Home / แฟนตาซี / ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย / “แครอท 1 หัว แลกกับ 1 จูบ”

Share

“แครอท 1 หัว แลกกับ 1 จูบ”

Author: ChengXiang.C
last update publish date: 2026-08-22 11:49:27

"ปุ้ง!"

เสียงที่เย่จวินเหยียนเริ่มจะเกลียดเข้าไส้ดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความเงียบสงัดในห้องทรงพระอักษร ควันสีขาวจางหายไปหลงเหลือเพียงเจ้าก้อนขนหูยาวสีขาวสะอาดที่นั่งตาปริบๆ อยู่บนกองฎีกาสำคัญ และที่สำคัญไปกว่านั้น...ชุดสีน้ำเงินเข้มที่นางเคยใส่อยู่ บัดนี้กองระเกะระกะหลุดลุ่ยอยู่บนโต๊ะ เพราะมันมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่ร่างกระต่ายตัวน้อยจะสวมใส่ไว้ได้!

"แครอทหิมะหมดฤทธิ์ไวขนาดนี้เลยรึ?"

เย่จวินเหยียนถอนหายใจยาวพลางวางพู่กันในมือลง เขาช้อนอุ้มเจ้าก้อนขนขึ้นมาวางบนฝ่ามือแกร่ง

"ดูสิ ทำชุดข้าเปื้อนหมึกหมดแล้ว 'ไป๋ไป๋' ของข้า"

ไป๋ซินในร่างกระต่ายส่งเสียง ปี๊ด...อย่างอ่อนแรง หูยาวๆ ของนางตกลู่ลงข้างลำตัวอย่างน่าเวทนา นางพยายามจะเอาจมูกสีชมพูมาถูไถที่นิ้วโป้งของเขาอย่างออดอ้อนเพื่อขอแครอทประทังชีวิต นางหิวจนแสบท้องไปหมด พลังงานวิญญาณในร่างมันหดหายจนรู้สึกเหมือนร่างมนุษย์ที่เพิ่งสัมผัสมาเป็นเพียงความฝันที่เลือนลาง

"อยากกินแครอทสินะ"

ฮ่องเต้หนุ่มกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก แววตาคมปลาบวาววับอย่างมีแผนการร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึม เขาหยิบแครอทหิมะหัวสุดท้ายของวันขึ้นมา กลิ่นหอมหวานของมันทำเอาเจ้ากระต่ายน้ำลายสอ แต่แทนที่จะส่งให้ไป๋ซิน เขากลับวางมันลงบนโต๊ะห่างๆ

"แต่เจ้าต้องรู้ไว้อย่างนะไป๋ซิน...ตอนนี้เสื้อผ้าของเจ้ากองอยู่ตรงนั้น"

เขาปรายสายตามองชุดสาวใช้ที่ว่างเปล่า

"หากเจ้ากินแครอทแล้วกลายร่างกลับมาตอนนี้ เจ้าจะไม่มีเสื้อผ้าติดกายแม้แต่ชิ้นเดียว เจ้าแน่ใจหรือว่าอยากจะล่อนจ้อนต่อหน้าข้าในร่างมนุษย์?"

ไป๋ซินในร่างกระต่ายชะงักกึก หูยาวๆ ตั้งชันด้วยความตกใจ (ปี๊ด! จริงด้วย! ข้าลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท!)

นางเริ่มทำตัวไม่ถูก จะกินก็กลัวโป๊ จะไม่กินก็หิวจนจะขาดใจ

"แต่ข้ามีทางช่วย..."

เย่จวินเหยียนแสร้งทำเป็นหวังดีขั้นสุด

"ข้าพึ่งจะศึกษาตำราลับมา เขาบอกว่าการถ่ายทอด 'พลังหยาง' จากมนุษย์ที่มีไอจักรพรรดิเข้มข้นจะช่วยให้เจ้าคงร่างคนได้มั่นคงขึ้น และที่สำคัญ...พลังของข้าจะช่วย 'ตรึง' อาภรณ์ที่ข้าจะมอบให้ไม่ให้หลุดร่วงง่ายๆ แต่เจ้าต้องยอมให้ข้าถ่ายทอดพลังผ่านการ 'สัมผัสจุดยุทธศาสตร์' เท่านั้น"

ไป๋ซินที่หิวจนหน้ามืดตามัวพยักหน้ายอมรับเงื่อนไขทันทีโดยไม่ทันคิดถึงความเจ้าเล่ห์ของคนตรงหน้า

(ปี๊ด! ยอมแล้ว! เอาพลังมาเลย!)

