Share

บทที่ 29 ลัคกี้

last update Last Updated: 2026-01-30 07:00:56

 ตอนเที่ยงโยโย่กับอิ๋งอิ๋งขับรถมาส่งฉินฟ่านที่หน้าบ้าน แล้วพวกเธอก็ขับต่อไปที่บ้านของเธอที่ห่างออกไปไม่ไกล ตอนที่เขาเสียบกุญแจจะเปิดประตูรั้ว ก็ได้ยินเสียงแตรรถดังขึ้นสองครั้งทำให้ต้องหันกลับไปมดู

 "ตามหาตัวคุณนี่ยากจริง ๆ เลยนะคะคุณฉิน"

 มู่ปิงปิงก้าวลงมาจากรถตำรวจ พร้อมลูกน้องผู้ชายอีกสองคน

 ว้าว…ลัคกี้ วันนี้มีของดีมาให้ดูอีกแล้ว 

 "คิดถึงก็บอกมาเถอะ ไม่ต้องอาย ก็พอจะรู้อยู่นะว่าเสน่ห์ของผมมันแรง แต่ช่วงนี้ผมไม่ว่างจริง ๆ คุณคงต้องกดรับบัตรคิวไปก่อน"

 เขายิ้มอย่างทะเล้น แล้วเริ่มสแกนเรือนร่างอันอวบอัดของเธอ

 "ฝันไปเถอะ ฉันมีแฟนมากมายเป็นโหล ๆ ทำไมจะต้องสนใจคุณ"

 เธอพูดไปโมโหไป จนหน้าอกอวบอัดสะท้อน จะไม่ให้โมโหได้ยังไง เวลาคุยกับเธอ เแทนที่จะมองหน้าเธอ แต่นี่เล่นเอาแต่จ้องที่หน้าอก 

ไอ้โรคจิตเอ๊ย มองผู้หญิงขอให้ตาเป็นกุ้งยิง กินหม้อไฟขอให้ท้องเสีย จู๊ด ๆ 

นั่งดูหนังขอให้น้ำลายติดคอ

"จุ๊ ๆ แหมคุณนี่ยิ่งโมโหก็ยิ่งสวยยิ่งพบเห็นก็ยิ่งนึกรัก แล้วก็หุ่นแบบนี้ ถ้าใส่ชุดว่ายน้ำแบบทูพีซละก็ ผมกดไลก์กดแชร์ให้เลย"

"นี่นาย" เธอกำลังจะด่าเขา แต่ลูกน้องที่อยู่ข้าง ๆ กลับสะกิดแขนเธอ แล้วกระซิบเบา ๆ 

"หัวหน้าเรามาทำงานนะครับ ไม่ใช่มาให้เขาเกี้ยวพาราสี"

 เธอได้ยินก็ได้สติขึ้นมา

"อะแฮ่มคุณฉินที่เรามาในวันนี้"

 มู่ปิงปิงพูดยังไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงของฉินฟ่านบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ 

"ยกทรงสีแดง อืมม ไม่ดีไม่ดี ไม่ค่อยเหมาะกับเธอ เอาเป็นยกทรงซีทรูสีดำมีระบายลูกไม้หน่อย ๆ น่าจะดีกว่า แต่กางเกงในนี่จะต้องเป็นแบบจีสตริงสีดำเท่านั้น เอ…แต่ถ้าจะให้ดีควรใส่ส้นสูงด้วย เพอร์เฟค"

 ขณะที่เขาบ่นเสียงพึมพำ เขาก็เดินรอบตัวของเธอไปด้วย แถมยังใช้สายตาสำรวจขึ้น ๆ ลง ๆ 

 มู่ปิงปิงกำหมัดแน่นแกล้งหูหนวกตาบอดไปชั่วขณะ พยายามข่มใจที่จะไม่ชักปืนเป่าขมองของเขาให้กระจาย เธอจึงพูดต่อ

"เมื่อสองวันก่อนมีเหตุฆาตกรรมระหว่างแก๊งกิเลนลู่กับแก๊งขันทีหลี่ เราอยากเชิญคุณไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจหน่อยค่ะ" ฉินฟ่านทำสีหน้าท่าทางครุ่นคิดอย่างจริงจัง มู่ปิงปิงมีประสบการณ์ในการสอบปากคำและหาพิรุธของคนร้ายมามากมาย ตอนนี้จึงพยายามจ้องเขาแบบตาไม่กะพริบ เพื่อหาพิรุธ 

