แชร์

6 ข้าไม่มีเงิน

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-10 17:26:53

6

ข้าไม่มีเงิน

ชิงเหยามองดูเด็กน้อยตัวเล็กและซูบผอมกว่าเด็กวัยเดียวกันในเมืองหลวง นางหันกลับไปมองบ่อน้ำของตนเองที่ยังคงมีน้ำซึมออกมาจากตาน้ำไม่ขาดสาย ตาน้ำที่นางค้นพบด้วยไม้ดิ่งที่วาดขึ้นจากพู่กันเกล็ดมังกรนั้นดีเยี่ยม  ผิดกับบ่อส่วนกลางที่เฉินกุ้ยครอบครองไว้ลิบลับ

“เช่นนั้นเจ้าอยากลองดื่มน้ำจากบ่อของข้าดูไหม”

ชิงเหยาถามพลางลุกขึ้นเดินไปหยิบชามดินเผาที่วางอยู่ใกล้ๆ  เด็กหญิงตัวน้อยตาโตด้วยความดีใจ แต่ไม่นานดวงตาของนางก็เศร้าสร้อยตามเดิม

“ขะ...ข้าไม่มีเงินให้พี่สาวหรอกนะเจ้าคะ ท่านแม่บอกว่าน้ำทุกหยดมีราคา”

“ข้าไม่ได้ต้องการเงินจากเจ้า รับไปเถิด”

“จริงหรือเจ้าคะ”

“อืม  รับไปสิ”

ชิงเหยายื่นชามน้ำส่งให้ผ่านช่องรั้วไม้ไผ่  เด็กน้อยยื่นมืออันสั่นเทามารับชามน้ำไป นางจิบน้ำเข้าไปหนึ่งกลืน แล้วดื่มน้ำนั้นจนหมดชามอย่างรวดเร็ว เมื่อดื่มเสร็จนางก็ยิ้มออกมาจนเห็นฟันซี่เล็กๆ

“น้ำนี้เย็นสดชื่นยิ่งกว่าน้ำที่ข้าเคยดื่มมา”

ชิงเหยามองดูรอยยิ้มนั้นแล้วรู้สึกสะท้อนใจ  ความละโมบของเฉินกุ้ยพรากความสุขเล็กๆ ของเด็กคนนี้ไปนานเท่าไรแล้วหนอ  เฉินกุ้ยทำสิ่งน่ารังเกียจเพื่อแลกกับเงินที่หามาได้จากหยาดเหงื่อของชาวบ้าน  โดยไม่รู้สึกระอายใจเลยแม้แต่นิดเดียว

“เจ้าชื่ออะไรหรือ” ชิงเหยาถามพลางรับชามเปล่าคืนมา

“ข้าชื่อหว่านอิงเจ้าค่ะ พ่อของข้าเป็นชาวนาในหมู่บ้านนี้  บ้านของข้าอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกลมากนัก” เด็กน้อยชี้มือไปทางกลุ่มบ้านซอมซ่อที่ตั้งอยู่ห่างออกไป

“หว่านอิง  จากนี้ไปหากเจ้ากระหายน้ำเจ้าก็มาตักที่บ่อของข้าได้นะ  ข้าไม่เก็บเงินเจ้าหรอก”

เด็กหญิงตัวน้อยเบิกตากว้างด้วยความดีใจระคนไม่เชื่อหูตัวเอง “จริงหรือเจ้าคะ  พี่สาวช่างใจดีเหลือเกิน  ขอบคุณเจ้าค่ะ  ขอบคุณมากๆ เจ้าค่ะ”

มู่ชิงเหยามองเด็กหญิงที่กำลังเช็ดคราบน้ำออกจากมุมปากอย่างเอ็นดู นางยื่นมือไปลูบผมของเด็กน้อยเบาๆ แล้วกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายว่า

“หว่านอิง ต่อไปนี้เจ้าเรียกข้าว่าพี่ชิงเหยาเถิด ไม่ต้องเรียกว่าพี่สาวแล้ว”

