Masuk“ในโลกที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ ความเชื่อ และการหักหลัง หญิงสาวผู้ไม่เชื่ออะไรเลย กลับต้องเดิมพันด้วยทั้งหัวใจ” “เมิ่งซิน ” หญิงสาวชาวจีน ผู้เปี่ยมด้วยความรู้และเหตุผล เดินทางมาเมืองไทยเพื่อเก็บข้อมูลวิจัย ณ ศาลเจ้าเก่า ร่องรอยประวัติศาสตร์ของราชวงศ์หมิงที่ปรากฎในไทย ที่นี่ถูกร่ำลือว่ามีพลังบางอย่างซ่อนอยู่ หากแต่เธอไม่เชื่อในสิ่งลี้ลับตามที่กล่าวขานจึงต้องการมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้ด้วยตัวเอง ทันทีที่เธอก้าวเท้าแตะบันไดขั้นแรกของศาลเจ้า พลันฟ้าฝนกลับคะนองปกคลุมศาลเจ้ากลางป่า สายฟ้าฟาดลงกระทบศิลาจารึก เสียงคำรามของฟ้าทำให้ทุกอย่างมืดดับ เมิ่งซิน ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งกลางป่าทึบ เสียงฝีเท้าหนักและเสียงดาบปะทะกันอย่างรุนแรงดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มในชุดนักรบเต็มยศปรากฏตัวขึ้น เขาได้รับบาดเจ็บที่แขนและกำลังหนีการไล่ล่าจากข้าศึกที่ซุ่มโจมตีในป่า เขาตัดสินใจคว้าแขนเธอขึ้นหลังม้าแล้วกล่าวเสียงสั้น "หากยังอยากมีชีวิต...ไปกับข้า" เมิ่งซินช่วยดูแลรักษาบาดแผลที่แขนของชายหนุ่มแต่ไม่ทันได้เห็นใบหน้าเขาเลยแม้แต่ ทว่าเขากลับเห็นใบหน้าเธอชัดเจนในแสงจันทร์ใต้เงาไม้ เช้าตรู่ก่อนฟ้าสางชายหนุ่มจากไปโดยไม่เอ่ยชื่อทั้งคู่จะมีโอกาสได้พบกันอีกหรือไม่...
Lihat lebih banyak“ข้าจะอยู่อยู่ตรงนี้…แล้วเจ้าไม่มีวันโดดเดี่ยวอีกต่อไป”ฉาก 1 — ห้องลับ / 8 วันผ่านมาแสงเช้าสาดผ่านช่องไม้เล็ก ๆ ลงมากระทบใบหน้าของขุนคีรินทร์ ชายหนุ่มค่อย ๆ ลืมตา — เปลือกตาหนักราวกับเพิ่งตื่นจากความตาย หายใจแรง ๆ ราวกับโลกนี้ยังไม่แน่ใจว่ามันคือจริงหรือฝันสิ่งแรกที่เขามองหา…คือเมิ่งซิน แต่พบว่าเธอฟุบอยู่ข้างกาย…กับถ้วยยาสมุนไพรอุ่น ๆ ที่เธอเพิ่งทำเสร็จเพื่อเขาขุนคีรินทร์ “เมิ่งซิน...”เขารีบลุกอุ้มเธอขึ้นมาวางบนเตียงของตัวเอง มือสั่น ๆ แตะลงบนหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา ใต้ตาของเธอคล้ำ ปากแห้งซีด — เหลือเพียงเงาเดิมของหญิงผู้เข้มแข็งขุนคีรินทร์ “เมิ่งซิน…ทำไมเจ้าถึงเป็นเช่นนี้”เมิ่งซินพยายามลืมตา แต่ได้แค่ลืมปรือ ๆ น้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับไม่มีแรงเหลือเมิ่งซิน “ขุน…คีรินทร์ ท่าน…รีบ…ดื่มยาสุดท้ายเถิด…พิษในตัวท่านจักหายไปตลอดกาล…”มือเธอร่วงลงพื้น…ขุนคีรินทร์ “ไม่…ไม่นะเมิ่งซิน…เจ้าต้องไม่เป็นอะไร ตื่นสิ! ตื่นขึ้นมาอยู่กับข้า…”เขามองถ้วยยา…แล้วกลับมองเธอที่นอนแน่นิ่ง ทุกความทรงจำของวันที่เธอต้มยาให้เขา…ป้อนยาเช้าเย็น…อยู่ข้างเขาแม้ในความมืด… มันไหลกลับมาในหัวใจเขาแบบชัดเจ
