Share

บทที่ 18

last update publish date: 2026-03-02 02:58:01

โอ๊ย มาเคาะประตูอีกแล้ว ช่วงหลังมานี้พี่เซจิเคาะเก่งเหลือเกิน หรือฉันควรบอกรหัสเข้าห้องให้เขาไปเลยดีนะ จะได้ไม่ต้องมาคอยเคาะอยู่ตลอดเวลา บอกตามตรง ฉันเริ่มหลอนเสียงเคาะประตูก็เพราะเขาเนี่ยะแหละ

“ได้แล้วค่ะ...เอ๊ะ...พี่เซจิ...” หายไปไหนของเขาแล้วนะ ก่อนหน้านี้ยังอยู่แถวนี้อยู่เลย...

“ได้แล้วเหรอ”

“เห้ย! ตกใจหมด!” ฉันสะดุ้งตัวโยนเมื่อเห็นว่าพี่เซจิมาโผล่อยู่ข้างหลังเสียอย่างนั้น

“เธอยังเก็บกุญแจนั่นเอาไว้อีกเหรอ?” เขาปรายตามองไปที่กุญแจดอกที่เก็บได้ในวันที่เราออกไปหาอะไรทานตอนกลางดึกด้วยกัน นี่พี่เขายังจำได้อีกเหรอ แอบดีใจนะเนี่ยะ

ฉันมองไปที่กุญแจแล้วหันกลับมาพยักหน้าให้พี่เซจิอีกครั้ง “อื้ม...น้องเอาไปให้รปภ. แล้ว แต่เขาบอกว่าคงหาตัวเจ้าของยากค่ะ เพราะเวลาคนทำกุญแจหล่นก็จะเปลี่ยนกลอนประตูและใช้กุญแจใหม่ไปเลย ยิ่งเดี๋ยวนี้มีดิจิตอลล็อคแล้วด้วย มันคงไม่จำเป็นแล้ว...”

“แต่ก็ยังเก็บไว้เหรอ...”

“เพราะพี่พูดแบบนั้นก็เลยว่าจะลองเก็บเอาไว้ค่ะ” ฉันตอบตามตรง ไม่มีอะไรให้ต้องปิดบังเกี่ยวกับเรื่องนี้นี่นา เพราะเขาเป็นคนเล่าเรื่องนั้นให้ฉันฟังเอง แสดงว่าเขาก็ต้องเชื่อเรื่องแบบนี้มากพอสมควร จึงเก็บมาเล่าให้คนอื่นฟังได้

“แล้ว...เธอเจอคนที่...อยากใช้คาถานั้นด้วยหรือยังล่ะ”

“จริง ๆ ก็เจอมาตั้งนานแล้วค่ะ”

“ใครเหรอ?” ยืนอยู่ตรงหน้าฉันนี่ไงล่ะ ทำไมซื่อบื้อจัง!

“เสื้อของพี่อยู่นี่ค่ะ น้องซักแล้วก็เก็บเอาไว้อย่างดีตลอด” ฉันทำได้เพียงพูดสิ่งนั้นอยู่ภายในใจแล้วรีบเปลี่ยนหัวข้อบทสนทนาโดยการยื่นถุงที่ใส่เสื้อของเขาเอาไว้ไปให้แทน

มือหนายื่นมารับไปแต่ก็ยังยืนนิ่งไม่ยอมจากไปไหน จนฉันต้องเรียกเขาอีกครั้ง “พี่เซจิคะ ไม่กลับห้องเหรอ?”

“อ...อ๋อ...จริงสิ...” ว่าจบเขาก็เดินไปทางประตูอย่างยืดยาด ไม่รู้ว่าฉํนคิดไปเองหรือเปล่า แต่ช่วงหลังมานี้พี่เซจิทำตัวเหมือนจะมาปักหลักและยึดห้องฉันเป็นฐานที่มั่นของฉันอย่างนั้นแหละ “เอ่อ...ว่าแต่...เธอหิวหรือเปล่า ไปหาอะไรกินกันไหม?”

