แชร์

บทที่ 41 จะจับแต่แสร้งปล่อย

ผู้เขียน: โจวอี้ฟาง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-11 07:00:43

 ซีเหมินคังนั่งหอบหายใจหลบอยู่หลังก้อนหิน ตรวจดูอาวุธที่เหลืออยู่ พบว่ามีกระสุนปืนสั้นเหลืออยู่นัดสุดท้าย ระเบิดแสงหนึ่งลูก มีดสั้นหนึ่งเล่ม

 เขาสูดลมหายใจลึก ๆ สองสามที แล้วพุ่งตัวออกไปทันที แทบจะเป็นเวลาเดียวกัน พวกผู้พันทมิฬพากันยิงถล่มใส่เขา สะเก็ดหิน เปลือกไม้ ใบหญ้า กระจุยกระจายปลิวเวียนว่อนไปหมด 

 เขารู้สึกจุกเสียดอย่างแรง ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบที่ท้อง พอก้มดู พบว่าถูกยิงสองนัดแถว ๆ ชายโครงด้านขวา ดีที่มีเสื้อเกราะกันกระสุนป้องกันอยู่ เวลาไม่มีแล้ว พวกผู้พันทมิฬกำลังโอบล้อมเขา เพื่อทำการสังหาร

ซีเหมินคังตัดสินใจโยนระเบิดแสงออกไป จู่โจมพวกผู้พันทมิฬทันที พร้อมพุ่งตัวไล่ตามระเบิดไปอย่างรวดเร็ว

แสงสว่างวาบยิ่งกว่าแสงของดวงอาทิตย์ ส่งผลให้พวกมันยืนนิ่งส่ายโงนเงนไปมา สูญเสียความสามารถในการมองเห็น ราว กับคนตาพร่ามัว ส่งผลให้ป้องกันตัวเองไม่ได้ไปชั่วขณะ

 ซีเหมินคังจดจำตำแหน่งพวกมันเอาไว้แต่แรกเรียบร้อยแล้ว ตอนพุ่งตัวออกไปเขาหลับตาลง เพื่อหลบเลี่ยงผลกระทบจากระเบิดแสง พร้อมกับชักมีดสั้น เชือดซ้ายเชือดขวา ทั้งแทงทั้งฟัน จนพวกมันล้มตายลงดุจใบไม้ร่วง หลงเหลือเพียงผู้พันทมิฬกับจิ้งจอกเพลิง

จิ้งจอกเพลิงเตะเข้าที่ท้องน้อยซีเหมินคังอย่างจัง จนร่างของเขากระอักเลือดลอยไปไกล แต่ขณะที่ร่างซีเหมินคังจะตกถึงพื้น เขาใช้ปลายขาสะกิดพื้นดินอย่างสุดแรง เพื่อเปลี่ยนทิศทาง ทำให้ร่างของเขาลอยไปทางผู้พันทมิฬ 

 ซีเหมินคังซัดมีดสั้นใส่หน้าอกผู้พันทมิฬ แต่ผู้พันทมิฬเพิ่งเบี่ยงกาย เพื่อจะหลบมีดสั้น ก็พบว่ามีดสั้นเป็นแค่ท่าหลอกล่อ ท่าสังหารที่แท้จริงก็คือ งูน้อยสีแดงที่พุ่งตามหลังมีดสั้นมา แยกเขี้ยวขาวน่าสะพรึงกลัว ฉกกัดเข้าที่ใบหน้าของผู้พันทมิฬ 

 เสียงร้องโหยหวนของผู้พันทมิฬดังลั่น มันกัดฟันข่มความเจ็บปวด กระชากดึงงูน้อยสีแดงให้พ้นจากใบหน้า พร้อมกับออกแรงกระชาก จนงูน้อยสีแดงลำตัวขาดออกจากกันเป็นสองท่อน แต่ใบหน้าของมันเริ่มมีสีดำคล้ำ ระบบหายใจล้มเหลว ตกตายไปอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ

ซีเหมินคังหอบหายใจถี่เร็วตอนตกกระแทกพื้น เพราะหางตาของมันเห็นจิ้งจอกเพลิงกำลังพุ่งเข้ามา มือซ้ายของ

ซีเหมินคังตั้งการ์ดรับหมัด ที่กำลังเหวี่ยงต่อยมา ส่วนมือซ้ายถึงกับมีก้อนหินที่ไม่ทราบว่าไปเก็บติดมือมาตอนไหน ฟาดโครมเข้าไป ที่หัวของจิ้งจอกเพลิง

