Home / โรแมนติก / พันธะรักในคืนร้าว / บทที่ 9 ฝืนใจไม่ลง

Share

บทที่ 9 ฝืนใจไม่ลง

last update publish date: 2026-05-06 09:39:16

ปัง!

ประตูห้องชั้นสองถูกเปิดออกอย่างแรงจนผนังสะเทือนทำณัฐนรีที่นั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นปลายเตียงสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าแตกตื่นเงยขึ้นมองประตูด้วยความตกใจ

 ร่างกายผุดลุกขึ้นยืนในทันทีเมื่อเห็นสีหน้าแข็งกร้าว ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยอารมณ์ที่อัดแน่นจนแทบควบคุมไม่อยู่ของร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า

"เธอนี่มันสารเลวจริง ๆ" เสียงเย็นเยียบตวาดใส่ดังกร้าวทำเธอสะดุ้งอีกรอบ นี่เธอไปทำอะไรให้เขาโกรธอีกหรือทำไมมาถึงก็ด่ากราดกันเลย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูด หรือถามอะไรเขาก็พุ่งเข้ามาจนเธอต้องถอยหลังหนี

หัวใจพลันกระตุกเล็กน้อยเมื่อแผ่นหลังชนกับผนังแข็งและเย็นเฉียบ ขณะที่ร่างสูงยังพุ่งตรงเข้ามาราวกับจะฉีกร่างเธอออกเป็นชิ้น ๆ เขาคงไม่คิดฆ่าเธอหรอกใช่ไหม

เธอรีบหลับตาปี๋ในตอนที่ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัว ฝ่ามือใหญ่ฟาดลงกับผนังข้างศีรษะเสียงดังสนั่นทำเธอถึงกับสะดุ้ง เนื้อตัวสั่นเทาคิดว่าเขาต้องฆ่าเธอแน่ ๆ

"อ๊ะ.."

เสี้ยวนาทีต่อมาเธอก็ต้องเบิกตาโพลงเพราะมือแข็งราวกับคีบเหล็กจับหมับเข้าที่รอบคอ แม้เขาจะจับไม่แน่นแต่ก็ทำให้เธอหายใจติดขัดเหมือนกันจึงพยายามใช้มือทั้งสองดึงแขนเขาออก

"ปะ...ปล่อยฉัน" 

"ลูกของฉันไม่น่าเกิดมาจากผู้หญิงอย่างเธอเลย ไม่อย่างนั้นเขา..."

คำพูดของเขาทำเธอหยุดชะงัก มองใบหน้าแข็งกร้าวอย่างตั้งใจ เธออยากฟังในสิ่งที่เขาพูด 

ทว่าพูดเพียงแค่นั้นเขาก็หยุดกึกขบกรามกรอดเหมือนกัดคำบางอย่างเอาไว้แน่น แต่มันกลับกระตุ้นหัวใจของเธอให้อยากรู้มากขึ้นไปอีก

"ลูก…ลูกเป็นยังไงคะ"

 เค้นถามเสียงแผ่วเต็มไปด้วยความหวัง และความกลัว เขากลับหัวเราะหยันด้วยท่าทางเยือกเย็นจนเธอรู้สึกหนาวเหน็บในหัวใจ

"เธอไม่มีสิทธิ์ถาม" เขาเอ่ยอย่างช้า ๆ ชัดทุกคำ "ตั้งแต่วินาทีที่เธอเลือกทิ้งเขา"

คำพูดของเขาทำขอบตาเธอร้อนผ่าวน้ำสีใสเริ่มเออคลอหน่วยตาจนต้องกลอกกลิ้งตาไปมากลั้นเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมา

"ฉันไม่ได้ทิ้ง…" เค้นที่ติดในลำคอที่เบาจนแทบไม่ได้ยินออกไป ทว่ากลับถูกตวาดเสียงกลบจนสะเทือนห้อง

"ไม่ต้องแก้ตัว!"

"..."

"เธอวางยาฉันไม่พอ ยังโยนลูกมาให้เหมือนเศษขยะทั้งที่เขาก็มีชีวิตจิตใจ"

คำพูดเขาแต่ละคำเหมือนมีดกรีดลงบนหัวใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ทำได้แค่ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบ ๆ ปากเม้มแน่นไม่คิดโต้เถียงไม่อธิบายเพราะรู้ดีว่าเขาไม่คิดจะฟัง กลับกันอาจยิ่งทำให้เขาโกรธและเกลียดเธอมากขึ้นไปอีก

ทว่าเธอเหมือนจะคิดผิดความเงียบของเธอเหมือนยิ่งทำให้เขาโกรธ

"อ๊ะ.."