ขณะที่กำลังจะก้าวขาออกจากห้อง พี่เซจิก็หันกลับมาถามฉันอีกครั้งราวกับคนลีลาที่จะจากไป หรือฉันอาจคิดไปเอง เพราะเรามันคิดไปเองเก่งอยู่แล้วไงของขวัญ...

“วันนี้พี่พาไปกินอะไรตั้งเยอะก็เลยไม่ค่อยหิวค่ะ พี่เซจิหิวเหรอคะ?” ฉันถามย้อนกลับไป หากเขาไม่หิวแล้วจะเปิดประเด็นนี้ขึ้นมาทำไมกัน

“ก็นิดหน่อย...แต่ถ้าเธอไม่หิวก็ไม่เป็นไร” อันที่จริงเขาไม่ได้หิวหรอก เพียงแค่อยากซื้อเวลาอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสักหน่อย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เพราะตัวเขาเองก็ยังพยายามคิดหาเหตุผลอยู่

“น้องต้มมาม่าให้ได้นะ ถ้าพี่ไม่รังเกียจจะมากิน...” ฉันผายมือไปที่ห้องครัวอีกรอบ

“ขอบคุณนะ” พี่เซจิพูดขึ้นหลังจากที่ฉันวางชามมาม่าลงตรงหน้าเขาเรียบร้อยแล้ว พลางนั่งท้าวคางมองเขากินมาม่าอย่างเพลิดเพลินจนลืมตัว รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สบตาเข้ากับเขาเสียแล้ว

เอาอีกแล้วของขวัญ...เคยตัวนะเรา!

“ขนมครั้งก่อนที่ซื้อมาให้หมดหรือยังล่ะ?” พี่เซจิถามขึ้นขณะทานไปด้วย แต่ท่าทางเขาดูไม่ค่อยหิวสักเท่าไหร่เลยนะว่าไหม หรือเป็นการหิวที่เก็บอาการ พวกผู้ดีเขาทำกันแบบนี้เหรอ ฉํนทำไม่ได้แล้วคนหนึ่งล่ะ

“ก็ใกล้หมดแล้วค่ะ จริง ๆ พี่ไม่ต้องซื้อมาให้ก็ได้นะ...น้องเกรงใจ”

“เผื่อเธอต้องมาเคาะประตูห้องพี่อีกไง” เขาคงไม่อยากให้ฉันไปที่ห้องบ่อยๆ สินะ ว่าแต่...ทำไมเขาเปลี่ยนสรรพนามมาแทนตัวเองว่าพี่อีกแล้วล่ะเนี่ยะ

“พี่...รำคาญของขวัญเหรอคะ?” ฉันถามอย่างตรงไปตรงมาตามประสาคนซื่อบื้อ ด้วยความไม่อยากคิดอะไรไปเองจนต้องเจ็บช้ำอีก

“ไม่ใช่แบบนั้นนะ เธอจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปซื้อเองไง” อยู่ ๆ ก็หน้าดำหน้าแดงตอบกลับมาอย่างเคร่งเครียดเลยทีเดียว

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง...” ฉันพยักหน้ารับทราบสิ่งที่เขาสื่อออกมา “แต่น้องว่า ได้ไปเดินซื้อของแบบวันก่อนก็สนุกดีนะคะ เป็นครั้งแรกที่น้องได้คุยกับพี่เยอะขนาดนั้นด้วย”

“แล้วเราคุยกันที่นี่ไม่ได้เหรอ”

กรี๊ดดดดดด!!! ตึกตัก ตึกตัก จู่ ๆ หัวใจฉันมันก็เต้นแรงผิดปกติขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ตายแล้ว...เก็บเศษซากดิฉันด้วยค่ะ ฮือออออ... แต่แล้วในสมองก็ครุ่นคิดว่าคำพูดของพี่เซจิเมื่อสักครู่นี้หมายความว่ายังไงกันแน่

‘เขาไม่ได้เกลียดฉันหรอกเหรอ ถึงได้พูดแบบนั้นออกมา?’

