Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 44 — ช่างผู้ไม่รับสร้างอาวุธ

Share

บทที่ 44 — ช่างผู้ไม่รับสร้างอาวุธ

last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-20 16:59:32

“ไม่มีบันทึกฐานที่หก”

เยว่ซีกล่าวหลังตรวจสำเนาเอกสารทั้งหมดอีกครั้ง

บนโต๊ะมีทั้งบัญชีสิ่งของจากหลินอัน ตำราของบิดา และกระดาษที่เพิ่งได้คืนจากเผยเหวินซู ไม่มีหน้าที่ถูกฉีกต่อจากแบบร่าง และไม่มีรายการใดระบุถึงบันทึกอีกเล่ม

เจ้าสำนักพยักหน้า

“ข้าส่งข่าวไปแล้วว่าเรามีเพียงเท่านี้”

“ช่างผู้นั้นตอบหรือยังเจ้าคะ”

“ตอบว่าให้นำสิ่งที่มีไป”

เยว่ซีมองข้อความสั้น ๆ ในจดหมาย ก่อนเลื่อนสายตาลงไปยังชื่อท้ายกระดาษ

สวี่ฉางเกิง

คนผู้นี้รู้จักแบบของบิดา แต่ยังไม่ยอมอธิบายผ่านคู่ยันต์ว่าเคยเห็นมันที่ใด

หลิงยวนอ่านจดหมายแนะนำตัวที่สำนักตงเหอส่งมาประกอบ

“เขาเป็นช่างจริง ทำงานให้เมืองมาสิบกว่าปี เจ้าสำนักตงเหอรับรองตัวตนแล้ว”

“ข้าจะไปด้วย” เสิ่นซูเหอกล่าว “นำแบบจำลองไปปรึกษา และดูแลการฝึกของเยว่ซีต่อที่นั่น ส่วนคนไข้ทางนี้ ข้าส่งมอบให้อาจารย์ฉินแล้ว”

เยว่ซีหันไปมองหลิงยวน

เขายังต้องรักษาแขนซ้าย แม้รอยช้ำจะจางลงมาก แต่การเดินทางสองวันเพื่อไปนั่งดูคนอื่นทำงานไม่ใช่สิ่งจำเป็น

นางจึงไม่ได้เอ่ยชวน

หลิงยวนเห็นสายตานั้น

“ตรวจผนึกก่อนออกเดินทางอีกครั้ง หากผลเหมือนสามวันที่ผ่านมา ระยะทางเท่านี้ไม่มีปัญหา”

เสิ่นซูเหอพยักหน้า

“กล่องผลึกยังรับภาระได้คงที่ เราจะไม่เปลี่ยนวิธีฝึก ไม่ถ่ายภาระเพิ่ม และส่งผลตรวจกลับมาทุกวัน”

เยว่ซีลูบป้ายสมัครงานผู้ช่วยโรงช่างในมือ

“ข้าจะไปเรียนให้ครบสิบวัน”

เจ้าสำนักมองนางด้วยแววตาอ่อนลง

“เช่นนั้นก็เตรียมตัว”

⸻

เช้าวันออกเดินทาง ยายหวังยัดห่อผ้าลงในสัมภาระจนเยว่ซีต้องรื้อออกดู

เสื้อสองตัว ถุงเท้าสามคู่ ขนมแห้ง และผ้าห่มบางอีกหนึ่งผืน

“ยายเจ้าคะ ข้าไปสิบวัน”

“ยายรู้”

“ที่นั่นมีที่พักให้”

“ยายก็รู้”

เยว่ซีมองผ้าห่ม แล้วตัดสินใจพับมันให้เล็กลงแทนการเถียง

เมื่อเดินมาถึงประตูสำนัก จ้าวเฉิงกำลังช่วยศิษย์พี่ผู้คุมขบวนผูกกล่องเครื่องมือกับรถ ส่วนเสิ่นซูเหอตรวจหีบยาเป็นครั้งสุดท้าย

หลิงยวนยืนรออยู่ข้างบันได

วันนี้เขาแต่งชุดสีขาวเรียบเช่นเดิม เส้นผมรวบสูง ลมเช้าพัดชายแขนเสื้อด้านซ้ายไหวเบา ๆ ใบหน้ายังซีดอยู่บ้าง แต่แววตาสงบกว่าวันที่กลับจากโรงโม่

เยว่ซีเดินเข้าไปหา

“ข้าจะเขียนจดหมายคืนนี้”

“ถึงที่พักก่อนค่อยเขียน”

“ท่านต้องกินยา”

“อาจารย์ฉินอยู่”

“แล้วก็อย่านั่งอ่านแบบจนดึก”

เขามองนาง

“เจ้าก็เช่นกัน”