ปึก!

ร่างของเธอลอยไปตกลงบนที่นอนนุ่มอย่างแรงจากแรงของร่างสูงที่จับเธอเหวี่ยงอย่างไร้ความปรานีโดยที่เธอไม่ได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ

"อึก.."

ความจุกเคล้าด้วยความเจ็บทำใบหน้าขาวซีดเหยเก น้ำตาคลอเบ้า แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทำอะไรก็ถูกอีกคนจับให้นอนหงายแล้วขึ้นคร่อม สองมือถูกรวบไปกดตรึงเหนือศีรษะ

"คะ..คุณจะทำอะไร"

ความจุกและเจ็บทำให้เธอไม่มีแม้แต่แรงขัดขืนนอกจากส่งเสียงเอ่ย

"ปล่อยฉันนะ..."

"คิดว่าฉันพิศวาสเธอนักเหรอ" 

ภารัณจ้องใบหน้าขาวซีดที่อยู่ห่างเพียงคืบราวกับจะกินเนื้อ หากไม่ใช่เพราะลูกบวกกับแรงกดดันจากแม่และหมอเขาไม่อยากแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ

"รู้ไหมผู้หญิงอย่างเธอโคตรน่ารังเกียจ"

"ถ้าฉันมันน่ารังเกียจคุณก็ปล่อยฉันไปสิ ฉันสัญญาว่าจะไม่โผล่หน้ามาให้คุณเห็นอีก" ณัฐนรีส่งสายตาเว้าวอน

"ถ้าไม่ใช่เพราะลูกคิดเหรอว่าฉันอยากแตะต้องคนอย่างเธอ" 

"ฉันไม่เข้าใจคุณกำลังพูดอะไร การที่คุณมายุ่งกับฉันมันเกี่ยวอะไรกับลูก" คำพูดเหมือนมีนัยยะของเขาทำเธองุนงง และไม่เข้าใจเลยสักนิดหวังว่าเขาจะช่วยไขความสงสัยนี้

"เธอไม่จำเป็นต้องรู้" ภารัณไม่คิดตอบเอ่ยเพียงแค่นั้นแล้วโน้มใบหน้าลงซุกไซ้ลำคอระหง ทว่าเพียงเสี้ยวนาทีก็หยุดชะงัก ก่อนผละตัวลุกลงจากเตียงเดินดุ่ม ๆ ออกจากห้องไปเพราะเขาไม่สามารถฝืนใจมีอะไรกับเธอได้จริง ๆ

ณัฐนรีรีบหยัดกายลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางที่ยังตกใจอยู่ มือกอดเข่าแน่นก่อนจะก้มหน้าร้องไห้ออกมาเบา ๆ หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าเธอคิดผิดมหันต์ที่ยอมรับงานนั้นจนนำมาสู่ความอัปยศอดสูในตอนนี้

เรื่องราวต่าง ๆ ในคืนนั้น และความยากลำบากที่เธอต้องเผชิญตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาค่อย ๆ ไหลย้อนเข้ามาในสมองอีกครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 72 ครอบครัวสุขสันต์ (จบ)

    หลายเดือนต่อมา..."น้องโซ่อย่าวิ่งครับ""คิก คิก...""น้องโซ่ระวังล้ม""คิก คิก..."เสียงร้องห้ามผสมด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเด็กน้อยดังก้องไปทั่วบริเวณคฤหาสน์โชคอัศวนนท์ บนสนามหญ้าอันกว้างขวางร่างเล็กของเด็กชายวัยสองขวบกำลังวิ่งเตาะแตะสุดแรงขา เล็ก ๆ ก้าวสั้นบ้างยาวบ้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส ด้านหลังมีคุณพ่อตัวโตวิ่งตามปากก็ร้องห้ามด้วยความเป็นห่วง แม้ลูกชายคนโตจะรักษาตัวจนหายดีแล้วแต่สำหรับคนเป็นพ่อแม่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดีจึงดูแลเข้มงวดเป็นพิเศษ"น้องโซ่อย่าวิ่งครับเดี๋ยวก็หอบอีกหรอก..""กรี๊ดดด!"เสียงใสร้องอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นพ่อไล่ทัน ก่อนสะดุดเท้าตัวเองนิดหน่อยแต่ยังไม่ทันล้มคนเป็นพ่อก็รีบเข้าไปรับเอาไว้ได้ทัน จากนั้นยกขึ้นสูงเหนือศีรษะ เสียงหัวเราะของพ่อลูกดังขึ้นพร้อมกันภาพนั้นทำให้คนที่นั่งมองอยู่บนศาลาหลุดยิ้มตามณัฐนรีนั่งอยู่บนเก้าอี้หวายตัวใหญ่ในอ้อมแขนมีเด็กชายตัวอ้วนวัยสิบเอ็ดเดือนนั่งอยู่บนตัก เด็กน้อยแก้มกลมที่ตอนนี้เริ่มส่งเสียงอ้อแอ้เก่งขึ้นทุกวัน เจ้าตัวกำลังตบมือเล็ก ๆ ของตัวเอง สายตามองไม่รอบตัวไม่หยุดนิ่งบ้างก็หัวเราะคิกคักออกมา"ดูพี่เขาสิ" ณัฐนรีก้

