แชร์

พิศวาสตำหนักลืมเลือน
พิศวาสตำหนักลืมเลือน
ผู้แต่ง: จ้าวฮุ่ยอิง

ตอนที่ 1 อุปราชปีศาจ!!! 1.1

ผู้เขียน: จ้าวฮุ่ยอิง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-28 03:29:58

แคว้นเป่ยถัง

       แคว้นเป่ยถังตั้งอยู่ระหว่างกลางแคว้นต้าซาง ต้าเย่วและต้าเหยี่ยน มีพรมแดนติดกับต้าเหยี่ยนเสียเป็นส่วนใหญ่ และติดกับชายแดนของคนเถื่อนหรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือชาวทุ่งหญ้า ท่ามกลางแคว้นใหญ่ที่ล้อมรอบและชาวเผ่าทุ่งหญ้าที่ต้องการครอบครองเป่ยถังมาโดยตลอด มาจากสาเหตุที่เป่ยถังมีพื้นที่ราบเหมาะทำการเกษตรและให้พืชผลเป็นอย่างดีเยี่ยม

       อีกทั้งอากาศภายในแคว้นไม่แปรปรวน มีครบทั้งฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูฝน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว จึงทำให้พืชผลทางการเกษตรมีออกมาครบทุกฤดูกาล มีเทือกเขาสูงและอากาศที่เย็นจัดจนเป็นเทือกเขาน้ำแข็งเฉพาะที่มีชายแดนติดต่อต้าเหยี่ยนเท่านั้นซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือสุด และที่สำคัญเป่ยถังมีทองคำและหยกสูงค่าเนื้องามหายากอย่างยิ่งยวดที่เกิดจากธรรมชาติซุกซ่อนอยู่ในเทือกเขาสูงทั้งลูก 

       และด้วยสาเหตุที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีภูมิประเทศคล้ายหัวมังกรเกือบครึ่งตัวเลยที่เดียว ส่วนหัวคือเทือกเขาสูงเสียดฟ้า ส่วนลำตัวนั้นคือพื้นที่ราบและมีแม่น้ำฉางเจียงซึ่งไหลมาจากตอนเหนือสุดพาดผ่านมาจากดินแดนแห่งคนเถื่อน(ทิเบต) หรือในปัจจุบันเรียกแม่น้ำสายนี้ว่าแม่น้ำแยงซีเกียง 

 จึงทำให้เป่ยถังมีภูมิประเทศที่เป็นปราการด่านทางธรรมชาติ ยากยิ่งนักที่จะยกทัพบุกเข้าแผ่นดินแห่งนี้ได้โดยง่ายทั้งต้าซาง ต้าเย่วและต้าเหยี่ยนรวมไปถึงชนเผ่าทุ่งหญ้าจะต้องใช้กำลังความคิดและกำลังทหารอย่างมหาศาลมากมายยิ่งนักที่จะสามารถฝ่าเทือกเขาสูงเสียดฟ้า และแม่น้ำฉางเจียงซึ่งเป็นแม่น้ำสายใหญ่เข้ามาถึงเป่ยถังได้

       ด้วยเหตุนี้เองเป่ยถังจึงอยู่รอดปลอดภัยมานานถึง 329 ปี มีเจ้าผู้ครองแคว้นหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนขึ้นปกครองมาอย่างยาวนาน โดยมีราชวงศ์เฟิงปกครองแคว้นเป่ยถังมาโดยตลอด ซึ่งสถาปนาแคว้นมาพร้อมกับต้าซางซึ่งมีราชวงศ์ซางปกครอง ในขณะที่เป่ยถังนั้นมีราชวงศ์เฟิงสืบสายสกุลมาตั้งแต่โบราณเช่นเดียวกับราชวงศ์ซางเช่นกัน 

