Share

บทที่ 3.1

last update publish date: 2025-12-23 21:22:02

นักข่าวจากทุกสำนักรวมตัวกันอยู่ในห้องที่ใช้แถลงข่าววันนี้ของหน่วยปราบปรามอาชญากรรม เก้าอี้ทุกตัวถูกจับจอง ด้านหลังห้องกล้องวิดีโอ และช่างภาพยืนประจำที่เพื่อเตรียมบันทึกภาพ เสียงพูดคุยเบา ๆ ดังเป็นระยะ ขณะที่ทุกคนรอคอยการแถลงเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมเมื่อสองวันก่อน ซึ่งเชื่อมโยงกับฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังสร้างความหวาดกลัวให้ผู้คน

เพียงการปรากฏตัวของชายในเครื่องแบบก็ทำให้เสียงพูดคุยเงียบลง เปลี่ยนเป็นเสียงชัตเตอร์ดังถี่รัวและแสงแฟลชที่สะท้อนอยู่ทั่วห้อง

จันอับยกกล้องขึ้นแนบตา เลนส์จับไปยังคนที่ขึ้นสู่โพเดียม เขาดูอายุไม่น่าเกินสามสิบห้า ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหล่อเหลา ผิวแทนเข้มสุขภาพดี ท่วงท่ามั่นคงและแววตาสงบนิ่ง นักข่าวหนุ่มถ่ายภาพต่ออีกสองสามภาพ และเมื่อคนบนโพเดียมเริ่มพูด เขาจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างแอนนี่ที่กำลังพิมพ์ข้อมูลลงในโน๊ตบุ๊ค

ตำรวจนายนั้นเริ่มต้นด้วยการกล่าวทักทาย “สวัสดีนักข่าวทุกท่าน ผม พ.ต.อ. ไกรวิทย์ ชาญเดชา รองผู้กำกับหน่วยปราบปรามอาชญากรรม รับหน้าที่แถลงข่าวเหตุการณ์ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นครั้งนี้ครับ” หลังแนะนำตัว รองผู้กำกับคนใหม่ก็ตรงเข้าประเด็น

“ผลการสอบสวนเบื้องต้น ยืนยันว่าคดีที่เพิ่งเกิดขึ้นเชื่อมโยงกับฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังก่อเหตุอยู่ในขณะนี้ จากหลักฐานที่เราได้ แม้เหยื่อแต่ละรายจะมีพื้นเพและลักษณะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เชื่อมพวกเขาทั้งหมดเข้าด้วยกันคือ ‘รูปแบบการลงมือ’

หลักฐานบ่งชี้ว่า ผู้ก่อเหตุจะมัดตรึงเหยื่อ ตามด้วยการทารุณกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เราพบร่องรอยบาดแผลและการกดทับ บอกถึงสภาวะที่ถูกกักขัง ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของเหยื่อทุกรายไม่ได้เกิดจากการทารุณกรรม แต่เกิดจากบาดแผลบริเวณหน้าอก คนร้ายจะใช้ของมีคมแทงเข้าที่ หัวใจ ของเหยื่ออย่างแม่นยำและชำนาญเพียงครั้งเดียวให้ถึงแก่ชีวิต…”

ในระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังพูด จันอับก็เฝ้าสังเกตพลางวิเคราะห์บุคลิกของเขาไปด้วย ผู้ชายคนนี้ ไม่มีร่องรอยของความประหม่าหรือกังวล ทั้งที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวาน นั่นแปลว่ามีความมั่นใจในตัวเองอยู่พอควร และถ้าจันอับเดาไม่ผิดข้อมูลที่อยู่ในมือน่าจะเพิ่งได้รับมาไม่นาน อาจยังไม่ทันได้ตรวจสอบความถูกต้องด้วยซ้ำ แต่ท่าทางและน้ำเสียงกลับฟังดูน่าเชื่อถือ

นักข่าวหนุ่มเอนตัวเข้าหาแอนนี่ กระซิบเบา ๆ น้ำเสียงแฝงความชื่นชม “ดูเขาสิ นิ่งมาก เหมือนไม่ใช่คนที่เพิ่งมารับตำแหน่งเมื่อวานเลยนะ”

แอนนี่พยักหน้าเห็นด้วย “จริง”

ดวงตาของจันอับยังคงจับจ้องไกรวิทย์ ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา

“น่าสนใจ ฉันอยากรู้จังว่าเขาจะทำอะไรได้บ้าง” เขากระซิบอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับไปตั้งใจฟังการแถลง

แอนนี่เหลือบมองเพื่อนตัวเอง พูดเบาราวสายลม “มึงอย่าทำอะไรไม่เข้าเรื่องนะ”

จันอับเพียงยิ้ม ไม่ตอบ

บนโพเดียม รองผู้กำกับยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง เรื่องตัวตนของคนร้าย

“ในส่วนของเบาะแสเกี่ยวกับคนร้าย จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เรายังไม่พบหลักฐานที่สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้…”

ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยค มือหนึ่งก็ยกขึ้นสูงดึงสายตาของไกรวิทย์ให้มองไปทางนั้น และสบเข้ากับสายตาคมกริบ ที่เหมือนจะบอกว่า ‘ถ้าคุณไม่ให้ผมถาม ผมก็จะยกมันอยู่อย่างนี้แหละ’

เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเขาจึงตัดสินใจพยักหน้าเป็นการอนุญาต และนั่นคือสิ่งที่ภายหลังไกรวิทย์คิดว่าทำถูกต้องแล้ว

“เชิญคุณถามคำถามครับ”

จันอับยืดตัวขึ้น แนะนำตัวอย่างเป็นทางการก่อนยิงคำถามตรงประเด็น

“สวัสดีครับ ท่านรองฯ ผมจันอับ จากซี.ไอ.นิวส์” เขายิ้มอย่างเป็นมิตร ก่อนจะยิ่งคำถามที่เป็นเหมือนระเบิดเวลา “อยากทราบว่า ท่านมั่นใจแค่ไหนครับว่าคนร้ายไม่ได้ทิ้งหลักฐานอะไรไว้เลย? ท่านคิดว่าฆาตกรรายนี้จะรอบคอบถึงขั้นกำจัดหลักฐานทุกอย่างที่อาจมัดตัวเองได้หมดจริงหรือครับ?”

คำถามนี้ทำเอาบรรยากาศในห้องแถลงข่าวเงียบกริบ นักข่าวทุกคนหยุดมือในสิ่งที่ทำ เงยหน้าขึ้นมองไปยังคนเพียงคนเดียวที่กลายเป็นจุดสนใจของทุกสายตาในตอนนี้

ไกรวิทย์ยังคงยืนสงบนิ่ง ท่าทางไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย หากแต่ในเสี้ยววินาทีดวงตากลับมี เงาของความเคลือบแคลงเล็ดลอดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ถ้าไม่ใช่คนที่เฝ้าจับตามองอย่างจันอับ คงไม่มีใครทันได้เห็น

รองผู้กำกับหนุ่มเอ่ยช้า ๆ แต่น้ำเสียงยังคงหนักแน่น “เท่าที่ผมได้รับรายงานตอนนี้ยัง…” เป็นอีกครั้งที่เขายังพูดไม่ทันจบก็ถูกแทรกขึ้น ไกรวิทย์กดข่มอารมณ์เอาไว้ยังคงไม่แสดงท่าทีหงุดหงิดให้เห็น

“ท่านรองฯ อ่านรายงานแล้วไม่พบจุดน่าสงสัยเลยหรือครับ? ทั้งที่สถานที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม ร่างกายเหยื่อเต็มไปด้วยร่องรอย แต่กลับไม่มีแม้แต่รอยนิ้วมือ เส้นผมของฆาตกร แบบนี้ไม่แปลกไปหน่อยหรือครับ?” คำถามนี้เหมือนเชื้อไฟเติมเข้าไปในห้องที่กำลังร้อนระอุ บรรยากาศตึงเครียดยิ่งทวีคูณ

รอบนี้จันอับสังเกตเห็นไกรวิทย์ชะงักไปเล็กน้อย

จันอับยกมุมปากยิ้มเล็กน้อย แววตาแฝงเลศนัย “ผมไม่ทราบว่าในมือของท่าน มีข้อมูลที่ทีมพิสูจน์หลักฐานรายงานครบถ้วนหรือไม่ แต่ผมขอบอกข้อมูลให้ท่านทราบ เพื่อว่าท่านอาจจะถูกคนบ้างกลุ่มปกปิดข้อมูล” จันอับเน้นสองคำสุดท้าย

