หน้าหลัก / รักโบราณ / ปริศนาชะตาชายารัก / บทที่1 อุบัติเหตุในวันหิมะพร่างพราย

แชร์

ปริศนาชะตาชายารัก
ปริศนาชะตาชายารัก
ผู้แต่ง: มี่เยี่ยน

บทที่1 อุบัติเหตุในวันหิมะพร่างพราย

ผู้เขียน: มี่เยี่ยน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-19 11:56:32

เจ็ดปีก่อน

เมืองหลวงในเหมันตฤดูนั้นงดงามราวกับถูกปกคลุมด้วยหยกขาวบริสุทธิ์ หิมะยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่เมื่อคืน ทำให้ทั่วทั้งจวนเจิ้นหนิงโหวแลดูเงียบสงบและเย็นยะเยือก

ลานกว้างด้านหลังเรือนหลักมีภูเขาจำลองที่สร้างจากหินสีเทาเข้ม ด้านข้างเป็นสระน้ำใสที่ตอนนี้ผิวน้ำจับตัวเป็นน้ำแข็งบางส่วน เหยาหลิงเจินและกัวรั่วชิง[1]ในวัยเก้าขวบ สวมอาภรณ์สีสดใสตัดกับสีขาวโพลนของหิมะ พวกนางกำลังเล่นซ่อนหาอย่างสนุกสนานตามประสาเด็กที่ร่างกายแข็งแรง เต็มไปด้วยพลังของวัยเยาว์

“ชิงชิง ข้าซ่อนดีแล้วนะ เจ้าหาข้าไม่เจอแน่!” เสียงเจื้อยแจ้วของเหยาหลิงเจินลอดออกมาจากหลังพุ่มไม้ที่ปกคลุมด้วยหิมะกองหนา นางหัวเราะคิกคักด้วยความตื่นเต้น

กัวรั่วชิงซึ่งเป็นบุตรีของชิงผิงโหว และเป็นสหายที่รู้ใจที่สุดของเหยาหลิงเจิน ทั้งสองเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เล็ก เพราะมารดาของพวกนางเป็นเพื่อนสนิทกันเช่นกัน

กัวรั่วชิงเดินย่ำเท้าไปตามรอยเท้าของเหยาหลิงเจินที่ทิ้งไว้บนพื้นหิมะ นางทำท่าทางเท้าสะเอวอย่างเอาจริงเอาจัง “เจินเจิน เจ้าอย่านึกว่าข้าไม่รู้ รอยเท้านั่นมันไปทางภูเขาจำลองแล้ว”

เหยาหลิงเจินส่งเสียงฮึดฮัดเบาๆ นางคิดว่าตนเองเป็นอัจฉริยะในการซ่อนตัวแล้วเชียว นางวิ่งเลี่ยงพุ่มไม้ไปยังจุดที่คิดว่าลับตาที่สุด คือบริเวณซอกหินของภูเขาจำลองที่ใกล้กับน้ำตกที่ตอนนี้ถูกแช่แข็ง มีเพียงแอ่งน้ำด้านล่างเท่านั้นที่ยังคงมีน้ำไหลอยู่บ้าง

“ฮ่าๆ ข้าซ่อนตรงนี้ดีกว่า เจินเจินต้องไม่เห็นแน่”

ด้วยความเร่งรีบและพื้นที่ที่ลื่นจากน้ำแข็งที่เกาะอยู่ตามโขดหิน ขณะที่เหยาหลิงเจินปีนเข้าไปในซอกหินแคบๆ เท้ากลับเหยียบไปบนพื้นน้ำแข็งบางๆ ใกล้ขอบสระน้ำ

แกร๊ก!

เสียงน้ำแข็งแตกดังขึ้นอย่างกะทันหัน

เหยาหลิงเจินร้องเสียงหลง ร่างกายเสียหลักพลัดตกลงไปในแอ่งน้ำเย็นจัดทันที

“ว้ายยย!”

กัวรั่วชิงที่ตามมาติดๆ ชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงน้ำกระเซ็น นางวิ่งฝ่ากองหิมะตรงไปที่ภูเขาจำลองด้วยความตกใจ เมื่อเห็นร่างเล็กๆ ของสหายรักจมอยู่ในน้ำเย็นเฉียบที่มีโขดหินล้อมรอบ สติของนางก็แทบแตก!

