Teilen

บทที่ 28 หลี่กงกง

last update Zuletzt aktualisiert: 29.01.2026 07:00:55

 ฉินฟ่านเลื่อนขวดหยกสีเขียวมาตรงหน้าของลู่เจี้ยน

 "ขวดสีเขียวนี้ เป็นยาบำรุงลมปราณ รักษาอาการบาดเจ็บ ถึงพี่จะหายแล้ว แต่ยังหายไม่สนิทดี ต้องกินยาให้ตรงเวลา ตอนนี้พี่ก็ถึงวัยแต่งงานแล้ว จะอยู่เป็นโสดอีกทำไม รีบมีหลานตัวน้อย ๆ ให้ผมอุ้มได้แล้ว ยาพวกนี้ผมปรุงขึ้นมาเอง วิธีกินผมเขียนฉลากติดไว้ให้แล้ว"

 "ไอ้เด็กบ้า ห่วงไม่เข้าเรื่อง แต่ก็ขอบใจนายมาก" ลู่เจี้ยนรู้ว่า ยานี้จะต้องมีสรรพคุณยอดเยี่ยมมาก ขนาดเท้าของเขาก้าวลงโลงไปแล้วข้างหนึ่ง ฉินฟ่านยังดึงกลับมาได้

 "เอาล่ะทีนี้ก็บอกมาว่าใครอยากเก็บพี่ เดี๋ยวผมจัดการมันเอง ต่อไปพี่จะได้ไม่ต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลัง ว่าใครจะมายิงอีก" ฉินฟ่านไม่ใช่พ่อพระมือไม้อ่อน ใครแตะต้องพี่ใหญ่ คนผู้นั้นจะต้องตายสถานเดียว

 "ไม่ได้เด็ดขาด พวกมันไม่ใช่แก๊งกระจอก ๆ แถมกำลังคนก็มีมาก เรื่องนี้พี่จะจัดการเอง จะให้นายมาเดือดร้อน เพราะพี่ได้ยังไง"

 ฉินฟ่านพอได้ยิน ถึงกับโมโหจนหน้าแดง เขาถลึงตามองลู่เจี้ยนแล้วพูดช้า ๆ ว่า

 "อย่าลืมสิ พี่เป็นคนพูดเองนะว่า มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน หรือว่าพี่จะผิดคำพูด แล้วเราจะเป็นพี่น้องกันต่อไปอีกทำไม"

 ฉินฟ่านไม่ยอมง่าย ๆ 

 ลู่เจี้ยนรู้ว่าเขาฝีมือดี แต่ไม่อยากให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยจริง ๆ 

 ฉินฟ่านก็ไม่เร่งรัดเขา ปล่อยให้เขาค่อย ๆ คิด

 "เฮ้อ เอาละตกลง มันคือหลี่เจี๋ย หัวหน้าแก๊งขันทีหลี่ คนในวงการชอบเรียกมันว่าหลี่กงกง มีสมุนร่วมร้อยคน แต่ว่าวันนี้เราสองพี่น้องจะลบชื่อแก๊งขันทีหลี่ออกจากเมืองซูโจว"

 "สี่คนต่างหาก"

 อิ๋งอิ๋งกับโยโย่พูดขึ้นพร้อมกัน

 "ไม่ได้"

 ลู่เจี้ยนกับฉินฟ่านถึงกับร้องเสียงหลงพร้อมกัน

 "พวกพี่ไปได้ แล้วทำไมพวกเราไปไม่ได้คะ"

 "ถ้าพวกเธอเกิดบาดเจ็บขึ้นมา รู้ไหมว่าผมจะเสียใจมากแค่ไหน เป็นเด็กดีรอพวกเราอยู่ที่นี่เถอะนะ"

 ดวงตาของฉินฟ่านสื่อถึงรักและห่วงใย

 คำพูดที่แฝงไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่เรียกว่ารัก ทำให้สองสาวแก้มแดงซ่านพยักหน้าอย่างว่าง่าย

 "ฮ่า คิดไม่ถึงว่านายจะปราบพยศพวกเธอได้ ดี…งั้นพวกเราไปเข่นฆ่ากันให้สะใจสักรอบเถอะ"

 ลู่เจี้ยนเดินนำหน้าออกไป

...