“ท่านเพิ่งย้ายมาใหม่ คงยังไม่ทราบว่า ‘รองผู้กำกับคนเก่า’ ไม่ค่อยยอมรับการทำงานของหน่วยพิสูจน์หลักฐานเท่าไรนัก เท่าที่ผมทราบ พวกเขาไม่เคยได้รับอนุญาตให้ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุทันทีที่ไปถึง แต่ต้องรอจนกว่าทีมที่หนึ่งของแผนกอาชญากรรมร้ายแรงจะเข้าพื้นแล้ว หรือบางครั้งยังต้องรอคำสั่งพิเศษ ถึงจะเริ่มเก็บหลักฐานได้”

เขาเน้นคำว่า ‘รองผู้กำกับคนเก่า’ อย่างชัดเจน พร้อมกับมองไปยังหัวหน้าทีมหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังไกรวิทย์ อย่างไม่เกรงกลัว

“นี่คุณนักข่าวจะหมายความว่าฉันรายงานผู้บังคับบัญชาไม่ครบเหรอครับ” หัวหน้าทีมหนึ่งขึ้นเสียง

“คุณร้อนตัว ?”

“นี่ฉันแก่พอ ๆ กับแม่เธอได้เลยนะพูดอะไรให้เกียรติกันหน่อย” เขาทำท่าจะเดินเข้าใส่จันอับ แต่กลับถูกคนอื่น รั้งตัวไว้

“หยุด ! คุณออกไปข้างนอกสงบสติเดี๋ยวนี้” ไกรวิทย์ออกคำสั่ง แต่อีกฝ่ายเหมือนจะไม่ยอม “หรือคุณจะบอกว่าคุณแกเท่าพ่อแม่ผม ผมเลยไม่มีสิทธิ์สั่งการคุณเหรอ” ไกรวิทย์พูดนิ่ง ๆ แต่เก็บทุกรายละเอียด

หัวหน้าทีมหนึ่งทำได้แต่หัวเสียเดินออกจากห้องไป

เมื่อเหตุการณ์วุ่นวายเพียงชั่วครู่สงบลง ไกรวิทย์จึงหันมามองจันอับด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่ดูเย็นชา แต่ตอนนี้เหมือนเขาได้ค้นพบเรื่องสำคัญบางอย่าง ถ้านักข่าวคนนี้ไม่จุดประเด็นเขาอาจถูกปิดหูปิดตาไปอีกสักพัก

“ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะและข้อมูลสำคัญนะครับ และต้องขอโทษกับเรื่องเมื่อกี้ด้วย เรื่องนี้ผมยอมรับตรง ๆ ว่ายังไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดทุกมุม ซึ่งถือเป็นความบกพร่องของผมเอง หลังการแถลงวันนี้ ผมจะตรวจสอบเอกสารทั้งหมดอย่างละเอียด และจะเร่งประสานกับหน่วยพิสูจน์หลักฐานเอกงโดยตรง เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะไม่พลาดหลักฐานใด ๆ อีกครับ

ผมมาที่นี่เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ผมเชื่อว่าการทำงานอย่างโปร่งใสและเต็มที่คือสิ่งสำคัญที่สุด ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่าคดีนี้จะถูกสืบสวนอย่างละเอียดและยุติธรรม ขอบคุณครับ” ไกรวิทย์โค้งศีรษะให้นักข่าว แต่ก่อนที่จะหมุนตัวเดินออกจากห้องแถลงข่าว เขาได้หันกับมาส่งยิ้มเป็นเชิงของคุณให้จันอับอีกครั้ง และจากไปโดยเปิดโอกาสให้ซักถามต่อ บรรดานักข่าวหันไปซุบซิบแลกเปลี่ยนกันเสียงระงม ปากกาขีด และแป้นพิมพ์ทำงานกันอย่างเร่งรีบ ขณะตากล้องทั้งหลายยังคงจับภาพจนกระทั่งประตูปิดลง

“ไอ้จัน แกคิดว่าท่านรองฯ โดนรับน้องใช่มั้ย” นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้น

“ครับพี่ ผมเห็นหัวหน้าทีมหนึ่งแอบยิ้มเยาะตอนเขาพูด”

