Beranda / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 45 — คนที่ไม่ต้องเฝ้า

Share

บทที่ 45 — คนที่ไม่ต้องเฝ้า

last update Tanggal publikasi: 2026-10-20 18:32:39

เยว่ซีอ่านข่าวจากชิงเสวียนสองครั้ง

ครั้งแรกนางเห็นเพียงคำว่า จิตผูกกับผนึก

ครั้งที่สองจึงอ่านส่วนที่เหลือได้ครบ

ไม่มีวิญญาณแตกสลาย ไม่มีส่วนหนึ่งของหลิงยวนถูกขังอยู่ในร่างนาง สิ่งที่เขาฝังไว้เป็นคำสั่งประคองผนึก เมื่อปราณเปลี่ยนผิดจากจังหวะเดิม มันจะเรียกการรับรู้ของเขากลับมาจัดการ แม้ในยามหลับ

แต่ตลอดสิบสามปี จังหวะผิดปกติเกิดขึ้นบ่อยเพียงใด เขาเองกลับตอบไม่ได้แน่ชัด

เพราะหลายครั้งเขาทำมันโดยไม่รู้ตัวแล้ว

เยว่ซีวางกระดาษลงช้า ๆ

เสิ่นซูเหอเลื่อนถ้วยน้ำมาให้

“อาจารย์ฉินยังตรวจต่ออยู่ ไม่ได้พบว่าเขากำลังทรุดกะทันหัน”

“ข้ารู้เจ้าค่ะ”

นางตอบ แต่ยังไม่แตะถ้วย

“ข้าเพียงนึกถึงเวลาที่เห็นเขานอน”

ภาพหลิงยวนหลับอยู่ข้างหน้าต่างผุดขึ้นมา ทั้งคืนที่นางคิดว่าเขาคงได้พัก และช่วงสั้น ๆ หลังถ่ายภาระปราณพฤกษา

เขาพักได้มากขึ้นจริง

ทว่ายังมีบางสิ่งคอยเรียกอยู่เสมอ

เยว่ซีหยิบพู่กัน จุ่มหมึกแล้วเขียนคำแรก

ท่าน…

ปลายพู่กันหยุดค้าง

นางเกือบถามว่าเหตุใดไม่บอกอีกแล้ว แต่เมื่อมองรายงานซึ่งเขาตอบรายละเอียดทุกข้อ ความโกรธที่กำลังเกิดก็เปลี่ยนเป็นความรู้สึกอื่น

เขาควรบอกสิ่งที่รู้

ส่วนสิ่งที่คุ้นเคยจนแยกไม่ออกว่าผิดปกติ พวกเขาต้องช่วยกันหา

เยว่ซีพลิกกระดาษแผ่นใหม่

วันนี้ข้าอ่านผลตรวจแล้ว ข้ามีเรื่องอยากถามอีกหลายข้อ แต่ไม่ต้องฝืนตอบคืนนี้เจ้าค่ะ

หากนึกได้ว่าเวลาใดเคยตื่นโดยไม่รู้สาเหตุ ช่วยจดไว้ด้วย ข้าจะจดเวลาที่ปราณข้าเปลี่ยนให้ตรงกัน

นางเขียนวันกับยามไว้ชัดเจน ก่อนส่งให้เสิ่นซูเหอตรวจประกอบกับรายงาน

จากนั้นจึงลุกขึ้นไปโรงช่าง

⸻

สวี่ฉางเกิงอ่านข่าวแล้วไม่ได้รื้อแบบทั้งหมดทิ้ง

เขาหยิบกระดิ่งสองใบมาวางบนโต๊ะ

“ใบหนึ่งดังทุกครั้งที่ประตูขยับ อีกใบดังเฉพาะเมื่อคนเข้ามา เจ้าอยากนอนอยู่ใกล้ใบไหน”

เยว่ซีมองกระดิ่ง

“ใบที่สองเจ้าค่ะ”

“แต่ถ้าคนเข้ามาแล้วมันไม่ดังเล่า”

“ก็ใช้ไม่ได้”

“ถูก”

ชายชราวางกระดิ่งกลับ

“เราจึงต้องรู้ก่อนว่าอะไรควรเรียกเขา อะไรปล่อยให้ผนึกจัดการเองได้ อย่าตัดเสียงเตือนเพียงเพราะรำคาญเสียง”

เสิ่นซูเหอคลี่ผลตรวจลงข้างแบบ

“เริ่มจากส่วนที่ย้ายออกมาอยู่ในผลึกแล้วได้หรือไม่ ภาระส่วนนี้แยกชัดที่สุด”

