พันธะหัวใจเหนือกาลเวลา

พันธะหัวใจเหนือกาลเวลา

last updateLast Updated : 2025-08-23
By:  WARALINZOngoing
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 rating. 1 review
39Chapters
585views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“ในโลกที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ ความเชื่อ และการหักหลัง หญิงสาวผู้ไม่เชื่ออะไรเลย กลับต้องเดิมพันด้วยทั้งหัวใจ” “เมิ่งซิน ” หญิงสาวชาวจีน ผู้เปี่ยมด้วยความรู้และเหตุผล เดินทางมาเมืองไทยเพื่อเก็บข้อมูลวิจัย ณ ศาลเจ้าเก่า ร่องรอยประวัติศาสตร์ของราชวงศ์หมิงที่ปรากฎในไทย ที่นี่ถูกร่ำลือว่ามีพลังบางอย่างซ่อนอยู่ หากแต่เธอไม่เชื่อในสิ่งลี้ลับตามที่กล่าวขานจึงต้องการมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้ด้วยตัวเอง ทันทีที่เธอก้าวเท้าแตะบันไดขั้นแรกของศาลเจ้า พลันฟ้าฝนกลับคะนองปกคลุมศาลเจ้ากลางป่า สายฟ้าฟาดลงกระทบศิลาจารึก เสียงคำรามของฟ้าทำให้ทุกอย่างมืดดับ เมิ่งซิน ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งกลางป่าทึบ เสียงฝีเท้าหนักและเสียงดาบปะทะกันอย่างรุนแรงดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มในชุดนักรบเต็มยศปรากฏตัวขึ้น เขาได้รับบาดเจ็บที่แขนและกำลังหนีการไล่ล่าจากข้าศึกที่ซุ่มโจมตีในป่า เขาตัดสินใจคว้าแขนเธอขึ้นหลังม้าแล้วกล่าวเสียงสั้น "หากยังอยากมีชีวิต...ไปกับข้า" เมิ่งซินช่วยดูแลรักษาบาดแผลที่แขนของชายหนุ่มแต่ไม่ทันได้เห็นใบหน้าเขาเลยแม้แต่ ทว่าเขากลับเห็นใบหน้าเธอชัดเจนในแสงจันทร์ใต้เงาไม้ เช้าตรู่ก่อนฟ้าสางชายหนุ่มจากไปโดยไม่เอ่ยชื่อทั้งคู่จะมีโอกาสได้พบกันอีกหรือไม่...

View More

Chapter 1

EP.01 – นักวิจัยที่ไม่เชื่อโชคชะตา

“เลขาเซี่ยครับ ใบลาออกของคุณท่านประธานฉีเซ็นอนุมัติแล้ว แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ทันสังเกตว่าคนที่ลาออกคือคุณ ให้ผมช่วยเตือนเขาหน่อยไหมครับ?”

เมื่อได้ยินข้อความจากปลายสาย เซี่ยอวี่จือก็ค่อยๆ ลดสายตาลง “ไม่เป็นไรค่ะ เอาตามนี้แหละ”

“แต่คุณทำงานเป็นเลขาข้างกายท่านประธานฉีมาตั้งสี่ปีแล้วนะครับ เขาพอใจในตัวคุณที่สุด และขาดคุณไม่ได้ที่สุด เรื่องลาออกนี่ คุณจะไม่ลองพิจารณาดูอีกสักหน่อยจริงๆ เหรอครับ?”

ฝ่ายบุคคลพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยความหวังดี แต่เซี่ยอวี่จือกลับทำเพียงยิ้มบางๆ

“บนโลกนี้ไม่มีใครขาดใครไม่ได้หรอกไม่ได้หรอกค่ะ พ่อแม่ของฉันสุขภาพไม่ค่อยดี ฉันยังต้องรีบกลับบ้านเกิดไปดูตัวแต่งงาน ในเมื่อท่านประธานฉีอนุมัติแล้ว ฉันก็จะส่งมอบงานตามขั้นตอน และจะจากไปในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า รบกวนด้วยนะคะ”

หลังจากวางสาย เซี่ยอวี่จือจึงเริ่มจัดเก็บข้าวของที่เป็นของตัวเองต่อ

เธออาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้มาสามปี ของใช้มีไม่มากไม่น้อย นอกจากของที่จำเป็นจริงๆ แล้ว อย่างอื่นเธอก็ทิ้งไปทั้งหมด

เมื่อเห็นห้องค่อยๆ ว่างเปล่าลง เธอก็เหม่อลอยไปชั่วขณะ เรื่องราวในอดีตมากมายพรั่งพรูเข้ามาในหัว

เมื่อแปดปีก่อน เซี่ยอวี่จือเด็กสาวจากเมืองเล็กๆ ที่มีฐานะธรรมดา สอบเข้ามหาวิทยาลัยHได้ และได้กลายเป็นเพื่อนสนิทกับฉีอี่เนี่ยน คุณหนูตระกูลดังแห่งปักกิ่ง

เด็กสาวสองคนที่ฐานะทางบ้านต่างกันราวฟ้ากับเหวกลับเข้ากันได้เป็นอย่างดี ทั้งไปเรียน กินข้าว เดินเล่นด้วยกัน ตัวติดกันทุกวัน

ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เซี่ยอวี่จือถูกพาเข้าสู่สังคมของเพื่อนสนิท ได้รู้จักกับครอบครัวของเธอ และตกหลุมรักพี่ชายของเธออย่างฉีโม่หาน

แต่เธอฝังความรู้สึกนี้ไว้ลึกสุดใจ ไม่เคยบอกใครเลย

หลังเรียนจบ ฉีอี่เนี่ยนไปเรียนต่อต่างประเทศ

ส่วนเธอยังคงอยู่ที่ปักกิ่งและยื่นเรซูเม่ จนได้เป็นเลขาของฉีโม่หาน เพียงเพื่อให้ได้พบเขาบ่อยๆ

จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุครั้งหนึ่ง ฉีโม่หานถูกคนวางยา

เซี่ยอวี่จือเพิ่งจะพยายามติดต่อโรงพยาบาล แต่กลับถูกเขาที่ควบคุมตัวเองไม่ได้กดร่างไว้กับผนัง พร้อมกับจุมพิตที่โหมกระหน่ำลงมา

หลังจากค่ำคืนที่พัวพันกันลึกซึ้ง เธอตื่นขึ้นมาเห็นเขานั่งอยู่ริมหน้าต่าง ใบหน้าที่คมสันเลือนรางอยู่ในควันบุหรี่ที่อบอวล ดูสุขุมและโดดเดี่ยว

เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว เขาก็หันกลับมา และถามเพียงประโยคเดียว

“คุณชอบผมเหรอ?”

เซี่ยอวี่จืออยากจะปฏิเสธตามสัญชาตญาณ แต่เขากลับพูดต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ทุกครั้งที่คุณเห็นผม คุณจะหน้าแดง คุณจำของที่ผมห้ามและของที่ผมชอบได้ทุกอย่าง พอเรียนจบก็รีบมาเป็นเลขาของผม...”

“อย่าบอกผมนะว่าทั้งหมดนี้คือเรื่องบังเอิญ”

เขาพูดออกมาทีละคำ จนใบหน้าของเธอแดงก่ำไปหมด ไม่รู้ว่าเพราะความอายหรือความละอายใจ

ท่ามกลางความเงียบงัน จู่ๆ เขาก็ยื่นบัตรใบหนึ่งมาให้

“เรื่องเมื่อคืนเป็นอุบัติเหตุ ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของคุณได้ และไม่สามารถรับผิดชอบคุณได้ด้วย พี่ได้ยินฉีอี่เนี่ยนบอกว่าฐานะทางบ้านคุณก็ธรรมดา เงินในบัตรนี้มากพอให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างไร้กังวลไปตลอดชาติ ลืมเรื่องทั้งหมดนี้ไปซะ”

เซี่ยอวี่จือฟังจนตะลึง ถึงเพิ่งนึกได้ว่าเมื่อคืนตอนที่อยู่บนเตียง เขาเรียกชื่อหนึ่งซ้ำๆ ตลอดเวลาจริงๆ

ชิงเหยา สวี่ชิงเหยา

จากปากของฉีอี่เนี่ยน สวี่ชิงเหยาคือรักแรกที่ฉีโม่หานไม่มีวันลืมเลือนในชาตินี้

เขารักเธอมากจนถึงขั้นที่แม้ว่าฝ่ายหญิงจะเลิกราและไปต่างประเทศ มีข่าวลือกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า เขาก็ยังยืนกรานที่จะรอเธอกลับมา

เซี่ยอวี่จือจำประโยคหนึ่งที่ฉีอี่เนี่ยนเคยพูดตอนบ่นได้

“คนตระกูลฉีของพวกเราน่ะเย็นชาที่สุด แต่ทำไมพี่ชายฉันถึงได้เกิดมาเป็นพ่อหนุ่มคลั่งรักขนาดนี้ รอมาตั้งหลายปี แถมยังบอกอีกว่านอกจากเธอคนนั้นแล้ว คนอื่นก็แค่แก้ขัด แต่เขาไม่อยากจะทนอยู่แบบแก้ขัด”

เธอรู้สึกร่วมกับประโยคนั้นอย่างลึกซึ้ง และเมื่อนึกถึงขึ้นมาในตอนนี้ จู่ๆ เธอก็รวบรวมความกล้าเรียกฉีโม่หานที่กำลังจะออกไปไว้

“ฉันไม่เอาเงินค่ะ แค่อยากขอให้คุณให้โอกาสฉัน ท่านประธานฉีคะ ได้โปรดลองคบกับฉันดูได้ไหม ถ้าเธอยังไม่กลับมา หรือว่า... เธอกลับมาแล้ว แต่คุณยังลืมเธอไม่ได้ วันนั้นฉันจะเป็นฝ่ายเดินจากไปเอง”

เมื่อเผชิญกับสายตาที่เต็มไปด้วยความรักของเธอ ฉีโม่หานชะงักไปไม่กี่วินาที ก่อนจะทิ้งคำพูดไว้ว่าตามใจเธอแล้วเดินจากไป

ตั้งแต่นั้นมา ตอนกลางวันเซี่ยอวี่จือคือเลขาของเขา ตอนกลางคืนคือคู่นอนส่วนตัวของเขา

