Se connecterซีเหมินคังนั่งหอบหายใจหลบอยู่หลังก้อนหิน ตรวจดูอาวุธที่เหลืออยู่ พบว่ามีกระสุนปืนสั้นเหลืออยู่นัดสุดท้าย ระเบิดแสงหนึ่งลูก มีดสั้นหนึ่งเล่ม
เขาสูดลมหายใจลึก ๆ สองสามที แล้วพุ่งตัวออกไปทันที แทบจะเป็นเวลาเดียวกัน พวกผู้พันทมิฬพากันยิงถล่มใส่เขา สะเก็ดหิน เปลือกไม้ ใบหญ้า กระจุยกระจายปลิวเวียนว่อนไปหมด
เขารู้สึกจุกเสียดอย่างแรง ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบที่ท้อง พอก้มดู พบว่าถูกยิงสองนัดแถว ๆ ชายโครงด้านขวา ดีที่มีเสื้อเกราะกันกระสุนป้องกันอยู่ เวลาไม่มีแล้ว พวกผู้พันทมิฬกำลังโอบล้อมเขา เพื่อทำการสังหาร
ซีเหมินคังตัดสินใจโยนระเบิดแสงออกไป จู่โจมพวกผู้พันทมิฬทันที พร้อมพุ่งตัวไล่ตามระเบิดไปอย่างรวดเร็ว
แสงสว่างวาบยิ่งกว่าแสงของดวงอาทิตย์ ส่งผลให้พวกมันยืนนิ่งส่ายโงนเงนไปมา สูญเสียความสามารถในการมองเห็น ราว กับคนตาพร่ามัว ส่งผลให้ป้องกันตัวเองไม่ได้ไปชั่วขณะ
ซีเหมินคังจดจำตำแหน่งพวกมันเอาไว้แต่แรกเรียบร้อยแล้ว ตอนพุ่งตัวออกไปเขาหลับตาลง เพื่อหลบเลี่ยงผลกระทบจากระเบิดแสง พร้อมกับชักมีดสั้น เชือดซ้ายเชือดขวา ทั้งแทงทั้งฟัน จนพวกมันล้มตายลงดุจใบไม้ร่วง หลงเหลือเพียงผู้พันทมิฬกับจิ้งจอกเพลิง
จิ้งจอกเพลิงเตะเข้าที่ท้องน้อยซีเหมินคังอย่างจัง จนร่างของเขากระอักเลือดลอยไปไกล แต่ขณะที่ร่างซีเหมินคังจะตกถึงพื้น เขาใช้ปลายขาสะกิดพื้นดินอย่างสุดแรง เพื่อเปลี่ยนทิศทาง ทำให้ร่างของเขาลอยไปทางผู้พันทมิฬ
ซีเหมินคังซัดมีดสั้นใส่หน้าอกผู้พันทมิฬ แต่ผู้พันทมิฬเพิ่งเบี่ยงกาย เพื่อจะหลบมีดสั้น ก็พบว่ามีดสั้นเป็นแค่ท่าหลอกล่อ ท่าสังหารที่แท้จริงก็คือ งูน้อยสีแดงที่พุ่งตามหลังมีดสั้นมา แยกเขี้ยวขาวน่าสะพรึงกลัว ฉกกัดเข้าที่ใบหน้าของผู้พันทมิฬ
เสียงร้องโหยหวนของผู้พันทมิฬดังลั่น มันกัดฟันข่มความเจ็บปวด กระชากดึงงูน้อยสีแดงให้พ้นจากใบหน้า พร้อมกับออกแรงกระชาก จนงูน้อยสีแดงลำตัวขาดออกจากกันเป็นสองท่อน แต่ใบหน้าของมันเริ่มมีสีดำคล้ำ ระบบหายใจล้มเหลว ตกตายไปอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ
ซีเหมินคังหอบหายใจถี่เร็วตอนตกกระแทกพื้น เพราะหางตาของมันเห็นจิ้งจอกเพลิงกำลังพุ่งเข้ามา มือซ้ายของ
ซีเหมินคังตั้งการ์ดรับหมัด ที่กำลังเหวี่ยงต่อยมา ส่วนมือซ้ายถึงกับมีก้อนหินที่ไม่ทราบว่าไปเก็บติดมือมาตอนไหน ฟาดโครมเข้าไป ที่หัวของจิ้งจอกเพลิง
เลือดแดงฉานค่อย ๆ ไหลลงบดบังใบหน้าของจิ้งจอกเพลิงไปครึ่งซีก สายตาของมันเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น มันตวาดเสียงดังก้องโถมเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับซีเหมินคัง
ซีเหมินคังยอมถูกต่อยที่ทรวงอกไปหนึ่งหมัด เพื่อชักปืนยิงใส่ที่น่องขวาของมัน
จิ้งจอกเพลิงแผดเสียงด้วยความเจ็บปวด มันซัดระเบิดเพลิงขนาดเล็ก ที่ทำขึ้นเองใส่ซีเหมินคัง
ซีเหมินคังรีบตะครุบร่างผู้พันทมิฬเพื่อใช้บังตัว แล้วเหินร่างไปหลบข้างหลังก้อนหินใหญ่
บึ้ม!
สะเก็ดระเบิดฝังใส่ด้านข้างน่องซ้ายของซีเหมินคังสองชิ้น ทำให้เลือดไหลออกมาเป็นทางยาว
ฟิ้ว
บุ้ม!
จิ้งจอกเพลิงยิงพลุขึ้นฟ้า เป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือ พลุแตกระเบิดเป็นสีแดงเจิดจ้า พร้อมกับร่างที่กัดฟันทนความเจ็บปวดจากแผลที่ขา วิ่งตะบึงออกไป ร่างของจิ้งจอกเพลิงหายลับตาไปแล้ว
วันนี้คงยากที่จะได้เปรียบ สุดยอดในสามสิบหกกลยุทธก็คือ ‘หนี’ จิ้งจอกเพลิง จึงต้องถอยทัพ เพื่อเอาตัวรอดรักษาชีวิต
ซีเหมินคังปัดฝุ่นตามร่างกาย พูดโดยไม่หันไปมอง "พี่ฟ่าน รีบตามมันไปเถอะ"
"พี่คังขอผมตรวจดูอาการของพี่ก่อน" ฉินฟ่านยังคงเป็นห่วงอาการของเขา
"ไม่ต้อง อาการเล็กน้อยแค่นี้ กินยาสองเทียบก็หาย"
นี่เป็นแผนจะจับ แต่แสร้งปล่อย ของซีเหมินคัง มือสังหารอย่างเขาเคยแต่ฆ่า ไม่เคยปล่อยให้เหยื่อหนีรอดไปได้ จะมีข้อยกเว้นก็ตอนไปฆ่าฉินฟ่านที่บ้าน
ไม่เช่นนั้นกระสุนนัดสุดท้าย คงเจาะกะโหลกของจิ้งจอกเพลิงไปแล้ว จึงให้ฉินฟ่านตามไปเช็คบิล องค์กรเขี้ยวอสูรให้สิ้นซาก จะได้ไม่เป็นภัยในวันหน้า
ฉินฟ่านพยักหน้า พุ่งตัวตามรอยเลือดของจิ้งจอกเพลิงไปในทันที
ซีเหมินคังเดินโซซัดโซเซ เข้าไปในห้องโถง พบกับคนตระกูลเย่พอดี