 ซูโจวเป็นเมืองท่องเที่ยว ที่มีศักยภาพและเติบโตเร็วที่สุดในจีน ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสวนสวย ๆ สลับคั่นด้วยลำคลอง มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย

เมืองที่งดงามเช่นนี้ กลับมีสมาชิกแก๊งอยู่มากมาย แต่แก๊งที่ใหญ่จริง ๆ มีอยู่สองแก๊ง ที่ต่อสู้แย่งชิงพื้นที่กันมาหลายปี ก็คือแก๊งกิเลนลู่ของลู่เจี้ยน ที่มีกฎห้ามคนในแก๊ง ยุ่งเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดและค้าผู้หญิง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ก็ได้ เวลาที่เขาถูกตำรวจเชิญไปดื่มน้ำชา ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ พวกตำรวจก็ยังต้องไว้หน้าให้เกียรติเขาอยู่สามส่วน

ในวงการนักเลงย่อมมีคนเคยเห็นรอยสัก "กิเลนไฟ" กลางแผ่นหลังของเขา ในช่วงที่เขายังตีรันฟันแทงกับแก๊งเล็กแก๊งใหญ่ จนพลาดพลั้งถูกมีดฟันเป็นแผลยาวที่กลางหลัง เสื้อขาดจนทุกคนเห็นรอยสักนี้ ตอนนั้นเขามีลูกน้องที่คอยติดตามอยู่แค่สี่คน แต่ไม่เคยกลัวใครหน้าไหน สร้างชื่อเสียงสั่งสมบารมี จึงเป็นที่มาของชื่อแก๊งกิเลนลู่ในวันนี้ 

ส่วนอีกแก๊งที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอดก็คือ ‘แก๊งขันทีหลี่’ ของหลี่เจี๋ยเล่ากันว่า สิบปีก่อนตอนที่มันยังเป็นลูกน้องของลูกพี่เซี่ยแก๊งเขี้ยวงู มันลอบเป็นชู้กับเมียน้อยของลูกพี่ แต่ถูกจับได้ ลูกพี่ซ้อมมันอยู่สองวันสองคืน แล้วตัดเครื่องเพศมันออกมา ให้กลายเป็นแบบขันที แล้วปล่อยมันไป 

 ไม่ใช่ว่าลูกพี่เซี่ย เกิดมืออ่อนมีเมตตามุทิตาจิตขึ้นมา แต่เพื่อต้องการให้มันมีชีวิตอยู่อย่างอัปยศ หยามเกียรติของมันถึงที่สุด หลังจากนั้นอีกสามเดือน หลี่เจี๋ยถือขวานคู่หนึ่ง บุกเดี่ยวฆ่าคนในบ้านลูกพี่เซี่ยไปสิบสามชีวิต เป็นการแก้แค้น

 หัวหน้าแก๊งเมื่อมีลูกน้องติดตาม ก็ต้องเลี้ยงดูลูกน้อง การเก็บค่าคุ้มครองเป็นรายได้ประจำอย่างหนึ่ง ขั้นตอนก็ง่าย ๆ เหมือนกับการขายประกันภัย ที่ติดต่อลูกค้าแค่ครั้งเดียว ต่อจากนั้นทุก ๆ เดือนก็จะมีเงินไหลเข้ากระเป๋า 