พวกเขาทิ้งร่องรอยความสัมพันธ์อันบ้าคลั่งไว้มากมาย ทั้งในออฟฟิศ บนรถมายบัค หรือริมหน้าต่างวิลล่า

สี่ปีผ่านไป ไม่มีใครรู้ว่าระหว่างพวกเขามีความสัมพันธ์ชั้นนี้อยู่ และเธอก็เต็มใจทำมันอย่างมีความสุข

จนกระทั่งวันเกิดของเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน เซี่ยอวี่จือเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้มากมายเพื่อจะฉลองให้เขา

แต่เธอรอจนถึงเช้ามืดก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา แต่กลับได้รับโพสต์หนึ่งในโซเซียลแทน

“ของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุด คือการได้ของสำคัญกลับคืนมา”

ฉีโม่หานที่ไม่เคยโพสต์โซเซีบลเลย กลับโพสต์รูปที่เขากำลังจูบกับสวี่ชิงเหยาภายใต้แสงดอกไม้ไฟเต็มท้องฟ้า

เมื่อเห็นรูปนี้ เลือดบนใบหน้าของเซี่ยอวี่จือก็จางหายไปจนหมด หัวใจของเธอเหมือนจะหยุดเต้น

เธอแบกความหวังสุดท้ายไว้ และโทรหาเขา

แต่คนที่มีรับสายกลับเป็นสวี่ชิงเหยา เมื่อเห็นว่าทักไปหลายครั้งแล้วปลายสายยังเงียบอยู่ เธอจึงเริ่มเรียกฉีโม่หาน

“ฉีโม่หาน คนที่ชื่อเซี่ยอวี่จือคนนี้คือใครเหรอ โทรหาคุณแล้วก็ไม่ยอมพูด”

ครู่ต่อมา เสียงทุ้มและเรียบเฉยของเขาก็ดังผ่านลำโพงเข้าสู่หูของเซี่ยอวี่จือ

“คนไม่สำคัญน่ะ ไม่ต้องไปสนใจหรอก เด็กดี นอนต่อเถอะนะ”

ในวินาทีนั้น เซี่ยอวี่จือรู้แล้วว่า ถึงเวลาที่เธอต้องออกจากวงการนี้เสียที

เธอเก็บข้าวของเตรียมจะจากไป แต่กลับชนเข้ากับฉีโม่หานที่หน้าประตู

เพราะก่อนหน้านี้ทั้งสองคนต้องนอนด้วยกันทุกวัน เพื่อความสะดวก เซี่ยอวี่จือจึงนอนที่คฤหาสน์ของเขา แต่ตอนนี้เธอไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไปแล้ว

เมื่อเห็นเธอหอบข้าวของ สายตาของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้รั้งไว้ “หาที่พักใหม่ได้แล้วเหรอ?”

“ค่ะ ยังเป็นห้องเช่าห้องเดิมน่ะค่ะ คุยกับเจ้าของบ้านไว้แล้วว่าจะเช่าแค่เดือนเดียว”

เมื่อได้ยินดังนั้น คิ้วของฉีโม่หานขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “เดือนเดียว? ทำไม?”

เซี่ยอวี่จือเพิ่งจะอธิบาย แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยสนใจนัก และพูดเสียงหนักว่า “เดี๋ยวผมไปส่ง”

เธออยากจะปฏิเสธ แต่ฉีโม่หานยังคงยืนกราน

“หิมะตกหนักมาก แถมยังดึกมากแล้ว ถ้าคุณเป็นอะไรไป ฉีอี่เนี่ยนจะเสียใจ”

เซี่ยอวี่จือทำได้เพียงขึ้นรถไป

ครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยทำเรื่องบ้าคลั่งในรถคันนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ตอนนี้เธอแทบจะจำรถคันนี้ไม่ได้แล้ว

ในรถประดับไปด้วยตุ๊กตาน่ารักๆ ผ้าคลุมเบาะเปลี่ยนเป็นลายเฮลโลคิดตี้มีขนมวางอยู่เต็มไปหมด...

เซี่ยอวี่จือจินตนาการได้ยากว่า คนที่เฉียบขาด เย็นชา และดูไร้กิเลสอย่างเขา จะตกแต่งรถให้เป็นแบบนี้

อาจจะสังเกตเห็นสายตาของเธอ ฉีโม่หานจึงอธิบายขึ้นมาประโยคหนึ่ง

“สวี่ชิงเหยาชอบอะไรพวกนี้น่ะ”

เซี่ยอวี่จือเข้าใจความหมายในคำพูดของเขา หลังจากเงียบไปเนิ่นนาน จึงตอบเขากลับไปเสียงเบา

“ในที่สุดคุณก็ได้เธอกลับมา ท่านประธานฉีคะ ฉันยินดีกับคุณด้วยจริงๆ ค่ะ”

ฉีโม่หานไม่ได้คาดคิดว่าเธอจะพูดแบบนี้ แววตาของเขาหม่นลงเล็กน้อย และไม่ได้พูดอะไรอีก