คณชายรองรู้ว่าศึกนองเลือดครั้งนี้ ซีเหมินคังเสียสละไปมาก มีเพียงฉินฟ่านที่เชิญคนมีฝีมือระดับพระกาฬคนนี้มาได้ เขารีบเข้าไปพยุงให้ซีเหมินคังนั่งลง
"เจ็บมากหรือเปล่า ลำบากเธอแล้วนะเสี่ยวคัง ตระกูลเย่ของเราติดค้างเธอจริง ๆ รีบตามหมอมาเร็ว"
คุณนายเย่หลั่งน้ำตา กุมมือที่เนียนนุ่ม เปรอะเปื้อน ไปด้วยเลือดของซีเหมินคังเอาไว้
ซีเหมินคังฝืนยิ้ม กำลังจะอ้าปากพูดว่าไม่ต้องเกรงใจ แต่กลับกระอักเลือดออกมาแทนแล้วสลบไป
ตระกูลเย่ที่ร่ำรวยมหาศาลขนาดนี้ ย่อมสามารถจ้างทีมแพทย์ที่เก่งที่สุด พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครัน รอประจำอยู่ที่คฤหาสน์อยู่แล้ว ร่างของ
ซีเหมินคังถูกนำไปรักษา ที่ห้องฝั่งตะวันตกของคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว
ตำรวจมาตรวจสอบทันที ที่ได้รับการแจ้งเหตุ คืนนั้นทั้งคืนรถเก็บศพและรถตำรวจวิ่งเข้าออกกันวุ่น
แต่ตระกูลเย่ขอให้ผู้กำกับหยางเค่อตง แทงสำนวนเป็นคดีปล้นชิงทรัพย์ธรรมดาและคนร้ายก็ตายหมดแล้ว ผู้กำกับไหนเลยจะกล้าขัดใจมหาเศรษฐี จึงปิดคดีไป
...
ฉินฟ่านซิ่งมอเตอร์ไซค์ตามไปทันที
เขาบิดคันเร่งอย่างไม่กลัวตาย จนเห็นหลังรถยนต์ของจิ้งจอกเพลิง ในระยะห่างสามร้อยเมตร
ทันใดนั้นมีชายชุดดำสวมหมวกกันน็อกสีดำขี่มอเตอร์ไซค์สวนมาสองคัน ขนาบข้างซ้ายขวาของเขา ในมือถือดาบพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พอเข้ามาใกล้ ก็ฟันดาบใส่ที่หน้าอกเขา บีบให้เขาต้องพุ่งตัวขึ้นไปกลางอากาศ หมุนตัวตีลังกาลงมาที่รถของชายคนซ้าย
ฉินฟ่านสะบัดฝ่ามือฟาดใส่กลางหลังมัน จนมันกระอักเลือดออกมาเต็มหมวกกันน็อก เขาจับร่างของมัน ใช้เป็นอาวุธโยนใส่อีกคันอย่างแรง จนทั้งรถทั้งคนพลิกคว่ำ สะเก็ดไฟแลบกระจาย ในเงามืดกระเด็นไปไกล อย่างไม่รู้ชะตากรรม
ฉินฟ่านไม่หันไปดูแม้แต่น้อย เขาบิดคันเร่งพุ่งตามต่อไป เขาใกล้จะตามจิ้งจอกเพลิงทันแล้ว แต่พอเลี้ยวโค้ง เขาก็ต้องเบรกรถให้หยุดนิ่ง
เขาพบว่ามีรถหกล้อคันหนึ่ง จอดขวางถนนเอาไว้ หน้ารถยืนด้วยชายในชุดทหาร NAVY ZEAL ห้าคนกำลังถือปืนไรเฟิล M4A1 5.56 mm ติดกล้องเล็งมาที่เขา
ปัง!