 และสาเหตุสำคัญที่ทำให้เป่ยถังดำรงอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง เป็นหนึ่งในแคว้นใหญ่อยู่ในเวลานั้นมาจากอุปราชแห่งเป่ยถัง พระนามว่าเฟิงหลง พระองค์คืออุปราชของแคว้นเป่ยถังมาตั้งแต่ประกาศสถาปนาแคว้น และพระองค์คือผู้ก่อตั้งแผ่นดินเป่ยถังทั้งหมดอันกว้างใหญ่ไพศาลและได้ภูมิประเทศที่ดีล้วนมาจากฝีมือของพระองค์ทั้งสิ้น

 ตำนานของแคว้นเป่ยถังเล่าขานกันต่อๆ มาว่าอุปราชเฟิงหลงสังหารกองทัพนับหลายแสนชีวิตของฝ่ายศัตรูตรงกันข้าม ด้วยวิธีการ เพียงแค่เสด็จพาดผ่านทุกชีวิตที่อยู่ภายในระยะใกล้ ร่างพลันสลายไปเองเพียงชั่วพริบตา ทำให้ได้รับชัยชนะเหนือแคว้นใดทั้งหมดในเวลานั้น ต่อหน้ากองทหารจากสามแคว้นที่รวมตัวกันบุกยึดเป่ยถังเพื่อหวังแบ่งปันแผ่นดินออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยซึ่งอยู่ติดกับเขตชายแดนของตัวเอง

 เมื่อเหตุการณ์กลับแปรเปลี่ยน แทนที่เป่ยถังจะล่มสลายกาลกลายเป็นว่ากองทัพจากทั้งสามแคว้นสลายหายไปเพียงชั่วพริบตาเสียเอง จึงทำให้เกิดเสียงลือเสียงเล่าอ้างไปทั่วทุกสารทิศ ว่าพระองค์คือ “อุปราชปีศาจ” 

 ทั้งสามแคว้นไม่กล้าที่จะนำชีวิตของเหล่าแม่ทัพและกำลังทหารต้องมาสังเวยหรือก่อสงครามกับเป่ยถังอีกตราบใดที่อุปราชปีศาจยังคงอยู่ พระองค์ได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งก้านธูปเท่านั้น เป็นหนึ่งก้านธูปที่สังหารชีวิตฝ่ายตรงกันข้ามไปเพียงชั่วพริบตา

 ครั้นชัยชนะได้ตกเป็นฝ่ายของเป่ยถังหากแต่อุปราชเฟิงหลงกลับไม่ขึ้นครองแผ่นดินแต่มอบให้เฟิงหู่ พระอนุชาขึ้นปกครองราชบัลลังก์แทน โดยมีพระองค์ดำรงตำแหน่งมหาอุปราช ทรงคอยให้คำปรึกษาในการบริหารแผ่นดินของเจ้าแคว้นเป่ยถังและสืบต่อเช่นนี้เรื่อยมาโดยตลอด 

 จวบจนกระทั่งกาลเวลาผ่านไปนานกว่า 329 ปี อุปราชเฟิงหลงก็ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่มาอย่างยาวนานหาได้สิ้นพระชนม์ดั่งเช่นองค์ฮ่องเต้ซึ่งเปรียบเสมือนลูกหลานของพระองค์แต่อย่างใด 

 ในขณะที่เจ้าผู้ครองแคว้นของเป่ยถังนั้นต่างสวรรคตไปตามระยะกาลเวลาของอายุขัยพระองค์แล้วพระองค์เล่า แต่อุปราชเฟิงหลงกลับยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่เช่นนั้นดุจเดิม หากรวมพระชนมายุในขณะที่ทำการสถาปนาแคว้นเป่ยถังซึ่งในเวลานั้นพระองค์มีพระชนมายุ 23 พระชันษา นั่นก็เท่ากับว่าอุปราชเฟยหลงในเวลานี้ทรงมีพระชนมายุมากถึง 352 พระชันษาแล้ว