“ได้ และยังไม่แตะของที่นางใช้อยู่จริง”

เขาเลื่อนถาดทดลองมา

“ทำตัวรับสัญญาณแยกไว้ก่อน ให้มันเฝ้าดูอย่างเดียว เปรียบเทียบกับสิ่งที่ผู้คุมทำ หากมันยังดูผิด ก็อย่าให้มันสั่งอะไร”

เยว่ซีเปิดสมุด จดคำอธิบายตาม

ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้พยายามสร้างสิ่งที่รับหน้าที่ของหลิงยวนทั้งหมดในคราวเดียว

พวกเขากำลังสอนอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งให้แยกให้ออกว่าเมื่อใดควรเรียกเขา

⸻

งานแรกของเยว่ซีคือขัดแผ่นทองแดง

นางใช้เวลาเกือบทั้งเช้ากับแผ่นขนาดเท่าฝ่ามือ พอคิดว่าเรียบแล้ว สวี่ฉางเกิงก็วางไม้บรรทัดพาดให้ดูช่องแสงด้านล่าง

ยังโก่งอยู่

นางจึงเริ่มใหม่

วันที่สามนางได้ฝึกสลักร่องบนเศษวัสดุ วันที่สี่ปลายเหล็กหลุดออกนอกเส้นจนต้องทิ้งชิ้นงานไปสองชิ้น

จ้าวเฉิงซึ่งขนไม้ผ่านมาหยุดมอง

“ข้านึกว่าเรียนอาคมต้องนั่งหลับตา”

เยว่ซีเป่าฝุ่นออกจากร่อง

“ข้าก็เพิ่งรู้ว่าต้องนั่งหลังแข็งด้วย”

เขาหัวเราะ แล้ววางม้วนผ้าไว้ข้างโต๊ะ

“รองข้อศอก ช่างข้างนอกบอกให้เอามาให้”

นางรับมาลองใช้

ปลายมือมั่นคงขึ้นเล็กน้อย

“ขอบใจ”

จ้าวเฉิงพยักหน้า ก่อนยกไม้เดินต่อ คราวนี้เขาตรวจเชือกสองเส้นก่อนยก ไม่พาดบ่าทันทีเหมือนตอนสอบ

เยว่ซีมองแล้วอมยิ้ม

นางก้มกลับมาทำงาน จนเมื่อพลิกแผ่นทองแดงเทียบแบบจึงพบว่าตนเองทำผิดอีกแล้ว

ร่องตื้นด้านหนึ่งควรสิ้นสุดก่อนถึงขอบ

แต่นางลากมันยาวไปเชื่อมกับร่องด้านนอก

หากขัดแต่งให้เรียบ ความผิดนั้นอาจดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของแบบ

เยว่ซีวางเครื่องมือลง

“อาจารย์สวี่เจ้าคะ ข้าทำชิ้นนี้เสียแล้ว”

ชายชราเดินมาดู

“รู้เมื่อใด”

“เมื่อครู่เจ้าค่ะ ตอนพลิกเทียบ”

“ถ้าใช้งานจะเกิดอะไร”

นางมองเส้นที่ต่อผิด

“สัญญาณจากสองทางจะรวมกัน แต่ข้ายังไม่รู้ว่าจะทำให้มันตอบผิดอย่างไร”

“เช่นนั้นแยกไว้ แล้วเขียนว่าไม่แน่ใจตรงไหน”

เขาไม่ได้ให้นางเอาไปซ่อนในกองเศษวัสดุ

แผ่นทองแดงชิ้นนั้นถูกวางไว้ข้างแบบทดลอง พร้อมชื่อผู้ทำและคำอธิบายสั้น ๆ

ตอนบ่าย สวี่ฉางเกิงนำมันมาทดลองในวงปิดที่มีผลึกเล็กเพียงชิ้นเดียว

เมื่อเพิ่มแรงสั่น สัญญาณเตือนกลับดับลง

เยว่ซีเย็นวาบไปทั้งหลัง

หากนางไม่บอก มันอาจดูเหมือนทำงานสงบดีในเวลาที่ควรเตือนมากที่สุด

“จำความรู้สึกนี้ไว้” สวี่ฉางเกิงกล่าว “แล้วกลับไปทำชิ้นใหม่ อย่าเอาแต่นั่งกลัวชิ้นเก่า”