กระสุนปืนปลิวว่อนไปทั่วราวกับฝูงตั๊กแตน ฉินฟ่านพุ่งตัวกระโดดเข้าไปในป่าหาที่ซ่อนตัวทันที
มอเตอร์ไซค์ที่เขาขี่มา ถูกยิงจนระเบิดไฟลุกท่วม นี่ไม่ใช่หน่วยเก็บกวาดหรือหน่วยสกัดธรรมดาแล้ว ดูจากอาวุธกับชุดนี่มันหน่วยซีลชัด ๆ
แต่เขาก็ไม่แปลกใจเท่าไร เมื่อองค์กรเขี้ยวอสูรเรียกเงินค่าจ้างแพงระยับ ย่อมต้องจ้างคนพวกนี้ได้อยู่แล้ว ถึงจะเป็นทหารนอกแถว หรือทหารปลดประจำการ แต่ฝีมือพวกมันต้องยอดเยี่ยมมากแน่ ๆ
หน่วยซีลรุกคืบเข้ามาในป่า หัวหน้าทีมส่งสัญญาณมือ ให้ทุกคนกระจายกำลังค้นหาออกไป พวกมันไม่ได้ใช้ไฟฉายสาดส่องค้นหา เพราะถ้าทำเช่นนั้นพวกมันจะตกเป็นเป้าหมายโดยง่าย
ฉินฟ่านเจอบึงโคลนแห่งหนึ่ง เขาถอดเสื้อผ้าออก แล้วใช้โคลนถูทาใบหน้าและลำตัวทุกสัดส่วน จนดูเหมือนมนุษย์โคลนท่ามกลางคืนเดือนมืด ที่เขาทำเช่นนี้เพราะไม่แน่ใจว่าหน่วยซีลนี้ มีกล้อง
อินฟาเรดจับความร้อนมาด้วยหรือไม่
ฉินฟ่านหลับตาหมอบนิ่งเหมือนรูปปั้น อยู่ท่ามกลางโขดหินและพุ่มไม้ จนยากที่จะสังเกตเห็นเขา เขากำหนดลมหายใจให้แผ่วเบารออย่างสงบ ให้พวกมันเข้ามาใกล้
ในที่สุดคนแรกก็มา เอ็ดเวิร์ดค่อย ๆ ย่างเท้าช้า ๆ อย่างเงียบเชียบ ตาดูหูฟังตามที่เคยฝึกมา เพราะคู่ต่อสู้นี้จะต้องเป็นนักฆ่าระดับมือพระกาฬอย่างแน่นอน จึงสามารถทุบตี จนจิ้งจอกเพลิงต้องยิงพลุขอความช่วยเหลือ ราวกับสุนัขจรจัดที่ถูกไล่ตีมาจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ดังนั้นมันจึงไม่ประมาท เพราะมันรักถนอมชีวิตเป็นอย่างยิ่ง
ตอนนี้มันอยู่ห่างฉินฟ่านเพียงสามเมตร ถึงไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่จิตใจกลับรู้สึกไม่สงบ นี่เป็นสัญชาตญาณเตือนภัย ที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านความเป็นความตายมาหลายสมรภูมิ
มันพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา มันเดินช้า ๆ แทบจะเป็นการย่อง
หนึ่งก้าว
สองก้าว
สามก้าว
ฉินฟ่านพลันลืมตาขึ้น ใช้ฝ่ามือปางมุทรากระบวนท่าที่แปด ฟาดใส่ศีรษะของมันอย่างจัง
ผั่วะ…
เอ็ดเวิร์ดหน่วยซีลคนแรกที่ตกเป็นเหยื่อของเขา ถูกพลังลมปราณรูปเกลียวกระแทกใส่ที่ศีรษะ ถึงกับเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด ลืมตาโพลงขาดใจตายทันที
ฉินฟ่านรีบเก็บปืนขึ้นมา ยิงใส่หน้าอกคนที่สองกับสาม ที่ยืนเกาะกลุ่มกันห่างไปเจ็ดสิบเมตรทันที
ปัง ๆ
กระสุนเจาะเข้าหน้าอกพวกมัน คนละห้าหกนัดอย่างแม่นยำ ตกตายไปทั้งที่ยังไม่ได้สั่งเสีย