 อุปราชปีศาจประทับอยู่ภายในพระตำหนักอี๋หว่างกุง ซึ่งเป็นพระตำหนักส่วนพระองค์อยู่ทางทิศบูรพาของพระราชวังถังเฉี่ยนมาอย่างช้านาน หรือที่ผู้คนทั่วไปรวมไปถึงข้าราชบริพารภายในพระราชวังหลวงถังเฉี่ยน ต่างพากันเรียกขานว่าตำหนักลืมเลือน ซึ่งพระตำหนักดังกล่าวถูกสร้างขึ้นประหนึ่งพระราชวังหลวงเช่นเดียวกับพระราชวังถังเฉี่ยนและยิ่งใหญ่เหนือเสียยิ่งกว่าพระราชวังหลวงเสียอีกด้วยซ้ำนับตั้งแต่สร้างแคว้นและให้มีพระบัญชาสร้างพระราชวังถังเฉี่ยนขึ้นมา 

 ซึ่งมีพื้นที่นับหลายร้อยหมู่ กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาเป็นยิ่งนัก เฉพาะพระตำหนักอี๋หว่างกุงหรือตำหนักลืมเลือนเพียงแห่งเดียว ก็มีพื้นที่ถึงร้อยหมู่มีข้าราชบริพารส่วนพระองค์และทหารองครักษ์เปรียบเสมือนกองทัพย่อมๆ ที่ถวายความจงรักภักดีต่ออุปราชผู้สร้างแคว้นเป่ยถัง นับพันชีวิตและกองทหารอีกหนึ่งหมื่นนาย คอยดูแลและถวายอารักขาอยู่ภายในพระตำหนักดังกล่าวมาอย่างช้านาน 

 ทว่าเจ้าของตำหนักอี้หว่างกุงหรือพระตำหนักลืมเลือน หาได้ปรากฏพระวรกายมาให้ผู้ใดได้พานพบมานานถึง 329 ปีแล้ว นับตั้งแต่ยกพระราชบัลลังก์นี้ให้แก่พระอนุชาปกครอง 

 ส่วนพระองค์นั้นกลับประทับอยู่แต่ภายในพระตำหนักอี๋หว่างกุงมาโดยตลอด หากเจ้าผู้ครองแคว้นเสด็จมาเข้าเฝ้าเพื่อขอคำปรึกษาต่างๆ จากมหาอุปราช ก็จะประทับคอยอยู่ภายในห้องหนังสือซึ่งจะได้ยินแต่เพียงพระสุรเสียงเท่านั้นที่ให้คำปรึกษา 

 พระสิริโฉมของอุปราชเฟิงหลงหามีผู้ใดได้พานพบเพราะไม่สามารถมีผู้ใดเข้าใกล้พระองค์ได้เลย ด้วยเพราะมีเสียงเล่าลือต่อๆ กันมาว่าอุปราชเฟิงหลงทรงฝึกวิชาลึกลับที่ไม่เคยปรากฏบนผืนแผ่นดินนี้ เพื่อทำให้เป่ยถังเป็นปึกแผ่นและแข็งแกร่งยืนหนึ่งกว่าแคว้นใดทั่วหล้า 

 วิชาลึกลับดังกล่าวทำให้พระองค์มีวรยุทธ์ที่หาผู้ใดทัดเทียม ผู้ที่เข้าใกล้พระองค์อย่าว่าแต่สัมผัสเลยเพียงแค่ย่างกายเข้ามาใกล้ในระยะยังไม่ถึงสิบฉื่อเสียด้วยซ้ำ ร่างจะต้องสลายเหลือเพียงเถ้าธุลีขาว และนั่นจึงทำให้พระองค์ทรงได้รับสมญานามว่า”อุปราชปีศาจ”

 และนี่คือเหตุผลว่าเพราะอะไรอุปราชเฟิงหลง จึงทรงประทับอยู่แต่ในพระตำหนักเพียงพระองค์เดียวมาโดยตลอด ไร้สิ้นพระชายาเคียงข้างพระวรกาย พระสนมและพระโอรสพระราชธิดาแต่อย่างใด 

 ตำนานแคว้นเป่ยถังต่างพากันเล่าขานต่อๆ กันมาว่า ในช่วงที่พระอนุชาทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ มีเพียงฮ่องเต้เฟิงหู่พระองค์เดียวเท่านั้นที่เข้าเฝ้าพระเชษฐาเพื่อมาเยี่ยมเยือนอยู่สม่ำเสมอ

