“วันนี้ข้าไม่ช่วยเจ้าคิดวิธีรับปราณดิน”
เหยียนอวี้หนิงกล่าวขณะวางกระบอกน้ำลงบนโต๊ะตรวจอาวุธ
หลินเยว่ซีเงยหน้าจากการรัดปลายแขนเสื้อ
“ข้าก็ยังไม่ได้ถาม”
“เมื่อครู่เจ้ามองมือข้า”
“สายรัดเจ้าหลวม”
อวี้หนิงก้มลงดู
ปมตรงข้อมือคลายจริง ๆ นางจึงดึงมันให้แน่นขึ้น ก่อนเหลือบมองเยว่ซีอย่างระแวง
“เจ้าคงไม่ได้ตั้งใจทำให้ข้ามัวแต่กังวลเรื่องอื่น”
เยว่ซีหัวเราะ
“หากข้าจะทำเช่นนั้น ข้าคงรอให้เจ้าเดินขึ้นลานก่อน”
ผู้ดูแลกระแอมเบา ๆ แล้วเลื่อนถาดอาวุธคืนให้ทั้งสอง
“ตรวจเรียบร้อย รอฟังเรียกชื่อ
อวี้หนิงรับกระบี่ขึ้นมา
รอยยิ้มเมื่อครู่ค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงสายตาจริงจังที่เยว่ซีคุ้นเคยจากลานฝึก
วันนี้ไม่มีใครจะเคาะกระบี่ไม้แล้วบอกให้เริ่มใหม่
ผู้ชนะมีได้เพียงคนเดียว
⸻
การประลองของทั้งสองถูกจัดในช่วงบ่ายของวันถัดมา
เยว่ซีได้พักเต็มคืน แผลเหนือข้อศอกปิดดีและผ่านการตรวจแล้ว แต่ก่อนปล่อยให้นางมา อาจารย์ฉินยังย้ำว่าหากแผลเปิดต้องให้ผู้รักษาดูทันทีหลังจบ
นางรับคำโดยไม่ต่อรอง
ใต้ชายคาข้างลาน เสี่ยวถังถือฝักกระบี่รออยู่ ส่วนจ้าวเฉิงพิงเสา มองผู้ชมที่เริ่มเข้ามาจับจองที่นั่ง
“วันนี้ข้าลำบากแล้ว” เขาพูด
เยว่ซีหันมอง
“เรื่องใด”
“ถ้าเชียร์เจ้าดังเกินไป อวี้หนิงอาจจำไว้”
“เช่นนั้นก็เชียร์นางด้วย”
“แล้วหากพวกเจ้าฟันพร้อมกัน ข้าต้องตะโกนว่าอะไร”
เสี่ยวถังยื่นกระบอกน้ำให้เขา
“ดื่มเสีย จะได้ไม่ต้องพูด”
จ้าวเฉิงรับไปอย่างหมดทางเถียง
เยว่ซีหัวเราะ ก่อนสายตาจะเลื่อนไปยังทางเดินด้านหลัง
โม่หลิงยวนกำลังเดินมา
เขาหยุดตรงหน้านาง แล้วบอกข่าวที่นางถามไว้ตั้งแต่เช้า
“ผู้ป่วยทั้งสี่ผ่านเมื่อคืนมาได้ คนที่อาการหนักที่สุดรู้สึกตัวแล้ว”
เยว่ซีผ่อนลมหายใจ
“นางยังขอยาเดิมอยู่หรือไม่”
“ยังมีอาการ แต่ยอมให้ผู้รักษาช่วยแล้ว”
นางพยักหน้า
อย่างน้อยก่อนขึ้นลานวันนี้ นางก็ไม่ต้องคอยคิดถึงหญิงที่ตัวสั่นอยู่บนเตียงเมื่อวานอีก
หลิงยวนมองกระบี่ในมือนาง
“พร้อมหรือยัง”
“พร้อมเจ้าค่ะ”
เขาไม่ได้เพิ่มคำแนะนำ
เยว่ซีเองก็ไม่ได้ถามว่าจะเอาชนะอวี้หนิงอย่างไร
นางเพียงยื่นฝักกระบี่ให้เสี่ยวถัง แล้วเดินขึ้นบันไดเมื่อได้ยินชื่อของตน
⸻
อวี้หนิงยืนรออยู่กลางลาน
ผมถูกรวบแน่น ปลายแขนเสื้อรัดเรียบร้อย เท้าทั้งสองวางห่างกันพอให้เปลี่ยนทิศได้ทันที
เยว่ซีเคยเห็นท่านี้มาแล้วหลายครั้ง
และเคยถูกตีล้มจากท่านี้เช่นกัน
ทั้งสองคำนับ
“เริ่มได้!”