ฉินฟ่านพยักหน้าหงึก ๆ อยู่หลายที คล้ายกับนึกเรื่องที่สำคัญออกมาได้บ้างแล้ว พร้อมกับพึมพำต่อ

 "จะว่าไปตอนนี้เราเองก็พอจะมีเงินมีทองอยู่บ้างแล้ว เหมาชุดชั้นในวิคตอเรียซีเคร็ททั้งคอลเลกชันให้เธอเลยก็ได้นี่นา จะสักเท่าไรกันเชียว ได้ยินว่าผู้หญิงทุกคนต่างก็ชอบยี่ห้อนี้ อืม…ตกลงตามนี้ละกัน"

วิคตอเรียย่านายสิ ไอ้หน้าหม้อ

มู่ปิงปิงกัดฟันกรอด ทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอจะชักปืนข้างเอวออกมายิงเขา แต่ลูกน้องรีบวิ่งไปกดมือ ร้องห้ามเสียงหลง

"ใจเย็น ๆ ครับหมวด ฆ่าคนมันผิดกฎหมายนะครับ"

ฉินฟ่านพอได้ยิน ก็ทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจขึ้นมาทันที

"คุณนี่เอะอะก็จะฆ่าสามีอยู่เรื่อย หรือว่าคุณชอบความรู้สึก ตอนถูกผมลงโทษฟาดก้น งั้นเอาไว้วันหลังผมจะหาโซ่ แส้ กุญแจมือ เอาไว้ให้คุณเลือกหลาย ๆ ชิ้นหน่อย จะได้ไม่จำเจ"

 คำว่า "ฟาดก้น" สะท้านเข้ารูหูลูกน้องทั้งสองคน พวกเขาถึงกับหน้าเหวอ หันไปกระซิบกระซาบกัน

 "แกได้ยินเหมือนฉันไหม" 

 "เต็มสองหูเลยเพื่อน"

 นี่ข่าวสด ประเด็นร้อนเลยนะเนี่ย หมวดมู่ปิงปิงคนนี้ ตอนอยู่สถานีตำรวจได้รับฉายาว่า "เสือดาวเหล็ก" เพราะเธอทั้งสวยทั้งเย็นชา ไม่มีผู้ชายหน้าไหนจีบเธอติดสักคน แต่เธอเคยให้ชายหนุ่มคนนี้ฟาดก้น แล้วเคยให้ฟาดชิ่ง เอ๊ย…ฟาดอย่างอื่นด้วยหรือเปล่า ลูกน้องของเธอเริ่มจินตนาการกว้างไกล จนรู้สึกน้ำลายเหนียวหนึบติดคอขึ้นมาทันที

มู่ปิงปิงเชิดหน้าไม่พูดไม่จา หันหลังเดินออกไป โดยไม่สนใจสายตาที่งงงวยของทุกคน 

ว่าเธอจะไปไหน เธอจะทำอะไรกับใคร 

เธอเปิดท้ายรถรื้ออันโน้นหาอันนี้ เสียงดังโครมคราม ในที่สุดเธอก็หาแป๊บเหล็กอันที่เหมาะมือเจอ 

"ตายซะไอ้บ้า"

เธอวิ่งไล่ตีฉินฟ่าน เพราะตอนนี้เธอโกรธเขาจนควันออกหูแล้ว ใครหน้าไหนก็อย่างหวังที่จะมาห้าม

"ช่วยด้วย ช่วยด้วย มีคนจะฆ่าสามีแล้ว โอ๊ย"

ฉินฟ่านแกล้งร้องโอดโอย วิ่งกุมหัวหลบไปมาซ้ายทีขวาที แล้วเข้าไปยื้อยุดแป๊บเหล็ก ยื้อกันไปยื้อกันมา เขาแกล้งเสียหลักล้ม แล้วดึงเธอให้ล้มตามมาทับอยู่บนตัวของเขา เขากอดเธอกลิ้งไปมาบนพื้นหน้าอกอวบอัดของมู่ปิงปิง ก็ถูกเบียดไปมาบนอกของเขา

มู่ปิงปิงออกแรงสะบัดหลุดออกมาได้ เธอก่อนฟาดแป๊บเหล็กใส่หัวเขาอย่างแรง

โป๊ก!