เยว่ซีหยุดไป ก่อนพยักหน้าอย่างยอมรับ

หลิงยวนหยิบห่อเล็กจากแขนเสื้อส่งให้ ข้างในเป็นด้ามพู่กันสั้นกับปลอกไม้แข็งสำหรับพกเดินทาง

“ของเดิมเจ้าร้าวแล้ว”

นางพลิกดู ตรงด้ามไม่มีอักขระ ไม่มีผนึกซ่อนอยู่ เป็นเพียงพู่กันที่จับถนัดมือ

“ท่านเลือกเองหรือเจ้าคะ”

“อืม”

เยว่ซีเก็บมันลงในอกเสื้ออย่างระวัง

ด้านหลังมีเสียงเรียกขึ้นรถ นางหันไปตอบ ก่อนหันกลับมาหาเขาอีกครั้ง

“ข้าจะคิดถึงท่าน”

พูดจบก็รีบเดินไปทันที

หลิงยวนเรียกชื่อเบา ๆ

นางหยุด หันกลับมาอย่างลังเล

“ข้ารู้”

เยว่ซีเม้มปาก

เขาเดินเข้ามาอีกก้าว จัดสายห่อผ้าที่บิดอยู่บนไหล่นางให้ตรง แล้วกล่าวต่อ

“ข้าก็เช่นกัน”

คราวนี้นางขึ้นรถโดยไม่หันกลับไปอีก จนรถเคลื่อนพ้นประตูแล้วจึงค่อยแง้มม่านออกดู

เขายังยืนอยู่ที่เดิม

เยว่ซียกมือโบกเล็กน้อย ก่อนปล่อยม่านลงพร้อมรอยยิ้มที่ซ่อนไม่อยู่

เสิ่นซูเหอซึ่งนั่งตรงข้ามเปิดตำราในมือ

“หากยิ้มเช่นนี้ตลอดทาง คงไม่เมารถ”

“ข้าไม่ได้—”

นางหยุดคำแก้ตัวด้วยตนเอง

เสิ่นซูเหอจึงไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ

⸻

ตงเหอมีเสียงน้ำอยู่ทุกถนน

คลองสายเล็กแยกจากแม่น้ำใหญ่ ลอดใต้สะพานหิน ผ่านโรงสี ร้านย้อมผ้า และแถวบ้านที่ตั้งชิดริมตลิ่ง ล้อไม้ขนาดใหญ่หมุนช้า ๆ อยู่ข้างประตูเมือง ยกน้ำขึ้นรางสูงก่อนปล่อยไหลไปตามแนวกำแพง

เยว่ซีมองจนต้องยื่นหน้าออกจากรถ

“อย่าให้ศีรษะพ้นม่าน” เสิ่นซูเหอเตือน

นางรีบหดกลับ แต่ยังแอบมองผ่านช่องเล็ก ๆ

โรงช่างตงเหอไม่ได้ตั้งอยู่บนเขา

มันอยู่ข้างโรงสี มีขี้เลื่อยกองริมประตู กลิ่นน้ำมันไม้ปะปนกับกลิ่นข้าวสาร และเสียงคนเถียงกันดังมาจากด้านใน

“ข้าบอกว่าให้เปลี่ยนแกน ไม่ใช่ทาสีทับรอยแตก!”

ชายชราผมขาวกำลังถือท่อนไม้ไล่เคาะขาโต๊ะที่ช่างหนุ่มคนหนึ่งยืนหลบอยู่ด้านหลัง

“แต่เจ้าของบอกว่ารอยแตกเล็กนิดเดียว—”

“ถ้าแกนหัก น้ำหยุดทั้งถนน เจ้าจะเอาสีไปตักน้ำให้เขาหรือ”

ศิษย์จากสำนักตงเหอที่มารับกระแอมเบา ๆ

“อาจารย์สวี่ แขกจากชิงเสวียนมาถึงแล้ว”

ชายชราหันมา

สายตาเขาผ่านหีบยา ผ่านกล่องแบบจำลอง แล้วหยุดที่เยว่ซี

“ลูกหลินจิ้งเหยียน?”

นางคารวะ

“หลินเยว่ซีเจ้าค่ะ”

เขามองใบหน้านางอยู่นานพอให้ความมั่นใจที่เตรียมมาค่อย ๆ หดลง

แล้วจึงชี้ไปที่โต๊ะว่าง

“วางของตรงนั้น ระวังตะปูบนพื้น”

ไม่มีคำกล่าวถึงโชคชะตา ไม่มีการขอตรวจปราณทันที

สิ่งแรกที่เยว่ซีต้องทำในโรงช่างแห่งนี้คือก้มมองรองเท้าตนเอง

⸻

สวี่ฉางเกิงเปิดดูถาดหินที่ร้าวก่อนแบบร่าง

เขาพลิกมัน ตรวจรอยต่อ แล้วถามถึงลำดับที่ผลึกดับ เสิ่นซูเหออธิบายพร้อมยื่นบันทึกการทดลองให้