นางพยักหน้า

วันนั้นเยว่ซีทำงานช้าลง แต่ก่อนส่งทุกชิ้น นางตรวจทั้งสองด้านเสมอ

⸻

ที่ชิงเสวียน หลิงยวนเริ่มจดเวลาตื่น

คืนแรกมีสามช่วงที่จำได้

คืนถัดมาอาจารย์ฉินเพิ่มแผ่นตรวจการเคลื่อนไหวของปราณไว้ข้างเตียง จึงพบอีกสองช่วงที่เขาไม่รู้ตัวว่ามีการตอบสนอง

เจ้าสำนักยืนอ่านรอยเส้นบนกระดาษอยู่นาน

“เจ้าส่งปราณออกไปทุกครั้งหรือ”

“ไม่ทุกครั้งขอรับ บางครั้งเพียงตรวจแล้วปล่อยให้ผนึกทำงานต่อ”

“แต่จิตเจ้าก็กลับไปเฝ้าแล้ว”

หลิงยวนพยักหน้า

เขาไม่ได้กล่าวว่าไม่เป็นไร

เมื่อเห็นเวลาของตนเทียบกับบันทึกที่เยว่ซีส่งมา บางช่วงตรงกับการฝึก บางช่วงตรงกับการเปลี่ยนอิริยาบถหลังนั่งนาน และบางช่วงไม่พบความผิดปกติที่จำเป็นต้องแทรกแซงเลย

คำสั่งที่สร้างขึ้นในคืนวิกฤตยังคงระวังทุกการเปลี่ยนแปลง ราวกับเด็กหญิงวัยห้าขวบยังนอนอยู่กลางอาคมที่กำลังพัง

หลิงยวนวางนิ้วลงตรงเวลาหนึ่ง

“ช่วงนี้ลดการตอบสนองได้ แต่ต้องมีสิ่งรับแทนหากแรงเกินขอบเขตเดิม”

อาจารย์ฉินจดตาม

“เราจะส่งไปให้ตงเหอพิจารณา”

ก่อนหมอออกจากห้อง หลิงยวนเรียกไว้

“เรื่องนี้บอกนางได้ทั้งหมด”

อาจารย์ฉินมองเขา

“ข้าก็บอกอยู่แล้ว”

หลิงยวนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“ดีแล้วขอรับ”

⸻

วันที่เจ็ดของการฝึก ตัวรับสัญญาณชิ้นแรกทำงานได้ต่อเนื่องหนึ่งชั่วยาม

มันเป็นกล่องทองแดงเรียบ ๆ ภายในมีแผ่นบางสามชั้นกับผลึกเล็กตรงกลาง ไม่มีรูปร่างคล้ายฐานผนึกในแบบร่างเลย

หน้าที่ของมันยังจำกัดมาก

รับการเปลี่ยนแปลงจากถาดจำลอง แยกการสั่นเล็กน้อยออกจากแรงผิดปกติ และยกแผ่นสีแดงขึ้นเมื่อเกินขอบเขต

เยว่ซีนั่งจดผลอยู่ข้างเสิ่นซูเหอ

สวี่ฉางเกิงขยับผลึกต้นทางทีละน้อย

แผ่นสีแดงไม่ขยับ

เขาเพิ่มแรงอีกระดับ

แผ่นสีแดงยกขึ้นทันที

จ้าวเฉิงซึ่งได้รับมอบหมายให้เฝ้าสัญญาณยื่นมือไปหยุดวงทดลองตามที่ฝึกไว้

ทุกอย่างเงียบลง

เยว่ซีเพิ่งจะยิ้ม สวี่ฉางเกิงก็ยื่นมือมาดึงผลึกเล็กกลางกล่องออก

แผ่นสีแดงยังคงยกอยู่

เขาพยักหน้า

“อย่างน้อยเวลาเสีย มันไม่แสร้งทำเป็นปกติ”

เสิ่นซูเหอขอตรวจซ้ำกับการเปลี่ยนแปลงแบบอื่น

ตอนเย็นพวกเขาพบว่ามันยังเตือนช้าเกินไปในบางจังหวะ จึงต้องแก้ต่อ

เยว่ซีไม่ได้เขียนคำว่า สำเร็จ ลงในสมุด

นางเขียนว่า แยกได้สามแบบ อีกหนึ่งแบบยังช้า

ก่อนกลับที่พัก สวี่ฉางเกิงเรียกนางไว้

“ชิ้นนี้เจ้าทำส่วนใด”

นางชี้แผ่นรองด้านล่าง

“ขัดฐานกับสลักร่องตามที่ท่านตรวจแล้วเจ้าค่ะ”

“ใครทำส่วนที่เหลือ”