ขับมาได้ครึ่งทาง สวี่ชิงเหยาโทรศัพท์มาบอกว่าอยากจะปั้นตุ๊กตาหิมะกับเขา

เขาจอดรถข้างทาง อยากจะรีบไปหาเธอในตอนนี้เลย แต่พอมองคนข้างกายเขาก็เกิดความลังเลขึ้นมา

เซี่ยอวี่จือรู้ว่าเขากังวลเรื่องอะไร จึงเป็นฝ่ายเปิดประตูรถออกมาเอง

“ท่านประธานฉีคะ ฉันเรียกรถกลับเองดีกว่าค่ะ”

ฉีโม่หานตอบรับคำหนึ่ง แล้วลงรถมาช่วยขนของ

มือของเธอลื่นทำให้กล่องหล่นกระแทกพื้น และเขาก็โน้มตัวลงไปผ่านแสงไฟถนนเขาก็เห็นของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ร่างกายของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะ

จดหมายรักที่เขียนชื่อของเขาไว้แต่ไม่เคยถูกส่งออกไป รูปที่แอบถ่ายเขาตอนไหนก็ไม่รู้ และของที่เขาโยนทิ้งส่งๆ แต่ถูกเก็บกลับมาสะสมไว้...

หัวใจของเซี่ยอวี่จือเต้นระรัว เธอรีบเก็บของเหล่านั้นด้วยความลนลาน

“ขอโทษค่ะ”

ฉีโม่หานไม่ได้พูดอะไร เขาขึ้นรถคนเดียวและขับออกไปอย่างรวดเร็ว

เซี่ยอวี่จือรออยู่กลางหิมะเพียงลำพังเนิ่นนาน แต่ก็เรียกรถไม่ได้เลย

เธอคิดจะหอบกล่องเดินกลับบ้าน แต่กลับถูกมอเตอร์ไซค์ชนล้มลง

ที่น่องมีรอยแผลยาวกว่ายี่สิบเซนติเมตร เลือดไหลนองเต็มพื้น

เมื่อมองดูรถที่ชนแล้วหนีขับไกลออกไป เธอเจ็บจนต้องสูดหายใจลึก ล้มฟุบอยู่บนพื้นหิมะอยู่นานกว่าจะทุเลาลง

เมื่อความเจ็บทุเลาลง เธอจึงกะโผลกกะเผลกเดินย่ำหิมะไปนานถึงสี่ชั่วโมง จนในที่สุดก็กลับมาถึงห้องเช่า

หลังจากจัดการบาดแผลเรียบร้อยแล้ว เธอเปิดโทรศัพท์และพบว่าฉีโม่หานส่งข้อความหาเธอหลังจากที่จากไป

【วันหลังอย่าไปรักใครแบบถวายหัวขนาดนี้อีก ผู้ชายมีตั้งเยอะแยะ อย่ามาติดคนอย่างผมเลย】

เซี่ยอวี่จือจ้องมองข้อความนี้อยู่นานแสนนาน

พอฟ้าสว่าง เธอจึงจุดไฟเผาของเหล่านั้นที่ใต้ตึกจนหมด

และความรักอันรุ่มร้อนที่แผดเผาอยู่ในร่างกายของเธอมาตลอดแปดปี ก็มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกัน

ฉีโม่หาน ฉันจะทำตามที่คุณต้องการ
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