นักเลงรุ่นพี่มักจะพานักเลงรุ่นน้องสักสองสามคน ไปเดินเล่นที่ร้านขายต้นไม้ ซื้อต้นส้มเล็ก ๆ มาต้นหนึ่งในราคาหนึ่งร้อยหยวน แล้วแวะไปที่ร้านขายของชำเปิดใหม่ เพื่ออวยพรเถ้าแก่ ขอให้ทำมาค้าขึ้น ค้าขายร่ำรวย เถ้าแก่ที่รู้งานแกมหวาดกลัว ก็ตกลงที่จะจ่ายให้เดือนละหนึ่งพันหยวน นัยว่าเป็นค่ารักษาความปลอดภัย 

แต่ถ้าไม่จ่าย พวกมันจะช่วยจัดร้านให้ใหม่ แบบเละเทะจนจำร้านเดิมไม่ได้ แต่หากมีแก๊งอื่นมาก่อกวน เถ้าแก่แค่โทรกริ๊งเดียว เดี๋ยวพวกมันมาเคลียร์ให้ตำรวจได้แต่ลืมตาข้างหลับตาข้าง เพราะตำรวจไม่มีปัญญากวาดล้างอย่างเด็ดขาด จนมีคนกล่าวว่า "กลางวันเป็นโลกของตำรวจ กลางคืนเป็นโลกของนักเลง"

 รถตู้สิบคันแล่นมาจอดที่หน้าบาร์คิวปิด อันเป็นถิ่นของขันทีหลี่ คนของกิเลนลู่เปิดประตูลงมาเดินเป็นแถว 

 พวกเขาใช้ผ้าพันฝ่ามือพร้อมด้ามมีด มัดเข้าด้วยกันจนแน่น นี่คือประสบการณ์หลั่งเลือดเลียคมดาบที่สอนให้รู้ว่า เวลาเข่นฆ่าฟาดฟันกัน ถ้าไม่อยากให้มีดกระเด็นหลุดจากมือ จนต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ก็ต้องหาเชือกหรือเศษผ้ามาพันฝ่ามือกับมีดให้แน่น ๆ เข้าไว้ ๆ 

 บางคนถึงกับใช้หนังสือเล่มหนาเกือบนิ้ว ปิดช่วงหน้าท้องไว้ แล้วพันเทปกาวติดรอบตัวอย่างแน่นหนา ต่อให้ถูกฟันถูกแทงก็ไม่เป็นไร นี่ไม่ใช่ความขี้ขลาด แต่เป็นความเก๋าเกม คล้ายไอเทมพิเศษ ช่วยให้มีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น

 ลูกน้องของขันทีหลี่วิ่งกรูกันออกมาเหมือนฝูงมดแตกรัง ชักอาวุธยืนเผชิญหน้าเตรียมฆ่าคน

 ชายวัยสี่สิบใบหน้ายาวรูปร่างผอมสูงดวงตาตี่ ไว้หนวดเรียวยาว ผมสีดอกเลาเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มเชิงเหยียดหยาม นี่ก็คือหลี่เจี๋ย แต่คนในวงการมักเรียกมันว่าขันทีหลี่ หลี่กงกง 

 มีคำร่ำลือกันว่า มันมีนิสัยโหดเหี้ยมออกแนวซาดิสท์ คนที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของมัน มักจะไม่ได้ตายดี คนล่าสุดที่ถูกมันจับมาทรมาน มันเอามีดค่อย ๆ เฉือนเนื้อออกทีละนิด งานนี้ใช้เวลาถึงสิบสองชั่วโมง เฉือนไปทั้งหมดเจ็ดร้อยแปดสิบเจ็ดมีด คน ๆ นั้นจึงขาดใจตาย

 "เป็นไงบ้างหลี่กงกง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน นึกว่าตายกลายเป็นผีเฝ้ากะปู๋ของเด็กหนุ่ม ๆ ไปแล้วซะอีก"

 "เหอะ เหอะ ลู่เจี้ยนปากดีนักนะแก

คราวก่อนแกโชคดีที่รอดตาย คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะรนมาหาที่ตายถึงที่นี่"

 "วันนี้คนที่ต้องตายก็คือแก"