 ด้วยฮ่องเต้เฟิงหู่สงสารในชะตากรรมของพระเชษฐาที่จะต้องพบกับความทรมานในพระชนม์ชีพหลังจากฝึกวิชาลึกลับนี้สำเร็จจนสามารถรวบรวมแผ่นดินเป่ยถังจนสำเร็จ ทว่ากลับทำให้พระองค์ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเดียวดาย ทรงประทับอยู่อย่างอ้างว้างแต่เพียงลำพังในพระตำหนักอี๋หว่างกุงแต่เพียงผู้เดียว 

 แม้แต่คนสนิทและข้าราชบริพารที่คอยถวายการรับใช้ยังไม่อาจอยู่ใกล้ได้ ต้องอยู่ให้ห่างจากพระวรกายเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของตัวเอง 

 ครั้นฮ่องเต้เฟิงหู่สวรรคตลงและเจ้าผู้ครองแคว้นพระองค์ใหม่ซึ่งเป็นหลานของอุปราชเฟิงหลงขึ้นปกครอง อุปราชผู้กล้าก็ไม่ให้ผู้ใดพานพบพระพักตร์อีกเลย 

 มีเพียงอนุญาตให้แค่มาเข้าเฝ้าถวายพระพรหรือขอคำปรึกษาหารือราชการแผ่นดินได้เท่านั้น ถึงกระนั้นก็ต้องจัดที่ประทับให้อยู่ห่างพระองค์อย่างน้อยสิบจั้งจึงจะปลอดภัยกับชีวิตของทุกคน และจะสามารถเห็นอุปราชผู้สร้างเป่ยถังผ่านทางม่านสีขาวซึ่งนำมาขวางกั้นเอาไว้ ในขณะที่องค์อุปราชประทับอยู่บนตั่งเพื่อให้คำปรึกษา 

 ทว่าในระยะสามร้อยปีให้หลังฮ่องเต้เป่ยถังในรัชสมัยต่อๆ มา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับอุปราชเฟิงหลงดั่งช่วงต้นรัชกาลแต่อย่างใดไม่เข้ามาขอคำปรึกษาและหารือดั่งที่ควรจะเป็น ด้วยเพราะได้ลืมเลือนการเสียสละและสิ่งที่อุปราชเฟิงหลงได้ทรงมอบให้ไว้ไปจากความทรงจำจนหมดสิ้น 

 ด้วยเหตุนี้ “อุปราชปีศาจ” จึงถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำของผู้คน เป็นสาเหตุทำให้ตำหนักอี้หว่างกุง กลายเป็นตำหนักที่ถูกลืมในเวลาต่อมา ซึ่งอุปราชผู้กล้าก็ไม่ได้ใส่พระทัยแม้แต่น้อยในความคิดของลูกหลานชนรุ่นหลัง ตรงกันข้ามพระองค์กลับทรงคิดว่าเป็นการดีกับชีวิตของทุกคนที่ไม่ต้องมาจบลงโดยไม่รู้เรื่องราวแต่อย่างใด

 ทว่าถึงแม้ว่าอุปราชเฟิงหลงซึ่งประทับอยู่ภายในตำหนักอี๋หว่างกุงจะถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังได้รับการดูแลเอาใจใส่มิให้ตำหนักต้องตกอยู่ในสภาพรกร้างและทรุดโทรมแม้แต่น้อย ทุกชีวิตภายในตำหนักลืมเลือนยังใช้ชีวิตเป็นปกติและมีความสุขและสงบมากกว่าในเขตราชสำนักของถังเฉี่ยนเสียด้วยซ้ำ 

 โดยที่ฮ่องเต้ในรัชสมัยต่อมาไม่เคยคิดจะพระราชทานทรัพย์ในท้องพระคลังหลวงนั้นเผื่อแผ่มาที่ตำหนักลืมเลือนแม้แต่อย่างใด ตรงกันข้ามอุปราชเฟิงหลงกลับทรงมีพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์อย่างมหาศาลที่หามีผู้ใดล่วงรู้ 