พื้นใต้เท้าเยว่ซีขยับทันที
นางกระโดดเฉียงออกก่อนสันดินจะยกพ้นพื้น กระบี่ของอวี้หนิงตามเข้ามาจากด้านที่นางเพิ่งลงเท้า
เยว่ซียกคมรับ
เคร้ง!
แรงกระแทกหนักจนข้อมือสะเทือน
นางหมุนตัวหนีแล้วส่งเถาขึ้นจากขอบดินข้างลาน หมายจะขวางทางตาม
อวี้หนิงกลับกดฝ่ามือลงต่ำ
ดินรอบรากแน่นขึ้น เถาที่กำลังเลื้อยจึงสะดุดอยู่กับที่
เยว่ซีต้องตัดปราณทิ้งแล้วยกกระบี่รับอีกครั้ง
คมของอวี้หนิงผ่านหน้าไปห่างไม่ถึงคืบ
“เจ้าชอบถอยทางนี้”
อีกฝ่ายพูดพร้อมก้าวตาม
เยว่ซีเอนหลบกระบี่ แล้วสวนไปยังแขนขวา
“เจ้าก็ชอบตามมา”
อวี้หนิงยกกระบี่รับได้ทัน
ทั้งสองแยกออกจากกันเพียงครึ่งก้าว ก่อนเข้าปะทะใหม่ทันที
เสียงโลหะดังต่อเนื่อง
เยว่ซีรู้ว่าอวี้หนิงมักฟันหนักในกระบี่ที่สาม จึงไม่ฝืนรับตรง ๆ นางเลื่อนคมให้แรงไหลผ่านด้านข้าง แล้วแทงสวน
แต่อวี้หนิงรู้ว่านางจะทำเช่นนั้น
กระบี่ที่สามจึงหยุดกลางทาง
สันดินพุ่งขึ้นขวางปลายเท้าเยว่ซีแทน!
นางรีบดึงขากลับ
ปลายกระบี่อวี้หนิงเฉือนผ่านชายเสื้อไป
เสียงผู้ชมดังขึ้นพร้อมกัน
เยว่ซีถอยออกมาได้ แต่แผนที่คิดว่าจะใช้รับกระบี่ชุดแรกพังไปแล้ว
อวี้หนิงเปลี่ยนจังหวะตั้งแต่เริ่ม
⸻
เยว่ซีเปิดกระบอกน้ำ
น้ำสายเล็กพุ่งออกมากวาดไปตามพื้นด้านข้าง ไม่ได้เข้าหาอวี้หนิงโดยตรง
อีกฝ่ายมองปราดเดียวก็ถอยออกจากบริเวณเปียก
นางไม่ยอมเหยียบจุดที่อาจกลายเป็นโคลน
เยว่ซีจึงดึงน้ำกลับมาระดับแขน แล้วใช้มันปัดด้านข้างกระบี่ขณะเข้าประชิด
คมของอวี้หนิงเบนออกเพียงเล็กน้อย
แต่เพียงพอให้เยว่ซีแทงเข้าไปได้
อวี้หนิงเอียงไหล่หลบ ปลายกระบี่กรีดแขนเสื้อเป็นรอยสั้น
เยว่ซีถอนกลับทันที
นางไม่หลงตามช่องที่เปิดอยู่นานเกินไป
ข้างลาน เสี่ยวถังยกมือขึ้นค้าง ก่อนค่อย ๆ ลดลงเมื่อเห็นทั้งสองแยกออกอย่างปลอดภัย
“ข้าไม่รู้แล้วว่าควรลุ้นใคร”
จ้าวเฉิงจ้องลาน
“ลุ้นให้ผู้ตัดสินมองทันก็พอ”
อวี้หนิงก้มมองรอยขาดบนแขนเสื้อ แล้วเงยหน้าขึ้น