WARALINZ
WARALINZ
ถ้าใครได้อ่านแล้วแนะนำกันได้นะ......
2025-08-23 21:21:08
1
0
39 Chapters
EP.01 – นักวิจัยที่ไม่เชื่อโชคชะตา
หมอกบางลอยล้อมรอบยอดไม้สูงกลางป่าลึกในจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือของประเทศไทย แสงแดดไม่อาจทะลุลงมาได้โดยตรง เหลือเพียงลำแสงบาง ๆ ที่ลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ ลงมากระทบกับศาลเจ้าไม้เก่าแก่ที่ฝังรากอยู่ตรงนี้มานานหลายร้อยปีรากไม้เลื้อยพันเสาศาลเจ้า ผนังศิลาจารึกเก่าคร่ำที่ถูกฝนกัดเซาะยังคงพอเห็นลวดลายจาง ๆ ซึ่งไม่ใช่ของท้องถิ่นอย่างแน่นอนกล้องฟิล์มรุ่นเก่าถูกวางไว้อย่างประณีตข้างกายหญิงสาวชาวจีนผู้หนึ่ง เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนระดับข้อศอก กางเกงขายาวสีขาวสะอาด รองเท้าบู๊ตลุยโคลน และสะพายกระเป๋าผ้าสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยสมุดบันทึกและอุปกรณ์วิจัย เธอกำลังนั่งคุกเข่าตรงหน้าศิลาจารึก แววตาแน่วแน่“ไม่มีอะไรที่พิสูจน์ไม่ได้ ถ้าตั้งใจพอ”เสียงในใจของเธอดังขึ้น—ภาษาจีนที่เปล่งออกมาในความเงียบงัน ฟังชัดเจนราวกับเป็นคำสาบานเธอชื่อว่า เมิ่งซิน (夢心)นักวิจัยสายโบราณคดี จากมหาวิทยาลัยชื่อดังในปักกิ่งการเดินทางครั้งนี้คือโครงการวิจัยระดับปริญญาเอก ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาอิทธิพลของราชวงศ์หมิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลักฐานบางชิ้นชี้ว่าราชวงศ์หมิงอาจเคยส่งขุนนางหรือกองเรือเข้ามาตั้งรกรากในพื้
Read more
EP.02 – ป่าที่ไม่มีในแผนที่
ความเงียบงันโอบล้อมทุกสรรพเสียง โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดหายใจไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเดียวที่ยังคงดังก้องอย่างชัดเจน... “ตุบ… ตุบ… ตุบ…” นั่นคือเสียงหัวใจของเธอเอง เธอรู้สึกว่าตอนนี้มันเต้นแรงส่งเสียงชัดเจนยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้องเมิ่งซินลืมตาขึ้นช้า ๆ เปลือกตาหนักราวถูกถ่วงด้วยตะกั่ว เธอกะพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับสายตา ภาพรอบตัวยังพร่ามัว ราวกับกำลังอยู่ในความฝันที่ยังไม่ตื่นเต็มที่เธอพึมพำเสียงแผ่ว ราวกับไม่เชื่อสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า:“...ที่นี่มันที่ไหน…” “ฉัน... ยังอยู่ในป่าหรือเปล่า…” “ทำไมรู้สึกเหมือน... ทุกอย่างผิดที่ผิดเวลา...” “อุปกรณ์ฉันล่ะ... กล้อง สมุด... หายไปไหนหมด...” “หรือว่า...ฟ้าผ่าทำให้ฉันสลบ แล้วใครสักคนพามาทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง...” “ไม่... ไม่มีเหตุผลเลย ไม่มีแม้แต่รอยเท้า ไม่มีแม้แต่เสียงคน... ฉันไม่เชื่อ ต้องมีบางอย่างเล่นตลกกับฉันอยู่แน่ๆสมองฉันยังสั่งงานอยู่ แต่ทุกอย่างรอบตัวมัน—”(เธอหยุด พึมพำเบา ๆ) ...เหมือนภาพจำจากตำราโบราณ… กลิ่นดินเปียก กลิ่นใบไม้ กลิ่นมอสโบราณกระแทกจมูกแรงจนเธอต้องเบี่ยงหน้า มันไม่ใช่กลิ่นในห้องแลบ ไม่ใช่ห้องสมุด มันคือ
Read more
EP.03 – “หากยังอยากมีชีวิต… ไปกับข้า”