ชายชราอ่านทุกครั้งที่ล้มเหลว ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงครั้งสุดท้าย

จากนั้นจึงคลี่สำเนาของหลินจิ้งเหยียน

นิ้วหยาบหยุดตรงลายมือด้านล่าง

“ยังชอบเขียนเบียดขอบกระดาษเหมือนเดิม”

เยว่ซีเงยหน้าทันที

“ท่านรู้จักท่านพ่อข้าหรือเจ้าคะ”

“เคยร่วมงานกัน”

“เรื่องฐานผนึกหรือ”

“เรื่องอุปกรณ์ช่วยผู้ที่เส้นปราณเสียหาย ก่อนเจ้าจะเกิดเสียอีก”

สวี่ฉางเกิงลุกไปหยิบกล่องเก่าจากชั้น เปิดออกให้ดูแผ่นทองแดงวงเล็กที่มีรอยไหม้

“พ่อเจ้าเข้าใจร่างกาย ข้ารู้วิธีทำของให้รับแรงได้ เราลองสร้างเครื่องประคองปราณสำหรับคนที่หมอไม่อาจนั่งเฝ้าตลอดวัน”

เยว่ซีมองวงแหวนที่แตกไปเกือบครึ่ง

“สำเร็จหรือไม่เจ้าคะ”

“บางแบบใช้ได้ บางแบบทำให้รู้ว่าไม่ควรทำต่อ”

เขาปิดกล่อง

“หลังจากนั้นพ่อเจ้าส่งแบบห้าฐานมา ขอให้ข้าช่วยคิดตัวประสานจังหวะ ข้าตอบกลับไปพร้อมข้อเสนอเรื่องฐานที่หก แล้วไม่ได้รับคำตอบอีก”

ห้องเงียบลง

“ท่านรู้เรื่องหลินอันเมื่อใด” เสิ่นซูเหอถาม

“หลังเมืองถูกทำลาย ข้าเดินทางไปถามหาครอบครัวเขา ได้คำตอบว่าไม่มีใครรอด ต่อมาจึงส่งสำเนางานเก่าที่มีให้ผู้รวบรวมเอกสารของเมือง แต่แบบที่เขาส่งมาครั้งสุดท้ายเป็นเพียงร่างแรก ไม่เหมือนแผ่นนี้ทั้งหมด”

เยว่ซีค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ

“เช่นนั้นท่านก็ยังไม่เคยเห็นฐานที่หกที่ทำเสร็จ”

“ไม่เคย”

คำตอบทำให้ความหวังของนางสะดุด แต่ชายชรายังพูดต่อ

“ข้าจึงถามว่าพ่อเจ้าทำต่อไว้หรือไม่ ไม่ได้บอกว่าข้ามีของสำเร็จรอให้พวกเจ้า”

เขาใช้นิ้วเคาะกลางแบบ

“สิ่งที่พวกเจ้าทำมาถึงตรงนี้ถูกทางแล้ว แต่ห้าฐานนี้ยังต้องมีคนสั่งว่าเมื่อใดควรรับ เมื่อใดควรคืนปราณ ถ้าจะให้คนนั้นวางมือ ต้องมีสิ่งอื่นรับหน้าที่จัดจังหวะ”

“ฐานที่หก” เยว่ซีกล่าว

สวี่ฉางเกิงพยักหน้า

“มันไม่จำเป็นต้องเก็บปราณมากที่สุด แต่ต้องไม่ส่งคำสั่งผิด”

⸻

ระหว่างพูด เสียงเคาะเหล็กสามครั้งดังมาจากริมคลอง

ช่างคนหนึ่งวิ่งเข้ามา

“ประตูน้ำฝั่งโรงย้อมติดขอรับ น้ำเริ่มล้นรางบน!”

สวี่ฉางเกิงหยิบถุงเครื่องมือทันที

“ปิดทางคนเดินหรือยัง”

“กำลังปิดขอรับ”

เขาหันไปหาศิษย์ตงเหอ

“พาคนไปกันสะพาน อย่าให้ใครใช้ปราณดันบานประตู มันติดที่กลไก ยิ่งดันยิ่งหัก”

เยว่ซีขยับตามโดยไม่รู้ตัว ก่อนหยุดมองเสิ่นซูเหอ

อาจารย์พยักหน้า

“อยู่บนฝั่ง ทำตามคนดูแล”

เมื่อออกไปถึงริมคลอง น้ำในรางไม้สูงเหนือถนนกำลังเอ่อล้น คนงานสองคนหมุนกว้านจนหน้าแดง แต่บานระบายน้ำไม่ขยับ