“แกเลยตั้งใจถามจุดประเด็น?” แอนนี่เหมือนจะรู้ทัน

จันอับหัวเราะในลำคอ ยกยิ้ม “แสนรู้ เพื่อนกูนี่ไม่ธรรมดา”

“เอ้า ไอ้นี่!” แอนนี่ค้อนใส่ ก่อนส่ายหัว

“เหมือนเดิมเลยนะแก่เนี่ยไอ้จัน” พี่นักข่าวอีกสำนักพูดขึ้น

“แต่ก็ได้ผลนะครับ” จันอับยิ้มอย่างไร้เดียงสา

นักข่าวหลายคนหัวเราะ หลายคนได้แต่ส่ายหัวกับนิสัยห่าม ๆ ของรุ่นน้องคนนี้ แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าสิ่งที่จันอับทำก็เพื่อตัวรองผู้กำกับคนใหม่เอง

ในภายหลังพวกจันอับถึงได้รู้ข่าวจากรณพักตร์ เพื่อนที่อยู่ทีมสามของแผนกอาชญากรรมร้ายแรง ที่ตอนนี้กลายเป็นผู้ช่วยและเลขาส่วนตัวของรองฯไกรวิทย์ไปแล้ว ว่ารองผู้กำกับได้สอบส่วนเลขาคนเก่าด้วยตัวเอง ถึงได้รู้ว่าข้อมูลที่เขาได้มาในวันนั้นไม่ ครบหัวหน้าทีมหนึ่งให้เธอดึงรายงานของทีมพิสูจน์หลักฐานถูกดึงออกทั้งหมด

หลังจากรู้ความจริง เขาสั่งย้ายหัวหน้าทีมหนึ่ง ลูกน้องที่รู้เห็น รวมถึงเลขาคนนั้นทันที และยังตั้งคณะกรรมการสอบการกระทำทั้งหมดด้วย ส่วนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องไกรวิทย์จะลงมาดูด้วยตัวเอง

ขยับเพียงครั้งเดียวกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนลูกใหญ่ในแผนกอาชญากรรมร้ายแรง อำนาจเก่าถูกทลาย เหมือนมีมือเข้ามาปัดกวาด ล้างตั้งแต่รากฐาน กลายเป็นที่โจษจันทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติกันเลยทีเดียว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 15

    บทที่ 17รถทีมออบส์เคลื่อนตัวมาตามถนนสายรอง ห่างจากถนนหลักราวสองกิโลเมตร ปลายทางคือสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีทะเลสาบอยู่ใจกลาง เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่มักแวะมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ทว่าภายในสวนอันกว้างขวางกลับมีมุมอับและแนวป่ารกชัฏหลายจุด หนึ่งในนั้นคือ ‘จุดเกิดเหตุ’ ในวันนี้รถของทีมออบส์จอดห่างจากแนวกั้นไม่ไกลนัก ทันทีที่ก้าวลงจากรถ บรรยากาศรอบพื้นที่ก็เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ถัดจากแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ออกมาไม่ไกล กลุ่มสื่อมวลชนยืนรวมตัวกันอยู่ในพื้นที่ที่ถูกจัดไว้ กล้องหลายตัวหันเข้าไปด้านใน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคอยกันไม่ให้ใครล้ำเข้าไปทีมออบส์เดินผ่านบริเวณนั้นเพื่อเข้าสู่พื้นที่เกิดเหตุ ระหว่างทางกันต์ธีร์คาดไม่ถึงว่าจะได้เจอคนคนนั้นเร็วขนาดนี้ สายตาของเขาหยุดนิ่งที่ร่างคุ้นตาหลังแนวรั้วสื่อมวลชน‘จันอับ’จังหวะที่อีกฝ่ายมองมา สายตาของทั้งคู่ก็สบกันพอดี คำพูดของมารดาเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัว‘ถ้าลูกอยากเข้าใกล้เขามากขึ้น ก็ต้องค่อย ๆ ทำให้กำแพงนั้นลดลง...’กันต์ธีร์เกือบจะเอ่ยทัก แต่เมื่อนึกถึงประโยคที่ตัวเองพูดแทรกจันอับใ

