Share

บทที่ 3.3

last update publish date: 2025-12-31 21:02:46

คนมาใหม่กวาดตามองรอบโต๊ะเร็ว ๆ ขณะเดินมา ก่อนจะเห็นเก้าอี้ว่างเพียงตัวเดียว เขาเดินไปนั่งโดยไม่ลังเล และไม่ได้มองด้วยซ้ำว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย

จินดาที่เห็นอย่างนั้นก็ยกยิ้มมุมปาก และตั้งตารอชมเรื่องสนุกหลังจากนี้ เธอเริ่มแนะนำหัวหน้าทีมคนใหม่ให้นักข่าวทั้งสองได้รู้จักทันที

“จัน แอน นี่หัวหน้าทีมคนใหม่ของออบส์… กันต์ นี่จันอับกับแอนนี่ นักข่าวสายอาชญากรรม ต่อไปพวกแกจะได้ทำงานร่วมกันบ่อย ๆ”

เมื่อได้ยินจินดาแนะนำ จันอับที่กำลังคุยเล่นและหัวเราะกับเพื่อนสาวทั้งสองเพลิน ๆ จึงเอี้ยวตัวกลับมาเพื่อจะกล่าวคำทักทายกับคนมาใหม่ แต่ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับคนข้างตัว เขาและกันต์ธีร์ต่างเบิกตากว้าง ความตกใจแล่นวูบเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว มือของทั้งสองยกขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายแทบจะในจังหวะเดียว

“นี่นาย/นี่คุณ!!”

แอนนี่ได้แต่กุมขมับที่ปวดตุบ ๆ กับเหตุการณ์ตรงหน้า ส่วนคนอื่น ๆ มองกันไปมาอย่างงง ๆ โรสเขยิบตัวเข้ามาใกล้ กระซิบถามเสียงเบา “นี่พวกมึง…เคยเจอกันมาก่อนเหรอ? ทำไมบรรยากาศดูตึง ๆ แปลก ๆ วะ”

หญิงสาวถอนหายใจน้อย ๆ กระซิบเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างจันอับกับกันต์ธีร์ ให้คนที่อยู่ใกล้ระยะได้ยินฟัง และเมื่อเล่าจบ โรสกับจินไตยถึงกับหลุดหัวเราะออกมา เช่นเดียวกับจินดาที่รู้อยู่แล้วก็แอบหัวเราะคิกคัก ดูท่าเธอจะเพลิดเพลินกับปฏิกิริยาของทั้งสองไม่น้อย

เสียง “ชิ” หลุดจากริมฝีปากบาง ก่อนที่จันอับจะสะบัดหน้าไปอีกทาง แต่ไม่ถึงอึดใจ หางตาก็เผลอเหลือบกลับมามองคนข้างตัวอย่างลืมตัว

กันต์ธีร์สังเกตเห็นปฏิกิริยานั้น เขายกแก้วน้ำขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน มุมปากยกยิ้มน้อย ๆ เจือความกวนราวกับตั้งใจยั่วโมโห นั่นทำเอาจันอับยิ่งหงุดหงิดจนแทบจะอยากสะบัดหน้าแรงกว่าเดิม

สถานการณ์รอบโต๊ะเหมือนจะกลับมาเป็นปกติ ยกเว้นพื้นที่เล็กๆ ระหว่างคนสองคนที่ราวกับมีประกายไฟวิ่งชนกันไปมาอยู่ตลอดเวลา

จินดาที่เฝ้ามองกันต์ธีร์กับจันอับอยู่ก็นึกถึงเรื่องแถลงข่าวเช้านี้ จึงถามขึ้นว่า “จริงสิไอ้จัน เมื่อเช้ารองผู้กำกับฯคนใหม่แถลงเป็นอย่างไรบ้าง?”