เลือดแดงฉานค่อย ๆ ไหลลงบดบังใบหน้าของจิ้งจอกเพลิงไปครึ่งซีก สายตาของมันเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น มันตวาดเสียงดังก้องโถมเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับซีเหมินคัง

            ซีเหมินคังยอมถูกต่อยที่ทรวงอกไปหนึ่งหมัด เพื่อชักปืนยิงใส่ที่น่องขวาของมัน 

 จิ้งจอกเพลิงแผดเสียงด้วยความเจ็บปวด มันซัดระเบิดเพลิงขนาดเล็ก ที่ทำขึ้นเองใส่ซีเหมินคัง

ซีเหมินคังรีบตะครุบร่างผู้พันทมิฬเพื่อใช้บังตัว แล้วเหินร่างไปหลบข้างหลังก้อนหินใหญ่

 บึ้ม!

 สะเก็ดระเบิดฝังใส่ด้านข้างน่องซ้ายของซีเหมินคังสองชิ้น ทำให้เลือดไหลออกมาเป็นทางยาว

ฟิ้ว 

บุ้ม!

จิ้งจอกเพลิงยิงพลุขึ้นฟ้า เป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือ พลุแตกระเบิดเป็นสีแดงเจิดจ้า พร้อมกับร่างที่กัดฟันทนความเจ็บปวดจากแผลที่ขา วิ่งตะบึงออกไป ร่างของจิ้งจอกเพลิงหายลับตาไปแล้ว 

วันนี้คงยากที่จะได้เปรียบ สุดยอดในสามสิบหกกลยุทธก็คือ ‘หนี’ จิ้งจอกเพลิง จึงต้องถอยทัพ เพื่อเอาตัวรอดรักษาชีวิต

ซีเหมินคังปัดฝุ่นตามร่างกาย พูดโดยไม่หันไปมอง "พี่ฟ่าน รีบตามมันไปเถอะ"

"พี่คังขอผมตรวจดูอาการของพี่ก่อน" ฉินฟ่านยังคงเป็นห่วงอาการของเขา

 "ไม่ต้อง อาการเล็กน้อยแค่นี้ กินยาสองเทียบก็หาย"

นี่เป็นแผนจะจับ แต่แสร้งปล่อย ของซีเหมินคัง มือสังหารอย่างเขาเคยแต่ฆ่า ไม่เคยปล่อยให้เหยื่อหนีรอดไปได้ จะมีข้อยกเว้นก็ตอนไปฆ่าฉินฟ่านที่บ้าน 

ไม่เช่นนั้นกระสุนนัดสุดท้าย คงเจาะกะโหลกของจิ้งจอกเพลิงไปแล้ว จึงให้ฉินฟ่านตามไปเช็คบิล องค์กรเขี้ยวอสูรให้สิ้นซาก จะได้ไม่เป็นภัยในวันหน้า

ฉินฟ่านพยักหน้า พุ่งตัวตามรอยเลือดของจิ้งจอกเพลิงไปในทันที

ซีเหมินคังเดินโซซัดโซเซ เข้าไปในห้องโถง พบกับคนตระกูลเย่พอดี

 คณชายรองรู้ว่าศึกนองเลือดครั้งนี้ ซีเหมินคังเสียสละไปมาก มีเพียงฉินฟ่านที่เชิญคนมีฝีมือระดับพระกาฬคนนี้มาได้ เขารีบเข้าไปพยุงให้ซีเหมินคังนั่งลง 

"เจ็บมากหรือเปล่า ลำบากเธอแล้วนะเสี่ยวคัง ตระกูลเย่ของเราติดค้างเธอจริง ๆ รีบตามหมอมาเร็ว"

คุณนายเย่หลั่งน้ำตา กุมมือที่เนียนนุ่ม เปรอะเปื้อน ไปด้วยเลือดของซีเหมินคังเอาไว้

ซีเหมินคังฝืนยิ้ม กำลังจะอ้าปากพูดว่าไม่ต้องเกรงใจ แต่กลับกระอักเลือดออกมาแทนแล้วสลบไป 