ใต้รางมีแผงขายผ้าตั้งเรียงอยู่ เจ้าของกำลังรีบยกของหนี

สวี่ฉางเกิงปีนขึ้นชานข้างกลไก ก้มดูฟันเฟืองแล้วสั่งให้หยุดหมุน

จ้าวเฉิงกับศิษย์พี่ช่วยกันย้ายผู้คนออกจากทาง เยว่ซีรับหน้าที่ส่งเครื่องมือ

“คีมปากแบน”

นางมองในถุง พบคีมสามแบบ จึงหยิบอันที่ปลายแบนส่งให้

ชายชราสอดมันเข้าไปในช่องแคบ แต่ทันทีที่ดึง เฟืองใหญ่ก็ขยับกระตุก

เขาถอนมือ

“มีแรงค้างอยู่ เอาลิ่มรองมา”

เยว่ซีหยิบลิ่มไม้สองชิ้น ชิ้นแรกมีรอยร้าวตามแนวเสี้ยน นางวางกลับแล้วส่งอีกชิ้น

สวี่ฉางเกิงเหลือบมอง แต่ไม่ได้พูดอะไร

เมื่อค้ำเฟืองไว้ เขาจึงดึงเศษเหล็กงอออกมาได้

น้ำด้านบนสาดลงข้างชาน เยว่ซีถอยหลบ มือหนึ่งจับเสา อีกมือกอดถุงเครื่องมือไว้

“เปิดเลยหรือไม่ขอรับ!” คนเฝ้ากว้านตะโกน

สวี่ฉางเกิงกำลังจะตอบ เยว่ซีกลับเห็นแถบไม้สีแดงที่ริมคลองยังยกอยู่

ก่อนหน้านี้ศิษย์ตงเหอบอกว่า เมื่อคนด้านล่างออกพ้นจึงจะลดป้ายลง

นางรีบชี้

“ทางล่างยังมีคนเจ้าค่ะ!”

ชายชราหันตาม

“รอ!”

คนเฝ้ากว้านชะงักมือ

ครู่ต่อมา คนงานคนสุดท้ายแบกม้วนผ้าวิ่งพ้นบันได ศิษย์ตงเหอจึงลดป้ายลง

สวี่ฉางเกิงสั่งเปิดประตูทีละน้อย

น้ำพุ่งผ่านช่องระบาย เสียงดังจนเยว่ซีต้องยกไหล่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว ระดับน้ำบนรางค่อย ๆ ลดลง

ไม่มีผู้ใดต้องใช้กระบี่

แต่เมื่อทุกอย่างสงบ ฝ่ามือของนางกลับเปียกเหงื่อไม่ต่างจากวันที่สอบ

สวี่ฉางเกิงรับถุงเครื่องมือคืน

“เหตุใดไม่ส่งลิ่มชิ้นแรก”

“มันร้าวตามเสี้ยนเจ้าค่ะ ข้ากลัวหักตอนรับแรง”

“แล้วเหตุใดไม่บอก”

เยว่ซีชะงัก

ชายชราเก็บลิ่มชำรุดแยกออกจากถุง

“เจ้ารู้ แต่คนถัดไปอาจไม่รู้ ของเสียต้องแยกไว้ อย่าทิ้งให้ผู้อื่นหยิบใช้ต่อ”

นางรับคำทันที

“ครั้งหน้าข้าจะบอกด้วยเจ้าค่ะ”

เขาพยักหน้า แล้วเดินนำกลับโรงช่าง

“พรุ่งนี้มาแต่เช้า เริ่มจากตรวจเครื่องมือ”

เยว่ซีมองตาม ก่อนรีบถาม

“ข้าได้เข้าเรียนแล้วหรือเจ้าคะ”

“เจ้ามีใบส่งตัวมิใช่หรือ”

“มีเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็อย่าสาย”

⸻

หลังเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียก เยว่ซีกลับมานั่งหน้าโต๊ะงาน

สวี่ฉางเกิงวางเศษเหล็กที่เพิ่งดึงจากเฟืองลงข้างแบบผนึก

“เห็นหรือไม่ ต่อให้คนเฝ้ากว้านออกแรงมากเพียงใด ถ้าข้างในติดอยู่ก็เปิดไม่ได้”

นางพยักหน้า

“แต่พอเอาสิ่งที่ติดออก ก็ยังเปิดทันทีไม่ได้ ต้องรอให้คนด้านล่างพ้นก่อน”

“ถูก”

เขาวางวงแหวนไม้เล็ก ๆ หกวงบนโต๊ะ ห้าวงล้อมอยู่ด้านนอก ส่วนวงสุดท้ายอยู่ตรงกลาง

“ฐานที่หกต้องทำสองอย่างนี้ รู้ว่าส่วนใดพร้อม และยอมให้หยุดได้เมื่อส่วนใดผิดปกติ”

