Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 70 — หนึ่งครั้งที่ต้องเอื้อมถึง

Share

บทที่ 70 — หนึ่งครั้งที่ต้องเอื้อมถึง

last update publish date: 2026-10-22 22:24:54

ปลายกระบี่ไม้แตะหน้าผากหลินเยว่ซี ก่อนกระบี่ในมือนางจะยกพ้นเอวเสียอีก

นางยืนนิ่ง

โม่หลิงยวนลดมือลง

“อีกครั้ง”

“เมื่อครู่ข้ายังไม่ได้ตั้งท่า”

“ข้าเห็นแล้ว”

เยว่ซีหรี่ตาใส่เขา

ลานฝึกด้านตะวันออกยังปกคลุมด้วยหมอกบาง แสงเช้าส่องผ่านยอดไม้ลงบนพื้นหินซึ่งมีรอยกระบี่เก่าพาดอยู่หลายแนว รอบลานมีรางน้ำตื้นและแปลงไม้เลื้อยสำหรับศิษย์ฝึกปราณ ไม่มีแผ่นอาคมให้เลื่อน ไม่มีโต๊ะหรือแบบแปลนให้ก้มอ่าน

มีเพียงเขา กระบี่สองเล่ม และระยะห่างสามก้าว

ก่อนเริ่ม หลิงยวนตรวจแผลที่มือนางแล้ว รอยข่วนไม่ลึก ไหล่ยังตึงเล็กน้อยแต่ขยับได้ตามปกติ เขาจึงกำหนดให้ฝึกช่วงสั้น สลับพัก และยังไม่ใช้ปราณจนกว่าจะอุ่นร่างกายพอ

เยว่ซีขยับเท้าขวาไปด้านหลัง

คราวนี้นางยกกระบี่ทันที

เสียงไม้กระทบกันดังแปะ

กระบี่ของนางถูกปัดออก ปลายกระบี่อีกฝ่ายหยุดตรงหัวไหล่

“อีกครั้ง”

นางสูดลมหายใจ

ครั้งที่สาม เยว่ซีไม่รอให้เขาลงมือก่อน

นางแทงตรงเข้าหาหน้าอก

หลิงยวนขยับเพียงครึ่งก้าว คมไม้ของนางผ่านชายเสื้อไป ขณะที่กระบี่เขาแตะข้อมือนางเบา ๆ

นิ้วคลายโดยไม่ตั้งใจ

กระบี่ร่วงลงพื้น

เยว่ซีก้มมองมัน แล้วเงยหน้ามองเขา

“ท่านทำเช่นนี้กับศิษย์ทุกคนหรือ”

“คนที่พุ่งเข้ามาโดยไม่เหลือทางถอย”

นางเก็บกระบี่ขึ้น

“เช่นนั้นวันนี้ท่านคงได้ทำอีกหลายครั้ง”

หลิงยวนมองแววตาที่เริ่มเอาจริงของนาง

“ข้ารอดูอยู่”

⸻

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป เยว่ซีถูกแตะหัวไหล่ห้าครั้ง ข้อมือสามครั้ง และกลางหลังอีกสองครั้ง

นางยังแตะชายเสื้อเขาไม่ได้แม้แต่หนเดียว

ที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือหลิงยวนไม่ได้เคลื่อนไหวรวดเร็วจนมองไม่เห็น

นางเห็นทุกครั้ง

เห็นกระบี่ที่กำลังมา เห็นเท้าที่ขยับ และเห็นช่องว่างซึ่งคิดว่าตนเองจะเข้าไปถึง

แต่เมื่อก้าวไป ช่องนั้นก็หายไปแล้ว

“หยุดก่อน”

หลิงยวนลดกระบี่

เยว่ซีหอบเบา ๆ เหงื่อชื้นตามขมับ

เขาใช้ปลายกระบี่ขีดเส้นบนดินตรงขอบลาน

“ยืนตรงนี้”

นางทำตาม

หลิงยวนยืนห่างออกไป แล้วให้เหยียดแขนแทงตรงโดยไม่ขยับเท้า

ปลายกระบี่ของนางหยุดก่อนถึงเสื้อเขาเกือบคืบ

แต่เมื่อเขายื่นกระบี่กลับมา ปลายไม้แตะไหล่นางได้พอดี

เยว่ซีก้มมองระยะนั้น

แขนเขายาวกว่า

“เมื่อครู่เจ้าพยายามแลกกระบี่กับข้าในระยะที่เจ้าฟันไม่ถึง”

“ข้าจึงต้องเข้าใกล้อีก”

“ลองดู”

นางก้าวตรงไป

กระบี่เขาแตะหน้าผากอีกครั้ง

เยว่ซีหลับตาลงชั่วครู่

หลิงยวนเก็บรอยยิ้มไม่ทัน

นางลืมตาขึ้นพอดี

“ท่านสนุกหรือ”

“เล็กน้อย”

“ดี เช่นนั้นข้าจะจำไว้”

คราวต่อมา นางไม่ก้าวตรง

เยว่ซีเบี่ยงเท้าออกด้านข้าง ปัดกระบี่เขาแล้วเข้าไปตามช่องที่เปิด

ปลายไม้ของนางเฉียดแขนเสื้อ

หลิงยวนหมุนข้อมือรับ ก่อนถอยออกไปหนึ่งก้าว

เป็นครั้งแรกที่เขาถอย

เยว่ซีหยุดมองทันที

“อย่าหยุดเพราะเพิ่งทำได้”