 ตระกูลเย่ที่ร่ำรวยมหาศาลขนาดนี้ ย่อมสามารถจ้างทีมแพทย์ที่เก่งที่สุด พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครัน รอประจำอยู่ที่คฤหาสน์อยู่แล้ว ร่างของ

ซีเหมินคังถูกนำไปรักษา ที่ห้องฝั่งตะวันตกของคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว

 ตำรวจมาตรวจสอบทันที ที่ได้รับการแจ้งเหตุ คืนนั้นทั้งคืนรถเก็บศพและรถตำรวจวิ่งเข้าออกกันวุ่น 

 แต่ตระกูลเย่ขอให้ผู้กำกับหยางเค่อตง แทงสำนวนเป็นคดีปล้นชิงทรัพย์ธรรมดาและคนร้ายก็ตายหมดแล้ว ผู้กำกับไหนเลยจะกล้าขัดใจมหาเศรษฐี จึงปิดคดีไป

...

ฉินฟ่านซิ่งมอเตอร์ไซค์ตามไปทันที

เขาบิดคันเร่งอย่างไม่กลัวตาย จนเห็นหลังรถยนต์ของจิ้งจอกเพลิง ในระยะห่างสามร้อยเมตร 

 ทันใดนั้นมีชายชุดดำสวมหมวกกันน็อกสีดำขี่มอเตอร์ไซค์สวนมาสองคัน ขนาบข้างซ้ายขวาของเขา ในมือถือดาบพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พอเข้ามาใกล้ ก็ฟันดาบใส่ที่หน้าอกเขา บีบให้เขาต้องพุ่งตัวขึ้นไปกลางอากาศ หมุนตัวตีลังกาลงมาที่รถของชายคนซ้าย 

 ฉินฟ่านสะบัดฝ่ามือฟาดใส่กลางหลังมัน จนมันกระอักเลือดออกมาเต็มหมวกกันน็อก เขาจับร่างของมัน ใช้เป็นอาวุธโยนใส่อีกคันอย่างแรง จนทั้งรถทั้งคนพลิกคว่ำ สะเก็ดไฟแลบกระจาย ในเงามืดกระเด็นไปไกล อย่างไม่รู้ชะตากรรม

 ฉินฟ่านไม่หันไปดูแม้แต่น้อย เขาบิดคันเร่งพุ่งตามต่อไป เขาใกล้จะตามจิ้งจอกเพลิงทันแล้ว แต่พอเลี้ยวโค้ง เขาก็ต้องเบรกรถให้หยุดนิ่ง 

            เขาพบว่ามีรถหกล้อคันหนึ่ง จอดขวางถนนเอาไว้ หน้ารถยืนด้วยชายในชุดทหาร NAVY ZEAL ห้าคนกำลังถือปืนไรเฟิล M4A1 5.56 mm ติดกล้องเล็งมาที่เขา

ปัง!

            กระสุนปืนปลิวว่อนไปทั่วราวกับฝูงตั๊กแตน ฉินฟ่านพุ่งตัวกระโดดเข้าไปในป่าหาที่ซ่อนตัวทันที 

 มอเตอร์ไซค์ที่เขาขี่มา ถูกยิงจนระเบิดไฟลุกท่วม นี่ไม่ใช่หน่วยเก็บกวาดหรือหน่วยสกัดธรรมดาแล้ว ดูจากอาวุธกับชุดนี่มันหน่วยซีลชัด ๆ 

 แต่เขาก็ไม่แปลกใจเท่าไร เมื่อองค์กรเขี้ยวอสูรเรียกเงินค่าจ้างแพงระยับ ย่อมต้องจ้างคนพวกนี้ได้อยู่แล้ว ถึงจะเป็นทหารนอกแถว หรือทหารปลดประจำการ แต่ฝีมือพวกมันต้องยอดเยี่ยมมากแน่ ๆ 

 หน่วยซีลรุกคืบเข้ามาในป่า หัวหน้าทีมส่งสัญญาณมือ ให้ทุกคนกระจายกำลังค้นหาออกไป พวกมันไม่ได้ใช้ไฟฉายสาดส่องค้นหา เพราะถ้าทำเช่นนั้นพวกมันจะตกเป็นเป้าหมายโดยง่าย

 ฉินฟ่านเจอบึงโคลนแห่งหนึ่ง เขาถอดเสื้อผ้าออก แล้วใช้โคลนถูทาใบหน้าและลำตัวทุกสัดส่วน จนดูเหมือนมนุษย์โคลนท่ามกลางคืนเดือนมืด ที่เขาทำเช่นนี้เพราะไม่แน่ใจว่าหน่วยซีลนี้ มีกล้อง