 นั่นก็คือทองคำที่ซุกซ่อนอยู่ในเทือกเขาสูงเสียดฟ้าทั้งลูก มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่ล่วงรู้ว่าเทือกเขาลับดังกล่าวเต็มไปด้วยทองคำและหินหยกหายาก ทรงนำมาแปรสภาพและนำมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในตำหนักของพระองค์ให้กับทุกชีวิตอย่างไม่เดือดร้อนแต่อย่างใดตลอดหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา

 ด้วยเหตุนี้พระตำหนักลืมเลือนจึงถูกตัดขาดจากเขตพระราชวังหลวงถังเฉี่ยนนับตั้งแต่นั้นมา บ้างก็คิดว่าด้วยกาลเวลายาวนานนับสามร้อยปีที่ล่วงเลยผ่านไปนั้น อุปราชเฟิงหลงผู้ก่อตั้งแผ่นดินเป่ยถังสิ้นพระชนม์ไปนานมากแล้ว บ้างก็คิดว่าหากยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่จริง 

 เพราะเป็นผลสืบเนื่องมาจากการฝึกวิชาลึกลับดังกล่าว อดีตอุปราชผู้กล้าก็จะต้องทรงชราภาพเสียจนยากยิ่งนักที่จะลุกเหินไปไหนต่อไหนได้อีกต่อไป และมองอะไรไม่เห็นอีกแล้วเปรียบซากคนตายแต่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อสันนิษฐานกันไปเองตลอดสามร้อยกว่าปีที่ผ่านมา

 แม้ว่าจะมีเสียงเล่าลือเสียงกล่าวอ้างไปต่างๆ นานา แต่ก็ไม่มีฮ่องเต้เป่ยถังพระองค์ใดหาญกล้าถอดถอนพระยศของพระองค์และบุกยึดเพื่อเข้าครอบครองตำหนักลืมเลือน 

 ด้วยเพราะฮ่องเต้เฟิงหู่ปฐมราชวงศ์ทรงมีพระราชโองการห้ามไม่ให้ผู้ใดทำการถอดถอนพระยศและหมิ่นพระเกียรติพระเชษฐาของพระองค์ เพราะนั้นหมายถึงหายนะร้ายจะมาเยือนแก่ทุกชีวิตหากอุปราชในตำนานเสด็จออกจากพระตำหนักลืมเลือนมาสู่ภายนอก 

 จวบจนกระทั่งกาลเวลาได้มาถึงรัชสมัยฮ่องเต้เฟิงอวิ๋น ซึ่งขึ้นปกครองแคว้นตั้งแต่พระชนมายุ 17 พระชันษาจวบจนในเวลานี้ทรงมีพระชนมายุ 42 พระชันษา พระองค์เป็นฮ่องเต้เป่ยถังที่เต็มไปด้วยปัญญาอันปราดเปรื่อง และทรงมีพระวรกายที่สูงใหญ่สง่างามและน่าเกรงขาม 

 อีกทั้งทรงมีวรยุทธ์ล้ำเลิศ จึงเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่อีกทั้งยังเป็นนักรักตัวยง ทรงมีเซวียนฮองเฮาเป็นแม่ของแผ่นดินและฟูเหรินทั้งสี่ รวมไปถึงมีพระสนมมากมายอีกนับร้อยกว่าพระองค์ ซึ่งมาจากการออกล่าดินแดนและการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีระหว่างแคว้น ทำให้แผ่นดินเป่ยถังมีดินแดนขยายออกกว้างไกลกว่าที่มีอยู่

 ฮ่องเต้เฟิ่งอวิ๋น ทรงมีพระโอรสสามสิบห้าพระองค์และพระราชธิดาอีกสิบเก้าพระองค์ รวมจำนวนพระโอรสและพระราชธิดาทั้งสิ้นถึงห้าสิบสี่พระองค์ 