กระบี่เขาแตะหน้าผากนางอีกหน

⸻

“หากแตะอีกครั้ง หน้าผากนางคงจำวิชากระบี่ได้ก่อนมือ”

เสียงจ้าวเฉิงดังจากริมลาน

เขานั่งลงบนขั้นหินอย่างระมัดระวัง แผลที่แขนเปลี่ยนผ้าพันใหม่แล้ว ส่วนลำคอยังมีรอยแดงจาง ๆ จากเมื่อคืน

เสี่ยวถังเดินตามมาพร้อมตะกร้าอาหารและกระบอกน้ำ

“อาจารย์ฉินอนุญาตให้เขามานั่งดู แต่ห้ามจับกระบี่”

“ข้ามาให้คำแนะนำ”

“ท่านอาจารย์บอกให้พักปากด้วยหรือไม่” เยว่ซีถาม

จ้าวเฉิงยิ้ม

“ส่วนนั้นยังแข็งแรงดี”

เสี่ยวถังวางของใต้ร่มไม้ ก่อนหยิบผ้าส่งให้เพื่อน

เยว่ซีรับมาเช็ดเหงื่อ

“วันนี้เจ้าไม่ต้องไปเรือนรักษาหรือ”

“เสร็จงานช่วงเช้าแล้ว ข้าเลยขอมาดูสักครู่” เสี่ยวถังมองกระบี่ในมือนาง “เขาว่าผู้ลงประลองปราณใช้กระบี่ประกอบได้ หากผ่านการตรวจอาวุธ”

เยว่ซีหันไปหาหลิงยวน

เขาพยักหน้า

“เจ้ายังไม่ต้องลงแข่งกระบี่แยกอีกประเภท แต่ควรใช้มันป้องกันตัวได้ระหว่างเปลี่ยนปราณ”

จ้าวเฉิงยกนิ้วขึ้น

“โดยเฉพาะเวลาคู่ต่อสู้ไม่ยอมยืนรอให้เจ้ารดน้ำต้นไม้”

เยว่ซีโยนผ้าใส่เขา

จ้าวเฉิงรับด้วยมือข้างที่ไม่เจ็บ แล้วชี้นางทันที

“เห็นหรือไม่ เจ้าขว้างผ้าแม่นกว่าฟันกระบี่ เพราะตอนขว้างเจ้าไม่เสียเวลาคิดว่าจะวางเท้าให้งามอย่างไร”

เยว่ซีชะงัก

นางก้มมองเท้าตนเอง

หลิงยวนรับกระบอกน้ำจากเสี่ยวถังมาส่งให้

“เขาพูดถูกครึ่งหนึ่ง”

“อีกครึ่งเล่า” จ้าวเฉิงถาม

“ถ้านางไม่วางเท้าให้มั่น ต่อให้ฟันถูกก็ถูกเจ้าดึงล้มได้”

จ้าวเฉิงพยักหน้าอย่างยอมรับ

“เช่นนั้นข้ารับคำชมไว้ครึ่งเดียว”

⸻

หลังพัก หลิงยวนผูกแถบผ้าสีขาวไว้เหนือข้อศอกซ้าย

ชายผ้าห้อยลงมาเล็กน้อย

“ตั้งแต่นี้ ใช้ปราณได้ แต่ครั้งละสาย”

เยว่ซีมองรางน้ำกับแปลงไม้เลื้อย

“เป้าหมายคือผ้านั่นหรือ”

“แตะถูกตัวข้าก็นับ”

“แล้วท่านจะใช้ปราณหรือไม่”

“ยังไม่ใช้”

นางยกกระบี่ขึ้น

ทันทีที่เขาพยักหน้า เถาไม้สองเส้นก็เลื้อยข้ามขอบลาน พุ่งเข้าพันข้อเท้าเขาจากด้านหลัง

หลิงยวนก้าวข้ามมันแล้วเข้าประชิด

เร็วเกินไป

เยว่ซีรีบเปลี่ยนไปเรียกน้ำ

เถายังขยับอยู่บนพื้น ขณะที่น้ำในรางสั่นเพียงเล็กน้อย

ปลายกระบี่ของหลิงยวนหยุดใต้คางนาง

“เมื่อครู่เจ้าสั่งสิ่งใด”

เยว่ซีเม้มปาก

“ไม้…แล้วน้ำ”

“มือเจ้าจะเรียกน้ำ แต่ยังพยายามใช้เถาจับข้าต่อ”

นางมองเถาซึ่งพันกันเองตรงขอบลาน

นี่เองที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

นางคิดว่าปล่อยแล้ว แต่เมื่อเห็นเป้าหมายกำลังหลุดมือ กลับฝืนรั้งพลังเดิมไว้อีก

หลิงยวนถอยออก

“ครั้งนี้ไม่ต้องโจมตีข้า ใช้กระบี่กันให้ได้หนึ่งครั้ง แล้วค่อยเรียกน้ำ”