“อืม…เอาไว้เราสองคนไปเที่ยวดวยกันเหมือนวันนี้อีกนะ” พี่เซจิส่งยิ้มให้ฉันพลางยื่นมือมาลูบหัวฉันเบา ๆ อย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน ท่าทางเมื่อสักครู่ช่างอ่อนโยนมาก เอาอีกแล้ว! ฉันโดนพี่เซจิปล่อยหมัดฮุคเข้าอย่างจังเลย!

“เรา...จะได้ไปด้วยกันอีกจริง ๆ เหรอคะ?” ฉันเงยหน้าไปสบตากับเขา ทำเอาพี่เซจิถึงกับชะงักมือไป

“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ”

“ไม่รู้สิคะ วันนั้นพี่ทำใจดีกับน้อง อีกวันพี่ก็เมินเฉยใส่วันที่น้องไปทำอาหารที่ห้อง แล้วหลังจากวันนั้นพี่ก็มาทำตัววอแวกับน้องอีก น้องไม่ค่อยเข้าใจค่ะ”

“ก็เพราะ...ช่วงนี้...ช่วงนี้เซนโตะไม่ค่อยว่างไง...” พี่เซจิว่าพลางหันมองไปอีกทางเหมือนเลี่ยงที่จะสบตาระหว่างสนทนา “เพราะฉะนั้น...ช่วงนี้เธอจะเจอพี่บ่อยเป็นพิเศษ แทนการเจอหน้าเซนโตะ...”

“อ๋อ แบบนี้นี่เอง พี่มาคุมประพฤติของน้องแทนเซนโตะจริง ๆ ด้วยสินะ” สงสัยจะคิดเกินเลยไปเองอีกแล้วสิเรา

แต่ในขณะที่ฉันกำลังนั่งหงอยอยู่นั้น พี่เซจิที่ทานอิ่มแล้วก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวตรงไปทางห้องนอนของฉันอย่างลามปาม ทำเอาฉันต้องรีบก้าวตามไปขวางยันประตูเอาไว้ด้วยความตกใจ

“พี่จะเข้าไปทำไม...” ฉันถามแล้วใช้ตัวเองยืนขวางหน้าประตู ไม่ยอมให้เขาได้มีโอกาสได้แตะมันด้วยซ้ำ “นี่มันพื้นที่ส่วนตัวของน้องนะ”

“ก็ปกติ เซนโตะมันก็เข้าออกได้ทุกห้องในนี้ไม่ใช่เหรอ” ดูพูดเข้า...แล้วตัวเองเป็นเซนโตะงั้นสิ ฉันกับเซนโตะน่ะ สนิทกันถึงขั้นที่ว่าต่อให้ห้องจะรกรุงรังแค่ไหนก็ผ่านตากันมาหมดแล้ว แต่กับพี่เซจิ...ถ้าฉันปล่อยให้เขาเข้าไปเห็นสภาพห้องในตอนนี้จะต้องเสียภาพพจน์มากแน่

“ก็ใช่ค่ะ...แต่พี่...”

“คืนนี้พี่ว่าจะนอนค้างที่นี่”

“ห๊ะ!?”

“เธอนอนบนเตียง...เดี๋ยวพี่นอนพื้นเอง”

“!!!”

ขอถามหน่อยว่าเรื่องแบบนี้มันปกติใช่ไหม คนที่ไหนเขาทำกัน...ห้องตัวเองก็อยู่ชั้นสิบเอ็ด แทนที่จะเดินกลับไปนอนที่ห้องตัวเอง แต่กลับจะมานอนห้องฉันเนี่ยะนะ ไม่ได้ ๆ ยังไงฉันก็ไม่ยอมหรอก

พี่เซจิยืนนิ่งไปสักครู่ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อย ๆ  จนแผ่นหลังของฉันเผลอก้าวถอยไปแนบชิดติดประตูโดยไม่รู้ตัว ใกล้เกินไปแล้ว -///- นี่ใกล้ขนาดนี้ เขาจะประทับจูบลงมาหรือเปล่าเนี่ยะ!