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 71 รักเท่ากัน

    การคลอดผ่านไปได้อย่างราบรื่นกว่าที่ทุกคนคาดไว้เพราะณัฐนรีค่อนข้างคลอดง่ายเพียงสองชั่วโมงทารกน้อยตัวอ้วนจ้ำม่ำ และแข็งแรงสมบูรณ์ทุกประการก็ออกมาลืมตาดูโลกตลอดช่วงเวลาสองชั่วโมงกว่าภารัณไม่เคยห่างจากหญิงสาวแม้แต่วินาทีเดียว เขาคอยจับมือเธอไว้แน่น คอยเช็ดเหงื่อ คอยพูดปลอบ และให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา"อุแว้..."เสียงร้องดังลั่นของเด็กทารกตัวน้อยดังขึ้นภายในห้องคลอด เสียงแรกของลูกชายทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อและเป็นแม่สั่นไหวไปพร้อมกันภารัณมองหน้าลูกแล้วดวงตาแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว ลูกที่ตอนแรกเห็นเป็นเพียงเครื่องมือช่วยชีวิตลูกอีกคน ลูกคนที่เขาไม่ตั้งใจจะมีแต่เพราะสถานการณ์บังคับ ทว่าตอนนี้ความคิดเหล่านั้นไม่มีอยู่ในหัวเลยเขารักลูกคนนี้ไม่แพ้ลูกคนโตเลย รักโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ อีก"เดี๋ยวส่งคุณแม่กลับไปพักผ่อนก่อนนะคะ ส่วนน้องพยาบาลจะพาไปส่งทีหลัง" เสียงพยาบาลดังขึ้นทำให้ทั้งสองละสายตาจากลูก พยักหน้ารับเบา ๆจากนั้นณัฐนรีก็ถูกพากลับไปยังห้องพักฟื้นโดยมีภารัณเดินตามไปไม่ห่าง"เป็นไงบ้างครับ ยังเจ็บอยู่ไหม" คอยถามไถ่ตลอด"ยังเจ็บนิดหน่อยค่ะ" ณัฐนรียิ้มให้เขาบาง ๆ แม้จริง ๆ ยังรู้สึกเจ็บ แ

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 70 วุ่นวาย

    หลังจากพูดคุยกับพ่อแม่อีกพักใหญ่ภารัณก็ประคองณัฐนรีกลับขึ้นมายังห้องนอนบนชั้นสาม พาเธอไปนั่งที่เตียง แล้วหันไปถอดนาฬิกาข้อมือราคาแพงออกวางบนโต๊ะข้างเตียงตามปกติทว่ายังไม่ทันได้วางลงก็ต้องชะงักเมื่อมีอ้อมแขนเล็ก ๆ สวมกอดเข้ามาจากด้านหลัง เขาอมยิ้มสายตาก้มมองมือเล็กที่ประสานอยู่บริเวณเอวของตัวเองณัฐนรีซบแก้มลงบนแผ่นหลังกว้างหลับตาลงช้า ๆสูดเอากลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคย ความอบอุ่นจากร่างของเขาทำให้หัวใจที่เต็มตื้นอยู่แล้วยิ่งอุ่นขึ้นไปอีก วงแขนกอดเขาเอาไว้แน่นราวกับอยากส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่อยู่ในหัวใจภารัณจึงวางนาฬิกาลงช้า ๆ แล้วเลื่อนมือลงกุมมือของเธอ"เป็นอะไรฮึ" เอ่ยถามเสียงนุ่ม"ขอบคุณนะคะ" เสียงหวานดังขึ้นเบา ๆ ชิดแผ่นหลังกว้าง"ขอบคุณเรื่องอะไร" เขาย้อนถามทั้งที่พอจะเดาได้อยู่แล้ว ณัฐนรียิ้มบาง ๆ มือยิ่งกอดเขาแน่นขึ้น "ทุกเรื่องเลย"ภารัณยิ้มบาง ๆ ก่อนค่อย ๆ หันตัวกลับ แล้วดึงร่างอวบเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน มือใหญ่ลูบเส้นผมนุ่มเบา ๆ"บอกแล้วไงว่าไม่ต้องขอบคุณ มันเป็นหน้าที่ของสามีอยู่แล้ว"ณัฐนรีเงยหน้าขึ้นมองสบสายตาอ่อนโยนของเขาแล้วระบายยิ้มออกมาโดยไม่พูดอะไร สองสายตามองสบประสา