 ลู่เจี้ยนโบกมือวูบ

 "ฆ่าขันทีโฉด"

 ลูกน้องต่างส่งเสียงโห่ร้อง วิ่งเข้าไปตะลุมบอนทันที

 สองมือของลู่เจี้ยนชักดาบผีเสื้อ อาวุธคู่มือออกมา เดินตรงเข้าไปหาหลี่กงกงอย่างช้า ๆ หลี่กงกงก็ชักขวานคู่ออกมาเตรียมรับมือ แต่ฉินฟ่านยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ที่เดิม

 ดาบแรกของลู่เจี้ยนฟันสุดแรงออกไป

หลี่กงกงรีบยกขวานต้านรับ จนเกิดประกายไฟแลบปลาบ 

 มันเองก็คิดไม่ถึงว่า คนที่ขี้โรคผอมแห้งบอบบางราวกับลำไม้ไผ่ จะมีพลังจู่โจมที่รุนแรงถึงเพียงนี้ แต่มันเองก็คลุกคลีเรื่องฆ่าฟัน ในวงการนักเลงมาหลายสิบปี เรื่องแค่นี้มันย่อมไม่เกิดความหวาดกลัว 

 ดาบผีเสื้อพลิ้วแผ่วว่องไว ขวาแทง ซ้ายฟัน สลับบน หลอกล่อล่าง ประสานเสริมอย่างรัดกุม จนหลี่กงกงรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าในการรับมือจากคนขี้โรค ที่ตอนนี้กลับแข็งแรงเหมือนโคถึก แม้แต่ไอสักแอะหรือหอบหายใจแรงสักเฮือก ก็ยังไม่มีให้เห็น 

 แต่ที่เห็นชัดเจนก็คือเขาถูกฟัน ถูกแทง ถูกเฉือนไปแล้วสิบสี่แผล เลือดเริ่มไหลโทรมกาย เขาเหลียวมองดูรอบข้างลูกน้องของเขา บางคนนอนจมกองเลือด บางคนกำลังถูกรุมตี จนต้องร้องขอชีวิต 

 แต่เขายังไม่มีทางที่จะยอมตายง่าย ๆ เขายังมีไม้ตายซ่อนอยู่ จู่ ๆ เขาก็ตะโกนเสียงดังลั่น

 "ห้าล้านหยวน"

 ลู่เจี้ยนและคนอื่นที่ได้ยินต่างงงงัน ต่างกำลังคาดเดาว่า มันตะโกนทำไม

 "สิบล้านหยวน"

 ลู่เจี้ยนยังคงฟาดฟันออกไปโหมจู่โจมอย่างต่อเนื่อง คล้ายดั่งยมทูตกวักวิญญาณ หลี่กงกงเย็นวูบที่หน้าอก พร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง ดาบนี้หากเฉือนหน้าอกมันลึกอีกนิด มันคงต้องไปรายงานตัวกับพญายมแน่

 "สามสิบล้านหยวน ฉันมีแค่นี้จริง ๆ เร็ว ๆ สิโว้ย"

 หลี่กงกงสะดุดล้มลง ตอนนี้มันถึงกับเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัวจริง ๆ มันกลัว ว่าความตายจะมาเยือนมันเร็วเกินไป มันยังเสพสุขไม่พอ

 ขณะลู่เจี้ยนกำลังกระโดดลอยตัวฟันดาบ สุดท้ายออกไป เพื่อตัดหัวหลี่กงกง 

ฉินฟ่านเกิดความรู้สึกถึงอันตรายชนิดหนึ่ง เขารีบพุ่งตัวออกไป รวบเอวพี่ใหญ่ให้หมอบลงกับพื้น

 เปรี้ยง!

 เสียงปืนดังสะท้าน

 ที่แท้มีสไนเปอร์ซุ่มอยู่ ความจริงแล้วเฉินเจี๋ยจ้างคน ๆ นี้มา เพื่อลอบฆ่าลู่เจี้ยนอีกครั้ง แต่คิดไม่ถึงว่ายังไม่ทันลงมือ ลู่เจี้ยนจะยกพวกบุกมาซะก่อน

 อ้าก!