แก๊ก!

อยู่ ๆ ประตูที่ฉันยันอยู่ก็ถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน ทำเอาฉันเกือบหงายหลังไป ยังดีที่พี่เซจิคว้าเอวของฉันเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี ไม่อย่างนั้นคงเป็นเรื่องน่าอายมากแน่ แต่ไม่เพียงเท่านั้น เขาอาศัยจังหวะที่ประตูเปิดออกนี้ดันตัวฉันเข้าไปในห้อง ทั้งที่มือหนาของตัวเขาเองก็ยังไม่ได้ปล่อยออก

เราสองคนยังตัวติดกันแบบนั้นก่อนที่ฉันจะล้มลงไปบนเตียง และในที่สุด มือหนาของเขาก็ปล่อยออกจากเอวของฉันสักที แต่ถึงอย่างนั้นพี่เซจิก็ยังใช้แขนค้ำยันกับเตียงเอาไว้เพื่อไม่ให้ฉันลุกหนีไปได้ง่าย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ โน้มตัวลงมาจนใบหน้าเราใกล้กัน แทบสัมผัสถึงลมหายใจของอีกฝ่ายได้เลยทีเดียว...

‘เฮ้อ...ของขวัญขอลาโลกตอนนี้เลยได้ไหม วันนี้หัวใจจะวายบ่อยมาก’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 20

    ก๊อก ก๊อกฉันลืมตาขึ้นมาด้วยสภาพงัวเงียเพราะได้ยินเสียงเหมือนกับว่าใครมาเคาะประตู หรือว่าเป็นเสียงจากความฝันกันนะ ฉันรู้สึกนอนไม่เต็มอิ่มเลยสักนิด เพราะเมื่อคืนกว่าจะหลับก็กลิ้งไปมาอยู่บนเตียงนานมาว่าแต่...ทำไมฉันรู้สึกว่าที่นอนมันแคบแปลก ๆ ล่ะ -_-“พี่เซจิ!” เมื่อพลิกตัวหันไปอีกด้านของเตียงก็พบว่

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 19

    เมื่อเขาเริ่มโน้มหน้าลงมาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาของฉันก็หลับลงโดยอัตโนมัติ ก่อนจะสังเกตได้ว่าการเคลื่อนไหวนั้นหยุดลงไปแล้ว จึงแอบลืมตาขึ้นพี่เซจิแสยะยิ้มก่อนจะพลิกตัวเองให้นอนหงายแผ่ลงบนเตียงข้างฉัน“...เตียงเธอก็นอนสบายเหมือนกันนะ” ว่าพลางยกมือประสานตรงท้ายทอยตัวเองแล้วหลับตาพริ้ม ปล่อยให้ฉันนอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 17

    ใช้เวลาภายในโรงภายยนตร์สองชั่วโมง แต่ฉันกลับไม่ได้จดจ่อกับหนังเลยสักนิด เมื่อกลับออกมาข้างนอกพี่เซจิก็ยังพาฉันไปทานข้าวและขนมตามร้านคาเฟ่อีกด้วยพอได้ออกมาข้างนอกแล้วก็รู้สึกหายใจได้เต็มปอดหน่อย ถ้าหากยังต้องนั่งใกล้ชิดต่อไปแบบนั้น ฉันต้องหัวใจวายตายแน่เลย ขอยอมรับตามตรงว่าฉันยังไม่มีภูมิคุ้นกันต่อ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 16

    “ก็กูจะใช้...”“แต่ผมหยิบก่อน”“กูจำเป็นต้องใช้ตอนนี้...เดี๋ยวผัดผักมันไหม้”“ผมก็จำเป็นเหมือนกัน เดี๋ยวไข่ไหม้”ฉันตื่นขึ้นเพราะเสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าพี่เซจิและคิรันกำลังเข้าครัวทำอาหารด้วยกันอยู่ ถึงแม้จะดูเหมือนคนกำลังจะเปิดศึกฆ่าแกงกันมากกว่าก็เถอะ“ทำอะไรกัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status