เสิ่นซูเหอมองแบบจำลอง

“หากทำให้หยุดทั้งหมด ปราณที่ค้างอยู่จะไปที่ใด”

“นั่นคือสิ่งที่ต้องคิดก่อนสร้าง”

สวี่ฉางเกิงเงยหน้ามองนาง แล้วมองเยว่ซี

“ข้าเคยทำอุปกรณ์ที่ไม่มีทางหยุด คนสั่งต้องการให้มันเดินต่อแม้ผู้ใช้หมดสติ ข้ายอมแก้แบบให้เพราะคิดว่าตนควบคุมทุกอย่างไว้แล้ว”

เขาหยุด ก่อนเลื่อนวงแหวนกลางออก

“ผู้ใช้ตายหนึ่งคน คนข้างนอกเปิดมันไม่ทัน”

เยว่ซีไม่พูดอะไร

ชายชรามองมือของตนเอง

“ตั้งแต่นั้นข้าไม่รับสร้างอาวุธ และไม่รับงานที่เจ้าของบอกว่าไม่ต้องสนใจว่าคนใช้จะหยุดอย่างไร”

เสิ่นซูเหอวางแบบร่างลงตรงหน้าเขา

“พวกเรามาเพื่อให้คนสองคนหยุดพักได้”

สวี่ฉางเกิงอ่านรายงานการตรวจผนึกอีกครั้ง

“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะเริ่มจากหาทางหยุดมันอย่างปลอดภัยก่อน”

⸻

คืนนั้น เยว่ซีเขียนจดหมายด้วยพู่กันด้ามใหม่

นางเล่าเรื่องล้อชักน้ำ เสียงโรงสี และช่างใหญ่ที่ดุคนจนทั้งโรงช่างเงียบ แต่ยอมลงไปซ่อมประตูน้ำก่อนกินข้าว

นางเขียนว่าตนเลือกคีมถูก เลือกลิ่มถูก แต่ยังลืมแจ้งเรื่องเครื่องมือชำรุด

แล้วจึงหยุดพู่กันอยู่ครู่หนึ่งก่อนเขียนต่อ

วันนี้ข้าเข้าใจแล้วว่าเหตุใดท่านจึงสอนให้ข้าหยุดก่อนสอนให้ใช้ปราณ

แต่ข้าอยากให้วันหนึ่งท่านหยุดได้โดยไม่ต้องคอยฟังว่าข้าจะเจ็บหรือไม่เช่นกัน

นางอ่านทวน แล้วเพิ่มอีกประโยค

พู่กันใช้ดีมากเจ้าค่ะ

เยว่ซีพับจดหมาย ส่งให้ศิษย์ผู้ดูแลรวมไปกับรายงานถึงชิงเสวียน

เมื่อกลับเข้าห้อง เสิ่นซูเหอกำลังอ่านกระดาษที่สวี่ฉางเกิงฝากมาให้

สีหน้าของอาจารย์ทำให้นางหยุดยิ้ม

“มีอะไรหรือเจ้าคะ”

เสิ่นซูเหอเลื่อนกระดาษให้อ่าน

เป็นคำถามเกี่ยวกับผนึกเดิมสิบกว่าข้อ ข้อท้ายถูกวงไว้ด้วยหมึกแดง

เมื่อผู้คุมหลับสนิท สิ่งใดเป็นตัวสั่งให้ผนึกปรับตามผู้ถูกผนึก

เยว่ซีอ่านแล้วมองกล่องผลึกที่เอว

“ผนึกทำงานเองมิใช่หรือเจ้าคะ”

“บางส่วนใช่ แต่รายงานที่เรานำมายังอธิบายส่วนนี้ไม่ครบ ต้องให้หลิงยวนช่วยตรวจ”

เสิ่นซูเหอรับกระดาษคืน

“ข้าส่งคำถามไปแล้ว พรุ่งนี้อาจได้คำตอบ”

⸻

ที่ชิงเสวียน หลิงยวนอ่านจดหมายของเยว่ซีจนจบ ก่อนวางไว้ข้างตะเกียง

อาจารย์ฉินนั่งตรงข้าม กำลังตรวจคำถามจากตงเหอ

“ตอนเจ้าหลับ ผนึกส่วนนี้ปรับจังหวะอย่างไร”

หลิงยวนเงียบไปครู่หนึ่ง

“ข้าฝังคำสั่งประคองไว้ในปราณเดิม”

“คำสั่งตายตัวหรือ”

“ไม่ทั้งหมด หากปราณนางเปลี่ยน มันจะดึงจิตข้ากลับมารับรู้”

อาจารย์ฉินเงยหน้าช้า ๆ

“แม้เจ้าไม่ตื่น?”