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 14

    ใจกลางห้องใต้ดินอันเงียบสงัด เส้นสีเข้มคดโค้งพาดทับกันบนพื้น ก่อเป็นลวดลายดอกไม้ขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็นแปดกลีบซ้อนกันอย่างประณีต แท่นบูชาตั้งอยู่ใจกลางลวดลาย เครื่องบูชาหลากชนิดเรียงรายอยู่บนโต๊ะ ทั้งเทียนขาว ธูปหอม ข้าวตอกดอกไม้ และที่เด่นที่สุดคงจะเป็นภาชนะขนาดใหญ่ซึ่งบรรจุของเหลวสีแดงคล้ำเอาไว้ กลิ่นธูปและกลิ่นคาวจาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศเย็นชื้นของห้องเบื้องหน้าแท่นบูชา ร่างในชุดสีเข้มนั่งขัดสมาธิอยู่กลางวง เส้นผมดำขลับเกล้ามวยสูง ดวงตาหลับนิ่งจมอยู่ในสมาธิ ทว่าความน่าเกรงขามยังคงแผ่ออกมาจากร่างนั้น“อาจารย์แม่ ไอ้ภัคพงศ์ถูกตำรวจจับแล้ว เราจะทำอย่างไรต่อครับ?” เสียงของชายคนหนึ่งทำลายความเงียบที่ปกคลุมอยู่“หึ... พวกโง่ก็มักจะทำอะไรโง่ ๆ” เธอเอ่ยทั้งที่ยังคงปิดตาสนิท แต่ในน้ำเสียงมีแววเย้ยหยัน “ไม่ต้องห่วง ข้าจัดการเอง ออกไปเถอะ แล้วอย่าให้ใครเข้ามารบกวนตอนข้าทำพิธี”ชายที่ถามโค้งศีรษะต่ำแสดงความเคารพ ก่อนหมุนตัวเดินจากไป ประตูไม้บานทึบปิดลงอย่างเงียบเฉียบ ทิ้งไว้เพียงเสียงบทสวดคาถาที่ฟังไม่ออก กระแสพลังเริ่มก่อตัวขึ้น

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 13

    กรรณิกานั่งอ่านหนังสือและจิบชาอยู่ภายในศาลาพักผ่อนซึ่งตั้งอยู่กลางสวนกว้างด้านหน้าบ้าน จากจุดที่นั่งสามารถมองเห็นแนวทางเข้าตั้งแต่ประตูรั้วทอดยาวไปจนถึงตัวบ้านที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล รอบศาลารายล้อมด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดี กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยมากับสายลมเป็นระยะนายหญิงของบ้านพลิกหน้ากระดาษอย่างใจเย็น ดื่มด่ำกับทุกตัวอักษรจนแทบลืมเลือนเวลากระทั่งแสงสะท้อนจากกระจกหน้ารถวาบเข้าตา กรรณิกาจึงเงยหน้าขึ้น และเห็นรถคันสีดำคุ้นตาของลูกชายเลี้ยวผ่านประตูรั้วเข้ามา ก่อนจะจอดลงบริเวณลานหน้าบ้าน‘เวลานี้ตากันต์ควรจะอยู่ที่ทำงานหนิ ทำไมถึงกลับมาก่อนเวลาล่ะ’เมื่อลูกชายก้าวลงจากรถ ไหล่กว้างที่ปกติจะตั้งตรงกลับดูตกลงเล็กน้อย ฝีเท้าก็เชื่องช้ากว่าทุกครั้ง สีหน้าสงบนิ่งก็จริง ทว่ามีแววหม่นบาง ๆ ปรากฏอยู่ ราวกับเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ยังทิ้งความรู้สึกบางอย่างไว้ในใจ“ตากันต์”ขณะที่กันต์ธีร์เพิ่งปิดประตูรถ เสียงเรียกของมารดาก็ดังมาจากทางด้านหลัง เขาจึงหันไปมอง และเห็นกรรณิกานั่งอยู่ภายในศาลาพักผ่อนกลางสวน กันต์ธีร์จึงเดินตรงเข้าไปหาเมื่อเขาเข้ามาใกล้ กรรณิกาก็เอ่ยชวนด้วยรอยยิ้