เยว่ซีตั้งท่า

กระบี่ไม้ฟันลงจากด้านขวา

นางยกกระบี่รับตรง ๆ แรงกระแทกทำให้แขนชา

“อย่ารับเต็มแรง เบี่ยงมัน”

เขาลองใหม่

ครั้งนี้นางเอียงคมไม้ ปล่อยกระบี่เขาไถลออกด้านข้าง พร้อมขยับเท้าหลบแนวโจมตี

มีช่องว่างเกิดขึ้นตรงหน้า

น้ำในรางยกตัวขึ้นตามมือนาง

หลิงยวนหยุดกระบี่

เยว่ซีมองสายน้ำบางที่ค้างอยู่ข้างตัวอย่างประหลาดใจ

นางไม่เจ็บแปลบที่ไหล่

ลมหายใจก็ไม่สะดุด

“เมื่อครู่เจ้าไม่ได้เร่งน้ำ” เขากล่าว “เจ้าทำให้ตนเองมีเวลาพอจะเรียกมัน”

เยว่ซีปล่อยน้ำกลับลงราง

“อีกครั้ง”

คราวนี้นางเป็นคนพูด

⸻

การฝึกช่วงต่อมาไม่มีคำอธิบายยาว

หลิงยวนโจมตี นางรับ

เมื่อรับพลาด เขาหยุดให้นางแก้ เมื่อรับได้ เขาจึงเพิ่มกระบี่ที่สองตามมา

เยว่ซีถูกปัดเสียหลักหลายครั้ง

ครั้งหนึ่งนางถอยผิดด้านจนเหยียบเถาของตนเอง เสี่ยวถังเผลอลุกขึ้น แต่เยว่ซีใช้กระบี่ปักพื้นประคองตัวได้ก่อน

“ไม่ต้องมา ข้ายังยืนอยู่!”

จ้าวเฉิงชะโงกมอง

“นั่นเรียกยืนหรือ”

“ถ้ายังไม่ล้มก็นับ!”

คราวถัดมา นางไม่ถอยตามทางที่เขาบีบ

เยว่ซีใช้กระบี่เบี่ยงการโจมตี ก้าวเฉียงผ่านด้านข้าง แล้วส่งเถาไปขวางทางที่หลิงยวนกำลังจะวางเท้า

เขาต้องเปลี่ยนจังหวะ

น้ำจากรางพุ่งขึ้นตามมาทันที

หลิงยวนใช้กระบี่ตีน้ำแตกก่อนถึงแขน

แต่คราวนี้ปราณทั้งสองสายของนางไม่ได้ติดขัด

เถาหยุดแล้ว น้ำจึงมา

เยว่ซีหอบ ยกมือซ้ายขึ้นดู

หลิงยวนมองน้ำที่เปียกปลายแขนเสื้อตน

“จำความรู้สึกเมื่อครู่ไว้”

เสี่ยวถังปรบมือดังเพียะ

จ้าวเฉิงยกกระบอกน้ำขึ้นแทนการปรบ

“อีกนิดเดียว ข้าจะได้เห็นศิษย์พี่เปลี่ยนเสื้อ”

เยว่ซียิ้มกว้าง

แต่หลิงยวนยังไม่ปลดแถบผ้าบนแขน

“พักก่อน แล้วค่อยลองว่าทำซ้ำได้หรือไม่”

รอยยิ้มของนางหุบลงเล็กน้อย

เขาเห็นแล้วจึงกล่าวต่อ

“ทำได้ครั้งหนึ่งเป็นจุดเริ่มต้น พรุ่งนี้เจ้าต้องเรียกมันออกมาได้โดยไม่รอให้โชคช่วย”

เยว่ซีมองรางน้ำอีกครั้ง

จากนั้นจึงเดินไปนั่งพักด้วยตนเอง

⸻

ระหว่างนางดื่มน้ำ จ้าวเฉิงหยิบกระบี่ไม้สำรองมาวางบนตัก

เสี่ยวถังมองเขาทันที

“ห้ามฝึก”

“ข้ายังไม่ได้ลุก”

เขาใช้มือข้างเดียวขยับกระบี่ช้า ๆ ให้เยว่ซีดู

“เมื่อครู่เจ้ามองแถบผ้าตลอด ศิษย์พี่จึงเห็นว่าเจ้าจะไปทางไหน”

“แล้วควรมองที่ใด”

“มองคน”

เยว่ซีเลิกคิ้ว

จ้าวเฉิงจึงลดกระบี่

“ไหล่ เอว เท้า ก่อนคนจะเคลื่อน บางส่วนขยับนำก่อนเสมอ ต่อให้กระบี่หลอกเจ้า เท้าที่ลงน้ำหนักแล้วก็เปลี่ยนไม่ง่ายนัก”

นางลองมองหลิงยวนซึ่งกำลังตรวจพื้นลาน

ชายหนุ่มยืนหันข้าง แขนเสื้อสีอ่อนปลิวตามลม มือที่ถือกระบี่ผ่อนคลายราวกับยังไม่ได้ออกแรงเลย

“แล้วหากคนผู้นั้นหลอกเป็นทั้งตัวเล่า”

จ้าวเฉิงมองตาม

“เช่นนั้นเจ้าก็เลือกอาจารย์ได้ลำบากเกินไปหน่อย”