หว่านอิงพยักหน้าตอบรับทันที แววตาที่เคยมัวหมองดูสดใสขึ้น “เจ้าค่ะพี่ชิงเหยา  ข้าต้องขอตัวกลับบ้านก่อนนะเจ้าคะ หากหายไปนานกว่านี้ท่านแม่คงเป็นห่วงและออกมาตามหาแน่  ไว้ข้าจะแอบมาหาพี่ชิงเหยาใหม่เจ้าค่ะ”

“ไปเถิด  เดี๋ยวท่านแม่เจ้าจะเป็นห่วง”

ครั้นเมื่อถึงยามเย็น  ในห้องครัวเล็กๆ ของบ้าน  นายหญิงเยี่ยกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมมื้อค่ำ ควันไฟสีขาวลอยขึ้นจากเตาช้าๆ อาหารที่นางเตรียมไว้สำหรับมื้อค่ำเป็นอาหารง่ายๆ ที่พอหาได้ใกล้บ้าน  ต้มน้ำเดือดตอกไข่เข้าไปกลายเป็นไข่ตุ๋นน้ำ  ทว่าในขณะที่นายหญิงเยี่ยกำลังจะยกหม้อแกงลงจากเตา เสียงเรียกของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน

“มีใครอยู่หรือไม่เจ้าคะ พี่ชิงเหยาอยู่หรือไม่”

เสียงเล็กๆ ดังขึ้นพร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของบุรุษ นายหญิงเยี่ยชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะวางไม้พายลง นางใช้ผ้าเช็ดมือที่เปื้อนคราบถ่านไฟออกอย่างลวกๆ แล้วเดินไปที่หน้าประตูบ้านด้วยความสงสัย

เมื่อเปิดประตูก็พบกับเด็กหญิงตัวน้อยดวงตาใสแป๋ว ข้างกายของเด็กน้อยมีบุรุษรูปร่างกำยำคนหนึ่งยืนอยู่ เขาอายุราวสามสิบปี สวมชุดผ้าป่านสีหม่นที่ดูเก่าหมอง ผิวพรรณของเขาดูเข้มและกร้านแดดจากการทำงานหนักในไร่นา แววตาดูซื่อตรงแต่มีท่าทีกังวลใจบางอย่าง

“มาหาใครหรือ”

นายหญิงเยี่ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ แม้ในใจจะยังมีความระแวงต่อคนแปลกหน้าอยู่บ้างตามประสาคนต่างถิ่น

“ข้าชื่อหลี่เฉียงขอรับ  เป็นพ่อของหว่านอิง”

บุรุษผู้นั้นประสานมือทำความเคารพอย่างนอบน้อม กิริยาท่าทางของเขาดูเรียบง่ายเหมือนชาวนาทั่วไป หว่านอิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เงยหน้าขึ้นมองนายหญิงเยี่ยแล้วเผยรอยยิ้มกว้าง

“พี่ชิงเหยาอยู่หรือไม่เจ้าคะท่านป้า ข้าพาบิดามาหาพี่ชิงเหยาเจ้าค่ะ”

นายหญิงเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมมองไปที่หลี่เฉียงอย่างพิจารณา “พวกท่านมีธุระสำคัญอันใดกับชิงเหยาหรือ”

หลี่เฉียงขยับตัวอย่างประหม่าก่อนจะเริ่มอธิบายสาเหตุของการมาเยือนในครั้งนี้ด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หว่านอิงกลับไปเล่าให้ข้าฟังว่าที่บ้านของแม่นางชิงเหยามีบ่อน้ำที่ขุดพบใหม่ แถมน้ำในบ่อนั้นยังใสสะอาดและเย็นฉ่ำยิ่งนัก ข้าจึงอยากมาพูดคุยกับนางเรื่องน้ำเสียหน่อยขอรับ”