โอ๊ย!

ฉินฟ่านร้องเสียงดัง แล้วแกล้งทำตาเหลือกจนเห็นตาขาวสลบไป

"แย่แล้ว หมวดครับนี่มันเรื่องใหญ่แล้วนะ เขาจะตายหรือเปล่าครับ" ลูกน้องของเธอ ถามด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าเขาจะถูกเธอตีจนตาย

มู่ปิงปิงได้สติ เขาไม่มีเลือดไหลออกจากศีรษะก็จริง แต่อาจจะกะโหลกร้าวก็ได้ เพราะว่าเธอลืมตัวไปหน่อย เลยตีเขาไปซะเต็มแรง จนทำให้แป๊บเหล็กบิดเบี้ยวผิดรูป 

"เรียกรถพยาบาลเร็วเข้า"

เธอยื่นนิ้วมือที่สั่นระริก เอาไปอังที่จมูกของเขา ไม่จริงใช่ไหม เขาไม่มีลมหายใจแล้ว ทำอย่างไรดี จะทำยังไงดีผายปอด ใช่แล้ว ต้องผายปอด เธอเคยฝึกวิธีช่วยคนด้วยวิธีผายปอดมาแล้ว

 มู่ปิงปิงไม่รอช้า รีบประกบริมฝีปากทำการผายปอดทันที แต่ไม่ทันไรเธอก็รู้สึกผิดสังเกต เพราะลิ้นของเขาเริ่มสอดส่ายอย่างซุกซน พัวพันอยู่กับลิ้นของเธอ

จนเธอสะดุ้งโหยง 

เธอกัดริมฝีปากเขาอย่างแรงเพื่อโต้ตอบ จนเลือดไหลออกมาที่มุมปากของเขา 

"โอ๊ย…เจ็บ"

 คราวนี้ฉินฟ่านเจ็บจริง เลือดออกจริง ไม่มีแสตนด์อิน

 ลูกน้องของเธอรีบวิ่งมากระซิบบอก

"หมวดครับ ผมว่าเรากลับไปตั้งหลักกันก่อนดีกว่า ขืนอยู่ที่นี่ต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง

 มีหวังหมวดได้กลายเป็นเมียของเขาแน่ ๆ"

มู่ปิงปิงจ้องเขาจนตาเขียวปั๊ด ราวจะกินเลือดกินเนื้อเขา

"พวกเรากลับ"

มู่ปิงปิงกลับไปที่รถ แล้วสตาร์ทเครื่องขับออกไป

 "แล้วเจอกันใหม่ พิคาจุน้อยของผม"

 ฉินฟ่านโบกมือพลางยิ้มกว้าง ที่ได้เอารัดเอาเปรียบเธอ พอได้ยินคำว่าพิคาจุเท่านั้นแหละ

เธอสะดุ้งเฮือกเผลอเหยียบคันเร่งอย่างแรง จนเกือบชนเสาไฟฟ้าข้างทาง เพราะวันนี้เธอใส่กางเกงในลายพิคาจุมา 

 เจ้าหมอนี่รู้ได้ยังไง นี่มันครั้งที่สองแล้วนะ หรือว่าเขามองทะลุเสื้อผ้าได้ บ้าไปแล้ว ใครมันจะไปทำแบบนั้นได้

 แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ไม่ใช่ว่าเขาเห็นของเธอหมดแล้วหรือ แล้วแบบนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แล้วเธอยังจะแต่งออกอีกเหรอ 

 แถมตอนนั้นตีหัวเขาไปเต็มแรง เขาไม่เป็นอะไรเลยสักนิด แต่แป๊บเหล็กกลับงอ นี่คงไม่ใช่ว่าเขาเป็นเอเลี่ยนที่แฝงตัวมา เหมือนที่ลงในติ๊กต็อกหรอกนะ

 ความคิดของเธอสับสนไปหมด เหมือนคอมพิวเตอร์ที่ติดไวรัส

 ฉินฟ่านเปิดประตูเข้าไปในบ้าน ยังไม่ทันจะนั่งลง

 "ที่รักคะ คุณชอบแนวหญิงสาวในเครื่องแบบเหรอคะ เป็นไงบ้างฟินไหมคะ"

 เหลียนฟ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เลยแซะไปแบบหึง ๆ 

 "แหะ ๆ เหตุการณ์มันชุลมุนน่ะ เอ่อ... 