เขาพยักหน้า

หมอวางกระดาษลงทันที แล้วจับชีพจรเขาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้ตรวจเพียงเส้นปราณที่บาดเจ็บ

หลิงยวนมองจดหมายบนโต๊ะ

ตลอดสิบสามปี เขาคุ้นเคยกับการหลับที่ยังต้องเหลือบางส่วนของตนไว้เฝ้ารอ จนไม่เคยนับมันเป็นสิ่งผิดปกติที่ต้องแยกอธิบาย

อาจารย์ฉินเรียกศิษย์ให้เชิญเจ้าสำนักมา ก่อนหยิบพู่กันเขียนตอบตงเหอด้วยตนเอง

อย่าเพิ่งทดลองถอนผู้คุม

ภาระที่เหลือไม่ได้ผูกอยู่กับปราณเพียงอย่างเดียว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 102 — คราวนี้ข้าจะไปให้ทัน

    “ตอนนั้นท่านแม่อยู่ข้างข้า แล้วข้ากำลังเรียกใคร”หลินเยว่ซีวางบันทึกลงกลางโต๊ะประโยคสุดท้ายยังติดอยู่ในสายตา นางอายุเพียงสี่ขวบ แต่กลับได้ยินเสียงเรียกจากคนที่ไม่มีตัวตน ก่อนเหตุการณ์เมืองหลินอันถูกทำลายถึงหนึ่งปีผู้อาวุโสสวี่เลื่อนกระดาษส่วนที่พับไว้ออก“วันต่อมาบิดาเจ้าพาออกจากเรือนด้านตะวันตก อาการก็สงบ เขาเขียนไว้เท่านี้”เยว่ซีอ่านต่อจนถึงปลายหน้า แล้วพลิกด้านหลังเองไม่มีข้อความอื่นนางหันหาโม่หลิงยวน“ท่านเคยได้ยินเรื่องนี้หรือไม่”“ไม่เคย ตอนข้าพบเจ้า เจ้าห้าขวบแล้ว”“เช่นนั้นอย่าเพิ่งถือว่าเป็นอาคมเดียวกับที่ใช้จับคนเหล่านั้น”เยี่ยจื้อหยวนเงยหน้ามองนางเยว่ซีชี้ข้อความเรื่องย้ายเรือน“คนเจ็บที่เราช่วยกลับมายังมีอาการหลังออกจากที่ขัง แต่ข้าสงบลงทันทีที่เปลี่ยนสถานที่ อย่างน้อยมันก็ต่างกันตรงนี้เจ้าค่ะ”“ถูกต้อง” เขาตอบ “เก็บข้อแตกต่างนี้ไว้ตรวจต่อ”นางพยักหน้า ก่อนขอกระดาษมาคัดข้อความส่วนของบิดาระหว่างเขียน สายตากลับสะดุดลายหมึกที่คนอื่นเพิ่มลงในบันทึกฉบับใหญ่ ตรงที่บิดากำชับให้หยุดเมื่อผู้ป่วยเจ็บ มีคำสั่งให้ฝืนส่งปราณต่อเขียนทับอยู่พู่กันในมือนางหยุด“คนเขียนส่วนนี้ถูกจ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 101 — ลายมือที่กลับมาถึงนาง

    เผยเหวินซูหันกลับมาเมื่อได้ยินคำถามผู้คุมหยุดตาม เขามองบันทึกที่เยว่ซีประคองอยู่ ก่อนเดินกลับเข้ามาใต้ชายคาโดยมีคนตามประกบ“ตอนที่เซี่ยจิ้งเหิงสั่งให้ข้านำไปส่ง มันอยู่ในห้องหนังสือของเขาแล้ว”“เขาเคยบอกหรือไม่ว่าได้มาอย่างไร”“ไม่เคย”คำตอบสั้นจนเยว่ซีเผลอกำขอบกระดาษเผยเหวินซูเห็น แต่ไม่ได้รีบเติมสิ่งที่ตนไม่รู้ลงไปเพื่อให้นางพอใจ“ข้าจำได้ว่าตอนรับมา ปกกับเนื้อในหลุดจากกัน เขาให้คนเย็บใหม่ก่อนส่งออก ข้าเห็นเพียงหน้าที่เปิดค้างอยู่กับข้อความที่เขาสั่งให้ตรวจ”ผู้อาวุโสสวี่พลิกดูสันบันทึกทันทีด้ายสองแนวซ้อนกันอยู่จริง แนวหนึ่งสีซีดเกือบกลืนกับกระดาษ อีกแนวใหม่กว่าและร้อยห่างอย่างลวก ๆเยว่ซีมองรอยเย็บนั้นสิ่งที่บิดาเคยเขียนเพื่อช่วยคน ถูกใครบางคนถอดออก เปลี่ยนคำสอน แล้วเย็บกลับเข้าเล่มเหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น“ส่วนที่ใช้เสียงเรียกคน…” นางถาม “เป็นของท่านพ่อด้วยหรือไม่เจ้าคะ”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกเข้าหาแสง“ที่อ่านพบตอนนี้ บิดาเจ้าใช้สิ่งคุ้นเคยช่วยให้ผู้ป่วยแยกความทรงจำออกจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ส่วนผู้แก้ไขกลับใช้ความคุ้นเคยนั้นหลอกให้คนยอมเปิดเส้นปราณ”เขาชี้ข้อความซึ่งถูก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 100 — โอกาสที่ต้องเดินกลับมา