จันอับหันกลับมา แต่เมื่อเห็นหน้าอีกคนก็ส่งเสียง จิ๊ ก่อนเบนสายตาไปที่จินดาแล้วตอบว่า “ผมคิดว่าท่านรองฯ คนใหม่ถูกลูบคมแล้วล่ะพี่”

ทั้งโต๊ะต่างตั้งใจฟังประเด็นที่จันอับเปิด

จินดาเลิกคิ้ว “คงเป็นหัวหน้าทีมหนึ่งล่ะสินะ มันทำอะไรอีกล่ะ?”

จันอับพยักหน้า “คิดว่าเขาน่าจะได้ข้อมูลไม่ครบ คงไม่ได้รายงานของทีมพิสูจน์หลักฐานนั่นแหละครับ พวกนั้นต้องตั้งใจจะให้ท่านรองฯ เสียหน้าในการแถลงครั้งแรกแน่ ๆ”

แอนนี่แทรกขึ้น “คนที่ทำให้เขาเสียหน้าก็มึงนั่นแหละค่ะ ถามแต่ละอย่าง…”

จันอับมองค้อน “แต่ก็เพราะงั้นแหละ เขาถึงรู้ตัวว่ากำลังถูกหมายหัวอยู่ไง”

จินดาหัวเราะ ก่อนถามต่อ “แล้วท่านรองฯ เขาว่าไงต่อ”

“เขาแมนดีนะพี่ รับตรง ๆ ว่าไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียดก่อน แล้วก็บอกว่าจะขอความร่วมมือกับทางทีมพิสูจน์หลักฐานเพิ่มเติมโดยตรง ผมว่าท่านรองฯ ตั้งใจจะตรวจสอบใหม่ทั้งหมดเลยล่ะครับ” จันอับตอบ

จินดายิ้มบาง ๆ เมื่อได้ยิน “ถ้าเป็นอย่างที่แกว่าได้จริงก็ดี ฆาตกรจะได้ถูกจับสักที” เธอหันไปหากันต์ธีร์ “นี่ แกไปพบท่านรองฯ หน่อยนะ ถือเป็นการรายงานตัว และจะได้ดูลาดเลาเรื่องนี้ด้วย”

“ได้ครับ” กันต์ธีร์ตอบสั้นๆ

ในที่สุดอาหารมื้อนี้ก็จบลง แอนนี่ลูบท้องที่เริ่มตึง พร้อมกล่าวขอบคุณเสียงใส

“โอ๊ย อิ่มจังเลย ขอบคุณนะคะพี่จิน”

จันอับยิ้มแป้น พูดเสริมทัพ “วันหลังพวกเรามาให้พี่จินเป็นเจ้ามืออีกนะครับ”

จินดายิ้มกว้าง พยักหน้าตอบรับเต็มเสียง “ได้เลย”

“งั้นพวกเราต้องขอตัวก่อนนะคะพี่จิน ไปก่อนนะพวกแก”แอนนี่บอกลาทุกคน ก่อนที่เธอจะรวบรวมความกล้า เอ่ยกับกันต์ธีร์ด้วยท่าทีเกร็งเล็กน้อย “เอ่อ...ไปก่อนนะคะ คุณกันต์ธีร์”

กันต์ธีร์ยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร เอ่ยด้วยเสียงนุ่ม “เรียกผมว่าพี่ก็ได้ แล้วเจอกันครับ”

จันอับแค่นเสียงเบา ๆ “จิ๊! อย่าได้เจอกันอีกดีกว่า” คำพูดเหมือนบ่นลอย ๆ แต่จงใจเอ่ยให้เจ้าตัวได้ยินเต็มสองหู จากนั่นก็สะบัดหน้า เดินออกไปอย่างไม่ไยดี

จินดาหัวเราะขำ “ฉันว่านะ จันมันต้องไม่ชอบแกเอามาก ๆ เลยว่ามั้ย?”

โรสพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่เลยค่ะพี่จิน หนูว่าเฮียต้องไปทำอะไรให้เพื่อนหนูไม่ชอบเอามาก ๆ เลยล่ะ ไอ้จันไม่ค่อยเป็นแบบนี้กับใครง่าย ๆ นะ”

ทั้งกลุ่มหันมามองกันต์ธีร์เป็นตาเดียว ชายหนุ่มยักไหล่เล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเยาะ ๆ

“แล้วไง ฉันก็ไม่ได้ชอบเจ้าเด็กนั้นสักหน่อย คนอะไรประชดประชันก็เก่ง ปากก็เสีย เหอะ!”

“ฮัดชิ่ว! ฮัดชิ่ว!”

จันอับจามติดต่อกัน จนทำให้แอนนี่หันมองด้วยความเป็นห่วง

“มึงเป็นหวัดหรือเปล่าเนี่ย จามหลายรอบแล้วนะหลังออกจากร้าน”

จันอับส่ายหน้า “เปล่า แค่คันจมูกเฉย ๆ”

แอนนี่หัวเราะเบา ๆ พลางแซว “หรือไม่ก็มีคนกำลังนินทาแกอยู่แน่ ๆ”

จันอับหัวเราะหึ “ถ้ามีคนจะนินทากู คงไม่พ้นนายขันทีนั่นชัวร์”

“พี่เขาชื่อกันต์ธีร์ มึงก็ไปเรียกเขาขันที ถ้าเขาได้ยินเข้าล่ะก็”

“ได้ยินก็ดี ฮึ!”

แอนนี่ขมวดคิ้วมองเพื่อนด้วยความสงสัย “ถามจริงเหอะไอ้จัน ทำไมดูมึงไม่ชอบพี่กันต์เอามาก ๆ เลยวะ?”

จันอับนิ่งคิด “ก็คงเพราะเรื่องเมื่อเช้ามั้ง เลยรู้สึกไม่ถูกชะตา”

แอนนี่ส่ายหัวอย่างปลง ๆ “แกนี่ก็จริง ๆ เลย”

จันอับรีบสะบัดมือ “ไป ๆ อย่าพูดมาก ร้อนอีกแล้วเนี่ย รีบเดิน ๆ จะได้รีบกลับไปส่งข่าวด้วย”

“จ้า จ้า จ้า” แอนนี่รับคำ ส่ายหน้าอย่างระอา

แต่ใครจะรู้ว่าในหัวของจันอับ ยังวนเวียนอยู่กับรอยยิ้มกวน ๆ ของคนที่ตนเพิ่งบอกไปว่า “ไม่ถูกชะตา”

ในขณะเดียวกัน กันต์ธีร์ที่ยังนั่งอยู่ในร้าน ก็กำลังนึกถึงแววตาดื้อรั้นของเด็กเมื่อครู่ มุมปากเขาเผลอยกยิ้มบาง ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ “คนอะไรไม่รู้เหมือนแมวจริง ๆ ขู่เก่ง”

“บ่นอะไรของแก” จินดาที่เห็นกันต์ธีร์นั่งทำปากขมุบขมิบก็อดสงสัยไม่ได้

“เปล่าครับ แค่นึกถึงแมว…”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 5

    หลังอาหารกลางวัน กันต์ธีร์ตรงมายังห้องเก็บศพเพื่อตรวจสอบ ภายในนั้นทั้งเงียบสงบและเย็นจัด เสียงเดียวที่ได้ยินคือเครื่องทำความเย็นที่ดังหึ่งต่ำ ๆ ชายหนุ่มเปิดประตูเหล็กของตู้ที่เก็บร่างเหยื่อ ก่อนออกแรงดึงถาดวางศพออกมา เมื่อรูดซิปถุงบรรจุร่างผู้ตายก็เผยให้เห็นผิวหนังขาวซีดและร่องรอยการผ่าชันสูตร แฟ้มรายงานถูกหยิบขึ้นมาเปิด ชายหนุ่มกวาดสายตาไปตามตัวอักษรทุกบรรทัด พร้อมเปรียบเทียบรายละเอียดกับสภาพจริงตรงหน้า ทุกแผล ทุกจุดร่องรอยถูกตรวจสอบอย่างละเอียดครบถ้วน หลังตรวจไม่พบจุดผิดพลาด กันต์ธีร์จึงผละออกจากที่นั่น กลับไปยังห้องทำงาน กันต์ธีร์ออกจากลิฟต์ เห็นจินไตยยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้อง มือทั้งสองข้างหอบแฟ้มคดีกองใหญ่ที่เขาสั่งให้ไปเอามาจากทีมบีมไว้แน่น กำลังร้องขอความช่วยเหลือจากคนด้านใน “ไอ้โรส! ช่วยกูหน่อย แฟ้มจะหล่นแล้ว เร็ว ๆ!” กันต์ธีร์ก้าวไปหยิบแฟ้มบางส่วนออกจากมืออย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะตกลงสู้พื้น “อ้าว เฮีย มาแล้วเหรอครับ” จินไตยยิ้มแหย ๆ พลางถอนหายใจโล่งอก “นี่แฟ้มที่ฉันให้ไปเอามาใช้ไหม” “ครับ” เขาพัยกหน้า ทั้งสองเข้ามาข้างใน จินไตยมองไปที่โรส เปิดปากบ่นด้วย