“เจินเจิน! เหยาหลิงเจิน!” กัวรั่วชิงตะโกนสุดเสียง ใบหน้าซีดเผือด นางไม่กล้าเข้าใกล้ขอบสระเพราะเกรงว่าจะพลัดตกลงไปอีกคน

“ช่วยด้วย! มีคนตกน้ำ ท่านโหว ฮูหยิน ใครก็ได้ช่วยเจินเจินด้วย” กัวรั่วชิงไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป นางทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นหิมะที่เย็นเฉียบ ร้องตะโกนเรียกให้คนมาช่วยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความรู้สึกผิดที่กัดกินใจนาง

เสียงร้องดังระงมไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายอย่างต่อเนื่อง

ไม่นานนักสาวใช้ก็วิ่งกรูกันเข้ามาอย่างตื่นตระหนก ตามมาด้วยบุรุษร่างสูงใหญ่ทั้งสามของจวน นั่นก็คือ เจิ้นหนิงโหว เหยาจิ้นทง เหยาจิ้นอวี๋ พี่ชายคนโต และเหยาหมิง พี่ชายคนรองของเหยาหลิงเจิน

“เกิดอะไรขึ้น” เหยาจิ้นทงคำรามด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเห็นบุตรสาวของตนเองจมอยู่ในน้ำเย็นจัด ใบหน้าซีดขาวจนน่ากลัว เขารีบสั่งการให้คนกระโดดลงไปช่วยทันทีโดยไม่รอช้า “พวกเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่ รีบลงไปช่วยคุณหนูสามเร็วเข้า”

ในที่สุด เหยาหลิงเจินก็ถูกนำขึ้นจากน้ำในสภาพที่สั่นสะท้านไปทั้งตัว ปากและเล็บเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ นางไออย่างหนักและสำลักน้ำออกมาอย่างต่อเนื่อง

เหอเหมียวลี่ ผู้เป็นมารดาตามมาถึงในภายหลัง เมื่อเห็นสภาพบุตรสาวก็เป็นลมล้มพับไปทันที

ตั้งแต่วันนั้น... จวนเจิ้นหนิงโหวก็ตกอยู่ในบรรยากาศแห่งความเงียบงันและตึงเครียด

เหยาหลิงเจินถูกนำไปรักษาตัวในเรือน นางตัวร้อนจัดตลอดเวลา ไม่ได้สติไปถึงเจ็ดวันเต็มๆ หมอฝีมือดีเข้าพากันออกจวนไม่ขาดสาย แต่ก็ไม่มีใครกล้ายืนยันได้ว่านางจะพ้นขีดอันตรายหรือไม่

“ท่านหมอ ลูกสาวข้า... นางจะฟื้นหรือไม่” เหอเหมียวลี่นั่งอยู่ข้างเตียงบุตรสาว ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้ไม่หยุด นางจับมือเล็กๆ ของบุตรสาวไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้ว นางจะหายไป

เหยาจิ้นทงยืนอยู่ข้างๆ ภรรยา เขาก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน แต่ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้เพื่อเป็นที่พึ่งของครอบครัว

ท่านหมอส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจ “ท่านโหว ฮูหยิน คุณหนูสี่ถูกไอเย็นเข้าปอดอย่างรุนแรง อาการหนักเกินกว่าที่ข้าจะยืนยันได้ว่าจะฟื้นหรือไม่ แต่ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่”

คำพูดที่เหมือนให้เผื่อใจไว้เช่นนี้ ทำให้ฮูหยินเจิ้นหนิงโหวเป็นลมล้มพับไปอีกรอบ

ส่วนกัวรั่วชิงก็ได้รับอนุญาตให้อยู่เฝ้าสหายรักอย่างใกล้ชิด นางไม่ยอมกลับจวนของตนเองเลยแม้แต่วันเดียว เมื่อถูกบิดามารดามาตาม นางก็ร้องไห้หนักจนทุกคนต้องยอมให้นางนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงของเหยาหลิงเจิน

“เจินเจิน... เจินเจิน... เจ้าต้องฟื้นนะ... ข้าขอโทษ เป็นเพราะข้าชวนเจ้าเล่นซน... ฮือ...” นางจับมือของสหายไว้แน่น น้ำตาหยดลงบนผ้าห่มผืนหนา พร่ำโทษตัวเองซ้ำๆ

เหยาจิ้นอวี๋ และเหยาหมิง เห็นความรู้สึกผิดอย่างรุนแรงของกัวรั่วชิง ก็ทำได้เพียงลูบศีรษะนางเบาๆ ด้วยความสงสาร “ชิงเอ๋อร์... เจ้าอย่าคิดมาก มันเป็นอุบัติเหตุ พวกเรารู้ว่าเจ้าไม่ได้ตั้งใจ”

ยามนี้ บรรยากาศในจวนเจิ้นหนิงโหวช่างหนาวเย็นถึงหัวใจของทุกคน

[1] กัวรั่วชิง คือ ตัวละครเอกในเรื่อง พลิกชะตานางร้ายลิขิตรัก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 75 มาเป็นชายาของเปิ่นหวางก็สิ้นเรื่อง

    หลิวรุ่ยหลินเหลือบมองร่างสูงโปร่งของมู่หย่งฉีที่ยืนค้ำโต๊ะทำงานของนางอยู่ แสงเทียนที่วูบไหวสะท้อนให้เห็นเสี้ยวหน้าคมคายที่ดูหล่อเหลาราวกับภาพวาด ทว่าความกวนประสาทที่แฝงอยู่บ่อยครั้งทำให้นางอดไม่ได้ที่จะพึมพำเสียงเบาพอให้เขาได้ยิน“แล้วที่บอกว่าไปเจอสิ่งที่น่าสนใจกว่า... จะมีอะไรน่าสนใจไปกว่าอ๋องหล่อที่ชอบปีนเข้าห้องคนอื่นเล่า ผิวพรรณบนใบหน้าท่านหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองเสียอีก แต่ก็มองได้ทั้งวันไม่มีเบื่อหรอก” นางแสร้งทำตาใสซื่อขัดกับคำพูดที่ค่อนแคะเรื่องความหน้าทนของเขาอย่างจงใจ“มองข้าได้ทั้งวันไม่เบื่อจริงหรือ?” มู่หย่งฉีไม่ได้โกรธเคือง ซ้ำยังกระซิบถามพลางโน้มกายลงมาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากดวงหน้านวล แววตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของนางที่วูบไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาสวมรอยเป็นคุณหนูผู้โง่เขลาเช่นเดิม มือหนาเอื้อมไปหยิบพู่กันที่เลอะหมึกออกจากมือของนางอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่าความเงอะงะของนางจะทำให้หมึกเปื้อนไปมากกว่านี้“หากมองได้ไม่เบื่อ เช่นนั้นข้าจะอยู่ให้เจ้ามองจนคัดตำรานี่เสร็จดีหรือไม่... จะได้ช่วยดูด

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 74 เซี่ยมู่หยาง

    ในเรือนรับรองส่วนตัวอันเงียบสงัดห่างจากย่านการค้าของเมืองหลวง กลิ่นกำยานไม้หอมลอยอวลไปทั่วห้องโถงกว้าง เซี่ยมู่หยางในชุดคลุมสีครามเข้มดูเคร่งขรึมและสง่างาม เขากำลังนั่งพิจารณารายงานธุระของสำนักอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้ตัวยาว ทว่าความเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยการก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบของศิษย์ในสำนักผู้หนึ่ง“รองเจ้าสำนัก... มีเรื่องด่วนขอรับ!”เซี่ยมู่หยางเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมปลาบดุจเหยี่ยวจ้องมองลูกศิษย์ที่ดูตื่นตระหนกผิดปกติ “มีอะไร? ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่ายามอยู่ที่เมืองหลวงให้ทำตัวสำรวม อย่าได้เอะอะไป”“ขออภัยขอรับ แต่เรื่องนี้สำคัญมาก...” ศิษย์ผู้นั้นกระซิบเสียงสั่น “เมื่อครู่ข้าไปสืบข่าวที่ตลาดมืด และได้พบสตรีผู้หนึ่ง นางถูกพวกนักเลงรุมล้อม ทว่านางกลับใช้เพียงพัดจีบในมือ จัดการพวกมันจนสิ้นท่าภายในพริบตาขอรับ!”เซี่ยมู่หยางขมวดคิ้วแน่นพลางวางพู่กันในมือลง “วิชาพัดมีอยู่ทั่วไปในแผ่นดิน แค่สตรีใช้พัดปกป้องตัวมันแปลกตรงไหน?”“แต่นาง... นางใช้ท่วงท่าอสนีสะบั้นของสำนักเ