อินฟาเรดจับความร้อนมาด้วยหรือไม่ 

 ฉินฟ่านหลับตาหมอบนิ่งเหมือนรูปปั้น อยู่ท่ามกลางโขดหินและพุ่มไม้ จนยากที่จะสังเกตเห็นเขา เขากำหนดลมหายใจให้แผ่วเบารออย่างสงบ ให้พวกมันเข้ามาใกล้

 ในที่สุดคนแรกก็มา เอ็ดเวิร์ดค่อย ๆ ย่างเท้าช้า ๆ อย่างเงียบเชียบ ตาดูหูฟังตามที่เคยฝึกมา เพราะคู่ต่อสู้นี้จะต้องเป็นนักฆ่าระดับมือพระกาฬอย่างแน่นอน จึงสามารถทุบตี จนจิ้งจอกเพลิงต้องยิงพลุขอความช่วยเหลือ ราวกับสุนัขจรจัดที่ถูกไล่ตีมาจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ดังนั้นมันจึงไม่ประมาท เพราะมันรักถนอมชีวิตเป็นอย่างยิ่ง 

 ตอนนี้มันอยู่ห่างฉินฟ่านเพียงสามเมตร ถึงไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่จิตใจกลับรู้สึกไม่สงบ นี่เป็นสัญชาตญาณเตือนภัย ที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านความเป็นความตายมาหลายสมรภูมิ 

 มันพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา มันเดินช้า ๆ แทบจะเป็นการย่อง 

 หนึ่งก้าว

 สองก้าว

 สามก้าว

 ฉินฟ่านพลันลืมตาขึ้น ใช้ฝ่ามือปางมุทรากระบวนท่าที่แปด ฟาดใส่ศีรษะของมันอย่างจัง 

 ผั่วะ…

 เอ็ดเวิร์ดหน่วยซีลคนแรกที่ตกเป็นเหยื่อของเขา ถูกพลังลมปราณรูปเกลียวกระแทกใส่ที่ศีรษะ ถึงกับเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด ลืมตาโพลงขาดใจตายทันที 

 ฉินฟ่านรีบเก็บปืนขึ้นมา ยิงใส่หน้าอกคนที่สองกับสาม ที่ยืนเกาะกลุ่มกันห่างไปเจ็ดสิบเมตรทันที

 ปัง ๆ 

 กระสุนเจาะเข้าหน้าอกพวกมัน คนละห้าหกนัดอย่างแม่นยำ ตกตายไปทั้งที่ยังไม่ได้สั่งเสีย

 ตอนนี้เหลือเพียงคนที่สี่กับหัวหน้าทีม ฉินฟ่านหอบหายใจเบา ๆ อยู่หลังต้นไม้ เขายิงสาดกระสุน เพื่อสกัดการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม พร้อมพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อทิ้งระยะห่างจากพวกมัน

 กระสุนปืนหมดแล้ว เขาพุ่งตัวขึ้นไปบนกิ่งไม้ใหญ่ หมอบนิ่งอาศัยความมืดและพุ่มไม้หนาทึบปิดบังซ่อนเร้น ราวกับเสือดำตัวใหญ่ ที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ

 ที่ผ่านมาเป็นการประหัตประหารกันในแนวราบ คราวนี้เขาจึงเลือกขึ้นที่สูงเพื่อเปลี่ยนกลยุทธในการโจมตี

 คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ที่เหมาะจะฆ่าคนจริง ๆ เสียงแมลงตัวเล็กส่งเสียงเบา ๆ แว่วมาเป็นระยะ ๆ 

 หัวหน้าทีมใช้กล้องอินฟาเรดตรวจดู แต่กลับไม่พบอะไรเลย เขาเริ่มหงุดหงิดจนเผลอสบถออกมา

 FUCK ME

 เขาไม่เข้าใจว่า ฉินฟ่านใช้วิธีพรางตัวแบบไหน มันเป็นไปได้ยังไง แต่พวกเขาเห็นเงาร่างของฉินฟ่านมาทางนี้นี่ แบบนี้คงต้องวัดดวงกันแล้วสินะ

 หัวหน้าทีมส่งสัญญาณมือ ให้ชายคนที่สี่ รุกคืบหน้าต่อไป

ร่างของฉินฟ่านพุ่งลงมาจากกิ่งไม้ แม้จะไม่ดังมาก แต่ก็พอที่จะทำให้พวกมันเบนปากกระบอกปืนไปตามเสียง แต่ว่าช้าไปเสียแล้ว

 กิ่งไม้ปลายแหลมยาวยี่สิบเซ็นต์ ในมือของฉินฟ่าน ปักใส่หน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจอย่างแรง 

 อ้าก!