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 4

    ไม่ อย่าเข้ามานะ! มึงเป็นใคร!” “มึงต้องการอะไรจากกู!” กันต์ธีร์ตะโกนลั่น วิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ไม่ว่าก้าวเท้าเร็วแค่ไหน ร่างเน่าเปื่อยก็ยังคืบคลานตามหลังมาไม่ห่าง ไม่นานร่างนั้นก็โผล่มาอยู่ตรงหน้า “หมับ!” ฝ่ามือเย็นชืดเน่าเฟะคว้าลำคอของเขาอย่างแม่นยำ มันบีบแน่นจนกล้ามเนื้อเกร็งแข็ง ลมหายใจถูกบีบรัดติดขัดในทันที “อึก…ปะ…ปล่อย…” เสียงแหบพร่าหลุดจากริมฝีปากทีละคำ ก่อนจะเหลือเพียงเสียงขาดห้วง ราวกับอากาศหายไปจากโลก “อึก…อึก…” “กูจะทำให้มึงได้ลิ้มรสความทรมานเหมือนที่กูเคยได้รับ” เสียงคำรามต่ำ รอยแสยะยิ้มผุดขึ้นอย่างน่าขนลุก คลื่นความอาฆาตแผ่ซ่านออกมาจากเงาร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้า มันใช้เล็บแหลมคมดุจมีดกรีดลงบนอกตรงกับตำแหน่งหัวใจ กันต์ธีร์สะดุ้งเฮือก รู้สึกได้ถึงเลือดอุ่น ๆ ไหลรินออกจากรอยแผล ความเจ็บที่แล่นปราดมันจริงเกินกว่าจะเป็นความฝัน ร่างกายสั่นสะท้านจนเขาแทบยืนไม่อยู่ “มึงจงจำไว้ คำสาปของมึงเริ่มทำงานแล้ว และกูก็กลับมาแล้วเช่นกัน!—” “เฮือก!” กันต์ธีร์สะดุ้งตื่น ลมหายใจหอบกระชั้น เหงื่อเย็นผุดเต็มขมับ คำพูดในฝันยังคงดังก้องสะท้อนไม่จางหาย จนเขาเผลอยกมือกุมอกด้านที่