 "เสี่ยวฟ่านนายถูกยิงเหรอ ให้พี่ใหญ่ดูหน่อย"

 น้ำเสียงของลู่เจี้ยนร้อนรน นี่คงเป็นครั้งที่สองแล้ว ที่ฉินฟ่านช่วยชีวิตเขา ลู่เจี้ยนรีบลากเขามาหลบอยู่ที่หลังรถยนต์

 กระสุนยิงถูกฉินฟ่านที่ต้นแขนซ้ายอย่างจัง ถึงจะยิงไม่เข้า แต่แรงปะทะกลับทำให้เขาเจ็บจนแยกเขี้ยว

 "ผมไม่เป็นไร พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วง"

 ลู่เจี้ยนเห็นว่าไม่มีเลือดไหลเขาก็วางใจ

แต่เมื่อเขาเห็นเสื้อที่ถูกยิงจนเป็นรูโบ๋ ที่แขนเสื้ออย่างชัดเจน เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัย มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง น้องคนนี้เป็นเทพมาจุติหรือไงกัน

 ตอนนี้ลานกว้างหน้าบาร์คิวปิด เหลือแต่พวกสมุนของหลี่กงกง ที่บาดเจ็บจนลุก

ไม่ขึ้น หลี่กงกง ลู่เจี้ยนและฉินฟ่าน ส่วนคนอื่น ๆ พอได้ยินเสียงปืน ก็โกยแนบไปแล้วสามร้อยเมตร เพื่อไปตั้งหลักใหม่

 เสียงไซเรนรถตำรวจแว่วมา อีกแค่นาทีเดียว ตำรวจคงจะมาถึงที่นี่ ตอนนี้

ฉินฟ่านต้องการหาตำแหน่งของสไนเปอร์คนนี้ 

 แต่เขาต้องจัดการยุติเรื่องราวทั้งหมด ภายในเวลาเพียงแค่นาทีเดียว เขาจะทำยังไงดี เขาตัดสินใจพุ่งตัวออกไป แทบจะเป็นเวลาเดียวกัน ที่เกิดประกายไฟแวบขึ้นที่ปากกระบอกปืน 

 เปรี้ยง!

 ฉินฟ่านเซจนเกือบล้ม แต่ยังคงสะบัดมือปล่อยอัคคีกรีดฟ้าออกไป แล้วพุ่งทะยานตัวขึ้นสูงถึงแปดเมตร ตีลังกากลับร่างทำให้หัวอยู่ล่างเท้าอยู่บน กางกรงเล็บคำรามเสียงกึกก้องจนดังทะลุฟ้า เสียบกรงเล็บทั้งห้านิ้ว ปักนิ้วทะลุเข้าไปกลางศีรษะของหลี่กงกง 

 ฉึก!!

 พอเท้าแตะถึงพื้น อัคคีกรีดฟ้าก็วกกลับมาที่มือของเขาอีกครั้ง ฉินฟ่านโซซัดโซเซรวบเอวลู่เจี้ยน กระโดดสองสามทีก็หายวับไปในมุมตึก 

 ตั้งแต่เขาพุ่งตัวออกไป จนเสียงปืนดังขึ้น ท่วงท่าต่าง ๆ ไหลลื่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หยุดให้เสียจังหวะเลยแม้แต่น้อย จนถึงตอนที่กระโดดหายวับไป นับได้ว่ากินเวลาหนึ่งนาทีพอดิบพอดี

 เลือดของหลี่กงกงหลั่งไหลเปรอะไปทั่วใบหน้า ตายจนไม่อาจจะตายได้มากกว่านี้อีก มิหนำซ้ำมันยังตายตาไม่หลับ