    “เจ้าจะออกจากที่คุมขังเพื่อช่วยคนครั้งนี้เท่านั้น”เจ้าสำนักกล่าวพลางเลื่อนคำสั่งแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าเผยเหวินซู“เครื่องผนึกปราณยังอยู่ ห้ามพกอาวุธ ห้ามแยกจากผู้ควบคุม หากพบสิ่งใดต่างจากที่เคยให้การ ต้องแจ้งทันที เมื่อเสร็จงานให้กลับมารับโทษตามเดิม”เผยเหวินซูก้มอ่านจนจบ“ข้ายอมรับ”ผู้คุมวางพู่กันให้ เขาจึงลงชื่อใต้คำสั่ง มือข้างที่ถูกเครื่องผนึกเสียดสีมีรอยแดง แต่ไม่ได้ร้องขอให้คลายออกจ้าวเฉิงมองลายมือบนกระดาษแล้วหันหาเจ้าสำนัก“ข้ามีเรื่องจะถามขอรับ”เผยเหวินซูวางพู่กันลง“ถามข้าเถิด”จ้าวเฉิงมองเขาตรง ๆ“จะให้พวกเราไว้ใจเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าก็เคยหักหลังพวกเรา”ห้องเงียบลงทันทีเผยเหวินซูไม่ได้หลบสายตา แต่คำตอบกลับช้ากว่าตอนรับเงื่อนไข“ข้าไม่มีคำใดทำให้เรื่องนั้นหายไป”“แล้วหากข้างในมีทางหนีที่เจ้าจงใจไม่เขียน—”“จ้าวเฉิง”เยว่ซีเรียกเบา ๆเขาหันมา สีหน้ายังคงเคร่งเครียด“ข้าไม่ได้ค้านเพราะไม่อยากช่วยคน แต่หากเขาพาหลิงยวนกับผู้อาวุโสเข้าไปติดกับ เราจะเสียคนเพิ่มอีกเท่าไร”“ข้าก็กลัวเรื่องนั้น”คำตอบทำให้เขานิ่งเยว่ซีมองเผยเหวินซู ก่อนพูดต่อ“ข้ายังจำสิ่งที่เขาทำได้ แต่คำเตือน

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 99 — เสียงของคนที่ไม่อยู่

    “ตรวจสายเลือด?”หลินเยว่ซีเงยหน้าจากจดหมายเสียงเก็บเก้าอี้จากลานพิธีรับรางวัลยังดังลอดหน้าต่างเข้ามา ป้ายรางวัลบนฝักกระบี่ของหลิงยวนยังผูกด้วยเชือกเส้นที่นางเพิ่งจัดให้ แต่บนโต๊ะตรงหน้ากลับมีคำขอเลือดของนางวางอยู่เรียบร้อยแล้วเจ้าสำนักเลื่อนจดหมายอีกสามฉบับมารวมกัน“บางสำนักเชิญเจ้าไปพักฟื้น บางแห่งเสนอช่วยฝึกควบคุมปราณ ข้าเรียกมาถามความประสงค์ของเจ้า มิได้รับปากผู้ใด”เยว่ซีวางจดหมายคืน“ข้าไม่ไปเจ้าค่ะ”“อาจารย์ฉินกับท่านเยี่ยดูแลข้าก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ”เจ้าสำนักพยักหน้า ก่อนส่งจดหมายให้ศิษย์รับรอง“แจ้งตามนี้ แล้วส่งแขกกลับไปพัก ไม่ต้องรอพบเยว่ซี”ศิษย์รับคำแล้วออกจากห้องไม่มีใครขอให้นางคิดใหม่เยว่ซีจึงคลายมือที่กำชายแขนเสื้อโดยไม่รู้ตัว หลิงยวนเห็น แต่เพียงขยับเก้าอี้ให้นางลุกสะดวกทั้งสองเดินออกทางประตูข้าง ระหว่างผ่านระเบียง เสียงสนทนาจากห้องรับรองดังขึ้นพอดี“แม้แต่พบสักครู่ก็ไม่ได้หรือ”“ศิษย์พี่หลินต้องพักขอรับ”“ข้าเพียงอยากช่วยให้นางรู้ว่าพลังนั้นมาจากไหน”เยว่ซีชะลอฝีเท้า เหลือบมองไปเพียงครู่เดียวหลิงยวนหยุดรออยู่ข้างหน้า“กลับหรือไม่”เยว่ซีเดินไปจับมือเขาเอง“กลับเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 98 — วันที่เสียงปรบมือกลับมา

