Masuk
ระวัง สลิงเส้นที่สามหย่อน ดึงกลับด่วน
เสียงแผดตะโกนของผู้กำกับดังลั่นฝ่าความโกลาหลของกองถ่ายภาพยนตร์ ท่ามกลางความชุลมุนของทีมงาน แสงไฟสปอตไลต์กำลังแรงสูง และเสียงอุปกรณ์โลหะครูดขีดกันจนแสบแก้วหู ลู่เฉินเฟิง สตั๊นต์แมนสายกังฟูฝีมือฉกาจผู้ผ่านงานเสี่ยงตายมานับไม่ถ้วน กำลังทรงตัวอยู่บนคานไม้จำลองความสูงสามเมตรภายในฉากโบราณ ซึ่งตั้งอยู่ข้างศาลเจ้าเก่าแก่ของตระกูลเจียง
ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้เฉินเฟิงรู้สึกสะกิดใจมาตั้งแต่เริ่มเข้าฉาก คือบริเวณข้างศาลเจ้ามีอ่างไม้โบราณใบใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ผู้อาวุโสของตระกูลเจียงเคยเตือนทีมงานไว้เสียงแข็งว่า อ่างใบนี้เป็นของโบราณตกทอดมานับร้อยนับพันปี ห้ามผู้ใดแตะต้องหรือเข้าใกล้เป็นอันขาด
ให้ตายสิ เอาของโบราณพันปีมาวางไว้ใกล้ฉากบู๊ผาดโผนแบบนี้ เกิดคิวพลาดเตะแตกขึ้นมา มีหวังโดนคนตระกูลเจียงรุมกระทืบแน่
เฉินเฟิงคิดในใจอย่างนึกหงุดหงิด พลางขยับข้อเท้าเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกตามสัญชาตญาณมืออาชีพ
เปรี๊ยะ โครม
เสียงโลหะลั่นสะเทือนเลื่อนลั่นตัดความคิดของเขา สลิงเหล็กกล้าดีดขาดผึ่งกลางอากาศอย่างกะทันหัน แรงเหวี่ยงมหาศาลกระชากร่างของเขาร่วงหล่นลงมากระแทกกับโครงสร้างฉากอย่างรุนแรง ในวินาทีชีวิตนั้น เฉินเฟิงพยายามบิดตัวหลบ ทว่าศีรษะกลับเหวี่ยงไปกระแทกเข้ากับขอบอ่างโบราณใบนั้นอย่างจัง
ตึ้ก
หยดเลือดสดๆ ไหลทะลักเปรอะเปื้อนลงบนอักขระประหลาดที่สลักวนรอบขอบอ่างพอดิบพอดี ในห้วงเวลาก่อนสติจะดับวูบ เสียงทุ้มลึกลับทรงอำนาจพลันดังก้องสะท้อนในหัว:
ในที่สุด ลูกหลานตระกูลลู่ก็กลับมาทำหน้าที่ของตนเสียที
สิ้นเสียงนั้น ความมืดมิดก็เข้าโอบล้อม
เมื่อลู่เฉินเฟิงรู้สึกตัวตื่นขึ้นอีกครั้ง ความอลหม่านของกองถ่ายและศาลเจ้าร้างกลับมลายหายไปสิ้น สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความหนาวเหน็บเสียดกระดูก และกลิ่นอายอันดุดันดิบเถื่อนของค่ายทหารแห่งชายแดนด่านตงหลิง
ความทรงจำมากมายไหลทะลักเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนพังทลาย แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวภาพอันกระจัดกระจาย แต่เขาก็จดจำได้ทันทีว่า ตนเองได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของแม่ทัพหนุ่มแห่งตระกูลลู่ ผู้มีภรรยาเอกเป็นถึงรองแม่ทัพหญิง ทว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับเย็นชาและเหินห่างยิ่งนัก
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่นาน มู่หว่านชิง มารดาบังเกิดเกล้าเพิ่งควบม้าฝ่าลมหนาวมาถึงค่ายทหารด้วยความตื่นตระหนก หลังจากได้ยินข่าวลือหนาหูว่าตระกูลลู่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ
ยามที่นางมาหาบุตรชายที่จวนแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า นางจึงตั้งใจจะไปพูดคุยกับสะใภ้ที่เรือนอีกหลัง ทว่าสายตาอันเฉียบคมกลับสะดุดเข้ากับสิ่งผิดปกติบนชั้นหนังสือ ของบางชิ้นถูกวางสลับตำแหน่งอย่างประหลาด ด้วยสัญชาตญาณ นางจึงค้นดูจนพบ ชุดรัดกุมสีดำ และสารลับรายงานสถานการณ์ในกองทัพ ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิด
เพียงได้อ่าน ดวงตาของนางก็เบิกกว้าง หัวใจคนเป็นแม่ร่วงหล่นลงสู่ความสิ้นหวังนางปักใจเชื่อโดยไร้ข้อกังขาว่า บุตรชายผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจคือหนอนบ่อนไส้ที่กำลังจะนำพาวงศ์ตระกูลไปสู่ความล่มสลาย
ด้วยความหวาดกลัวว่าบุตรชายจะต้องถูกจับไปทรมานในคุกหลวงอย่างเหี้ยมโหด มู่หว่านชิงจึงแอบเก็บสารลับไว้ที่เดิมแล้วเร้นกายออกไปอย่างเงียบเชียบ
จนกระทั่งยามดึก เมื่อเห็นบุตรชายหลับสนิท เงาร่างของมารดาก็ปรากฏขึ้นข้างเตียงอีกครั้ง นางมองดูใบหน้าของบุตรชายด้วยแววตาทรมานแสนสาหัส มือที่สั่นระริกถือจอกสุราอาบยาพิษไว้แน่น นางโน้มกายลง นำยาพิษหยอดลงในปากของบุตรชายอย่างเบามือพลางสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ
เฉินเฟิงแม่รู้หมดแล้วว่าเจ้ากำลังทำสิ่งใด แม่ไม่อยากให้ลูกต้องถลำลึกไปมากกว่านี้ เพื่อไม่ให้เจ้าต้องตกระกำลำบากในคุกหลวง และเพื่อรักษาเกียรติยศแห่งตระกูลลู่ดื่มมันเสียเถิด ภพชาติหน้าแม่จะไปชดใช้ให้เจ้า
สิ้นคำ จอกเงินก็ได้ร่วงหล่นลงกระทบพื้นเสียงดัง เคร้ง มู่หว่านชิงหันหลังก้าวพรวดออกจากห้องไปท่ามกลางความมืดมิดในคืนนี้
ฤทธิ์ยาพิษแผ่ซ่านรวดเร็ว ความร้อนรุ่มแผดเผาและอาการเจ็บปวดเสียดแทงตับไตปลุกให้เฉินเฟิงสะดุ้งตื่น เขารู้สึกไร้เรี่ยวแรงจนทรุดฮวบลงไปดิ้นรนทุรนทุรายบนพื้น เลือดสีดำสนิทกระอักพุ่งออกมาจากปาก
ให้ตายสิ เพิ่งทะลุมิติมายังไม่ทันได้ปรับตัว ก็ต้องมาตายรอบสองแล้วหรือนี่
ทว่าท่ามกลางวิกฤตความเป็นตาย เสียงปริศนาก็ดังก้องขึ้นในหัวอีกครั้ง
นำน้ำชาบนโต๊ะ เทลงในอ่างไม้ แล้วดื่มมันเสีย
เมื่อเฉินเฟิงตวัดสายตาไปมอง ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่าอ่างไม้โบราณใบใหญ่จากศาลเจ้าตระกูลเจียง บัดนี้กลับมาตั้งตระหง่านอยู่ตรงมุมห้องพักแห่งนี้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับมีปาฏิหาริย์หล่อเลี้ยง เฉินเฟิงกัดฟันกรอด ใช้แรงเฮือกสุดท้ายคลานไปที่โต๊ะ คว้ากาน้ำชาลากสังขารตรงไปที่อ่างไม้ เทน้ำชาลงไปแล้วใช้มือตักขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด
พริบตาที่น้ำไหลผ่านลำคอ อาการปวดแสบปวดร้อนพลันมลายหายไป ความรู้สึกโปร่งสบายแล่นพล่านทั่วร่าง พร้อมกับคราบพิษสีดำถูกขับทะลักออกมาตามรูขุมขนจนสิ้น