ตอนนี้เหลือเพียงคนที่สี่กับหัวหน้าทีม ฉินฟ่านหอบหายใจเบา ๆ อยู่หลังต้นไม้ เขายิงสาดกระสุน เพื่อสกัดการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม พร้อมพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อทิ้งระยะห่างจากพวกมัน
กระสุนปืนหมดแล้ว เขาพุ่งตัวขึ้นไปบนกิ่งไม้ใหญ่ หมอบนิ่งอาศัยความมืดและพุ่มไม้หนาทึบปิดบังซ่อนเร้น ราวกับเสือดำตัวใหญ่ ที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ
ที่ผ่านมาเป็นการประหัตประหารกันในแนวราบ คราวนี้เขาจึงเลือกขึ้นที่สูงเพื่อเปลี่ยนกลยุทธในการโจมตี
คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ที่เหมาะจะฆ่าคนจริง ๆ เสียงแมลงตัวเล็กส่งเสียงเบา ๆ แว่วมาเป็นระยะ ๆ
หัวหน้าทีมใช้กล้องอินฟาเรดตรวจดู แต่กลับไม่พบอะไรเลย เขาเริ่มหงุดหงิดจนเผลอสบถออกมา
FUCK ME
เขาไม่เข้าใจว่า ฉินฟ่านใช้วิธีพรางตัวแบบไหน มันเป็นไปได้ยังไง แต่พวกเขาเห็นเงาร่างของฉินฟ่านมาทางนี้นี่ แบบนี้คงต้องวัดดวงกันแล้วสินะ
หัวหน้าทีมส่งสัญญาณมือ ให้ชายคนที่สี่ รุกคืบหน้าต่อไป
ร่างของฉินฟ่านพุ่งลงมาจากกิ่งไม้ แม้จะไม่ดังมาก แต่ก็พอที่จะทำให้พวกมันเบนปากกระบอกปืนไปตามเสียง แต่ว่าช้าไปเสียแล้ว
กิ่งไม้ปลายแหลมยาวยี่สิบเซ็นต์ ในมือของฉินฟ่าน ปักใส่หน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจอย่างแรง
อ้าก!
ชายคนที่สี่ร้องโหยหวนเสียงดัง
เรี่ยวแรงราวกับถูกสูบออกจากร่างอย่างรวดเร็ว มันเสียใจที่รับงานนี้
ใช่มันเสียใจจริง ๆ
ฉินฟ่านใช้ร่างคนที่สี่เป็นโล่ ดันเข้าไปหาหัวหน้าทีมอย่างรวดเร็ว
หัวหน้าทีมรู้ว่าเพื่อนไม่รอดแล้ว มันยิงกราดรัว ๆ ใส่ร่างเพื่อนจนหมดแม็ก โดยหวังว่าจะยิงถูกฉินฟ่าน ซึ่งก็ยิงถูกที่ชายโครงขวาของฉินฟ่านสองนัดจริง ๆ
ฉินฟ่านกัดฟันทนความเจ็บที่ปะทุขึ้นมาทิ้งร่างของชายคนที่สี่ลงกับพื้น พร้อมกับกระโจนเข้าใส่หัวหน้าทีม โถมทับจนล้มลงทั้งคู่
ฉินฟ่านใช้หัวโขกไปที่จมูกของหัวหน้าทีมอย่างแรง จนเลือดกำเดาทะลักออกมา หากใครถูกทำร้ายบริเวณจมูก จะเจ็บปวดอย่างรุนแรงเป็นที่ทราบกันดี
อ้ากกกกกก
หัวหน้าทีมถึงร้องเสียงหลง ถึงคนพวกนี้จะถูกฝึกให้อดทนต่อความเจ็บปวดก็เถอะ
ฉึก…
นิ้วของฉินฟ่านที่แข็งแกร่งราวกับเหล็ก แทงเข้าไปที่ดวงตาของมันอย่างแรง จนมันตาบอดในทันที พอดึงนิ้วออกเลือดถึงกับชุ่มโชกนิ้วทั้งสอง ชวนให้รู้สึกสยดสยอง ยิ่งนัก