เย่จวินเหยียนยื่นแครอทให้นางงับคำใหญ่ แสงสีเงินวาบขึ้นทันที! และในวินาทีที่ร่างบางอรชรเริ่มปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควัน เย่จวินเหยียนก็ไวกว่าความคิด เขาคว้า เสื้อคลุมมังกรตัวยาวสีดำสนิท ของเขาเข้าไปห่อหุ้มร่างเปลือยเปล่าของไป๋ซินเอาไว้ได้ทันท่วงที ทว่า...ความใกล้ชิดในสภาพที่ไป๋ซินมีเพียงเสื้อคลุมของเขาตัวเดียวนั้น มันกลับสร้างบรรยากาศที่วาบหวามยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว!

"อ๊ะ! ฝ่าบาท...มันเย็นๆ นะเจ้าคะ"

ไป๋ซินหน้าแดงก่ำขณะที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดกว้างของเขา ผิวเนื้อเนียนละเอียดของนางสัมผัสกับผ้าไหมเย็นเฉียบจากเสื้อคลุมของเขาโดยตรง

"ก็นี่ไง ข้าถึงต้องรีบถ่าย 'พลังหยาง' ให้เจ้าเพื่อความอบอุ่น"

ไม่รอช้า เย่จวินเหยียนโน้มหน้าลงมาทันที เขาเริ่มจาก 'จูบซับ' ที่พวงแก้มขาวเนียนอย่างหนักแน่น สัมผัสอุ่นชื้นจากริมฝีปากเขาที่กดลงบนผิวเนื้อนางทำเอาไป๋ซินตัวสั่นระริก ลมหายใจร้อนๆ ของเขาเป่ารดที่ใบหูจนนางรู้สึกเหมือนจะหลอมละลาย

ฟอด...

เขาไม่ได้แค่จูบ แต่กลับสูดดมความหอมกรุ่นจากซอกคอขาวระหงของนางอย่างหลงใหล

"พลังมันเริ่มไหลเวียนแล้วนะ เจ้าสัมผัสได้ไหม? หัวใจเจ้าเต้นแรงขนาดนี้ แสดงว่าพลังหยางของข้ากำลังทำงานได้ดีทีเดียว"

"ข้า...ข้าสัมผัสได้แต่ความร้อนจากปากท่านนั่นแหละเจ้าค่ะ! ท่านถ่ายพลังหรือจะกินหัวข้ากันแน่!"

ไป๋ซินประท้วงเสียงแผ่ว แต่สองมือเล็กๆ กลับขยุ่มสาบเสื้อคลุมมังกรไว้แน่นเพราะกลัวมันจะหลุด

"งั้นจุดสุดท้าย...เพื่อให้เจ้าไม่กลายร่างกลับไปเป็นกระต่ายต่อหน้าขุนนางในวันพรุ่งนี้"

เย่จวินเหยียนเชยคางนางขึ้นมา แววตาของเขาในยามนี้เต็มไปด้วยความโหยหาที่ยากจะปิดบัง เขาค่อยๆ ประทับจูบลงบนริมฝีปากอิ่มสีชมพูที่เปียกชื้นอย่างลึกซึ้ง

เย่จวินเหยียนไม่ได้จูบเพียงผิวเผิน แต่เขากลับขบเม้มริมฝีปากล่างของนางเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว รสชาติหวานของแครอทหิมะยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น ผสมผสานกับรสสัมผัสที่เร่าร้อนของฮ่องเต้จอมเจ้าเล่ห์ ไป๋ซินสมองขาวโพลนไปหมด นางเผลอเผยอริมฝีปากรับสัมผัสจากเขาอย่างไม่รู้ความ

"อื้อ..."

ร่างบางสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง เสื้อคลุมมังกรที่สวมไว้หลวมๆ เลื่อนหลุดลงมาจนเผยให้เห็นลาดไหล่เนียนพ้นขอบผ้า เย่จวินเหยียนใช้ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางเพื่อปลอบประโลมและเร่งเร้าในเวลาเดียวกัน

ผ่านไปเนิ่นนาน เขาจึงยอมผละริมฝีปากออกมาอย่างแสนเสียดาย เขามองใบหน้าที่หวานฉ่ำและดวงตาที่ปรือปรอยเพราะฤทธิ์จูบของนางด้วยความพึงพอใจ

"จำไว้...แครอท 1 หัว แลกกับ 1 จูบ...และถ้าเจ้าอยากได้ชุดใหม่ที่สวยกว่าเสื้อคลุมของข้า เจ้าอาจจะต้องจ่าย 'ค่าพลัง' มากกว่าจูบนะ 'ไป๋ไป๋' ของข้า"

ไป๋ซินที่สติพึ่งกลับมาซบหน้าลงกับอกเขาอย่างเขินอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

"ท่าน...ท่านคนบ้า! พลังหยางอะไรทำเอาข้าขาอ่อนไปหมดแล้วเนี่ย!"