ในขณะที่พละกำลังเริ่มฟื้นคืนกลับมา ประตูของจวนที่พักก็ถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างระหงของมู่ชีหลิงภรรยาของร่างนี้ก้าวเข้ามาในเรือน นางเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงกับภาพเลือดสีดำและคราบพิษเบื้องหน้า
ลู่เฉินเฟิงสบตาภรรยาผู้เย็นชา ก่อนจะสูดลมหายใจลึก ยืดตัวลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับนาง เกมพลิกชะตากรรมของตระกูลลู่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ข่าวคราวเรื่องสะเบียบบนด่านตงหลิงแพร่สะพัดออกไปราวกับไฟลามทุ่งภายใต้เงามืดแห่งการชิงอำนาจ ขั้วกลุ่มอิทธิพลของท่านอ๋องซูย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย พวกมันสั่งการยอดฝีมือเดนตายออกเคลื่อนไหวเพื่อปลิดชีพเสาหลักอย่างลู่เฉินเฟิง หวังบดขยี้กองทัพตระกูลลู่ให้พังทลายลงจากภายในในคราเดียวขณะที่ลู่เฉินเฟิงกำลังควบอาชาฝ่าแนวป่าทึบมุ่งหน้าสู่เมืองการค้า สัญชาตญาณบางอย่างพลันร้องเตือนขึ้นมาอย่างรุนแรงทำให้เฉินเฟิงเกิดความวิตกกังวลว่าในการเดินทางของเขาในครั้งนี้อาจมีบางอย่างเกิดขึ้นและมันอาจจะไม่ราบรื่นอย่างที่คิดอย่าให้เกิดอะไรเลย เฉินเฟิงคิดกับตัวเองในใจด้วยสีหน้าท่าทางที่กำลังวิตกกังวลฟึ่บประกายคมดาบอาบยาพิษเล่มหนึ่งพุ่งแหวกสายลมตัดอากาศ ตรงเข้าหาจุดตายกลางแผ่นหลังของเขาในเสี้ยววินาทีเฉินเฟิงเอี้ยวตัวหลบกลางอากาศได้อย่างฉิวเฉียด พริบตานั้น เงาร่างชุดดำนับสิบก็กระโจนลงมาจากยอดไม้ โอบล้อมพันธนาการเขาไว้ทุกทิศทางว่าแล้วต้องเป็นแบบนี้เฉินเฟิงสบถออกมาในขณะที่เขากำลังคิดและประเมินว่ากลุ่มคนชายชุดดำที่โผล่ออกมาเป็นใคร พวกมันคือยอดนักฆ่าไร้ความรู้สึก ทว่าสำหรับเฉินเฟิงในยามนี้ กระบี่ในมือกลับวาด
หลังผ่านพ้นเหตุการณ์ลอบสังหารและความวุ่นวายระลอกใหญ่ภายในค่ายทหารด่านตงหลิง ลู่เฉินเฟิงปลีกตัวกลับเข้ามาในห้องพักส่วนตัวเพื่อทบทวนสถานการณ์ ทว่าท่ามกลางความเงียบสงัดที่ปกคลุม จิตสำนึกภายในของเขากลับสั่นสะท้านวูบไหว ราวกับมีกระแสคลื่นพลังงานโบราณบางอย่างกำลังตื่นจากการหลับใหลฉับพลันนั้น เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องสะท้อนขึ้นในห้วงความคิดของเขา ราวกับกระซิบมาจากห้วงมิติอันไกลโพ้น ไร้ซึ่งต้นทาง ทว่ากังวานเด่นชัดในโสตประสาท“มีข้าสถิตอยู่เคียงกายเจ้าทั้งคน เหตุใดเจ้าจึงยังต้องนั่งขมวดคิ้วกลัดกลุ้มลำพัง ตั้งแต่เจ้าก้าวเข้ามาในโลกใบนี้ เจ้ายังมิเคยเอ่ยปากเรียกใช้พลังที่แท้จริงจากข้าเลยสักครั้ง”เฉินเฟิงชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบเปล่งประกายฉลาดเฉลียว ก่อนที่มุมปากจะหยักยิ้มขึ้นบางๆ เมื่อนึกถึง "อ่างสถิตจิตปฐพี" ที่ซ่อนเร้นอยู่ในมิติจิตสำนึกจริงสิ ตั้งแต่ทะลุมิติมา เขามัวแต่ใช้มันชำระล้างพิษและหลอมเส้นชีพจร จนลืมไปว่าสิ่งนี้คือสมบัติล้ำค่าระดับบรรพกาล! ชายหนุ่มส่งจิตเชื่อมโยง เรียกอ่างไม้โบราณออกมาวางไว้บนโต๊ะอย่างแผ่วเบา พลางทบทวนความรู้เกี่ยวกับการกักเก็บและถนอมเสบียงอาหารยามฉุกเฉิน