เยว่ซีหัวเราะ

เขามองรอยยิ้มนาง ก่อนก้มปรับผ้าที่พันด้ามกระบี่สำรอง

ตรงขอบด้ามมีเสี้ยนเล็กโผล่ออกมา

จ้าวเฉิงใช้เล็บเขี่ยมันออก แล้วพันผ้าทับให้เรียบ

เมื่อเยว่ซีวางกระบี่เล่มเดิมลง เขาก็ส่งเล่มนี้ให้แทน

“เล่มนั้นด้ามลื่นแล้ว ใช้เล่มนี้”

นางรับไปลองจับ

“พอดีมือกว่าเดิม ขอบใจ”

จ้าวเฉิงพยักหน้า

หลิงยวนเดินกลับมาพอดี เยว่ซีจึงลุกขึ้นทันที ถามว่าเริ่มได้หรือยัง

จ้าวเฉิงมองมือของตนซึ่งยังมีเสี้ยนเล็กติดอยู่ตรงปลายนิ้ว

เขาดึงมันออกเงียบ ๆ ก่อนเอนหลังพิงเสา

“คราวนี้ถ้ายังตีไม่ถูก อย่าโทษกระบี่แล้วกัน”

⸻

รอบสุดท้ายก่อนพักยาว หลิงยวนกำหนดเวลาเพียงหนึ่งก้านธูป

“หากเจ้าหอบจนควบคุมลมหายใจไม่ได้ ข้าจะหยุด”

เยว่ซีพยักหน้า

นางไม่พุ่งเข้าไปทันที

คราวนี้นางมองเท้าเขา

หลิงยวนยกกระบี่ขึ้นทางขวา แต่เท้าซ้ายกลับลงน้ำหนักมากกว่า

นางเกือบหลบตามคมไม้

แล้วกระบี่เขาก็เปลี่ยนทิศจริง ๆ

เยว่ซีหมุนตัวรับได้ทัน เสียงไม้กระทบกันดังติด ๆ สองครั้ง

ครั้งที่สามนางไม่รับ

นางก้มหลบ ปล่อยกระบี่ผ่านเหนือไหล่แล้วแทงสวน

หลิงยวนเบี่ยงตัวออก

ปลายกระบี่นางเฉียดแถบผ้า

ใกล้กว่าเดิม

เยว่ซีไม่หยุดมองความสำเร็จเล็กน้อยนั้นอีก

เถาจากขอบลานเลื้อยเข้าหาข้อเท้าเขา หลิงยวนเปลี่ยนเท้าตามที่นางคาด แต่นางไม่ได้พยายามจับ

เพียงบังคับให้เขาก้าวไปทางรางน้ำ

หลิงยวนเหลือบมองนาง

เยว่ซีเห็นว่าเขารู้ทันแล้ว

นางจึงยิ่งต้องเร็ว

กระบี่ไม้แทงออกไปพร้อมกับเถาซึ่งหยุดเคลื่อนไหว

น้ำยกตัวขึ้น

แต่หลิงยวนไม่ได้ถอย

เขาก้าวเข้าหานางแทน

ระยะห่างหายไปในพริบตา กระบี่ของเยว่ซีถูกเบียดออกด้านนอก ปลายไม้ของเขาเข้ามาถึงหัวไหล่

นางหันตัวหลบไม่พ้น

แพ้อีกแล้ว—

ความคิดนั้นเกิดขึ้นเพียงชั่ววูบ

เยว่ซีปล่อยน้ำตก

แทนที่จะฝืนโจมตีต่อ นางยกกระบี่ขึ้นขวาง ใช้สองมือรับแล้วก้าวออกด้านข้างตามแรงกด

กระบี่ของเขาไถลผ่าน

นางหลุดจากระยะประชิดได้

หลิงยวนหมุนตามทันที

เท้าขวาของเขาก้าวลงบนพื้นข้างรางน้ำ

เยว่ซีเห็นน้ำที่เพิ่งปล่อยตกอยู่ตรงนั้น

นางไม่เรียกมันขึ้นสูง

เพียงสะบัดน้ำต่ำ ๆ เข้าหาด้านข้างรองเท้า

น้ำไม่มากพอทำให้เขาล้ม แต่ทำให้ต้องเปลี่ยนจุดวางเท้าเพื่อเลี่ยงพื้นลื่น

ครึ่งจังหวะนั้น เยว่ซีเข้าถึงตัวเขา

กระบี่ไม้ในมือนางฟันเฉียงขึ้น

หลิงยวนยกกระบี่รับ

เสียงไม้กระทบกันดังหนักกว่าทุกครั้ง

ปลายกระบี่นางหยุดห่างแขนเขาเพียงนิ้วเดียว

เยว่ซีกัดฟัน

นางเอื้อมไม่ถึง

แต่ชายผ้าขาวที่ผูกเหนือข้อศอกกำลังปลิวอยู่ตรงหน้า

นางพลิกข้อมือ เปลี่ยนจากฟันเป็นแตะ

ปลายไม้สะกิดชายผ้าเบา ๆ

พร้อมกับกระบี่ของหลิงยวนซึ่งหยุดอยู่ข้างลำคอนาง

ทุกอย่างนิ่งลง

ธูปตรงขอบลานยังเหลืออีกเล็กน้อย

เสี่ยวถังลุกพรวด

“ถูกแล้ว!”