อ้ากกกกกก
หัวหน้าทีมถึงกับร้องเป็นครั้งที่สองสาม สี่ …
เพราะในมือฉินฟ่านถือก้อนหินขนาดลูกรักบี้ ทุบไปที่ใบหน้าของมันอย่างเมามัน ไม่รู้ว่าทุบไปกี่สิบครั้ง แต่ฉินฟ่านรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่หัวหน้าทีมหยุดส่งเสียงร้องแล้ว
ฉินฟ่านลุกขึ้นเดินกุมชายโครง โซซัดโซเซไปที่บึง เพื่อล้างคราบโคลนและสวมเสื้อผ้า
เขาไม่เคยบอกใครว่า เขาเป็นจอมยุทธ ดังนั้นเขาจึงเป็นคนไม่เลือกวิธีการใช้ ขอแค่ฆ่าได้ก็พอแล้ว
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นหมวดมู่คนสวยโทรมา มันทำให้เขาอารมณ์ดีขี้น
อย่างน่าประหลาด ทำลายความขุ่นมัวในใจ หลังจากเพิ่งฆ่าคนไปสด ๆ ร้อน ๆ
"คุณอยู่ไหน คดีปล้นบ้านสกุลเย่เกี่ยวพันกับคุณด้วยใช่ไหม"
เสียงของมู่ปิงปิงเวลาพูดถึงเรื่องคดีกลับสร้างความเร้าใจ ให้เขาอย่างประหลาด
"ผมเพิ่งคลานขึ้นมาจากนรก ถ้าคุณอยากรู้ ก็คงต้องมารับผมแล้วล่ะ รีบด่วนด้วย"
เขาแชร์โลเคชั่นพิกัดที่เขาอยู่ไปให้เพียงแค่สิบห้านาที รถตำรวจของเธอก็มาถึง
"โอ้โห...ทำไมถึงได้เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำแบบนี้ล่ะ"
มู่ปิงปิงเปิดกระโปรงท้ายหยิบผ้าขนหนู ให้เขาเช็ดหน้าเช็ดตา เธอกำลังจะถามเขาว่าทำไมมีสภาพแบบนี้ แต่ตาเธอก็ต้องเบิกกว้าง เมื่อเห็นเลือดที่เขากระอักออกมาค่อย ๆ ไหลออกจากริมฝีปากของเขา
"เบบี๋ คุณเป็นอะไรไป อย่าทำให้ฉันกลัวสิ"
เธอเสียงสั่น รู้สึกสับสนไปหมด ที่เห็นเขากระอักเลือดออกมากองใหญ่แบบนี้ จะทำยังไงดี
หมอ ใช่...ต้องพาเขาไปโรงพยาบาล
"พา...พาผมไปบ้านคุณ อย่าไปโรงพยาบาล"
ฉินฟ่านใบหน้าซีดเผือด สีหน้าของเขาย่ำแย่มาก ถึงเขาจะมีร่างเอ็นทองแดงกระดูกเหล็ก แต่โดนยิงที่ท้องสองนัดในระยะประชิด นี่มันคงเหมือนโดนค้อนปอนด์ทุบกระมัง ถึงได้ช้ำในขนาดนี้
ถ้าเธอพาเขาไปโรงพยาบาล ตอนหมอตรวจคงเห็นรอยถูกยิง มีหวังความลับเรื่องนี้ ได้ลามเป็นไฟลามทุ่งแน่ ๆ เขาเองก็ไม่อยากกลับบ้าน เพราะจะทำให้สาว ๆ ที่บ้านเป็นห่วงซะเปล่า ๆ
มู่ปิงปิงคิดอะไรไม่ออกแล้ว เธอได้แต่พยักหน้า ขับรถกลับบ้านอย่างรวดเร็ว
มู่ปิงปิงพยุงเขาไปนอนบนเตียงของเธอ เขาจดชื่อสมุนไพรแผ่นแรกแปดชนิด ให้เธอช่วยซื้อจากร้านขายยาจีนที่เปิดให้บริการยี่สิบสี่ชั่วโมง แล้วต้มมาให้เขาดื่ม ส่วนแผ่นที่สองเป็นชื่อสมุนไพรอีกสิบสองชนิดไว้แช่ตัว