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 73 น้ำตาลปั้นแสนขม บทลงโทษจากกัวรั่วชิง

    ภายในเวลาไม่ถึงอึดใจ โจรร่างโตก็นอนกองอยู่บนพื้นดินที่ชื้นแฉะ สตรีตรงหน้าไม่ได้ฆ่าพวกมัน แต่กลับตัดหนทางขัดขืนด้วยวิชาที่เยือกเย็นที่สุดหลิวรุ่ยหลินยืนนิ่ง แววตาเย็นชากวาดมองกองดำๆ สามกองบนพื้น พลางปัดฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ ก่อนจะรีบสาวเท้าออกจากจุดนั้นมุ่งหน้ากลับไปยังถนนกลางโดยที่นางไม่ทันสังเกตเห็น... ที่มุมตรอกฝั่งตรงข้าม มีศิษย์สำนักอสนีเมฆาผู้หนึ่งที่บังเอิญผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เดิมทีเขากำลังจะชักกระบี่ออกไปช่วยเหลือสตรีที่ดูบอบบางนางนั้น ทว่ากลับต้องชะงักค้างอยู่กับที่ด้วยความตกตะลึง ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นท่วงท่าพัดเมื่อครู่ แม้พลังทำลายจะเบาบางและไร้ลมปราณที่กล้าแกร่ง ทว่าร่องรอยและจังหวะการเคลื่อนไหวนั้นกลับดูคล้ายคลึงกับกระบวนท่าลับที่มีเพียงคนในระดับสูงของสำนักเท่านั้นที่จะรู้จักเมื่อตั้งสติได้ ศิษย์ผู้นั้นก็รีบเร้นกายหายไปในฝูงชนทันที เพื่อมุ่งหน้ากลับไปรายงานข่าวประหลาดนี้แก่เซี่ยมู่หยาง รองเจ้าสำนักที่เพิ่งมาเยือนเมืองหลวงเมื่อไม่กี่วันก่อน.........................................ทางด้านตลาดกลา

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 72 เรื่องน่าสงสัย และคนที่ได้ผลประโยชน์

    เซี่ยมู่หยางเป็นคนที่มีฝีมือและความสามารถจนเกือบจะได้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนัก ทว่าด้วยปูมหลังที่มารดาเคยเป็นคนของพรรคมารมาก่อน อาจารย์จึงตัดสินใจเลือกหลิวรุ่ยหลินผู้สมบูรณ์แบบและไร้ตำหนิขึ้นสืบทอดตำแหน่งแทน“ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นคือ ข่าวลือที่หลุดมาจากคนใกล้ชิดในเรือนรับรอง” หลงจู๊แค่นยิ้ม “หลิวรุ่ยหลินถึงขั้นเอ่ยปากว่า ยินดียกตำแหน่งเจ้าสำนักอสนีเมฆาให้เซี่ยมู่หยางเป็นผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการ ส่วนนางขอเพียงได้เป็นฮูหยินเคียงข้างเขาเท่านั้น”“เจ้าว่าอะไรนะ!”“นังหนู เจ้าได้ยินไม่ผิดหรอก” หลงจู๊เฒ่าหัวเราะหึๆ “ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมว่าความรักจะทำให้สตรีน้ำแข็งอย่างเจ้าสำนักหลิวเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงเพียงนี้”หลิวรุ่ยหลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบงันไปชั่วขณะหลังจากได้ยินคำว่า ‘ฮูหยินของเซี่ยมู่หยาง’ ความรู้สึกเย็นเฉียบแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง หัวใจของนางสับสนปนเปจนยากจะแยกแยะ...ศิษย์พี่เซี่ย... เป็นท่านอย่างนั้นหรือ?ความทรงจำถึงศิ

