LOGIN“ต้องการให้ดับเทียนก่อนหรือไม่”
“มะ...ไม่ต้องเพคะ” นาราก้มหน้างุดๆ
ชินหวังตี้ฝูจิ้นสะบัดหน้าเชิดขึ้นอย่างทระนง พัดด้ามหยกขาวในมือโบกพัดเป็นระวิงตามอารมณ์รุ่มร้อน เพราะเหล่าแม่บ้านสมาคมเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายต่างหันไปซุบซิบนินทา คาดเดาไปต่างๆ นานาว่าองค์ชายสี่ไม่โปรดพระชายาเอก จวินอี้จึงตวัดสายตาแข็งกร้าวมองกลุ่มคนนินทาจนกลุ่มแตกกระเจิง อารมณ์ของจวินอี้เริ่มแปรปรวนอีกแล้ว“ฮึ! งานเลี้ยงวันนี้เป็นงานใหญ่ มีชายาวังโน้นวังนี้มาร่วมงานมากมาย ท่านควรจะพาข้าร่วมงานเพียงผู้เดียว ฮึ! ไม่ใช่พามันมาฉีกหน้าหม่อมฉันด้วย!”จินจูพยายามกระซิบปรามนายหญิง “พระชายาเพคะ... เก๋อเก๋อเป็นชายาคนหนึ่ง ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เก๋อเก๋อเข้าเฝ้าไทเฮา...”“อ้อ! แล้วข้าไม่ใช่พระชายาของหวังเย๋หรือไง! ฮึ! ข้าเป็นพระชายาเอกที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง!”“พระชายา เบาเสียงลงหน่อยเพคะ”“ก่อนตะวันตกดิน มันจะต้องไสหัวออกไปจากยงหวังฝู!” นางยื่นคำขาด ปลายนิ้วจิกเกร็งบนหน้าท้องของตัวเอง ส่วนอีกมือคว้าจอกเหล้าฤทธิ์แรง เตรียมจะดื่มลงไป ประกาศชัดเจนว่าหากไม่ได้ทุกสิ่งตามที่ตนต้องการ จวินอี้จะทรมานเด็ก
บทที่ 31 หวัง ฟัน เจ้า งานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนม์ของเหรินเซี่ยนหวงไทเฮาจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สนุกสนาน ภายในโถงพลับพลาจัดงานเลี้ยงกลางอุทยาน บ่าวไพร่ได้รับชุดตัดใหม่และมีขนมแจกจ่ายจนล้นเหลือ มีงิ้วหลวงนับสิบคณะแข่งประชันกันอย่างคึกคักท่ามกลางหมู่แมกไม้บานสะพรั่ง เหล่านางรำแสดงคีตลีลาบนเวทีกลางน้ำ บรรเลงเพลงอวยพรสดชื่นสดใส เหล่าราชนิกุลคนสำคัญแต่งกายงดงามหรูหราเข้าเฝ้าไทเฮาและร่วมเสวยอาหารไล่เรียงไปตามลำดับชั้นยศ ต่างมอบของขวัญที่เตรียมถวายแด่เหรินเซี่ยนหวงไทเฮาในวโรกาสการเฉลิมฉลองพระชนมายุครบเจ็ดสิบพรรษาจนล้นหลามจวินอี้มาถึงงานโดยมีจินจูช่วยเดินประคอง ตามด้วยนารากับยงชินหวัง ทั้งสามก็กลายเป็นจุดสนใจของงานเลี้ยง ต่างพากันคาดการณ์ต่างๆ นานาว่า ระหว่างเก๋อเก๋อผู้เป็นที่รักยิ่งกับพระชายาเอกผู้ตั้งครรภ์ ใครกันแน่ที่จะเป็นอันดับหนึ่งในยงหวังฝู“ยินดีด้วยนะเพคะพระชายาจวินอี้ หวังเย๋ช่างโชคดีนัก เด็กในท้องคนนี้ต้องน่ารักเหมือนท่าน
“ต้องการให้ดับเทียนก่อนหรือไม่”“มะ...ไม่ต้องเพคะ” นาราก้มหน้างุดๆ “หม่อมฉันชอบมองผิวกายของท่านอาบแสงเทียน... เร้าใจดี”เขาเป็นฝ่ายหน้าแดงก่ำขึ้นจากคำชมตรงไปตรงมาของนารา ความปรารถนาร้อนรุ่มเท่าทวี อิ้นเจินจุมพิตหว่างอก ครอบครองและลิ้มรสยอดทรวงสีหวาน พลางลดฝ่ามือลงไปสอดไซ้ปลายนิ้วสู่ความชุ่มชื้น นาราจึงเบียดต้นขาเข้าหากันและขยับกระสับกระส่ายอย่างไม่สบายใจ“นับตั้งแต่ข้าตัดสินใจที่จะดึงรั้งเจ้าไว้ในยุคนี้ ข้าก็สาบานแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าต้องอยู่อย่างต่ำต้อย” ทรงขบต้นคอและเป่าลมหายใจร้อนๆ บนผิวเปลือยขาวผ่อง “เจ้าตกลงใจเดินไปด้วยกันกับข้าแล้ว ข้าอนุญาตให้กลัวได้แต่ข้าไม่ยอมให้เจ้าถอย... ถ้าไม่มั่นใจเมื่อไหร่ก็มาให้ข้ากอด แค่นี้ทำได้ใช่มั้ย”“อืม”ทรงอ้าแขนรับร่างสั่นเทานั้นมาสวมกอด ความอ่อนโยนของเขาทำให้นางมีแรงก้าวต่อไป ร่างบางค่อยๆ สงบลงและยอมเงยหน้าขึ้นสบตา ถ้าถามเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกผู้ชายคนนี้เป็นคู่ชีวิต นาราขอเลือกตอบว่าเป็นเพราะเขาเป็นผู้เดียวที่วางแผนเรื่องอนาคตกับนาง
“ท่านพี่ยังมีลูกแอบไว้อีกหรือเปล่า หม่อมฉันจะได้เรียกมาจับทำสัญญาให้หมด”“ไม่มีแล้ว หมดแล้ว ขอบคุณที่เจ้าโอบกอดเด็กทั้งสองคนนี้”“ไม่ใช่เด็กทั้งสอง แต่เป็นลูกทั้งสองต่างหากเพคะ และในอนาคตก็ต้องมีคนที่สาม สี่ ห้า...”นาราถอนใจที่เขาเป็นฝ่ายทำหน้าเหมือนถูกปิดบังเสียเอง นางรับไหสุรามากระดกดื่มต่อและคุยเปิดอกกันแบบแมนๆ “อย่าทำเหมือนตวนรั่วกับสูเชิ่นเป็นตัวปัญหาสิ ในเมื่อหม่อมฉันยอมรับตำแหน่งเมียของท่าน ก็เตรียมใจไว้แล้วว่าต้องมีวันนี้ ลูกของท่านก็คือลูกของหม่อมฉันด้วย ไม่ต้องคิดมากหรอกเพคะ ในเมื่อพระชายาไม่ต้องการลูกสาว หม่อมฉันก็จะรับดูแลให้เอง อีกอย่างให้พระชายาเป็นผู้คลอดทายาทให้ท่านก็ดีแล้ว บอกตามตรงว่าหม่อมฉันไม่ปรารถนาที่จะมีลูก” “ทำไม” น้ำเสียงดุดันของเขาเข้มขึ้น แต่นาราไม่สนใจ “เมียรองกับเมียเอก ตำแหน่งนี้กำหนดชีวิตของผู้หญิง ตัวหม่อมฉันไม่สนใจเรื่
“ท่านพี่... ยังมีความลับอะไรที่ต้องการจะสารภาพหรือเปล่า?” “มีอีกเรื่องที่ข้าไม่ได้บอกเจ้าก่อนหน้านี้” เขาพานางไปนั่งในศาลา ก่อนจะกวักมือเรียกใครบางคนให้ออกมา ตอนนี้ตกค่ำแล้วนาราจึงมองไม่ค่อยถนัด รู้แต่ว่าหลังเสาต้นใหญ่มีอะไรบางอย่างแอบอยู่ แรกทีเดียวนางเห็นรองเท้าปักลายโบตั๋นคู่เล็กๆ โผล่ออกมา ชายกระโปรงที่สวมใส่มีรอยเปื้อนนิดหน่อย นาราหรี่ตาจ้องถึงสังเกตเห็นมือป้อมๆ เกาะเสาอยู่ ตามด้วยดวงตากลมโตใสแจ๋ว แต่พอสบตานาราก็หลบแอบอยู่หลังเสาเช่นเดิม “สูเชิ่น... ออกมาหาพ่อ” พ่อ? นาราเบิกตากว้าง อีหมีซุกลูก! นารายังอึ้งไม่ครบกระบวนท่า อิ้นเจินก็กวักมือเรียกอีก “ตวนรั่ว เจ้าก็ออกมาหาพ่อด้วย”&nb
บทที่ 30 ลดธงเงียบเสียงกลอง ดอกซู่ซินฮวาดอกหนึ่งหลุดร่วงจากขั้ว ลอยหล่นตกลงในสระน้ำใสสะอาด ริมสระร่มรื่นหอมตลบด้วยกลิ่นดอกไม้ ฝูงนกลงลอยเล่นน้ำในสระ มีดอกบัวชูก้านขึ้นมาพ้นน้ำน่าชวนชม แมลงภู่ผึ้งทั้งหลายจึงพากันมาร่อนอยู่เหนือกลีบบัว ลิ้มรสเกสรบัวในสระนั้น บรรยากาศสงบเงียบแสนรื่นรมย์ และฝูงนกทั้งหลายก็พากันแตกตื่นบินจากไปเมื่อเสียงจุดประทัดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว หลังจากทราบเรื่องการตั้งครรภ์ของพระชายาเอกจวินอี้ ยงชินหวังก็มิได้ทอดทิ้ง สิ่งใดที่จวินอี้ต้องการเขาก็มิได้ขัดขวาง สั่งให้บ่าวไพร่รับใช้ดูแลตามความเหมาะสมเพราะอย่างน้อยหากเด็กในครรภ์เป็นชาย เด็กคนนี้ก็จะเป็นผู้มีศักดิ์และสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งเหอซั่วชินหวังตามฐานะ แม้แต่นาราเองก็ต้องคำนับถวายความเคารพเด็กคนนี้&nbs
บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์นับตั้งแต่เสี้ยวอี้เหรินฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของจักรพรรดิคังซีสิ้นพระชนม์ไปจากอาการประชวร จากนั้นมาก็ไม่มีผู้ใดขึ้นตำแหน่งเป็นฮองเฮาอีกเลย แต่ทรงให้เหล่าสนมที่ทรงไว้วางพระทัยเข้าร่วมบริหารวังหลังทั้งหกตำหนัก หนึ่งในนั้นคือพร
เฉินกูกูพร้อมด้วยนางกำนัลกับขันทีอีกสามสี่คนพาหมอหลวงมาถึง ขณะที่ถูกประคองร่างออกไปจากศาลาสวดมนต์ สตรีชุดเทาผู้นั้นก็มองไปทางภูเขาจำลองซึ่งเป็นที่ซ่อนของนาราตลอดเวลา พยายามจะบอกให้คนไปตามตัวนาราออกมาแต่ยังพูดอะไรไม่ไหว“เหนียงเหนียงเพคะ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเพคะ หม่อมฉันไม่ดีเองที่ปล่
“พวกเจ้าเตรียมยาต้มของเหนียงเหนียง[1]เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”“ยะ...ยังเจ้าค่ะเฉินกูกู[2]”“แล้วยังไม่รีบไปจัดการให้เรียบร้อยอีก ต้องรอให้ข้าสั่งทำโทษเจ้าใช่หรือไม่เถาจื่อ”“ข้าน้อยมิกล้าๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แล้วเจ้าค่ะ” นางกำนั
บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า ตำหนักเหยียนชีกง ตำหนักพระสนมเต๋อเฟย เช้าตรู่หลังจากสายฟ้ากระหน่ำเบาบางลง ท้องฟ้