เย่จวินเหยียนหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ เขาอุ้มนางขึ้นมานั่งบนตักมังกรอย่างหน้าตาเฉย

"คืนนี้...เรายังมีเวลา 'เติมพลัง' กันอีกนาน เจ้าสาวใช้ฝนหมึก ของข้า"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับใต้ถ้ำเหมันต์และอ้อมกอดที่ว่างเปล่า”

    ท่ามกลางหุบเขาเร้นลับหลังพระราชวังหลวง ทิศทางที่ลมเหนือพัดผ่านนำพาเอาความหนาวเย็นสุดขั้วมาสู่ทางเข้า “ถ้ำเหมันต์พันปี” สถานที่แห่งนี้คือเขตหวงห้ามที่มีเพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา ผนังถ้ำที่เกิดจากผลึกน้ำแข็งธรรมชาติสะท้อนแสงสีครามวาววับราวกับอัญมณีล้ำค่า ทว่าความงามนั้นกลับแฝงไปด้วยไอเย็นที่รุนแรงจนสามารถแช่แข็งปราณเซียนที่อ่อนแอได้ในพริบตาไป๋ซินในชุดผ้าฝ้ายหนาพิเศษสีขาวสะอาดตา นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาหิมะ ร่างบางสั่นสะท้านจนฟันกระทบกันเสียงดังกึกๆหูกระต่ายยาวสีนวลที่เคยชี้ตั้งอย่างร่าเริง บัดนี้ลูบตกลงมาแนบชิดใบหูเพื่อพยายามรักษาความอบอุ่นให้ได้มากที่สุด นางพยายามโคจรลมปราณตามที่เคยเรียนมา แต่มันกลับติดขัดเพราะฤทธิ์ของ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด ทำให้พลังของนางเดี๋ยวพุ่งพล่านเดี๋ยวอ่อนแรง“ตั้งสติหน่อย ไป๋ซิน”เสียงของพระพันปีดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบสงบ นางประทับนั่งอยู่บนแท่นน้ำแข็งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่เคยดูเ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผักเมามายกับความลับของกายเซียน”

    ท่ามกลางกลิ่นหอมของผักสดนานาชนิดบนโต๊ะเสวย ไป๋ซินที่บัดนี้ลืมสิ้นทุกความเขินอาย คว้าหยิบ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" สีฟ้าหม่นที่ดูแปลกตากว่าต้นอื่นขึ้นมาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย นางไม่รู้เลยว่าสมุนไพรชนิดนี้แท้จริงแล้วคือ "หญ้าเมาเซียน" ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของปราณเซียนอย่างรุนแรง หากเซียนที่มีตบะยังไม่แกร่งกล้าหรือคุมจิตไม่นิ่งทานเข้าไป...มันจะให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเหล้ากลั่นพันปี!"อึก...ฝ่าบาทเจ้าคะ ทำไมแครอทมันถึงได้หมุนๆ แบบนี้ล่ะเจ้าคะ?"ไป๋ซินเริ่มนั่งไม่อยู่สุข ใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อเหมือนลูกตำลึงสุก ดวงตากลมโตเริ่มปรือปรอยปรายมองฝ่าบาทด้วยความสิเน่หาอย่างเปิดเผย นางหัวเราะคิกคักพลางคว้าแขนเสื้อปักลายมังกรของเย่จวินเหยียนมาเช็ดหน้าเช็ดตา ราวกับเขาเป็นผ้าอ้อมผืนโปรด"ไป๋ไป๋? เจ้ากินหญ้าน้ำค้างเข้าไปงั้นรึ!"เย่จวินเหยียนอุทาน พยายามจะแย่งต้นที่เหลือจากมือนาง แต่ไป๋ซินกลับชักมือหนีแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมด"ข้าไม่ได้เมานะเจ้าคะ! ข้าแค่...ข้าแค่รู้สึกว่าตัวข้าเบ๊าเบาเหมือนปุยเมฆเลย ดูสิเจ้าคะ ข้าบินได้ด้วย!"ปึ๋ง!ทันทีที่พูดจบ การควบคุมพลังของนางก็พังทลายลง หูกระต่าย