นางไล่ชื่อช่างผู้ประกอบ ช่างสลักอักขระ และเสิ่นซูเหอที่กำหนดขอบเขตจากผลตรวจ

ชายชราจึงยื่นป้ายงานเล็ก ๆ ให้

“เขียนให้ครบแล้วแขวนไว้ ของชิ้นนี้มีคนทำหลายคน เวลาพบปัญหาจะได้ถามถูกคน”

เยว่ซีรับป้าย

นางเขียนชื่อของตนไว้ท้ายแถว ในช่องที่ระบุหน้าที่อย่างชัดเจน

ตัวอักษรไม่ใหญ่กว่าชื่อใคร

แต่นางมองมันนานกว่าทุกบรรทัด

⸻

เมื่อครบสิบวัน เยว่ซีไม่ได้กลับพร้อมฐานทั้งหก

นางได้สมุดที่เต็มไปด้วยรอยแก้ นิ้วซึ่งมีรอยถลอกเล็กน้อย และกล่องทองแดงหนึ่งใบที่ผ่านการทดสอบกับแบบจำลองแล้ว แต่ยังไม่มีสิทธิ์สั่งผนึกจริง

สวี่ฉางเกิงมอบกล่องให้เสิ่นซูเหอ

“ข้าจะตามไปหลังส่งงานประตูน้ำ อย่าเปลี่ยนจากเฝ้าดูเป็นควบคุมก่อนข้าไปถึง”

“เข้าใจ” เสิ่นซูเหอตอบ

เยว่ซีคารวะชายชรา

“ข้าจะกลับมาเรียนอีกได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ถ้าจำได้ว่าเครื่องมือเสียต้องแยกไว้”

“จำได้เจ้าค่ะ”

“แล้วถ้าทำผิด?”

“บอกทันที ไม่ขัดให้ดูเหมือนถูก”

สวี่ฉางเกิงพยักหน้า ก่อนโยนห่อผ้าเล็ก ๆ ให้

ข้างในเป็นเศษทองแดงสำหรับฝึกสลัก

“กลับไปอย่าฝึกบนโต๊ะกินข้าว”

เยว่ซีหัวเราะแล้วรับคำ

รถม้าออกจากตงเหอในยามเช้า นางมองรางน้ำที่ไหลขนานถนน คราวนี้เห็นทั้งจุดพักน้ำ ช่องระบาย และคนที่คอยดูแลอยู่ตามทาง

สิ่งที่นางเคยมองว่าเป็นเพียงภาพงดงาม เริ่มมีรายละเอียดให้สงสัยมากขึ้นทุกที

นางเปิดสมุด จดคำถามไว้สำหรับการกลับมาครั้งหน้า

⸻

หลิงยวนมารับที่ประตูสำนัก

เขาไม่ได้คล้องแขนแล้ว แต่ยังไม่สะพายกระบี่ เยว่ซีลงจากรถ มองแขนซ้ายเขาก่อนใบหน้าเสียอีก

“ดีขึ้นแล้ว” เขากล่าว

“อาจารย์ฉินอนุญาตหรือเจ้าคะ”

“ให้เดินมารับคนได้”

นางยิ้ม ก่อนก้าวเข้าไปกอดเขาอย่างระวัง

ห่อสัมภาระชนอกเขาเบา ๆ เยว่ซีรีบถอย แต่หลิงยวนใช้มือขวาประคองห่อไว้ แล้วปล่อยให้นางพิงอยู่ต่ออีกครู่หนึ่ง

“กลับมาแล้วเจ้าค่ะ”

“อืม”

คำตอบสั้นมาก แต่ฝ่ามือที่วางอยู่บนหลังนางอุ่นมั่นคง

เมื่อผละออก เยว่ซีจึงเริ่มเล่าอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องเครื่องมือ ร่องอาคม และแผ่นทองแดงที่นางทำผิด

หลิงยวนรับห่อหนังสือด้วยมือขวา เดินฟังข้างนางตลอดทาง

เขาไม่ถามว่าทำไมยังสร้างฐานผนึกไม่ได้

นางเองก็ไม่จำเป็นต้องพูดว่าขอโทษที่นำกลับมาได้เพียงเท่านี้

⸻

อีกสี่วันต่อมา สวี่ฉางเกิงมาถึงชิงเสวียน

กล่องทองแดงได้เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของผลึกสายพฤกษาครบหลายรอบแล้ว ผลเทียบกับบันทึกของหลิงยวนตรงกันในขอบเขตที่กำหนด