 ส่วนหน้าผากของสไนเปอร์ มีรอยแผลแนวตั้งเป็นขีดแดง ๆ ที่บางเหมือนใบหลิว ยาวประมาณสองเซนติเมตร ทะลุออกทางท้ายทอย ซึ่งไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว 

 นัยน์ตาของมันเบิกโพลง คล้ายกับกำลังประท้วงว่ามันยังไม่อยากตาย แต่เสียดายที่มันพูดไม่ได้อีกต่อไป

 "ผู้หมวดครับ นี่เป็นการวิวาทระหว่างแก๊งกิเลนลู่ของลู่เจี้ยนกับแก๊งขันทีหลี่

ของหลี่เจี๋ย มีคนบาดเจ็บสามสิบแปดคน มีคนตายยี่สิบสองคน แต่ว่าเราไม่พบ

ลู่เจี้ยนอยู่ในที่เกิดเหตุครับผม"

 ตำรวจหนุ่มยศสิบโทรายงานมู่ปิงปิง

 "แล้วหลี่เจี๋ยล่ะ อยู่ที่ไหน"

 "อยู่นี่ครับ ผมมีของดีจะให้หมวดดูด้วย"

 เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกวักมือเรียกให้เธอมาดูศพ

 "ผู้ตายหลี่เจี๋ย หัวหน้าแก๊งขันทีหลี่เพศชาย อายุประมาณสี่สิบ พบบาดแผลที่เกิดจากดาบทั้งหมดสิบหกแผล แต่สาเหตุการตายที่แท้จริงอยู่ที่นี่ครับ"

 มู่ปิงปิงมองรูที่ใหญ่ขนาดนิ้วห้ารู ที่ปรากฏอยู่กลางศีรษะของหลี่เจี๋ย ด้วย

สีหน้าตื่นตะลึง 

 "นี่มันบ้าไปแล้ว อาวุธอะไรจึงทำได้ถึงขนาดนี้คะ"

 มู่ปิงปิงถามเสียงสั่น

 "นิ้วมือ"

 เจ้าหน้าที่ตอบพลางกางกรงเล็บให้ดู

 "ร่างกายที่แข็งแกร่งของผู้ที่ฝึกวิชาการต่อสู้ จะสามารถใช้มือเปล่าฆ่าคนได้หลากหลายวิธี เช่นนักมวยที่ชกบนเวที ถูกคู่ต่อสู้ต่อยจนตาย หรือการหักคอคนแบบหน่วยรบพิเศษ ส่วนในกรณีนี้ ถ้าจะพูดเปรียบเทียบให้เห็นภาพใกล้เคียงที่สุดก็คือ วิชากรงเล็บกระดูกขาว ของบ๊วยเถียวฮวง ที่เป็นส่วนหนึ่งในคัมภีร์นพเก้า จากภาพยนตร์ยอดฮิตเรื่องมังกรหยก"

 "แต่นั่นมันในหนังไม่ใช่เหรอคะ ในยุคที่มีคนเคยเห็นยูเอฟโอ จะมีคนฝึกวิชานี้สำเร็จได้ไงคะ"

 เธอเริ่มเครียดเหมือนไมเกรนจะกำเริบ เพราะไม่รู้ว่าจะเขียนรายงานยังไงดี

 "โธ่หมวดครับ ผมแค่เปรียบเทียบให้ฟังเท่านั้นเอง แต่ที่ผมอยากจะสื่อก็คือ

คนที่ทำแบบนี้ได้ จะต้องมีพลังภายในที่แข็งแกร่งมาก วรยุทธยังลึกล้ำสุด ๆ เลยทีเดียว แต่จะพูดไปเคสนี้ยังเด็ก ๆ เพราะว่ามีอีกคนที่น่าสนใจกว่า นอนอยู่ที่นั่นไงครับ เซอร์ไพร์ส!"