“ถ้าเช่นนั้นพวกท่านรออยู่ที่นี่ครู่หนึ่ง ข้าจะไปตามชิงเหยามาให้”

ที่หลังบ้าน มู่ชิงเหยากำลังนั่งย่องๆ อยู่ข้างแปลงผักที่เพิ่งรดน้ำจนชุ่ม นางใช้มือนวดแขนขาที่ยังคงรู้สึกเมื่อยจากการขุดดินเมื่อวาน  ตาก็มองต้นกล้าผักงามๆ อย่างภูมิใจ

“เหยาเอ๋อร์ มีคนมาหาเจ้าที่หน้าบ้าน”

“ใครมาหรือเจ้าคะท่านแม่”

“หว่านอิงพาบิดาชื่อหลี่เฉียงมาพบ เขาบอกว่าเด็กน้อยกลับไปเล่าเรื่องบ่อน้ำให้ฟัง เขาจึงอยากมาคุยกับเจ้าเรื่องนี้”

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ  ข้าจะไปพบเขาเดี๋ยวนี้  ท่านแม่ช่วยเตรียมน้ำสะอาดใส่ชามไปต้อนรับแขกหน่อยนะเจ้าคะ”

เมื่อชิงเหยาเดินออกมาถึงหน้าบ้าน หลี่เฉียงที่ยืนรอก็หันมามองนางด้วยแววตาพินิจ

“แม่นางชิงเหยา ข้าหลี่เฉียง ขออภัยที่มารบกวน”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

นางผายมือไปที่แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน นายหญิงเยี่ยเดินตามออกมาพร้อมกับยื่นชามน้ำใสสะอาดส่งให้หลี่เฉียงและหว่านอิง เมื่อชายหนุ่มยื่นมือออกไปรับชามดินเผาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นฉ่ำของน้ำ  เหมือนกับที่หว่านอิงบอกไว้ไม่มีผิด  น้ำในชามดินทั้งใสสะอาดและดูบริสุทธิ์

“น้ำในบ่อของพี่ชิงเหยาเย็นมากนะเจ้าคะ ท่านพ่อลองดื่มดูสิ”

หว่านอิงเอ่ยขึ้น  หลี่เฉียงยกชามน้ำดื่มเข้าไปอึกใหญ่ แววตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ รสชาติของน้ำนี้ช่างต่างจากน้ำขุ่นมัวที่เขาต้องเสียเงินซื้อจากบ่อของเฉินกุ้ยอย่างสิ้นเชิง มันให้ความรู้สึกสดชื่นราวกับน้ำค้างจากยอดเขาในยามเช้า

เมื่อดื่มน้ำเสร็จ หลี่เฉียงก็วางชามลงแล้วมองหน้าชิงเหยาด้วยสีหน้าจริงจังขึ้นกว่าเดิม 

“แม่นางชิงเหยา ข้าได้ยินเรื่องที่หว่านอิงเล่ามาทั้งหมด และเมื่อได้เห็นน้ำในบ่อกับตาตัวเอง ข้าจึงมีเรื่องอยากจะขอปรึกษา”

“มีเรื่องอะไรอยากปรึกษาข้างั้นหรือเจ้าคะ”

เขาประสานมือคารวะมู่ชิงเหยาด้วยกิริยาที่ดูจริงจังกว่าเดิม

"ไม่ต้องคารวะข้าเจ้าค่ะ!  อย่าทำแบบนี้เลย"

“แม่นางชิงเหยา ที่ข้ามาวันนี้เพราะมีเรื่องอยากขอความเมตตา ข้าอยากรบกวนให้เจ้าช่วยไปดูที่ดินของข้าสักครั้งเพื่อช่วยหาตาน้ำให้ที”

เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาว “เจ้าก็เห็นว่าหุบเขาหินแห่งนี้แห้งแล้งเพียงใด ตาน้ำที่ขุดเจอได้เองนั้นมีน้อยยิ่งกว่าทองคำ ชาวบ้านต่างต้องทนถูกผู้นำหมู่บ้านขูดรีดเก็บส่วยน้ำแล้วมอบน้ำขุ่นๆ มาให้พวกเราประทังชีวิต ข้าไม่อยากให้ครอบครัวต้องลำบากเช่นนี้ไปตลอด หากเจ้ายอมช่วยเหลือ ข้ายินดีจะมอบค่าจ้างเป็นการตอบแทนตามสมควร”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   ตอนพิเศษ 2 (จบ)

    ตอนพิเศษ 2 (จบ)ย่างเข้าสู่คิมหันตฤดู ไอแดดช่วงเช้าสะท้อนเหนือผืนน้ำทะเลสาบหนานซิง เสียงแมลงริมฝั่งร้องระงม เรือประมงลำน้อยหลังคาฟางผุพังลำหนึ่งกำลังลอยลำอยู่ในทะเลสาบอย่างโดดเดี่ยวบนเรือนั้นมีบุรุษสองคนนั่งเผชิญหน้ากัน คนหนึ่งคือเล่าต๋าชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด ผิวที่กร้านแดดเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ อีกคนคืออาซิ่งเด็กหนุ่มเลือดร้อนที่แววตามีความดื้อรั้นฉายชัด ทั้งคู่กำลังช่วยกันออกแรงสาวตาข่ายที่ดูเหมือนจะหนักอึ้งผิดปกติขึ้นมาจากน้ำ"วันนี้น่าจะก้าวเท้าออกจากบ้านถูกข้าง เราดวงดีแล้วอาซิ่ง คงได้ปลาใหญ่แน่ๆ ตาข่ายหนักเพียงนี้หากไม่ใช่ปลาหลีฮื้อตัวใหญ่จะเป็นสิ่งใดไปได้อีก" เล่าต๋าเอ่ยพลางพ่นลมหายใจออกทางปาก"ท่านอาเล่า อย่าเพิ่งคิดไปเองเลย เราไม่ได้ปลาใหญ่มาห้าวันแล้วนะ วันนี้จะต้องกลับบ้านมือเปล่าไปอีกรึเปล่าก็ไม่รู้"“เจ้าก็อย่าพูดอัปมงคลเช่นนั้นสิ!” เล่าต๋าดุอาซิ่งกัดฟัน แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อเกร็งเขม็งขณะออกแรงกระชากตาข่ายขึ้นมา"หากเป็นปลาใหญ่จริง คืนนี้พวกเราคงได้กินเหล้าดีๆ ในเมืองสักไห"ทว่าเมื่อตาข่ายพ้นผิวน้ำ ความหวังที่ว่าจะเห็นปลาเกล็ดเงินกระโดดโลดเต้นกลับมลายหา

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1เส้นทางสู่หมู่บ้านหุบเขาหินนั้นทั้งคดเคี้ยวและลาดชัน สองข้างทางเต็มไปด้วยโขดหินรูปทรงประหลาดตา รถม้าหรูหราของจวนจวิ้นอ๋องเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ตามหลังขบวนเกวียนขนเสบียงที่บรรทุกทั้งธัญพืช เครื่องเทศ และสมุนไพรมาเต็มลำเซียวอวี้นั่งอยู่ข้างกายชิงเหยาภายในรถม้า เขาคอยประคองร่างบอบบางของนางไว้ทุกครั้งที่ล้อรถสะดุดเข้ากับร่องหิน แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความห่วงใย แม้กระทั่งชิงเหยาก็ยังนึกแปลกใจ บุรุษที่ไม่เคยรักหยกถนอมบุปผาก่อนหน้านี้ พอได้เป็นสามีของใครสักคนเขากลับทำหน้าที่ได้ดีจนน่าปลาบปลื้ม"ทางลำบากถึงเพียงนี้ เจ้ายืนกรานจะมาด้วยตนเองให้ได้ หากเจ้าบอกข้าเพียงคำเดียว ข้าจะสั่งให้ทหารนำเสบียงมาส่งให้ถึงมือชาวบ้านโดยที่เจ้าไม่ต้องเหนื่อยยากเช่นนี้"เซียวอวี้เอ่ยพลางกระชับเสื้อคลุมขนสัตว์ให้นาง ชิงเหยายิ้มบางๆ พลางเอนศีรษะซบลงบนไหล่ของเขา"การมอบของด้วยใจกับการมอบตามหน้าที่นั้นต่างกันนัก หม่อมฉันอยากเห็นด้วยตาตนเองว่าพวกเขามีความเป็นอยู่เช่นไร อีกอย่าง...หม่อมฉันคิดถึงคนในหมู่บ้านหุบเขาหินเพคะ ป่านนี้ไม่รู้ว่าหว่านอิงโตขึ้นมากน้อยเพียงใดแล้ว"เมื่อขบวนรถม้าเลี้ยวเข้าสู