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 71 ร้านตำราหมื่นอักษร

    หลิวรุ่ยหลินข่มความเจ็บปวดและความระแวงสงสัยเอาไว้ลึกสุดใจ ก่อนจะเบือนหน้าหนีและเร่งฝีเท้าผ่านร้านสมุนไพร ‘ร้อยราก’ ของพรรคหมื่นอสรพิษ และร้าน ‘เข็มเงา’ ของสำนักเงาจันทราไปอย่างรวดเร็ว จุดหมายของนางในตอนนี้มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น คือที่ที่ข้อมูลจะไม่ถูกบิดเบือนด้วยความภักดีหรือการหลอกลวงท้ายตรอกที่แสงไฟริบหรี่ที่สุด คือที่ตั้งของร้านตำราเก่าคร่ำคร่าแห่งหนึ่ง...หลิวรุ่ยหลินหยุดยืนอยู่ที่หน้า ‘ร้านตำราหมื่นอักษร’ ร้านเล็กๆ ที่ดูทรุดโทรมและเงียบเหงาจนแทบกลืนหายไปกับเงามืดท้ายตรอก กลิ่นกระดาษเก่าหม่นและน้ำหมึกแห้งกรังลอยมาปะทะจมูกทันทีที่นางก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป ภายในอัดแน่นไปด้วยชั้นตำราที่วางเรียงรายสูงตระหง่านจนถึงเพดาน บดบังแสงสว่างริบหรี่จากภายนอกจนแทบหมดสิ้นที่หลังโต๊ะไม้ตัวหนาซึ่งเต็มไปด้วย กองตำราและแท่นหมึก ชายชราผู้หนึ่งนั่งขดตัวอยู่ใต้ชุดคลุมสีเทาซีด ดวงตาของเขาปิดสนิท ทว่ามือผอมแห้งกลับขยับดีดลูกคิดรางไม้เป็นจังหวะเชื่องช้า...ต๊อก... แต๊ก...หลิวรุ่ยหลินกวาดสายตามองไปบนชั้นวางครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบตำ

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 70 ก้าวสู่ตรอกฉางอิ่งหูถง

    เบื้องหน้าของหลิวรุ่ยหลินคือปากทางเข้าตรอกฉางอิ่งหูถง สถานที่ซึ่งดูราวกับเส้นทางสู่กองขยะหรือแหล่งเสื่อมโทรมที่ถูกลืมเลือน ผนังอิฐทั้งสองข้างผุพังจนเห็นเนื้อในสีเทาหม่น คราบตะไคร่น้ำหนาเตอะเกาะกินตามรอยแตก กลิ่นเหม็นอับความชื้นและซากปรักหักพังโชยมาปะทะจมูก จนคนทั่วไปเพียงแค่เดินผ่านก็ต้องรีบยกมือปิดป้องและเร่งฝีเท้าจากไปทว่าสำหรับอดีตเจ้าสำนักผู้โชกโชน นางรู้ดีว่านี่คือ ‘เปลือกนอก’ ที่ถูกจงใจสร้างขึ้นเพื่อคัดกรองผู้มาเยือนนางก้าวเท้าเข้าสู่ทางเข้าที่มืดมิดและแคบชันอย่างไม่ลังเล กระทั่งผ่านพ้นโค้งหักศอกที่สาม บรรยากาศรอบกายก็พลิกเปลี่ยนไปราวกับก้าวข้ามสู่โลกอีกใบหนึ่ง ความเงียบงันมลายหายไป แทนที่ด้วยเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาที่ฟังไม่ได้ศัพท์ แสงแดดอุ่นของฤดูใบไม้ผลิถูกปิดกั้นด้วยหลังคาที่ยื่นออกมาบดบังจนเหลือเพียงแสงสลัวจากโคมกระดาษสีแดงขุ่นที่แขวนเรียงรายตลอดแนวทางเดิน แสงไฟสีชาดเหล่านั้นสะท้อนกับละอองไอจางๆ ในอากาศ เผยให้เห็นเงาร่างของผู้คนในชุดรัดกุม บ้างสวมงอบสานใบกว้างปิดบังใบหน้า บ้างใช้ผ้าแพรคลุมโฉมมิดชิด ทุกย่างก้าวที่สวนทางล้วนแฝงไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status