 ด้วยเหตุนี้รัชสมัยของฮ่องเต้เฟิงอวิ๋นจึงมีแต่การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ทั้งวังหน้าและวังหลังจนภายในราชสำนักไร้ความสุขสงบอย่างยิ่งยวด ข้างฝ่ายขุนนางก็เอาแต่ดีใส่ตัวและประจบสอพลอเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจของตัวเอง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 65 ตำหนักรักนิรันดร์ (อวสาน)

    บริเวณหน้าประตูวังหลวง “พวกเจ้าเปิดประตูให้ข้าเข้าไปภายในเขตพระราชฐานเดี๋ยวนี้เลยนะ! ข้าจะไปหาบุตรสาวของข้าเพื่ออวยพรไม่รู้อย่างนั้นเหรอว่าข้าคือบิดาแท้ๆของฮองเฮาพระองค์ปัจจุบัน”เจ้าเมืองหยวนไท่ไม่วายโอ้อวดทหารหลวงที่กำลังยืนรักษาการณ์อยู่ในขณะนั้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของบรรดาทหารหลวงที่ตรึงกำลังเอาไว้หน้าประตูวังอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันคนร้ายแปลกปลอมเข้ามาภายในวังหลวงถังเฉี่ยนซึ่งมีอายุนับหลายพันปี ทหารแต่ละนายต่างพากันส่ายหน้าไปมาด้วยความระอาและเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายเพราะเจ้าเมืองหยวนไท่ตะโกนก้องอยู่เช่นนี้มานานสองชั่วยามแล้ว “ท่านกลับไปเสียเถิดวันนี้เป็นวันมงคลของฝ่าบาทและฮองเฮา ทั้งสองพระองค์ไม่ลงมาเล่นอะไรกับเจ้าหรอกนะ แล้วจะบอกอะไรให้อย่างฮองเฮาของพวกข้าเป็นธิดาบุญธรรมของราชครูไป๋ เป็นชาวต้าเฟิงไม่ใช่ขาวต้าซ่งเช่นเจ้าเข้าใจผิดแล้ว แซ่ของเจ้ามีใช้เพียงแค่นี้อย่างนั้นเหรอทั่วหล้าไม่มีใช้เหมือนกับเจ้าหรืออย่างไง ไป! ไป!ไป! เกะกะหากยังขืนดื้อดึงอยู่เช่นนี้พวกข้าทำอะไรรุนแรงลงไปมาว่ากันไม่ได้หรอกนะ ข้าทำตามหน้าที่ที่ไ

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 64 อภิเษกสมรส

    แคว้นต้าเฟิงพิธีอภิเษกสมรส ในยามนี้แผ่นดินต้าเฟิงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขและความรักแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พิธีอภิเษกสมรสของเฟิงหลงฮ่องเต้ผู้รูปงามดั่งชาวสวรรค์และท่านหญิงไป๋เพ่ยอิง ธิดาคนโตของเจ้าเมืองหยวนไท่ซึ่งเฟิงหลงฮ่องเต้มีพระบัญชาให้นางเป็นผู้มีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิง เป็นชาวเมืองต้าเฟิงจากการรับรองของพระองค์เอง ซึ่งตระกูลไป๋ในแผ่นดินต้าเฟิงนั้นใช่ว่าจะไม่มี และในราชสำนักต้าเฟิงนั้นมีขุนนางที่มาจากตระกูลไป๋ด้วยเช่นกันนั้นก็คือราชครูไป๋หวางนั่นเอง ซึ่งราชครูผู้นี้จงรักภักดีและศรัทธาต่ออุปราชในตำนานสร้างแคว้นเป็นยิ่งนัก เป็นอีกผู้หนึ่งที่ล่วงรู้ว่าเฟิงหลงฮ่องเต้แท้จริงแล้วคืออุปราชในตำนาน จึงคอยเฝ้าถวายงานอย่างใกล้ชิดและได้เข้ามารับรองสถานะการมีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิงของท่านหญิงคนงามโดยการรับนางมาเป็นธิดาบุญธรรม ฮ่องเต้หนุ่มมีพระบัญชาให้ราชครูไป๋หวางรับรองสถานะการมีตัวตนของคนรัก โดยรับนางมาเป็นบุตรบุญธรรมให้บันทึกเอาไว้ว่าได้เก็บนางมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นทารกวัยเพียงหกเดือนเท่านั