เยว่ซีไม่กล้าขยับ

นางมองแถบผ้า แล้วมองคนตรงหน้า

หลิงยวนลดกระบี่ก่อน

“ถูกแล้ว”

เพียงสองคำนั้น เข่าของนางก็แทบหมดแรง

⸻

เยว่ซีนั่งลงบนขั้นหิน หอบจนยังพูดไม่ออก

หลิงยวนส่งน้ำให้ แต่ไม่ปล่อยให้นางดื่มรวดเดียว

“ช้า ๆ”

นางรับไปจิบ ก่อนชี้แถบผ้าบนแขนเขา

“นับใช่หรือไม่”

“นับ”

“ท่านไม่ได้ปล่อยให้ข้าตีถูก?”

หลิงยวนก้มมองชายผ้า

“ข้าให้เจ้าหาช่องในกระบี่พื้นฐาน และใช้ความเร็วเท่าที่เจ้ารับมือได้ เจ้าหาพบแล้ว”

เยว่ซีพยักหน้า

นางรู้ว่าตนเองยังห่างจากเขามาก

หากหลิงยวนใช้ความเร็วจริง นางคงไม่ทันแม้แต่ยกกระบี่

แต่เมื่อครู่เขาไม่ได้ยื่นแขนมาให้

นางเป็นคนเข้าไปถึงเอง

จ้าวเฉิงเดินมาหยุดข้างขั้นหิน

“ส่วนการประลองจริง หากเจ้าถูกจ่อคอพร้อมกัน กรรมการอาจไม่นับให้ชนะ”

“ข้าไม่ได้บอกว่าชนะเขา”

เยว่ซีตอบทั้งที่ยังหอบ ก่อนยกคางเล็กน้อย

“ข้าบอกว่าตีถูก”

จ้าวเฉิงหัวเราะ

“เถียงได้แล้ว คงไม่เหนื่อยมาก”

เสี่ยวถังยื่นห่ออาหารให้เขา

“คนเจ็บกินก่อนเถิด จะได้เงียบสักครู่”

⸻

เมื่อทั้งสองเดินไปนั่งกินใต้ร่มไม้ เยว่ซีจึงขยับเข้าใกล้หลิงยวน

“เรื่องที่ท่านรับปาก…”

เขาหันมา

“คิดไว้แล้วหรือ”

นางพยักหน้า

“วันประลองของข้า ท่านต้องมาดู”

หลิงยวนนิ่งไปเล็กน้อย

“ข้าตั้งใจจะไปอยู่แล้ว”

“ข้ายังพูดไม่จบ”

นางลูบผ้าที่พันด้ามกระบี่ช้า ๆ

“ข้าอยากให้ท่านนั่งอยู่ตรงที่ข้ามองเห็นง่าย ไม่ต้องคอยหลบอยู่ด้านหลังคนอื่น”

หลิงยวนมองนาง

“เหตุใด”

“เพราะถ้าข้าทำได้ ข้าอยากเห็นว่าท่านเห็น”

ลมเช้าพัดผ่านระหว่างทั้งสอง

เยว่ซีเริ่มรู้สึกว่าตนเองพูดตรงเกินไป จึงก้มหน้าลง แต่หลิงยวนจับปลายด้ามกระบี่ที่นางหมุนเล่นไว้เบา ๆ

นางเงยหน้า

“ข้าจะอยู่ตรงที่เจ้ามองเห็น”

คำตอบเรียบง่าย ทว่าทำให้นางยิ้มออกมาโดยไม่ต้องพยายาม

หลิงยวนมองรอยยิ้มนั้นแล้วกล่าวต่อ

“แต่ขณะต่อสู้ มองคู่ต่อสู้ก่อน”

เยว่ซีหลุดหัวเราะ

“ข้าจะมองท่านหลังชนะ”

“ตกลง”

⸻

เสียงระฆังจากหน้าลานดังขึ้นก่อนยามเที่ยง

ศิษย์ผู้ดูแลนำประกาศการฝึกเตรียมประลองมาติดใต้ชายคา รายชื่อผู้ผ่านการทดสอบปราณเรียงอยู่ข้างกำหนดวันจับคู่ฝึก

เยว่ซีเดินไปดูพร้อมเสี่ยวถัง

นางพบชื่อของตนอย่างรวดเร็ว

ข้างกันมีข้อความกำหนดให้เข้ารับการฝึกต่อสู้กับศิษย์ต่างกลุ่ม เพื่อประเมินการใช้ปราณขณะถูกโจมตีจริง

การฝึกครั้งแรกเริ่มวันถัดไป

“เจ้าฝึกกับศิษย์พี่โม่หรือ”

เสียงหญิงสาวดังขึ้นด้านข้าง

ผู้พูดสวมชุดฝึกสีเทาอมฟ้า ผมรวบสูง ไม่มีเครื่องประดับนอกจากสายรัดข้อมือหนัง กระบี่ไม้ในมือมีรอยสึกตรงด้ามจากการใช้งานมานาน

เยว่ซีหันไป

“ใช่”

หญิงสาวมองกระบี่ของนาง แล้วหันกลับไปอ่านรายชื่อ

“ข้าชื่อเหยียนอวี้หนิง พรุ่งนี้เราอยู่กลุ่มเดียวกัน”

เสี่ยวถังก้มดูประกาศ

ชื่อของอีกฝ่ายอยู่เหนือชื่อเยว่ซีหนึ่งบรรทัด

“ข้าใช้ปราณดิน” อวี้หนิงกล่าว “เจ้าใช้ไม้กับน้ำใช่หรือไม่”

“ใช่”

อีกฝ่ายพยักหน้า ก่อนใช้ปลายรองเท้าแตะพื้นเบา ๆ

ดินชื้นข้างทางยกตัวขึ้นเป็นสันเตี้ย

น้ำที่ขังอยู่ในร่องถูกกั้นไว้คนละฝั่งทันที

เยว่ซีมองมัน

อวี้หนิงไม่ได้ยิ้มเยาะ เพียงกล่าวตรงไปตรงมา

“พรุ่งนี้ข้าจะเริ่มด้วยการปิดทางน้ำของเจ้า”

นางชี้ไปยังแปลงไม้เลื้อย

“แล้วจะไม่ยืนใกล้เถาเหล่านั้นด้วย”

พูดจบก็ยกกระบี่คำนับ ก่อนเดินกลับไปหาเพื่อนที่รออยู่

เยว่ซีมองร่องน้ำซึ่งขาดออกจากกัน

สิ่งที่เพิ่งใช้ได้ผลเมื่อครู่ อาจไม่มีโอกาสให้ใช้เลยในวันพรุ่งนี้

หลิงยวนเดินมาหยุดข้างนาง

“ยังอยากฝึกต่อหรือไม่”

เยว่ซีกำด้ามกระบี่แน่นขึ้น ก่อนนึกได้แล้วคลายนิ้วให้พอดี

นางหันกลับไปทางลาน

“หลังพักเจ้าค่ะ”

คราวนี้นางไม่ได้มองแถบผ้าบนแขนเขา

นางกำลังมองพื้นหินแห้งตรงกลางลาน

ที่ซึ่งไม่มีทั้งน้ำและเถาไม้ให้เรียกใช้เลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 102 — คราวนี้ข้าจะไปให้ทัน

    “ตอนนั้นท่านแม่อยู่ข้างข้า แล้วข้ากำลังเรียกใคร”หลินเยว่ซีวางบันทึกลงกลางโต๊ะประโยคสุดท้ายยังติดอยู่ในสายตา นางอายุเพียงสี่ขวบ แต่กลับได้ยินเสียงเรียกจากคนที่ไม่มีตัวตน ก่อนเหตุการณ์เมืองหลินอันถูกทำลายถึงหนึ่งปีผู้อาวุโสสวี่เลื่อนกระดาษส่วนที่พับไว้ออก“วันต่อมาบิดาเจ้าพาออกจากเรือนด้านตะวันตก อาการก็สงบ เขาเขียนไว้เท่านี้”เยว่ซีอ่านต่อจนถึงปลายหน้า แล้วพลิกด้านหลังเองไม่มีข้อความอื่นนางหันหาโม่หลิงยวน“ท่านเคยได้ยินเรื่องนี้หรือไม่”“ไม่เคย ตอนข้าพบเจ้า เจ้าห้าขวบแล้ว”“เช่นนั้นอย่าเพิ่งถือว่าเป็นอาคมเดียวกับที่ใช้จับคนเหล่านั้น”เยี่ยจื้อหยวนเงยหน้ามองนางเยว่ซีชี้ข้อความเรื่องย้ายเรือน“คนเจ็บที่เราช่วยกลับมายังมีอาการหลังออกจากที่ขัง แต่ข้าสงบลงทันทีที่เปลี่ยนสถานที่ อย่างน้อยมันก็ต่างกันตรงนี้เจ้าค่ะ”“ถูกต้อง” เขาตอบ “เก็บข้อแตกต่างนี้ไว้ตรวจต่อ”นางพยักหน้า ก่อนขอกระดาษมาคัดข้อความส่วนของบิดาระหว่างเขียน สายตากลับสะดุดลายหมึกที่คนอื่นเพิ่มลงในบันทึกฉบับใหญ่ ตรงที่บิดากำชับให้หยุดเมื่อผู้ป่วยเจ็บ มีคำสั่งให้ฝืนส่งปราณต่อเขียนทับอยู่พู่กันในมือนางหยุด“คนเขียนส่วนนี้ถูกจ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 101 — ลายมือที่กลับมาถึงนาง