 ชายคนที่สี่ร้องโหยหวนเสียงดัง

เรี่ยวแรงราวกับถูกสูบออกจากร่างอย่างรวดเร็ว มันเสียใจที่รับงานนี้

ใช่มันเสียใจจริง ๆ 

 ฉินฟ่านใช้ร่างคนที่สี่เป็นโล่ ดันเข้าไปหาหัวหน้าทีมอย่างรวดเร็ว 

 หัวหน้าทีมรู้ว่าเพื่อนไม่รอดแล้ว มันยิงกราดรัว ๆ ใส่ร่างเพื่อนจนหมดแม็ก โดยหวังว่าจะยิงถูกฉินฟ่าน ซึ่งก็ยิงถูกที่ชายโครงขวาของฉินฟ่านสองนัดจริง ๆ 

 ฉินฟ่านกัดฟันทนความเจ็บที่ปะทุขึ้นมาทิ้งร่างของชายคนที่สี่ลงกับพื้น พร้อมกับกระโจนเข้าใส่หัวหน้าทีม โถมทับจนล้มลงทั้งคู่ 

 ฉินฟ่านใช้หัวโขกไปที่จมูกของหัวหน้าทีมอย่างแรง จนเลือดกำเดาทะลักออกมา หากใครถูกทำร้ายบริเวณจมูก จะเจ็บปวดอย่างรุนแรงเป็นที่ทราบกันดี 

 อ้ากกกกกก

 หัวหน้าทีมถึงร้องเสียงหลง ถึงคนพวกนี้จะถูกฝึกให้อดทนต่อความเจ็บปวดก็เถอะ 

 ฉึก…

 นิ้วของฉินฟ่านที่แข็งแกร่งราวกับเหล็ก แทงเข้าไปที่ดวงตาของมันอย่างแรง จนมันตาบอดในทันที พอดึงนิ้วออกเลือดถึงกับชุ่มโชกนิ้วทั้งสอง ชวนให้รู้สึกสยดสยอง ยิ่งนัก

 อ้ากกกกกก

 หัวหน้าทีมถึงกับร้องเป็นครั้งที่สองสาม สี่ …

 เพราะในมือฉินฟ่านถือก้อนหินขนาดลูกรักบี้ ทุบไปที่ใบหน้าของมันอย่างเมามัน ไม่รู้ว่าทุบไปกี่สิบครั้ง แต่ฉินฟ่านรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่หัวหน้าทีมหยุดส่งเสียงร้องแล้ว

 ฉินฟ่านลุกขึ้นเดินกุมชายโครง โซซัดโซเซไปที่บึง เพื่อล้างคราบโคลนและสวมเสื้อผ้า

 เขาไม่เคยบอกใครว่า เขาเป็นจอมยุทธ ดังนั้นเขาจึงเป็นคนไม่เลือกวิธีการใช้ ขอแค่ฆ่าได้ก็พอแล้ว

 เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นหมวดมู่คนสวยโทรมา มันทำให้เขาอารมณ์ดีขี้น

อย่างน่าประหลาด ทำลายความขุ่นมัวในใจ หลังจากเพิ่งฆ่าคนไปสด ๆ ร้อน ๆ 

 "คุณอยู่ไหน คดีปล้นบ้านสกุลเย่เกี่ยวพันกับคุณด้วยใช่ไหม"

 เสียงของมู่ปิงปิงเวลาพูดถึงเรื่องคดีกลับสร้างความเร้าใจ ให้เขาอย่างประหลาด

 "ผมเพิ่งคลานขึ้นมาจากนรก ถ้าคุณอยากรู้ ก็คงต้องมารับผมแล้วล่ะ รีบด่วนด้วย"