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 63 สัญญารักมั่นจากชาติอดีต 1.2

    ร่างอรชรต้องเข้าสวมกอดร่างใหญ่องอาจที่กำลังอ้าแขนทั้งสองข้างออกกว้างรับร่างของท่านหญิงคนงามนำมาสวมกอดเอาไว้แนบอกอย่างรวดเร็ว “เพ่ยเอ๋อร์ของข้า! ในที่สุดเจ้าก็กลับคืนสู่อ้อมกอดของข้าแล้ว! เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว”ฮ่องเต้หนุ่มรูปงามเฝ้าเพียรรับสั่งกับโฉมตรูอยู่เช่นนั้นมิรู้วาย “ข้าเฝ้ารอท่านมาโดยตลอด รอทั้งที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังรอคอยอยู่นั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ชาติที่แล้วข้าอยากจะเป็นพระชายาของท่านมากแค่ไหน ชาตินี้ก็ไม่ต่างกันแต่พี่หลงจะมาขอข้าไปเป็นชายาได้อย่างไรเจ้าคะเพราะไม่เคยเสมือนคนไม่มีตัวตน” พระพักตร์ของฮ่องเต้หนุ่มแย้มยิ้มออกมา ฝ่าพระหัตถ์ที่กำลังโอบกอดร่างระหงเอาไว้แนบอกยังคงเฝ้าลูบไล้แผ่นหลังของนางไปมาอยู่เช่นนั้นไม่คลาดครา “เป็นเช่นนั้นแหละดีแล้วเพราะข้าจะจัดการให้เจ้าเป็นผู้มีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิง ในขณะที่บิดาของเจ้าจะไม่มีทางแสวงหาประโยชน์จากการที่เจ้าได้เป็นฮองเฮาเคียงข้างกายข้าแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไปตระกูลไป๋และเจ้าไม่เกี่ยวข้องกันอีกถูกตัดขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง ให้สมกับที่บิดาของเจ้าต้องการให้ไป๋เพ่ยอิงตายไปตั้งแต่อ

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 62 สัญญารักมั่นจากชาติอดีต 1.1

    เรือนท้ายจวนภายในห้องหนังสือ ปลายพู่กันสะบัดสีลงบนภาพวาดของสถานที่แลดูคล้ายตำหนักขนาดใหญ่ ภาพในความทรงจำที่ท่านหญิงคนงามได้เห็นในความฝันมาโดยตลอดนับตั้งแต่วัยเยาว์จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ยิ่งแจ่มชัดมากขึ้นทุกวัน ครั้นเมื่ออายุครบยี่สิบปีภาพในความฝันที่เคยเห็นเลือนลางกลับชัดเจนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด และถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ราวกับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับนางมาแล้วในครั้งอดีต บุรุษรูปงาม ผู้มีร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามสวมอาภรณ์ขาวและมีเส้นผมสีเงินยวงตลอดทั่วทั้งศีรษะกำลังจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยเดินเล่นอยู่ภายในสวนเคียงคู่ไปด้วยกัน จวบจนกระทั่งเด็กหญิงตัวน้อยเติบใหญ่กลายเป็นสาวสะพรั่งบุรุษรูปงามที่เคยจูงมือนางเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน บัดนี้กลับกลายเป็นว่าถูกบุรุษรูปงามประทับจุมพิตลงบนหน้าผากกว้างด้วยความรักที่มีต่อกันระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวในฐานะคนรัก ท่านหญิงคนงามกำลังเพลิดเพลินไปกับการวาดภาพที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากความฝันของนาง จนไม่ล่วงรู้เลยว่าบัดนี้สองพี่เลี้ยงคนซื่อได้นำ