สายตาคราวนี้ต่างจากตอนซ้อม
นางยกกระบี่สูงขึ้นเล็กน้อย
ดินด้านหน้าแยกเป็นแนวตื้นสามแนว
เยว่ซีมองตาม
ทางตรงกลางเรียบที่สุด
ทางซ้ายมีสันดินขวาง ส่วนทางขวาเปียกจากน้ำที่นางเพิ่งส่งผ่าน
นางไม่เข้าทางกลาง
เยว่ซีเลือกเหยียบสันดินทางซ้าย ใช้ความสูงที่เพิ่มขึ้นส่งตัวเข้าฟันจากด้านบน
อวี้หนิงยกกระบี่รับ
แรงกดทำให้เท้านางจมลงเล็กน้อย
เยว่ซีเห็นโอกาส จึงดึงน้ำจากพื้นเข้าหาข้อเท้าคู่ต่อสู้
แต่อวี้หนิงถอนเท้าออกก่อนน้ำจะถึง
ดินตรงที่นางเคยยืนยกขึ้นเป็นแผ่นเตี้ย ผลักน้ำกระจายออกทั้งสองด้าน
เยว่ซีต้องลงเท้า
และตอนนั้นเอง สันดินที่นางใช้ส่งตัวก็ยุบลง
นางเหยียบพลาดไปครึ่งฝ่าเท้า
อวี้หนิงเข้าประชิดทันที
⸻
เยว่ซีรับกระบี่แรกได้
กระบี่ที่สองบีบให้แขนนางเปิด
นางย่อตัวหลบคมที่สาม แล้วใช้ไหล่หมุนผ่านด้านข้างแทนการถอยกลับ
อวี้หนิงหันตาม
เยว่ซีได้ยินเสียงดินแตกใต้รองเท้า
นางรีบกระโดดข้ามแนวที่กำลังยกขึ้น ก่อนตวัดกระบี่กลับไปกันคมที่ตามหลังมา
ทั้งสองห่างกันอีกครั้ง
คราวนี้เยว่ซีเป็นฝ่ายหอบก่อน
อวี้หนิงไม่ได้ออกแรงโจมตีทุกส่วนของลาน นางเปลี่ยนพื้นเฉพาะจุดที่เยว่ซีต้องใช้ลงเท้า
ยิ่งสู้กันนาน พื้นที่ซึ่งนางเดินได้อย่างมั่นใจก็ยิ่งเหลือน้อย
เยว่ซีมองรอยแตก สันดิน และแอ่งตื้นรอบตัว
นางไม่อาจเอาชนะอวี้หนิงด้วยการคอยแก้สิ่งที่อีกฝ่ายวางไว้ทั้งหมด
ต้องทำให้อีกฝ่ายเสียจังหวะบ้าง
เยว่ซีถอนปราณจากน้ำ
อวี้หนิงเห็นไหล่นางขยับ ก็พุ่งเข้ามาทันที
นั่นคือช่วงเปลี่ยนปราณที่เคยใช้โจมตีนางได้เสมอ
แต่คราวนี้เยว่ซีไม่เรียกเถาขึ้นขวางด้านหน้า
นางใช้กระบี่รับคมของอวี้หนิง แล้วส่งเถาเตี้ยเลื้อยผ่านด้านหลังตนเองไปตามขอบพื้น
อวี้หนิงกดกระบี่ลง
เยว่ซีถอยตามแรงหนึ่งก้าว
รากเถาถูกดินบีบอีกครั้ง
นางยอมปล่อยให้มันถูกตรึง
ก่อนจะส่งปราณไปยังปลายเถาที่ลอดพ้นบริเวณนั้นมาแล้ว
เถาสะบัดขึ้นด้านข้าง!
อวี้หนิงต้องเบี่ยงกระบี่ออกมาตัด
เยว่ซีใช้จังหวะนั้นถอนอาวุธ แล้วแทงสวนเข้าหาช่วงไหล่
ปลายคมถึงตัวก่อนอวี้หนิงจะคืนกระบี่มาตั้งรับ
นางหลบได้เพียงส่วนหนึ่ง
ผ้าตรงหัวไหล่ขาด เลือดซึมเป็นรอยบาง
เสียงฮือดังขึ้นรอบลาน
อวี้หนิงถอยออกสองก้าว
เยว่ซีไม่ได้ตาม
แผนสำเร็จแล้ว แต่นางเสียปราณไปมากกว่าที่ตั้งใจเพราะต้องดึงเถาผ่านแรงกดของดิน
อวี้หนิงมองรอยเลือดบนไหล่ตน ก่อนสบตานาง
“เมื่อครู่เจ้ารอให้ข้ากดราก”
“เจ้าทำกับข้าหลายครั้งแล้ว”
มุมปากของอวี้หนิงยกขึ้นนิดหนึ่ง
จากนั้นนางก็ก้าวเข้ามาใหม่
เร็วกว่าเดิม
⸻
ปราณดินกระแทกขึ้นต่อเนื่องสองจุด
เยว่ซีหลบจุดแรก แต่ต้องใช้กระบี่รับการโจมตีขณะเท้ายังลงไม่มั่นคง
อวี้หนิงไม่ให้เวลาเรียกเถาอีก
คมกระบี่กดจากด้านบนแล้วเปลี่ยนเข้าช่วงเอว บังคับให้เยว่ซีหมุนรับติดกัน
พื้นด้านหลังนูนขึ้น
เยว่ซีเกือบถอยชน แต่หยุดเท้าได้ทัน
นางเห็นแล้ว
อวี้หนิงกำลังปิดทางที่นางเคยใช้หนีออกด้านข้าง
เยว่ซีจึงไม่หนี
นางเข้าประชิดแทน
กระบี่ทั้งสองขัดกันตรงช่วงโคนคม
ใบหน้าอวี้หนิงอยู่ใกล้จนเห็นเหงื่อข้างขมับ
เยว่ซีใช้แรงจากขาดันเข้าไป อีกฝ่ายต้องเลื่อนเท้าหลังเพื่อรับน้ำหนัก
ในจังหวะนั้น นางปล่อยปราณไม้ออกทั้งหมด แล้วเรียกน้ำที่ค้างอยู่ใกล้พื้นขึ้นมา
น้ำกระแทกด้านนอกข้อมืออวี้หนิง
ไม่แรงพอทำให้กระบี่หลุด
แต่ทำให้แรงกดคลายลง
เยว่ซีหมุนคมหลุดจากการขัด แล้วแทงเข้าหาหน้าอก
อวี้หนิงถอยอย่างรวดเร็ว
ปลายกระบี่ไล่ตามไป
เยว่ซีได้เป็นฝ่ายรุกครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มประลอง
หนึ่งกระบี่บีบไปทางซ้าย
อีกกระบี่ตัดทางขวา
น้ำสายเล็กช่วยปัดปลายคมอวี้หนิงทุกครั้งที่นางพยายามสวน
เยว่ซีไม่ยกน้ำสูง ไม่ค้างไว้นาน
นางใช้มันเพียงแตะแล้วปล่อย ให้มือที่ถือกระบี่มีเวลาต่ออีกนิด
อวี้หนิงถอยจนผ่านกลางลาน
เสียงเชียร์ดังขึ้น
เยว่ซีได้ยินชื่อของตน แต่ไม่หันไปมอง
อีกเพียงไม่กี่ก้าว คู่ต่อสู้จะเข้าใกล้เส้นขาว
นางต้องรักษาจังหวะนี้ไว้
⸻
อวี้หนิงหยุดถอย
กระบี่ของนางลดต่ำลงอย่างฉับพลัน
เยว่ซีจำท่านั้นได้
เคยเห็นนางทำกับผู้ใช้ปราณลม
พื้นที่ด้านหน้าดูว่างเกินไป
เยว่ซีจึงไม่ก้าวตามตรง ๆ นางขยับไปทางซ้ายซึ่งยังเห็นรอยรองเท้าเดิมของอวี้หนิงอยู่ แล้วฟันเฉียงเข้าหาไหล่
อวี้หนิงรับกระบี่
แรงปะทะครั้งนี้เบากว่าที่ควร
เยว่ซีรู้ตัวทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังยอมให้แรงฟันพาตนหมุน
นางพยายามถอนแขน
ช้าไปแล้ว
อวี้หนิงเลื่อนผ่านด้านข้าง พร้อมดันกระบี่นางออกนอกแนว
พื้นใต้เท้าซ้ายของเยว่ซีเอียงขึ้น
ตัวนางเซไปตามแรง
เส้นขาวอยู่ใกล้กว่าที่คิด
เมื่อครู่อวี้หนิงไม่ได้ถอยตรงออกขอบลาน
นางค่อย ๆ พาเยว่ซีเคลื่อนเฉียง จนเป็นฝ่ายที่อยู่ใกล้ขอบแทน
เยว่ซีรีบดึงเท้ากลับ
แต่คมกระบี่ของอวี้หนิงตามมาปิดทางด้านในแล้ว
จะรับก็ต้องลงน้ำหนักบนพื้นเอียง
จะหลบก็ต้องก้าวออกนอกลาน
เยว่ซีกัดฟัน ปล่อยน้ำลงทั้งหมด
ปราณไม้ไหลไปหาเถาที่อยู่ใกล้ที่สุด
ปลายเถาสะบัดมาทางนาง
อีกนิดเดียวก็จะถึง—
อวี้หนิงกระแทกกระบี่นางออก แล้วก้าวเข้าประชิด ใช้แรงจากหัวไหล่ผลักตรงแขนที่เปิดอยู่
เท้าหลังของเยว่ซีข้ามเส้นขาว
“หยุด!”
เสียงผู้ตัดสินดังขึ้นทันที
เยว่ซีชะงัก
เถาที่นางเรียกมาถึงปลายรองเท้าพอดี
แต่มันสายไปแล้ว
⸻
อวี้หนิงหยุดกระบี่และถอยออกทันที
เยว่ซีก้มมองเท้าตนเอง
ส้นรองเท้าอยู่เลยเส้นขาวออกไปชัดเจน
นางค่อย ๆ ถอนปราณ
เถาไม้ตกลงบนดิน
เสียงประกาศดังขึ้นเหนือความเงียบชั่วครู่
“เหยียนอวี้หนิงชนะ ผ่านเข้าสู่รอบถัดไป!”
เสียงปรบมือดังตามมา
เยว่ซียังมองเส้นขาวอยู่
นางไม่ได้แพ้เพราะเรียกเถาไม่ถึง
ก่อนจะถึงจังหวะนั้น นางปล่อยให้อวี้หนิงพาไปอยู่ในตำแหน่งที่เหลือทางเลือกน้อยเกินไปแล้ว
อวี้หนิงเดินเข้ามา
“เจ้ายืนไหวหรือไม่”
เยว่ซีเงยหน้า
“ไหว ข้าเพียงกำลังคิดว่าเจ้าเริ่มพาข้ามาทางนี้ตั้งแต่เมื่อใด”
อวี้หนิงชี้จุดใกล้กลางลาน
“ตอนเจ้าส่งน้ำปัดข้อมือครั้งที่สอง”
เยว่ซีมองตาม
ไกลกว่าที่นางคิดมาก
“ข้าคิดว่ากำลังต้อนเจ้า”
“เจ้าต้อนอยู่จริง ข้ารับกระบี่เจ้าตรง ๆ ต่อไม่ไหวแล้ว”
อวี้หนิงยกแขนข้างที่ถูกน้ำปัดให้ดู
นิ้วของนางยังสั่นเล็กน้อย
“ข้าจึงต้องทำให้เจ้าจบการประลองตรงขอบ”
เยว่ซีผ่อนลมหายใจยาว ก่อนประสานมือคำนับ
“วันนี้เจ้าเก่งกว่า”