 เขาแชร์โลเคชั่นพิกัดที่เขาอยู่ไปให้เพียงแค่สิบห้านาที รถตำรวจของเธอก็มาถึง

 "โอ้โห...ทำไมถึงได้เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำแบบนี้ล่ะ"

 มู่ปิงปิงเปิดกระโปรงท้ายหยิบผ้าขนหนู ให้เขาเช็ดหน้าเช็ดตา เธอกำลังจะถามเขาว่าทำไมมีสภาพแบบนี้ แต่ตาเธอก็ต้องเบิกกว้าง เมื่อเห็นเลือดที่เขากระอักออกมาค่อย ๆ ไหลออกจากริมฝีปากของเขา

            "เบบี๋ คุณเป็นอะไรไป อย่าทำให้ฉันกลัวสิ"

 เธอเสียงสั่น รู้สึกสับสนไปหมด ที่เห็นเขากระอักเลือดออกมากองใหญ่แบบนี้ จะทำยังไงดี 

 หมอ ใช่...ต้องพาเขาไปโรงพยาบาล

 "พา...พาผมไปบ้านคุณ อย่าไปโรงพยาบาล"

 ฉินฟ่านใบหน้าซีดเผือด สีหน้าของเขาย่ำแย่มาก ถึงเขาจะมีร่างเอ็นทองแดงกระดูกเหล็ก แต่โดนยิงที่ท้องสองนัดในระยะประชิด นี่มันคงเหมือนโดนค้อนปอนด์ทุบกระมัง ถึงได้ช้ำในขนาดนี้

 ถ้าเธอพาเขาไปโรงพยาบาล ตอนหมอตรวจคงเห็นรอยถูกยิง มีหวังความลับเรื่องนี้ ได้ลามเป็นไฟลามทุ่งแน่ ๆ เขาเองก็ไม่อยากกลับบ้าน เพราะจะทำให้สาว ๆ ที่บ้านเป็นห่วงซะเปล่า ๆ 

 มู่ปิงปิงคิดอะไรไม่ออกแล้ว เธอได้แต่พยักหน้า ขับรถกลับบ้านอย่างรวดเร็ว

 มู่ปิงปิงพยุงเขาไปนอนบนเตียงของเธอ เขาจดชื่อสมุนไพรแผ่นแรกแปดชนิด ให้เธอช่วยซื้อจากร้านขายยาจีนที่เปิดให้บริการยี่สิบสี่ชั่วโมง แล้วต้มมาให้เขาดื่ม ส่วนแผ่นที่สองเป็นชื่อสมุนไพรอีกสิบสองชนิดไว้แช่ตัว 

 อีกหนึ่งชั่วโมงเธอก็จัดการต้มยาเสร็จ เขาดื่มมันลงไปทันที แต่ไม่คิดว่ามันจะขมขนาดนี้ จนเขาอดเบะปากไม่ได้

 "เอ้านี่"

 เธอยื่นบ๊วยให้อมแก้ขม

 "ตอนฉันเด็ก ๆ เวลาไม่สบาย แม่บอกว่ายาจีนดีกว่ายาฝรั่ง ชอบบังคับให้ฉันดื่ม แต่ฉันงอแงไม่ยอมดื่ม เพราะมันขมมาก แม่เลยให้อมบ๊วยแก้รสขม"

 "คุณช่วยยกยาที่จะมาแช่ตัว เทลงในอ่างอาบน้ำให้หน่อย แล้วก็ผสมกับน้ำให้มันอุ่น ๆ หน่อย ขอบคุณนะ คืนนี้ผมคงทำให้คุณเหนื่อยมากเลยสินะ"

 "แค่คุณหายดีก็พอแล้วล่ะ"

 เธอวิ่งขึ้น ๆ ลง ๆ ในที่สุดน้ำยาก็อุ่นได้ที่

 เธอดูท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ตอนเขาจะถอดเสื้อผ้า คงเป็นเพราะเจ็บแผล ก็เลยขยับตัวแทบไม่ได้เลย

 "เอ่อ ผมรู้ว่ามันไม่สมควรสักเท่าไร เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ผมปวดแผลมากจนก้มไม่ได้ คุณช่วยถอดเสื้อผ้าให้ผมหน่อยได้ไหมครับ"

 ความจริงฉินฟ่านเดินลมปราณมาหนึ่งชั่วโมง อาการเริ่มดีขึ้นแล้ว ต่อให้ถอดเสื้อผ้าสิบรอบก็ไม่มีปัญหา เขาแค่อยากแกล้งเธอเท่านั้นเอง