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 3.3

    คนมาใหม่กวาดตามองรอบโต๊ะเร็ว ๆ ขณะเดินมา ก่อนจะเห็นเก้าอี้ว่างเพียงตัวเดียว เขาเดินไปนั่งโดยไม่ลังเล และไม่ได้มองด้วยซ้ำว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย จินดาที่เห็นอย่างนั้นก็ยกยิ้มมุมปาก และตั้งตารอชมเรื่องสนุกหลังจากนี้ เธอเริ่มแนะนำหัวหน้าทีมคนใหม่ให้นักข่าวทั้งสองได้รู้จักทันที “จัน แอน นี่หัวหน้าทีมคนใหม่ของออบส์… กันต์ นี่จันอับกับแอนนี่ นักข่าวสายอาชญากรรม ต่อไปพวกแกจะได้ทำงานร่วมกันบ่อย ๆ” เมื่อได้ยินจินดาแนะนำ จันอับที่กำลังคุยเล่นและหัวเราะกับเพื่อนสาวทั้งสองเพลิน ๆ จึงเอี้ยวตัวกลับมาเพื่อจะกล่าวคำทักทายกับคนมาใหม่ แต่ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับคนข้างตัว เขาและกันต์ธีร์ต่างเบิกตากว้าง ความตกใจแล่นวูบเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว มือของทั้งสองยกขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายแทบจะในจังหวะเดียว “นี่นาย/นี่คุณ!!” แอนนี่ได้แต่กุมขมับที่ปวดตุบ ๆ กับเหตุการณ์ตรงหน้า ส่วนคนอื่น ๆ มองกันไปมาอย่างงง ๆ โรสเขยิบตัวเข้ามาใกล้ กระซิบถามเสียงเบา “นี่พวกมึง…เคยเจอกันมาก่อนเหรอ? ทำไมบรรยากาศดูตึง ๆ แปลก ๆ วะ” หญิงสาวถอนหายใจน้อย ๆ กระซิบเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างจันอับกับกันต์ธีร์ ให้คนที่อยู่ใกล้ระยะได้ยินฟ

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 3.2

    จันอับและแอนนี่เดินออกจากห้องแถลงข่าวพร้อมนักข่าวคนอื่น ๆ ระหว่างทางไปลานจอดรถ ชายหนุ่มรู้สึกหิวจนท้องร้อง เขามองเวลาบนมือถือที่โชว์ตัวเลขสิบสองนาฬิกาพอดี วันนี้พวกเขาทั้งคู่รีบออกจากบ้านตั้งแต่เช้าและตรงมาที่นี่เลย จึงยังไม่มีเวลาหาอะไรลงท้อง “มึงไปหาข้าวกินกันเถอะ หิวฉิบหาย” “เออไปดิ ๆ หิวเหมือนกัน” แอนนี่ตอบรับก่อนหันไปถามนักข่าวคนอื่น ๆ แต่ได้รับคำปฏิเสธ เพราะแต่ละคนมีงานต่อ ทั้งหมดจึงแยกทางกัน “งั้นไปร้านประจำกัน” จันอับเอ่ยบอกจุดหมายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังถึงอาหารจานโปรด “เจ้าค่ะ คุณหนูจันอับ” เธอเอ่ยเย้า “คุณหนูอะไร ต้องคุณชายสิวะ กูเป็นผู้ชายนะ” “เป็นผู้ชายประสาอะไรหน้าสวยกว่ากูอีกค่ะ! มึงมาเป็นแฟนกูจริงๆเอามะ ถ้าเป็นมึงกูจะรีบเซย์เยสเลย” แอนนี่ยิ้มกวน จันอับทำท่าขนลุก “อิ้ววว อย่าเลย ให้กูหลับสบายแบบนี้ทุกคืนน่ะดีแล้ว” “หมายความว่าไง?” แอนนี่ย่นคิ้ว “นี่มึงไม่รู้ตัวเลยเหรอ ผู้หญิงอะไรทั้งกรน ทั้งนอนดิ้น กินเสร็จก็เรอ แล้วยัง…” “พอ ๆ พูดซะหมดสวยแล้วเนี่ย” แอนนี่รีบห้าม หน้าแดงวูบ คิดในใจ ‘ไอ้เพื่อนเหี้ย’ จันอับหัวเราะเสียงบ่น ก่อนจะเร่งเพื่อน “เดิ