แสงตะวันสาดส่องด่านตงหลิงจนล่วงเข้าสู่ยามสาย ทว่าบรรยากาศภายในกระโจมบัญชาการกลับคุกรุ่นไปด้วยความกดดันและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออกลู่เฉินเฟิงก้าวเท้าเข้ามาภายในกระโจมด้วยท่วงท่าเกียจคร้าน เสื้อผ้าตัวนอกจงใจผูกไว้อย่างหลวมๆ ดวงตาหรี่ปรือแสร้งทำเป็นคนเพิ่งสร่างเมาตื่นสายเพื่อตบตาผู้คน โดยมีมู่ชีหลิงเดินตามประกบข้างด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเย็นชา ทว่าสายตาของทั้งคู่กลับจับจ้องไปยังขบวนอาคันตุกะลึกลับที่นั่งรออยู่เบื้องหน้าในกลุ่มคนเหล่านั้น มีสตรีผู้เลอโฉมผู้หนึ่งนางสวมชุดคลุมขนสัตว์ปักลวดลายวิจิตร งดงามสะดุดตา ท่วงท่ายามเยื้องกรายเปี่ยมไปด้วยความสูงศักดิ์และหยิ่งทะนงอย่างปิดไม่มิด ทว่าตามเนื้อตัวกลับมีร่องรอยเขม่าควันและบาดแผลจากการถูกไล่ล่า องครักษ์ในชุดชนเผ่าเร่ร่อนที่คอยคุ้มกันนางเหลือรอดอยู่เพียงไม่กี่นาย และแต่ละนายล้วนบาดเจ็บสาหัสนางคือ องค์หญิงอวี้เหลียน แห่งแคว้นเป่ยหลาง ผู้กำลังรอนแรมหนีตายจากการศึกชิงบัลลังก์อันนองเลือดบังอาจนัก พวกเจ้าเป็นเพียงทหารชายแดน กล้าดีอย่างไรจึงปล่อยให้องค์หญิงแห่งเป่ยหลางต้องรอคอยจนล่วงเลยเวลาเพียงนี้!" องครักษ์คนสนิทตะคอกเสียงกร้าวด้วยโทสะ พร้อมกุมด้า
ลมหายใจที่เคยหอบถี่กระชั้นของมือสังหารสาวค่อยๆ ผ่อนลง ทว่านัยน์ตาคู่สวยที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำตายังคงจับจ้องลู่เฉินเฟิงด้วยความหวาดระแวง เรือนร่างเพรียวบางถูกตรึงอยู่ใต้ร่างแกร่ง แผ่นอกอิ่มขยับขึ้นลงจนแทบชิดหน้าอกของเขาเฉินเฟิงไม่ได้ล่วงเกินนางต่อตามอำเภอใจ แววตาเจ้าเล่ห์จอมกวนประสาทเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นราบเรียบ ล้ำลึก และน่าเกรงขามดุจพยัคฆ์ร้ายซุ่มรอตะครุบเหยื่อ เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ขมับของนาง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยซุ่มเสียงทุ้มต่ำทว่าทรงอำนาจกดดันในเมื่อเฉินฮ่าวส่งเจ้ามา เจ้าคงรู้ดีว่ามันวางแผนจะลงมือเมื่อใด และข่าวลือเรื่องกบฏของตระกูลลู่ที่แพร่สะพัดในค่าย ยามนี้คืบหน้าไปถึงไหนแล้วเยี่ยหรงเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ลังเลอยู่ชั่วอึดใจ แต่เมื่อปลายนิ้วอุ่นร้อนของชายหนุ่มแกล้งลากไล้แผ่วเบาตรงช่วงเอวคอดกิ่ว ร่างกายของนางก็สะท้านเฮือก รีบยอมคายความลับออกมาทันทีด้วยความกลัวจะโดนรังแกด้วยฝ่ามือร้อนผ่าวนั้นอีกรอบมัน รองแม่ทัพเฉินฮ่าวแอบติดต่อลับกับคนของท่านอ๋องซู ข่าวลือเรื่องกบฏเป็นเพียงฉากหน้าเพื่อบีบให้ฮ่องเต้ระแวงตระกูลลู่ แผนการจริงคือพวกมันจะลงมือดักปล้นและทำลายขบวนเสบียงชุดใหม่ที่จะมา