พวกเขาจึงเตรียมทดลองส่งหน้าที่ตรวจส่วนเล็กนั้นให้อุปกรณ์ชั่วคราว

ผนึกสายอื่นยังทำงานเช่นเดิม ภาระที่เหลือไม่ได้ถูกถอนออก และหากแผ่นแดงยกขึ้น ทุกอย่างจะกลับสู่ทางเดิมทันที

เยว่ซีนั่งอยู่ข้างเสิ่นซูเหอ มือวางนิ่งบนเข่า

หลิงยวนนอนเอนบนเตียงเตี้ย อาจารย์ฉินตรวจชีพจร ส่วนเจ้าสำนักเฝ้าผนึกอีกด้าน

สวี่ฉางเกิงเลื่อนตัวกั้นในกล่องช้า ๆ

เสียงโลหะเบียดกันดังเพียงกริ๊กเดียว

หลิงยวนหลับตา

ผ่านไปหลายลมหายใจ เขายังไม่ผ่อนหัวไหล่

“รู้สึกอย่างไร” อาจารย์ฉินถาม

“เงียบลง”

“เจ็บหรือไม่”

“ไม่เจ็บ”

“เช่นนั้นอย่าเรียกสัญญาณกลับมาเพียงเพื่อตรวจว่ามันยังอยู่”

เปลือกตาหลิงยวนขยับเล็กน้อย

เขาเพิ่งรู้ว่าตนกำลังทำเช่นนั้น

เยว่ซีนั่งอยู่ในระยะที่เขามองเห็น นางไม่ได้จับมือหรือส่งปราณไปช่วย เพียงกล่าวเบา ๆ

“ข้าอยู่ตรงนี้เจ้าค่ะ อาจารย์ก็อยู่”

หลิงยวนมองนาง ก่อนพยักหน้าแล้วหลับตาลงอีกครั้ง

คราวนี้มือขวาค่อย ๆ คลายออกบนผ้าปู

⸻

การทดลองยาวเพียงครึ่งชั่วยาม

หลิงยวนหลับไปในช่วงท้าย ไม่มีเลือด ไม่มีแสงผิดปกติ และไม่มีความทรงจำใดถูกกระชากออกจากผนึก

กล่องทองแดงรับการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของปราณพฤกษาไว้สองครั้ง โดยไม่ต้องเรียกเขากลับมาตรวจ

ส่วนสายอื่นยังมีการตอบสนองตามเดิมหนึ่งครั้ง

อาจารย์ฉินจดทุกอย่าง ก่อนปลุกเขาตามเวลาที่ตกลงกัน

หลิงยวนลืมตา มองตะเกียง แล้วหันไปมองหน้าต่างราวกับกำลังนับเวลาที่หายไป

“ครบแล้วหรือ”

“ครบแล้ว” หมอตอบ “วันนี้หยุดเท่านี้”

สวี่ฉางเกิงนำระบบกลับสู่ทางเดิม ตรวจซ้ำจนแน่ใจจึงปลดกล่องออก

เยว่ซีรอให้ทุกคนเก็บเครื่องมือแล้วค่อยเข้าไปนั่งข้างเตียง

“ต่างจากเดิมหรือไม่เจ้าคะ”

หลิงยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ข้าไม่ได้ยินบางอย่างที่เคยต้องฟัง”

นางมองกล่องทองแดงในมือช่างใหญ่

มันยังทำได้เพียงเล็กน้อย ฐานอื่นยังต้องสร้าง ส่วนการผูกจิตยังต้องแก้อย่างระมัดระวัง

แต่สิ่งที่ทำอยู่ไม่ได้มีเพียงคำคาดหวังอีกแล้ว

เยว่ซีเลื่อนมือไปหาเขา หลิงยวนจับไว้ ก่อนพลิกดูรอยถลอกเล็ก ๆ ตรงปลายนิ้วนาง

“จากการสลัก?”