 เจ้าหน้าที่ชี้ให้ดูอีกศพหนึ่ง ที่แต่งชุดทหารของหน่วยซีลของอเมริกา

 "ศพนี้เป็นเพศชาย ลูกครึ่งอเมริกันนิโกร อายุประมาณสามสิบ ชื่อและรายละเอียดอย่างอื่นยังไม่ทราบแน่ชัด คงต้องไปสืบค้นจากฐานข้อมูล 

 แต่สาเหตุการตายอยู่ตรงนี้ รอยบาดแผลที่กว้าง เป็นแนวตั้งประมาณสองซม. ทะลุจากหน้าผากออกไปทางท้ายทอย โดยที่ไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว หมวดรู้สึกคุ้น ๆ บ้างไหมครับ" 

 "เหมือนคดีที่โรงงานร้าง ฆาตกรต้องเป็นคนคนเดียวกันอย่างแน่นอน"

 ใบหน้าของผู้ชายคนนั้นแวบเข้ามาในความคิดของเธอ

 "บิงโก ถูกต้องแล้วครับ"

 เจ้าหน้าที่ชันสูตรลุกขึ้นบิดขี้เกียจ สงสัยคืนนี้ต้องทำโต้รุ่งอีกแล้ว เมียบ่นตายเลย

...

 ฉินฟ่านลืมตาตื่นขึ้นมา ที่ชั้นห้าอาคาร MAX 38 โดยที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิด ว่าตอนนี้เขากลายเป็นคนดังในวงการนักเลงไปแล้ว

ยังดีหน่อยที่พวกนักเลงทั้งสองฝ่ายไม่รู้จักชื่อของเขา

 เหตุการณ์ที่เขาใช้กรงเล็บเจาะกะโหลกหลี่กงกง ถูกเล่าขานสืบต่อกันปากต่อปาก แถมยังใส่สีตีไข่ จนเขาแทบกลายเป็นเทพเซียนไปแล้ว

 "พี่ฟ่านฟื้นแล้วค่ะ"

 เสียงดีใจจนดังเจี๊ยวจ๊าวของพวกสาว ๆ เร่งให้ลู่เจี้ยนวิ่งเข้ามาดู

 "น้องเล็กเป็นไงบ้าง ยังเจ็บแผลอยู่ไหม"

 ความห่วงใยฉายออกมาทางแววตา

ของลู่เจี้ยน

 "นายสลบไปสองวันสองคืน แต่พี่ใหญ่โทรบอกเหลียนฟ่งแล้ว ว่านายจะไปทำธุระที่ต่างเมือง ให้พี่ใหญ่สักหลายวัน เธอจะได้ไม่เป็นห่วง หิวหรือเปล่ากินโจ๊กรังนกนี่ก่อน 

 อิ๋งอิ๋งเข้าครัวทำเองเลยนะ"

 โยโย่ป้อนโจ๊กรังนกให้เขาทีละคำด้วยความอ่อนโยน ทำให้เขารู้สึกถึงคำว่าครอบครัว

 "ผมไม่เป็นไรแล้ว"

 ฉินฟ่านถูกยิงนัดแรกที่ต้นแขนซ้าย

นัดที่สองใต้ราวนมข้างซ้าย ถึงไม่มีเลือดออก แต่จุดที่ถูกยิงเกิดรอยไหม้และมีรอยช้ำสีเขียวคล้ำขนาดเท่าฝ่ามือ

 ลู่เจี้ยนให้หมอมาดูอาการ โดยบอกว่าเขาถูกรถชนและหมอเองก็ฉลาดพอ ที่จะไม่ถามซอกแซกถามหาความจริง แต่ไม่รู้ว่าจะรักษายังไงเหมือนกัน เพราะคุณหมอแทงเข็มน้ำเกลือไม่เข้า ฉีดยาก็ไม่ได้ เพราะแทงทีไรเข็มหักทุกที ให้กินยาก็ยังไม่ได้อีก เพราะยังสลบอยู่ก็เลย ได้แต่ส่ายหน้ากลับไป ที่เหลือก็ปล่อยให้สองสาวฝาแฝดคอยดูแลเช็ดเนื้อเช็ดตัว