    เผยเหวินซูหันกลับมาเมื่อได้ยินคำถามผู้คุมหยุดตาม เขามองบันทึกที่เยว่ซีประคองอยู่ ก่อนเดินกลับเข้ามาใต้ชายคาโดยมีคนตามประกบ“ตอนที่เซี่ยจิ้งเหิงสั่งให้ข้านำไปส่ง มันอยู่ในห้องหนังสือของเขาแล้ว”“เขาเคยบอกหรือไม่ว่าได้มาอย่างไร”“ไม่เคย”คำตอบสั้นจนเยว่ซีเผลอกำขอบกระดาษเผยเหวินซูเห็น แต่ไม่ได้รีบเติมสิ่งที่ตนไม่รู้ลงไปเพื่อให้นางพอใจ“ข้าจำได้ว่าตอนรับมา ปกกับเนื้อในหลุดจากกัน เขาให้คนเย็บใหม่ก่อนส่งออก ข้าเห็นเพียงหน้าที่เปิดค้างอยู่กับข้อความที่เขาสั่งให้ตรวจ”ผู้อาวุโสสวี่พลิกดูสันบันทึกทันทีด้ายสองแนวซ้อนกันอยู่จริง แนวหนึ่งสีซีดเกือบกลืนกับกระดาษ อีกแนวใหม่กว่าและร้อยห่างอย่างลวก ๆเยว่ซีมองรอยเย็บนั้นสิ่งที่บิดาเคยเขียนเพื่อช่วยคน ถูกใครบางคนถอดออก เปลี่ยนคำสอน แล้วเย็บกลับเข้าเล่มเหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น“ส่วนที่ใช้เสียงเรียกคน…” นางถาม “เป็นของท่านพ่อด้วยหรือไม่เจ้าคะ”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกเข้าหาแสง“ที่อ่านพบตอนนี้ บิดาเจ้าใช้สิ่งคุ้นเคยช่วยให้ผู้ป่วยแยกความทรงจำออกจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ส่วนผู้แก้ไขกลับใช้ความคุ้นเคยนั้นหลอกให้คนยอมเปิดเส้นปราณ”เขาชี้ข้อความซึ่งถูก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 100 — โอกาสที่ต้องเดินกลับมา

    “เจ้าจะออกจากที่คุมขังเพื่อช่วยคนครั้งนี้เท่านั้น”เจ้าสำนักกล่าวพลางเลื่อนคำสั่งแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าเผยเหวินซู“เครื่องผนึกปราณยังอยู่ ห้ามพกอาวุธ ห้ามแยกจากผู้ควบคุม หากพบสิ่งใดต่างจากที่เคยให้การ ต้องแจ้งทันที เมื่อเสร็จงานให้กลับมารับโทษตามเดิม”เผยเหวินซูก้มอ่านจนจบ“ข้ายอมรับ”ผู้คุมวางพู่กันให้ เขาจึงลงชื่อใต้คำสั่ง มือข้างที่ถูกเครื่องผนึกเสียดสีมีรอยแดง แต่ไม่ได้ร้องขอให้คลายออกจ้าวเฉิงมองลายมือบนกระดาษแล้วหันหาเจ้าสำนัก“ข้ามีเรื่องจะถามขอรับ”เผยเหวินซูวางพู่กันลง“ถามข้าเถิด”จ้าวเฉิงมองเขาตรง ๆ“จะให้พวกเราไว้ใจเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าก็เคยหักหลังพวกเรา”ห้องเงียบลงทันทีเผยเหวินซูไม่ได้หลบสายตา แต่คำตอบกลับช้ากว่าตอนรับเงื่อนไข“ข้าไม่มีคำใดทำให้เรื่องนั้นหายไป”“แล้วหากข้างในมีทางหนีที่เจ้าจงใจไม่เขียน—”“จ้าวเฉิง”เยว่ซีเรียกเบา ๆเขาหันมา สีหน้ายังคงเคร่งเครียด“ข้าไม่ได้ค้านเพราะไม่อยากช่วยคน แต่หากเขาพาหลิงยวนกับผู้อาวุโสเข้าไปติดกับ เราจะเสียคนเพิ่มอีกเท่าไร”“ข้าก็กลัวเรื่องนั้น”คำตอบทำให้เขานิ่งเยว่ซีมองเผยเหวินซู ก่อนพูดต่อ“ข้ายังจำสิ่งที่เขาทำได้ แต่คำเตือน

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 99 — เสียงของคนที่ไม่อยู่

    “ตรวจสายเลือด?”หลินเยว่ซีเงยหน้าจากจดหมายเสียงเก็บเก้าอี้จากลานพิธีรับรางวัลยังดังลอดหน้าต่างเข้ามา ป้ายรางวัลบนฝักกระบี่ของหลิงยวนยังผูกด้วยเชือกเส้นที่นางเพิ่งจัดให้ แต่บนโต๊ะตรงหน้ากลับมีคำขอเลือดของนางวางอยู่เรียบร้อยแล้วเจ้าสำนักเลื่อนจดหมายอีกสามฉบับมารวมกัน“บางสำนักเชิญเจ้าไปพักฟื้น บางแห่งเสนอช่วยฝึกควบคุมปราณ ข้าเรียกมาถามความประสงค์ของเจ้า มิได้รับปากผู้ใด”เยว่ซีวางจดหมายคืน“ข้าไม่ไปเจ้าค่ะ”“อาจารย์ฉินกับท่านเยี่ยดูแลข้าก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ”เจ้าสำนักพยักหน้า ก่อนส่งจดหมายให้ศิษย์รับรอง“แจ้งตามนี้ แล้วส่งแขกกลับไปพัก ไม่ต้องรอพบเยว่ซี”ศิษย์รับคำแล้วออกจากห้องไม่มีใครขอให้นางคิดใหม่เยว่ซีจึงคลายมือที่กำชายแขนเสื้อโดยไม่รู้ตัว หลิงยวนเห็น แต่เพียงขยับเก้าอี้ให้นางลุกสะดวกทั้งสองเดินออกทางประตูข้าง ระหว่างผ่านระเบียง เสียงสนทนาจากห้องรับรองดังขึ้นพอดี“แม้แต่พบสักครู่ก็ไม่ได้หรือ”“ศิษย์พี่หลินต้องพักขอรับ”“ข้าเพียงอยากช่วยให้นางรู้ว่าพลังนั้นมาจากไหน”เยว่ซีชะลอฝีเท้า เหลือบมองไปเพียงครู่เดียวหลิงยวนหยุดรออยู่ข้างหน้า“กลับหรือไม่”เยว่ซีเดินไปจับมือเขาเอง“กลับเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 98 — วันที่เสียงปรบมือกลับมา