“หายเกือบหมดแล้วเจ้าค่ะ”

เขาลูบข้างรอยแผลเบา ๆ

เยว่ซีก้มมองนิ้วของทั้งสองที่วางทับกัน แล้วกล่าวด้วยเสียงเบาลง

“คราวหน้าข้าจะทำให้เรียบกว่านี้”

“ของชิ้นนั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ”

หลิงยวนเงยหน้าขึ้น

“ครั้งนี้ก็ดีมากแล้ว”

⸻

เย็นวันนั้น สวี่ฉางเกิงขอให้เจ้าสำนักจัดห้องทำงานที่ชิงเสวียนให้ชั่วคราว

เขาวางแบบห้าฐานลงกลางโต๊ะ แล้วขีดวงที่หกเพิ่มด้วยพู่กันของตนเอง

“ข้ารับทำงานนี้”

เยว่ซีเงยหน้าทันที

ชายชราชี้ไปยังบันทึกผลการทดลอง

“แต่ทำทีละส่วน และทุกส่วนต้องหยุดได้เหมือนวันนี้”

เจ้าสำนักรับคำ

สวี่ฉางเกิงจึงเขียนรายการวัสดุที่ต้องใช้ เหออิงจะช่วยตรวจผลึก โรงช่างตงเหอจะเตรียมชิ้นส่วน ส่วนแพทย์ทั้งสองต้องกำหนดขอบเขตสำหรับปราณแต่ละสาย

เยว่ซีหยิบสมุด เตรียมจดหน้าที่ของตน

ชายชราเลื่อนแผ่นทองแดงชำรุดที่นางเคยทำผิดกลับมาให้

“เริ่มจากอธิบายให้ช่างที่นี่ฟังว่าเหตุใดชิ้นนี้จึงใช้ไม่ได้”

นางรับมันไว้

บนโต๊ะข้างกัน หลิงยวนกำลังอ่านผลตรวจของตนเอง เขาวางกระดาษลงเมื่ออาจารย์ฉินบอกให้พัก แล้วลุกออกไปโดยไม่ขออ่านต่ออีกหน้า

เยว่ซีมองตามจนพ้นประตู ก่อนหันกลับมาหาช่างสองคนที่รอฟัง

นางวางแผ่นทองแดงให้ด้านที่ผิดหันขึ้น

“ร่องนี้ข้าสลักเกินไปเจ้าค่ะ”

ปลายนิ้วแตะตรงจุดเชื่อม

“เวลาที่ควรเตือน มันกลับเงียบ เราจึงต้องตรวจตรงนี้ก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง”

แล้วนางก็เริ่มอธิบายสิ่งที่ตนเรียนมา ตั้งแต่ต้นจนจบ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 70 — หนึ่งครั้งที่ต้องเอื้อมถึง

    ปลายกระบี่ไม้แตะหน้าผากหลินเยว่ซี ก่อนกระบี่ในมือนางจะยกพ้นเอวเสียอีกนางยืนนิ่งโม่หลิงยวนลดมือลง“อีกครั้ง”“เมื่อครู่ข้ายังไม่ได้ตั้งท่า”“ข้าเห็นแล้ว”เยว่ซีหรี่ตาใส่เขาลานฝึกด้านตะวันออกยังปกคลุมด้วยหมอกบาง แสงเช้าส่องผ่านยอดไม้ลงบนพื้นหินซึ่งมีรอยกระบี่เก่าพาดอยู่หลายแนว รอบลานมีรางน้ำตื้นและแปลงไม้เลื้อยสำหรับศิษย์ฝึกปราณ ไม่มีแผ่นอาคมให้เลื่อน ไม่มีโต๊ะหรือแบบแปลนให้ก้มอ่านมีเพียงเขา กระบี่สองเล่ม และระยะห่างสามก้าวก่อนเริ่ม หลิงยวนตรวจแผลที่มือนางแล้ว รอยข่วนไม่ลึก ไหล่ยังตึงเล็กน้อยแต่ขยับได้ตามปกติ เขาจึงกำหนดให้ฝึกช่วงสั้น สลับพัก และยังไม่ใช้ปราณจนกว่าจะอุ่นร่างกายพอเยว่ซีขยับเท้าขวาไปด้านหลังคราวนี้นางยกกระบี่ทันทีเสียงไม้กระทบกันดังแปะกระบี่ของนางถูกปัดออก ปลายกระบี่อีกฝ่ายหยุดตรงหัวไหล่“อีกครั้ง”นางสูดลมหายใจครั้งที่สาม เยว่ซีไม่รอให้เขาลงมือก่อนนางแทงตรงเข้าหาหน้าอกหลิงยวนขยับเพียงครึ่งก้าว คมไม้ของนางผ่านชายเสื้อไป ขณะที่กระบี่เขาแตะข้อมือนางเบา ๆนิ้วคลายโดยไม่ตั้งใจกระบี่ร่วงลงพื้นเยว่ซีก้มมองมัน แล้วเงยหน้ามองเขา“ท่านทำเช่นนี้กับศิษย์ทุกคนหรือ”“คนท

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 69 — คนที่เรียกอยู่ข้างหลัง