เสียงหอบหายใจของผู้คนปะปนกับกลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งไปทั่วลานโล่งกลางป่าลึก คบเพลิงส่องแสงวูบไหวดั่งอัสนีบนท้องฟ้า ในยามที่แสงไฟพลิ้วไหวท่ามกลางความมืด—เงาร่างหนึ่งกลับสงบนิ่ง ราวกับไม่รับรู้ถึงความกลัวของคนทั้งสิบที่รายล้อมเขาอยู่ดวงตาคมลึกดุจเปลวเพลิงซ่อนแสง เฝ้ามองศัตรูรอบด้านอย่างไม่ไหวเอน ร่างสูงของเขายืนนิ่งในท่วงท่าที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ในขณะที่แวดล้อมไปด้วยชายฉกรรจ์นับสิบ มือแต่ละคนถือหอก ดาบ หรือธนูเล็งไว้ไม่ให้พลาดแล้วหนึ่งในศัตรู—ชายผู้ดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลุ่ม—ก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะออกมา“ตอนนี้เอ็งเหลือเพียงคนเดียว…แต่กลับกล้ายืนอยู่กลางวงเราอย่างไม่สะทกสะท้าน ...หรือว่าชีวิตเอ็งไม่มีค่าเสียแล้วถึงได้ถูกพรรคพวกทิ้งไว้”เขาเดินออกมาข้างหน้า รอยยิ้มเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก“ข้าจะให้โอกาสสุดท้าย… คุกเข่าแล้วยอมกลับไปกับพวกข้าเสียเถอะแลกชีวิตเจ้ากับคำสารภาพว่าใครส่งเอ็งมา บางทีนายเหนือหัวของข้าอาจจะไว้ชีวิตเอ็ง...”เขากวาดตามองไปยังพวกพ้อง พลางหัวเราะในลำคอเสียงหัวเราะของเหล่าทหารรอบด้านเริ่มดังขึ้น—เย้ยหยัน สะใจ ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มหรือแววหวั่นไหวในดวงตา“คำขู่ของพว
Read more
EP.04 – ใต้เงาจันทร์และลูกดอกมรณะ
เสียงกีบม้ากระแทกผืนดินดังสนั่น ตัดผ่านพงไพรและกิ่งไม้หนาทึบราวกับพายุโหมม้าหนุ่มพ่นลมหายใจฟืดฟาด ขณะที่ร่างสองร่างแนบแน่นอยู่บนหลังม้าหนึ่งคือเขา—นักรบผู้ไม่เคยรู้จักคำว่า “ถอย”อีกหนึ่งคือเธอ—หญิงสาวจากโลกอีกภพ ที่ยังไม่เข้าใจว่ากำลังตกอยู่ในเรื่องแบบไหนเสียงเป่าหวีดของศัตรูดังไล่หลังมาทุกระยะแสงคบเพลิงเริ่มสว่างขึ้นจากแนวป่าเบื้องหลังพวกมันไล่ทันแล้ว“จับไว้แน่น ๆ!” เขาตะโกนสั้น ห้วน แต่เด็ดขาดเมิ่งซินเกาะแผ่นหลังเขาไว้แน่น ทั้งที่หัวใจเธอกำลังจะกระเด็นออกจากอกแม้ในยามชีวิตแขวนบนเส้นด้าย เธอยังได้กลิ่นเหงื่อและดินบนตัวเขา—แม้ไม่รู้ชื่อเขา ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครแต่เธอรู้… ว่าเขาคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอยังมีลมหายใจเสียงธนูฉึก! ปักเข้าที่ต้นไม้ข้างพวกเขาอีกไม่กี่วินาทีคงไม่แม่นยำเท่านี้อีกเขาขบกรามแน่น ก่อนกระชากบังเหียนม้าให้หักเลี้ยวแรง“ไปต่อไม่ได้... ทิ้งม้า!”เขากระโดดลงก่อน แล้วคว้าตัวเธอมากอดไว้ในวงแขนร่างของทั้งคู่ล้มกลิ้งเข้าในพุ่มไม้ข้างลำธารเสียงตะโกนไล่ล่าดังเข้ามาใกล้“เร็ว! พวกมันอยู่แถวนี้!”เขาไม่พูดอะไรอีกเพียงจ้องตาเธอแวบหนึ่ง ก่อนพาเธอลุกขึ้นแล้ววิ่งฝ่ากอ
Read more
EP.05 — ใต้แสงจันทร์และหน้ากากสีทอง
ลำธารไหลเอื่อยเย็นใต้เงาไม้เสียงแมลงป่าร้องระงมเป็นท่วงทำนองแผ่วเบา ราวกับกล่อมให้ทุกชีวิตผ่อนลมหายใจในแสงจันทร์ที่หล่นลงจากเรือนยอดไม้หญิงสาวชาวจีนผู้หลงเข้ามาในโลกที่ไม่รู้จัก… นั่งคุกเข่าอยู่ข้างชายผู้แบกความลับทั้งตัวตนเมิ่งซิน เปิดห่อผ้าเล็ก ๆ จากกระเป๋าคาดเอวข้างในคือสมุนไพรแห้งจำนวนหนึ่งที่เธอเตรียมไว้เสมอเธอไม่รู้ว่ายังไงถึงรอดมาได้ถึงตรงนี้แต่เธอรู้—ว่าชายตรงหน้า… ไม่ควรต้องตายเพราะเธอ“ถ้าคุณฟังอยู่… อย่าขยับนะ”“พิษจะกระจายเร็วขึ้นถ้าเลือดสูบฉีดแรงเกินไป”น้ำเสียงของเธอสั่น แต่มือทั้งสองนิ่งอย่างน่าประหลาดใจแม้จะไม่เคยรักษาใครกลางป่ามืดแต่ศาสตร์ในการรักษาด้วยการแพทย์แผนจีนก็ฝังรากลึกอยู่ใน DNA ของเธอมาตั้งแต่เกิด เธอบดสมุนไพรด้วยหินริมลำธารเธอก้มลง ค่อย ๆ ทายาลงบนบาดแผลที่บ่าเขานิ้วเรียวของเธอแตะผิวเนื้อเขาด้วยความระมัดระวังผิวร้อนจัดจากพิษ… แต่แผ่นหลังยังนิ่งดั่งภูผา“คนบ้าอะไรตัวเย็นชะมัด...นึกว่าแผ่นหินสะอีก” เมิ่งซินรำพันเบา ๆจากนั้นเธอหยิบชุดเข็มฝังจากกล่องโลหะเล็ก ๆมือเธอสั่นเล็กน้อยขณะเปิดฝากล่อง“หวังว่าพื้นฐานการแพทย์จีนจะยังพอช่วยคุณได้…”ชายหนุ่มที่น