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับของกระจกบุปผา”

    สามวันผ่านไป...แม้สังขารของไป๋ซินจะยังไม่คืนรูปสมบูรณ์ แต่ยาหม่องสูตรลับของพระพันปีก็ช่วยให้ขานางหายสั่นพั่บๆ พอที่จะเดินเข้าตำหนักได้โดยไม่ต้องคลาน เย่จวินเหยียนกำชับนางก่อนออกมาว่า"วันนี้อย่าฝืนมากนักล่ะไป๋ไป๋ ข้ายังไม่อยากนวดให้เจ้าทั้งคืนเหมือนวันก่อน"ไป๋ซินได้แต่ทำหน้ามุ่ยใส่ "มังกรจอมหิว" ก่อนจะสะบัดหูกระต่ายใส่แล้วรีบวิ่งแจ้นออกมาเมื่อถึงตำหนักพระพันปี บรรยากาศวันนี้ดูเคร่งขรึมกว่าปกติ พระพันปีประทับนั่งอยู่หน้าบานกระจกทองเหลืองโบราณที่สลักลวดลายดอกไม้แปลกตา รอบข้างไม่มีนางกำนัลอยู่เลยแม้แต่คนเดียว"มาแล้วรึ...ไป๋ซิน ดูท่าทางเจ้าจะแข็งแรงขึ้นเยอะนะ เอวเข้าที่เข้าทางแล้วใช่ไหม?"พระพันปีตรัสหยอกพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก"เพคะพระพันปี ยาของพระองค์ดีมากจริงๆ เพคะ ข้าเดินได้คล่องปร๋อแล้ว!"ไป๋ซินรีบหมุนตัวโชว์หนึ่งรอบ แต่ก็แอบเสียวแปลบที่เอวเล็กน้อย"ดี...เพราะบทเรียนที่ 6 นี้ เจ้าต้องใช้ 'สมาธิ' มากกว่า 'กำลังกาย' แต่มันก็ยากที่สุดในบรรดาวิชาทั้งหมดที่ข้าสอนมา"พระพันปีผายมือไปที่กระจกโบราณบานนั้น"นี่คือ 'กระจกส่องใจบุปผา' วิชาบทนี้คือการควบคุมจิตใต้สำนึก เจ้าต้องเข้าไปในโลกกระจก

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผลข้างเคียงของปราณมังกร...”

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านมุ้งสีขาวบางเบาเข้ามาในห้องบรรทม กลิ่นกำยานกุหลาบป่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ ชวนให้รู้สึกถึงบรรยากาศเร่าร้อนเมื่อคืนที่ผ่านมา ไป๋ซิน นางขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจะบิดขี้เกียจตามความเคยชิน ทว่าทันทีที่ขยับช่วงล่าง ความรู้สึกเจ็บแปลบและหนักอึ้งก็แล่นปลาบขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง"อ๊ะ...โอ๊ยยย...ร่างกายนี้มันทำด้วยอะไรเนี่ย ทำไมเหมือนจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ แบบนี้!"ไป๋ซินครางแผ่ว ร่างบางพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับรู้สึกว่าเอวของนางอ่อนเปลี้ยเสียศูนย์ไปหมด หูกระต่ายสีขาวสองข้างพุ่งพรวดออกมาตั้งชันสั่นพั่บๆ ทันทีด้วยความตกใจ"ฝ่าบาท...ท่านใส่ปราณมังกรเข้ามาเยอะเกินไปหรือเปล่าเจ้าคะ? ข้ารู้สึกเหมือนกระดูกเชิงกรานของข้ามันถูกจัดระเบียบใหม่หมดเลย!"เย่จวินเหยียน ซึ่งอยู่ในชุดฉลองพระองค์เต็มยศสีดำปักลายมังกรทองเตรียมออกว่าราชการ เดินเข้ามาที่ข้างเตียงด้วยใบหน้าอิ่มเอิบราวกับเพิ่งเสวยยาอายุวัฒนะมาสิบหม้อ เขามอง "ลูกศิษย์" ที่บัดนี้สภาพเหมือนกระต่ายโดนรถม้าทับด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะโน้มตัวลงไปก้มจูบหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน"นั่นน่ะเขาเรียกว่าผลข้างเคียงของ 'วิชาประสานปราณมังกร

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “วิชา "มังกรหยอกวารีบนแท่นศิลา"”

    หลังจากเหตุการณ์ประคบหัวไชเท้าแช่น้ำแข็งจน เย่จวินเหยียน เกือบจะกลายเป็นก้อนน้ำแข็งตายคาอกเมีย ฮ่องเต้หนุ่มก็ทรงตระหนักได้ว่าหากปล่อยให้ ไป๋ซิน เรียนรู้โลกกว้างด้วยตัวเองตามคัมภีร์ที่พระพันปีประทานมาต่อไป เขาคงได้กลายเป็น "ผักดองน้ำแข็ง" เข้าสักวัน และรังสีสีชมพูที่พลุ่งพล่านในตัวเขาก็คงจะปะทุจนอกแตกตายเป็นแน่แท้ยามดึกสงัด ณ ห้องทรงอักษรที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานกุหลาบป่า แสงเทียนวับแวมส่องกระทบใบหน้าคมคายของมังกรหนุ่มที่กำลังนั่งรอ "ลูกศิษย์" ตัวน้อยอย่างใจเย็น บนโต๊ะไม้จันทน์แดงตัวยักษ์ที่เคยเต็มไปด้วยกองฎีกาและเอกสารบ้านเมือง บัดนี้กลับถูกปัดออกไปกองไว้อย่างไม่ใยดีที่มุมหนึ่ง เหลือเพียงพื้นที่ว่างเปล่าที่ปูทับด้วยผ้าไหมเนื้อละเอียด"ฝ่าบาท...เรียกข้ามากลางดึก มีบทเรียนที่หกจากพระพันปีหรือเจ้าคะ?"ไป๋ซิน เดินเตาะแตะเข้ามาในชุดนอนผ้าไหมบางเบาสีขาวนวลที่เน้นสัดส่วนอวบอิ่มชวนมอง นางยังคงเปิด "เนตรกระจกเงา" ค้างไว้ตามความเคยชิน และทันทีที่เห็นเย่จวินเหยียน นางก็เบิกตากว้างจนกลมโต อุทานออกมาเสียงหลง"ว้าย! ฝ่าบาท รังสีสีชมพูของท่านมันไม่ได้แค่บวมแล้วเจ้าค่ะ แต่มันกลายเป็น สีแดงเพลิง พุ่งป

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “เนตรกระจกเงา...กับมหันตภัยรังสีสีชมพู”

    หลังจากเหตุการณ์ "ระบำเกาหลัง" ในงานเลี้ยงทูตจบลงด้วยความสะใจ พระพันปีก็ทรงเล็งเห็นว่า ไป๋ซิน มีพลังกายที่แกร่งกล้า (จากการกินแครอทบวกกับยาเม็ดสีทอง) มากเกินพอแล้วเช้าวันต่อมา คัมภีร์ปกสีครามเก่าแก่ที่ชื่อว่า "เนตรกระจกเงา" จึงถูกส่งตรงจากตำหนักพระพันปีมายังมือของไป๋ซิน พร้อมจดหมายสั้นๆ ว่า 'วิชานี้จะทำให้เจ้าเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากมนุษย์ จงฝึกให้สำเร็จก่อนจะโดนใครเคี้ยวกลืนไปทั้งตัว'"วิชาเนตรกระจกเงา...ว้าว ชื่อเท่มากเลยเจ้าค่ะฝ่าบาท!"ไป๋ซินเปิดคัมภีร์ตาโต"มันบอกว่าถ้าฝึกสำเร็จ ข้าจะเห็นรังสีรอบตัวคน รังสีสีดำคือคนชั่ว สีม่วงคือคนวางแผนร้าย สีเหลืองคือคนขี้โกง!"เย่จวินเหยียน ที่นั่งจิบชาอยู่ใกล้ๆ พยักหน้า"วิชานี้สำคัญมากไป๋ไป๋ ในวังนี้คนหน้าไหว้หลังหลอกมีเยอะ เจ้าต้องเรียนรู้วิธีดูคนให้ขาด"ไป๋ซินตั้งใจฝึกอย่างหนัก นางนั่งสมาธิจนหูตั้งชัน รวบรวมพลังเซียนไปที่ดวงตาตามเคล็ดวิชา จนกระทั่งดวงตาของนางเริ่มเปลี่ยนเป็นประกายสีเงินจางๆ ความซื่อเป็นเหตุ: วิกฤตการณ์ "หัวใจบวม"เมื่อฝึกไปได้ครึ่งวัน ไป๋ซินก็อยากลองวิชา นางรีบหันไปมองเย่จวินเหยียนทันทีเพื่อดูว่าฝ่าบาทมีรังสีสีอะ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status