    “ของที่ช่วยให้หลับสบายอยู่ที่ใด”โม่หลิงยวนถามทันทีที่ก้าวเข้าประตูเรือนพักหลังใหม่ผู้อาวุโสผู้ดูแลคณะจากสามสำนักลุกขึ้นจากโต๊ะ ใบหน้ามีแววไม่พอใจจากการถูกเปลี่ยนที่พักกลางดึก แต่เมื่อเห็นกระดาษในมือเขา สีหน้าก็เปลี่ยนไป“เกิดอะไรขึ้นอีก”หลิงยวนวางสำเนารายชื่อบนโต๊ะ“คนเหล่านี้ได้รับของก่อนเดินทางมาหรือไม่”อีกฝ่ายก้มอ่าน ก่อนชี้ชื่อศิษย์สองคนของตน“ได้รับหมอนสมุนไพร บอกว่าเป็นของรับรองจากเรือนชิงเหอ ข้าให้ตรวจแล้ว มีแต่ใบยาแห้งกับดอกไม้”“ใครเป็นผู้ตรวจ”คำถามนั้นทำให้ห้องเงียบลงผู้อาวุโสหันไปมองชายชุดน้ำตาลที่ยืนอยู่ข้างหีบเดินทางชายผู้นั้นค่อย ๆ วางถ้วยชา“ข้าเอง”หลินเยว่ซีหยุดอยู่หลังหลิงยวนครึ่งก้าว นางเห็นมือขวาของชายชุดน้ำตาลหายเข้าไปในแขนเสื้อ“มือเขา!”ถ้วยชาถูกปาใส่ตะเกียงทันทีหลิงยวนชักกระบี่แสงสีเงินอมฟ้าตัดถ้วยกลางอากาศ เศษกระเบื้องยังไม่ทันตกถึงพื้น ชายชุดน้ำตาลก็ถีบหีบเดินทางใส่ผู้อาวุโสแล้วพุ่งไปทางประตูด้านข้างจ้าวเฉิงยืนขวางอยู่ก่อนแล้ว“ข้าอุตส่าห์เลือกประตูที่ลมไม่โกรก”ปลายฝักกระบี่กระแทกข้อมืออีกฝ่ายของชิ้นเล็กหลุดออกจากแขนเสื้อเป็นหลอดกระดูกยาวเพียงครึ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 68 — คนที่ยังไม่หลับ

    “หยุดคณะเดินทางทั้งสามก่อนถึงเรือนพัก” เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การของเผยเหวินซูลงบนโต๊ะ ศิษย์หอวินัยรับตราคำสั่งแล้วออกไปทันที อีกสองคนแยกนำข่าวไปยังด่านใต้เขาและทางแยกฝั่งตะวันออก โม่หลิงยวนก้มมองชื่อบนกระดาษ เรือนรับรองชิงเหอ สถานที่พักสำหรับศิษย์ต่างสำนักซึ่งเดินทางมาร่วมงานประลอง อยู่ห่างจากตลาดใต้เขาออกไปไม่ถึงยี่สิบลี้ “ส่งคนไปตรวจจากภายนอกแล้วขอรับ” หัวหน้าหอวินัยรายงาน “หน้าประตูยังมีคนเฝ้า โรงครัวก่อไฟตามปกติ ไม่มีคณะศิษย์เข้าพักก่อนกำหนด” “คนงานเล่า” หลิงยวนถาม “ผู้ดูแลแจ้งไว้สิบสองคน” “ยืนยันว่าอยู่ที่ใดบ้าง อย่าให้ความสนใจเฉพาะห้องรับรอง” เจ้าสำนักเลื่อนภาพสะพานที่เผยเหวินซูเติมรายละเอียดมาให้ เสาหินสองต้น รอยร้าวใต้ฐานด้านขวา และทางน้ำใต้สะพานซึ่งลึกพอให้เรือเล็กลอดผ่าน “เขาระบุว่าของถูกส่งเข้าทางนี้” หลิงยวนมองข้อความอีกบรรทัด แผ่นรองพื้นไม่ได้ปูบนพื้น ทุกแผ่นติดอยู่ใต้เตียง “ให้คนเฝ้าปลายน้ำทั้งสองฝั่งด้วย” เขาหยิบกระบี่ขึ้น คราวนี้สิ่งที่พวกเขาต้องไปให้ถึงก่อน ไม่ใช่ขบวนรถ แต่เป็นเวลาที่คนในเรือนดับตะเกียงเข้านอน ⸻ หลินเยว่ซีพบเสิ่นซูเหอตรงทางเดิ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