Read more
EP.06 — เงาที่หายไปในแสงเช้า
เสียงนกป่าร้องเบา ๆ ปลุกให้เธอตื่น แสงแดดอ่อน ๆ สาดลอดผ่านเรือนใบไม้เหนือศีรษะ ลำธารยังคงไหลเหมือนเดิม แต่บางอย่าง… กลับหายไปเมิ่งซินลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า กลิ่นของดิน กลิ่นสมุนไพร และไอเย็นจากน้ำยังอยู่ แต่สัมผัสอุ่นที่ควรจะอยู่ข้างกายเธอ… ไม่เหลือแล้วเมิ่งซินลุกขึ้นนั่งทันที ผมเผ้ายุ่งเหยิงจากการนอนกลางดินกลางป่าไม่ใช่ประเด็นประเด็นคือ... เขาหายไปแล้ว!เธอกวาดตามองไปรอบบริเวณ ไม่มีแม้แต่เงาของเขา ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงฝีเท้าของม้าในระยะไกล “กระดาษโพสต์อิท” ให้ฝากคำลาก็ไม่ทิ้งไว้ ใช่...เขาไปแล้วและทิ้งเธอไว้กลางป่า! คนเดียว! หลังจากที่หนีตายมาด้วยกันและเธอเพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อคืน!“โอ้ โอ้ โอ๊ย! ให้ตายเถอะ! คนบ้าอะไร… จะไปก็ไม่บอกกันสักคำ...ไอ้นักรบปีศาจเอ๊ย... ฉันอุตส่าหฺดูแลแทบตาย! สุดท้ายกลับทิ้งฉันไว้กลางป่า จะพาไปส่งเข้าเมืองก็ไม่ได้ไร้มารยาทที่สุด”เธอขบกรามแน่น ก่อนจะชี้นิ้วไปยังป่ารอบตัว“ได้! หนีได้ก็หนีไป! อย่าให้เจออีกแล้วกัน ถ้าเจอนะแม่จะสวดให้หูชาเลย...”เสียงลมหายใจเธอแรงขึ้น ก่อนจะสะบัดหน้า แต่พอลมหายใจช้าลง…หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นอย่างเงียบงัน“ทำไมฉันต้อ
Read more
EP.07 — เสียงภาษาในใจ… กับคำพูดที่ไม่เคยเรียนรู้
เมิ่งซินเดินฝ่าแนวพุ่มไม้ สองเท้าเหยียบลงบนพื้นชื้นจากน้ำค้าง เสียงน้ำลำธารไหลกระทบโขดหินข้างหน้า เธอเดินตามมันไปอย่างไร้จุดหมาย—เพียงเพื่อหนีจากความเงียบของการถูกทิ้งไว้เพียงลำพังทันใดนั้น เสียงฝีเท้า เสียงพูดคุยกันอย่างเบาเบา… ดังขึ้นจากอีกฟากลำธาร เธอชะงัก ย่อกายลงอย่างระวัง …กลุ่มคนประมาณห้าหกคนในเสื้อผ้าพื้นเมืองแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน กำลังแบกตะกร้าเดินเลียบลำธารเสียงพวกเขาพูดกันเบา ๆ แต่ชัดเจน “ข้าว่าพวกเรารีบกลับหมู่บ้านกันเถอะ เพลานี้พวกข้าศึกออกลาดตะเวนบ่อยขึ้น ถ้าเจอกับพวกมันเข้าจะแย่เอานะ" "เออ...ก็ดีเหมือนกัน หวังใจว่าสมุนไพรพวกนี้คงจะพอรักษาชาวบ้านในหมู่บ้านของพวกเราได้นะ"เสียงนั้น… เป็นภาษาไทย แถมยังเป็นสำเนียงไทยแบบที่เคยได้ยินจากละคร และบทความในงานวิชาการภาษาไทยโบราณ...สำเนียงเหนือ...หรือ…ไทยย้อนยุคที่เมื่อก่อนเธอไม่เคยฟังรู้เรื่องเลย?ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ—ตอนนี้เธอกลับฟังรู้เรื่องหมดทุกคำ“เดี๋ยวนะ…รู้สึกว่าเมื่อคืนก็พูดกับเขาเป็นภาษาไทย…นี่มันอะไรกันเนี่ย”เธอพึมพำความทรงจำซ้อนทับในหัว ใบหน้าของชายหนุ่มปริศนาในหน้ากากทองดำ คำพูดที่เขาเอ่ยเตือนเธอ ก
Read more
EP.08 — หมอหญิงจากแดนไกล