“บางครั้ง…ความมืดไม่ได้น่ากลัวที่สุด…แต่คือการตัดสินใจที่จะปกป้องคนที่เรารักต่างหาก”ฉาก 1 — หมู่บ้านก่อนรุ่งสางเสียงฝีเท้าม้ากระแทกพื้นดินดังสะท้อนในอก เมิ่งซินลากร่างอิดโรยกลับถึงหมู่บ้าน ใบหน้าเปรอะเถ้าควันและฝุ่น แต่เวลานี้…หยุดไม่ได้สักวินาทีชาวบ้านเริ่มส่งสายตาสงสัย เธอไม่รอช้า ตะโกนเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นเมิ่งซิน: “ทุกคน…ฟังฉันให้ดี! พวกทหารจะมา ล่วงรุ่งเช้า…เพื่อฆ่าพวกเราทุกคน!”เสียงฮือฮาและความตื่นตระหนกผสมปนกันชาวบ้าน1 (OS): “นี่มันเรื่องอะไรนี่ท่านหมอหญิง?”ชาวบ้าน2 (OS): “เราทำผิดอะไรให้พวกทหารมาสังหารเรา?”ชาวบ้าน3 (OS): “จะให้หนีโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลยงั้นหรือ…”ชาวบ้าน4 (OS): “นี่ท่านหญิงตั้งใจหลอกเราหรือเปล่า?”เมิ่งซิน: “ฉันไม่มีเวลามาอธิบายมากนัก…แต่เชื่อใจฉัน!”ชาวบ้าน5 (OS): “เราวางใจท่านหมอหญิง! ถ้าไม่ใช่ท่าน…เราคงตายไปตั้งหลายเดือนแล้ว…บอกเราหน่อยว่าต้องทำยังไง!”เมิ่งซินหอบหายใจ ก่อนจะชูแผนที่ในมือเมิ่งซิน: “นี่คือแผนที่ทางลับของพี่แย้ม…มันจะพาพวกเราทุกคนไปที่ปลอดภัย!”1/2 — ตัดภาพไปก่อนที่นายแย้มจะสิ้นลม (บนเกวียน)นายแย้ม: “ท่านหญิง…จงเอ
“ควันพิษ… เงาฆาตกร… และชายปริศนาที่เรียกฉันว่า ‘เซียนอิ๋น’ — ใครคือเขา ใครคือผู้บงการทั้งหมด?!”ฉาก 1 – ภายในหอพระโอสถ กลางคืนเมิ่งซินลื่นไหลออกจากหลืบชั้นยา มือเรียวกอดตำรับยาและสมุนไพรเล็ก ๆ แนบอก — เป้าหมายอยู่แค่ปลายนิ้ว แต่ทันใดนั้น… กลิ่นแสบจมูกจู่โจมเข้ามา ม่านควันสีเทาอ่อนลอยเข้ามาในห้องเงียบ ๆ กลิ่นฉุนแบบสนผสมกำมะถัน ทำให้เธอต้องสะดุ้งเมิ่งซิน (คิดในใจ) นี่มัน…ควันพิษ!?ไม่รอช้า เธอควักขวดยาสกัดพิษจากชายเสื้อ จุ่มแตะจมูก และพันผ้าคาดเอวปิดหน้าแน่น — กลิ่นตะไคร้ กานพลู ยูคาลิปตัส ขิงแห้ง และชะเอมเทศ ดับกลิ่นพิษเบา ๆเมิ่งซิน (พึมพำ) ขอโทษนะ…ของแค่นี้เล่นงานฉันไม่ได้หรอกทันใดนั้น! เสียงฝีเท้า — เงาดำชุดดำพร้อมหน้ากากโผล่เข้ามา ล้อมหอพระโอสถ แววตาอำมหิตทุกคู่ และ…เสียงเย็นยะเยือกจากเงามืดหญิงปริศนา …ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องมา…แต่ลืมไปเสียเถอะ ว่าจะได้รอดออกไป! สังหารนางบัดเดี๋ยวนี้!!เมิ่งซิน (คิดในใจ) อะ…อะไรนะ…เรียกฉันว่าเมิ่งเซียนอิ๋นเหรอ…นี่มันอะไรกัน!เธอถอยหลังชนชั้นเก็บตำรับยา มือกำแน่น ไม่มีทางหนี ทันใด…เสียงฝีเท้าทั่วหลังคาดัง! เงาหนึ่งพุ่งลงราวเหยี่ยว!ชายปร