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 61 พบนาง! 1.2

    ร้านปักผ้า“อะไรกันเนี่ย!!!”เสียงของสองพี่เลี้ยงต่างพูดออกมาพร้อมกัน เมื่อทั้งสองนับเงินค่าจ้างตรงหน้าที่ได้รับจากการปักผ้าไม่ตรงตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ และในเวลานี้สายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของทั้งสองพี่เลี้ยงกำลังจับจ้องเจ้าของร้านปักผ้าด้วยความรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งยวด “เหตุใดท่านจึงจ่ายค่าจ้างให้พวกเราสองคนเพียงเท่านี้ ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าหากสามารถทำงานเสร็จและส่งมอบงานทั้งหมดให้ท่านภายในหนึ่งเดือน จะเพิ่มค่าแรงให้พวกเราจากห้าสิบตำลึงเป็นแปดสิบตำลึงแล้วเหตุใดจึงจ่ายให้พวกข้าเพียงแค่หกสิบตำลึงเท่านั้น แบบนี้ข้าไม่ยอมนะ” ฮุ่ยหลันพูดพลางถลึงดวงตาของนางแทบจะถลนออกมานอกเบ้าเลยทีเดียว “แต่ไหนแต่ไรทำการค้าด้วยกันก็มานาน พอเงินมากเข้าหน่อย ท่านก็ส่อสันดานคดโกงออกมาแล้วอย่างนั้นเหรอ คิดว่าทำเช่นนี้จะสามารถเปิดร้านดำรงอยู่ได้อีกต่อไปอย่างนั้นสิ!!!”ฉิงซู่ถามกลับไปอย่างเอาเรื่อง ในขณะที่เจ้าของร้านปักผ้าไม่สะทกทะท้านและมีความรู้สึกใดๆ ออกมาทั้งสิ้น นางไม่ยี่หระกับความโกรธที่สองพี่เลี้ยงกำลังระเบิดออกม

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 60 พบนาง! 1.1

    หนึ่งเดือนผ่านไปจวนตระกูลมู่ ร่างสันทัดของมู่เหยียนเจิ้งกำลังก้าวเดินไปตามทางที่ทอดยาวภายในจวนที่ได้ซื้อต่อจากเจ้าของเดิมในราคาที่ยุติธรรมทั้งสองฝ่ายไม่ถูกจนเกินไปและไม่แพงจนทำให้คนซื้อรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ จวนแห่งนี้ถูกเปลี่ยนมาใช้ตามแซ่ของมู่เหยียนเจิ้งหัวหน้าองครักษ์ดำซึ่งรับผิดชอบทำหน้าที่คอยหาข่าวในแผ่นดินต้าซ่งเพื่อถวายรายงานกลับไปให้แก่ฮ่องเต้ต้าเฟิง ซึ่งฮ่องเต้หนุ่มได้มีพระบัญชาให้จัดหาสถานที่พำนักถาวรเพื่อให้สายข่าวของพระองค์ได้ปักหลักแทรกซึมอยู่ภายในต้าซ่งราวกับเป็นชาวต้าซ่งโดยกำเนิดเพื่อความแนบเนียน และนับตั้งแต่วันแรกที่เสด็จมาถึงจนเวลานี้เวลาผ่านไปนานนับเดือนแล้วก็ยังไม่มีข่าวคืบหน้าของชายาผู้เป็นที่รักในครั้งอดีตแต่อย่างใด มิหนำซ้ำฮ่องเต้หนุ่มต้องคอยหลีกหนีธิดาของเจ้าเมืองหยวนไท่ซึ่งอยู่ในวัยออกเรือนแล้วถึงห้าคน อีกสามคนยังเยาว์วัย ธิดาเจ้าเมืองหยวนไท่ทั้งห้าต่างพากันหลงใหล คลั่งไคล้ อาจารย์หนุ่มผู้หล่อเหลาของนางเป็นยิ่งนัก เวลาในการเรียนหนังสือจากที่เบื่อ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status