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 3.1

    นักข่าวจากทุกสำนักรวมตัวกันอยู่ในห้องที่ใช้แถลงข่าววันนี้ของหน่วยปราบปรามอาชญากรรม เก้าอี้ทุกตัวถูกจับจอง ด้านหลังห้องกล้องวิดีโอ และช่างภาพยืนประจำที่เพื่อเตรียมบันทึกภาพ เสียงพูดคุยเบา ๆ ดังเป็นระยะ ขณะที่ทุกคนรอคอยการแถลงเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมเมื่อสองวันก่อน ซึ่งเชื่อมโยงกับฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังสร้างความหวาดกลัวให้ผู้คน เพียงการปรากฏตัวของชายในเครื่องแบบก็ทำให้เสียงพูดคุยเงียบลง เปลี่ยนเป็นเสียงชัตเตอร์ดังถี่รัวและแสงแฟลชที่สะท้อนอยู่ทั่วห้อง จันอับยกกล้องขึ้นแนบตา เลนส์จับไปยังคนที่ขึ้นสู่โพเดียม เขาดูอายุไม่น่าเกินสามสิบห้า ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหล่อเหลา ผิวแทนเข้มสุขภาพดี ท่วงท่ามั่นคงและแววตาสงบนิ่ง นักข่าวหนุ่มถ่ายภาพต่ออีกสองสามภาพ และเมื่อคนบนโพเดียมเริ่มพูด เขาจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างแอนนี่ที่กำลังพิมพ์ข้อมูลลงในโน๊ตบุ๊ค ตำรวจนายนั้นเริ่มต้นด้วยการกล่าวทักทาย “สวัสดีนักข่าวทุกท่าน ผม พ.ต.อ. ไกรวิทย์ ชาญเดชา รองผู้กำกับหน่วยปราบปรามอาชญากรรม รับหน้าที่แถลงข่าวเหตุการณ์ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นครั้งนี้ครับ” หลังแนะนำตัว รองผู้กำกับคนใหม่ก็ตรงเข้าประเด็น “ผลการสอบสวนเบื้องต้น ยืนยัน

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 2.3

    “เฮีย!” จินไตยลุกจากเก้าอี้วิ่งมากระโดดกอดเป็นคนแรก เหมือนได้เจอเทวดามาโปรด อัยกรลุกตามมาสมทบ ยื่นมือมาชนกำปั้นแบบที่เคยทำกัน ส่วนพิร์วรัลยิ้มจนตาหยี “เฮียกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ไม่เห็นบอกล่วงหน้าเลยค่ะ” “ไม่คิดจะให้ใครไปรับเลยเหรอครับ?” อัยกรเสริม “แล้วคราวนี้อยู่ยาวเลยหรือเปล่า หรือว่าต้องกลับไปเรียนต่ออีก?” จินไตยยิงคำถามต่อทันที โรสที่ยืนลูบหน้าผาก มองเพื่อน ๆ ตาเขียว ที่ไม่มีใครสนใจเธอสักคน และสิ่งที่เธอบ่นกลับสร้างเสียงหัวเราะแทนเสียงปลอบใจ “พวกมึงสนใจกูหน่อยได้ไหม? หัวกูชนประตูนะ!” “ฮา ฮา ฮา!” จากนั้นคำถามยังคงพรั่งพรูไม่หยุด จนกันต์ธีร์แทบไม่มีโอกาสตอบ จินดาอมยิ้ม “เอาล่ะ ๆ ใจเย็นกันหน่อยเถอะ จะดีใจอะไรขนาดนั้น” เธอชะงักเมื่อเห็นหน้าจินไตยที่มีคราบน้ำตา “ไอ้แดนแกถึงกับร้องไห้เลยเหรอ?” “ที่จริง…พวกเรากังวลเรื่องหัวหน้าคนใหม่กันมาก ๆ เลยนะครับ แต่พอเฮียกลับมาความหนักในใจก็เหมือนถูกวางลงทันที” จินไตยหลุดสะอื้นเบา ๆ “โอเค ๆ ไม่ต้องร้องแล้ว ฉันกลับมาแล้วนี่ไง” กันต์ธีร์ยิ้มอบอุ่น ยกมือขยี้หัวคนที่เช็ดน้ำตาเหมือนเด็ก ๆ ก่อนจะเอียงคอถามด้วยความสงสัย “แล้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status