    “นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง” เสิ่นซูเหอมองรอยประตูที่ศิษย์หนุ่มวาดบนโต๊ะ น้ำตรงส่วนอื่นเริ่มแห้งแล้ว แต่เส้นใต้ประตูยังเปียก ราวกับมีใครลากนิ้วซ้ำอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่มือของเขาวางอยู่บนตัก นางเลื่อนถ้วยออกจากรอยนั้นอย่างสงบ “เจ้าชื่ออะไร” ชายหนุ่มกะพริบตา “หลิวอันขอรับ” “หลิวอัน มองข้า ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด” “ชิงเสวียน” “ดี วางเท้าทั้งสองลงบนพื้น อย่ามองโต๊ะ” เขาทำตาม ทว่าดวงตายังเหลือบกลับไปหารอยน้ำ เสียงเคาะดังขึ้นสามครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผู้คุมหน้าประตูหันขวับ เสียงไม่ได้มาจากด้านนอก มันดังจากใต้โต๊ะ เสิ่นซูเหอกดกระดาษยันต์ลงเหนือรอยประตู แสงอ่อนสว่างขึ้นทันที เสียงเคาะขาดหายไป แต่หลิวอันกลับสะดุ้งสุดตัว “อย่าปิด!” เขาพุ่งมือไปหากระดาษ เสิ่นซูเหอจับข้อมือไว้ ผู้คุมเข้าช่วยประคองไหล่โดยไม่กดเขาลงกับพื้น ชายหนุ่มดิ้น หอบจนคำพูดแตกเป็นช่วง “ท่านแม่อยู่ข้างใน…นางกลัวความมืด…” เสิ่นซูเหอสั่งผู้คุมอีกคนทันที “เชิญท่านเจ้าสำนักกับโม่หลิงยวนมา นำของที่มีอาคมออกจากห้องข้างเคียง แล้วปิดทางเดินนี้” ใต้แผ่นยันต์ รอยน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ⸻ เยว่

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

    หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทางศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทางเยว่ซีลองขยับนิ้วหลิงยวนก้มมอง“เจ็บหรือ”“มีคนมอง”เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”เยว่ซีเม้มปาก“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออกเยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง⸻เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขตงานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”“จริง”“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”จ้าวเฉิงถอนหายใจข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 65 — ราคาของคำตอบ

    “อย่าส่งหนังสือกลับฉางเยวี่ย”หานจิ้นพูดทันทีที่เจ้าสำนักชิงเสวียนเข้ามาในห้องสอบสวนแขนขวาของเขาถูกดามไว้ ห่วงผนึกปราณตรึงข้อมือทั้งสองกับโซ่บนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยวางท่าสุภาพตอนผ่านด่านเหลือเพียงเหงื่อเย็นเจ้าสำนักนั่งลง“เจ้ากลัวผู้ใด”หานจิ้นเหลือบมองผู้จดคำให้การ ก่อนหันกลับมา“รองเจ้าสำนัก เฉินซู่”โม่หลิงยวนวางกระดาษที่พบในฝักกระบี่ตรงหน้าเขา“เขาสั่งให้เจ้ามาพบมู่เฉิงเจ๋อ?”“ใช่”“คำสั่งอยู่ที่ใด”“ข้าเผาแล้ว”“เช่นนั้นเริ่มจากสิ่งที่พิสูจน์ได้”หานจิ้นก้มมองข้อความด้านหลังกระดาษ ดวงตาหยุดตรงคำว่าเด็กสกุลหลิน“กระดาษนี้ข้าเขียนเอง แต่คำถามเป็นของเขา เขาต้องการรู้ว่าร่างของนางรับพลังต่างสายได้อย่างไร”หลิงยวนไม่ขยับ ทว่าสายตาเย็นลงจนหานจิ้นรีบพูดต่อ“ข้าไม่ได้รับคำสั่งให้จับนางในครั้งนี้!”“ครั้งนี้?”เสียงเจ้าสำนักทำให้เขาชะงักความเงียบยาวนานพอให้ได้ยินเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษ“หากได้คำตอบ…เขาจะตัดสินใจอีกที”หลิงยวนเลื่อนบัญชีรายชื่อชาวบ้านไปทับคำร้อง“คนในบัญชีนี้ก็ถูกใช้หาคำตอบเดียวกันหรือ”หานจิ้นหลบตา“พวกเขามีเส้นปราณรับพลังได้มากกว่าคนธรรมดา ข้าเพียงตรวจว่า—”“หญิงคนหนึ่ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status