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 12

    หลังวางสาย กันต์ธีร์สั่งการให้อัยกรรีบส่งผลตรวจทั้งหมดไปให้ไกรวิทย์ทันที เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยืนขอหมายจับจากศาล เมื่อจัดการเรื่องทางแล็บเรียบร้อย เขาเละจินไตยจึงเดินออกจากแล็บ ระหว่างทางกลับ ทั้งคู่สวนกับโรสที่เดินดูดกาแฟมาด้วยท่าทางสบายอารมณ์ไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งวิ่งหน้าตั้งไปรายงานผลตรวจเมื่อไม่กี่นาทีก่อน โรส “เสร็จแล้วเหรอคะ?” “อืม เหลือแค่ส่งต่อหลักฐาน แล้วนี้จะกลับไปแล็บหรือกลับสำนักงานพร้อมพวกฉัน?” กันต์ธีร์ถาม “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว กลับสำนักดีกว่าที่เหลือไอ้กรมันทำต่อได้” จินไตยเหล่มองแก้วในมือของเพื่อนสาว “ที่มาช้านี่แวะซื้อกาแฟ?” “ช่ายจ้า~” โรสตอบพร้อมยกแก้วขึ้นดูดโชว์ จินไตย “สั่งเมนูอะไร อเมซิ่งดีเลย์เหรอ ถึงได้เพิ่งมาเอาตอนนี้” โรส “เยส อเมซิ่งดีเลย์ เพิ่มช็อต ‘พักเหนื่อย’ กับท็อปปิ้ง ‘โดนเพื่อนทิ้ง’ ด้วย” จินไตยหลุดหัวเราะ “งอนอะไรครับคุณ” “ไม่ได้ง้อน” โรสทำเป็นพูดเสียงสูงก่อนจะปรับลงมาให้ปกติ “ก็แค่กูวิ่งหน้าตั้งมารายงานผล ขนาดว่าถ้าสะดุดล้มก็พร้อมไถตัวมาบอกมึง แต่ผลเป็นไง! พอพูดจบ มึงก็วิ่งหายปั๊บ ทิ้งกูยืนหอบเป็นหมาวิ่งไล่รถ” “แหม~ วิ่งแค่นี้เอง” “ง

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 11

    จันอับมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของทีมออบส์ตามความเคยชิน พอรู้ว่าต้องมาที่หน่วยพิสูจน์หลักฐาน ระหว่างทางเขาได้โทรสั่งเครื่องดื่มเอาไว้ คิดว่าหลังดูสภาพศพเสร็จก็จะแวะเอาน้ำไปให้พวกเพื่อน ๆ ที่ต้องหน้าดำคร่ำเครียดกับหลักฐานคดีใหญ่สักหน่อย ดังนั้นตอนนี้ในมือเขาจึงถือถุงใส่แก้วน้ำจำนวนหนึ่ง ทันทีที่เขาเปิดประตูเข้า เขาก็พบภาพที่เห็นจนชินตา คนที่ควรนั่งจมอยู่กับกองเอกสารก็นั่งอยู่ ส่วนคนที่หายไปในแล็บก็คงจะไม่ออกมาให้เจอเร็ว ๆ นี้จันอับ“ยุ่งกันอีกแล้วสินะช่วงนี้”“อือ” เสียงโรสที่กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ลอยมาให้ได้ยินเบา ๆ“พักกินน้ำกันก่อนไหม กูซื้อมาฝากทุกคนเลยเนี่ย”โรสหยุดมือ เงยหน้ามองคนพูด “มึงมาหาข้อมูลเขียนข่าวอีกแล้วสินะ” เธอลุกมาหยิบแก้วน้ำที่จันอับส่งให้ไปดูด ก่อนพูดต่อ “มึงไปขอหัวหน้ากูให้ได้ก่อน เมื่อก่อนเป็นพี่จินอาจจะง่าย แต่ตอนนี้เป็นเฮียแถมมึงยังมีเรื่องกับเขาอีก เขาไม่ให้มึงง่าย ๆ หรอก”จินไตย “นั่นดิ เฮียไม่เหมือนพี่จินนะเว้ย” เขาหยิบแก้วหนึ่งบนโต๊ะ นั่งลงตรงที่ว่าง “ขอบใจนะ”พิร์วรัลไม่แสดงความคิดเห็นแต่สีหน้าก็แสดงออกว่าเห็นด้วยกับสองคนนั้นเช่นกันจันอับอมยิ้มเล