เหลียนเฮ่อยังไม่กลับจากโรงเรียนอีกเหรอครับ"

 เขาแกล้งเปลี่ยนเรื่องคุย แต่เหลียนฟ่งยังอยากที่จะขยี้ต่ออีกนิด แกล้งเขาให้หนัก ๆ หน่อย ชอบเจ้าชู้ดีนัก

 "หน้าอกเธอเล็กกว่าฉันนิดหน่อย แต่ดูท่าทางเธอจะโกรธจัด จนอยากเตะไข่คุณให้หน้าเขียวเลยนะ"

 "เราไปกินข้าวนอกบ้านกันดีไหม อาหารญี่ปุ่นหรือว่าอาหารเกาหลีดี ผมชักจะหิวซะแล้วสิ"

 ฉินฟ่านพยายามเปลี่ยนเรื่อง นี่ถ้าเธอรู้ว่าเขายังมีโยโย่ อิ๋งอิ๋งอีกจะอาละวาดแค่ไหน

 "แต่หุ่นแบบ SEX BOME แถมสวยพยศแบบนี้ คุณไม่อยากบ้างเหรอคะ"

 เธอยังตามไปขยี้ต่อ ไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ 

 เฮ้อเล่นถามกันแบบนี้ แล้วจะให้เขาตอบยังไงดี

 "เอหรือว่าให้ฉันช่วยรีดให้ทุกเช้า จนไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว แล้วค่อยปล่อยคุณออกจากบ้าน คุณจะได้เลิกคิดฟุ้งซ่าน"

 "ผมยอมแพ้แล้ว อย่าแกล้งผมอีกเลย"

ฉินฟ่านจนแต้มยอมยกธงขาว

 "งั้นสารภาพมา แล้วศาลจะยกโทษให้กึ่งหนึ่ง ถ้ายังปิด ๆ บัง ๆ ไม่ยอมจำนนต่อหลักฐาน ดึกดื่นค่อนคืนคุณคงต้องระวังตัวหน่อย ถึงคุณจะมีร่างคงกระพัน แต่ฉันไม่เชื่อว่ากระบี่อิงฟ้าของฉัน จะตัดกระบองทองของคุณให้ขาดสะบั้น จนเหลือแต่ตอไม่ได้"

 เธอเล่นขู่เขาพร้อมโชว์มีดโกนหนวด จนเขาขนลุกเกรียวไปทั้งตัว

 "อะแฮ่มยังมีโยโย่"

 "แล้วใครอีก"

 เธอสะบัดมีดโกน

 "อิ๋งอิ๋ง"

 "แล้วใครอีก บอกมาให้หมด"

 "หมดแล้ว"

 "แล้วยัยเฟอร์รารี่สีแดงละ"

 "คนนั้นเป็นแค่หุ้นส่วนทางธุรกิจ"

 เขาพูดเสียงเบาโดยไม่กล้าสบตาเธอ มีคนบอกว่าผู้ชายกลัวเมียจะเจริญ

 "ที่รักฉันรู้ว่าคุณทั้งหล่อทั้งเก่ง ฉันเองก็คงไม่อาจครอบครองคุณไว้เพียงคนเดียว แต่จำไว้ว่าฉันต้องเป็นฮูหยินใหญ่และคุณห้ามมีเกินเจ็ดคน ไม่อย่างนั้นคงแบ่งวันกันลำบาก 

 ถ้าคุณโอเคตามนี้ พรุ่งนี้พาสองสาวมาหาฉัน โทษฐานที่คุณหายหน้าหายตาไปเสพสุขอยู่ข้างนอก คราวนี้ถึงทีฉันบ้าง คุณคงต้องปรนนิบัติฮูหยินใหญ่อย่างฉัน ให้พึงพอใจซะก่อน ฮิ ฮิ ฮิ"