อีกหนึ่งชั่วโมงเธอก็จัดการต้มยาเสร็จ เขาดื่มมันลงไปทันที แต่ไม่คิดว่ามันจะขมขนาดนี้ จนเขาอดเบะปากไม่ได้
"เอ้านี่"
เธอยื่นบ๊วยให้อมแก้ขม
"ตอนฉันเด็ก ๆ เวลาไม่สบาย แม่บอกว่ายาจีนดีกว่ายาฝรั่ง ชอบบังคับให้ฉันดื่ม แต่ฉันงอแงไม่ยอมดื่ม เพราะมันขมมาก แม่เลยให้อมบ๊วยแก้รสขม"
"คุณช่วยยกยาที่จะมาแช่ตัว เทลงในอ่างอาบน้ำให้หน่อย แล้วก็ผสมกับน้ำให้มันอุ่น ๆ หน่อย ขอบคุณนะ คืนนี้ผมคงทำให้คุณเหนื่อยมากเลยสินะ"
"แค่คุณหายดีก็พอแล้วล่ะ"
เธอวิ่งขึ้น ๆ ลง ๆ ในที่สุดน้ำยาก็อุ่นได้ที่
เธอดูท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ตอนเขาจะถอดเสื้อผ้า คงเป็นเพราะเจ็บแผล ก็เลยขยับตัวแทบไม่ได้เลย
"เอ่อ ผมรู้ว่ามันไม่สมควรสักเท่าไร เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ผมปวดแผลมากจนก้มไม่ได้ คุณช่วยถอดเสื้อผ้าให้ผมหน่อยได้ไหมครับ"
ความจริงฉินฟ่านเดินลมปราณมาหนึ่งชั่วโมง อาการเริ่มดีขึ้นแล้ว ต่อให้ถอดเสื้อผ้าสิบรอบก็ไม่มีปัญหา เขาแค่อยากแกล้งเธอเท่านั้นเอง
มู่ปิงปิงมองตาเขาเหมือนจะเสาะหาความจริง ในที่สุดเธอก็คิดว่าช่วยคนต้องช่วยให้ถึงที่สุด เธอลงมือถอดเสื้อผ้าทุกชิ้นให้เขาอย่างรวดเร็ว พอถึงกางเกงในเธอกลั้นใจดึงลงทันที เพราะกลัวว่าถ้าลังเล เธอที่ยังไม่เคยผ่านมือชาย อาจจะเปลี่ยนใจ
ร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยกล้ามเนื้อที่ชัดเจนของฉินฟ่าน งดงามราวกับรูปสลักหินอ่อนเดวิดของไมเคิล
แองเจโล
แต่พอสายตาเธอเหลือบไปเห็นกระบองทองของเขา เธอถึงกับผงะไปชั่วขณะ มันใหญ่โตอลังการขนาดนี้เชียวหรือ เธอถึงกับหน้าแดงก่ำจนเหมือนคนเมา เธอจับโจรจับผู้ร้ายมาเยอะ เห็นของลับศพคนตายมาก็มาก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นของลับผู้ชายในระยะเผาขน ทำให้ใจถึงกับเต้นตูมตามขึ้นมาทันที
เธอรีบแสร้งทำเป็นไม่สนใจ พยุงเขาลงไปแช่ในอ่าง แต่ระหว่างนั้นยังอดชำเลืองดูอีกหลายทีไม่ได้ แถมยังคิดเลยเถิดถึงขั้นว่า ถ้ามันชูคอพร้อมรบเต็มที่จะเป็นยังไง จนอดด่าตัวเองไม่ได้ว่าเป็นคนทะลึ่ง
รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้
ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย
ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก
ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ
ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ
อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก