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   77 ข้าอยากปลดปล่อยตัวเอง

    77ข้าอยากปลดปล่อยตัวเองเมื่อรถม้าหยุดลงที่ริมทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ภาพเบื้องหน้าคือผืนน้ำที่ยังคงกระเพื่อมไหวอย่างแผ่วเบาด้วยไอเย็นจัด แม้หิมะจะโปรยปรายลงมาปกคลุมไปทั่ว แต่ผืนน้ำยังไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง เช่นนี้ก็นับว่ามาไม่เสียเที่ยวมู่ชิงเหยาก้าวลงจากรถม้าเดินไปหยุดอยู่ที่ริมตลิ่ง ปล่อยให้ลมหนาวปะทะใบหน้าจนแก้มเริ่มขึ้นสีระเรื่อ เซียวอวี้เดินตามมายืนเคียงข้างนาง คอยดูอยู่ว่าจุดประสงค์ที่นางอยากมาสถานที่แห่งนี้เพราะเหตุใด"ท่านอ๋อง ข้ายังมีความลับอีกอย่างหนึ่งที่ไม่เคยบอกท่านเพคะ"นางเอ่ยขึ้น เสียงของนางเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว เซียวอวี้ขมวดคิ้ว แววตาคมปลาบจับจ้องไปที่เสี้ยวหน้าของนางอย่างพิจารณา"ความลับอันใดงั้นหรือ"ชิงเหยาค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา มันคือพู่กันเกล็ดมังกร"พู่กันเล่มนี้คือสิ่งที่ทำให้หม่อมฉันสามารถบันดาลทุกอย่างได้ ยกเว้นเงินและทอง" นางยิ้มบางๆ แต่อันที่จริงกลับดูเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก "มันมีคุณอนันต์และมีโทษมหันต์”“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” เขามองพู่กันในมือของนางด้วยความสงสัยยิ่งกว่าเดิม“ในทุกครั้งที่หม่อมฉันวาดสิ่งขอ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   76 เลือดเย็นไม่เบา