 เสียงหัวเราะของเหลียนฟ่ง ราวกับภาคจำแลงของปีศาจแมงมุมสาว

 "ประเสริฐ...เมื่อฮูหยินใหญ่มีคำสั่ง ไหนเลยข้าน้อยจะกล้าเพิกเฉย รับกระบวนท่า กรงเล็บขยุ้มหัวใจ"

 ฉินฟ่านส่งเสียงคำรามดังลั่น กางกรงเล็บขยุ้มเข้าที่หน้าอกของเหลียนฟ่ง พร้อมบีบ ปิ๊น ปิ๊น สองที 

 หลังจากนั้นทั้งสองก็แลกเปลี่ยนวรยุทธ ผลัดกันรุกผลัดกันรับถึงสองชั่วโมง จนเหงื่อแตกเหงื่อแตน ข้าวปลาอาหารไม่ต้องกินกันแล้ว

...

 หญิงสาวทั้งคู่หมอบกราบเหลียนฟ่ง อย่างนอบน้อม 

 "บ่าวอิ๋งอิ๋ง"

 "บ่าวโยโย่"

 "คารวะนายหญิงเจ้าค่ะ"

 ทั้งคู่ส่งเสียงพร้อมกัน

 "ลุกขึ้นเถอะ ที่นี่ไม่มีนายไม่มีบ่าว ต่อไปเราจะเป็นพี่น้องกัน"

 เธอยิ้มและรู้สึกเอ็นดูสองสาวฝาแฝดนี้

 เหลียนฟ่งให้กำไลหยกเลี่ยมทองคู่หนึ่งกับอิ๋งอิ๋งและให้แหวนมรกตวงหนึ่งกับโยโย่ เพื่อเป็นของรับขวัญ

 ส่วนสองสาวก็รู้สึกดีใจ ที่เหลียนฟ่งเป็นกันเองและท่าทางเหมือนพี่สาวที่ใจดี ทำให้พวกเธอรู้สึกโล่งอก รีบพูดประจบเอาใจ

เพียงไม่นานสามสาวก็เข้ากันได้ดี

 เช้าตรู่อากาศสดชื่น หมอกยังไม่จางหาย ฉินฟ่านโทรบอกซูหลิงว่า จะพาคนในครอบครัวไปเยี่ยมคารวะคุณปู่

 "สวัสดีครับคุณปู่ ผมขอแนะนำให้รู้จัก คนนี้คือพี่ร่วมสาบานของผมลู่เจี้ยน ส่วนพวกเธอคือคนรักของผมเหลียนฟ่ง อิ๋งอิ๋งและโยโย่ครับ"

 ฉินฟ่านสอดส่ายสายตาหาซูหลิงว่าเธออยู่ที่ไหน

 "ดี ดี ต่อไปพวกเธอทุก ๆ คนก็คือหลานของปู่ จำไว้ว่าที่นี่คือบ้านอีกหลังหนึ่งของพวกเธอ"

 "ขอบคุณค่ะคุณปู่"

 "คุณปู่ครับ ผมได้ยินฉินฟ่านพูดว่า

คุณปู่นิยมเขียนพู่กันจีน พอดีผมผ่านไปกว่างหลิน ได้จานฝนหมึกมาชิ้นหนึ่ง จึงนำมาเป็นของขวัญให้คุณปู่"

 ลู่เจี้ยนเปิดกล่องไม้ออก

 "ฮ่า ๆ อาเจี้ยนนี่รู้จักคิดถึงตาแก่คนนี้ เธอมีน้ำใจจริง ๆ โอ้ของชิ้นนี้เยี่ยมจริง ๆ 

ปู่จำได้ว่าเมื่อสองเดือนก่อน มีการประมูลใต้ดินครั้งใหญ่ จานหมึกมู่หนิวขายไปสามล้านหยวน ส่วนจานหมึกสีม่วงสลักลวดลายมังกร ขายไปในราคาสามล้านสองแสนหยวน ก็นับได้ว่าสูงค่ามากแล้ว แต่ก็ยังเทียบกับของชิ้นนี้ไม่ได้เลย เพราะว่านี่คือจานหมึกชั้นเลิศ ที่จัดสร้างโดยกู้เอ้อเหนียง ช่างฝีมือหญิงชาวซูโจวในสมัยราชวงศ์ชิง 

เธอคงจ่ายไปเยอะเลยสิท่า"

 "คุณปู่ชอบก็พอแล้วครับ"