"เมื่อโลกไม่ให้ปาฏิหาริย์…แต่เธอเลือกสร้างมันด้วยสองมือ"เมิ่งซินเดินลุยลำธาร ฝ่าป่าชื้น ๆ เหนื่อยแทบขาดใจ จนโผล่มาเจอหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขา แรกเห็นก็คิดว่า “โอเค น่ารักดี บ้านไม้ไผ่เรียงราย ฟีลหมู่บ้านโอเอซิส” แต่พอเดินลึกเข้าไปเท่านั้นแหละ—เสียงไอ เสียงคราง แววตาคนป่วยเต็มไปหมด… โอเค ไม่ใช่โอเอซิสแล้ว นี่มันหมู่บ้าน DLC โรคระบาดชัด ๆเด็กเล็กนอนซมบนตักแม่ ชายแก่ไอจนหลังงอเหมือนจะขาดอากาศ หญิงสาวน้ำตาคลอเพราะแผลอักเสบ“ให้ตายสิ…นี่ฉันมาผิดเซิร์ฟเวอร์รึเปล่า? แต่ถ้ามียาดี ๆ คงพอช่วยได้นะ”เธอล้วงของในกระเป๋าผ้า—สมุนไพรจีนแห้ง, เข็มฝังจุด, ตำราแพทย์ย่อขนาดที่แอบก็อปมาตั้งแต่ปีสอง คืออุปกรณ์พร้อม แต่ใจเต้นแรงรัวเหมือนจะลงแข่ง Rap Battleเมิ่งซินสูดหายใจเฮือกใหญ่ แล้วตรงไปหาหญิงที่นั่งเฝ้าลูกชายตัวเล็ก“เอ่อ...ขอดูอาการหน่อยได้ไหมคะ” พูดเสียงนิ่ง แต่ในใจแอบลุ้น “อย่าเถียงนะ ขอร้องล่ะ ไม่งั้นเสียฟอร์มหมอหญิงหมดแน่”หญิงนั้นชะงักไป ก่อนพยักหน้าเบา ๆ เมิ่งซินนั่งลง แตะข้อมือเด็กเบา ๆ วัดชีพจร มองสีลิ้น สีผิว ฟังลมหายใจ“ชีพจรอ่อน ไข้สูง หายใจติดขัด...อือหือ คลาสสิคปอดอักเสบแบบตำรา
Read more
EP.09 — ศาลเจ้าแห่งตำนานและคำสาปโบราณ
"บางครั้ง…จุดเริ่มต้นไม่ได้อยู่ที่ทางออก แต่ซ่อนอยู่ในหัวใจที่ถูกลืม"เช้าวันใหม่มาแบบแสงแดดละมุน ๆ แต่ในใจเมิ่งซินคือ "โอเค…เมื่อคืนก็คือรักษาคนจนมือสั่น วันนี้ยังต้องไปไหว้ศาลต่ออีกเหรอ…" ชาวบ้านพาเดินบนทางดิน บอกว่าจะพาไปศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์อะไรสักอย่าง ทุกคนทำหน้าจริงจังมาก จนเธอแบบ “นี่ฉันกำลังเดินเข้าฉากหนังผีหรือสารคดี National Geographic กันแน่วะ?”พอถึงที่…บอกเลยว่าศาลนี้ไม่ธรรมดา ไม้เก่า ๆ มีลายแกะสลักมังกรคาบแก้ว เถาวัลย์พันรอบ หลังคากระเบื้องจีนโบราณสะท้อนแสงแดดจาง ๆ “เอ้า นี่มัน aesthetic แบบพิพิธภัณฑ์ไม่ใช่เหรอ!?” เสาหินหน้าศาลยังผูกผ้าแดงซีด ๆ โบกไหวเบา ๆ ตามลมอีก โบกแบบมีชีวิตอะ…บอกตรง ๆ ถ้ามากลางคืนคือไม่กล้าเข้าแน่นอน 🥶เมิ่งซินก้าวเข้าด้วยหัวใจตุบ ๆ ตับ ๆ แล้วทันใดนั้นความทรงจำก็ตีกลับมา—“เดี๋ยวนี่มันที่ที่ฉันเคยเจอก่อนโดนฟ้าผ่าใช่มั้ย!? โอ้โห ถ้าเป็นในหนังนี่คือจุด fast travel กลับโลกเดิมแน่ ๆ” เธอรีบวิ่งหาทางออก หวังจะเจอประตูวิเศษ แต่ผลคือ… “สำรวจจนเหงื่อแตก ไร้ทางกลับบ้านจ้า มีแต่กำแพงหินเย็น ๆ”แล้วก็มีจารึกโบราณโผล่มาให้หวีดแทน:“เมื่อถึงเวลาหัวใจที่จ
Read more
EP.10 — นิมิตแห่งรักต้องห้าม
"บางครั้ง…การเดินทางข้ามเวลาไม่ได้พาเธอกลับไปอดีต แต่พาเธอเข้าไปในชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง"ทันทีที่หยกขาวแตะปลายนิ้ว เมิ่งซินคือแบบ “โอเค… wifi เชื่อมต่อแล้วจ้า เข้าโหมด VR time travel เลยมั้ยล่ะ” ม่านหมอกบาง ๆ ปกคลุมดวงตา ทุกเสียงในโลกหายไป เหลือแต่ภาพอดีตที่โผล่มาแบบ full HD 4K surround soundเสียงระฆังโบราณดังตึ้ง ๆ มาพร้อมลมหนาว กลีบดอกเหมยปลิวว่อน “บรรยากาศเปิดตัวนางเอกซีรีส์ย้อนยุคชัด ๆ” ภาพตรงหน้า — หญิงสาวในชุดกี่เพ้าสีงาช้างปักมังกรทอง (เอาเลยแม่! สวยแซ่บสายหรูวังจีน) ยืนอยู่กลางลานหินผสมศิลป์จีน–สยาม และตรงนั้น… ชายหนุ่มนักรบไทยสูงสง่าในแสงจันทร์ ยืนมองเธอด้วยดวงตาโคตรลึกซึ้งปัญหาคือ เมิ่งซินมองหน้าไม่ชัด มีแต่ตาคม ๆ “แบบนี้ก็แย่น่ะสิ! พระเอกหรือใครสักคน? ใบหน้าขอเป็น optional DLC รึเปล่า?” แค่สายตาเขาก็ทำเธอเจ็บได้แล้ว ทั้งอ่อนโยน ทั้งเศร้าแบบบีบหัวใจเธอกำลังจะก้าวเข้าไปหา… แต่ โป๊ะ! มีมืออีกคนคว้าไว้ — หญิงสาวชาววังงดงาม rival mode on 👀 แววตาเต็มไปด้วยทั้งแค้น ทั้งเจ็บปวด เสียงสะท้อนก้องขึ้นมาในหัว “นางมิใช่หญิงแผ่นดินนี้…ความรักแบบนี้คือภัยต่อบ้านเมือง”
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status