    76เลือดเย็นไม่เบาในช่วงหัวค่ำ มู่ชิงเหยาทราบข่าวเรื่องตระกูลจ้าวล่มสลาย นางได้ออกไปยืนมองขบวนลำเลียงนักโทษจากจวนตระกูลจ้าวไปยังคุกหลวงพร้อมกับชาวบ้านคนอื่นๆ ทุกเส้นทางที่คนของตระกูลจ้าวเดินผ่านเต็มไปด้วยเสียงด่าทอ บางคนถึงขั้นปาก้อนหินปาผักเน่าใส่ขบวน มู่ชิงเหยาเพียงแต่ยืนมองภาพนั้นที่มุมหนึ่งเงียบๆ ในที่สุดแสงแห่งความยุติธรรมก็ส่องมาถึงเสียที ข่าวแว่วมาว่าจ้าวคุนไฉได้รับโทษประหาร สตรีและเด็กถูกลดขั้นเป็นทาส บางส่วนก็ถูกส่งเข้าหอนางโลม ชายหนุ่มในวัยฉกรรจ์ถูกเนรเทศไปใช้แรงงานหนักในเช้าวันต่อมาขบวนองครักษ์จากวังหลวงเคลื่อนมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านเครื่องเทศพร้อมกับราชโองการสีทอง ขณะนั้นมู่ชิงเหยาเพิ่งจะเปิดร้านได้ไม่นานยังง่วนอยู่กับการจัดข้าวของ นางรีบวิ่งออกมาต้อนรับด้วยความตื่นเต้น ฝ่ายนายหญิงเยี่ยก็วิ่งตามหลังมาติดๆ ทั้งสองนั่งลงคุกเข่ารับราชโองการด้วยใจที่สั่นระรัว รอฟังราชโองการในมือองครักษ์อย่างใจจดใจจ่อ"ตามที่จวิ้นอ๋องได้ถวายฎีกา ตรวจสอบพบความจริงว่ามู่ชิงเทียนอดีตพ่อค้าหลวงถูกใส่ร้ายป้ายสี บัดนี้ความจริงปรากฏชัด จึงขอประกาศคืนความบริสุทธิ์และล้างมลทินให้แก่มู่ชิงเท

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   75 จิ้งจอกเฒ่า

    75จิ้งจอกเฒ่าทั่วทั้งท้องพระโรงราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงฮือฮาดังอื้ออึงไปทั่วโถง ขุนนางน้อยใหญ่ต่างหันมองหน้ากันด้วยความฉงน ความเงียบสงบเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความสงสัยและเสียงกระซิบกระซาบที่เริ่มหนาหู"มู่ชิงเหยา? นางคือบุตรีของนักโทษที่ล่วงลับไปแล้วมิใช่หรือ ไฉนจึงไม่ใช่คุณหนูตระกูลจ้าวเล่า" ขุนนางอาวุโสคนหนึ่งพึมพำด้วยความสงสัยจ้าวคุนไฉยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเขาที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มบัดนี้กลับกลายเป็นสีม่วงคล้ำ มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นเทาด้วยความอัปยศและโกรธแค้น เขาจ้องมองไปยังแผ่นหลังของเซียวอวี้ด้วยสายตาที่แทบจะฆ่าคนได้ ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด หมากที่เขาอุตส่าห์วางไว้เพื่อให้บุตรีเป็นพระชายาเอกกลับถูกเซียวอวี้พลิกกระดานกลางท้องพระโรงอย่างไม่ไว้หน้า“ท่านอ๋องทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!” จิ้งจอกเฒ่ากัดฟันถาม เดิมทีพยายามข่มอารมณ์อยู่ แต่ตบะแตกเมื่อได้ยินคำขอสมรสพระราชทานที่ผิดคาดไปไกลแสนไกล เขาหน้าดำหน้าแดง ก้าวออกมากลางท้องพระโรงพลางชี้หน้าเซียวอวี้ด้วยมือที่สั่นเทา"ท่านอ๋อง! ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านไปมาหาสู่บุตรสาวของข้าที