 ฉินฟ่านถอดผ้าพันแผลออก ยิ่งทำให้ทุกคนตะลึงกับภาพที่เห็น รอยไหม้รอยช้ำสีม่วงที่ดูน่ากลัว ในบริเวณที่ถูกยิง กลับหายไปจนหมดสิ้น เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น 

 ความจริงรอยช้ำนี้กว่าจะหายได้ มันต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่แค่วันสองวัน

 "นี่ถามจริง ๆ เถอะ นายฝึกวิชาอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้ ระฆังทองคุ้มครองกายหรือว่าภูษาเหล็ก นี่มันไม่ใช่แค่ฟันแทงไม่เข้า แต่นี่ถึงขนาดยิงไม่เข้าเลยนะ อย่าบอกนะว่านายเป็นเอเลี่ยน หรือว่าถ้าอยากจะฆ่านาย ต้องใช้รถถังยิงถล่มใส่"

 "วิชาเอ็นทองแดงกระดูกเหล็ก"

 เขาตอบเบา ๆ 

 "ว้าว แค่ได้ยินชื่อก็เท่สุด ๆ ไปเลย พี่ฟ่านนี่เจ๋งจริง ๆ"

 โยโย่มองเขาด้วยสายตาเทิดทูนพร้อมยกนิ้วให้

 "พี่ฟ่านสอนพวกเราได้ไหมคะ"

 อิ๋งอิ๋งชอบวิชานี้มาก 

 "ฮ่า ๆ ไม่ได้ ถ้าสอนให้พวกเธอ แล้ววันหลังถ้าพวกเราทะเลาะกัน เธอก็ไล่ทุบตีพี่ได้น่ะสิ"

 ความจริงไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะสอน

พวกเธอ แต่ไม่รู้จะสอนยังไงต่างหาก

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 53 อย่ามาอำกันดีกว่า

    ลู่เจี้ยนเล่าเรื่องข้อตกลงของทั้งสองให้ฉินฟ่านฟังฉินฟ่านไม่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ใหญ่เลยสักกะนิดเขาเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเหมาะ…เหมาะเหม๋งเลย ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ยังกับผีเน่ากับโลงผุเอ๋…เปรียบเปรยคู่ที่เหมาะสมกันแบบนี้รึเปล่า อ้อ...ใช่ ๆต้องเหมือนนกยวนยางคู่ต่างหากล่ะ เฮ้อ ไอ้เราก็เรียนมาน้อยจบปอหกตกปอขี้ไก่ซะด้วยสิ จะนึกหาคำคมเพราะ ๆ แบบคนอื่นสักคำสองคำก็ยังลำบาก ไม่ได้การละต้องให้ลูกสาวของเราเรียนสูง ๆ เอาให้จบดอกเตอร์เลย อืม…รึว่าสวรรค์เป็นใจนาน ๆ ทีถึงจะมีสาวสวยผุดโผล่ชะแวบเข้ามาในชีวิตพี่ใหญ่หากปล่อยให้หลุดมือไปก็เสียของแย่นะสิ“นี่ ไอ้น้องบ้า แกฟังพี่ใหญ่อยู่รึเปล่า”โป๊ก!ลู่เจี้ยนทนไม่ไหว จนต้องเขกกะโหลกฉินฟ่าน เพื่อเรียกสติของเขา ให้กลับเข้าร่างอีกครั้งหนึ่ง“โอ๊ย เจ็บนะพี่ นี่พี่ผมว่าเอางี้ดีไหมรวบหัวรวบหางซะเลย เธอหน้าตาสะสวยหุ่นก็ดีพาควงออกงานรับรองว่าไม่อายใคร เธอเหมาะกับพี่ใหญ่มาก แถมเธอยังมีฝีมือเป็นเลิ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 52 นิ้วชั่งทอง

    รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status