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 10

    กันต์ธีร์และจันอับหยุดยืนอยู่หน้าตู้เก็บศพขนาดใหญ่ตรงมุมห้อง ความเย็นจากเครื่องทำความเย็นแทรกผ่านเสื้อผ้าจนผิวหนังตึงวาบ ผิวโลหะของตู้สะท้อนแสงสีขาวซีดจากหลอดไฟเหนือศีรษะ ขับให้บรรยากาศภายในห้องดูเงียบและอึดอัดยิ่งขึ้นกันต์ธีร์ “เริ่มเลยไหม”จันอับพยักหน้าแทนคำตอบประตูตู้เก็บศพของเหยื่อรายที่ห้าถูกเปิดออก กันต์ธีร์ดึงถาดเหล็กด้านในออกมาทำให้เกิดเสียงโลหะเสียดสีกันดังแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบ เขารูดซิปที่ปิดสนิทของถุงใส่ศพลงจนเผยให้เห็นร่างไร้ชีวิต ก่อนถอยไปยืนพิงโต๊ะกลางห้อง ปล่อยให้คนที่มาด้วยได้พิจารณาสภาพศพด้วยตัวเองจันอับเริ่มสำรวจร่างตรงหน้าทันทีที่ได้พื้นที่ เขามองเพียงไม่กี่วินาที ก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง “เลือดของศพนี้...”กันต์ธีร์ได้ยินคำพูดนี้ก็รู้สึกพึงพอใจในไหวพริบของจันอับ “คุณสังเกตได้เร็วดีหนิ ใช่...เลือดของศพนี้หายไป แต่ไม่ใช่แค่รายนี้ เหยื่อรายที่สี่ก็หายไปด้วย”จันอับ “ทำไมคนรายถึงเอาเลือดไปแค่สองราย แล้วเอาไปทำอะไรกันนะ” เขาพึมพำราวกับจะพูดกับกันต์ธีร์ แต่ก็คลายจะตั้งคำถามกับตัวเองเช่นกันกันต์ธีร์ “ก็คงต้องถามตอนจับตัวมันได้เท่านั้นแหละ”จันอับพยักหน้าแสด

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 2.3

    “เฮีย!” จินไตยลุกจากเก้าอี้วิ่งมากระโดดกอดเป็นคนแรก เหมือนได้เจอเทวดามาโปรด อัยกรลุกตามมาสมทบ ยื่นมือมาชนกำปั้นแบบที่เคยทำกัน ส่วนพิร์วรัลยิ้มจนตาหยี “เฮียกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ไม่เห็นบอกล่วงหน้าเลยค่ะ” “ไม่คิดจะให้ใครไปรับเลยเหรอครับ?” อัยกรเสริม “แล้วคราวนี้อยู่ยาวเลยหรือเปล่า หรือว่าต้

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 2.2

    ภายในห้องประชุมบรรยากาศค่อนข้างตึงเครียดเป็นพิเศษ เมื่อจินดา เรียกสมาชิกของออบส์ ให้มาประชุมด่วน โดยไม่บอกเหตุผลล่วงหน้า แถมตอนที่เธอเดินเข้ามายังทำหน้าตึงสุดๆ โรส จินไตย อัยกร และพิร์วรัล เหลือบมองกันอย่างกังวล นาน ๆ ทีพวกเขาจะเห็นอดีตหัวหน้าทีมเคร่งขรึมแบบนี้ และทุกครั้ง… มักตามมาด้วยเรื่องร้ายแ

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 2.1

    เวลานี้กันต์ธีร์กำลังเลี้ยวรถเข้าสู่เขตสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พื้นที่ซึ่งรวมหน่วยสำคัญเอาไว้ครบ ทั้งหน่วยปราบปรามอาชญากรรม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจนครบาล ไปจนถึงหน่วยพิสูจน์หลักฐานที่เขาสังกัด ตึกสูงสลับกับอาคารเก่าเรียงราย เหมือนคอยบอกเล่าประวัติขององค์กรนี้ เสียงไซเรนแว่วมาเป็น

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 1

    ภายในห้องนอนอันเงียบสงบ อากาศที่เย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศโอบล้อมไปทั่วห้องนอน ผ้าม่านสีทึบช่วยปิดกั้นแสงรบกวน เตียงหลังใหญ่กลางห้องดูน่านอนจนชวนให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและจมดิ่งสู่การพักผ่อนอันยาวนาน แต่ไม่ใช่กับชายหนุ่มที่กำลังนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงหลังนั้น คิ้วเข้มได้รูปเหมือนถูกเขียนด้วย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status