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   74 สินเดิมสิบลี้

    74สินเดิมสิบลี้ทันทีที่รถม้าหรูหราเคลื่อนออกจากเขตตลาดที่พลุกพล่าน จ้าวจื่อรั่วไม่ได้สั่งให้คนขับรถม้ากลับไปยังจวนตระกูลจ้าว แต่กลับสั่งให้ไปที่จวนจวิ้นอ๋อง นางจัดแต่งทรงผมและเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยไร้ที่ติอีกครั้ง ก่อนจะก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ประหนึ่งว่าตนเองคือพระชายาเอกของที่นี่เรียบร้อยแล้วสาวใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าจวนแจ้งแก่นางว่ายามนี้เซียวอวี้กำลังขลุกตัวอยู่ในห้องหนังสือเพียงลำพัง จ้าวจื่อรั่วแย้มยิ้มบางๆ นางก้าวเท้าเดินมุ่งตรงไปยังห้องซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนส่วนตัวของเขาอย่างคุ้นเคยภายในห้องหนังสือ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหมึกและตำราอบอวลไปทั่วห้อง เซียวอวี้ในชุดลำลองผ้าไหมสีเข้มกำลังนั่งพลิกหน้ากระดาษตำราในมืออย่างใจลอย ทันทีที่จ้าวจื่อรั่วก้าวเข้ามา นางไม่ได้รอให้บ่าวรับใช้รายงาน แต่กลับเดินเข้าไปหาเขาพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดัดจนหวานหยด"ท่านอ๋อง จื่อรั่วเข้ามารบกวนเวลาพักผ่อนของท่านอ๋องหรือไม่เพคะ"เซียวอวี้ละสายตาจากตำรา เขาเหลือบมองสตรีตรงหน้าที่เดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่ายังคงไว้ซึ่งมารยาท"คุณหนูจ้าวมีธุระด่วนอันใดงั้นหรือ"จ้าวจื่

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   64 ยังไม่อาจแตะต้องตระกูลจ้าว

    64ยังไม่อาจแตะต้องตระกูลจ้าวเซียวอวี้กระโดดขึ้นหลังม้า ควบตะบึงกลับจวนทันที เขาไม่ได้มุ่งหน้าไปหาชิงเหยาที่ร้านเครื่องเทศอย่างที่อารมณ์ชั่ววูบสั่งการ แต่กลับเลือกเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัว สั่งห้ามไม่ให้ใครรบกวน แล้วทรุดกายนั่งครุ่นคิดอยู่ท่ามกลางความเงียบงันเนิ่นนานจ้าวคุนไฉไม่ใช่ขุนนางธรรมดา แ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   47 กลัวความลำบาก

    47กลัวความลำบากจ้าวจื่อรั่วได้ฟังประโยคตัดรอนอย่างไร้เยื่อใยก็ถึงกับหน้าถอดสี รอยยิ้มที่เคยอ่อนหวานพลันแข็งค้างอยู่บนใบหน้า นางขยับริมฝีปากคล้ายจะเอ่ยคำแก้ตัวหวังทวงคืนวันวาน ทว่าความเย็นชาของหลี่เซียวอวี้กลับทำให้นางจุกจนพูดไม่ออกในขณะที่บรรยากาศกำลังอึดอัดได้ที่ เว่ยอวี้หลินก็เดินกลับเข้ามาในศ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   34 คราวนี้จะพูดความจริงได้หรือยัง

    34คราวนี้จะพูดความจริงได้หรือยังหลังจากที่มู่ชิงเหยาต้มโจ๊กเสร็จ นางก็เดินไปเรียกมารดาและเซียวอวี้ให้มาทานมื้อเช้าพร้อมกัน ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับเต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงตะเกียบกระทบชามเป็นระยะ นายหญิงเยี่ยแม้จะพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ แต่แววตาของนางยังคงมีความหวาดกลัวจากเหตุการณ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   22 ขาหายแล้ว

    22ขาหายแล้ว“ดูเอาเถิดขนาดจะลุกขึ้นมาชี้หน้าข้า เจ้ายังทำไม่ได้เลย คนพิการที่ไร้ค่าเช่นนี้ จะอยู่ให้เปลืองข้าวไปทำไมกัน สู้ข้าสงเคราะห์ให้เจ้าได้ไปอยู่ในหลุมตอนนี้เลยยังจะดีเสียกว่า ฮ่าๆ”เฉินกุ้ยใช้สายตาเหยียดหยามมองดูขาทั้งสองข้างของเซียวอวี้ที่เหยียดนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง มู่ชิงเหยาเห็นพวกม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status