 "ดี ๆ ขอบใจนะ เอ่อว่าแต่ถึงเธอจะหน้าตาซีดเซียว แต่ประกายตาเจิดจ้า นิ้วมือเรียวยาว แต่ฝ่ามือมีรอยด้าน เธอใช้อาวุธอะไรเหรอ"

 "ผมฝึกใช้ดาบผีเสื้อตระกูลลู่มาสิบห้าปีแล้ว แต่ฝีมือยังอ่อนหัดอยู่ครับคุณปู่"

 ลู่เจี้ยนพูดถ่อมตัว

 ซูหลิงเดินกรีดกรายยิ้มเข้ามาในห้องโถง ฉินฟ่านจึงแนะนำให้รู้จักทุกคน แล้วทุกคนก็นั่งทานอาหารร่วมกันพูดคุยกันอย่างออกรส สองสาวฝาแฝดเดี๋ยวคีบผักเดี๋ยวแกะกุ้งให้คุณปู่ สร้างความยินดีแก่คุณปู่ที่มีคนเอาใจจนหัวเราะร่าออกมาเสียงดัง

 ซูหลิงนับดูแล้ว ถ้าเธอแต่งกับเขา เธอจะต้องอยู่ลำดับเมียคนที่สี่ แต่เธอไม่แคร์ แค่ได้อยู่กับเขาก็พอ

 "วันนี้ฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้พบพี่ฟ่ง แต่ก็นับได้ว่า ตอนนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว งานหน้าพี่ฟ่งพอจะช่วยลดราคาให้น้องสาวคนนี้สักยี่สิบเปอร์เซ็นต์ได้ไหมคะ"

 ซูหลิงถามพลางจ้องเธอตาแป๋ว

 เหลียนฟ่งพอฟังคำว่า "ครอบครัวเดียวกัน" บ้างล่ะ คำว่า "น้องสาว" บ้างล่ะเหมือนซูหลิงแฝงความนัยอยู่ในคำพูดเหล่านั้น เหลียนฟ่งเอียงคอเหล่ตามองไปทางฉินฟ่าน เหมือนอยากจะถามว่านี่เป็นหนึ่งในเลิฟคอลเลกชันของคุณใช่ไหม 

 แต่ฉินฟ่านแกล้งเฉไฉ มองจานเปลลายดอกไม้ ที่ใส่กุ้งอบชีส คล้ายสงสัยว่านี่เป็นโบราณวัตถุในสมัยราชวงศ์ซ่งหรือเปล่า อย่างมากคืนนี้เขาก็ใช้ท่าไม้ตายปิดประตูตีแมวอีกครั้ง

 "น้องสาวยอมลดเกียรติตัวเอง ลงมาถามไถ่ พี่สาวคนนี้ย่อมไม่มีปัญหา มีแต่ความยินดี เรื่องเงินทองไม่ใช่ปัญหา เพียงแต่นายท่านบ้านเรา เป็นคนที่เดาใจได้ยาก ไม่รู้ว่าเขาติดงานถ่ายโฆษณาของสถานีตำรวจกับหมวดสาวคนสวยอยู่หรือเปล่า"

 เหลียนฟ่งเหน็บเรื่องความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงของเขากับหมวดมู่ปิงปิง

 ซูหลิงยิ้มงดงามราวกับดอกบัวแย้มกลีบเธอรู้สึกดีใจ ที่เหลียนฟ่งยอมรับในตัวเธอ

 จมูกของฉินฟ่านในตอนนี้ แทบจะชนกับหนวดกุ้งที่อยู่ในจาน เขายังแกล้งทำหูทวนลม ไม่หือไม่อือ คล้ายกำลังฝึกวิชาไท้เก๊ก(หมัดไพศาลไร้ที่สุด) ในเคล็ดวิชา "สงบสยบเคลื่อนไหว"

 "โยโย่ ปู่อิ่มแล้วล่ะ หนูก็ช่วยแกะกุ้งให้เสี่ยวฟ่านเถอะ ท่าทางของเขา ดูเหมือนจะอยากกินมันมากเลย"

