธอออกมาคุยที่ลับตาคนพร้อมโยนเช็คใส่หน้าเธอ อัญชิสามองซ้ายขวากลัวว่าจะมีคนมาพบแล้วเรื่องที่ปิดไว้อาจจะแดงขึ้นมาจนถึงหูธนนท์ปภพ
“ทำไมมันขึ้นเงินไม่ได้ มึงหลอกกูเหรอ!” ร่างบางได้ยินอย่างนั้นก็รีบหยิบเช็คขึ้นมาดูอย่างรวดเร็ว
“ไม่ ไม่ใช่นะ” บอกเสียงสั่นไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“แล้วทำไมมันขึ้นเงินไม่ได้ ไปถามไอ้เหี้ยนั้นแล้วเอาเงินมาให้กู” ถามเสียงดังหน้าตาเคร่งเครียดพร้อมเอาเรื่องเต็มที่ เธอได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าขึ้นลงรีบเดินแกมวิ่งไปที่ลิฟต์เพื่อถามเรื่องราวทั้งหมด โดยไม่รู้ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ตกอยู่ในสายตาของเขา
ทำให้ชายหนุ่มกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ เธอพาชายชู้เข้ามาเยือนถึงโรงแรมของเขา คิดแล้วก็ยิ่งโมโหมากกว่าเดิมก่อนเดินขึ้นบนห้องเพื่อรอต้อนรับร่างบาง แล้วไม่นานเธอก็เข้ามาหาเขาพร้อมใบหน้าแตกตื่นอย่างที่คิดเอาไว้จริงด้วย
“พี่ พี่หนึ่งคะ เช็คมันขึ้นเงินไม่ได้ค่ะ” เพียงแค่เธอเดินเข้ามาก็ถูกเขาคว้ามือแล้วลากมานั่งบนตัก โดยที่หญิงสาวไม่อาจบอกปฏิเสธได้ ท่าทีของเธอค่อนข้างตกใจกับการใกล้ชิดของเราพอสมควร แต่สิ่งที่อยากทราบตอนนี้คือเรื่องเช็คมากกว่าจึงมองข้ามการกระทำของอีกฝ่าย
ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั
เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า
“อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่
๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว
ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล