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 69 ชีวิตพลิกผัน

    นับตั้งแต่วันที่ย้ายเข้ามาอยู่บ้านโชคอัศวนนท์ชีวิตในแต่ละวันของณัฐนรีก็เต็มไปด้วยความสุข ระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมาทำให้ความเกร็งและความประหม่าของเธอค่อย ๆ จางหายไปเธอสนิทกับพ่อแม่ของชายหนุ่ม และทุกคนในบ้านโชคอัศวนนท์มากขึ้น ทุกคนทำให้รู้สึกว่าเธอเป็นคนในครอบครัวจริง ๆน้องสาวของเธอเองก็ปรับตัวเข้ากับบ้านหลังนี้ได้ดี มีทั้งแม่บ้าน พยาบาล และทุกคนในบ้านคอยดูแลและให้ความรักราวกับว่าน้องสาวคือคนในครอบครัวจริง ๆเธอได้เห็นรอยยิ้มของน้องสาวที่มีมากขึ้นในแต่ละวัน มันเป็นสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุดส่วนชายหนุ่มนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเขารัก และดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี ยิ่งใกล้คลอดยิ่งทะนุถนอมราวกับไข่ในหินบางครั้งก็รู้สึกว่ามันมากเกินไป"เฮ้อ..."เธอนั่งมองหน้าลูกน้อยบนเตียงแล้วเผลอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ทำคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หันมองอย่างสงสัย"เป็นอะไรครับ?""เซ็งค่ะพรุ่งนี้ไม่ได้มาหาลูก" เธอยู่ปากใส่พ่อของลูกก็เพราะเขากับแม่นั่นแหละที่ยิ่งใกล้ถึงกำหนดคลอดก็ยิ่งเข้มงวดมากขึ้นจากเดิมที่เธอมาโรงพยาบาลหาลูกได้ทุกวันตอนนี้กลับถูกลดเหลือเพียงไม่กี่วันต่อสัปดาห์ และถ้าวันไหนไปก็อยู่ได้ไม่

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 68 ของขวัญรับลูกสะใภ้

    วันต่อมา...ณัฐนรีตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกใหม่ แม้เช้านี้จะตื่นมาในอ้อมกอดของชายหนุ่มเหมือนทุกวันการลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องนอนของคฤหาสน์โชคอัศวนนท์อดทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังฝันไม่ได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป เร็วเสียจนบางครั้งเธอต้องก้มมองแหวนที่นิ้วนางของตัวเองเพื่อยืนยันว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริงและหลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จชายหนุ่มก็พาเธอลงมายังห้องอาหาร นั่นทำให้หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้งเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับพ่อแม่ของเขาอย่างเป็นทางการถึงแม้ผู้ใหญ่ทั้งสองจะดีกับเธอมาก แต่ความเกรงใจและความประหม่าก็ยังมีอยู่ไม่น้อย เธอนั่งหลังตรงแทบตลอดเวลาภารัณที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แอบอมยิ้ม ก่อนจะเลื่อนแก้วนมมาให้พร้อมกระซิบเบา ๆ "เธอนั่งตัวตรงยิ่งกว่านักเรียนโดนครูเรียกตอบคำถามอีก ผ่อนคลายหน่อยสิครับ"ณัฐนรีหันไปค้อนทันที แต่ก็ทำให้ความเกร็งลดลงไปได้บ้างสายตามองน้องสาวที่นั่งอยู่บนโต๊ะฝั่งตรงข้าม แล้วหันมองพ่อแม่ชายหนุ่มด้วยความรู้ตื้นตัน และซาบซึ้งสุดใจพวกท่านให้น้องสาวมานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วย มีแม่บ้านและพยาบาลพิเศษคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ แต่ไม่มีใครแสดงสีหน