"พิษโบราณ ทหารเวร และแผนลวง…เมิ่งซินต้องฝ่าหอพระโอสถให้ได้ ก่อนที่ชีวิตและหมู่บ้านจะตกอยู่ในความเสี่ยง"– ริมป่าหลังเขา – ทางลับสู่พระราชตำหนัก – เช้า หมอกจาง ๆ คลี่คลุมผืนดิน เงาไม้โยกไหวตามสายลมแผ่ว เสียงกิ่งไม้หักเบา ๆ ก่อนเมิ่งซินและนายแย้มจะโผล่พ้นแนวพงหญ้านายแย้มหยุดยืนตรงทางลับ — กำแพงหินสูงขนาบข้าง ต้นไผ่รกชัฏ เขาหันไปมองเมิ่งซิน ใบหน้าเธอเปื้อนเหงื่อ แต่ดวงตายังคง แน่วแน่เกินใครนายแย้ม (เสียงแผ่ว) “จากตรงนี้ไปสุดทางก็ถึงทางเข้าพระราชตำหนัก…อีกสองชั่วยาม ข้าจะรอรับท่านหมอหญิงที่ปลายทาง”เมิ่งซิน (พยักหน้าแน่น) “ขอบคุณนะพี่แย้ม…”นายแย้มถอนใจ มองซ้ายขวา ก่อนล้วงมีดสั้นออกจากอกเสื้อนายแย้ม “รับสิ่งนี้ไว้…มีดนี้ไม่ใช่ฆ่าใคร แต่ใช้ปกป้องเจ้าหากมีภัย ให้เจ้าทำภารกิจสำเร็จและกลับไปรักษาขุนคีรินทร์ได้”เมิ่งซิน (ชะงักเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า) “พี่แย้มไม่ต้องกังวล…ไม่ว่าจะเจออะไร ฉันจะกลับมาให้ได้”นายแย้ม (เบาเสียงราวพูดกับตัวเอง) “ขอให้โชคดีนะ…ท่านหมอหญิง”เมิ่งซินไม่ตอบ…เพียงมองเข้าไปในเงามืดของทางลับ ก่อนก้าวเข้าไป แผ่นหลังเล็ก ๆ แบกความหวังทั้งชีวิตของชายคนหนึ่ง ค่อย ๆ กล
"บางครั้งการเดินทางไม่ใช่แค่ไปถึงปลายทาง…แต่คือการค้นพบความใกล้ชิดที่ทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ"ลานหน้าพระตำหนักศรอินทรา ยามสาย แดดยามเช้าสาดลอดต้นไม้ กลิ่นหญ้าชื้นเจือเสียงกีบม้า เสียงพ่อบ้านวังกำลังขนหีบพระราชทานขึ้นเกวียนเมิ่งซินยืนกอดอกพิงเสา มองเกวียนที่แน่นเอี๊ยดเมิ่งซิน (คิด): “โอ้โห ข
"แม้สงครามและความตายจะจบลง แต่หัวใจกลับเริ่มต่อสู้…เมื่อสองชีวิตจับจ้องกันด้วยสายตาที่มากกว่าคำพูด"สายลมเย็นพัดเบา ๆ ผ่านยอดไม้ แสงทองสุดท้ายของวันส่องทอดตัวผ่านปรางค์และกำแพงพระราชฐาน กลิ่นหอมจากดอกปีบลอยมากับลม เงียบสงบ…เหมือนทุกอย่างกลับเป็นปกติแต่ไม่…ความปกติไม่เคยกลับมาสำหรับ เมิ่งซิน เพราะต
"เมื่อชีวิตและหัวใจปะทะ…ใครจะกล้าเป็นผู้คุมชะตากรรมในห้วงเวลาแห่งความร้อนแรงนี้?"สายลมยามบ่ายพัดเอื่อย กลิ่นสมุนไพรลอยคลุ้งเต็มห้องปรุงยา เมิ่งซินยืนนิ่ง มือหยิบหม้อวางสมุนไพร แต่ใจกลับเต้นถี่ไม่ต่างจากจังหวะหัวใจที่ไม่อาจควบคุมได้เมิ่งซิน “ทำไมเขาต้องจ้องฉันขนาดนั้น…หรือเขาสงสัยว่าฉันมีแผนลับ? ค
"บางครั้ง…หัวใจที่เข้มแข็งที่สุด ก็สั่นสะเทือนเพียงแค่สายตาและกลิ่นสมุนไพร"แสงเทียนสลัวโยกไหวบนผนังหินเย็น เงามืดไหลคลืบราววิญญาณแห่งอดีตกาลขุนคีรินทร์ยืนเงียบในมุมประตู ดวงตาคมจับจ้องเมิ่งซินอย่างไม่ละสาย เขาไม่พูด…แต่สายตานั้นเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีคำตอบขุนคีรินทร์ (คิด): “หมอหญิงจากแดนไก






Ulasan-ulasan