หลังจากลอบขโมยหลักฐานชิ้นสำคัญมาจากเรือนพักของจ้าวหู่ ลู่เฉินเฟิงใช้ทักษะวิชาตัวเบาหลบเลี่ยงสายตาทหารยามจนกลับถึงห้องพักส่วนตัวได้อย่างไร้ซุ่มเสียง ลมหายใจของเขายังคงสงบนิ่ง ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ความมืดมิดภายในห้อง สัญชาตญาณนักสู้ก็สัมผัสได้ถึงไอสังหารอันคมกริบที่ม้วนตัวจู่โจมเข้ามาฟึ่บ ซวบประกายกระบี่สีเงินครามประดุจสายฟ้าฟาด พุ่งแหวกอากาศตรงเข้าหาจุดตายบริเวณลำคอในเสี้ยววินาทีเฉินเฟิงหาได้ตื่นตระหนกไม่ ร่างสูงพลิกตัวหลบวิถีกระบี่อย่างพลิ้วไหว มือขวาดีดนิ้วสะบัดปลายฝักกระบี่ขึ้นรับการจู่โจมระลอกสองของเงาร่างปริศนาได้อย่างแม่นยำเคร้งเสียงโลหะกระทบกันกังวานใสทว่าหนักหน่วง สะท้อนก้องไปทั่วห้องอันเงียบสงบเงาร่างเพรียวบางในชุดรัดกุมสีดำสนิทไม่เปิดโอกาสให้เขาตั้งตัว นางหมุนตัวกลางเวหาพร้อมตวัดปลายกระบี่พุ่งแทงเข้าหาหน้าอกอย่างดุดัน กระบวนท่าดุจหงส์เหินระบำที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน เผยให้เห็นว่านางคือมือสังหารสาวลึกลับที่แอบมาซุ่มดักรอเด็ดหัวเขาอยู่ก่อนแล้วทว่า เฉินเฟิงกลับแย้มยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก กลิ่นกายของสตรีผู่นี้ไม่ใช่ของมู่ชีหลิงฮูหยินของเขา เขาย่อตัวต่ำหลบคมกระบี่ท
หลังจากเย้าแหย่จนมู่ชีหลิงยืนสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก ณ สวนดอกไม้รกร้างท้ายเรือน ลู่เฉินเฟิงก็ปลีกตัวกลับมายังเรือนพักของตนเพื่อเตรียมการขั้นต่อไปยามราตรีคืบคลานมาเยือน ค่ายทหารด่านตงหลิงตกอยู่ในความมืดมิดและความหนาวเหน็บ มีเพียงแสงจันทร์สว่างนวลสาดส่องกระทบหลังคาเรือนไม้ สายลมหนาวพัดโบกโชยเอาความตึงเครียดอบอวลไปทั่วทุกมุมค่าย เสียงก้าวเท้าของทหารยามเดินตรวจตราดังสลับเป็นจังหวะครัดเคร่งเข้มงวดภายในห้องพักส่วนตัว ลู่เฉินเฟิงเปลี่ยนมาสวมชุดรัดกุมสีดำสนิทเพื่อกลมกลืนไปกับความมืด พลังปราณสายอุ่นร้อนในจุดตันเถียนหมุนเวียนโคจรผสานเข้ากับอ่างไม้โบราณตรงมุมห้องอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่เพียงแต่ช่วยชำระล้างเส้นชีพจร ทว่ายังมอบวิชาตัวเบาอันลึกล้ำที่ผุดขึ้นในห้วงสำนึก ช่วยให้เขาย่างก้าวได้อย่างไร้ซุ่มเสียงประดุจเงาจุดหมายในคืนนี้คือ จ้าวหู่ รองแม่ทัพผู้ทะเยอทะยานที่คอยหาเรื่องถากถางและวางแผนเล่นงานเขามาโดยตลอดแอด...ประตูห้องถูกเปิดแง้มออกแผ่วเบา เฉินเฟิงสอดส่องสายตาฝ่าความมืดก่อนจะทะยานร่างเบาราวขนนกอันตรธานหายไปกับเงามืด หลบเลี่ยงเวรยามได้อย่างง่ายดาย มุ่งตรงไปยังเรือนพักของจ้าวหู่ทันที โดยไม่ทันส