 คุณปู่ย่อมเข้าใจเหตุการณ์บนโต๊ะอาหารนี้ดี แถมยังอารมณ์ดี อยากหยอกล้อ

ฉินฟ่าน

 เสียงโทรศัพท์ช่วยชีวิตดังขึ้นพอดี

ฉินฟ่านถอนใจเฮือกใหญ่ ยิ้มกว้างรีบขอตัวไปรับสายที่ด้านนอก ท่ามกลางสายตาที่สงสัยของสาว ๆ เพราะไม่ค่อยมีใครโทรหาเขา

 "ฮัลโหลฉินฟ่านพูดครับ"

 "คุณรีบไสหัวมาหาฉันเดี๋ยวนี้เลย"

 เสียงมู่ปิงปิงเดือดจัด เพราะเธอเขียนรายงานไม่เสร็จสักที วันก่อนแวะไปบ้าน ของเขา ก็ถูกเขาเอารัดเอาเปรียบมารอบหนึ่ง

 "นี่คุณคิดถึงผม จนทนไม่ได้เลยเหรอ

เฮ้อก็นะบางครั้งผมเองยังกลุ้มใจ ในความหล่อของตัวเองเลย"

 "ไม่ต้องพูดมาก ถ้าคุณไม่มาให้ปากคำ ฉันจะนำกำลังตำรวจไปล้อมจับคุณ"

 มู่ปิงปิงเสือดาวเหล็กยื่นคำขาด

 "ได้ผมจะรีบเหาะไปหาคุณเดี๋ยวนี้เลย

ผมเองก็คิดถึงพิคาจุน้อย จนใจจะขาดอยู่แล้วเหมือนกัน บาย"

 ฉินฟ่านวางสายอย่างอิ่มอกอิ่มใจ คอยดูเถอะเขาจะปราบเสือดาวเหล็ก ให้

เชื่องเป็นลูกแมวเอง

 ชิ! ไอ้บ้านี่พูดถึงพิคาจุลายกางเกงในอีกแล้ว สักวันเธอจะต้องแก้เผ็ดเขาให้ได้

 ฉินฟ่านวางสายเสร็จ ก็ไปบอกคุณปู่กับทุกคนว่า เขาต้องไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ แต่สาว ๆ ทั้งสี่กลับพร้อมใจกันตีความหมายว่า เขาจะไปถ่ายโฆษณาที่สถานีตำรวจกับหมวดสาวคนสวย จึงพากันเชิดปาก หันไปคนละทิศคนละทางไม่มองหน้าเขา

 ลู่เจี้ยนรู้ว่าเป็นคดีที่พวกเขาลงมือกันในวันนั้น จึงตบบ่าฉินฟ่านเป็นเชิงปลอบใจเบา ๆ แต่ฉินฟ่านได้แต่ยิ้มแหย ๆ 

 คนสติดี ๆ คงไม่อยากมาเดินเล่น ดื่มกาแฟที่สถานีตำรวจกันหรอก แต่ฉินฟ่านถูกความงามบดบังสายตา พลอยทำให้สติเลอะเลือนไปชั่วขณะ ขณะที่ก้าวเท้าเดินเข้าไปก็ยังคิดในใจว่า วันนี้จะแกล้งก่อกวนเธอยังไงดี 

 วันนี้เขายังซื้อขนมเบเกอรี่ เข้าไปฝากพวกคุณตำรวจถึงสี่กล่องใหญ่ เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรี

 ตำรวจที่เข้าเวรอยู่ด้านหน้า พาเขา

เดินไปส่งที่ห้องสอบสวน นั่งลงไม่ทันไรตำรวจคนนี้ก็ยื่นผ้าสีดำผืนหนึ่งให้เขา แบบกระอักกระอ่วนในใจ

 "เอ่อ...ขอโทษครับ ถ้าคุณไม่ว่าอะไรช่วยใช้ผ้าดำนี้ปิดตาได้ไหมครับ พอดีหมวดมู่สั่งเอาไว้นะครับ"

 เฮอะ ๆ คิดว่าผ้าดำบาง ๆ ผืนเดียว จะกันเขาอยู่เหรอ ต่อให้เป็นแผ่นเหล็กหนา ๆ เขายังมองทะลุได้เลย

 ฉินฟ่านยิ้มแล้วรับผ้ามาผูกตาไว้

สักพักเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 52 นิ้วชั่งทอง

    รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 47 มิสไชน่า

    อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status