เข้าสู่ระบบ“อ้าว สงสัยมีปัญหา ไว้พี่ดูให้นะครับ” เขาหยิบเช็คออกจากมือหล่อนแล้วกอดเอวบางเอาไว้ ก้มลงสูดกลิ่นหอมของกายสาวโดยไม่ไว้ท่าทีอีกต่อไป แสดงออกชัดเจนถึงความต้องการของร่างกายทำให้เธอทำตัวไม่ถูกเพราะไม่เคยเจออีกฝ่ายในเวอร์ชั่นนี้มาก่อน
ปกติเขาจะสุภาพเรียบร้อย ไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวเลยสักครั้ง แต่หลังจากผ่านค่ำคืนด้วยกันก็เหมือนว่าร่างหนาจะเปลี่ยนไป
“ค่ะ”
ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งนิ่งอยู่แบบนั้น เธอพยายามจะไม่เอนกายพิงเขาแล้วย่นคอเพื่อหลบเลี่ยง กลับถูกอีกฝ่ายรุกรานเหมือนเดิมจนไม่อาจหลบหนีไปไหนได้
“อย่าค่ะ นี่ห้องทำงานนะคะ” ความแข็งขืนที่ดันด้านหลังทำให้เธอต้องรีบเบรกเขาอย่างรวดเร็ว กลัวว่าชายหนุ่มจะจัดการตนในห้องทำงานที่มีคนเข้าออกได้ตลอดเวลา ทว่าเขาไม่ได้สนใจในเรื่องนี้เลยสักนิด กลับเอาแต่ใจตัวเองด้วยการกอบกุมทรวงอกหยุ่น
“ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีใครเข้ามาถ้าพี่ไม่เรียก” ไม่พูดพร่ำทำเพลง เลือกจะลุกยืนแล้วจูงมือหล่อนไปยังโซฟาตัวยาวเพื่อจัดการทุกอย่างให้จบ ผลักหญิงสาวนอนลงบนนั้นพร้อมกับขึ้นคร่อมทับอย่างรวดเร็ว แต่คราวนี้เขาไม่ได้ถอดทุกอย่างเพียงแค่ปลดกางเกงของตัวเองลงเพื่อความรวดเร็วเท่านั้น
ที่สำคัญมันก็แค่เซ็กส์ที่ระบายความอยาก ไม่มีอารมณ์หวานเข้ามาเกี่ยวข้อง...
“อื้อ พี่ พี่หนึ่ง...” กางเกงของหล่อนถูกถอดออกมากองไว้ที่ปลายเท้า ก่อนจะเลิกเสื้อเธอขึ้นพร้อมกับชั้นในที่ถูกเลิกขึ้นจนเห็นดอกบัวงามซึ่งอวดความขาวอยู่ตรงหน้า ไม่รอช้ารีบประทับริมฝีปากลงไปโลมเลียทั้งสองข้างไม่ให้น้อยหน้า บีบเคล้นจนมันขึ้นสีแดงเป็นรอยมือ แล้วค่อยปล่อยเพื่อมาขยี้ปทุมถันจนชูชันแข็งเป็นไต
เธอครางไม่ได้ศัพท์แสดงออกถึงอาการเสียวกระสัน ส่วนเขาก็ใช้จังหวะนี้เพื่อทำตามความต้องการของร่างกาย สอดความแข็งขืนเข้าไปพร้อมยกขาข้างหนึ่งของหล่อนให้กว้างขึ้นจนใบหน้าหวานเหยเก เธอพยายามคว้าสิ่งตรงหน้าก่อนจับแขนแกร่งไว้
ร่างกายขยับตามแรงกระแทกพร้อมกับเสียงครางที่ดังลั่นห้องจนต้องรีบเม้มปากตัวเองเอาไว้ หล่อนไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เราใกล้ชิดกันขนาดนี้ เขาทำทุกอย่างเหมือนเป็นเรื่องปกติส่วนตนก็คล้อยตามเพราะความรัก มองดวงหน้าคมแล้วยิ่งครางเสียงดังอย่างกลั้นไว้ไม่ไหว
เพราะรัก...จึงยอมหมดหัวใจ
“อัญกลับก่อนนะคะ” เมื่อเขาได้ทุกอย่างที่ต้องการก็ถอนกายออกพร้อมสวมกางเกงอย่างรวดเร็ว ส่วนหล่อนก็นอนอ่อนแรงบนโซฟา ก่อนรีบจัดการตัวเองเช่นเดียวกัน อยากรีบเข้าห้องน้ำเพราะเหนอะตามขาแต่ถูกเขายื่นกระดาษทิชชู่มาให้เช็ด
ร่างบางเขินจนหน้าแดงก่ำแต่ก็ยอมหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดเพื่อแก้ขัด กลับมาแต่งตัวเรียบร้อยเหมือนเดิมแม้จะรู้สึกแปลกในใจอยู่บ้าง
หลังเสร็จกิจกรรมร่วมรักหล่อนควรได้รับการทะนุถนอมจากเขาบ้างไม่ใช่หรือ แต่ทำไมรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้กลางทางคนเดียวตลอด อยากถามแต่ก็ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยวาจาใดออกไป นอกจากขอตัวกลับบ้านหลังทุกอย่างจบลง
“ครับ” เขาไม่ได้รั้งหล่อนไว้แล้วพยักหน้าตอบกลับยิ้มแย้ม ดินกลับไปนั่งยังเก้าอี้ตัวใหญ่แล้วมองเธอนิ่งจนร่างบางทำตัวไม่ถูก
เธอรู้สึกได้ว่าเขากำลังเปลี่ยนไป...
เพียงแค่เธอเดินออกไปใบหน้าของเขาก็กลับมาเคร่งขรึมเหมือนเดิม กำมือแน่นเพื่อระงับอารมณ์อ่อนไหวของตัวเองที่มีต่อหญิงสาว ย้ำเตือนว่าทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีเรื่องใดมาเกี่ยวข้อง
ความรู้วึกที่มีให้เธอคือเกลียด...เกลียดยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน!
“คุณเจตน์ ให้คนไปจัดการผู้ชายคนนี้เอาไปทิ้งให้ไกล อย่าให้ผมเจอหน้ามันอีก” นึกถึงคนที่ใช้เงินตนมือเติบแล้วยังเอาเพชรของเขาไปก็ยิ่งโมโห จึงสั่งคนสนิทให้ไปจัดการ สิ่งที่เสียไปเขาถือว่าเป็นค่าโง่ของตัวเองแล้วกัน
“ครับ”
ต่อจากนี้จะไม่มีทางเสียท่าอีกเป็นอันขาด!
ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั
เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า
“อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่
๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว
ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล






![4P ฮาเร็มของเลวาริน [เรย์xคริสxดีแลนxแทนคุณ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