อวี้หนิงคำนับตอบอย่างจริงจัง
“วันนี้ข้าเกือบเสียไหล่ให้เจ้าสองครั้ง”
เยว่ซีเหลือบมองรอยเลือด
“อาจารย์ฉินคงดุข้าด้วย”
“ข้าจะบอกว่าเจ้าตั้งใจ”
นางเงยหน้าทันที
อวี้หนิงยิ้ม
“ก็ตั้งใจจะชนะมิใช่หรือ”
เยว่ซีหัวเราะออกมาสั้น ๆ
ความเสียดายยังหนักอยู่ในอก แต่พออีกฝ่ายยื่นมือมา นางก็จับไว้ แล้วก้าวกลับเข้าลานเพื่อเดินลงบันไดด้วยกัน
⸻
เสี่ยวถังยื่นน้ำให้เยว่ซี ส่วนจ้าวเฉิงรับกระบี่จากอวี้หนิงไปถือให้
ทั้งกลุ่มเดินตรงไปยังโต๊ะผู้รักษา
ไม่มีใครรีบสรุปการประลองแทนคนที่เพิ่งลงมา
เสิ่นซูเหอเปิดดูแผลของเยว่ซี ซึ่งยังปิดดี ก่อนเปลี่ยนไปตรวจหัวไหล่อวี้หนิง
“รอยตื้น ไม่ต้องเย็บ”
อวี้หนิงพยักหน้า แต่สะดุ้งตอนยาแตะผิว
เยว่ซีมองแล้วขยับมือเข้าหา ก่อนหยุดไว้
อวี้หนิงจับได้
“อย่าทำหน้าเหมือนข้ากำลังจะขาดใจ”
“ข้าไม่ได้ทำ”
“เจ้าทำ”
เสี่ยวถังกลั้นหัวเราะ
จ้าวเฉิงวางกระบี่ทั้งสองพิงไว้ข้างโต๊ะ แล้วเลื่อนม้านั่งให้เยว่ซี
“นั่งเถิด ข้ายืนมองคนแพ้เดินไปเดินมาแล้วเวียนหัว”
เยว่ซีหันไปมองเขา
ชายหนุ่มยักไหล่
“เมื่อวานพวกเจ้าก็เห็นข้าเป็นเช่นนี้”
นางจึงนั่งลง
ครู่หนึ่งหลิงยวนเดินเข้ามาหยุดข้างโต๊ะ
อวี้หนิงเงยหน้าก่อนโดยไม่รู้ตัว
เขามองนางแล้วกล่าว
“เจ้าคุมระยะได้ดี จังหวะสุดท้ายหยุดทันทีที่ผู้ตัดสินสั่ง”
“ขอบคุณศิษย์พี่”
นางตอบโดยพยายามให้น้ำเสียงเป็นปกติ
หลิงยวนหันมาหาเยว่ซี
“อยากกลับไปพักหรืออยู่ดูต่อ”
เยว่ซีเงียบไปครู่หนึ่ง
นางอยากเก็บกระบี่กลับเรือน อยากเปิดสมุดแล้ววาดใหม่ว่าตนควรลงเท้าตรงไหน
แต่บนลานยังมีคนที่นางอยากดู
“อยู่ต่อเจ้าค่ะ”
หลิงยวนพยักหน้า
เขาไม่ได้บอกให้นางหยุดเสียดาย
เพียงรับห่อสัมภาระจากเสี่ยวถัง แล้วเดินไปหาที่นั่งให้
⸻
อวี้หนิงทำแผลเสร็จ ก่อนเยว่ซีจะลุกตามคนอื่นไป
นางเรียกไว้
“เยว่ซี”
หญิงสาวหันกลับ
อวี้หนิงมองป้ายผ่านรอบในมือตน แล้วเก็บเข้าชายแขนเสื้อ
“หลังจบงาน หากเจ้าจะฝึกวิธีเมื่อครู่ ข้าอยากลองรับใหม่”
เยว่ซีมองนางอย่างแปลกใจ
“เจ้าเพิ่งชนะข้า”
“แล้วข้าต้องรอให้เจ้าใช้มันชนะก่อนหรือ”
นางยกแขนข้างที่ถูกปัดข้อมือขึ้นอีกครั้ง
“ข้าไม่ชอบให้ใครจับจังหวะข้าได้อยู่ฝ่ายเดียว”
เยว่ซีมองมือคู่นั้น ก่อนยิ้มออกมา
“ได้ แต่ครั้งหน้าข้าจะดูเส้นขอบด้วย”
“เช่นนั้นข้าก็ต้องหาวิธีอื่น”
อวี้หนิงเดินนำออกไป
ตอนผ่านทางเดิน นางเห็นหลิงยวนขยับที่ว่างข้างตัวไว้ให้เยว่ซี ส่วนเจ้าตัวเดินเข้ามานั่งอย่างคุ้นเคย
ความรู้สึกเล็ก ๆ ในอกยังเจ็บอยู่
นางไม่ได้เลิกชอบเขาเพียงเพราะชนะการประลอง
แต่เมื่อก้มมองป้ายในมืออีกครั้ง อวี้หนิงก็กำมันแน่นขึ้น
วันนี้นางมีเรื่องที่ได้มาด้วยกำลังของตนเอง
นางเลือกนั่งอีกฝั่งของเสี่ยวถัง แล้วหันไปดูลานต่อ
⸻
เยว่ซีวางกระบอกน้ำลงข้างเท้า
มือยังเผลอขยับตามกระบี่ของคู่ที่กำลังประลองอยู่เบื้องหน้า
หลิงยวนสังเกตเห็น
“เจ้ากำลังแก้กระบี่สุดท้าย?”
“ตั้งแต่ตรงกลางลานเลยเจ้าค่ะ”
เขาหันมองนาง
เยว่ซีถอนหายใจ
“ถ้าคิดแต่ตอนเท้าข้ามเส้น ข้าคงโทษว่าตัวเองช้าอีกแล้ว แต่ข้าเริ่มพลาดก่อนหน้านั้น”
หลิงยวนพยักหน้า
นางเอนหลังพิงม้านั่ง แล้วถามเสียงเบาลง
“ตอนข้าชนะ ท่านบอกว่าภูมิใจในตัวข้า”
เขารอฟัง
“วันนี้ยังพูดได้หรือไม่”
หลิงยวนมองนางตรง ๆ
“ได้”
เยว่ซีหลบตาไปทางลานนิดหนึ่ง
“ข้ายังไม่หายเสียดาย”
“เจ้าภูมิใจในสิ่งที่ทำได้ และเสียดายที่แพ้พร้อมกันได้”
นางนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ คลายมือที่กำอยู่บนตัก
เสียงเรียกผู้ประลองดังขึ้น
รอบถัดไปเป็นของโม่หลิงยวน
เขาลุกยืน แล้วหันกลับมาหานาง
เยว่ซียื่นฝักกระบี่ให้
คราวนี้นางไม่ได้ขอคำปลอบเพิ่ม
“ข้าจะดูเท้าท่านด้วย”
หลิงยวนรับกระบี่ไป
“เช่นนั้นอย่ามัวแต่มองหน้าข้า”
เยว่ซีเบิกตา
เขาเดินขึ้นลานไปก่อนนางจะเถียงทัน
ข้างตัว เสี่ยวถังยกกระบอกน้ำขึ้นบังรอยยิ้ม ส่วนจ้าวเฉิงหลับตาลงเหมือนทนฟังไม่ได้อีก
เยว่ซีรีบหันกลับไปมองกลางลาน ใบหน้ายังอุ่นอยู่
คู่ต่อสู้ของหลิงยวนชักกระบี่ออกช้า ๆ
ปราณกดต่ำลงจนฝุ่นรอบรองเท้าขยับเป็นวง
ชายผู้นั้นมองหลิงยวน แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“รอบก่อนท่านยังเหลือแรงไว้อีกมาก”
หลิงยวนวางมือบนด้ามกระบี่
“เจ้าจะลองดูก็ได้”
ระฆังดังขึ้น
พื้นตรงกลางลานแตกร้าวจากแรงก้าวแรกของคู่ต่อสู้
เยว่ซีลืมเรื่องกระบี่สุดท้ายของตนไปในทันที