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 67 เหมือนฝัน

    "มานั่งกันก่อนแล้วค่อยคุยต่อ คนท้องยืนนาน ๆ เดี๋ยวเหนื่อย"ฉัตรชัยเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นทุกคนยืนคุยไม่ยอมมานั่งกันสักทีพิมพ์ผกาจึงรีบจับมือณัฐนรีดึงให้เดินตามนั่งลงข้าง ๆ บนโซฟาตัวยาวท่าทางเป็นกันเองราวกับเธอเป็นคนในครอบครัวจริง ๆ ทำให้ความประหม่าของณัฐนรีค่อย ๆ ลดลงทีละนิดส่วนภารัณก็เดินเข้าไปนั่งลงข้างเธออีกด้านหนึ่งเพราะกลัวว่าเธอจะยังไม่ชินกับบรรยากาศฉัตรชัยมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "ไม่ต้องเกร็งนะลูกคิดเสียว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำไม่ต้องเกรงใจใครทั้งนั้น"ณัฐนรีมองพวกท่านน้ำตาเอ่อคลอเบ้ามันรู้สึกตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออกกับความเมตตาที่พวกท่านมอบให้มือรีบยกขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณ คุณลุงกับคุณป้าที่เมตตาหนูนะคะ"น้ำเสียงเธอสั่นเล็กน้อยจนพิมพ์ผกาเอ็นดูยื่นมือไปลูบหลังมือเธอเบา ๆ"เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องขอบคุณหรอก แล้วก็เลิกเรียกป้ากับลุงได้แล้ว ตอนนี้หนูแต่งงานกับภารัณแล้วก็ถือเป็นลูกพ่อกับแม่ด้วย ต้องเรียกพ่อกับแม่เหมือนที่ภารัณเรียกสิ"ณัฐนรีเม้มริมฝีปากแน่นพยายามสะกดความรู้สึกที่มันเอ่อล้นในอก ก่อ

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 3 แผนล่อเหยื่อ

    จากวันนั้นเวลาล่วงเลยมาเกือบหนึ่งเดือนเต็ม ๆ แต่การตามหาผู้หญิงคนนั้นยังคงไร้ผลทุกวันภารัณจะได้ยินลูกน้องรายงานซ้ำ ๆ ด้วยสีหน้าอึดอัดว่าไม่มีเบาะแสใหม่ ไม่มีร่องรอย ไม่มีผู้หญิงคนนั้นในระบบใด ๆ นอกจากข้อมูลการคลอดลูกของเธอที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดชุมพรเมื่อหนึ่งเดือนก่อนเท่านั้น แต่พอลูกน้

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 2 ดรัณภพ

    ระหว่างรอผลดีเอ็นเอออกภารัณก็มาหาทารกน้อยที่โรงพยาบาลทุกวัน เขามาไม่ใช่เพราะมีใครบังคับ ไม่ใช่เพราะคำสั่งของหมอ แต่เพราะเขาอยากมาเองบางวันเขายืนอยู่หลังประตูกระจกมองร่างเล็กในตู้อบโดยไม่เข้าไปใกล้ บางวันนั่งเงียบ ๆ ข้างเตียงฟังเสียงเครื่องมือแพทย์ดังสม่ำเสมอเด็กทารกค่อย ๆ คุ้นเคยกับการมีอยู่ของเ

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 1 โรคทางพันธุกรรม

    วันต่อมาภายในห้องทำงานบนตึกสูงระฟ้า ม่านสีเข้มปิดบังแสงภายนอกเหลือเพียงแสงจากหน้าจอหลายจอที่สว่างอยู่บนโต๊ะยาวภารัณนั่งนิ่งสายตาคมจับจ้องภาพจากกล้องวงจรปิดที่ลูกน้องนำมาเปิดให้ดูทีละจุด ตั้งแต่ถนนหน้าโครงการ แยกเล็ก ๆ ป้ายรถเมล์ ทุกภาพมีเงาผู้หญิงคนนั้นในชุดมิดชิด สวมหมวก สวมหน้ากากปรากฏอยู่เพียง

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทนำ

    อุแว้ อุแว้~เสียงเด็กร้องแผ่วเบาดังแทรกผ่านความเงียบของยามเช้ามืดทำให้ร่างสูงในชุดวิ่งสีเข้มที่กำลังก้าวเท้าวิ่งเหยาะ ๆ บนสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์หยุดชะงัก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ก่อนใบหน้าคมเข้มจะหันไปตามทิ้งทางของเสียงเสียงนั้นเหมือนดังมาจากหน้ารั้ว ภารัณรีบเดินตามเสียงไปจนถึงรั้วที่สูงตระหง่าน แล้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status