    “อย่าให้ผู้ใดตามเสียงเข้าไปตามลำพัง”เยี่ยจื้อหยวนกล่าวหลังอ่านรายงานจบ เขาพลิกกระดาษกลับไปดูคำให้การของผู้รอดชีวิตอีกครั้ง ก่อนวางลงตรงหน้าเจ้าสำนัก“ยังสรุปไม่ได้ว่าเสียงมาจากคน อาคม หรือสิ่งอื่น แต่หากมันดังจากห้องที่ตรวจแล้วว่าไม่มีใคร ต้องรักษาระยะไว้ก่อน”ผู้อาวุโสสวี่เตรียมแผ่นอาคมลงกล่อง“ข้าจะไปกับคนส่งข่าว ตรวจทางเชื่อมใต้ดินและรอยสลักในห้อง ส่วนผู้รอดชีวิตให้ย้ายออกมาก่อน”หลิงยวนเลื่อนแผนที่เข้ามา“ใช้ทางเกวียนด้านใต้ เส้นทางสั้นกว่า และไม่ต้องผ่านช่องเขา ข้าจะให้คนไปสมทบที่ปากทาง”เจ้าสำนักอนุญาตทันที พร้อมส่งหมอและผู้คุ้มกันเพิ่มเมื่อจัดการเสร็จ ฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้วผู้อาวุโสสวี่ปิดกล่อง หันมองหลิงยวนซึ่งยังยืนอยู่ข้างแผนที่“เรื่องทางนี้มีคนรับแล้ว วันนี้เจ้ามีหน้าที่บนลาน”หลิงยวนพยักหน้าเขารอจนกลุ่มเดินทางพ้นประตู ก่อนหยิบกระบี่ขึ้นมาสายรัดข้อมือที่เยว่ซีผูกให้ยังเรียบร้อย⸻เยว่ซีมาถึงลานเหนือพร้อมยายหวังวันนี้เสี่ยวถังเลือกพักช่วงเช้า เพื่อเก็บแรงมาร่วมพิธีมอบรางวัลในตอนบ่าย จ้าวเฉิงรับปากจะจำกระบี่สุดท้ายไปเล่าให้ฟังอย่างละเอียด“ข้าบอกนางแล้วว่าจะไม่แต่งเต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 97 — ก้าวกลับเข้าสู่ลาน

    เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังขึ้นสามครั้งครั้งที่สี่ เหยียนอวี้หนิงหยุดมือก่อนปลายกระบี่จะถึงไหล่จ้าวเฉิง“เจ้าเปลี่ยนเท้าเร็วเกินไป”จ้าวเฉิงก้มมองเท้าตนเอง“ข้าฝึกมาทั้งชีวิตเพื่อให้เร็วขึ้น วันนี้กลับต้องช้าลงอีก”“ข้าขอให้เจ้าจำลองจังหวะของเขา มิได้ขอให้เจ้าชนะข้า”“คำขอของเจ้าทำร้ายความมั่นใจข้ามาก”เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหลุดหัวเราะ ก่อนใช้ปลายกิ่งไม้ขีดเส้นบนดิน“ตอนเขายกกระบี่หนัก ไหล่จะขยับก่อน แต่ตอนส่งปราณดิน เขาจะกดส้นเท้า”อวี้หนิงลดกระบี่แล้วเดินมาดู“หากเขาใช้สองอย่างพร้อมกัน?”เยว่ซีวางกิ่งไม้ทาบเส้นหนึ่ง“ครั้งก่อนเราคิดแต่ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ถ้าเขายืนมั่นคงอยู่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไร”อวี้หนิงมองภาพบนดิน ก่อนใช้รองเท้าลบเส้นตรงกลางทิ้ง“ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้เขาล้ม”นางขีดเส้นใหม่ออกไปด้านข้าง“ให้กระบี่เขาไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วข้าไปอีกทาง”จ้าวเฉิงชะโงกมอง“ดี เช่นนั้นคนที่ต้องยืนรับคือข้าหรือ”อวี้หนิงยื่นกระบี่ไม้คืนให้“เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว”⸻สิบสองวันผ่านไปนับจากเหตุที่เรือนรักษาคนทั้งสามที่พยายามลักพาตัวผู้ป่วยถูกแยกสอบ บัญชีคลังอาวุธของสำนักต้นสังก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status