    “อย่าให้ผู้ใดตามเสียงเข้าไปตามลำพัง”เยี่ยจื้อหยวนกล่าวหลังอ่านรายงานจบ เขาพลิกกระดาษกลับไปดูคำให้การของผู้รอดชีวิตอีกครั้ง ก่อนวางลงตรงหน้าเจ้าสำนัก“ยังสรุปไม่ได้ว่าเสียงมาจากคน อาคม หรือสิ่งอื่น แต่หากมันดังจากห้องที่ตรวจแล้วว่าไม่มีใคร ต้องรักษาระยะไว้ก่อน”ผู้อาวุโสสวี่เตรียมแผ่นอาคมลงกล่อง“ข้าจะไปกับคนส่งข่าว ตรวจทางเชื่อมใต้ดินและรอยสลักในห้อง ส่วนผู้รอดชีวิตให้ย้ายออกมาก่อน”หลิงยวนเลื่อนแผนที่เข้ามา“ใช้ทางเกวียนด้านใต้ เส้นทางสั้นกว่า และไม่ต้องผ่านช่องเขา ข้าจะให้คนไปสมทบที่ปากทาง”เจ้าสำนักอนุญาตทันที พร้อมส่งหมอและผู้คุ้มกันเพิ่มเมื่อจัดการเสร็จ ฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้วผู้อาวุโสสวี่ปิดกล่อง หันมองหลิงยวนซึ่งยังยืนอยู่ข้างแผนที่“เรื่องทางนี้มีคนรับแล้ว วันนี้เจ้ามีหน้าที่บนลาน”หลิงยวนพยักหน้าเขารอจนกลุ่มเดินทางพ้นประตู ก่อนหยิบกระบี่ขึ้นมาสายรัดข้อมือที่เยว่ซีผูกให้ยังเรียบร้อย⸻เยว่ซีมาถึงลานเหนือพร้อมยายหวังวันนี้เสี่ยวถังเลือกพักช่วงเช้า เพื่อเก็บแรงมาร่วมพิธีมอบรางวัลในตอนบ่าย จ้าวเฉิงรับปากจะจำกระบี่สุดท้ายไปเล่าให้ฟังอย่างละเอียด“ข้าบอกนางแล้วว่าจะไม่แต่งเต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 97 — ก้าวกลับเข้าสู่ลาน

    เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังขึ้นสามครั้งครั้งที่สี่ เหยียนอวี้หนิงหยุดมือก่อนปลายกระบี่จะถึงไหล่จ้าวเฉิง“เจ้าเปลี่ยนเท้าเร็วเกินไป”จ้าวเฉิงก้มมองเท้าตนเอง“ข้าฝึกมาทั้งชีวิตเพื่อให้เร็วขึ้น วันนี้กลับต้องช้าลงอีก”“ข้าขอให้เจ้าจำลองจังหวะของเขา มิได้ขอให้เจ้าชนะข้า”“คำขอของเจ้าทำร้ายความมั่นใจข้ามาก”เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหลุดหัวเราะ ก่อนใช้ปลายกิ่งไม้ขีดเส้นบนดิน“ตอนเขายกกระบี่หนัก ไหล่จะขยับก่อน แต่ตอนส่งปราณดิน เขาจะกดส้นเท้า”อวี้หนิงลดกระบี่แล้วเดินมาดู“หากเขาใช้สองอย่างพร้อมกัน?”เยว่ซีวางกิ่งไม้ทาบเส้นหนึ่ง“ครั้งก่อนเราคิดแต่ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ถ้าเขายืนมั่นคงอยู่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไร”อวี้หนิงมองภาพบนดิน ก่อนใช้รองเท้าลบเส้นตรงกลางทิ้ง“ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้เขาล้ม”นางขีดเส้นใหม่ออกไปด้านข้าง“ให้กระบี่เขาไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วข้าไปอีกทาง”จ้าวเฉิงชะโงกมอง“ดี เช่นนั้นคนที่ต้องยืนรับคือข้าหรือ”อวี้หนิงยื่นกระบี่ไม้คืนให้“เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว”⸻สิบสองวันผ่านไปนับจากเหตุที่เรือนรักษาคนทั้งสามที่พยายามลักพาตัวผู้ป่วยถูกแยกสอบ บัญชีคลังอาวุธของสำนักต้นสังก

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status