มู่ปิงปิงมองตาเขาเหมือนจะเสาะหาความจริง ในที่สุดเธอก็คิดว่าช่วยคนต้องช่วยให้ถึงที่สุด เธอลงมือถอดเสื้อผ้าทุกชิ้นให้เขาอย่างรวดเร็ว พอถึงกางเกงในเธอกลั้นใจดึงลงทันที เพราะกลัวว่าถ้าลังเล เธอที่ยังไม่เคยผ่านมือชาย อาจจะเปลี่ยนใจ

ร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยกล้ามเนื้อที่ชัดเจนของฉินฟ่าน งดงามราวกับรูปสลักหินอ่อนเดวิดของไมเคิล

แองเจโล 

 แต่พอสายตาเธอเหลือบไปเห็นกระบองทองของเขา เธอถึงกับผงะไปชั่วขณะ มันใหญ่โตอลังการขนาดนี้เชียวหรือ เธอถึงกับหน้าแดงก่ำจนเหมือนคนเมา เธอจับโจรจับผู้ร้ายมาเยอะ เห็นของลับศพคนตายมาก็มาก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นของลับผู้ชายในระยะเผาขน ทำให้ใจถึงกับเต้นตูมตามขึ้นมาทันที 

 เธอรีบแสร้งทำเป็นไม่สนใจ พยุงเขาลงไปแช่ในอ่าง แต่ระหว่างนั้นยังอดชำเลืองดูอีกหลายทีไม่ได้ แถมยังคิดเลยเถิดถึงขั้นว่า ถ้ามันชูคอพร้อมรบเต็มที่จะเป็นยังไง จนอดด่าตัวเองไม่ได้ว่าเป็นคนทะลึ่ง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 56 เปิดบ่อน

    ชายชราดีใจที่ได้ยินว่าซีเหมินคังจะไม่ร่วมวงต่อสู้ด้วย งานนี้ย่อมง่ายขึ้นเขายืนแยกเท้าเล็กน้อย มือทั้งสองข้างกางกรงเล็บมือขวายกงอหักศอกเสมอปลายคางมือซ้ายกางกรงเล็บเหยียดตรงมาเบื้องหน้าเสมอหน้าอกนี่เป็นกระบวนท่าไม้ตายของมัน"ฮ่ะ ๆ กรงเล็บลูกไก่น้อยจะร้ายกาจสักแค่ไหนอยาก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 55 ไม่ดี ไม่ดี

    ทั้งสองยังคงนอนกอดก่ายกันพูดคุยเล่นกันอยู่บนเตียงคุยเรื่องนั้นคุยเรื่องนี้เขาใช้ปลายนิ้วชี้ไล้พวงแก้มของเธอเบา ๆ"เรามีลูกกันสักสองคนชายหนึ่งหญิงหนึ่งดีไหมคะ"มู่ปิงปิงสบตาเขา อยากรู้ว่าเขาจะตอบยังไง"ไม่ดี ไม่ดี""ทำไมล่ะ คุณไม่อยากมีลูกกับฉันอย่าง

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 54 สุดยอดไม้ตายนารีพิฆาต

    เราจะโยนโทรศัพท์ทิ้งลงแม่น้ำ หรือย้ายบ้านหนีปิงปิงดี ความคิดในหัวของฉินฟ่านในตอนนี้ สับสนปนเปไปหมด ความจริงสิ่งที่เขากลัวที่สุด ไม่ใช่เรื่องถูกหลอกถูกบังคับขู่เข็ญให้ไปจับโจรเขารู้สึกว่ามู่ปิงปิงเหมือนบ่อทรายดูด ยิ่งเขาเผลอใจเดินลงไปลึกมากเท่าไหร่จะยิ่งถูกดูดจนจมไปทั้งตัวและหัวใจ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 53 อย่ามาอำกันดีกว่า

    ลู่เจี้ยนเล่าเรื่องข้อตกลงของทั้งสองให้ฉินฟ่านฟังฉินฟ่านไม่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ใหญ่เลยสักกะนิดเขาเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเหมาะ…เหมาะเหม๋งเลย ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ยังกับผีเน่ากับโลงผุเอ๋…เปรียบเปรยคู่ที่เหมาะสมกันแบบนี้รึเปล่า อ้อ...

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status